logo

          หากพูดถึงปัญหาอาคารชุดหรือคอนโดในปัจจุบัน เราสามารถมองได้ทั้งในฝั่งของผู้อาศัยและฝั่งของผู้ให้เช่า ซึ่งคอนโดมิเนียม ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่งที่มีการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน ผู้คนอยู่อาศัยต่างคนต่างที่มาแถมพื้นฐานการใช้ชีวิตก็แตกต่างกัน เมื่อมาอยู่รวมกันมาก ๆ แน่นอนว่าอาจเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ ซึ่งปัญหาที่ว่านี้สามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดใหม่หรือคอนโดมือสอง ก็ต้องประสบปัญหาจุกจิกกวนใจด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นคนที่กำลังมีแผนว่าจะซื้อหรือเช่าคอนโดอยู่อาศัย ควรจะศึกษาถึงปัญหาคอนโดเบื้องต้น หรือแม้แต่ผู้ปล่อยเช่าคอนโดเองอาจจะต้องเตรียมรับมือกับปัญหาของผู้เช่าในอนาคตไว้ด้วยเช่นกัน หากเกิดปัญหาขึ้นจะร้องเรียนปัญหาคอนโดนั้นกับใคร มาดูกันว่าปัญหาคอนโดที่คุณอาจจะต้องเจอกับแนวทางการรับมือของทั้งของผู้อยู่และผู้ให้เช่ามีอะไรกันบ้าง

. . . . . . . . . .

 

อยู่หรือเช่าคอนโดอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

อยู่หรือเช่าคอนโดอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

          สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดอาจมีเรื่องของการใช้พื้นที่บางจุดร่วมกัน ด้วยพื้นฐานนิสัย การใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน จึงไม่แปลกหากจะเกิดปัญหาของผู้อาศัยคอนโดเกิดขึ้น มาดูกันว่าปัญหาคอนโดที่คุณจะต้องเจอมีอะไร และจะต้องเตรียมตั้งรับสถานการณ์และแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร

 

ปัญหาคอนโดกับที่จอดรถไม่เพียงพอ 

           ที่จอดรถไม่พออีกหนึ่งปัญหาคอนโดที่คุณจะต้องเจอ ปฏิเสธไม่ว่าปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการเลือกซื้อคอนโดไม่ว่าจะเป็นคอนโดมือหนึ่งหรือมือสอง นั่นก็คือที่จอดรถ โดยเฉพาะคอนโดใหม่ด้วยแล้วมักจะมีปัญหาที่จอดรถไม่พอ เพราะบางโครงการเน้นพื้นที่ของห้องพักมากกว่า และการพัฒนาส่วนใหญ่จะอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า ทำให้จำนวนที่จอดรถมีไม่เพียงพอ ปัญหาการแย่งที่จอดรถของผู้อาศัยจึงมีตามมา ซึ่งโดยมาตรฐานแล้วตามกฎหมาย จำนวนที่จอดรถต่อพื้นที่ตารางเมตรต้องมีอย่างน้อย 1:120 ดังนั้นก่อนการตัดสินใจเลือกคอนโด หากเรามีรถยนต์ด้วยแล้วก็ควรตรวจเช็คจำนวนที่จอดรถของคอนโดก่อนว่ามีเหมาะสมกับจำนวนห้องหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้

 

ปัญหาคอนโดกับน้ำรั่วน้ำซึม 

          น้ำรั่วซึมปัญหาคอนโดปัญหาใหญ่ที่เกือบทุกคนจะต้องเจอ ไม่ว่าจะเกิดจากการรั่วซึมจากภายนอกเมื่อเกิดฝนตกหรืออาจจะเกิดจากการรั่วซึมภายในระบบ ปัญหารั่วซึมจากงานระบบส่วนใหญ่มักพบในคอนโดเก่า อายุของอาคารค่อนข้างมากแล้ว วัสดุเริ่มมีการเสื่อมสภาพ ข้อต่อตามจุดต่างๆเริ่มชำรุดเสียหาย ทำให้เกิดการรั่่วซึมของน้ำได้ ส่วนคอนโดใหม่มักเป็นการรั่วซึมจากภายนอกเวลาฝนตกอาจมีน้ำซึมเข้ามาตามรอยต่อของตัวอาคาร หากคุณประสบกับปัญหาในข้อนี้วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น ให้ติดต่อนิติบุคคลให้ทราบเสียก่อน เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อช่างเข้ามาดูสาเหตุที่แท้จริงเพื่อแก้ไขปัญหาในลำดับต่อไปนั่นเอง

 

ปัญหาคอนโดกับการติด ๆ ดับ ๆ ของสัญญาณโทรศัพท์

           อีกหนึ่งปัญหาคอนโดที่หลายคนอาจจะเคยเจอ ต้องบอกว่าในบางจุดของอาคารอาจจะมีปัญหาเรื่องของสัญญาณโทรศัพท์ที่เข้าไปไม่ถึง เนื่องจากทางโครงการอาจจะไม่ได้ติดตั้งตัวขยายสัญญาณมาให้ บางครั้งส่งผลให้ห้องพักที่อยู่ในชั้นสูง ๆ เกิดจุดอับสัญญาณได้ จนทำให้ไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์แม้แต่การโทรเข้าโทรออกได้ ถ้าหากคุณเจอปัญหาดังกล่าวแนะนำให้แจ้งกับทางนิติบุคคล ในการช่วยติดต่อไปค่ายสัญญาณโทรศัพท์เพื่อเข้ามาติดตั้งเครื่องขยายสัญญาณใสจุดที่เราเจอปัญหา ซึ่งแน่นอนว่าในการติดตั้งอาจจะมีค่าใช้จ่าย ก็ต้องมีการพูดคุยกับทางนิติบุคคลอีกครั้งว่าจะเป็นไปในลักษณะไหน ขึ้นอยู่กับว่าการติดตั้งนั้นเป็นพื้นที่ส่วนกลางหรือส่วนบุคคลอีกที

 

ปัญหาคอนโดกับการทำงานของลิฟต์โดยสาร

          ลิฟต์ทำงานช้า ลิฟต์ไม่เพียงพอกับการใช้งาน เป็นอีกหนึ่งปัญหาคอนโดที่มักจะเกิดตั้งแต่การเลือกซื้อโครงการ ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณกำลังอยู่ในขั้นตอนการเลือกสรรคอนโดที่ถูกใจ ยิ่งคอนโดที่มีจำนวนห้องมากๆ คนอาศัยอยู่หลายๆคน ต้องพิจารณาสัดส่วนจำนวนลิฟต์ให้เหมาะสมกับจำนวนผู้อยู่อาศัย โดยทั่วไปแล้วอัตราส่วนที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 1 : 100 ความหมายคือ ลิฟต์ 1 ตัวต่อจำนวน 100 ห้องนั่นเอง

 

ปัญหาคอนโดกับเพื่อนบ้านไม่น่ารัก

          ปัญหาคอนโดที่น่าปวดหัวอีกข้อหนึ่ง สำหรับคอนโดที่มีปริมาณผู้พักอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก อาจเจอปัญหาเพื่อนบ้านไม่น่ารัก ซึ่งเพื่อนบ้านไม่น่ารักในที่นี้ก็คือ การได้รับการรบกวนจากห้องข้างๆหรือใกล้เคียง ทั้งการส่งเสียงดัง โหวงเหวกโวยวายในเวลากลางดึก กวาดขยะออกมาบริเวณทางเดิน ไม่เก็บรองเท้าให้เป็นที่เป็นทางอะไรแบบนี้ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมนี้ในระยะยาวอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นได้ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือส่งเรื่องให้ทางนิติบุคคลซึ่งเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยหรือบอกกล่าวให้เพื่อนบ้านเหล่านั้นปรับปรุงและการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เรียบร้อย

 

ปัญหาคอนโดกับกลิ่นบุหรี่

          มาถึงปัญหาคอนโดในเชิงของสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจของคนอยู่คอนโดกันบ้าง เราอาจเลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอผู้ร่วมอยู่คอนโดที่อาจมีนิสัยชอบสูบบุหรี่ จนบางครั้งกลิ่นบุหรี่นั้นอาจลอยขึ้นมาตามท่อระบายน้ำ หรือช่องลมแล้วเข้าสู่ห้องของเราหรือห้องคนอื่นๆ ได้ นอกจากจะเป็นกลิ่นที่สร้างความรำคาญกับคนที่ไม่สูบบุหรี่แล้วยังส่งผลต่อสุขภาพที่แย่ลงได้ เพื่อลดการกระทบกระทั่งในการอยู่ร่วมกัน ควรแจ้งให้นิติบุคคลเป็นผู้จัดการและควบคุม ตักเตือนผู้ที่สูบบุหรี่ หรือจัดสถานที่สำหรับสูบบุหรี่ที่ไม่ไปรบกวนการอยู่อาศัยของลูกบ้านคนอื่นๆ

 

ปัญหาคอนโดกับหนี้ค่าส่วนกลาง 

           การค้างค่าส่วนกลาง เป็นปัญหาคอนโดที่ผู้อยู่อาศัยไม่ควรละเลย เพราะค่าส่วนกลางเป็นสิ่งที่ใช้สำหรับจ่ายให้กับการดูแล บำรุงรักษาทรัพย์สินส่วนกลางของคอนโดมิเนียม ทั้งการจ้างแม่บ้าน จ้างผู้รักษาความปลอดภัยต่างๆ หากผู้อยู่อาศัยมีการค้างชำระค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ก็จะมีผลต่อการขายคอนโดมิเนียมในอนาคตได้

 

ปัญหาคอนโดกับนิติบุคคลไร้ประสิทธิภาพ

          ข้อนี้เป็นปัญหาคอนโดที่ผู้อยู่อาศัยจะต้องจะใส่ใจในการพิจารณาก่อนเลือกซื้อหรือเช่าคอนโดเป็นอย่างมาก เพราะนิติบุคคลก็เปรียบเหมือนหน้าตาของโครงการานั้นๆ โครงการที่มีนิติบุคคลมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน และจัดการโครงการให้ดูใหม่ สะอาดและน่าอยู่อาศัยอยู่เสมอ ส่วนโครงการที่มีนิติบุคคลฯ บริหารไม่ดี ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ใส่ใจโครงการนั้นก็จะดูเสื่อมสภาพเร็ว มูลค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นอยากอยู่คอนโดที่มีแต่เพิ่มมูลค่าก็ต้องใส่ใจพิจารณานิติบุคคลของโครงการนั้นอย่างถี่ถ้วน

 

         สำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดก็พอจะทราบปัญหาและแนวทางแก้ไขเบื้องต้น เมื่อตัดสินใจจะซื้อหรือเช่าคอนโดกันไปแล้ว แต่หากเกิดปัญหาอันไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ให้เช่าหรือนิติบุคคลก็สามารถร้องเรียนปัญหาคอนโดเหล่านี้ได้กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคได้ ด้านปัญหาคอนโดในฝั่งของนักลงทุนห้องเช่าหรือผู้ให้เช่าที่มักประสบก็มีไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งในการปล่อยให้เช่าคอนโดนั้น ส่วนใหญ่ผู้ให้เช่ามักจะมีข้อกำหนดและทำสัญญาเช่าไว้เป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกัน เพื่อป้องกันปัญหาหรือกรณีพิพาทระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่าที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาในอนาคตได้ อย่างเช่น

ปัญหาการปล่อยเช่าคอนโดที่ผู้ให้เช่าควรรู้

ปัญหาการปล่อยเช่าคอนโดที่ผู้ให้เช่าควรรู้

ปัญหาคอนโดเมื่อโดนเบี้ยวค่าเช่า

          เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาถูกชักดาบค่าเช่า ก่อนให้เช่าควรตรวจสอบผู้เช่าให้ดีว่าสามารถดูแลคอนโดของเราได้หรือไม่ และไม่มีปัญหาการจ่ายเงินค่าเช่า โดยการซักถามประวัติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นพิจารณาและตัดสินใจว่าจะให้เช่าดีหรือไม่ เช่น ทำงานอะไร รายได้เท่าไร พร้อมจ่ายค่ามัดจำ 1 เดือน และค่าเช่าล่วงหน้าได้หรือไม่ อยู่กี่คน มีสัตว์เลี้ยงหรือไม่ หากสามารถหาข้อมูลจากนายจ้างหรือเจ้าของห้องเช่าคนเก่าได้ยิ่งเป็นประโยชน์กับผู้เช่ามากเท่านั้น

 

ปัญหาคอนโดเมื่อผู้เช่าทำห้องเสียหาย

          หากไม่อยากให้คอนโดจากสุดสวยกลายเป็นเละเทะ สิ่งที่ต้องทำคือ ถ่ายรูปห้องทุกมุมก่อนให้เช่าไว้เป็นหลักฐานว่ามีสภาพเปลี่ยนไปหรือไม่ หากผู้เช่าทำห้องพักเกิดความเสียหาย เช่นมีการต่อเติมทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำนอกเหนือในสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าสามารถยกเลิกสัญญาได้ เพราะถือว่าทำผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 553 ระบุว่า ผู้เช่าจำต้องสงวนทรัพย์สินที่เช่านั้นเสมอกับที่วิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง และต้องบำรุงรักษาทั้งทำการซ่อมแซมเล็กน้อยด้วย

 

ปัญหาคอนโดกับการเข้าตรวจห้องพัก

           ก่อนให้เช่าผู้ให้เช่าควรระบุในสัญญาเช่าให้ชัดเจนว่า ผู้ให้เช่าหรือตัวแทนของผู้ให้เช่า จะเข้าตรวจดูทรัพย์สินที่เช่าเป็นครั้งคราว ในเวลาและระยะอันสมควร แต่ถ้าในสัญญาเช่าไม่ได้ระบุไว้ ผู้ให้เช่าก็สามารถตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน แต่ในกรณีที่จะเข้าตรวจสอบนั้น ต้องเป็นเวลาที่เหมาะสม เช่น ในเวลากลางวัน ไม่ตรวจสอบในยามวิกาล และสิ่งสำคัญที่สุด หากผู้ให้เช่าจะเข้าไปตรวจสอบห้องพักครั้งใด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาว่ากลายเป็น 'ผู้บุกรุก' ตามที่ผู้ให้เช่าหลายคนมักเข้าใจผิดว่าตนเป็นเจ้าของทรัพย์สิน จะสามารถทำอะไรก็ได้กับที่พักของตนในขณะที่มีคนเช่าอยู่โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า หรือไม่ได้รับคำยินยอมจากผู้เช่านั้น อาจเข้าข่ายเป็นการบุกรุกได้ ดังนั้นผู้ให้เช่าควรทำการแจ้งวัน เวลาและวัตถุประสงค์ที่จะเข้าไปตรวจกับผู้เช่าให้ชัดเจน

 

ปัญหาคอนโดกับการยกเลิกสัญญาเช่า

          การเลิกสัญญาเช่า ต้องรอให้ผู้เช่าผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสำคัญ โดยข้อสัญญาไหนเป็นสาระสำคัญในสัญญาเช่า จะระบุข้อความนั้นไว้ด้วยตัวอักษรสีแดง หรือตัวดำหนา หรือตัวเอน ที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป และก่อนที่ผู้ให้เช่าจะเลิกสัญญา ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้เช่าปฏิบัติตามสัญญาภายในกำหนด 30 วันก่อน หากผู้เช่าละเลยไม่ปฏิบัติตาม ผู้ให้เช่าจึงจะบอกเลิกสัญญาได้ กับกรณีที่เกิดที่ขอนแก่นนั้น สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ และต้องสืบสวนหาความจริงต่อไป ถ้าผู้เช่าให้เหตุผลว่าไม่ได้ทำก็ต้องโต้แย้งว่ากันในชั้นศาลต่อไป

 

ปัญหาคอนโดกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

ปัญหาคอนโดกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

           ในกรณีที่ผู้บริโภคที่มีความจำเป็นต้องเช่าหอพัก อาคารชุดหรือคอนโด ทาวน์เฮาส์ แมนชั่น อพาร์ทเม้นต์ต่างๆ ที่อาจจะเคยพบกับปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างเช่น ถูกผู้ให้เช่าบังคับให้ต้องเช่าไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือน หากย้ายก่อนกำหนดจะไม่คืนเงินประกัน หรือทำสัญญาห้องชุดโดยวางเงินประกันแต่เมื่อขอย้ายออกก่อนครบสัญญาเช่าผู้ให้เช่าไม่คืนเงินประกัน หักค่ามัดจำมากเกินความจำเป็น เช่น คิดค่าพัดลมเพดานสกปรก 200 บาท เพดานสกปรกคิด 100 บาท ผนังเป็นรอย 300 บาท ซึ่งความจริงแล้วควรหักรวมกันไม่เกิน 500 บาท

          หรือในกรณีอาคารเช่าเปลี่ยนกรรมสิทธิ์เจ้าของใหม่แต่เจ้าของรายเดิมไม่คืนเงินประกัน นอกจากนี้ยังหักประกันในลักษณะที่ไม่เหมาะสม เช่น ผู้เช่าได้ทาสีห้องทั้งที่ยังอยู่ในสัญญาเช่าแล้วหักเงินมัดจำจากผู้เช่า หรือคิดค่าเสียหายที่เกินราคาจริงของสินค้า ปัญหาเหล่านี้ผู้บริโภคทราบหรือไม่ว่าคุณมีสิทธิอะไรและควรใช้สิทธิอะไรบ้าง?

        ในสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน ผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีหน้าที่จะต้องกระทำต่อกัน เช่นผู้เช่าจะต้องจ่ายค่าเช่า ส่วนผู้ให้เช่าก็ต้องให้สิทธิในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่ระบุในสัญญาเช่าฯ ลักษณะของสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นตามกฎหมายกำหนดให้ดำเนินการดังนี้  

  •  ทำหลักฐานเป็นหนังสือสัญญาเช่าให้ชัดเจน 
  •  ต้องมีข้อความที่ระบุว่าใครเช่าอะไรจากใคร ทรัพย์ที่เช่าคืออะไรเป็น บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารชุด อาคารพาณิชย์ หอพัก แมนชั่น อพาร์ทเม้นต์ หรือที่ดิน เป็นต้น
  •  มีระยะเวลายาวนานเท่าไร เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อใดและสิ้นสุดลงเมื่อไร
  •  ค่าเช่ามีจำนวนกี่บาท  
  •  กำหนดชำระค่าเช่าเป็นอย่างไรต่อเดือนหรือต่อปี
  • ต้องมีการลงนามระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า รวมไปถึงเงื่อนไขอื่นๆ ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า เช่น การต่อสัญญาเช่า การยกเลิกสัญญาเช่า การปรับราคาเช่า รวมถึงการดำเนินการกรณีผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าเป็นต้น โดยรูปแบบของสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นกฎหมายกำหนดว่าต้องทำหนังสือ มิฉะนั้นแล้วจะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้

          ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่ผู้บริโภค “ไม่รู้” จนทำให้เกิดการละเมิดสิทธิจากผู้ประกอบการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ขึ้นมา อาทิ กรณีของการทำสัญญากันระหว่างผู้เช่ากับผู้เช่าต้องอาศัยก่อน 3-4 เดือนจึงได้รับคืนเงินประกัน กรณีที่ย้ายออก หากย้ายออกก่อนระยะเวลาที่ตกลงไว้ผู้ให้เช่าก็จะยึดเงินประกัน กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้บริโภค เพราะบางรายต้องย้ายสถานที่ทำงานซึ่งไกลจากที่พักหรือไม่อาจทนต่อสภาพแวดล้อม แต่ผู้บริโภคต้องจำใจเช่าอยู่ต่อให้ครบตามกำหนด มิเช่นนั้นจะไม่ได้เงินประกันคืน โดยเงินประกันเฉลี่ยต่อรายละ 3,000-7,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ผู้บริโภคยังไม่รู้กฎหมายในการคุ้มครองผู้เช่า จึงมีหลายรายไม่ได้ร้องเรียนเพียงแต่เข้าใจว่าได้ทำสัญญากับผู้ให้เช่าแล้วจึงต้องยอมทนอยู่เพื่อได้เงินประกันคืน

          ในเรื่องดังกล่าวได้มีคำสั่งของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาประกาศให้ธุรกิจการให้เช่าฯ ที่เรียกเงินประกันเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานรับเงิน พ.ศ. 2549 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 โดยบังคับผู้ให้เช่าต้องคืนเงินประกันไม่ว่ากรณีใดยกเว้น หักค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ซึ่งจะช่วยคุ้มครองไม่ให้ผู้เช่าต้องเสียเปรียบ การทำสัญญาโดยเฉพาะการรับเงินประกันคืน หากผู้บริโภครายใดที่เดือดร้อนกรณีผู้ประกอบธุรกิจไม่คืนเงินร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ได้ ปัญหาคอนโดจะไม่เกิดขึ้น หากผู้อยู่อาศัยเข้าใจถึงการอยู่ร่วมกับคนอื่น มีความเห็นอกเห็นใจกัน เพราะการอยู่อาศัยในคอนโดก็เหมือนสังคมหนึ่งที่ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ มีการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน ไม่ว่าการเข้ามาอยู่ในสังคมนั้นจะอยู่ในฐานะของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าก็ตาม การอยู่ภายใต้กฎระเบียบของสังคม ไม่สร้างความเดือนร้อนแก่ผู้อื่น ไม่เอาเปรียบกัน เห็นอกเห็นใจกัน แค่นี้ก็จะไม่มีการร้องเรียนปัญหาคอนโดอีกต่อไป นอกจากเรื่องราวของการปล่อยเช่าคอนโดแล้ว เรายังมีบบทความเกี่ยวกับการลงทุนอสังหามากมายคอยอัพเดทให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามกันทุกวัน แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ