logo

        ถ้าพูดคำว่า ปิ่นเกล้า เชื่อว่าใครหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อนี้อย่างแน่นอน ด้วยจุดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง ที่ต้องบอกเลยว่าอยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างเขตพระนคร หรือที่เรียกว่าฝั่งพระนคร กับเขตบางกอกน้อยหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า ฝั่งธนบุรี นั้นเอง เชื่อว่าไม่ว่า ใครก็น่าจะเคยใช้เส้นทางย่านนี้ในการเดินทางกันอย่างแน่นอน ซึ่งหากพูดถึงการเดินทางแล้ว ก็ต้องบอกว่าทำเลนี้มีจุดเด่นด้านการเส้นทางด้วย 2 สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา นั้นก็คือ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่เริ่มก่อสร้างให้คนไทยได้มีถนนสัญจรกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 ก่อนจะใช้ 2 ปี สร้างเสร็จในปีพ.ศ. 2516 หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นสะพานที่เปิดบริการให้กับคนไทยเป็นระยะยาวนานมาเกือบ 5 ทศตวรรษเลยทีเดียว นอกจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าแล้ว ก็ยังมีอีก 1 สะพาน ที่พูดได้ว่านอกจากจะเป็นเส้นทางเดินทางสำคัญแล้ว ยังเป็นสะพานที่สวยงานแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครอีกด้วย เรากำลังพูดถึง สะพานพระราม 8 ที่ใช้เวลาในการก่อสร้างราว 3 ปี ก่อนจะเปิดอย่างเป็นทางการให้ประชาชนคนไทยได้ใช้บริการกันในปี พ.ศ. 2545 หรือก็คือ 19 ปีที่ผ่านมา นอกจากจุดเด่นในเรื่องของการเดินทางเชื่อมต่อด้วย 2 สะพานที่กล่าวไปแล้ว ยังบอกได้ว่าทำเลนี้ ยังมีจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่พาณิชย์ที่เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าชั้นนำของประเทศไทย มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินในรูปแบบของที่อยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียม จากหลากหลายผู้ประกอบอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยอีกด้วย

01

        ด้านราคาประเมินที่ดินในย่านนี้ ต้องบอกว่าทำสถิติแตะหลักแสนบาทต่อตารางวาไปเรียบร้อยแล้ว โดยแต่ละถนนสายหลักจะมีค่าเฉลี่ยของราคาประเมินที่ดิน ดังนี้

- ถนนจรัญสนิทวงศ์ ราคาประเมินที่ดิน 150,000-200,000 บาทต่อตารางวา

- ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ราคาประเมินที่ดิน 130,000-200,000 บาทต่อตารางวา

- ถนนบรมราชชนนี ราคาประเมินที่ดิน 50,000-200,000 บาทต่อตารางวา

- ถนนอรุณอมรินทร์ ราคาประเมินที่ดิน 130,000-150,000 บาทต่อตารางวา

        หากถามว่าทำไมถนนจรัญสนิทวงศ์ จึงกลายเป็นถนนที่มีราคาประเมินที่ดินสูงสุดในย่านนี้ ส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นเพราะว่าถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นเส้นทางเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายจากสถานีเตาปูนไปเชื่อมต่อกับสถานีท่าพระ ซึ่งมีเส้นทางเดินรถจะวิ่งไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ โดยทำเลปิ่นเกล้ารถไฟฟ้าที่ใกล้กับช่วงแยกจรัญสนิทวงศ์มากที่สุด ก็คือ สถานีบางยี่ขัน นั่นเอง

        สำหรับเพื่อนที่สงสัยว่า ปิ่นเกล้าอยู่แถวไหน? เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้มองเห็นภาพทำเลนี้ได้ง่ายขึ้น จะขอเล่าจุดเด่นของทำเลปิ่นเกล้าเส้นทางแบ่งออกเป็น 3 ช่วงน่าสนใจ นั่นคือ ช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์, ช่วงแยกอรุณอมรินทร์ – สะพานพระราม 8 และ ช่วงแยกจรัญสนิทวงศ์ – เซ็นทรัลปิ่นเกล้า– สายใต้ปิ่นเกล้า ว่าแต่ในแต่ละช่วงที่ว่ามานี้ จะมีความน่าสนใจใดบ้างนั้น มาดูกันเลย

. . . . . . . . . .

เจาะทำเลช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์

       หากพูดถึงทำเลในช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์ เราคงนึกถึงจุดเชื่อมต่อจากเขตบางกอกน้อยหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า ฝั่งธนบุรี

        เพื่อข้ามไปสู่ฝั่งพระนครนั่นเอง เส้นทางนี้กลายเป็นเส้นทางสัญจรหลักไปสู่สนามหลวง รวมทั้งสถานที่ตั้งของวัดอารามชื่อดังของประเทศไทยที่ชาวพุทธนับถือบูชา มักจะไปกราบไหว้ขอพรในช่วงปีใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเอง อาทิ วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว วัดคู่เมองของคนไทยตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังปฏิเสธไม่ได้ว่า สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้ายา รองรับนักศึกษาที่มีสถานศึกษาตั้งอยู่ในละแวกนั้นอีกด้วย เรากำลังพูดถึงนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศไทย อย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั่นเอง 

       ย้อนกลับมาที่ฝั่งธนบุรีกันบ้าง สถานที่ดัง ๆ ที่ตั้งในช่วงช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์ พบว่าเป็นทำเลนี้ กลายเป็นทำเลของการพัฒนาที่ดินเป็นรูปแบบอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าเป็น อาคารตึกแถวที่อยู่อาศัย, ร้านค้า, สถานศึกษา, ร้านอาหารชื่อดัง รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ อีกด้วย รายละเอียดดังนี้ 

       เริ่มต้นกันที่แหล่งสถานศึกษาสำคัญในย่านนี้ หากใครได้ขับรถสัญจรข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์ เป็นต้องเห็นโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเด่นในทำเลนี้ นั่นคือ “โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม” รู้หรือไม่ว่าโรงเรียนแห่งนีเป็นสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ที่ได้รับการจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2504 หรือกว่า 60 ปีมาแล้ว

       ที่น่าสนใจก็คือโรงเรียนแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งแหล่งบ่มเพาะบุตรหลานที่สำคัญของคนในย่านนี้ รองรับการศึกษาของนักเรียนทั้งหมดกว่า 1,000 คน แบ่งเป็น นักเรียนระดับมัธยมต้นราว 545 คน และนักเรียนระดับมัธยมปลายราว 482 คน 

      หากมองในแง่ของแหล่งงาน ก็ต้องบอกว่า โรงเรียนแห่งนี้เป็นแหล่งงานสำคัญของบุคลากรทางการศึกษากว่า 80 คน ในระดับตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียน 1 คน, รองผู้อำนวยการโรงเรียน 1 คน, ครู ราว 50 คน ที่เหลือจะเป็น ครูผู้ช่วย, ลูกจ้างประจำ, พนักงานราชการ, ลูกจ้างชั่วคราว เป็นต้น จึงเรียกได้ว่า โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม เป็นหนึ่งแหล่งงานสำคัญ และยังเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนชื่อดังในย่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์ นั่นเอง

       นอกจากนี้ ทำเลนี้ ยังมีสถานที่สำคัญสะท้อนถึงคุณภาพสังคมได้อย่างดี นั่นคือ “คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล” เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถาบันที่เก่าแก่ที่สุดที่ได้รับการจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2508 หรือกว่า 56 ปีมาแล้ว 

       รู้หรือไม่ว่า คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล แห่งนี้ยังเป็นสถาบันการศึกษาและการวิจัยที่ยิ่งใหญ่ในด้านกายภาพบำบัดของประเทศไทย จึงกลายแหล่งศึกษาที่สำคัญในย่านนี้ ขณะเดียวกัน ทางคณะกายภาพบำบัดเอง ยังเข้ามาช่วยเหลือชุมชนด้วยการเปิด “คลินิกกายภาพบำบัด” เพื่อรองรับการกายภาพผู้ป่วยนอกทางกายภาพบำบัด รวมทั้งการทำกิจกรรมบำบัดนั่นเอง ซึ่งคลินิกกายภาพบำบัดที่ว่านี้ ก่อตั้งมานานราว 20 ปีมาแล้ว นับจากปี 2544 อีกด้วย

       ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกได้ว่า การพัฒนาที่ดินขึ้นเป็นสถานบันการศึกษาในย่านนี้ ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ศึกษาของนักศึกษา แต่ยังเป็นสถานที่สำคัญของผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการกายภาพบำบัด ที่คอยเข้ามาช่วยเหลือชุมชน ช่วยเหลือผู้ป่วยด้านร่างกาย ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นสถานที่ทำงานของบุคลากรทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านกายภาพบำบัดได้อีกด้วย 

       มาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าสถานที่สำคัญที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น ล้วนสะท้อนถึงสภาพชุมชน, สังคมที่เกลือกูลกัน รวมทั้งความเป็นแหล่งงานของบุคลากรด้านต่าง ๆ สะท้อนถึงความเป็นแหล่งเศรษฐกิจของทำเลนี้ได้อย่างดี

01

ขอบคุณภาพจาก : www.thaihrhub.com

       นอกจากนี้ ทำเลนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี” เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางกอกน้อย ที่สามารถทางถนนอรุณอมรินทร์ 43 ได้ ที่จะสะท้อนถึงเสน่ห์ความเป็นมาของทำเลนี้ได้อย่างดี ด้วยความเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้ายา รู้หรือไม่ว่าในอดีต สถานที่แห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่เก็บรักษาเรือพระที่นั่งในพระมหากษัตริย์ไทยแห่งเดียวในโลกเลยทีเดียว และยังเป็นสถานีที่แห่งนี้เคยเป็นโรงเก็บเรือรบ รวมทั้งเรือพระที่นั่งของพระมหากษัตริย์ไทยมาก่อน 

       หากใครไปเรียนรู้ประวัติศาตร์ของย่านนี้ จะพบว่า สถานที่แห่งนี้ก็เคยได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ จากแรงระเบิดจนเกิดความเสียหายและต้องได้รับการซ่อมแซมจากกรมศิลปากรอีกด้วย ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ เป็นที่จัดแสดงเรือพระราชพิธีมากมาย อาทิ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นต้น สะท้อนได้ถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของย่านนี้ได้อย่างดีทีเดียว

      ไม่เพียงแต่จะมีแหล่งงาน, แหล่งวัฒนธรรม สะท้อนถึงสภาพสีงคมและเศรษฐกิจในย่านนี้เเล้วในแง่ของการเป็นทำเลดการค้าเชิงพาณิชย์ของทำเลนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน

       ซึ่งหากใครเคยผ่านไปในย่านนี้ ยังจะได้เห็นร้านอาหารมากมายตลอดในช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารบุฟเฟต์, ร้านอาหารจีน, ร้านอาหารไทย ว่าแต่จะมีร้านอาหารชื่อดังใดบ้างนั้น ลองมาดูตัวอย่างร้านอาหารที่จะยกมาพูดถึงในวันนี้กันเลย 

01

ขอบคุณภาพจาก : Facebook ปิ่นเกล้าหัวปลาหม้อไฟ

        หากพูดถึงร้านอาหารประเภทหม้อไฟ เชื่อว่าใครมาที่นี้ เป็นต้องลองทานร้านดังที่มีชื่อว่า “ปิ่นเกล้าหัวปลา”หม้อไฟ เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00-23.00 น. โดยมีเมนูอาหารขึ้นชื่อ อาทิ ต้มยำหัวปลา ,เกาเหลาหัวปลา , ต้มเผือกหัวปลา โดยจะมีราคาราว 250 บาท นอกจากนี้ ยังมีอาหารตามสั่งอีกหลากกลายเมนู อาทิ ผัดโป๊ยเซียน , กระเพาะปลาสดผัดพริกขี้หนู, ไส้หมูพะโล้ทอดกรอบ, มังกรคืนถิ่น เป็นต้น ทั้งหมดที่ได้ยกตัวอย่างไปนั้น ล้วนเป็นเมนูของทางร้านเลยทีเดียว 

       ในขณะเดียวกัน ด้วยความเป็นย่านเจริญเก่าแก่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในอดีตย่อมเป็นหนึ่งในแหล่งค้าขายสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพ นอกจากร้านอาหารไทยแล้ว จึงมีร้านอาหารชาติต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือ ภัตตาคารอาหารจีนที่มีชื่อว่า หูฉลามซ้งปิ่นเกล้า ร้านนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเวลา 10.00-21.30 น. ว่าแต่จะมีเมนูน่าทานกันบางนั้น เริ่มต้นกันที่เมนูอบ แนะนำเป็นเมนูขาห่านอบวุ้นเส้น, ขาห่านอบเป๋าฮื้อ ในราคาราว 600-1,000 บาทต่อจาน หรือจะเป็นเมนูผัดขึ้นชื่อ เช่น ก้ามปูผัดพริกไทยดำ, ปลิงทะเลผัดขี้เมา, หูฉลามผัดแห้ง ราคาราว 800-1,000 บาทต่อจาน ใครอยากพิสูจน์ความอร่อย ลองไปทานกันที่ร้านหูฉลามซ้ง กันได้เลย 

       มาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า ทำเลช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์กลายเป็นที่ตั้งของสถานที่ชื่อดังในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น สถานศึกษา, ร้านอาหารชื่อดัง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งต้องบอกเลยว่าล้วนเป็นแหล่งงานให้แก่บบุคลากรในหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการศึกษา, บุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น 

      ดังนั้น หากมองในแง่ของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่าแล้ว ก็เป็นหนึ่งทำเลที่มีความน่าสนใจไม่น้อย เพื่อรองรับกลุ่มคนทำงานจากแหล่งงานสำคัญในย่านนี้ ที่น่าเสียดายก็คือ ทำเลช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์ แม้จะไม่มีโครงการคอนการคอนโดมิเนียมให้นักลงทุนรายย่อยได้ลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่า แต่ก็มีผู้ประกอบการท้องถิ่นจับจองที่ดินพัฒนาเป็นโครงการอพาร์ทเม้นท์ปล่อยเช่าในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย อาทิ

- PK Residence Pinklao ที่มีห้องพักทั้งหมด 4 รูปแบบ ขนาดห้องตั้งแต่ 24-30 ตารางเมตร โดยมีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 6,000-7,000 บาทต่อเดือน

- 3J Court ปิ่นเกล้า ที่มีรูปแบบห้องพักทั้งหมด 4 รูปแบบขนาดห้องตั้งแต่ 20-60 ตารางเมตร โดยมีอัตราค่าเช่าเริ่มต้น 6,000 บาทต่อเดือนสำหรับห้องขนาดเริ่มต้นพื้นที่ 20 ตารางมเตร หากเป้นห้องพักขนาดใหญ่ 2 ห้องนอน ขนาด 60 ตารางเมตร จะมีอัตราเช่าสูงถึง 15,300 บาทต่อเดือน เป็นต้น

. . . . . . . . . . .

เจาะทำเลช่วงแยกอรุณอมรินทร์ – สะพานพระราม 8

        มาต่อกันที่ทำเลช่วงแยกอรุณอมรินทร์ – สะพานพระราม 8 ความโดดเด่นของทำเลนี้จะเป็นอย่างไรนั้น เริ่มต้นกันที่ความน่าสนใจของสะพานพระราม 8 รู้หรือไม่ว่า สะพานแห่งนี้มีความยาว 475 เมตร โดยเริ่มสร้างมาตั้งปี 2542 และต้องใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 3 ปี กว่าจะสำเร็จและเปิดบริการแก่คนไทยในปี 2545

         ปัจจุบันสะพานพระราม 8 จะรองรับการจราจรต่อวันเฉลี่ย 72,800 คันเลยทีเดียว นอกจากประโยชน์ในเรื่องของการสัญจรแล้ว ต้องบอกเลยว่า สะพานแห่งนี้ยังเป็นสะพานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครเลย เนื่องจากเป็นสะพานแขวน ยิ่งเป็นช่วงกลางคืนที่มีการเปิดไฟด้วยแล้ว เชื่อว่าใครเห็นเป็นต้องชื่นชอบ และยกให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่สวยงามของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน 

      ความโดดเด่นของสะพานพระราม 8 นี่เอง จึงกลายเป็นเอกลักษณ์สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทำเลนี้ได้ นอกจากความสะดวกในแง่ของการเดินทางแล้ว ยังช่วยเกื้อหนุนความเป็นพื้นที่พาณิชย์ ด้วยการเป็นวิวที่สวยงามเหมาะสำหรับการพัฒนาที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลายเป็นร้านอาหารริมน้ำที่น่าสนใจไม่น้อย

นอกจากนี้ ยังพบได้อีกว่า ทำเลนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ดัง ๆ ในช่วงแยกอรุณอมรินทร์ – สะพานพระราม 8 ที่ว่านี้ยังมีความน่าสนใจไม่น้อยจากการเป็นทำเลที่ตั้งของการพัฒนาที่ดินเป็นรูปแบบอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าเป็น สถานที่ราชการ, สวนสาธารณะ, ร้านอาหารชื่อดัง รวมทั้งคอนโดมิเนียม อีกด้วย  

เริ่มต้นทำเลนี้ ด้วยการกล่าวถึงแหล่งงานที่สำคัญในทำเลนี้ นั่นคือ “สถาบันอาหาร (สอห.)” เป็นสถานที่ราชการภายใต้การจัดตั้งของกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ รวมทั้ง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และภาคเอกชนต่างๆ สถานที่แห่งนี้ได้รับการจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2539 หรือกว่า 25 ปีมาแล้ว และอยู่ภายใต้การดูแลของกระทราวงอุตสาหกรรมนั่นเอง 

       ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ คือการทำหน้าที่หลักในด้านการบริการตรวจวิเคราะห์อาหาร, การประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่, การขอรับเลข อย. , การให้บริการด้านนวัตกรรมอาหาร เป็นต้น สถานที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญในด้านธุรกิจที่ต้องการข้อมูล หรือต้องการการรับรองด้านอาหารอย่างมากเลยทีเดียว

       จึงกล่าวได้ว่าแหล่งงานสำคัญของย่านนี้ ยังคงเป็นกลุ่มราชการเป็นหลัก แม้จะเป็นกลุ่มอาชีพที่มีระดับรายได้ปานกลาง เเต่ในเรื่องความมั่นคงระยะยาวก็น่าเชื่อถือได้ดี 

        ซึ่งนอกจากการเป็นพื้นที่แหล่งงานแล้ว ในส่วนของคุณภาพสังคมในย่านนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะบริเวณริมแม่น้ำเจ้ายานั้น จะมีสวนสาธารณะชุมชนที่เรียกว่า “สวนหลวงพระราม 8” สวนสีเขียวริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อรองรับการพักผ่อนและออกกำลังกายของคนที่อยู่อาศัยในย่านนี้ บนพื้นที่ขนาด 35 ไร่ ที่จะเปิดให้บริการเป็นกติทุกวัน ตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00-21.00 น. ซึ่งต้องบอกว่าสวนหลวงพระราม 8 แห่งนี้ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2555 หรือกว่า 9 ปี มาแล้ว

        ดังนั้น หากใครกำลังมองหาสถานที่ออกกำลังกาย รับวิวริมแม่น้ำเจ้ายา ลองมาออกกำลังกายในรูปแบบของการวิ่งหรือเดินชิว ๆ กันได้เลยที่ สวนหลวงพระราม 8 สะท้อนถึงคุณภาพสังคมที่ดีได้ไม่น้อย

มาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า นอกจากตัวอย่างแหล่งงานย่านปิ่นเกล้าชื่อดังในช่วงแยกอรุณอมรินทร์ – สะพานพระราม 8 หรือจะเป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นในย่านนี้ ก็ต้องยกให้เรื่องของร้านอาหารชื่อดัง ไล่เรียงกันมาตั้งแต่ร้านอาหารจีน, ร้านอาหารสุกี้ รวมทั้ง ร้านอาหารฝรั่งแบบพิซซ่า อีกด้วย สะท้อนได้ว่า ทำเลนี้ยังคงมีสภาพเศรษฐกิจหรือความเป็นพื้นที่การพาณิชย์ที่น่าสนใจที่เดียว ซึ่งก็จะสังเกตเห็นได้จากความหลากหลายของประเภทร้านอาหารในทำเลนนี้ นั่นเอง

        ยกตัวอย่างเช่น “ภัตตาคารเจดการ์เด้น” หรือ “Jade Garden Chinese Cuisine” คือหนึ่งร้านอาหารชื่อดังและเก่าแก่ในย่านนี้ ที่จะรองรับลูกค้าที่มาทั้งในรูปแบบของหมู่คณะ หรือจะมาเพียง 1-2 คนก็สามารถเข้ามาทานได้เช่นกัน ความน่าสนใจของร้านนี้คือ เมนูอาหารจีน พร้อมบริการพร้อม ทั้งอาหารจีนแต้จิ๋ว, อาหารจีนไหหลำ รวมทั้ง อาหารจีนกวางตุ้ง อาทิ เป็ดปักกิ่งสไตล์ปักกิ่ง 790 บาท, หอยมะระซาชิมิ 450 บาท , เนื้อหมูอบซอสฮ่องกง 350 บาท, เนื้อแพะตุ๋นน้ำแดง 450 บาท, เนื้อปูก้อนจัมโบ้ผัดซอสโหระพา 600 บาท เป็นต้น

        ทำเลนี้ไม่เพียงแต่พบผู้ประกอบการร้านอาหารจีนเเต่เพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถพบร้านอาหารประเภทอาหารตะวันตกได้เช่นกัน เช่น “เกาะลันตาพิซซ่า” ร้านอาหารชื่อดังที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ลองมาทานกันอย่างแน่นอน ซึ่งเมนูเด็ดที่จะไม่สั่งไม่ได้เลย นั้นก็คือ พิซซ่า แซลมอนรมควัน ที่โดดเด่นเรื่องชีสยืดๆ เห็นแล้วเป็นต้องสั่งทันที ในราคา 360 บาท นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากลหายเมนูให้เลือกทาน ไม่ว่าจะเป็น สปาเก็ตตี้ขี้เมาซีฟู้ด 170 บาท, ซีซ่าสลัด 130 บาท,ขนมปังหน้าหมูอบชีสสูตรลันตา 100 บาท, ซุปข้าวโพด 80 บาท เป็นต้น

        มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า ความหลากหลายของร้านอาหารที่ตั้งในทำเลนี้ สะท้อนได้ถึงกลุ่มผู้บริโภคหลากหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีน หรืออาหารชาติตะวันตก ก็ล้วนเป็นร้านอาหารชื่อดังในย่านนี้ได้ 

ทั้งหมดนี้สะท้อนได้ว่า ทำเลช่วงแยกอรุณอมรินทร์ – สะพานพระราม 8 เป็นหนึ่งทำเลที่มีความสมบูรณ์ทั้งในเศรษฐกิจด้วยการเป็นที่ตั้งของแหล่งงานราชการ และในด้านสังคมอย่างการให้ความสำคัญในเรื่องพื้นที่สีเขียวที่จะเป็นสวนสาธารณะชุมชนได้ใช้ออกกำลังได้ นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆแล้ว ยังบอกได้อีกว่าทำเลนี้ เป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยเข้ามาพัฒนาที่ดินขึ้นโครงการคอนโดมิเนียมกันหลากหลายเจ้ากันเลยทีเดียว โดยจะขอยกตัวอย่าง 1 โครงการที่เปิดจองไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมา ดังนี้ 

01

       คอนโด ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท พระราม 8 บนพื้นที่กว่า 4.3 ไร่ โดยจะมีทั้งหมด 2 อาหาร รวมทั้งหมด 446 ยูนิต ซึ่งจะมีรูปแบบห้องพักทั้งหมด 3 ประเภท คือ ประเภท Studio ขนาด 29.5-34.5 ตร.ม., ประเภท 1 Bedroom ขนาด 35.00-47.5 ตร.ม. และประเภท 2 Bedrooms ขนาด 54.00-74.5 ตร.ม. 

      ที่น่าสนใจคือภายในโครงการนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำ, Fitness, สวนพักผ่อน, ห้อง Meeting Room พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย อาทิ กล้องวงจรปิด, Access Card Control และพรนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. หากใครอยากเห็นห้องพักจริง ๆ ลองเข้าไปชมที่โครงการกันได้เลย ราคาเริ่มต้น 1.82 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราว 61,600 บาทต่อตารางเมตร

 

       นอกจากจะรองรับการอยู่อาศัยของคนในพื้นที่แล้ว ยังสามารถลงทุนอสังหารอมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม เพื่อปล่อยเช่าบุคลากรทำงานในพื้นที่ได้อีกด้วย 

. . . . . . . . . . .

เจาะทำเลช่วงแยกจรัญสนิทวงศ์ – เซ็นทรัลปิ่นเกล้า – สายใต้ปิ่นเกล้า

        มาต่อกันที่ช่วงแยกจรัญสนิทวงศ์ – เซ็นทรัลปิ่นเกล้า – สายใต้ปิ่นเกล้า ต้องบอกเลยว่าทำเลย่านนี้ เชื่อว่าเป็นแหล่งชอปปิ้งของใครหลายคนอย่างแน่นอน เพราะว่าในบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของห้างสรรพค้าของแบรนด์ชั้นนำของประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของโรงหนัง และซูปเปอร์มาร์เก็ตรองรับการจับจ่ายใช้สอยของเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านในย่านนี้กันด้วย 

        นอกจากนี้ ก็ยังมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเก่าแก่รองรับการรักษาให้กับทั้งคนในย่านนี้ หรือแม้คนย่านอื่น ๆ ก็อาจจะมารักษาตัวกันที่นี้ได้เช่นกัน ว่าแต่ว่าสถานที่สำคัญต่างๆ ที่เกริ่นมานั้นจะน่าสนใจเพียงใด ลองมาดูรายละเอียดดังนี้

01

ขอบคุณภาพจาก www.wongnai.com

        เริ่มต้นด้วยผู้ประกอบการศูนย์การค้าชั้นนำของประเทศไทย นั่นคือ “เซ็นทรัลปิ่นเกล้า” ศูนย์การค้าเก่าแก่ในย่านนี้ รู้หรือไม่ว่า สถานที่แห่งนี้เริ่มเปิดบริการมาตั้งที่ปี 2538 หรือกว่า 26 ปีมาแล้ว ที่น่าสนใจคือ ด้วยศักยภาพความเจริญของทำเลนี้ ทำให้กลถ่มเซ็นทรัลอนุมัติการปรับปรุงรีโนเวทใหม่ในปี 2559 ด้วยงบลงทุนสูงถึง 3,000 พันล้านบาท ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้ดูทันสมัย น่าเดินเล่น น่าเข้าไปชอปปิ้งมากขึ้น ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 360,000 ตารางเมตร 

        จึงกล่าวได้ว่า เซ็นทรัลปิ่นเกล้า กลายเป็นศูนย์การค้าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในแถบกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตกเลยก็ว่าได้ จากการมองเห็นถึงศักยภาพทำเลนี้ ทั้งในด้านทำเลที่ตั้งที่ดี รองรับลูกค้าได้ทั้งในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา, อาคารสำนักงาน หรือบุคลากรทำงานในสาขาอาชีพต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งสถานที่พักผ่อนของคนในย่านนี้ได้เลยทีเดียว 

        ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ชั้นนำของประเทศไทยอย่างเครือเมเจอร์ ก็เห็นศักยภาพทำเลนี้เช่นกัน จึงพัฒนาที่ดินขึ้นโครงการ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า” โรงภาพยนตร์ชื่อดังในย่านนี้ช่วงแยกจรัญสนิทวงศ์ – เซ็นทรัลปิ่นเกล้า – สายใต้ปิ่นเกล้า ก่อตั้งมาพร้อม ๆ กับเซ็นทรัลปิ่นเกล้าที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2538 หรือกว่า 26 ปีมาแล้ว 

        นอกจากจะเป็นโรงยนตร์แล้ว ภายในอาคารแห่งนี้ ยังมีกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจในรูปแบบอื่น ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โบว์ลิ่ง, คาราโอเกะ รวมทั้งร้านค้าร้านอาหารต่าง ๆ ที่น่าสนใจคือ โรงภาพยนตร์แห่งนี้ ยังถูกจัดว่าเป็นแบรนด์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ หนึ่งในแบรนด์สำคัญของกลุ่มเมเจอร์ เป็นที่แรกในประเทศไทยอีกด้วย ก่อนขยายสาขามากขึ้นไปทั่วประเทศ จนมีจำนวน 165 สาขาเรียบร้อยแล้วในขณะนี้ 

       มาถึงตรงนี้จะเป็นได้ว่า สภาพเศรษฐกิจในทำเลนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว นอกจากจะรองรับการจับจ่ายใช้สอยของคนในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการพัฒนาโครงการเพื่อรองรับฐานลูกค้าในวงกว้างขยายพื้นที่รองรับคนในทำเลอื่น ๆ อีกด้วย แน่นอนว่าสถานที่สำคัญที่กล่าวไปนี้ ยังสะท้อนได้ถึงการเป็นแหล่งงานที่สำคัญในย่านนี้อีกด้วย นอกจากพนักงานศูนย์การค้าแล้ว รวมหมายรวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าต่าง ๆ

        และจุดนี้เองที่ทำให่ทำเลย่านนี้กลายเป็นแหล่งค้าขายสำคัญ หนึ่งในนั้นคือ “ตลาดปิ่นทองพลาซ่า” 

ซึ่งหากใครยังชอปปิ้งกันที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้ากันยังไม่เต็มอิ่ม หรือมาดูหนังที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ก็ยังไม่หายเครียด ลองมาเดินชอปปปิ้งในอีกสไตล์ แวะชิมอาหารอร่อยกันสักหน่อยได้ที่ ตลาดปิ่นทองพลาซ่า ซึ่งก็อยู่ติดกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ หรือตรงข้ามกับเซ็นทรัลปิ่นเกล้านั่นเอง 

          ตลาดปิ่นทองพลาซ่า เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ช่วงเวลา 11:00 - 21:00 น. รองรับผู้ประกอบการร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่นให้ได้ลองสวมใส่กันหนาตา มีร้านค้าเคสมือถือ รวมทั้งร้านส้มตำ และร้านรถเข็นต่าง ๆ มากันแบบ street food อร่อยๆ แบบไทย ๆ ใครอยากรู้ว่าสินค้าที่นี้เป็นอย่างไร อาหารจะอร่อยแค่ไหน อย่าลืมมาลองเดินชิว ๆ กันได้เลยที่ ตลาดปิ่นทองพลาซ่า 

        นอกจากนี้ บริวเณไม่ไกลกัน ยังจะเป็นที่ตั้งของเทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า อีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะไม่ค่อยเห็นเทสโก้ โลตัสที่มีขนาดใหญ่เหมือนกับสาขาปิ่นเกล้ากันมากนัก

         สาเหตุสำคัญของเทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้าสาขานี้ที่มีขนาดใหญ่ เป็นเพราะเดิมอาคารแห่งนี้คือห้างเก่าที่มีชื่อว่าเมอร์รี่คิงส์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าอยู่แล้ว ประกอบกับดีมานต์หรือความต้องการของลูกค้าในย่านนี้ค่อนข้างมีมาก จึงเหมาะสมที่จะพัฒนาเทสโก้ โลตัส มาในรูปแบบของศูนย์การค้านั่นเอง แน่นอนว่า ใครผ่านไปผ่านมาแถวนี้ ลองแวะเข้ามาเดินซื้อของใช้ในบ้านกันได้ รับรองว่ามีทุกสิ่งที่คุณพ่อบ้านหรือคุณแม่บ้านกำลังมองหาอยู่อย่างแน่นอน 

         ดังนั้น หากมองในแง่ของสภาพเศรษฐกิจและสังคมในทำเลนี้ เราคงเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความเป็นพื้นที่การค้าพาณิชย์ที่สำคัญ จากมองมุมศักยภาพของผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศในรูปแบบของโรงภาพยนตร์และศูนย์การค้า รวมทั้งการแหล่งค้าขายทำมาหากินของเหล่าพ่อค้าแม่ขายหรือผู้ประกอบการรายย่อย 

        ความน่าสนใจในทำเลนี้ นอกจากจะเป็นศูนย์รวมของความเป็นย่านพาณิชย์ แหล่งชอปปิ้ง แหล่งกิจกรรมในย่านนี้แล้ว รู้หรือไม่ว่า ช่วงแยกจรัญสนิทวงศ์ – เซ็นทรัลปิ่นเกล้า – สายใต้ปิ่นเกล้า ยังเป็นที่ตั้งของ 2 โรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทยอีกด้วย

        หนึ่งในนั้นคือ “โรงพยาบาลเจ้าพระยา” เรียกได้ว่าเป็นโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์เฉพาะทางชั้นนำในย่านนี้เพื่อรองรับผู้ป่วยทั้งหมด 200 เตียง ที่ได้เปิดรักษาพยาบาลผู้คนมาตั้งแต่ปี 2534 หรือกว่า 30 ปีมาแล้ว แล้วสงสัยไหมว่า โรงพยาบาลแห่งนี้รักษาโรคอะไรบ้างนั้น?

        ก็ต้องอธิบายว่า โรงพยาบาลแห่งงนี้จะแบ่งการรักษาออกเป็น 3 ส่วนหลักคือ ศูนย์แพทย์เฉพาะทาง 24 ชั่วโมง คือไม่ว่าจะมารักษาช่วงเวลาใดก็จะได้พบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างแน่นอน อาทิ ศูนย์สูตินรีเวช , ศูนย์จักษุ , ศูนย์กุมารเวช , ศูนย์อายุรกรรมทั่วไป , ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป เป็นต้น นอกจากนี้ยังจะมีศูนย์แพทย์เฉพาะทางเที่ยงคืน ที่จะประกอบด้วยศูนย์หัวใจ, ศูนย์โรคกระดูกสันหลังและศูนย์โรคกระดูกและข้อ, ศูนย์ทันตกรรม, ศูนย์ตรวจสุขภาพ เป็นต้น รวมทั้ง ศูนย์แพทย์เฉพาะทางอื่นๆ ประกอบด้วย คลินิกโรคหลอดเลือดและเมตาบอลิซึม, ศูนย์สุขภาพผิวและความงาม, ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ, ศูนย์ไตเทียม, ศูนย์ผู้มีบุตรยากเจ้าพระยา-จินตบุตร เป็นต้น เรียกได้ว่าสร้างความอุ่นใจในการรักษาได้อย่างแน่นอน

หากมองในแง่ของแหล่งงานแล้ว เรียกได้ว่าโรงพยาบาลเป็นแหล่งงานสำคัญของของกลุ่มประชากรที่มีระดับรายได้ปานกลาง-สูงในย่านนี้ เลยก็ว่าได้ โดยกลุ่มบุคลากรที่มีระดับรายได้สูงที่ว่านี้ ก็คือกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่าง ๆ นั่นเอง

         นอกจากนี้ ยังสามารถพบแหล่งงานประเภทโรงพยาบาลได้อีกแห่ง นั่นคือ “โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก” เรียกได้ว่าแต่อ่านชื่อโรงพยาบาลก็น่าจะพอทราบแล้วว่า ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแพทย์ที่นี้ต้องเชื่อถือได้อย่างแน่นอน ที่น่าสนใจคือโรงพยาบาลแห่งนี้ยังผ่านมาตรฐาน ISO 9001:2008 มาเรียบร้อยแล้ว ลักษณะการรักษาพยาบาลในแต่ละด้าน ต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เริ่มต้นกันที่แผนกตา จะให้การรักษาผ่าตัดโรคตาทุกชนิดหรือจะเป็นการแก้ไขสายตาผิดปกติ สั้น ยาว เอียง ด้วย Lasik รวมทั้งทำตาปลอม อีกด้วย หรือจะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแผนกหู-คอ-จมูก จะให้การรักษารักษาโรคหู คอ จมูก ทั่วไป อาทิ การได้ยิน,การทำงานของหูชั้นกลาง หรือจะเป็นการรักษาโรคนอนกรนก็ได้เช่นกัน สำหรับในแผนกทันตกรรม จะมีการรักษาหลากหลายด้านจากหมอฟังมืออาชีพ อาทิ ผ่าตัด-ถอนฟัน, ครอบฟัน, ฝังรากเทียม, ทำสะพานฟัน, ทำฟันปลอม เป็นต้น ว่าแต่อัตราค่ารักษาพยาบาลสูงมากน้อยแค่ไหน สามารถติดต่อสอบถามราคาโดยตรงกันได้ที่โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก 

        มาถึงตรงนี้ จะเป็นได้ว่า ทำเลช่วงแยกจรัญสนิทวงศ์ – เซ็นทรัลปิ่นเกล้า – สายใต้ปิ่นเกล้า ล้วนเป็นแหล่งพาณิชย์สำคัญในย่านนี้ แน่นอนว่านอกจากจะเป็นแหล่งรองรับกิจกรรมพักผ่อนของคนในย่านนี้แล้ว ยังจะเป็นแหล่งงานสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์, รวมทั้งเหล่าพ่อค้าแม่ค้า หรือ พนักงานศูนย์การค้าต่าง ๆ 

01

        ดังนั้น ทำเลนี้จึงมีความน่าสนใจในการพัฒนาขึ้นโครงการคอนโดมิเนียมไม่น้อย โดยโครงการที่มีอายุไม่เกิน 5 ปีในทำเลนี้ ก็คือ พลัมคอนโด ปิ่นเกล้า สเตชั่นที่สร้างเสร็จในปี 2561 ที่ผ่านมา ของผู้ประกอบการ พฤกษา เรียลเอสเตท ที่ได้พัฒนาที่ดินขนาด 4 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียม 1 อาคารที่มีความสูง 22 ชั้น รองรับการพักอาศัยทั้งหมด 964 ยูนิต แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท 1 ห้องนอน ขนาด 24.5-26.5 ตารางเมตร และประเภท 2 ห้องนอน ขนาด 49.5 ตารางเมตร ในราคาขายเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท หรือประมาณ 95,000 บาทต่อตารางเมตร

        หากมองในแง่ของการลงทุคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่าบุคคลากรทางการแพทย์ในย่านนี้ ก็เป็นหนึ่งที่น่า สนใจสำหรับการลงทุนไม่น้อย

. . . . . . . . . . . .

        ทั้งหมดนี้ สะท้อนได้ว่าทำเลปิ่นเกล้า ไม่เพียงแต่จะเป็นย่านเก่าแก่ของคนไทย ที่มีความเจริญของเมืองมายาวนาน ด้วยการเป็นทำเลเชื่องต่อเข้าสู่ฝั่งพระนครได้อย่างสะดวก ศักยภาพทำเลย่านนี้จึงกลายเป็นย่านการค้าพาณิชย์ในรูปแบบของศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ รวมทั้งแหล่งงานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา, โรงพยาบาล หรือหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ทำเลนี้จึงเป็นอีกย่านที่มีคอนโดมิเนียมปิ่นเกล้าเกิดขึ้น เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของคนในพื้นที่ รวมทั้งเป็นโอกาสลงทุนสำหรับนักลงทุนรายย่อยกำลังมองหาทำเลน่าสนใจเพื่อปล่อยเช่า นั่นเอง ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตาม ได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ