logo

          เมื่อพูดถึง “รามคำแหง” สิ่งแรกที่หลายคนมักจะนึกถึงก็คือมหาวิทยาลัยรามคำแหงและสนามกีฬาหัวหมาก ย่านที่คับคั่งไปด้วยผู้คนและการจราจรที่เรียกได้ว่าติดหนักมาก แต่นับจากนี้ไปทำเลนี้กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และกลายเป็นพื้นที่ขุมทรัพย์แห่งใหม่ของเมืองกรุง เมื่อมีการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าถึง 3 สาย ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์), โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง และบริเวณรามคำแหงยังอยู่ในเส้นทางเดินรถของรถไฟ Airport Link ที่สถานีรามคำแหง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงการเดินทางของคนที่อยู่อาศัยหรือทำงานในบริเวณนี้สามารถเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก หรือแม้การจะเดินทางเข้าเมืองไปยังมักกะสันหรือพญาไท โดย Airport Link ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกขึ้นไปอีก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะว่าตอนนี้รามคำแหงกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทำเลทองที่นักลงทุนกำลังหมายตาในอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯเลยทีเดียว

          ด้วยเหตุผลเหล่านี้ยิ่งทำให้เราต้องลงพื้นที่ทำการสำรวจ ด้วยระยะทางกว่า 18 กิโลเมตรของถนนรามคำแหง เราได้แบ่งการสำรวจพื้นที่ออกเป็น 3 ช่วงคือ ตอนต้น-ช่วงจากสี่แยกคลองตันถึงแยกลำสาลี, ตอนกลาง-ช่วงจากแยกลำสาลีถึงแยกกาญจนาภิเษก และตอนปลาย-ช่วงจากแยกกาญจนาภิเษกถึงจุดตัดกับถนนสุวินทวงศ์ ไปดูความน่าสนใจและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงถนนรามคำแหงกันเลยจ้า

. . . . . . . . . . . .

รามคำแหงตอนต้น-ช่วงจากสี่แยกคลองตันถึงแยกลำสาลี

          สำหรับช่วงตอนต้นของถนนรามคำแหง เดิมทีย่านนี้จะมีการเชื่อมต่อไปสู่ถนนสายสุขุมวิท, แยกคลองตัน, ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และถนนพัฒนาการกับถนนสุวินทวงศ์ แต่ปัจจุบันหลังจากที่มีการถนนสายพระราม 9 ตัดใหม่ ซึ่งอยู่จุดกึ่งกลางระหว่างย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัย ทำให้คนที่พื้นที่นี้สามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน บริเวณถนนเพชรบุรี, พระราม 9, เอกมัย, ทองหล่อได้ง่ายขึ้น รวมถึงยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ

          หากอยู่บริเวณตอนต้นถนนก็สามารถเดินทางด้วย Airport Link สถานีรามคำแหงได้ แต่ในอนาคตหากรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ–มีนบุรี) สามารถใช้งานได้ ก็สามารถนั่ง MRT จากแยกลำสาลี มาต่อ Airport Link ที่สถานีหัวหมากเชื่อมสู่ตัวเมืองหรือไปสนามบินสุวรรณภูมิก็ง่ายแสนง่าย หรือจะนั่ง MRT สายสีส้ม ต่อด้วย MRT สายสีเหลือง เข้าสู่ลาดพร้าว-สำโรง และยังสามารถเชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีลาดพร้าวบริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว เข้าสู่โซนลาดพร้าวและตัวเมืองได้อีกด้วย

          ไม่เพียงแค่การพัฒนาด้านการคมนาคมที่ทำให้ถนนรามคำแหงมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากขนาดนี้ เพราะยังส่งผลต่อการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ตามมาอีกมากมาย จนดันราคาที่ดินสูงถึงตารางวาละ 280,000-850,000 บาท เลยทีเดียว โดยเฉพาะการพัฒนาเกี่ยวกับกลุ่มไลฟ์สไตล์ที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ครบครัน อีกทั้งย่านนี้ผังเมืองเป็นสีแดง ทำให้การใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นมีความหลากหลาย สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งรามคำแหงช่วงต้นนั้นมีทั้ง ศูนย์การค้า Big C รามฯ ที่รถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะผ่านด้านหน้าห้างกันเลยทีเดียว ห้างนี้ก่อสร้างบนที่ดินกว่า 30 ไร่ เป็นอาคารมิกซ์ยูสสูง 10 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 206,800 ตารางเมตร มีทั้งห้างสรรพสินค้า, สวนสนุก, โรงหนัง, ร้านอาหาร, ฟิตเนส รวมอยู่ในที่เดียว และก็ยังมี The Mall บางกะปิ จะว่าไปแล้วก็เหมือนเป็นอาณาจักรของเดอะมอลล์ กรุ๊ป เลยทีเดียว

          ส่วนสถานบันการศึกษาในย่านนี้ก็มีให้เลือกทั้งเอกชนและรัฐบาล ทั้ง มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก ส่วนแหล่งงานและสถานที่สำคัญอย่างอื่นก็มีอีกหลายอย่างรายล้อมอยู่ อาทิเช่น การกีฬาแห่งประเทศไทย, สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทั้งหมดนี้ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ศักยภาพของย่านเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันความต้องการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมก็เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน นอกจากจะเกาะเกี่ยวอยู่ตามถนนสายหลักแล้ว ย่านหลังรามฯและขยับไปบริเวณแยกลำสาลีก็หนาแน่นพอสมควรโดยกลุ่มผู้พักอาศัยในย่านนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักศึกษาขยับถึงกลุ่มวัยทำงานตอนต้น รวมถึงกลุ่มคนในชุมชนดั้งเดิม โดยเฉพาะชุมชนมุสลิมก็อาศัยอยู่มากเช่นกัน มาดูโครงการคอนโดของเจ้าใหญ่ ๆ ในย่านนี้ที่น่าสนใจ อาทิ

โครงการ Supalai Veranda Ramkhamhaeng

01

          โครงการ Supalai Veranda รามคำแหง คอนโดตัวใหม่ล่าสุดจาก บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) อีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตามองเพราะทำเลอยู่ติดกับรถไฟฟ้าอนาคตสายสีส้ม MRT สถานีราชมังคลานั่นเอง ตอบโจทย์เรื่องการเดินทาง สะดวก แถมยังอยู่ติดถนนสายหลัก เข้า-ออกได้ 2 ทาง ด้วยการออกแบบคอนโด High Rise 1 อาคาร แบ่งเป็น 3 Tower สูง 33 ชั้น, 35 ชั้นและ 27 ชั้น จำนวนรวม 2,073 ยูนิต จัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางทั้งในอาคารและดาดฟ้า ห้องพักขนาดใหญ่ เน้นพื้นที่ใช้สอย ให้วัสดุดี มีแบบห้องให้เลือกทั้ง แบบ Studio 28 – 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.07 ล้านบาท แบบ 1 Bedroom 35 – 42 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.52 ล้านบาท แบบ 1 Bedroom Plus 42 – 44 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.88 ล้านบาท และแบบ 2 Bedrooms 59 – 67 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.06 ล้านบาท ซึ่งก็เรียกได้ว่าเอาใจคนที่ต้องการคอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างมากเลยทีเดียว และที่สำคัญโครงการนี้ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือEIA แล้วจ้า

โครงการ The Tree hua mak interchange

01

          โครงการ เดอะทรี หัวหมาก อินเตอร์เชนจ์ พัฒนาโดย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) คอนโดใกล้สถานี Interchange แยกลำสาลี 350 เมตร และติดกับสะพานข้ามคลองแสนแสบไป The Mall บางกะปิได้ มีความเป็นส่วนตัว ห้องหน้ากว้างดีไซน์ใหม่ จุดเด่นอยู่ที่ส่วนกลางให้มาเยอะ วางไว้บนชั้นสูงสุด ชมวิวได้ มี Sky Walk เชื่อมต่อทุกอาคาร โครงการออกแบบให้เป็นทั้งคอนโด High Rise และ Low Rise ทั้งหมด 5 อาคาร จำนวน 589 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต แบ่งเป็น อาคาร A (อาคารส่วนกลางและร้านค้า) สูง 4 ชั้น อาคาร B, C และ D (อาคารชุดพักอาศัย) สูง 31 ชั้น อาคาร E (อาคารส่วนกลางและที่จอดรถ) สูง 10 ชั้น ส่วนห้องพักก็มีให้เลือกหลายแบบ ทั้ง Studio 23.02 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท แบบ 1 Bedroom 25.49-28.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.54 ล้านบาท แบบ 1 Bedroom Plus 37 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.1 ล้านบาท แบบ 2 Bedroom 42.5-42.82 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.2 ล้านบาท นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับย่านนี้

           ด้านตลาดเช่าโซนรามคำแหง หัวหมาก แยกลำสาลีจึงเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีทั้งกลุ่มหอพัก อพาร์ทเมนต์ และคอนโดมิเนียม กลุ่มผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา คนทำงาน เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยประมาณ 1-2 คน/ห้อง ขนาดตั้งแต่ 1-3 ห้องนอน ราคาเช่าอยู่ระหว่าง 8,000 - 35,000 บาท/เดือน ซึ่งตลาดกลุ่มเช่านี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 10-15% ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเช่าที่ขยายตัวมากขึ้นของทำเลแห่งนี้

. . . . . . . . . . .

รามคำแหงตอนกลาง-ช่วงจากแยกลำสาลีถึงจุดตัดกาญจนาภิเษก

         มาต่อกันที่ช่วงตอนกลางของถนนรามคำแหงกันบ้าง ซึ่งพิกัดที่มีความน่าสนใจ ณ เวลานี้น่าจะเป็นบริเวณจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มและสายสีเหลือง สถานีลำสาลีนั่นเอง และอนาคตมีแผนที่ MRT สายสีน้ำตาล เลือกที่จะเป็นจุด Triple Interchange อีกด้วย

           ด้วยศักยภาพด้านผังเมืองของทำเลแยกลำสาลี การใช้ประโยชน์ที่ดินจะเป็นแบบพาณิชยกรรมหรือสีแดง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าพื้นที่สีแดงนั้นสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินพัฒนาได้หลากหลายและเต็มศักยภาพ ปัจจุบันทำเลนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ความหนาแน่นในการอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยมีศูนย์การค้าที่เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์หลักของทำเล อย่างเช่น เดอะมอลล์ บางกะปิ, เดอะมอลล์ รามคำแหง, ซีคอน สแควร์, พาราไดซ์ พาร์ค ซึ่งถัดจากแยกลำสาลีมาก็ยังมีกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร โรงพยาบาล และสถานศึกษาเกาะเกี่ยวอยู่ตามถนนสายนี้เช่นกัน หรือแม้แต่ห้างเดอ พรอมานาด ที่สามารถไปได้ด้วยถนนกาญจนาภิเษกได้อย่างสะดวกสบาย

          นอกจากนั้นก็ยังมีพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางหรือสีส้มในทำเลนี้ด้วย ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าทำเลนี้ภาครัฐได้วางแผนเพื่อให้รองรับการอยู่อาศัยของคนจำนวนมาก ที่ขยายตัวมาจากพื้นที่เมืองอย่าง พระราม9 อโศก หรือสุขุมวิทซึ่งมีความคาบเกี่ยวกันกับย่านนี้ ทำให้ได้เปรียบในเรื่องของ Traffic มากกว่าย่านอื่น ๆ ในทำเลใกล้เคียงกัน ปัจจุบันในเขตสะพานสูงตั้งแต่แยกลำสาลี-หมู่บ้านสัมมากร-วงแหวนกาญจนาภิเษก ที่ดินริมถนนใหญ่ราคาแตะถึง 150,000-280,000 บาท/ตารางวา ส่วนที่ดินในซอยราคาประมาณ 70,000-80,000 บาท/ตารางวา

          สำหรับกลุ่มคนที่พักอาศัยอยู่ในย่านนี้ก็ยังคงหนาแน่นไปด้วยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามฯ ซึ่งมีจำนวนมาก และคนวัยทำงาน ซึ่งที่พักอาศัยในรูปแบบคอนโดยังได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ และจะเกาะเกี่ยวอยู่บริเวณใกล้เคียงแยกลำสาลี ถ้ามองในแง่ราคาของคอนโดในย่านนี้ถือว่าที่ยังไม่สูงมากนัก เป็นราคาที่ยังจับต้องได้และน่าลงทุน ส่วนถัดจากแยกลำสาลีออกทางถนนกาญจนาภิเษกเริ่มจะเป็นโครงการแนวราบ สำหรับคอนโดที่น่าสนใจของทำเลนี้ อาทิ

โครงการ Plum Condo ราม 60 อินเตอร์เชนจ์

01

          คอนโดใหม่ Plum Condo ราม 60 อินเตอร์เชนจ์ สร้างเสร็จพร้อมอยู่พัฒนาโดย บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท อยู่ในซอยรามคำแหง 60 เพียง 200-350 เมตร ถึงรถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้ท่าเรือโดยสาร, ทางด่วนศรีรัช และ มอเตอร์เวย์กรุงเทพ-ชลบุรี คอนโด Low-Rise 8 ชั้น 8 อาคาร และอาคารสันทนาการ 3 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการขนาด 8-2-27.4 ไร่ ห้องพักอาศัยจำนวน 960 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต มีห้องพักให้เลือกแบบ 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus ขนาดเริ่มต้น 22.50-34.95 ตร.ม. พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน ในราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท

 

โครงการ Bangkok Horizon Ramkhamhaeng

01

         คอนโด Bangkok Horizon Ramkhamhaeng พัฒนาโครงการโดย CMC Group เป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่สายรามคำแหง บนเนื้อที่ 3-1-92 ไร่ จำนวน 1 อาคารสูง 39 ชั้น จำนวนห้อง 596 ยูนิต กับจุดเด่นของโครงการที่เป็นอาคารแบบ High Rise ยิ่งห้องมุมจะได้วิวแบบ 180 องศา พร้อมสวนลอยฟ้า ออกแบบห้องให้รับลมและแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ มีแบบห้องทั้งหมด 3 แบบ คือ แบบ Studio ขนาดเริ่มต้น 31.00 ตร.ม. แบบ 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 40.00 ตร.ม. และแบบ 2 Bedrooms ขนาด เริ่มต้น 78.00 ตร.ม. ล่าสุดมีโปรโมชัน ลด ปิด ตึก กับห้องขนาด 2 ห้องนอน 90 ตารางเมตร พร้อมที่จอดรถส่วนตัว ปกติ 5.39 ล้านบาทลดเหลือ 3.99 ล้านบาท ใครสนใจก็ไปลงทะเบียนเอาไว้ก่อนได้ โปรนี้ถึง 31 ธันวาคม 64 จ้า

. . . . . . . . . .

รามคำแหงตอนปลาย-ช่วงจากจุดตัดกาญจนาภิเษกถึงถนนสุวินทวงศ์

          สำหรับถนนรามคำแหงตอนปลาย ตั้งแต่จุดตัดกาญจนาภิเษกถึงถนนสุวินทวงศ์ (มีนบุรี) ต้องบอกเลยว่าเริ่มเห็นแนวโน้มการพัฒนาที่อยู่อาศัยมากขึ้นสำหรับโซนพื้นที่มีนบุรีและตามแนวถนนสุวินทวงศ์ โดยเฉพาะกลุ่มที่พักอาศัยแนวราบ กลุ่มโครงการบ้านจัดสรร อพาร์ทเม้นท์ รวมถึงการเคหะ นับตั้งแต่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีความชัดเจนด้านการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี และสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ดันให้ราคาที่ดินในหลายพื้นที่มีแนวโน้มที่จะปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแนวถนนหทัยราษฎร์ ร่มเกล้า รามคำแหง รามอินทรา และสุวินทวงศ์ แต่ก็อาจจะไม่สูงมากนัก เพราะก็ยังติดข้อจำกัดของพื้นที่รองรับนํ้าและพื้นที่สีเขียว แต่ทำเลที่น่าจับตามองที่สุดของย่านสุวินทวงศ์ก็น่าจะเป็นแนวถนนเมนหลักระยะห่างจากถนนไม่เกิน 1 กิโลเมตรและในตรอกซอยสำคัญ ๆ จะมีโอกาสปรับเพิ่มอย่างแน่นอน

          สำหรับถนนส่วนช่วงถัดจากวงแหวนกาญจนาภิเษกแตะ ๆ กับพื้นที่สุวินทวงศ์ เขตมีนบุรี อาจจะมีที่ดินเปล่าให้เลือกมากกว่าช่วงก่อนออกจากวงแหวนกาญจนาภิเษกแต่ราคาสูงถึงตารางวาละ 100,000-120,000 บาท ทำให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์เริ่มมองหาที่ดินในถนนสายรองเพื่อพัฒนาโครงการมากขึ้น อย่างเช่น ถนนเสรีไทย, ถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก, ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทิน) เพราะสามารถหาที่ดินราคา 60,000-70,000 บาท/ตารางวาได้

          สิ่งที่ดึงดูดการพัฒนาด้านที่พักอาศัยของทำเลนี้ ส่วนหนึ่งเพราะมีมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตวิทยาเขตร่มเกล้า และโรงพยาบาลนวมินทร์ ที่อยู่ใกล้ซึ่งสามารถดึงกลุ่มนักศึกษาและกลุ่มคนทำงานในย่านมาพักอาศัยได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงการมีแหล่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ รองรับไม่ว่าจะเป็นตลาดสด บิ๊กซี หรือร้านอาหารต่าง ๆ สำหรับการจับจ่ายใช้สอยถือได้ว่าหาไม่ยาก แม้ว่าที่พักอาศัยของย่านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มแนวราบ แต่ก็พอมีโครงการแนวสูงให้เห็นเช่นกัน และจะเกาะเกี่ยวอยู่ติดถนนใหญ่ อาทิ

โครงการ Asakan City Ramkhamhaeng

01

          คอนโดมิเนียม Asakan City Ramkhamhaeng ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าสาย สีส้ม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาชั้นนำ พัฒนาโดย บริษัท อัสสกาญจน์ จำกัด เป็นคอนโดมิเนียม Higt-Rise จำนวน 3 อาคาร อาคาร A สูง 4 ชั้น อาคาร B สูง 7 ชั้น และอาคาร C สูง 28 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด 2472 ยูนิต ขนาดห้องพักเริ่มต้น 23.5-48.22 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1,550,000 บาท ภายในโครงการก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับถือว่าค่อนข้างครบ ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และที่จอดรถ

 

โครงการ The Hub Condo เดอะฮับคอนโด ราม 164

01

          โครงการ The Hub Condo เดอะฮับคอนโด ราม 164 เป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 76 ยูนิต อยู่ติดถนนใหญ่ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ปัจจุบันขายหมดแล้วและส่วนใหญ่จะปล่อยให้เช่า สภาพยังใหม่และมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางทั้งลิฟต์ ที่จอดรถ ระบบรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ซึ่งห้องพักจะเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาด 37 ตารางเมตร ห้องน้ำในตัว มีเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่นพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ส่วนค่าเช่ารายเดือนอยู่ที่ประมาณ 9,000 บาท ค่าน้ำยูนิตละ 15 บาท ส่วนค่าไฟก็คิดตามมิเตอร์เลยจ้า สำหรับใครที่สนใจก็อาจจะต้องเตรียมเงินในส่วนของค่ามัดจำและค่าล่วงหน้าไปด้วยนะ

 

          อีกหนึ่งพื้นที่ที่ไม่อยากให้ละสายตาสำหรับย่านนี้ที่ยังให้ความสำคัญกับแนวถนนหทัยราษฎร์ เพราะจะเห็นได้ว่ามีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากตามกฎผังเมืองจะเป็นพื้นที่สีเหลืองมากในหลายจุด เช่นเดียวกับถนนร่มเกล้าสุวินทวงศ์ที่จัดว่าเป็นเส้นทางเชื่อมไปสู่สนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาล และก็ยังเชื่อมกับสถานีรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ที่สถานีฉะเชิงเทราได้อีกด้วย ปัจจุบันราคาที่ดินในโซนนี้จะบอกว่าราคาก็ขยับเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนนี้ราคาประมาณ 10-12 ล้านบาท พบว่าปรับเพิ่มเป็น 15 ล้านบาทต่อไร่เลยทีเดียวจ้า

          โดยภาพรวมแล้วหากมองที่อัตราการขายคอนโดของทั้ง 3 ช่วงถนนในช่วงที่ผ่านมาสูงกว่า 85% ถ้าพิจารณาเฉพาะโครงการที่เปิดขายในปี 2560 เป็นต้นมา จะมีอัตราการขายที่ 77% ของจำนวน 12,131 ยูนิต ที่เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2560 อาจเป็นเพราะว่าหลายโครงการมีราคาขายไม่สูงเริ่มต้นที่ 60,000 บาทต่อตารางเมตร แต่บางโครงการราคาขายแอบสูงกว่าตารางเมตรละ145,000 บาทเลยทีเดียว

          ส่วนที่ดินมีหลายแปลงเปลี่ยนมือทำให้ราคาขายสูงขึ้น ซึ่งราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีตั้งแต่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไปถึง 1 ล้านบาทต่อตารางวาในพื้นที่รอบสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะปรับเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่ที่ดินที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนเดิม เช่น ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยรามคำแหงหรือรอบสนามกีฬาหัวหมาก บริเวณแยกลำสาลีที่เป็นสถานีร่วมกับสายเหลือง สถานีมีนบุรีที่เป็นสถานีร่วมกับสายชมพู ก็มีการซื้อขายและพัฒนาเป็นคอนโดอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

 

         สำหรับการสำรวจทั้ง 3 ช่วงถนนสายรามคำแหงนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่อยู่อาศัยที่มีความโดเด่นที่สุดน่าจะเป็นประเภทคอนโดมิเนียมที่อาจจะเกาะกลุ่มอยู่ตามแยกใหญ่ ๆ และแนวรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีเหลือง อีกทั้งได้แรงสนับสนุนจากการพัฒนาด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ไลฟ์สไตล์มอลล์ต่าง ๆ รวมถึงสถานศึกษาและโรงพยาบาล ล้วนส่งเสริมให้ศักยภาพของทำเลนี้มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนหลายกหลายกลุ่มเข้ามาอยู่อาศัยไม่เพียงเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเท่านั้น สำหรับกลุ่มวัยทำงานตอนต้นหรือกระทั่งกลุ่มวันทำงาที่มีครอบครัวก็สามารถอาศัยในย่านนี้ได้ เพราะในอนาคตอันใกล้เมื่อการเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมทางราง โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ก็เชื่อว่าการอยู่อาศัยอยู่ในย่านนี้ที่เมื่อก่อนอาจจะเรียกว่านอกเมือง จะกลายเป็นการหลอมรวมความเป็นเมืองหลวงเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพราะทำนี้ในปัจจุบันก็คือว่าที่ย่าน CBD ใหม่ของเมืองกรุงนั่นเอง

. . . . . . . . . . .

 

         ทำล“รามคำแหง” อีกหนึ่งทำเลที่มีความน่าสนใจไม่น้อยทั้งในแง่ของการเปลี่ยนแปลงศักยภาพด้านการเป็น Hub การเดินทางที่เชื่อมโยงเมืองเข้าด้วยกัน รวมถึงเป็นแหล่งงาน แหล่งที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและหลากหลาย นี่อาจเรียกทำเลแห่งนี้ได้ว่าเป็นอีกหนึ่งขุมทรัพย์แห่งใหม่ของเมืองกรุงที่ใครก็คาดไม่ถึงจริง ๆ ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ