logo

          บ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 ยังน่าซื้ออยู่หรือไม่ จะมีปัจจัยอะไรที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการตัดสินใจซื้อหรือเปล่า? ในบทความนี้เรามีคำตอบให้เพื่อน ๆ ชาวนิวบ์อย่างแน่นอน ต้องยอมรับว่าหลังจากที่เกิดสงครามราคาไปเมื่อช่วงกลางปี มาจนถึงปลายปี 2563 ทำให้เราเห็นแล้วว่ากลุ่มผู้ซื้อที่จะมีกำลังซื้ออสังหาฯมือหนึ่ง ในปี 2564 นั้นอยู่ในกลุ่มที่มองเรื่องราคาเป็นสำคัญอยู่ ซึ่งนั่นเองทำให้เหล่า Developer เลือกที่จะเปิดตัวโครงการในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นส่วนใหญ่ในปีนี้ทั้งในแนวสูงและแนวราบ ซึ่งที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้คือบ้านและคอนโดมิเนียมมือหนึ่งนั่นเอง 

         ดังนั้น นอกเหนือจากข้อดีของบ้านมือสอง หรือคอนโดมือสองในแง่ของราคา ทำเลที่เลือกเองได้ ได้เห็นสถานที่อยู่อาศัยจริงแล้ว แล้วบ้านมือสองปี 2564 หรือคอนโดมือสองปี 2564 จะน่าซื้ออยู่หรือไม่ มีแนวโน้มเป็นอย่างไร? ในวันที่บ้านและคอนโดมือหนึ่ง ลดระดับราคาลงมาสูสีกันขนาดนี้ ยังจะน่าซื้ออยู่ไหม หรือควรจะรอไปก่อนในปีนี้ 

. . . . . . . . . .

ปัจจัยบวกที่ทำให้บ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 น่าซื้อ

ปัจจัยบวกที่ทำให้บ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 น่าซื้อ

          สำหรับบ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 นั้นถือว่าเป็นโอกาสสำหรับคนมีเงินเย็น หรือคนพร้อมจะซื้อบ้านมือสอง คอนโดมือสองอย่างแท้จริง ซึ่งจะมีปัจจัยใดที่จะช่วยส่งเสริมให้การซื้อบ้านมือสอง คอนโดมือสอง ปี 2564 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ติดตามกันได้เลยค่ะ

1. บ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 ราคาตก เพราะคนผ่อนไม่ไหว

          ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ ส่งผลให้กำลังการซื้อ และกำลังในการผ่อนชำระหนี้น้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องจากหลาย ๆ คนถูกลดเงินเดือน บางคนถูกเลิกจ้าง ทำให้เกิดการว่างงานมากขึ้น โดยหากดูข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม แล้ว เพื่อน ๆ จะพบว่ามีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานมีจำนวนทั้งสิ้น 435,010 คน และถูกเลิกจ้างจำนวน 220,324 คนในเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขหนี้ครัวเรือนไตรมาส 2/63 ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 83.8% ต่อ GDP และนั่นเองอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวเลขของการปฏิเสธสินเชื่อในภาคกลางเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนอีกด้วย 

          หากมองตัวเลขนี้แล้ว เราอาจจะพอเดาได้ว่า จำนวนของบ้านมือสองปี 2564 และคอนโดมือสองปี 2564 นั้นจะต้องมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของจำนวนบ้านและคอนโดมือสองนี้เองทำให้ราคาบ้านมือสองปี 2564 และคอนโดมือสองปี 2564 มีราคาที่ถูกลงในบางทำเล ข้อมูลจาก TerraBkk พบว่าคอนโดมิเนียมมือสองย่านเอกมัย - พระราม 4 ราคาลดลง 100,000 – 120,000 บาทต่อตร.ม. และย่านรัชดาฯ-ห้วยขวาง ราคาลดลงเฉลี่ย 80,000 บาทต่อตร.ม. ในขณะที่ราคาบ้านเดี่ยวย่าน คลองหลวง-ปทุมธานี ราคาลดลงเหลือเฉลี่ยหลังละ 4.2 ล้านบาท, ย่านทุ่งครุ่-ราษฎร์บูรณะ ราคาลดลงเหลือเฉลี่ยหลังละ 3.9 ล้านบาท และราคาทาวน์โฮมย่านแจ้งวัฒนะ-ดอนเมือง ราคาลดลงเหลือเฉลี่ยหลังละ 2.98 ล้าน, ย่านราชพฤกษ์-นครอินทร์ ราคาลดลงเหลือเฉลี่ยหลังละ 1.8 ล้านบาท เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เอง ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดมือสองเพื่ออยู่อาศัย การซื้อบ้านมือสองในช่วงนี้อาจจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่มีเงินเย็น หรือพร้อมที่จะซื้ออยู่แล้วแต่รอจังหวะที่ใช่ 

2. ธอส. ออกแคมเปญเกี่ยวกับบ้านมือสองปี 2564 และคอนโดมือสองปี 2564

         สืบเนื่องมาจากข้อที่แล้ว หลังจากที่หลาย ๆ คนไม่มีกำลังมากพอที่จะผ่อนชำระค่าบ้าน หรือคอนโดมิเนียม จนทำให้อัตราบ้านและคอนโดมือสองมีมากขึ้น ทำให้ธอส. หรือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ทยอยออกแคมเปญต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้านมือสอง คอนโดมิเนียมมือสองมาตั้งแต่ต้นปี 2564 เรามาย้อนดูโครงการที่ทาง ธอส. มีออกมาสำหรับปี 2564 กันดีกว่าว่ามีโครงการอะไรบ้าง

1. ธอส. เปิดตัว G H Bank Marketplace

           ธนาคารอาคารสงเคราะห์จัดตั้งโครงการ G H Bank Marketplace ซึ่งเป็นช่องทางรับฝาก ซื้อ ขาย บ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 ซึ่งเจ้าของทรัพย์สามารถนำรายละเอียดทรัพย์ชองตัวเองมาฝากธนาคารขายได้ โดยทางธนาคารจะนำทรัพย์ที่มีเจ้าของมาฝากขายนั้นไปประกาศขายบนเว็บไซต์ www.ghbhomecenter.com เป็นระยะเวลา 180 วัน ซึ่งทางธนาคารจะเรียกเก็บค่านายหน้าเพียง 1% ของราคาทรัพย์เท่านั้น หากผู้ซื้อใช้สินเชื่อบ้านมือสองของ ธอส. ในการซื้อ หากผู้ซื้อไม่ได้ใช้สินเชื่อบ้านมือสองทาง ธอส. จะเรียกเก็บค่านายหน้า 2% ของราคาฝากขาย ซึ่งจะต่ำกว่าอัตราค่านายหน้าของระบบซื้อขายบ้านคอนโดมือสองทั่วไป 

  

2. เปิดประมูลขายบ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 ออนไลน์

          การซื้อบ้านมือสอง หรือคอนโดมือสองนั้นจะง่ายดายมากขึ้น พร้อมทั้งจะมีส่วนลดมากมายมากขึ้น โดยวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาทาง ธอส. นั้นได้เริ่มโครงการ นำบ้านมือสองทั่วประเทศรวม 999 รายการ ออกมาประมูลออนไลน์ผ่าน Application : G H Bank Smart NPA โดยมีส่วนลดสูงสุดให้ถึง 40% โดยต้องทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 ซึ่งนอกจากจะได้ทรัพย์มือสองที่ราคาดีแล้ว ยังสามารถเลือกใช้โปรโมชันผ่อนดาวน์ หรือสินเชื่อดอกเบี้ยบ้านมือสอง 2564 เพียง 0% ตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด 

        ทั้งสองโครงการนี้เป็นโครงการจาก ธอส. ที่จะเอื้อการซื้อขายบ้านมือสองให้สะดวก และง่ายต่อการซื้อมากขึ้น พร้อมทั้งยังมีโปรโมชั่นที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้กับเพื่อน ๆ อีกด้วย CondoNewb เชื่อว่าในอนาคต ธนาคารต่าง ๆ อาจจะมีโครงการที่น่าสนใจแบบนี้มากขึ้นอีก ยังไงอย่าลืมติดตามเราเอาไว้เพื่ออัพเดทข่าวสารนะคะ 

3. LTV หนุนบ้านมือสอง

           หลังจากที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการผ่อนคลายมาตรการ LTV ลงมาให้การดาวน์บ้านเหลือแค่ 0-10% ซึ่งต้องยอมรับว่าช่วยเอื้อให้คนที่อยากซื้อบ้าน หรือคอนโดมือสองสามารถเข้าถึงสินเชื่อบ้านมือสองได้ง่ายขึ้น และทำให้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะที่ช่วงนี้เศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงขาลง บ้านมือสอง หรือคอนโดมือสอง จากกรมบังคับคดียิ่งได้รับความนิยม เพราะมีราคาถูกกว่าราคาตลาดค่อนข้างเยอะ เหมาะทั้งซื้อเพื่ออยู่เอง และซื้อเพื่อนำไปรีโนเวทเพื่อขายต่อด้วยเช่นกัน

          จาก 3 ปัจจัยบวกที่เราได้ยกตัวอย่างให้เพื่อน ๆ ได้อ่านประกอบการตัดสินใจนั้น จะเห็นว่าปัจจัยบวกหลัก ๆ คือจำนวนของบ้านมือสองปี 2564 และคอนโดมือสองปี 2564 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาของทรัพย์มือสองในปีนี้นั้นมีอัตราราคาที่ต่ำลงกว่าปกติ ประกอบกับโครงการที่ ธอส. ออกมารัว ๆ ตั้งแต่ต้นปี เพื่อเอื้อให้คนที่สนใจซื้อบ้านหรือคอนโดมือสองได้กู้ซื้อบ้านมือสอง กู้ซื้อคอนโดมือสอง ในอัตราดอกเบี้ยบ้านมือสองที่ต่ำกว่าปกตินั่นเอง ดังนั้นถ้าใครที่กำลังมองหาบ้านและคอนโดมือสองเพื่ออยู่เอง ช่วงนี้อาจจะเป็นจังหวะที่กำลังเหมาะสำหรับคุณ 

           แต่ในขณะเดียวกันนั้นบ้านมือสองปี 2564 และคอนโดมือสองปี 2564 เอง ก็ยังมีปัจจัยที่ยังไม่เอื้อการซื้อได้อย่างเต็มที่ ซึ่งปัจจัยดังกล่าจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันเลยค่ะ

ปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการซื้อบ้านมือสองปี 2564 และคอนโดมือสองปี 2564

ปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการซื้อบ้านมือสองปี 2564 และคอนโดมือสองปี 2564

           ต่อมาเรามาพูดถึงปัจจัยที่จะส่งผลต่อการซื้อบ้านมือสองปี 2564 กับ คอนโดมือสองปี 2564 กัน ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าส่วนใหญ่แล้วนั้นจะกระทบกับกลุ่มที่เป็นนักลงทุนพอสมควร เพราะปัจจัยลบเกี่ยวกับบ้านมือสองเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล และเรื่องของการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งปัจจัยลบเหล่านี้ส่งผลให้บ้านมือสอง คอนโดมือสองปี 2563 มีอัตราการโอนลดลง -11.8% และมูลค่าการโอนลดลงถึง -10.6% เลยทีเดียว ซึ่งปัจจัยลบที่ว่านั้นจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันเลยค่ะ 

1. มาตรการรัฐเอื้อเฉพาะบ้านมือหนึ่ง

         หลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลืออสังหาฯ เพื่อกระตุ้นกำลังการซื้อไม่ว่าจะลดค่าธรรมเนียมการโอนบ้านและคอนโด ราคาไม่เกิน 3 ล้าน จาก 2% เหลือเพียง 0.01% หรือจะเป็นค่าจดจำนองที่ลดลงจาก 1% เหลือเพียง 0.01% แต่เมื่อมองเงื่อนไขของมาตรการนี้ดี ๆ จะพบว่ามาตรการนี้จะถูกใช้เมื่อซื้อบ้านมือหนึ่งจากเจ้าของโครงการเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้คนที่ต้องการซื้อบ้านมือสองนั้นอาจจะไม่ได้มีส่วนลดจากตรงนี้ด้วย ซึ่งถ้าเราดูผลสำรวจจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ REIC ก็จะพบว่า 48% ของคนที่มีความคิดจะซื้อบ้านนั้น มองหาทั้งบ้านมือหนึ่ง และบ้านมือสอง คอนโดมือสองไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นหากจะต้องซื้อบ้านมือสองแล้วไม่มีมาตรการที่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย หลาย ๆ คนก็อาจจะเลือกซื้อคอนโดมือหนึ่งมากกว่า ซึ่งในส่วนนี้ก็จะกระทบกับคนที่กำลังลงทุนบ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 ได้เช่นกัน ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น และยังมีมาตรการที่เอื้อเฉพาะการซื้อบ้านมือหนึ่ง คอนโดมือหนึ่งแบบนี้ การซื้อบ้านมือสอง หรือคอนโดมือสองเพื่อการลงทุนอาจจะยังไม่ใช่จังหวะที่ดีเท่าไหร่ หรือหากอยากจะลงทุน เงินที่นำมาลงทุนอาจจะต้องเป็นเงินเย็นค่ะ 

2. สินเชื่อบ้านปล่อยยาก

จากปัจจัยบวกของบ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 ในเรื่องเศรษฐกิจฝืดเคืองทำให้ราคาบ้านและคอนโดมือสองลดลง แต่ในขณะเดียวกัน ข้อดีข้อนี้ก็ส่งผลทางอ้อมให้เกิดปัจจัยลบด้วยเช่นเดียวกัน เพราะอัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น จะทำให้ธนาคารมีความเข้มงวดในการเลือกปล่อยสินเชื่อบ้านมือสองด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อน ๆ อาจจะต้องหาข้อมูล และเลือกธนาคารเอื้อแก่การปล่อยสินเชื่อบ้านมือสองโดยเฉพาะ เป็นทางเลือกในการยื่นกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 

และทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็ปัจจัยบวก - ลบ สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจจะซื้อบ้านมือสองปี 2564 คอนโดมือสองปี 2564 ที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ กันในวันนี้ ซึ่งในอนาคตเราอาจจะต้องมามองกันปีต่อปีว่าอนาคตตลาดบ้านและคอนโดมือสองจะไปในทิศทางไหน เพราะในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจต้องการเวลาในการฟื้นตัวเป็นเวลานานนี้ จะยังอยู่กับเราไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีทีท่าว่าจะจบลงในระยะเวลาอันใกล้ ดังนั้นการจะซื้อบ้านหรือคอนโดทั้งการอยู่อาศัยและลงทุน อาจจะต้องมองยาวทั้งในเรื่องความคุ้มค่า และความสามารถในการผ่อนชำระของเราด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ