logo

          เมื่อกระแส “ย้ายประเทศกันเถอะ” กำลังตื่นตัวกันอย่างหนักในโลกโซเชียล เชื่อว่าหลายคนที่สนใจและอยากจะไปอยู่ต่างประเทศ คงหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตกันมาบ้างแล้ว นอกจากจะต้องรู้ความต้องการของตัวเองแล้วว่าจะไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ประเทศไหน ค่าครองชีพเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของการจะตัดสินใจย้ายไปอยู่ต่างประเทศนั่นก็คือเรื่อง “ที่พัก” นั่นเอง เพราะแค่หากไปเพียงท่องเที่ยวแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับ หรืออาจจะมีญาติพี่น้องที่อยู่ที่นั่นก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อจะต้องไปอยู่แบบระยะยาวอาจจะต้องศึกษาเพิ่มเติมกันอีกหน่อยว่า จะต้องหาที่พักแบบไหนที่จะอยู่ได้ดีและปลอดภัยกับตัวเองมากที่สุด บทความนี้เราจะมาดูกันว่า การจะเช่าที่พักหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศนั้นเป็นยังไงบ้าง รวมไปถึงเรื่องที่ควรรู้ก่อนอยากย้ายไปต่างแดน จะน่าสนใจมากแค่ไหนไปติดตามกัน

. . . . . . . . . .

ว่าด้วยเรื่องคอนโด อพาร์ตเมนต์ต่างกันอย่างไร?

          อ่ะ! ก่อนเราจะไปเข้าเรื่องอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศนั้น มาทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างคำว่าอพาร์ตเมนต์ และคอนโดมิเนียมก่อนดีกว่า เพราะในบางประเทศนั้นอาจจะใช้คำศัพท์เหล่านี้ต่างกัน หรืออาจจะไม่ใช้คำบางคำเลยด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้ว แฟลต, อพาร์ตเมนต์ และ คอนโด จะมีลักษณะทางกายภาพที่ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่จะต่างในเรื่องของ ความเป็นเจ้าของหรือ Ownership นั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือกรรมสิทธิ์ของ แฟลต, อพาร์ตเมนต์ ทั้งอาคารจะเป็นของเจ้าของคนเดียว หรือบริษัทเดียวเท่านั้น ซึ่งจะเป็นผู้บริหารจัดการดูแลการปล่อยเช่า (Landlord) ส่วนคอนโดนั้นสามารถเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้อง(ยูนิต)ของตัวเอง และถือกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินส่วนกลางได้ และแมนชั่น ต่างชาติเขาใช้เรียกคฤหาสน์ อย่างเช่น คฤหาสน์ประจำตระกูลแบบนี้เป็นต้น

          อย่างที่อเมริกา อพาร์ตเมนต์ จะมีไว้สำหรับให้เช่า เจ้าของคือ Developer ส่วนคอนโดมิเนียม มีไว้ให้จับจองมาเป็นเจ้าของหรือซื้อขายนั่นเอง เจ้าของจะเป็นบุคคลที่เอาไว้ปล่อยเช่าก็ได้ มีกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของแต่ละยูนิต และสามารถแชร์ส่วนกลางร่วมกันได้ อย่างเช่น ทางเดิน ลิฟต์ สระว่ายน้ำเป็นต้น ส่วนที่อังกฤษแฟลตกับอพาร์ตเมนต์ใช้เหมือนกัน จะเช่า หรือจะซื้อก็ได้ ส่วน Mansion ก็คือบ้านหลังใหญ่ ๆ มีดีไซน์หรูหรา ในประเทศแถบยุโรป ซึ่งต่างจากบ้านเราหรือในเอเชียที่จะนำศัพท์นี้มาเรียกกับอาคารลักษณะ Mansion Block ที่นหน้าตาไม่ต่างกับแฟลตหรืออพาร์ตเมนต์เลยนั่นเอง

 

ค่าครองชีพและการเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศเป็นอย่างไร?

          เมื่อมีกระแสการอยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศมากขึ้น เชื่อว่าหลายคนเริ่มหาข้อมูลเชิงลึกและทุกมิติของแต่ละประเทศที่ตัวเองชื่นชอบและใฝ่ฝันที่อยากจะไปกันอย่างหนัก การย้ายประเทศนั้นจะว่าไปมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากแต่ก็ไม่ง่ายสำหรับบางคนที่อาจจะมีข้อจำกัดในหลาย ๆ อย่าง แต่การหาข้อมูลไว้ให้มากที่สุดน่าจะเป็นการดีสำหรับการเตรียมตัวในเบื้องต้น สำหรับประเด็นในเรื่องของการเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย เพราะนั่นก็ถือว่าเป็น Cost หลัก ๆ ที่คุณจะต้องจ่ายในแต่ละเดือนนานเป็นแรมปี ซึ่งในแต่ละประเทศค่าครองชีพรวมถึงราคาทั้งเช่าและซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะราคาอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศก็จะแตกต่างกันออกไป เราจึงได้รวบรวมประเทศที่หลายคน(น่าจะอยากไปอยู่) 7 ประเทศมาแบ่งปันเอาข้อมูลไปลองเปรียบเทียบกันดูจ้า

. . . . . . . . . .

กรุงโตเกียว (Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น

อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ-ญี่ปุ่น(โตเกียว)

          ประเทศญี่ปุ่น ติด 1 ใน 10 ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะ จึงทำให้การนำเข้า – ส่งออกสินค้า มีราคาแพง จากการประมาณการค่าครองชีพสำหรับอาศัยอยู่ในโตเกียว ที่ค่อนข้างสูง แต่ระบบเศรษฐกิจของเขาก็ดีมากเช่นกัน โดยเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน มีบริษัท IT ชั้นนำ เข้ามาลงทุนในประเทศญี่ปุ่นจำนวนมาก ปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่นได้ผลิตยานยนต์มากเป็นอันดับ 3 ของโลก และยังมีอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วย มาดูกันว่าค่าครองชีพในแต่ละเดือนที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะโตเกียวจะมีค่าใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง อัตราเงินเดือนจะเป็นอย่างไร รวมถึงเรื่องการเช่าหรือซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศอย่างกรุงโตเกียวจะต้องทำอย่างไรไปติดตามกัน

          ในส่วนของค่าครองชีพที่คุณต้องประมาณการค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน หลัก ๆ มีดังนี้

  • ค่าอาหารเน้นมื้อหลัก 1,000.00 ¥ (286.20 ฿)
  • ค่าเดินทาง One-way Ticket (Local Transport) 210.00 ¥ (60.10 ฿)
  • ค่าไฟ, ค่าแอร์, ค่าน้ำ, ค่าเก็บขยะ อพาร์ตเมนต์ขนาด 85 ตร.ม. 22,807.02 ¥ (6,527.42 ฿)
  • ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศรายเดือนในญี่ปุ่น
    • 1 Bedroom ในเมือง 144,121.92 ¥ (41,248.00 ฿)
    • 1 Bedroom นอกเมือง 76,832.00 ¥ (21,989.48 ฿)
  • กรณีซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศในญี่ปุ่น
    • ในเมือง ตร.ม. ละ 1,288,515.84 ¥ (368,775.92 ฿)
    • นอกเมือง ตร.ม. ละ 754,818.30 ¥ (216,030.57 ฿)

          ทั้งนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในกรุงโตเกียวสำหรับ 20 ปี จะมีอัตราคงที่อยู่ที่ 1.24 % ต่อปี โดยค่าแรงของคนในกรุงโตเกียวสุทธิรายเดือนเฉลี่ย (หลังจากหักภาษีแล้ว)อยู่ที่ 352,888.43¥ (100,997.40฿)

 เมื่อเทียบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯและกรุงโตเกียว จะเห็นได้ว่า ด้านราคาสินค้าในการบริโภค(ไม่รวมค่าเช่า)ของกรุงเทพต่ำกว่าในกรุงโตเกียว 39.43% และถึงแม้จะการบริโภคและการเช่าเข้าไปด้วยตัวเลขของกรุงเทพฯ ก็ยังต่ำกว่าในโตเกียว 39.95% ขณะที่ราคาเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯต่ำกว่าในโตเกียว 41.11% ราคาร้านอาหารในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าในโตเกียว 50.36% รวมถึงราคาขายของร้านของชำในกรุงเทพฯ ต่ำกว่าโตเกียว 42.87% และกำลังซื้อของคนในกรุงเทพฯ ก็ต่ำกว่าโตเกียว 56.30% เช่นกัน

สำหรับราคาค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ญี่ปุ่นรายเดือน

          จะแตกต่างกันตามความสะดวกของที่ตั้งและระยะห่างจากสถานีรถไฟเป็นหลัก หากใครมีงบไม่มากและตั้งใจจะอยู่อาศัยระยะยาว แนะนำให้หาอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ-กรุงโตเดียวแบบห้องเปล่าแล้วซื้อเฟอร์นิเจอร์เองดีกว่า ส่วนใครที่กะว่าจะอยู่สักประมาณ 1 ปีหรือยาวกว่านั้นลองหาเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ-กรุงโตเดียวแบบแชร์เฮาส์หรือหาห้องแบบที่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้วน่าจะดีกว่า

          การหาที่พักหรืออพาร์ตเมนต์ญี่ปุ่นรายเดือนนั้น ต้องผ่าน “นายหน้า” ทุกขั้นตอน เมื่อได้ห้องพักที่ต้องการแล้วก็ทำการลงทะเบียนขอเช่าห้อง ก่อนจะทำสัญญา ทางเจ้าของห้องและบริษัทผู้ดูแลจะดำเนินการตรวจสอบก่อนเข้าพักว่าจะให้คุณลูกค้าสามารถเช่าห้องได้หรือไม่ ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีผู้ค้ำประกันในสัญญา แต่หากไม่มีผู้ค้ำก็สามารถใช้บริการของบริษัทค้ำประกันแทนได้ บางกรณีจะไม่สามารถทำสัญญาได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข โดยขั้นตอนนี้จะมีเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ คือ บัตรต่างด้าว/พาสปอร์ต, หนังสือรับรองการทำงาน, หนังสือรับรองสถานะนักเรียน(กรณีเป็นนักเรียน), ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย, สลิปเงินเดือน เป็นต้น

          การทำสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ญี่ปุ่นรายเดือนนั้นจะมีค่าใช้จ่ายหลายส่วนที่ต้องเตรียม คือ ค่าเช่าห้องต่อเดือน, ค่าตอบแทนกับเจ้าของบ้านที่ยอมให้เช่า, ค่ามัดจำ มักคิดอยู่ที่ 1-2 เท่าของค่าเช่าห้อง, ค่านายหน้าคิดเท่ากับค่าเช่า 1 เดือน, ค่าผู้ค้ำประกันการเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศจะอยู่ราว ๆ 50-120% ของค่าเช่าห้อง, ค่าประกันอุบัติภัยของห้องเช่า ประมาณ 20,000 เยน/2 ปี และค่าอื่น ๆ เช่น ค่าเปลี่ยนกุญแจจะอยู่ราว 1-2 หมื่นเยน, ค่าต่อสัญญา จะคิดเท่ากับค่าเช่า 1 เดือน แต่อาจแตกต่างไปตามพื้นที่และลักษณะห้องได้

สำหรับกระบวนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น

          มีขั้นตอนและรายละเอียดที่คล้าย ๆ กับการเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ คือทุกอย่างต้องผ่านนายหน้า มีขั้นตอนของการให้คำปรึกษา เข้าไปดูบ้านที่ต้องการซื้อ การกรอกแบบฟอร์มคำขอซื้อ และการลงนามทำสัญญาซื้อขาย ซึ่งเมื่อได้ทำการลงนามผู้ซื้อจะต้องชำระเงินมัดจำ (5-10%), ตัวแทนจะต้องชำระค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (ครึ่งหนึ่งของจำนวน) และต้องชำระค่าธรรมเนียมอากรแสตมป์ด้วย ซึ่งเอกสารที่ต้องใช้เมื่อลงนามในสัญญา ประกอบด้วย ตราประทับ / ลายเซ็น (ต้องมีตราประทับมาทั้งสองฝ่าย ในกรณีของความเป็นเจ้าของร่วมกัน), หนังสือเดินทาง, คำเบิกความ

  • ส่วนขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ คุณต้องได้รับการพิจารณาที่จะดำเนินการขั้นตอนการลงทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อ โดยจะต้องมีการชำระเงินของยอดเงินรวมทั้งค่าธรรมเนียมอื่นๆ ให้เรียบร้อย โดยเอกสารที่ต้องใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์ประกอบด้วย ตราประทับ / ลายเซ็น(ต้องมีตราประทับมาทั้งสองฝ่าย ในกรณีของความเป็นเจ้าของร่วมกัน), หนังสือรับรองการจดทะเบียนตราประทับ / หนังสือรับรองการจดทะเบียนลายเซ็น,หนังสือรับรองการจดทะเบียนที่อยู่, คำเบิกความ
  • สำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อทรัพย์สินและภาษีในญี่ปุ่น ประกอบด้วย ค่าอากรแสตมป์ เสียค่าอากรตอนทำสัญญาซื้อขาย, ค่ามัดจำ 10-20% ของราคาขาย, ส่วนที่เหลือของราคาขายอสังหาริมทรัพย์, ค่าภาษีทรัพย์สินถาวรและภาษีผังเมือง, ค่าธรรมเนียมการจัดการ, กองทุนสำหรับซ่อมแซม (สำหรับอพาร์ตเมนต์), ค่านายหน้า 3% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ + 60,000 เยน + ภาษีผู้บริโภคตามระเบียบของการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์, ภาษีจดทะเบียน การลงทะเบียนของกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรืออาคาร, ค่าธรรมเนียมอาลักษณ์ ค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์และการลงทะเบียนที่เกี่ยวข้องจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 ¥ รวมถึงค่าภาษีผู้บริโภค คิดที่อัตรา 8% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ จะคิดภาษีทั้งอาคารใหม่และเก่า แต่ไม่รวมถึงที่ดิน ส่วนมากจะถูกรวมไว้ในราคาขายแล้ว

 สำหรับชาวต่างชาติที่อาจมีคำถามที่ว่าจะสามารถกู้จากธนาคารในประเทศญี่ปุ่นหรือไม่? คำตอบคือ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นที่จะได้รับเงินกู้ยืมจากธนาคารญี่ปุ่น ฉะนั้นหากจะต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่นี่จะต้องใช้เงินหรือจัดการเงินทุนผ่านเงินกู้จากประเทศของตัวเอง เท่านั้น เว้นแต่ว่าคุณจะมีวีซ่าพำนักถาวรก็สามารถที่จะกู้ยืมเงินจากธนาคารในญี่ปุ่นได้นะจ๊ะ

. . . . . . . . . .

กรุงโซล (Seoul) เกาหลีใต้

อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ-เกาหลีใต้ (กรุงโซล)

          ทราบหรือไม่ว่ากรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้เป็นเมืองที่มีดัชนีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยมีการจัดอันดับดัชนีค่าครองชีพของทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของ (NUMBEO) ถึงแม้ว่าตัวเลขของค่าครองชีพในกรุงโซลจะสูงมากก็ตาม แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองเป้าหมายของใครหลาย ๆ คน ทั้งการไปท่องเที่ยวหรือทำงาน รวมถึงเป้าหมายของการที่อยากจะย้ายไปอยู่อาศัยแบบถาวรกันเลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น เราลองมาดูเรื่องค่าแรง ค่าครองชีพหลัก ๆ รวมถึงการเช่าหรือซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศที่กรุงโซลจะเป็นอย่างไรเพื่อจะได้นำมาคำนวณเล่น ๆ กันว่า จะเพียงพอต่อการที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นกันหรือเปล่า

  • ค่าอาหารเน้นมื้อหลัก 8,000.00 ₩ (223.13 ฿)
  • ค่าเดินทาง One-way Ticket (Local Transport) 1,250.00 ₩ (34.86 ฿)
  • ค่าไฟ, ค่าน้ำ, ค่าแอร์, ค่าเก็บขยะ อพาร์ตเมนต์ขนาด 85 ตร.ม. 214,492.52 ₩ (5,982.42 ฿)
  • ค่าบริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน นาทีละ 169.09 ₩ (4.72 ฿)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต 60 Mbps หรือค่าเคเบิล 26,997.83 ₩ (753.00 ฿)
  • ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศในกรุงโซล
    • 1 Bedroom ในเมือง 997,727.15 ₩ (27,827.63 ฿)
    • 1 Bedroom นอกเมือง 704,000.00 ₩ (19,635.28 ฿)
  • กรณีซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศในกรุงโซล
    • ในเมือง ตร.ม. ละ 21,968,263.61 ₩ (612,717.27 ฿)
    • นอกเมือง ตร.ม. ละ 11,058,892.03 ₩ (308,443.77 ฿)

          ทั้งนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับ 20 ปี จะมีอัตราคงที่อยู่ที่ 3.23 % ต่อปี โดยค่าแรงของคนในกรุงโซลสุทธิรายเดือนเฉลี่ย (หลังจากหักภาษีแล้ว) อยู่ที่ 2,811,544.88 ₩ (78,416.85 ฿)

 เมื่อเทียบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯและกรุงโซล จะเห็นได้ว่า ด้านราคาสินค้าในการบริโภค(ไม่รวมค่าเช่า)ของกรุงเทพต่ำกว่าในกรุงโซล 35.93% และถึงแม้จะการบริโภคและการเช่าเข้าไปด้วยตัวเลขของกรุงเทพฯก็ยังต่ำกว่าในโซล 33.06% ขณะที่ราคาเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯต่ำกว่าในโซล 25.45% ราคาร้านอาหารในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าในโซล 45.75% รวมถึงราคาขายของร้านของชำในกรุงเทพฯต่ำกว่าโซล 47.45% และกำลังซื้อของคนในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าโซล 49.51% เช่นกัน นั่นก็เป็นที่แน่ชัดว่าโดยรวมค่าครองชีพของกรุงโซลสูงกว่ากรุงเทพฯ บ้านเราแน่นอน

 

สำหรับการอยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศของเกาหลีนั้น มีด้วยกัน 3 วิธี

  1. ซื้ออยู่เอง เป็นการตกลงทำสัญญาซื้อขาย จ่ายเงิน แล้วก็โอนมาเป็นชื่อของเรานั่นเอง
  2. เช่าอยู่แบบจ่ายเงินประกัน คือจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศรายเดือน แต่ต้องจ่ายเงินประกันด้วย ดังนั้นเวลาจะเช่า ก็ต้องถามทั้งค่าเช่าและเงินประกันว่าเท่าไร แต่เงินประกันหากเลิกเช่าแล้วจะได้คืนเต็ม
  3. เช่าอยู่แบบจ่ายเงินก้อนใหญ่ การเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศที่ผู้เช่าจะต้องจ่ายเงิน 20-30% ของราคาห้องแล้วแต่ตกลงกับเจ้าของห้อง ส่วนระยะสัญญาขั้นต่ำอยู่ที่ 2 ปี แล้วพอหมดสัญญาและย้ายออก เราก็จะได้เงินทั้งหมดคืน

ข้อควรระวังและอย่าลืมโดยเด็ดขาด เมื่อซื้อบ้านหรือเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศที่เกาหลีไม่ว่าจะผ่านเอเจนซี่หรือไม่ก็ตามจะมีค่านายหน้าที่ทุกคนต้องจ่าย ต้องเช็คค่านายหน้าให้ละเอียดก่อน เนื่องจากการเรียกเก็บเงินที่สูงจนเกินไปอาจจะทำให้สัญญานั้นเป็นโมฆะได้ ในส่วนของเอกสารที่จำเป็นสำหรับทำสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศที่เกาหลี มักจะเป็นภาษาเกาหลีเท่านั้น ซึ่งเอกสารสัญญาประกอบไปด้วย แบบฟอร์มทำข้อตกลงการเช่า, คู่มือการตรวจสอบอาคารและสถานที่ รวมถึงข้อมูลการเช่าที่จำเป็น

. . . . . . . . . .

นครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) ประเทศจีน

อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ-จีน (ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้)

          เป็นที่ทราบกันดีในหมู่คนต่างชาติที่อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศจีนว่า ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศโดยเฉพาะปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้นั้นเป็นค่าใช้จ่าย Fixed Cost ที่ค่อนข้างสูงมาก บางคนแค่ราคาค่าเช่าต่อเดือนก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งของเงินเดือนแล้ว อันนี้หมายถึงอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศแบบทั้งหลังไม่แชร์กับใคร และยังไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ค่าจิปาถะอื่น ๆ ฉะนั้นใครที่วางแผนว่าอยากจะไปใช้ชีวิตที่ประเทศจีนโดยเฉพาะเมืองหลวงด้วยแล้ว เรื่องค่าครองชีพ และค่าที่อยู่อาศัยจะต้องสอดคล้องกับค่าแรงที่ได้รับในแต่ละเดือนอีกด้วย มาดูค่าครองชีพรวมถึงการเช่าหรือซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศของเมืองเซี่ยงไฮ้กันดีกว่า หากคุณจะต้องใช้ชีวิตที่นั่นว่าจะต้องจ่ายไปกับค่าอะไรบ้างในแต่ละเดือน

  • ค่าอาหารเน้นมื้อหลัก 30.00 ¥ (144.77 ฿)
  • ค่าเดินทาง One-way Ticket (Local Transport) 4.00 ¥ (19.30 ฿)
  • ค่าไฟ, ค่าน้ำ, ค่าแอร์, ค่าเก็บขยะ อพาร์ตเมนต์ขนาด 85 ตร.ม. 402.93 ¥ (1,944.47 ฿)
  • ค่าบริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน นาทีละ 0.23 ¥ (1.11 ฿)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต 60 Mbps หรือค่าเคเบิล 99.52 ¥ (480.26 ฿)
  • ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศรายเดือนในเซี่ยงไฮ้
    • 1 Bedroomในเมือง 8,555.55 ¥ (41,287.26 ฿)
    • 1 Bedroom นอกเมือง 4,097.22 ¥ (19,772.32 ฿)
  • กรณีซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศในเซี่ยงไฮ้
    • ในเมือง ตร.ม. ละ 100,406.25 ¥ (484,539.07 ฿)
    • นอกเมือง ตร.ม. ละ 48,959.11 ¥ (236,266.20 ฿)

          ทั้งนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับ 20 ปี จะมีอัตราคงที่อยู่ที่ 4.88% ต่อปี โดยค่าแรงของคนในเซี่ยงไฮ้สุทธิรายเดือนเฉลี่ย (หลังจากหักภาษีแล้ว)อยู่ที่ 10,704.54 ¥ (51,657.81 ฿)

 เมื่อเทียบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯและเซี่ยงไฮ้ จะเห็นได้ว่า ด้านราคาสินค้าในการบริโภค(ไม่รวมค่าเช่า)ของกรุงเทพต่ำกว่าในซิดนีย์ 0.72% และถึงแม้จะการบริโภคและการเช่าเข้าไปด้วยตัวเลขของกรุงเทพฯก็ยังต่ำกว่าในเซี่ยงไฮ้ถึง 16.18% ขณะที่ราคาเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯต่ำกว่าในเซี่ยงไฮ้ 38.13% ราคาร้านอาหารในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าในเซี่ยงไฮ้ 31.68% รวมถึงราคาขายของร้านของชำในกรุงเทพฯต่ำกว่าเซี่ยงไฮ้ 10.59% และกำลังซื้อของคนในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าเซี่ยงไฮ้ 38.80% เช่นกัน

สำหรับการเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศในเซี่ยงไฮ้

          ต้องผ่าน ซึ่งสามารถหานายหน้าได้จากหน้าเว็บของจีน อย่างเช่น www.58.com (ภาษาจีน) www.airbnb.com และ www.smartshanghai.com (ภาษาอังกฤษ) เมื่อได้ห้องที่สนใจแล้วก็เข้าไปติดต่อนายหน้า ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับนายหน้า 35% ของค่าเช่า 1 เดือน ก่อนเซ็นต์สัญญานอกจากต้องเช็คบ้าน เช็คอุปกรณ์ทุกอย่างให้เรียบร้อย สัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศของที่นี่ปกติจะเป็นสัญญามาตรฐานเป็นภาษาจีน บางบริษัทก็จะมีภาษาอังกฤษด้วย เงื่อนไขทั่วไปของสัญญา ก็ต้องวางเงินมัดจำ 1 เดือน ระบุระยะเวลาเช่า เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ที่มากับห้อง ระบุว่าต้องจ่ายเงินทุก ๆ กี่เดือน หากจะย้ายออกหรืออยู่ต่อควรแจ้งนายหน้าล่วงหน้าก่อน 1 เดือน หากเราอยู่ไม่ครบสัญญาจะต้องเสียค่ามัดจำฟรีไป 1 เดือน

การซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศในจีน

          จะเป็นการซื้อสิทธิ์แบบเช่าช่วงจากทางการจีนด้วยระยะเวลาการครอบครอง 75 ปี ไม่ใช่การซื้อขายเพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ถาวรเหมือนไทยนะ ชาวต่างชาติที่มีความสนใจซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศในจีนสามารถทำได้โดยมีเงื่อนไขที่สำคัญคือ ต้องอาศัยอยู่ในจีนหรือในเมืองที่ต้องการซื้อบ้านมากกว่า 1 ปีขึ้นไป, หากทำงานอยู่ในจีนต้องมีสัญญาจ้างที่ถูกต้องและเข้าระบบประกันสังคมพร้อมเสียภาษีครบถ้วน, หากไม่ได้อาศัยอยู่ในจีนจะต้องมีซื้อในนามนิติบุคคลและมีหนังสือรับรองของนิติบุคคลนั้นประกอบ, ได้รับหนังสืออนุญาตในการซื้อบ้านสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งขั้นตอนการขอใบอนุญาตและเงื่อนไขที่จะได้รับอนุญาตแตกต่างกันไปในแต่ละมณฑล, ได้รับหนังสือรับรองสำรวจรังวัด เงื่อนไขการยื่นขอเอกสารดังกล่าวแตกต่างกันไปตามพื้นที่, ได้รับหนังสือรับรองการครอบครองกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วก็สามารถทำสัญญาได้ หากเป็นการซื้อบ้านมือสองจะต้องได้รับหนังสือรับรองการประเมินราคา จากบริษัทประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ก่อนนะจ๊ะ

. . . . . . . . . .

นครซิดนีย์ (Sydney) ออสเตรเลีย

อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ-ออสเตรเลีย (Sydney)

          ออสเตรเลียถือเป็นอีกหนึ่งประเทศเป้าหมายทางการศึกษาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ปัจจุบัน น่าจะมีนักเรียนต่างชาติมากกว่า 624,000 คนและก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในแต่ละปี สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็คือค่าครองชีพและที่พักอาศัย โดยเฉพาะบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศในซิดนีย์ด้วยแล้วขึ้นชื่อว่าแพงสุด ๆ อีกทั้งแต่ละเมืองจะมีค่าครองชีพแตกต่างกันออกไป เช่น ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าโทรศัพท์ หรือค่าสันทนาการต่าง ๆ ซึ่งจะแตกต่างกันตามไลฟ์สไตล์ส่วนตัว เราลองมาดูข้อมูลของซิดนีย์เมืองหลวงของออสเตรเลียกันดีกว่าว่าจะมีค่าครองชีพรวมถึงการเช่าหรือซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศเป็นอย่างไร

  • ค่าอาหารเน้นมื้อหลัก 18.00 A$ (438.35 ฿)
  • ค่าเดินทาง One-way Ticket (Local Transport) 4.00 A$ (97.41 ฿)
  • ค่าไฟ, ค่าแอร์, ค่าน้ำ, ค่าเก็บขยะ อพาร์ตเมนต์ขนาด 85 ตร.ม. 176.17 A$ (4,290.20 ฿)
  • ค่าบริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน นาทีละ 0.78 A$ (18.88 ฿)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต 60 Mbps หรือค่าเคเบิล 69.97 A$ (1,704.06 ฿)
  • ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศรายเดือนที่ซิดนีย์
    • 1 Bedroom ในเมือง 2,569.38 A$ (62,571.73 ฿)
    • 1 Bedroom นอกเมือง 1,898.04 A$ (46,222.50 ฿)
  • กรณีซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศที่ซิดนีย์
    • ในเมือง ตร.ม. ละ 14,081.87 A$ (342,932.99 ฿)
    • นอกเมือง ตร.ม. ละ 8,904.17 A$ (216,841.47 ฿)

          ทั้งนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับ 20 ปี จะมีอัตราคงที่อยู่ที่ 3.05% ต่อปี โดยค่าแรงของคนในซิดนีย์สุทธิรายเดือนเฉลี่ย (หลังจากหักภาษีแล้ว) อยู่ที่ 5,960.10 A$ (145,145.20 ฿)

 เมื่อเทียบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯและซิดนีย์ จะเห็นได้ว่า ด้านราคาสินค้าในการบริโภค(ไม่รวมค่าเช่า)ของกรุงเทพต่ำกว่าในซิดนีย์ 40.82% และถึงแม้จะการบริโภคและการเช่าเข้าไปด้วยตัวเลขของกรุงเทพฯ ก็ยังต่ำกว่าในซิดนีย์ถึง 47.75% ขณะที่ราคาเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯต่ำกว่าในซิดนีย์ 58.75% ราคาร้านอาหารในกรุงเทพฯ ก็ต่ำกว่าในซิดนีย์ 66.53% รวมถึงราคาขายของร้านของชำในกรุงเทพฯ ต่ำกว่าซิดนีย์ 36.04% และกำลังซื้อของคนในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าซิดนีย์ 65.06% เช่นกัน

          แม้ค่าครองชีพในเมืองซิดนีย์โดยเฉลี่ยรายแล้วจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 450 – 550 A$/สัปดาห์ (ประมาณ 9,450-11,550 บาท/สัปดาห์) รวมค่าอพาร์ตเมนต์ ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าอาหาร ค่าสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ก็ เลือกที่จะเรียนที่เมืองซิดนีย์ เนื่องจากมีตัวเลือกอพาร์ตเมนต์หลากหลายและสมราคา และยังมีโอกาสหางานพาร์ทไทม์ทำ ซึ่งสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้บางส่วน อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศให้เช่าในออสเตรเลียนั้นแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ คือ

  1. บ้านเช่าที่เราเช่าเอง หรือแบ่งห้องเช่ากับคนอื่น ราคาประมาณ $175 - $400 ต่อสัปดาห์
  2. โฮมสเตย์ ราคาประมาณ $250 - $300 ต่อสัปดาห์
  3. บ้านพักนักเรียน(Student Accommodation) ราคาประมาณ $250 - $500 ต่อสัปดาห์ขึ้นไป

การเช่าบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศของซิดนีย์

          สามารถติดต่อ Agent ไปว่าเราจะขอยื่นใบสมัครเป็นผู้เช่า ทาง Agent จะมีการนัดดูห้องและทำการยื่น Application เข้าไปตรวจสอบโดยทั่วไปก็จะขอดู Visa / Residency Status, Identity พวก Passport, ID อื่นๆ, Employment record, Financial evidence, Rental reference / records หลังจากนั้นก็จะเป็น Process การจ่ายเงินซึ่งก็จะมีค่ามัดจำ และค่าเช่าล่วงหน้าด้วย ซึ่งค่ามัดจำอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศที่ซิดนี่ย์เราจะได้คืนเมื่อสัญญาเราหมดและไม่มีการเสียหายเกิดขึ้นกับที่พัก ตามกฎหมายแล้วเงินค่ามัดจำจะไม่เกินค่าเช่า 4 สัปดาห์ หากเราจ่ายค่าเช่าต่ำกว่า $700 ต่อสัปดาห์

การซื้อบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศของซิดนีย์

อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศโดยเฉพาะที่ซิดนีย์คนต่างชาติสามารถซื้อได้ โดยเฉพาะการซื้อด้วยเงินสด แต่สำหรับใครที่ต้องการกู้ ธนาคารในออสเตรเลียจะไม่อนุมัติการกู้เงินซื้อ ถ้าผู้กู้ไม่สามารถแสดงเงินมัดจำ(saving a deposit) เพราะทางธนาคารเกรงว่าอาจจะส่งผลกับการผ่อนจ่ายเงินกู้รายเดือนในภายภาคหน้า ซึ่งโดยปกติแล้วธนาคารมองหายอดสะสมที่ 15% - 20% จากราคาบ้าน และควรจะมีสะสมเผื่อค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ภาษีที่ดิน, ภาษีโรงเรือน, การโอนย้ายหลักทรัพย์ และถ้าเป็นไปได้ควรเปิดเงินบัญชีออมทรัพย์เพื่อการสะสมแยกจากบัญชีที่ใช้จ่ายทุกวันจะดีที่สุด

. . . . . . . . . .

กรุงลอนดอน (London) สหราชอาณาจักร

อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ-อังกฤษ (London)

          ลอนดอนประเทศอังกฤษ เมืองแห่งการศึกษาที่มหาวิทยาลัยชื่อดังกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ในแต่ละปีมีกลุ่มนักเรียนต่างชาติหลายคนเข้ามาเรียน รวมถึงกลุ่มที่ตั้งใจจะไปทำงานหรือย้ายถิ่นฐานไปที่นั่น แต่อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าลอนดอนเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงเมืองหนึ่ง หลายคนที่ไปที่อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณที่ต้องวางแผนการใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องที่พักหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศอย่างลอนดอนขึ้นชื่อว่าแพงนักหนา ดูข้อมูลเรื่องค่าครองชีพรวมถึงค่าแรงของที่นี่เอาไว้เปรียบเทียบกัน

  • ค่าอาหารเน้นมื้อหลัก 15.00 £ (655.46 ฿)
  • ค่าเดินทาง One-way Ticket (Local Transport) 2.80 £ (122.35 ฿)
  • ค่าไฟ, ค่าแอร์, ค่าน้ำ, ค่าเก็บขยะ) อพาร์ตเมนต์ขนาด 85 ตร.ม. 181.25 £ (7,920.10 ฿)
  • ค่าบริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน นาทีละ 0.13 £ 5.53 ฿)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต 60 Mbps หรือค่าเคเบิล 31.66 £ (1,383.25 ฿)
  • ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศรายเดือนที่ลอนดอน
    • 1 Bedroom ในเมือง 1,701.20 £ (74,338.39 ฿)
    • 1 Bedroom นอกเมือง 1,260.15 £ (55,065.63 ฿)
  • กรณีซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศที่ลอนดอน
    • ในเมือง ตร.ม. ละ 10,911.26 £ (476,795.23 ฿)
    • นอกเมือง ตร.ม. ละ 5,576.59 £ (243,683.44 ฿)

          ทั้งนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับ 20 ปี จะมีอัตราคงที่อยู่ที่ 2.59% ต่อปี โดยค่าแรงของคนในลอนดอนสุทธิรายเดือนเฉลี่ย (หลังจากหักภาษีแล้ว) อยู่ที่ 3,050.65 £ (133,305.75 ฿)

 เมื่อเทียบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯและลอนดอน จะเห็นได้ว่า ด้านราคาสินค้าในการบริโภค(ไม่รวมค่าเช่า)ของกรุงเทพฯ ต่ำกว่าในลอนดอน 40.33% และถึงแม้จะการบริโภคและการเช่าเข้าไปด้วยตัวเลขของกรุงเทพฯ ก็ยังต่ำกว่าในลอนดอนถึง 51.52% ขณะที่ราคาเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ต่ำกว่าในลอนดอน 66.03% ราคาร้านอาหารในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าในลอนดอน 71.93% รวมถึงราคาขายของร้านของชำในกรุงเทพฯต่ำกว่าลอนดอน 20.73% และกำลังซื้อของคนในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าลอนดอน 58.99% เช่นกัน

สำหรับที่พักหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศของเมืองลอนดอน

          ถ้าอยากจะเซฟค่าใช้จ่ายที่พักแบบ Flatshare ก็ดูเข้าท่าไม่น้อย หลายคนที่มาพักอยู่ด้วยกันจะมีห้องนอนของตัวเอง ใช้ห้องน้ำและห้องครัวร่วมกัน ซึ่งคล้ายกับอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ ทำให้ค่าเช่าห้องแต่ละคนถูกลง ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้มากขึ้น

สำหรับการซื้อบ้านในประเทศอังกฤษ

 ชาวต่างประเทศสามารถซื้อได้แต่จะต้องเสียภาษีที่สูงมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ภาษีจากการให้เช่าทรัพย์สินอาจสูงถึง 40% ของรายได้ต่อปี, ภาษีจากกำไรในการลงทุน (Capital Gains Tax) เช่น ซื้อมา 10 ล้านขายต่อ 15 ล้านบาท เงิน 5 ล้านที่กำไรต้องเสียภาษี โดยต้องเสียประมาณ 10-40% ของกำไรอีกต่างหาก, ภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีอัตราสูงถึง 17.5% (ยกเว้นในกรณีเสียภาษีจากการให้เช่าแล้ว), ภาษีมรดกจะเสียสำหรับทรัพย์สินที่มีค่าตั้งแต่ประมาณ 30 ล้านบาท โดยมีอัตราเพดานประมาณ 40% ของมูลค่า, ค่าธรรมเนียมโอน เสียประมาณ 1-3% ของมูลค่าทรัพย์สิน ยิ่งมีมูลค่าสูง ยิ่งต้องเสียมาก, ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยแยกเสียตามชั้นของราคาของอสังหาริมทรัพย์ โดยปกติแล้วเสียประมาณ 1.5% ของมูลค่าทรัพย์สินในแต่ละปี ดังนั้นใครที่คิดจะซื้อบ้านที่ประเทศอังกฤษอาจจะต้องวางแผนเรื่องภาษีให้ดีนะจ๊ะ

. . . . . . . . . .

นครนิวยอร์ค (New York City) สหรัฐอเมริกา

อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ-สหรัฐอเมริกา (New York City และ Los Angeles)

          หากพูดถึงประเทศแห่งเสรีภาพที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผู้คน รวมถึงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับคนที่อยากจะเรียนต่อต่างประเทศ เชื่อว่าหลายคนจะนึกถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับต้น ๆ อย่างส่วนค่าครองชีพนั้นไม่ต้องพูดถึง แต่ละภาคของประเทศก็จะแตกต่างกันไปอย่างแถบ West Coast และ Northeastern จะมีค่าครองชีพค่อนข้างสูง ส่วนแถบ Midwest จะมีค่าครองชีพที่ต่ำกว่า ในบทความนี้เราจะพูดถึงสองเมืองยอดนิยมอย่าง New York City และ Los Angeles ว่าทั้งสองเมืองนี้จะมีค่าครองชีพ ค่าแรง และเรื่องการเช่าหรือซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศของที่นี่ว่าจะเป็นอย่างไรมาติดตามกัน

New York City

  • ค่าอาหารเน้นมื้อหลัก 20.00 $ (623.12 ฿)
  • ค่าเดินทาง One-way Ticket (Local Transport) 2.75 $ (85.68 ฿)
  • ค่าไฟ, ค่าแอร์, ค่าน้ำ, ค่าเก็บขยะ) อพาร์ตเมนต์ขนาด 85 ตร.ม. 152.93 $ (4,764.61 ฿)
  • ค่าบริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน นาทีละ 0.11 $ (3.43 ฿)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต 60 Mbps หรือค่าเคเบิล 66.49 $ (2,071.65 ฿)
  • ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์นิวยอร์กรายเดือน
    • 1 Bedroom ในเมือง 3,104.77 $ (96,732.12 ฿)
    • 1 Bedroom นอกเมือง 2,022.16 $ (63,002.48 ฿)
  • กรณีจะซื้อห้องพัก
    • ในเมือง ตร.ม. ละ 15,482.25 $ (482,364.89 ฿)
    • นอกเมือง ตร.ม. ละ 7,995.19 $ (249,098.25 ฿)

          ทั้งนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับ 20 ปี จะมีอัตราคงที่อยู่ที่ 3.61% ต่อปี โดยค่าแรงของคนในลอนดอนสุทธิรายเดือนเฉลี่ย (หลังจากหักภาษีแล้ว) อยู่ที่ 6,167.60 $ (192,157.67 ฿)

 เมื่อเทียบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯและนิวยอร์ก จะเห็นได้ว่า ด้านราคาสินค้าในการบริโภค(ไม่รวมค่าเช่า)ของกรุงเทพต่ำกว่าในนิวยอร์ก 47.53%% และถึงแม้จะการบริโภคและการเช่าเข้าไปด้วยตัวเลขของกรุงเทพฯ ก็ยังต่ำกว่าในนิวยอร์กถึง 59.37% ขณะที่ราคาเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯต่ำกว่าในนิวยอร์ก 73.16% ราคาร้านอาหารในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าในนิวยอร์ก 74.23% รวมถึงราคาขายของร้านของชำในกรุงเทพฯต่ำกว่านิวยอร์ก 47.65% และกำลังซื้อของคนในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่านิวยอร์ก 66.06% เช่นกัน

          เมื่อเทียบค่าครองชีพของ New York City กับ Los Angeles ในภาพรวมค่าใช้จ่ายใน New York City จะแพงกว่าที่ Los Angeles ประมาณ 8% ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์นิวยอร์กมีหลายราคา ขึ้นอยู่กับย่านนั้น ๆ ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ $2000 ต่อเดือนไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ แน่นอนว่าราคาค่าเช่าจะถูกลงถ้าหากคุณมีรูมเมท ส่วนที่ Los Angeles ค่าเช่าห้องในตัวเมืองอาจสูงถึง $2,100 ต่อเดือน ถ้าออกไปนอกเมืองหน่อยอาจได้ราคาที่ $1,700 ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ไปเรียนถ้าหากหาอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศเช่าใกล้ ๆ กับมหาลัยที่ไปเรียนได้ และมีรูมเมทด้วย ค่าเช่าต่อเดือนก็อาจจะลดลงไปเหลือคนละ $1000 หรือน้อยกว่า บวกค่าอาหารเผื่อไว้สัก $500 ต่อเดือนก็น่าจะเป็นการวางแผนการใช้ชีวิตที่ดีในสองเมืองนี้

การซื้อบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศโดยเฉพาะที่อเมริกา

          พูดถึงการซื้อบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศโดยเฉพาะที่อเมริกา หากซื้อด้วยเงินสดการเจรจาต่อรองกับผู้ขายจะง่ายมาก และสามารถยื่นกู้สำหรับซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้มากถึง 70% ของราคาซื้อ โดยมีเงื่อนไขในการขอสินเชื่อขั้นต่ำโดยทั่วไปคือ

  • ต้องมีเงินมัดจำ $10,000 กับธนาคาร
  • มีเงินดาวน์ 30% (หรือมากกว่า)
  • มีเงินสำรอง 12 เดือน (เพื่อชำระค่าจำนอง, ค่าบำรุงรักษาและภาษี) สามารถเก็บไว้ในธนาคารนอกสหรัฐอเมริกาได้
  • อัตราการจำนองคงที่หรือผกผันระยะเวลา 5-30 ปี ปรับอัตราการจำนองพร้อมดอกเบี้ยที่มีในตัวเลือกเท่านั้น

          ส่วนเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ ประกอบด้วย จดหมายจากนายจ้างที่ระบุตำแหน่ง เงินเดือน และระยะเวลาของการจ้างงาน, เช็คเงินค่าจ้างล่าสุด 2 เดือน, การคืนภาษีล่าสุด 2 ปี, การเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคาร 2 เดือน, ชื่อ, อาชีพ, และอายุ ของสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์, น้ำหนัก, อายุ, และรูปภาพของสัตว์เลี้ยงทุกตัว, จดหมายอ้างอิงส่วนตัวสองฉบับ, จดหมายอ้างอิงทางธุรกิจสองฉบับ, การตรวจสอบสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์, หลักทรัพย์ ฯลฯบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่าย (ใบขับขี่,​หนังสือเดินทาง ฯลฯ)

          ด้านค่าใช้จ่ายในการบริการทั้งหมดนั้น สำหรับผู้ขาย: ก็จะมีค่าธรรมเนียมของนายหน้า, ภาษีการโอนทรัพย์สินของรัฐ (0.4%) และภาษีการโอนทรัพย์สินของเมือง (1% สำหรับ 5 แสนแรก, และ 1.425% หลังจากนั้น) ส่วนผู้ซื้อ: จะมีค่าธรรมเนียมการประเมินและตรวจสอบ, การค้นหาชื่อและค่าธรรมเนียมการประกันภัย, ภาษีแมนชั่น (1% ถึง 3.9% สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้าน), ค่าธรรมเนียมการจดจำนองและคะแนนต่าง ๆ (1% -4%), ภาษีการจดจำนอง (1.75% -2.175%), ค่าทนายความของผู้ซื้อ

          อ่ะ! เมื่อประเมินแล้วว่าคุณสามารถที่จะซื้อบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศในสหรัฐอเมริกาได้แล้ว ก็ลงมือค้นหาบ้านในแบบที่คุณต้องการได้เลยจ้า

. . . . . . . . . .

อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ-แคนาดา (Toronto และ Vancouver)

          แคนาดาถือว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพทั้งในเรื่องของความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจ รายได้ต่อหัวและการศึกษา ซึ่งเป็นประเทศที่ดึงดูดนักเรียนจากทั่วโลกเข้าไปเรียนต่อด้วยเหตุผลที่ว่า ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ สังคมที่ไม่เลือกปฏิบัติ และชื่อเสียงในฐานะประเทศที่ปลอดภัย

ชาวแคนาดามากกว่าหนึ่งในสามอาศัยอยู่ในเขตเมืองใหญ่ที่สุดสามแห่งในประเทศ คือ Toronto (โตรอนโต), Montreal (มอนทรีออล) และ Vancouver (แวนคูเวอร์) ซึ่งเมืองใหญ่เหล่านี้ได้ดึงดูดคนทำงานและคนรุ่นใหม่ แรงงานต่างชาติ เพราะโอกาสในการทำงานสาขาต่าง ๆ ที่หลากหลาย สวัสดิการที่ดี โครงสร้างพื้นฐานที่ดีต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้แคนาดาคือประเทศเป้าหมายของคนไทยและหลาย ๆ คน โดยเฉพาะเมืองยอดนิยมอย่าง Toronto และ Vancouver ไปดูกันว่าสองเมืองสนี้จะมีค่าครองชีพอยู่ที่เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับค่าแรงแล้วพอจะซื้อหรือเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศของทั้งสองเมืองนี้ได้หรือเปล่ามาติดตามกัน

นครโตรอนโต (Toronto) ประเทศแคนาดา

Toronto

  • ค่าอาหารเน้นมื้อหลัก 20.00 C$(514.02 ฿)
  • ค่าเดินทาง One-way Ticket (Local Transport) 3.25 C$ (83.53 ฿)
  • ค่าไฟ, ค่าแอร์, ค่าน้ำ, ค่าเก็บขยะ อพาร์ตเมนต์ขนาด 85 ตร.ม. 171.75 C$ (4,414.17 ฿)
  • ค่าบริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน นาทีละ 0.36 C$ (9.31 ฿)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต 60 Mbps หรือค่าเคเบิล 72.27 C$ (1,857.50 ฿)
  • ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศรายเดือนใน Toronto
    • 1 Bedroom ในเมือง 2,002.57 C$ (51,468.23 ฿)
    • 1 Bedroom นอกเมือง 1,710.79 C$ (43,969.35 ฿)
  • กรณีซื้อบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศใน Toronto
    • ในเมือง ตารางเมตรละ 11,554.66 C$ (296,967.99 ฿)
    • นอกเมือง ตารางเมตรละ 9,070.33 C$ (233,117.83 ฿)

          ทั้งนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับ 20 ปี จะมีอัตราคงที่อยู่ที่ 2.59% ต่อปี โดยค่าแรงของคนใน Toronto สุทธิรายเดือนเฉลี่ย (หลังจากหักภาษีแล้ว) อยู่ที่ 4,478.68 C$ (115,107.12 ฿)

 เมื่อเทียบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯและ Toronto จะเห็นได้ว่า ด้านราคาสินค้าในการบริโภค(ไม่รวมค่าเช่า)ของกรุงเทพต่ำกว่าใน Toronto 31.67%และถึงแม้จะการบริโภคและการเช่าเข้าไปด้วยตัวเลขของกรุงเทพฯก็ยังต่ำกว่าใน Toronto ถึง 38.83% ขณะที่ราคาเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯต่ำกว่าใน Toronto 50.63%ราคาร้านอาหารในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่าใน Toronto 67.52% รวมถึงราคาขายของร้านของชำในกรุงเทพฯต่ำกว่า Toronto 24.80% และกำลังซื้อของคนในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่า Toronto 62.36% เช่นกัน

นครแวนคูเวอร์ (Vancouver) ประเทศแคนาดา

Vancouver

  • ค่าอาหารเน้นมื้อหลัก 20.00 C$ (514.02 ฿)
  • ค่าเดินทางOne-way Ticket (Local Transport) 3.00 C$ (77.10 ฿)
  • ค่าไฟ, ค่าแอร์, ค่าน้ำ, ค่าเก็บขยะ อพาร์ตเมนต์ขนาด 85 ตร.ม. 89.95 C$ (2,311.82 ฿)
  • ค่าบริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน นาทีละ 0.38 C$(9.64 ฿)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต 60 Mbps หรือค่าเคเบิล 83.55 C$(2,147.32 ฿)
  • ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศรายเดือนใน Vancouver
    • 1 Bedroom ในเมือง 2,011.92 C$(51,708.55 ฿)
    • 1 Bedroom นอกเมือง 1,608.76 C$(41,347.06 ฿)
  • กรณีซื้ออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศใน Vancouver
    • ในเมือง ตารางเมตรละ 11,691.79 C$(300,492.23 ฿)
    • นอกเมือง ตารางเมตรละ 9,152.42 C$ (235,227.59 ฿)

          ทั้งนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับ 20 ปี จะมีอัตราคงที่อยู่ที่ 2.50% ต่อปี โดยค่าแรงของคนใน Vancouver สุทธิรายเดือนเฉลี่ย (หลังจากหักภาษีแล้ว) อยู่ที่ 4,541.48 C$ (116,721.12 ฿)

 เมื่อเทียบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯและ Vancouver จะเห็นได้ว่า ด้านราคาสินค้าในการบริโภค(ไม่รวมค่าเช่า)ของกรุงเทพต่ำกว่าในVancouver 30.89% และถึงแม้จะการบริโภคและการเช่าเข้าไปด้วยตัวเลขของกรุงเทพฯ ก็ยังต่ำกว่าใน Vancouver ถึง 39.36% ขณะที่ราคาเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ต่ำกว่าใน Vancouver 52.59% ราคาร้านอาหารในกรุงเทพฯ ก็ต่ำกว่าใน Vancouver 65.37% รวมถึงราคาขายของร้านของชำในกรุงเทพฯ ต่ำกว่า Vancouver 31.68% และกำลังซื้อของคนในกรุงเทพฯก็ต่ำกว่า Vancouver 62.56% เช่นกัน

การเช่าบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศแคนาดา

          เป็นตัวเลือกที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับคนที่มาเรียนหรือทำงานที่แคนนาดา แต่ค่าเช่าบ้านในเมืองใหญ่ ๆ จะมีราคาสูงมากและหายาก มีนักศึกษาจำนวนมากต้องพักร่วมกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายสำหรับอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศแบบอยู่รวมกันในแคนาดาจะอยู่ที่ $400 - $700 เหรียญต่อเดือน ส่วนห้องชุดหรืออพาร์ตเมนต์จะอยู่ที่ $500 - $1,500 เหรียญต่อเดือน ซึ่งการจะเช่าอยู่จะมีการทำสัญญาเช่าเหมือนคล้ายกับการเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศทั่วไป สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบตัวสัญญาและเงื่อนไขการเช่าอย่างรอบคอบนั่นเอง

การซื้อบ้านหรืออพาร์ตเมนต์แคนาดา

          ในต่างประเทศหรืออสังหาริมทรัพย์ในประเทศแคนาดานั้น ไม่มีข้อจำกัดในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ ไม่จำเป็นต้องเป็น Canadian ไม่ต้องเป็น PR แค่มีเงินคุณก็สามารถซื้อที่ดิน ซื้อบ้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่แคนาดาได้ แต่จะต้องเสียภาษีตามที่รัฐบาลเขากำหนด ตามกฎหมายในแคนาดากรณีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากเป็นที่อยู่อาศัยทั่วไปจะอยู่ที่ 0.85% ที่อยู่อาศัยรวม 2.3% ค่าภาษีและค่าธรรมเนียมโอนจะเสียตั้งแต่ 0.5% ของมูลค่าซื้อขายจริงสำหรับทรัพย์ที่มีราคา 1.63 ล้านบาท จนถึง 2% สำหรับทรัพย์สินที่เกิน 11.9 ล้านบาท, ค่าทนายเพื่อการทำนิติกรรมจะอยู่ที่ 35,600 – 44,500 บาท และค่านายหน้าก็จะอยู่ราว ๆ 3-5%

. . . . . . . . . .

          สำหรับประเทศไทยบ้านเราคนต่างชาติก็สามารถเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้นะ โดยการเช่าจะเป็นที่นิยมมากมากที่สุดเพราะเป็นวิธีที่สะดวกไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากนัก แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • การเช่าโดยการจดทะเบียนเช่าระยะสั้น ไม่เกิน 3 ปี เช่น เช่าอพาร์ตเมนต์ หอพัก การเช่าในรูปแบบนี้เป็นการเช่าที่ไม่ต้องมีการจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มีเพียงสัญญาเช่าระหว่าง “ผู้เช่า” และ “ผู้ให้เช่า” เท่านั้น อีกรูปแบบหนึ่งคือ
  • การเช่าโดยการจดทะเบียนเช่าระยะยาว มีกำหนดมากกว่า 3 ปีเป็นต้นไป และเมื่อครบสัญญาแล้วสามารถต่อได้อีกไม่เกิน 30 ปี โดยการเช่าระยะยาวนอกเหนือจากสัญญาเช่าแล้วจะต้องไป “จดทะเบียนการเช่า” ณ สำนักงานที่ดินที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ด้วย

          ในส่วนของอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมนับว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นอันดับต้น ๆ เช่นกัน เพราะกฎหมายไทยเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถมีกรรมสิทธิ์ได้ไม่เกิน 49% ของพื้นที่ทั้งหมดในอาคารชุด รวมถึงการถือครองที่ดินในประเทศไทยของชาวต่างชาติ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 ทวิ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2545 กำหนดให้คนต่างด้าวสามารถซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยในประเทศไทยได้ไม่เกิน 1 ไร่ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ว่า

  • ต้องนำเงินมาลงทุนในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท อย่างน้อย 5 ปี
  • ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • ต้องนำเงินมาลงทุนในธุรกิจหรือกิจการประเภทใดประเภทหนึ่ง อย่างเช่น ซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ 
  • ต้องได้มาโดยการรับมรดก, ซื้อผ่านคู่สมรสชาวไทย หรือการถือครองโดยนิติบุคคลต่างด้าว นั่นเอง

. . . . . . . . . .

          เอาล่ะจ้า ทีนี้ก็รู้แล้วว่าการจะเช่าอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังอยู่ในความสนใจของคุณนั้นเป็นอย่างไร แถมได้รู้อีกว่าค่าครองชีพ ค่าแรง รวมถึงการซื้อขายบ้านของแต่ละที่เป็นแบบไหน โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัยหรืออพาร์ตเมนต์ต่างประเทศเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เชื่อว่าข้อมูลชุดนี้จะช่วยให้คุณได้ตระเตรียมตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจโบยบินไปต่างแดนได้มากขึ้นอย่างแน่นอน หากชื่นชอบบทความน่าสนใจที่นิวบ์รวบรวมมาแบ่งปันกัน ก็สามารถติดตามสาระน่ารู้และบทความอื่น ๆ ได้อีกทางเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และสาระน่ารู้เกี่ยวกับคอนโดทาง CondoNewb ได้เลย