logo

           ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์อสังหาฯ ปี 64 เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก โดยเริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2563 เรื่อยมาจนถึงปี 2564 เพราะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นที่เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมไปมากพอสมควร ซึ่งนั่นก็คือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั่นเอง และแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจเท่าไหร่นัก ซึ่งนั่นก็ทำให้แนวโน้มของวงการอสังหาฯ 2564 โดนผลกระทบโดยตรง ทั้งในแง่ของการลงทุนอสังหาฯ และการอยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่เป็นอาคารชุด เป็นสถานที่ที่คนหลายร้อยคนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และมีพื้นที่ที่ต้องใช้งานร่วมกันด้วย 

         ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องเทรนด์อสังหาฯ ปี 64 กัน เพราะนิวบ์เชื่อว่าแม้จะมีสัญญาณที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องของวัคซีน และการใช้ชีวิตของผู้คนที่เริ่มจะปรับตัวได้ แต่แนวโน้มอสังหาฯ 2564 ยังมีความน่าสนใจมากมายในหลากหลายมิติให้เราได้ติดตาม และวิเคราะห์กันต่อแน่นอน ซึ่งจะมีปัจจัยจากส่วนไหนที่จะกระทบต่อการซื้ออสังหาฯ เพื่อลงทุน และอยู่เองบ้างนั้น เพื่อน ๆ สามารถหาคำตอบได้ที่บทความนี้เลยค่ะ

. . . . . . . . . .

ย้อนมองตลาดอสังหาฯ 63 ปรับตัวให้ถูกรับเทรนด์อสังหาฯ ปี 64

มองตลาดอสังหาฯ 63

          ก่อนจะไปดูว่าเทรนด์อสังหาฯ 64 จะเป็นเช่นไร สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการมองย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา เพราะทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำแนวโน้มอสังหาฯ 2564 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทั้งในแง่ของการอยู่อาศัย และการลงทุน เรียกได้ว่าเป็นปีที่ทุกคนต้องปรับตัวกันยกใหญ่ ทั้ง Developer นักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนไทย นายหน้า ไปจนถึงผู้อยู่อาศัยเลยทีเดียว 

1. COVID-19 พลิกโฉมการขายอสังหาฯ

          เพื่อนๆ ทราบไหมว่าในช่วงปกตินั้น เมื่อมีการเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ ในช่วงเดือนแรก โดยเฉลี่ยแล้วจะมียอดพรีเซล สูงถึง 40-50% เลยทีเดียว แต่หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 เกิดขึ้น และแพร่กระจายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จึงทำให้รัฐบาลต้องออกคำสั่งให้ Lock Down ประเทศ จำกัดการเดินทาง และการพบปะกันระหว่างผู้คน ซึ่งนั่นเองทำให้เทรนด์อสังหาฯ ปี 64 กระทบไปด้วย เพราะการจะเลือกซื้อบ้านและคอนโดนั้น ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหรือซื้อเพื่ออยู่เอง เราต้องเดินทางไปดูทำเล และวัสดุ รวมถึงห้องตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งหลังจากมีคำสั่ง Lock Down ก็ทำให้การขายเป็นไปได้ยาก เพราะไม่สามารถเปิด Sales Gallery ให้เข้าเยี่ยมชมได้ หรือถ้าจะเปิดก็ต้องกำจัดผู้เข้าชม และอาจจะต้องมีการนัดวัน-เวลาเข้าชมห้อง/บ้านตัวอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด 

          นอกจากนี้อย่าลืมว่าคนที่ซื้ออสังหาฯในประเทศไทยนั้นไม่ได้มีแค่ผู้อยู่อาศัยเอง หรือนักลงทุนคนไทย แต่ยังมีนักลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศจีน ประเทศที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 และจำกัดการเข้า-ออกประเทศก่อนใครเพื่อน จากการปิดประเทศที่จำกัดการเข้า-ออกของนักลงทุนต่างชาติ และการจำกัดการเดินทางของคนในประเทศ สองเหตุผลนี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงเรื่องยอดขายพรีเซลอสังหาฯของปี 2563 ในช่วง 1 เดือนแรกหลังเปิดตัวเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 20% เท่านั้น เรียกได้ว่าตกฮวบจนน่าตกใจเลยทีเดียว ซึ่งด้วยเหตุนี้เองทำให้เทรนด์อสังหาฯ ปี 64 ในแง่ของการขายก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

2. ราคาต้องมาก่อน เพื่อดึงกำลังซื้อจากตลาด Local

          ต้องขอบอกเลยว่าหลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 เหล่า Developer ก็ปรับตัวกันได้เร็วมาก ทั้งใช้เทคโนโลยีเข้ามาอุดช่องว่างในเรื่องของการเข้าชมห้องตัวอย่าง เป็นการให้พนักงานขาย พอชมห้องผ่านการไลฟ์สด หรือจัดอีเวนท์เปิดตัวโครงการแบบออนไลน์ รวมถึงการจองคอนโดมิเนียมออนไลน์ พร้อมโปรโมชันเด็ด ๆ แต่อีกสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือ โปรโมชันที่ Developer งัดมาเรียกกำลังซื้อในช่วงที่กำลังซื้อในตลาดเริ่มฝืดเคืองก็คือเรื่องของ “ราคา” นั่นก็เป็นเพราะว่าเศรษฐกิจในช่วง COVID-19 นั้นได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งเมื่อรายได้กระทบ เป็นธรรมดาที่ทุกครั้งที่จะต้องจ่ายอะไรไป เรื่องของ “ราคา” จะมาเป็นอันดับ 1 และเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักในการตัดสินใจจะซื้อคอนโดมิเนียม 

          ดังนั้นนอกเหนือจากเรื่องของโปรโมชันแล้ว ในปี 2563 ทาง Developer ก็ชะลอการเปิดตัวคอนโดมิเนียมไปมากพอสมควรตามกำลังซื้อของตลาด ซึ่งมีการชะลอการเปิดตัวลดลงถึง 58% จากช่วงเดียวกันในปี 2562 นอกจากชะลอการเปิดตัวแล้ว ยังมีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย มาที่คอนโดมิเนียมระดับราคาจับต้องได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ตามช่วงนอกเมือง ที่แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า แต่ก็ยังสามารถเดินทางต่อจากตัวโครงการไปยังสถานีรถไฟฟ้าได้ ซึ่งบางโครงการก็ได้รับกระแสตอบรับดี Sold Out ตั้งแต่วันพรีเซลเลยก็มี ซึ่งจุดนี้เองเป็นข้อพิสูจน์ว่ากำลังซื้อยังมีในกลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่เอง ในราคาที่จับต้องได้ สมเหตุสมผล ไม่ต้องมีทำเลที่อยู่ใกล้เมืองหรือใกล้รถไฟฟ้า แต่การเดินทางยังสะดวกสบายอยู่

เทรนด์อสังหาฯ ปี 64 ในแง่การลงทุน

เทรนด์อสังหาฯ ปี 64 ในแง่การลงทุน

คอนโดราคาจับต้องได้ยังมาต่อเนื่อง อยากลงทุนต้องเห็นกลุ่มลูกค้าชัดเจน

          อย่างที่เราได้บอกไปแล้วว่าเมื่อปี 2563 เหล่า Developer มีการชะลอการเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ๆ ทาง Nexus มองว่าโครงการที่ชะลอไปเมื่อปีที่แล้ว จะกลับมาระบาย และดำเนินการต่อในช่วงปี 2564 นี้ เพราะแน่นอนว่ายังไงเศรษฐกิจก็ยังต้องดำเนินต่อไป แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ที่เทรนด์อสังหาฯ ปี 64 ผู้บริโภคยังมี Price Conscious ดังนั้นเรื่องของราคาและโปรดักซ์อาจจะต้องอยู่ในระดับที่จับต้องได้อยู่ โดยคอนโดมิเนียมที่จะเปิดตัว อาจจะยังเป็นคอนโดมิเนียมราคาไม่แรงมาก อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก และวัสดุสมราคา ตัวโพรดักซ์ที่จะสามารถไปต่อได้ จะต้องให้ความรู้สึกว่าคุ้มค่ากับราคาที่ผู้บริโภคจ่ายไป 

           ดังนั้นหากเพื่อน ๆ ที่กำลังคิดจะลงทุนคอนโดมิเนียมในปี 2564 ในแง่ของการซื้อเพื่อ Capital Gain อาจจะต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าคอนโดมิเนียมที่เราจะซื้อเพื่อการลงทุนนั้น ตัวทำเลที่ตั้งในอนาคตจะมีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับคอนโดมิเนียมที่เราจะลงทุนมากน้อยแค่ไหน ลองหาข้อมูลตามสื่อต่าง ๆ หรือจะติดตามกับ CondoNewb ก็ได้นะ ดังนั้นสำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการจะลงทุนปล่อยเช่าคอนโดเพื่อ Capital Gain นั้น อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย เพราะคอนโดมิเนียมที่จะเปิดตัวในปีนี้นั้นเป็นคอนโดมิเนียมเพื่อการอยู่อาศัยเอง เรียกกำลังซื้อจากคนในพื้นที่ ดังนั้นแทนที่คนจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมรีเซล หลาย ๆ คนก็อาจจะเลือกซื้อคอนโดมือหนึ่งจาก Developer เองมากกว่า 

          อย่างที่เราได้บอกไปว่าเทรนด์อสังหาฯ ปี 64 และตัวโครงการที่จะเปิดตัวในปี 2564 นี้ ส่วนใหญ่อาจจะเป็นโครงการจะไม่ได้มีจุดเด่นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ที่เป็นจุดขาย หรือมีความสะดวกสบายในการเดินทางที่ใกล้รถไฟฟ้า เน้นเรียกกำลังซื้อจากคนอยู่จริงในพื้นที่ ดังนั้นถ้าคิดจะลงทุนคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่าในปี 2564 ต้องมั่นใจว่าคอนโดมิเนียมที่เราถืออยู่นั้นเป็นของแรร์ เป็นของดีจริง ๆ หรืออาจจะต้องมองหาคอนโดมิเนียมที่ใกล้กับแหล่งงาน สถานศึกษา ที่จะมีกลุ่มผู้เช่าหมุนเวียนตลอดทั้งปี หากศึกษาและดูกำลังการปล่อยเช่าอย่างถี่ถ้วนแล้วก็อาจจะยังพอมีโอกาสในช่วงนี้ค่ะ แต่ถ้าไม่มีตลาดที่ชัดเจนมากพอ การซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าในช่วงนี้อาจจะยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะเท่าไหร่นักค่ะ ถ้าสายป่านไม่ยาวพอที่จะถือคอนโดต่อไปจนกว่าจะกลับมาสู่สถานการณ์ปกติ 

เทรนด์อสังหาฯ ปี 64 ในแง่การอยู่อาศัย

เทรนด์อสังหาฯ ปี 64 ในแง่การอยู่อาศัย

           แน่นอนว่าเทรนด์อสังหาฯ ปี 64 ในแง่การอยู่อาศัยจะแตกต่างกับการเทรนด์การอยู่อาศัยในปี 2563 อย่างชัดเจนแน่นอน ด้วยวิกฤติของการแพร่ระบาดของ COVID-19 เลยทำให้วิถีชีวิตเดิม ๆ ในแบบที่เราเคยมีนั้นเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนอกจากผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดจะต้องปรับตัวในแง่ของการอยู่อาศัยแล้ว คอนโดมิเนียมที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2564 นี้ก็อาจจะมีเทรนด์ที่แตกต่างออกไปเช่นเดียวกัน เพื่อให้ตอบโจทย์กับการอยู่อาศัยในช่วงที่ COVID-19 ยังแพร่ระบาดทั่วโลก และดูเหมือนจะอยู่กับเราไปอีกนาน

1. พื้นที่ตระกูล Co ต้องกลบไป ความ Private กำลังมา

          ถ้าเรายังจำกันได้ ช่วง 1-2 ปีก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เราจะเห็นคำว่า “Co” ต่าง ๆ เยอะมากในการเปิดตัวคอนโดมิเนียมต่าง ๆ เพราะเชื่อว่าสังคมในปี 2019-2020 นั้น เป็นสังคมแห่งการปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งจะมีการแชร์พื้นที่ใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของคอนโดมิเนียมในบรรดาลูกบ้านด้วยกันเอง แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-9 ขึ้นมา ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเทรนด์อสังหาฯ ปี 64 “ความเป็นส่วนตัว” อาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยในการอยู่อาศัยที่ผู้ซื้อจะมองหาในคอนโดมิเนียม เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งไม่ใช่แค่เชื้อไวรัสโคโรนา แต่เป็นเชื้ออื่น ๆ ที่คนอาจจะเกิดความกังวลหลังจากเกิดการแพร่ระบาดในครั้งนี้ได้

2. คอนโดเอื้อผู้สูงอายุกำลังมาแรง

           ถ้าเพื่อน ๆ ได้ติดตามข่าวสาร ก็จะพบว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aged Society ในไม่ช้านี้ และนอกจากนั้นยังมีงานวิจัยว่าคนไทยครองตัวเป็นโสดมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้วิถีชีวิตในช่วงบั้นปลายนั้นเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ซึ่งที่อยู่อาศัยที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าจะตอบโจทย์คนไทยมากที่สุด คือคอนโดมิเนียมที่เหมาะกับผู้สูงอายุในทุกมิติ ซึ่งถูกมองว่าเทรนด์อสังหาฯ ปี 64 ที่จะมาแน่นอนในปี 2564 นี้ ซึ่งคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ จะต้องมีความละเอียดทั้งในแง่ของยูนิตอยู่อาศัยที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของคนสูงอายุ ไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลาง และบริการของโครงการที่จะส่งเสริมการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ รวมไปถึงบริการเกี่ยวกับสุขภาพที่ทางโครงการจะมีให้กับลูกบ้านด้วย ซึ่งตอนนี้โครงการที่เอื้อกับผู้สูงอายุที่มีครบเท่าที่นิวบ์เคยเห็นว่าก็คือโครงการ “SENA-AZU” จาก SENA DEVELOPMENT ที่นิวบ์เคยรีวิวไว้ สามารถไปลองอ่านกันได้ (โนสปอนเซอร์นะจ้ะ) 

         ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเทรนด์อสังหาฯ ปี 64 ที่ CondoNewb นำมาฝากเพื่อน ๆ กันในวันนี้ ซึ่งต้องขอบอกว่าสถานการณ์อาจจะไม่ได้ดีขึ้นได้รวดเร็วอย่างทันตา แม้ว่าจะมีปัจจัยดี ๆ ที่จะทำให้ตลาดอสังหาฯดีขึ้น อย่างมาตรการรัฐที่ช่วยเหลืออสังหาฯ และเรื่องของวัคซีน COVID-19 ที่กำลังจะมาถึง แต่เรื่องของการฟื้นตัวในแง่ของเศรษฐกิจและกำลังซื้ออาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวอย่างน้อย 3-4 ปี เลยทีเดียวกว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเก่า ดังนั้นก่อนที่จะลงทุนคอนโดมิเนียม และซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการอยู่อาศัย นิวบ์ก็อยากให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามสถานการณ์ และคอยอัพเดท เพื่อที่จะได้ปรับตัวได้ทัน และลงทุนอย่างรู้จุดว่าจะทำอย่างไรถึงจะอยู่รอดได้ในสถานการณ์เช่นนี้ นอกจากบทความนี้แล้ว เรายังมีบทความวิเคราะห์ธุรกิจปล่อยเช่าคอนโดปี 2564 ให้เพื่อน ๆ ได้ลองอ่านประกอบการตัดสินใจ และบทความวิเคราะห์ตลาดอสังหาฯอื่น ๆ อีกมากมายคอยอัพเดทให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามกันทุกวัน อย่าลืมมาอัพเดทข่าวอสังหาฯกับเราที่นี่นะคะ แล้วพบกันใหม่กับบทความดี ๆ แบบนี้ในครั้งหน้าค่ะ