logo

          ถอดถอนนิติบุคคลคอนโด กับเรื่องราวดี ๆ ที่ใครหลายคนก็คงอยากจะรู้ในฐานะผู้อาศัยและผู้เช่าก็ดีที่มีความจำเป็นต้องอยู่และอาศัยเพราะได้ซื้อหรือเช่าเอาไว้แล้วโดยมีการเซ็นสัญญาร่วมกัน ซึ่งในสัญญาซื้อขายหรือสัญญาเช่าจะมีการกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เอาไว้เพื่อสร้างการอาศัยอยู่ร่วมกันกับสมาชิกรายอื่น ๆ อย่างสงบสุขรวมถึงมีสิ่งไหนบ้างที่แสดงถึงสิทธิ์ขาดในฐานะผู้อาศัยโดยไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กระทำผิดกฎเสียเองกระทั่งเกิดปัญหาในเวลาต่อมา ดังนั้นเรามาดูกันค่ะ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นและเราต้องการที่จะปกป้องสิทธิที่ตัวเองพึงจะได้รับจากการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นธรรมจากนิติบุคคล เราจะมีวิธีถอดถอนนิติบุคคลคอนโดกันอย่างไร? บทความนี้มีคำตอบค่า

. . . . . . . . . .

อยากถอดถอนนิติ ลูกบ้านต้องทำยังไงบ้าง?

          ก่อนอื่นเลย เรามาทำความเข้าใจคำว่า “นิติบุคคล” กันก่อนดีกว่าไหมคะว่ามีบทบาทและความสำคัญต่อเราอย่างไรในฐานะลูกบ้าน?

          ความหมายของ “นิติบุคคล” โดยหลักการแล้วมีหน้าที่คอยบริการจัดการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางต่าง ๆ ของโครงการเอาไว้ รวมถึงคอยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ ให้กับลูกบ้านเวลามีเรื่องร้องขอมาให้ช่วยทำในสิ่งนั้น ๆ นอกเหนือจากนั้น คำว่า “นิติบุคคลคอนโด” ยังหมายรวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การดูแลรักษาความสะอาด การหมั่นตรวจสอบความพร้อมของสาธารณูปโภคภายในคอนโดอย่างดวงไฟตามจุดต่าง ๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ผู้อาศัยในยามค่ำคืน อีกทั้งหมั่นคอยตรวจตราการทำงานของท่อน้ำประปาว่ายังปกติไหม ถ้าชำรุดก็ต้องรีบหาช่างมาจัดการซ่อมแซมเป็นต้น เรียกได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างลูกบ้านกับนิติบุคคลคอนโดนั้น มีความเกี่ยวข้องกันในรูปแบบที่ว่าแทบจะยืนหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียวค่า

          มาถึงใจความสำคัญที่กำลังจะกล่าวถึงนั่นก็คือการถอดถอนนิติบุคคลคอนโด หลังจากพบว่า เมื่อลูกบ้านอาศัยอยูไปสักพักกระทั่งคิดว่าการอาศัยอยู่นั้นน่าจะเป็นไปได้ด้วยดีและราบรื่น ทว่าวันใดวันหนึ่ง กลับเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ กับทางนิติบุคคลคอนโดที่มีพฤติกรรมตกเป็นผู้ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็น การทำงานที่ไม่โปร่งใส การเรียกเก็บค่าส่วนกลางที่มากกว่าปกติเกินข้อตกลงที่มีอยู่ในสัญญา รวมถึงการบริหารจัดการของนิติบุคคลในการนำเงินค่าส่วนกลางไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์เพราะเงินดังกล่าวควรเรียกเก็บเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาสาธารณูปโภคภายในโครงการ เราจะมีวิธีรับมือหรือต้องการฟ้องกรรมการคอนโดอย่างไร? มาดูแนวทางคร่าว ๆ เพื่อนำไปปรับใช้ในอนาคตได้เลยค่ะ

          ให้ลูกบ้านทำเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งมีหน้าที่คอยดูแลจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นโดยตรงกับลูกบ้านอีกทั้งยังเป็นหน่วยงานนอกที่มีความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาจนส่งผลสามารถนำมาสู่การเปลี่ยนผู้จัดการนิติบุคคลหรือเฉพาะกรรมการนิติบุคคลทั้งชุดได้ค่ะ

. . . . . . . . . .

ปัญหาที่อาจจะเจอเมื่อเจอนิติไม่ดี

          แม้จะมีการเซ็นสัญญาซื้อขายหรือสัญญาเช่าคอนโดกันไปแล้ว ทว่าในฐานะลูกบ้านที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการกับทางนิติบุคคลที่เปรียบเสมือนเป็นคีย์หลักในการบริหารจัดการคอนโดที่เราอาศัยและเมื่อพออยู่ไปสักพักแล้วพบปัญหา แน่นอนค่ะ ถ้าเราเจอกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดทุจริต ปัญหาย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนจะเป็นอย่างไร? คำตอบมีดังนี้ค่า

 

ประการแรก

          เงินทองไม่เข้าใครออกใคร เงินหล่นใส่หน้า ใจคนยังเปลี่ยนได้ค่ะ ดังนั้น ในเรื่องของการบริหารจัดการค่าส่วนกลางที่เกินไปจากข้อตกลงในสัญญาจนลูกบ้านรู้สึกว่าผิดไปจากเดิมมากมาย ผลคือทำให้ผู้อาศัยเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์โดยไม่ได้อะไรกลับมา ทั้งที่เงินที่เสียไปควรถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงที่อาศัยให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความไม่พอใจจนนำมาสู่การยื่นเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโดค่ะ

 

ประการที่ 2

          เมื่อนิติบุคคลคอนโดไม่ได้ดำเนินเรื่องโดยการนำเงินค่าส่วนกลางที่ได้รับจากลูกบ้านดังกล่าวข้างต้นมาพัฒนาและปรับปรุงสาธารณูปโภคภายในโครงการซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำอันเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน ยกตัวอย่างการทำทีเพิกเฉยไม่สนใจนำเงินที่ได้รับมาปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ภายในโครงการ เช่น พัฒนาปรับปรุงระบบน้ำ ไฟ เครื่องซักผ้า อุปกรณ์ภายในฟิตเนส สระน้ำ สนามเด็กเล่น จุดพักต่าง ๆ ภายในภายนอกโครงการและอื่น ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อลูกบ้านจนต้องหันมาบริการตัวเองในท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมเสียเวลาในการจัดการปัญหานั้น ๆ ทั้งที่เวลาใน 1 วัน มีเรื่องอื่น ๆ ให้ต้องทำอีกมากมายเรียกได้ว่าเวลาแทบจะไม่พอใช้ด้วยซ้ำอันเนื่องมาจากภาระหน้าที่การงานและอื่น ๆ ค่ะ

 

ประการที่ 3

          ทุกครั้งที่มีการทำเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโดกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ย่อมเป็นเรื่องเสียเวลาไม่ใช่น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง การรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ในการทำเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโด สิ่งที่เกิดขึ้น ใช้เวลานานพอควรทั้งที่เราน่าจะนำเวลาดังกล่าวไปทำเรื่องต่าง ๆ ที่สามารถพัฒนาและต่อยอดในสิ่งที่ตนพึงจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบสลิปใบเสร็จอันแสดงถึงอัตราเงินที่ต้องจ่ายไปสำหรับค่าส่วนกลางระหว่างปีที่ผ่านมาซึ่งลูกบ้านทุกคนเคยเซ็นสัญญารับรู้ร่วมกันตามที่เคยตกลงกันไว้ในข้อสัญญาและบางครั้ง ผลจากการดำเนินการถอดถอนนิติบุคคลคอนโด หลายต่อหลายครั้งอาจทำให้ต้องย้อนหลังค้นหาข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ทั้งนี้เป็นไปเพื่อใช้เป็นหลักฐานการเอาผิดค่ะ

          อื่น ๆ เห็นจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นส่วนต่างอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินเรื่องร้องทุกข์ ไม่ว่าจะเป็น ค่าเสียเวลา ค่าเอกสาร ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มระหว่างเดินทางเป็นต้นค่ะ ดังนั้น เพื่อป้องกันและช่วยกันแก้ปัญหาดังกล่าวที่อาจจะเกิดขึ้นข้างต้น ลูกบ้านควรช่วยกันสอดส่องการทำงานของนิติบุคคลอันเป็นสิ่งที่ลูกบ้านทุกคนสามารถทำร่วมกันได้ค่ะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาดำเนินการถอดถอนนิติบุคคลคอนโดค่ะ

. . . . . . . . . .

หากเจอนิติไม่ดี เบื้องต้นลูกบ้านสามารถทำอะไรได้บ้าง

          ลูกบ้านทุกคนไม่ว่าจะเป็น “ผู้เช่า” หรือเป็นถึงผู้ที่ต้องการจะซื้อคอนโดสักห้องหรือมากกว่านั้นจะเพื่ออาศัยเองหรือปล่อยเช่าเพื่อทำกำไรก็ดี เชื่อเถอะค่ะ ในส่วนลึกแล้ว ทุกคนที่เป็นลูกบ้านล้วนมีความต้องการที่จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากนิติบุคคลคอนโดในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในโครงการเป็นต้น เชื่อเถอะค่ะ ไม่มีใครต้องการที่จะทำเรื่องฟ้องร้องถอดถอนนิติบุคคลคอนโด อย่างที่เคยเป็นข่าว ทว่า อะไร ๆ ย่อมเกิดขึ้นได้และในท้ายสุด สิ่งที่เคยคาดหวังอาจจะไม่เป็นไปดั่งหวังกระทั่งเกิดปัญหาทุจริตในกลุ่มนิติบุคคลจนนำมาสู่การเปลี่ยนผู้จัดการนิติบุคคล และเมื่อความไม่โปร่งใสได้เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากการเจอนิติบุคคลไม่ดี เบื้องต้นที่ลูกบ้านสามารถทำได้มีแนวทางดังนี้ค่ะ

 

ขั้นตอนแรก

          ก่อนมาถึงขั้นตอนการถอดถอนนิติบุคคลคอนโด สิ่งที่ควรทำก่อนเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ การรวบรวมสมาชิกที่อาศัยอยู่ร่วมกันภายในโครงการเดียวกัน กระทั่งเจอปัญหาและได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานอันไม่โปร่งใสจากนิติบุคคลเหมือน ๆ กัน ให้ทุกคนถกปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันก่อน เพราะเชื่อได้เลยว่า ผลกระทบย่อมคล้าย ๆ กัน ยิ่งรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นรวมถึงจำนวนสมาชิกที่เป็นลูกบ้านขึ้นมามากเท่าไหร่ ? อำนาจการต่อรองย่อมมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้นค่ะ ลำดับถัดมา ให้แต่งตั้งตัวแทนขึ้นมา 1 คน โดยมีคุณสมบัติดังนี้

  • ตัวแทนที่ดีควรมีลักษณะและบุคลิกการพูดจาที่ดูน่าเชื่อถือ
  • มีประสบการณ์ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ เหตุผล

          คนประเภทนี้จะสามารถใช้ความคิดและคำพูดอันชาญฉลาดในการเจรจาต่อรองกับนิติบุคคลจนสามารถดำเนินเรื่องแทนลูกบ้านคนอื่น ๆ ในการทำเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโดได้

 

ขั้นตอนที่ 2

          ก่อนทำเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโด ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนสามารถทำเรื่องขอนัดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหากับทางนิติบุคคล ขั้นแรกให้เกริ่นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมร้องขอความต้องการที่จะให้ทางนิติบุคคลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทางนิติบุคคลจะรับเรื่องพร้อมแจ้งวันนัดหมายคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 3

          กระทั่งมาถึงวันนัดหมาย ตัวแทนพร้อมสมาชิกคนอื่น ๆ ที่เป็นลูกบ้านซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ ตกลงใจเข้าร่วมประชุมกับทางนิติบุคคลคอนโดเพื่อนำปัญหามาถก

 

ขั้นตอนที่ 4

          เริ่มต้นถกปัญหาที่ต้องการจะให้ทางนิติบุคคลแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเครื่องซักผ้าไม่พอใช้ ปัญหาน้ำประปาไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง บางครั้งมีกลิ่นและสี ปัญหาไฟตามจุดต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขจนสร้างความกังวลใจต่อลูกบ้านผู้อาศัยว่า วันดีคืนดีจะได้รับอันตรายหรือเปล่า รวมถึงความไม่โปร่งใสในส่วนของค่าส่วนกลาง เหตุใดถึงปรับขึ้นเป็นต้น? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่มาบั่นทอนการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพของลูกบ้าน สามารถนำมาคุยกับทางนิติบุคคลคอนโดจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายได้ค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 5

          หลักฐานต่าง ๆ ที่สามารถรวบรวมเพื่อนำมาถอดถอนนิติบุคคลคอนโด ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายอันแสดงและบ่งบอกถึงปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขตามจุดต่าง ๆ รายละเอียดในข้อสัญญาตอนตกลงเซ็นเพื่ออาศัยอยู่ร่วมกันภายในคอนโดแห่งนี้ จำนวนสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เจอในการใช้ส่วนกลางร่วมกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งใบเสร็จต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานเพื่อเรียกร้องสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อลูกบ้านที่เป็นผู้อาศัยได้

 

ขั้นตอนที่ 6

          การเจรจาและต่อรองในสิ่งที่ลูกบ้านควรจะได้รับโดยตัวแทนสามารถยื่นหนังสือสัญญาอันแสดงถึงปัญหารวมถึงขอบเขตความรับผิดชอบต่อหน้าพนักงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบของแผนกนิติบุคคลคอนโด ว่ามีข้อกำหนดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อะไรบ้าง ปัญหาที่ต้องการจะให้แก้ไขอย่างเร่งด่วนรวมถึงมีสิ่งไหนที่ควรปรับปรุงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปเพื่อการอยู่อาศัยที่ราบรื่น ปลอดภัย และเมื่อมาถึงตรงจุดนี้ ทางนิติบุคคลจะทำเรื่องเซ็นรับรู้ปัญหาที่ลูกบ้านเจอพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขเอาไว้ รวมถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในส่วนนั้น ไม่ว่าจะเป็นค่าส่วนกลาง การดูแลสาธารณูปโภคภายในโครงการก็ดี สิ่งอำนวยความสะดวกตลอดจนหน้าที่ของทางนิติบุคคลที่สามารถทำให้ลูกบ้านได้ โดยการเจรจาต่อรองที่ดีนั้น ควรยึดหลักการที่ระบุเอาไว้ในหนังสือสัญญาฉบับนั้น ๆ ค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 7

          ในกรณีที่นิติบุคคลไม่ยอมรับผิดชอบ ละเลย เพิกเฉยต่อสิ่งที่ร้องขอจากตัวแทนและลูกบ้านคนอื่น ๆ และเมื่อตรวจสอบแล้วพบความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นในนั้น ขั้นตอนถัดมานั่นก็คือลูกบ้านสามารถทำเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโดได้ค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 8

          ตัวแทนทำหน้าที่รวบรวมเอกสาร หลักฐานตลอดจนหนังสือสัญญาเช่าหรือสัญญาซื้อขายระหว่างกัน แล้วนำเอกสารดังกล่าวข้างต้นไปแจ้งความต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั่นก็คือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคดังที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้า ถึงความต้องการที่จะให้หน่วยงานนี้เดินหน้าเข้ามาตรวจสอบการทำงานของนิติบุคคลคอนโดดังกล่าวว่าได้กระทำทุจริตจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย รวมไปถึงการอาศัยอยู่ของลูกบ้านที่ดูเหมือนความสะดวกสบายนั้นได้หายไปและไม่เหมือนเดิม และเมื่อทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบและพบว่านิติบุคคลกระทำผิดจริงดังที่ลูกบ้านผู้อาศัยในโครงการนั้นได้แจ้งไว้จริง ทางสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคสามารถมีคำสั่งถอดถอนนิติบุคคลคอนโดซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดได้ค่ะ

. . . . . . . . . .

หากต้องการถอดถอนนิติบุคคลก่อนหมดสัญญามีวิธีการอย่างไร ตั้งแต่เริ่มจนสามารถถอดถอนนิติบุคคลได้

          เป็นที่ทราบกันดีว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับลูกบ้านที่ประสบปัญหาจนต้องร้องทุกข์เพื่อทำเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโด โดยในปัจจุบันได้ใช้แนวทางตาม พรบ.อาคารชุด พ.ศ 2522 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกครั้งในปี พ.ศ 2551 โดยมีใจความสำคัญหลัก ๆ ว่า “ผู้จัดการคอนโดพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (5) ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.หรือกฎกระทรวงที่ออกตามความใน พ.ร.บ. หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างและที่ประชุมใหญ่ เจ้าของร่วมมีมติให้ถอดถอน” อีกทั้งเนื้อหาในรายงานยังแจ้งว่ากองนิติการพิจารณา บทบัญญัติมาตรา 35/3 โดยมีหลักเกณฑ์การถอดถอนนิติบุคคลคอนโดหรือผู้จัดการคอนโดตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

  • ข้อแรก ตามมาตรา 35/3 (5)
  • ข้อที่ 2 ตามมาตรา 35/3 (6)

          โดยมีมติร่วมให้ถอดถอนจากเจ้าของร่วมในที่ประชุมโดยสรุปดังนี้ว่าการที่ผู้จัดการนิติบุคคลจะพ้นจากตำแหน่งได้นั้นต้องพิจารณาเป็นกรณีไปและต้องเข้าตามเงื่อนไขข้อ 1 หรือเงื่อนไขข้อ 2 แล้วแต่กรณีซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมย์ในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดทั้งนี้เป็นไปเพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการอาคารค่ะ จะเห็นได้ว่า ตัวบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นไม่ได้นิ่งดูดายทอดทิ้งลูกบ้าน ดังนั้น เมื่อมีความจำเป็นต้องทำเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโด

สิ่งแรกที่ลูกบ้านควรให้ความสำคัญนั่นก็คือควรหันมาศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการถอดถอนนิติบุคคล ผู้จัดการคอนโดหรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น เราสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางคร่าว ๆ ได้ค่ะ มาถึงการดำเนินเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโด ในส่วนของความรู้เรื่องกฎหมายสามารถโทรสอบถามล่วงหน้าก่อนดำเนินการกับทางหน่วยงานที่คอยให้ความช่วยเหลือทางด้านนี้โดยตรงได้เลยค่ะ และเมื่อเรารู้และเข้าใจดีแล้วก็สามารถดำเนินเรื่องในขั้นตอนถัดไปได้ค่ะ เพราะการรู้กฎหมายนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ทำให้รู้ว่ามีบทบัญญัติตรงข้อไหนกันบ้างที่สามารถฟ้องร้องเอาผิดนิติบุคคลที่กระทำผิดจนสามารถนำมาสู่การฟ้องร้องถอดถอนนิติบุคคลคอนโดได้ค่ะ

          ลำดับถัดมาก่อนดำเนินเรื่องฟ้องร้องถอดถอนนิติบุคคลคอนโด เมื่อเรารู้ข้อกฎหมายแล้ว สิ่งที่ควรทำนั่นก็คือการลองเข้าไปเจรจากับทางนิติบุคคลดูก่อนค่ะว่าจะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวตามที่ร้องขอได้หรือไม่? ในกรณีที่ทางคณะกรรมการนิติบุคคลเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามก็สามารถรวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่มีแล้วนำไปยื่นให้กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้เลยค่ะ หลังจากนั้นก็จะเป็นไปตามขั้นตามทางกฎหมายที่จะดำเนินเรื่องเอาผิดกับคณะกรรมการชุดนั้นเป็นวาระไปจนกว่าจะถอดถอนออกได้ทั้งชุดทั้งที่ยังไม่ครบกำหนดตามวาระได้ค่ะ

. . . . . . . . . .

ข่าวกรณีตัวอย่างการถอดถอนนิติบุคคลของลูกบ้านที่ประสบความสำเร็จ

          มาถึงกรณีศึกษาเกี่ยวกับการถอดถอนนิติบุคคลว่ามีเหตุและปัจจัยอะไรถึงต้องทำเรื่องถอดถอน กรณีศึกษาแรกเป็นอีก 1 เคสที่น่าสนใจเกี่ยวกับการถอดถอนนิติบุคคลคอนโดหรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องค่ะ

“ทวงสิทธิ์คอนโดหรูกลางกรุง” เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2547 โดยสำนักข่าว Manager Online

          โครงการนี้มีชื่อว่า โครงการอาคารชุดวอเตอร์ฟอร์ดพาร์คพระราม 4 ตั้งอยู่ตรงบริเวณสุขุมวิท 46 โดยมีตัวแทนที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนลูกบ้านที่พบเจอความเดือดร้อนเหมือน ๆ กันนั่นก็คือ รองศาสตรจารย์ ดร.สุกรี รอดโพธิ์ทอง ตำแหน่ง ณ ช่วงเวลานั้นพร้อมลูกบ้านผู้เดือดร้อนจากการถูกปล่อยปละละเลยโดยไม่ได้รับการเหลียวแลจากคณะนิติบุคคล

          ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เมื่อคณะนิติบุคคลได้บริหารอาคารชุดจนครบตามระยะเวลาที่กำหนดไว้กระทั่งถึงเวลาส่งมอบคืนให้กับตัวแทนร่วมนั่นก็คือบรรดาลูกบ้านให้มาบริหารต่อกันเอง ทว่า ผ่านมาหลายปีภายหลังสิ้นสุดการบริหารอาคารของนิติบุคคลชุดเก่ากลับพบว่ายังไม่มีการส่งมอบมาให้คณะเจ้าของร่วมได้ดูแลกันเอาเองแต่อย่างใด นอกจากไม่ทำตามสัญญาแล้วยังปิดประตูทางออกสู่ถนนสุขุมวิท 46 ทั้งที่ในสัญญาได้ระบุเอาไว้ว่ามีทางเข้าออก 2 เส้นทางนั่นคือทางเข้าด้านหน้าและทางออกด้านหลังคือถนนสุขุมวิทที่ถูกปิดไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความลำบากในการเข้าออกแก่ลูกบ้านอยู่พอสมควร

          ดังนั้นทางรองศาสตราจารย์ ดร.วาสุกรี พร้อมด้วยคุณนครที่เป็นลูกบ้านที่เดือดร้อนรวมตัวกันทำเรื่องปลดนิติบุคคลที่มีท่าทีทำเรื่องไม่โปร่งใสซึ่งก็สามารถปลดคณะกรรมการนิติบุคคลคอนโด ถอดถอนนิติบุคคลคอนโด ได้สำเร็จโดยใช้วิธีการรวบรวมสมาชิกให้ได้ 25% และต้องมีการจัดประชุมในช่วงของการประชุมให้ได้เสียงของสมาชิกอย่างน้อย 1 ใน 3 กระทั่งเมื่อ 1 ใน 3 ต่างพากันลงมติร่วมกันว่า คณะกรรมการชุดนี้ทำงานอย่างไม่โปร่งใสซึ่งในท้ายที่สุดแล้วสามารถทำเรื่องถอดถอนนิติบุคคลคอนโดได้ค่ะโดยที่ลูกบ้านต้องหมั่นเข้าประชุมให้ครบตามวาระจึงจะสำเร็จซึ่งโดยปกติแล้วลูกบ้านต้องเข้าประชุมให้ครบ 50% นั่นเอง

. . . . . . . . . .

          การถอดถอนนิติบุคคลคอนโด กับอีก 1 เรื่องราวน่ารู้ที่ไม่ควรมองข้ามโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยคอนโดอยู่ทั้งในฐานะคนอาศัยและผู้เช่า เมื่อโดนนิติบุคคลและคณะทำงานเอารัดเอาเปรียบ เราก็สามารถเอาผิดการทำงานอันแสนไม่โปร่งใสนั้นได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปเพราะการถอดถอนนิติบุคคลคอนโดนั้น สมาชิกที่อาศัยคอนโดร่วมกันสามารถรวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริงนำไปยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นปล่อยเป็นหน้าที่ของตัวบทกฎหมายค่ะ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ควรได้รับจากการเซ็นสัญญาอาศัยอยู่ร่วมกันนั่นเอง สำหรับในครั้งหน้าเราจะนำสาระน่ารู้เรื่องที่อยู่อาศัยอะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตาม ได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราทาง CondoNewb ได้เลย