logo

            ทำเลราชเทวี ทำเลที่โดดเด่นและน่าอยู่ที่สุดอีกทำเลหนึ่งของกรุงเทพ เพราะทำเลนี้ไม่เพียงแต่เป็นทำเลที่ตั้งอยู่ในเมืองชั้นในของกรุงเทพ (Inner Urban Area) เท่านั้น แต่ทำเลนี้ยังมีความโดดเด่นมากๆ ในแง่ของการเป็นทำเลแห่งการ Interchange ของรถไฟฟ้าสายสำคัญ 2 สายในอนาคต ได้แก่ รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งทั้ง 2 สาย เป็นรถไฟฟ้าสายรัศมีผ่านกลางเมือง (Radial Line) ที่เรียกได้ว่าเป็นสายสำคัญของการสร้างรถไฟฟ้าเลยทีเดียว และยังมีอีกหลายเรื่องดีๆ ของทำเลแห่งนี้ที่อาจไม่เคยมีใครบอกคุณมาก่อน แน่นอนว่าเราจะขอรวบข้อมูลทั้งหมดมาบอกเล่าให้กันอ่านในบทความนี้

. . . . . . . . . . .

 

รู้จักทำเลราชเทวีให้ดียิ่งกว่าเดิม

          ถึงแม้ว่าในอดีตทำเลราชเทวีอาจไม่ใช่ทำเล Prime area แต่เป็นทำเลเชื่อมย่านการค้าปลีกของกรุงเทพ ระหว่างย่านประตูน้ำ - สยาม – เมืองชั้นในอย่างพระนคร แต่เมื่อรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเข้าได้เข้าเยือนในทำเล การเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลก็เข้ามาเคาะประตูบ้านของทำเลนี้

          ปัจจุบันเราจะได้เห็นคอนโดมิเนียมตึกสูงมากมายในทำเล ตั้งแต่บนถนนพญาไท ตั้งแต่ช่วงรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวสถานีพญาไทมาจนถึงสถานีราชเทวีซึ่งเป็นคอนโดโครงการเก่าที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการเข้ามาของรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว หลังจากกระแสการพัฒนาที่เกิดขึ้นอย่างเปรี้ยงปร้างบนทำเลนี้ ในช่วงการเข้ามาของรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวในทำเลเริ่มซาลงไป ก็ไม่ค่อยมีโครงการคอนโดมิเมียมใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกในทำเลนี้

         จนกระทั่งมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการดำเนินการก่อสร้าง รถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ รถไฟฟ้าสายสีส้มสายตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ - มีนบุรี) ที่ในปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ และรถไฟฟ้าสายสีส้มสายตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม - บางขุนนนท์) ซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจาเวนคืนที่ดิน โดยเป็นเส้นทางสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างตะวันตกและตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยมีเส้นทางวิ่งผ่านทำเลด้วย ก็ทำให้กระแสการพัฒนาเริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างคึกคักในทำเลอีกครั้ง

          สอดล้องกับในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ประกาศราคาประเมินที่ดิน รอบบัญชีปี 2559 – 2562 จำนวน 32 ล้านแปลงทั่วประเทศไทย ซึ่งพบว่าราคาที่ดินทั่วประเทศปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 15% แต่ทำเลแนวรถไฟฟ้าสายเกิดใหม่กลับปรับสูงขึ้นถึง 75% และยิ่งเป็นจุดที่ใกล้กับตัวสถานีรถไฟฟ้าเอง จะมี่ราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้นถึง 150% ทำให้ทำเลราชเทวีซึ่งจะเป็นจุด Interchange ของรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวและรถไฟฟ้าสายสีส้มสายตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม – บางขุนนนท์) ได้ขึ้นแท่นเป็น Prime area อีกหนึ่งทำเลของกรุงเทพในทันที

. . . . . . . . . . . . . .

 

เจาะความน่าสนใจของทำเลราชเทวี ที่อาจไม่เคยมีใครบอกคุณ

        ไม่ใช่แค่ปัจจัยในเรื่องของการเข้ามาของรถไฟฟ้าเท่านั้น ที่ทำให้ทำเลราชเทวีได้ขึ้นแท่น Prime area ของกรุงเทพได้อย่างสง่างาม แต่ทำเลนี้ยังมีศักยภาพในด้านอื่นที่เป็นปัจจัยบวกอยู่แล้ว และยังมีโอกาสในการพัฒนาในอนาคต ที่จะยิ่งผลักดันให้การเติบโตบนทำเลสูงขึ้นกว่าเดิมอีก ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

ราชเทวีทำเลที่อยู่อาศัยของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา

        หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า ทำเลราชเทวีนั้นเป็นย่านที่อยู่อาศัยยอดนิยมของกลุ่มดีมานด์ระดับแม่เหล็กอย่างนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ด้วยการเป็นทำเลที่สามารถเข้าถึงสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตมศว. (ปทุมวัน) หรือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสถาบันเหล่านี้ ล้วนเป็นสถาบันในฝันที่ผู้ปกครองต่างตั้งใจอยากให้บุตรหลานของตัวเองได้เข้าเรียนทั้งสิ้น โดยมีปริมาณของบุคลากร นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ปีละประมาณ 50,000 คนได้หมุนเวียนเข้ามาเรียนและทำการสอนในสถาบันเหล่านี้

       แน่นอนว่าเมื่อสามารถเข้าถึงสถาบันชั้นนำที่ไม่ว่าผู้ปกครองคนไหนก็อยากส่งบุตรหลานเข้ามา ทำให้กลุ่มดีมานด์ซึ่งเป็นผู้ปกครอง กลายเป็นดีมานด์หลักอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาจับจองที่อยู่อาศัยในทำเล โดยเฉพาะคอนโดราชเทวี ด้วยความตั้งใจที่ซื้อเป็นทรัพย์สินเพื่อให้บุตรหลานสามารถเดินทางไปเรียนได้อย่างสะดวกสบาย เพราะสามารถเข้าถึงสถาบันเหล่านี้ได้ง่าย ไม่ว่าจะเดินทางผ่านถนนพญาไท หรือใช้เส้นทางถนนบรรทัดทอง รวมถึงเก็บเป็นทรัพย์สินเพื่อการลงทุนในอนาคต เนื่องจากทำเลแห่งนี้เป็นการลงทุน Campus condo ที่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว เพราะมีดีมานด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา

 

ราชเทวี ทำเล Campus condo แห่งการลงทุนและการอยู่อาศัยสำหรับวัยทำงาน

       ด้วยการที่ทำเลราชเทวี เป็นทำเลที่สามารถสร้างผลตอบแทนในการลงทุนได้ในระยะยาว โดยเฉพาะคอนโดราชเทวี ซึ่งเป็นลักษณะของ Campus condo หรือคอนโดใกล้เขตสถาบันการศึกษาชั้นนำ ซึ่งมักจะได้รับการตอบรับสูงอยู่แล้วในกลุ่มนักลงทุน เนื่องจากมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างคุ้มค่า ระยะเวลาในการลงทุนคุ้มทุน มีผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง และสามารถเก็บเป็นทรัพย์สินได้ในอนาคต โดยคอนโดราชเทวี ไม่เพียงแต่ได้รับความสนใจในฐานะของการเป็น Campus condo เท่านั้น แต่ยังเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีสำหรับวัยทำงานด้วย

       การเริ่มต้นซื้อ asset อย่างคอนโดราชเทวี จึงไม่ใช่แค่เพียงการซื้อเพื่อให้บุตรหลานสามารถเดินทางไปเรียนได้อย่างสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังเป็นการซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สองสำหรับชีวิตวัยทำงานในอนาคต เนื่องจากเป็นทำเลของเมืองชั้นใน (Inner urban area) ที่สามารถเดินทางเข้าสู่ CBD ของย่านใจกลางเมืองอื่นๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะด้วยรถส่วนตัวหรือขนส่งมวลชน

 

สถานีราชเทวีจุดตัดของรถไฟฟ้า 2 สายที่เป็นระดับ Radial Line

      หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาแล้วว่าราชเทวีเป็นทำเลจุดตัดของรถไฟฟ้า 2 สาย คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียวราชเทวี BTS และรถไฟฟ้าสายสีส้มสายตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม – บางขุนนนท์) แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันก็งั้นๆ ธรรมดาทั่วไป เพราะทำเลอื่นเองก็เป็นทำเล Interchange ของรถไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วการเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้า 2 สายนี้มีความสำคัญมากกว่านั้น และเรากำลังจะบอกเหตุผลในตอนนี้

       ต้องบอกว่าหลายเมืองใหญ่ทั่วโลกก็ได้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งมวลชนเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดเช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ก, โตเกียว, โซล หรือฮ่องกง ซึ่งแต่ละเมืองนั้นก็ได้มีรถไฟฟ้าจำนวนหลายสายวิ่งโยงใยกันทั่วทั้งเมือง เคยสงสัยมั้ยว่าตามหลักแล้วมีการสร้างรถไฟฟ้าสายไหน โดยอิงจากปัจจัยอะไร

      คำตอบก็คือ รถไฟฟ้าในมหานครเมืองใหญ่หลายเมือง สามารถแยกประเภทหรือบทบาทของระบบเส้นทางไว้จำนวน 4 ประเภท ได้แก่ สายรัศมีผ่านกลางเมือง (Radial Line), สายวงแหวน (Ring Line), สายต่อขยายจากรัศมี (Extended Radial Line) และ สายบริการจุดสำคัญเป็นพิเศษ (Tangent Line) โดยสายที่ถูกให้ความสำคัญในการดำเนินการเป็นสายแรก คือ สายรัศมีผ่านกลางเมือง (Radial Line) อย่างรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว และ รถไฟฟ้าสายสีส้ม นั่นเอง

       โดยรัศมีผ่านกลางเมือง (Radial Line) จะมีลักษณะเส้นทางของการวิ่งผ่านกลางเมืองจากด้านหนึ่งไปยังด้านหนึ่ง โดยจะผ่านศูนย์กลางและย่านธุรกิจที่มากที่สุด ทำให้เป็นสายที่มีจำนวนผู้โดยสารเยอะและให้ความสำคัญสูงสุด อย่างรถไฟฟ้าราชเทวี BTS ซึ่งมีเส้นทางเชื่อมระหว่างเหนือ – ใต้ของกรุงเทพ ก็เป็นสายที่ได้ดำเนินการสายแรก ผ่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพอย่างครอบคลุม นอกจากนั้นการได้ Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่เส้นทางเชื่อมระหว่างตะวันตก – ตะวันออกของกรุงเทพ ทำให้จากสถานีราชเทวีก็สามารถไปได้ทั่วทุกทิศของกรุงเทพ โดยเปลี่ยนสายน้อยกว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ นั่นเอง

ราชเทวีทำเลแนบชิดติดกับ Shopping Destination ของกรุงเทพ

       ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ใจกลางย่านธุรกิจอย่างเต็มตัว แต่ก็เรียกได้ว่าอยู่แนบชิดติดกับ Shopping Destination ของกรุงเทพอย่างสยามเลยทีเดียว ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าย่านสยามคือปลายทางสำคัญของนักช้อปและยังเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ที่มี traffic สูงที่สุดของ Shopping center ในกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นยังเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาหารการกิน และแหล่งกิจกรรมเอนเตอร์เทนเม้นท์มากมาย ซึ่งทำให้สามารถเดินทางไปสยามได้อย่างสะดวกด้วยการเดินเท้า เพราะระยะทางเพียง 500 – 600 เมตร ก็ถึงแยกปทุมวัน ที่ตั้งของหอศิลป์กรุงเทพมหานครและมาบุญครองเซ็นเตอร์ และเดินถัดไปอีกนิดก็เข้าสู่ใจกลางสยาม ที่มีสยามดิสคัฟเวอรี่, สยามเซ็นเตอร์, สยามวัน, สยามพารากอน, สยามสแควร์ และลิโด้ คอนเน็ค เชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ

       ในอีกฝั่งด้านถนนบรรทัดทอง ก็สามารถเข้าถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ด้านอาหารของกรุงเทพอย่างง่ายดาย ทั้งสเตเดียมวัน, เทสโก้ โลตัส พระราม1, สวนหลวงาสแควร์ และร้านอาหารชื่อดังอีกมายมายในย่านถนนบรรทัดทองนี้ ด้วยศักยภาพของทำเลที่อยู่ใกล้ใจกลางเมืองอย่างสยามนี้ ทำให้การได้อยู่อาศัยในทำเลในแบบที่เพียง 1 สถานีก็ถึงสยาม ก็ไม่เกินไปนักที่จะเรียกทำเลราชเทวีว่า Prime area อย่างเต็มปาก

 

ทำเลราชเทวีเชื่อมการค้าสมัยเก่าและสมัยใหม่

        ไม่เพียงแต่จะมีศักยภาพของทำเลที่เชื่อมต่อกับย่านการค้าธุรกิจและแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำสมัยใหม่อย่างสยามเท่านั้น แต่จากทำเลนี้ก็ยังสามารถเชื่อมไปยังย่านค้าปลีก ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพอย่าง ประตูน้ำ - ราชปรารภ ได้อย่างสะดวกด้วยเช่นกัน โดยย่านประตูน้ำ แพลทตินั่ม ราชปรารภ เป็นย่านการค้าปลีกและส่งที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของประเทศ และยังได้รับความสนใจในสายตาของชาวต่างชาติ ในย่านนี้ยังพบเห็นชาวต่างชาติหลายชาติที่ใช้ชีวิตและทำธุรกิจอยู่ด้วย โดยเฉพาะชาวต่างชาติจากกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินโดนิเซีย เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มดีมานด์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งกลุ่มเลยทีเดียว

        การเป็นทำเลที่สามารถเข้าได้ทั้งแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำและแหล่งค้าปลีกส่งขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ทำให้ทำเลราชเทวีจึงเป็นเหมือนทำเลที่เชื่อมระหว่างธุรกิจการค้าสมัยเก่าและสมัยปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน

 

แยกราชเทวี กับแปลงที่ดินที่รอการพัฒนาให้สมบูรณ์

       อีกหนึ่งไฮไลท์ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะช่วยดึงดูดและผลักดันการพัฒนาในทำเลให้เติบโตไปอีกขั้น คือการเข้ามาของโครงการจากภาคเอกชน ที่เข้ามาช่วยเสริมทัพให้ทำเลนี้กลายเป็น Business District ที่สมบูรณ์แบบ โดยมีทั้งโครงการที่ดำเนินการเสร็จอแล้ว, โครงการที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการและโครงการที่ต้องรอติดตามว่าจะเกิดอะไรขึ้น ได้แก่

Sping Tower (สปริงทาวเวอร์)

01

ขอบคุณภาพจาก : https://property101thailand.com

       อาคารสำนักงานเกรด A รูปทรงเหมือนอัญมณีที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่บริเวณหัวมุมแยกราชเทวีฝั่งถนนเพชรบุรี - พญาไท เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดให้บริการไปหมาดๆ เมื่อปี 2563 โดยเป็นอาคารสำนักงานจากการร่วมมือของ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด, บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท แสงฟ้า ก่อสร้าง จำกัด ด้วยมูลค่าการลงทุนถึง 2,500 ล้านบาท โดยเป็นอาคารสำนักงานสูง 27 ชั้น ที่มีพื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 27,000 ตารางเมตร โดยมีราคาเช่าประมาณ 950 – 1,100 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งนับเป็นอาคารสำนักงานเกรด A แห่งแรกบนแยกราชเทวีนี้

JRK Tower (จุฬางกูรทาวเวอร์)

       อาคาร Mixed-use ที่มีกระแสของการพัฒนามาได้สักระยะ บนที่ดินแปลงสวยทำเลทองแยก ฝั่งถนนเพชรบุรี - พญาไท (ประตูน้ำ) ซึ่งเป็นโครงการของกลุ่มตระกูลจุฬางกูร เจ้าตลาดธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ โดยคาดว่าจะเป็นอาคาร Mixed-use ความสูง 46 ชั้น บนพื้นที่ดินขนาด 6 ไร่เศษ พื้นที่อาคารรวมถึง 118,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น โรงแรมระดับ 5 ดาว จำนวน 350 ห้อง บนชั้น 7 – 13 และ banquet ชั้น 15 และอาคารสำนักงานให้เช่าพื้นที่รวม 47,000 ตารางเมตร บนชั้น 16 – 42, Sky lounge ชั้น 44 – 45 และ Sky desk Rooftop ที่ชั้น 46 โดยมีทำเลที่อยู่ใกล้กับทางขึ้นรถไฟฟ้าราชเทวี BTS คาดว่ามูลค่าการลงทุนรวมที่ดินแล้วประมาณ 7,200 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีราคาเช่าอาคารสำนักงานประมาณ 1,500 บาทต่อตารางเมตร เรียกได้ว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพ รองมาจาก อาคารปาร์ค เวนเจอร์และเกษร วิลเลจ เลยทีเดียว

BTS Phayathai Complex (บีทีเอส พญาไท คอมเพล็กซ์)

01

ขอบคุณภาพจาก : www.hht.co.th

    ขยับออกไปอีกนิดทางฝั่งพญาไท ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นของโครงการพัฒนาใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน โดยโครงการบีทีเอส พญาไท คอมเพล็กซ์ เป็นอีกหนึ่งโครงการ Mixed-use ที่จะตบเท้าเข้ามาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในทำเล ภายใต้การลงทุนของบริษัท ยูซิตี้ จำกัด (มหาชน) ภายในโครงการแบ่งเป็น โรงแรม, พื้นที่ค้าปลีก, อาคารสำนักงานให้เช่า และที่อยู่อาศัยระดับ Luxury โดยมีความสูง 51 ชั้น มูลค่าโครงการกว่า 9,500 ล้านบาท โดยจะมีพื้นที่อาคารสำนักงานให้เช่าประมาณ 22,000 ตารางเมตร

. . . . . . . . . . .

แนะนำ 3 โครงการคอนโดราชเทวีใหม่ในปี 2564

1. โครงการคอนโด Maestro 14 Siam – Ratchatherwi (มาเอสโตร 14 สยาม - ราชเทวี)

01

เจ้าของโครงการ : Major Development (เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์) 

ที่ตั้งโครงการ : ซอยเพชรบุรี 12 (ซอยโรงแรมเอเชีย) สามารถทะลุถนนเพชรบุรีและถนนพญาไทได้ ใกล้รถไฟฟ้าราชเทวี BTS เพียง 350 เมตร

จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียม Pet friendly เพียงไม่กี่แห่งบนทำเลราชเทวี ตั้งอยู่ในซอยเพชรบุรี 12 สามารถเชื่อมได้ทั้งถนนเพชรบุรีและถนนพญาไท ตกแต่งแบบ Fully Furnished ได้ครบทั้ง เฟอร์นิเจอร์, เครื่องปรับอากาศ, ชุดครัว และชุดสุขภัณฑ์พร้อมฉากกั้นห้องน้ำ โดยแบรนด์ Maestro ยังเป็นแบรนด์คอนโดมิเนียม Low rise ระดับพรีเมียมที่ประสบความสำเร็จของค่ายเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ อีกด้วย

เนื้อที่โครงการ : 1-1-59 ไร่

จำนวนอาคาร : 1 อาคาร สูง 8 ชั้น

จำนวนห้องพักอาศัย : 179 ยูนิต

จำนวนที่จอดรถ : 36%

ประเภทและขนาดห้อง :

- 1 Bedroom Suite 26.72 – 30.91 ตารางเมตร

- 1 Bedroom 32.00 – 35.66 ตารางเมตร

- 2 Bedroom 60.55 – 64.81 ตารางเมตร

ปีที่สร้างเสร็จ : 2561

ราคา : 7.2 ล้านบาท* 2 ห้องนอน

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : 118,000 - 140,000 บาทต่อตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก : Pet friendly, Lobby, Bike Rack, Swimming Pool, Stream & Suana, Karaoke Room, BBQ, Pet Zone, Access Card Control และ Security 24 hrs.

2. โครงการคอนโด CONNER Ratchathewi (คอนเนอร์ - ราชเทวี)

01

เจ้าของโครงการ : The Creator HQ (เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด) 

ที่ตั้งโครงการ : ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี (ฝั่งเลขคู่) ระหว่างซอยเพชรบุรี 10 - เพชรบุรี 12

จุดเด่นโครงการ : คอนเนอร์ ราชเทวี คอนโดมิเนียมระดับ Luxury ที่มีทำเลที่ตั้งติดกับ MRT ราชเทวี (สายสีส้ม) เพียงแค่ 0 เมตร และใกล้กับรถไฟฟ้าราชเทวี BTS เพียง 300 เมตร นอกจากนั้นยังออกแบบให้ยูนิตส่วนใหญ่เป็นยูนิตห้องมุม ที่ทำให้ได้วิวที่ดีและกว้างกว่าแบบเดิม พร้อมพื้นที่สีเขียวที่สอดแทรกมาในโครงการ ไม่ว่าจะเป็น Vertical Forest ตั้งแต่ชั้น 4 -21 หรือ Outdoor Terrace ในชั้นต่างๆ โดยมีต้นไม้มากกว่า 145,000 ต้น และใช้ระบบรดน้ำ Smart Irrigation System จากอเมริกาและระบบน้ำ Hydrosmart จากออสเตรเลียในสระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมที่จอดรถแบบ Auto parking ถึง 78.9%

เนื้อที่โครงการ : 1-3-21 ไร่

จำนวนอาคาร : 1 อาคาร สูง 38 ชั้น ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น

จำนวนห้องพักอาศัย : 294 ยูนิต

จำนวนที่จอดรถ : 232 คัน คิดเป็น 78.9% (Auto Parking) และจอดแบบ on-ground parking 15 คัน

ประเภทและขนาดห้อง :

- 1 Bedroom 34.90 – 35.40 ตารางเมตร

- 1 Bedroom Loft 30.00 – 42.00 ตารางเมตร

- 1 Bedroom Plus 50 ตารางเมตร

- 2 Bedroom 69.00 – 73.00 ตารางเมตร

ปีที่สร้างเสร็จ : 2564

ราคา : 8.7 ล้านบาท*

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : 250,000 บาทต่อตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก : Lobby Lounge, บริการ Concierge, Mailbox, Waiting Lounge (Auto Parking), Auditorium, Study area, The Club, Meeting Room, Outdoor Terrace, Hideaway Courtyard, Observation Deck, Swimming Pool, Fitness, Laundry room, Access Card Control, CCTV และ Security 24 Hrs.

3. โครงการคอนโด The Address Siam - Ratchathewi (ดิ แอดเดรส สยาม - ราชเทวี)

01

เจ้าของโครงการ : AP Thailand (เอพี ไทยแลนด์) 

ที่ตั้งโครงการ : ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี (ฝั่งเลขคู่) บริเวณปากซอยเพชรบุรี 14

จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียมระดับ Prestige – Luxury ใหม่จากเอพี ไทยแลนด์ โดยใช้แบรนด์ The Address เข้ามาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ ให้เป็น Flagship ของแบรนด์บนทำเลราชเทวี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างเอพี ไทยแลนด์ และ มิตซูบิชน เอสเตท เรสซิเดนท์ โดยมีจุดเด่นที่การจัดวาง Floor plan ของแต่ละชั้น ให้ยูนิตแต่ละยูนิตไม่บดบังวิวกัน พร้อมการตกแต่งภายในด้วยการใช้แบรนด์ Luxury และวัสดุระดับพรีเมียมทั้งสิ้น

เนื้อที่โครงการ : 3-1-55 ไร่

จำนวนอาคาร : 1 อาคาร สูง 50 ชั้น

จำนวนห้องพักอาศัย : 800 ยูนิต ร้านค้า 1 ยูนิต

จำนวนที่จอดรถ : 449 คัน คิดเป็น 51% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)

ประเภทและขนาดห้อง :

- 1 Bedroom 31.00 – 35.00 ตารางเมตร

- 1 Bedroom Duplex 50.00 ตารางเมตร

- 2 Bedroom 51.00 – 68.00 ตารางเมตร

- 2 Bedroom Duplex 65.00 ตารางเมตร

- 3 Bedroom 85.00 ตารางเมตร

ปีที่สร้างเสร็จ : 2566

ราคา : 7.29 ล้านบาท*

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : ประมาณ 235,000 บาทต่อตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก : Lobby Lounge, Thewi Garden, Piman Lounge, Mayura Lounge, The Scented Garden, The Gym, The Sky Garden, The Sky Library, The Sky Bar, The Sky Gym, The Sky Pool, Hydrotherapy & Kid’s Pool, Access Card Control, CCTV และ Security 24 Hrs.

. . . . . . . . . . . .

 

       ด้วยศักยภาพที่อัดแน่นจนล้นในทำเลราชเทวีแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งของทำเลที่เชื่อมกับ Shopping center ของประเทศ เพียง 1 สถานีถึงสยาม ใกล้แห่งสถาบันการศึกษาชั้นนำที่ผู้ปกครองต่างอยากส่งบุตรหลานมาเรียน การเกิดใหม่ของย่านแหล่งงานอาคารสำนักงานเกรดเอ รวมไปถึงการเป็นสถานี Interchange ของรถไฟฟ้าสาย Radial Line เชื่อมทั้ง 4 ทิศ ไม่ว่าจะเป็นเหนือ ใต้ ออก ตก ของกรุงเทพ และโอกาสในการพัฒนาอย่างไม่รู้จบในอนาคต ทำให้ทำเลราชเทวีกลายเป็น New Prime Area ของกรุงเทพอย่างเต็มรูปแบบที่แท้จริง ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตา มได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ