logo

          สำหรับผู้ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มาก่อน เชื่อว่าคุณย่อมรู้ความเคลื่อนไหวของตลาดดีกว่าใคร และรู้ถึงวิธีการลงทุนที่ไม่ใช่แค่การซื้อมาเพื่อเก็งกำไรแล้วขายต่อ ปล่อยเช่าหรือปล่อยเซ้งเท่านั้น เพราะปัจจุบันการลงทุนด้วยหุ้นภายในตลาดหลักทรัพย์ที่แม้ว่ากระแสจะตกลงไปบ้าง แต่ก็ยังถือว่าทำกำไรได้ดีในนักลงทุนหลายราย ตลาดอสังหาฯ จึงเข้าสู่การเป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ของหลายเจ้าใหญ่แห่งวงการ ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากลงทุนมาก เก็บกินผลกำไรได้ยาว สามารถเก็บเป็นเงินออมไว้ให้ลูกหลานในอนาคตได้ ขอแนะนำหุ้นอสังหา 2564 พร้อมรายละเอียดของหุ้นเจ้าใหญ่แต่ละแห่ง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนได้ง่ายมากขึ้น

. . . . . . . . . .

ทำความรู้จักกับหุ้นทั่วไปและหุ้นอสังหา 2564 ก่อนลงทุน

          การลงทุนด้วยหุ้น หรือ Stock เป็นหนึ่งในรูปแบบของการร่วมลงทุนไปกับกิจการขนาดใหญ่ที่มีจำนวนหุ้นสูง สามารถให้ความไว้วางใจได้ เพียงแค่คุณสนใจที่หุ้นของกิจการใดเป็นพิเศษก็สามารถเข้ามาซื้อภายในตลาดหลักทรัพย์ได้ทันที ถ้าพูดถึงพูดในแง่มุมที่ง่ายมากขึ้น คือ การที่คุณเข้าไปเป็นหนึ่งในเจ้าของกิจการ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนหรือลงแรงใด ๆ เพียงแค่ลงเงินแล้วได้รับทุนมาส่วนหนึ่ง ถ้าบริษัทใดมีความสามารถนำพากิจการเข้าสู่ตลาดหุ้นได้ จะมีการนำหุ้นภายในบริษัทมาแบ่งขาย ซึ่งการขายจะตามแต่ละจำนวนที่บริษัทนั้น ๆ แบ่งออกมา ผลตอบแทนจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การปันผลกำไรหรือหุ้นระยะยาวและการซื้อ-ขายระยะสั้น

          สำหรับหุ้นอสังหาฯ ถูกทำขึ้นมาเพื่อเสริมความมั่นคงของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยในช่วงเวลาหนึ่งอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ที่ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านจัดสรรหรือคอนโดมิเนียม ได้รับความนิยมสูงมากจากผู้อยู่อาศัยในยุคใหม่ จึงทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เปิดกว้างเข้าสู่ตลาดหุ้น การซื้อ-ขายภายในตลาดหุ้นอสังหาฯ จะมีทั้งรูปแบบหุ้นอสังหาปันผลและหุ้นอสังหาฯ ระยะสั้น พร้อมการเพิ่มของกลุ่มหุ้นอสังหาฯ ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจัยสำคัญของการเล่นหุ้นอสังหาฯ นั่นคือยอดขายและรายได้ในแต่ละปีของกลุ่มบริษัทที่เป็นผู้ขายหุ้นหลัก

          ช่วงปี 2563 กลุ่มบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ เน้นที่อยู่อาศัยแนวราบหรือโครงการหมู่บ้านต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มรายได้ดีขึ้น จึงทำให้เกิดเป็นการลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาฯ แนวราบของบริษัทใหญ่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการถือหุ้นในรูปแบบระยะสั้นเพื่อสร้างกำไรได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มของอสังหาฯ คอนโดมิเนียมที่มีโอกาสของการซื้อง่ายขายคล่อง แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดีเท่าที่ควร แต่กลุ่มของอสังหาฯ คอนโดกลับยังคงมียอดของการจอง, ซื้อ-ขาย และการโอนกรรมสิทธิ์เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการถือแบ็กล็อกของหุ้นอสังหาฯ ปี 2563 ติดอันดับสูงสุด 4 แห่งด้วยกัน คือ

  • อันดับที่ 1 คือ SPALI ที่มีแบ็กล็อกถึง 37,500 ล้านบาท
  • อันดับที่ 2 คือ ORI ที่มีแบ็กล็อกอยู่ถึง 35,800 ล้านบาท
  • อันดับที่ 3 คือ AP ที่มีแบ็กล็อก 33,400 ล้านบาท
  • อันดับที่ 4 คือ LH ที่มีแบ็กล็อก 6,000 ล้านบาท

          หนึ่งในปัจจัยหลักที่นำมาพิจารณาเพื่อจัดอันดับของหุ้นอสังหาฯ ที่ทำกำไรสูงสุด คือ การบริหารเงินสดภายใน นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์หุ้นอสังหาที่ทำให้เห็นว่ากิจการของผู้ประกอบการรายย่อยต่าง ๆ ถูกเข้าซื้อและควบคุมจากกิจการรายใหญ่มากขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2563 และมีคาดการณ์ว่าจะยาวอย่างต่อเนื่องมาสู่ปี 2564

. . . . . . . . . .

หุ้นอสังหา 2564 ลงทุนอย่างไรและได้กำไรดีแค่ไหน

          การลงทุนหุ้นอสังหา 2564 จะต้องผ่านการศึกษามาแล้วเป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริษัทและกิจการที่คุณสนใจจะลงทุนควรเลือกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่จะมีอยู่ภายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมี 15 หุ้นจากเจ้าของแบรนด์ใหญ่ที่คุณคุ้นหูกันเป็นอย่างดี เช่น พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค, แลนด์แอนด์เฮ้าส์, แสนสิริ, ควอลิตี้เฮ้าส์, AP Property, ศุภาลัย, LPN Development, Property Perfect, อนันดาดีเวลลอปเม้นท์ และพฤกษา โฮลดิ้ง เป็นต้น สำหรับการเริ่มต้นลงทุน คุณควรมองหาโบรกเกอร์ที่คุณสามารถไว้วางใจได้ เช่น โบรกเกอร์ของธนาคารที่มีชื่อเสียง โดยดูจากความน่าเชื่อถือและค่าบริการที่ไม่สูงมากเกินไป จากนั้นให้คุณสมัครสมาชิกพร้อมโอนเงินเพื่อทำการซื้อ-ขายอย่างเป็นทางการ

          เมื่อคุณเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แล้วให้คุณเข้าดูตลาดหุ้นออนไลน์บนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์หรือดูบนแอพพลิเคชั่นของโบรกเกอร์ที่คุณเป็นสมาชิกอยู่ เพื่อติดตามราคาของหุ้นแบบเรียลไทม์ ก่อนลงทุนคุณควรดูรายละเอียดของหุ้นแต่ละบริษัทอสังหาริมทรัพย์ให้ดี ควรเลือกบริษัทที่ติดท็อปอยู่ 1 ใน 5 บริษัทที่สามารถทำผลกำไรได้ดี เมื่อได้มาแล้วให้เลือกรูปแบบการลงทุน

  • ถ้าต้องการถือหุ้นอสังหาปันผลในระยะยาว ควรเลือกบริษัทที่มีความมั่นคงสูง พร้อมการซื้อหุ้นไว้ในพอร์ตเป็นจำนวนมาก เพื่อการเก็บทิ้งไว้เป็นเงินออม แต่ถ้าต้องการลงทุนระยะสั้นควรเลือกหุ้นอสังหาที่มีการเติบโตต่อเนื่องและมีราคาที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเลือกเวลาการซื้อในราคาที่ไม่สูงมาก เพื่อทำกำไรได้ดีที่สุด
  • สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะสั้น ควรเลือกหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อเริ่มต้นด้วยจำนวน 100 หุ้นขึ้นไปได้ เพราะจะทำให้คุณสามารถเห็นผลกำไรได้ดี และถ้าซื้อต่ำกว่านี้อาจจะไม่ได้กำไรอย่างที่คุณคิด เนื่องมาจากการซื้อ-ขายในแต่ละครั้งจะต้องมีค่าคอมมิชชั่นของทางโบรกเกอร์ แต่ถ้าเกิดเหตุให้ต้องเสียเงินก็จะไม่เจ็บตัวเกินไป ส่วนแนวโน้มของหุ้นอสังหา 2564 สำนักวิเคราะห์การตลาดมองว่ามีโอกาสที่จะเติบโตมากขึ้นกว่าในปี 2563 เพราะมีการพรีเซลโครงการใหม่ที่ถูกทำขึ้นมาทั้งแบบอสังหาแนวราบและแนวสูง ด้วยราคาที่ไม่สูงมากจนเกินไป จึงสามารถตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยรุ่นใหม่ได้ดีขึ้น

. . . . . . . . . .

หุ้นอสังหาปันผลได้ไหม? เก็บสะสมเป็นเงินออมได้หรือไม่?

          ดังที่กล่าวรายละเอียดไว้ในข้างต้นว่าหุ้นอสังหาปันผลสามารถที่จะปันผลได้จริง ทั้งยังเก็บเป็นเงินสะสมเพื่อเป็นเงินออมในอนาคตให้ลูกหลานได้อีกด้วย เพียงแต่คุณจะต้องเลือกกลุ่มของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงและมีผลกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหุ้นอสังหา 2564 จะมีผลกำไรลดต่ำลงบ้าง แต่จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในแบบปันผลระยะยาว นอกจากนี้คุณยังสามารถซื้อในรูปแบบของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรับการปันผลเพิ่มเติมได้ด้วยเช่นกัน โดยการปันผลนั้นจะเน้นเป็นระยะยาวแบบรายปีที่คุณเก็บสะสมไว้ภายในบัญชี เพื่อให้กลายเป็นเงินออมแล้วทิ้งไว้เป็นมรดกให้กับคนในครอบครัวได้อย่างสบายใจ

วิเคราะห์หุ้นอสังหาช่วงนี้มีแนวโน้มอย่างไร?

          การวิเคราะห์หุ้นอสังหาปี 2564 มีคาดการณ์ไว้ว่าจะดีขึ้นกว่าปี 2563 สามารถลงทุนได้ทั้งในแบบปันผลระยะยาวและแบบการซื้อ-ขายระยะสั้น ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 อาจจะมีแนวโน้มที่ยังแกว่งค่อนข้างสูง เพราะกำลังการซื้ออาจยังน้อย เนื่องมาจากหนี้สินของครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นและมีปัจจัยทางด้านการเมืองกับการระบาดของ Covid-19 ที่ยังคงมีอยู่ ดังนั้นถ้าคุณต้องการลงทุนในหุ้นของหุ้นอสังหา 2564 ควรเลือกลงทุนกับบริษัทที่มีหลักทรัพย์ดี ติดอยู่ใน TOP ของบริษัทที่ได้รับความเชื่อถือสูง เช่น บริษัท AP และ LH ที่มีราคาพื้นฐานตั้งแต่ 8.10 บาท ไปจนถึง 8.50 บาท พร้อมการปรับราคาขึ้น-ลงที่ไม่สูงและไม่ต่ำมากไปกว่านี้

          ทั้งยังมีโอกาสของการปรับขึ้นสูงอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งถ้าภายในตลาดหลักทรัพย์กลุ่มบริษัทอสังหาฯ ตัว TOP ทั้ง 2 แห่งนี้ยังคงมีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยทำให้การลงทุนไปกับหุ้นจะไม่เสี่ยงเกินไป การวิเคราะห์หุ้นอสังหามองเห็นจุดแข็งที่น่าสนใจของทาง AP และ LH คือ เรื่องของพอร์ตธุรกิจอสังหาฯ ในแบบแนวราบที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง มียอดการซื้อ-ขายจริง มีเงินหมุนเป็นเงินสดภายในบริษัท พร้อมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายที่จับทั้งตลาดกลางและตลาดบน จึงทำให้ผู้ซื้อเข้าถึงง่าย โดยบริษัท AP มีค่าบล็อกล็อกค่อนข้างสูงมาก ส่วนของทางบริษัท LH มีหลักทรัพย์ที่พร้อมจะจ่าย เพื่อการปันผลในระยะยาวที่อยู่ในเกณฑ์ดีที่สุดอีกด้วย

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนด้วยหุ้น

          สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาจะลงทุนด้วยหุ้นอสังหา 2564 ลองมาดูข้อดีและข้อเสีย ดังนี้

ข้อดี

  • ลงทุนไปกับอสังหาริมทรัพย์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินทุนจำนวนมาก
  • ซื้อหุ้นเพียง 100 หุ้น ก็สามารถเป็นเจ้าของบริษัทได้ส่วนหนึ่ง
  • หุ้นอสังหาริมทรัพย์ปันผลให้กำไรที่ดีและเป็นเงินออมในระยะยาวได้
  • การซื้อ-ขายในแบบระยะสั้นจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว เห็นผลกำไรทันที

ข้อเสีย

  • แม้จะปันผลกำไรในระยะยาวได้ดี แต่ความเสี่ยงค่อนข้างสูงมาก
  • ปัจจัยความเสี่ยงของหุ้นอสังหาฯ จะมีครบทุกด้าน ทั้งเรื่องของยอดขาย, สถานการณ์ Covid 19 และการเมือง
  • การซื้อ-ขายระยะสั้นถ้ารู้ไม่ทันอาจทำให้สูญเงินจำนวนมากได้

. . . . . . . . . .

มารู้จักหุ้นอสังหา 2564 มีผู้พัฒนาอสังหาฯ เจ้าไหนบ้างที่น่าสนใจ

          สำหรับผู้ที่กำลังมองหาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจและเหมาะแก่การลงทุนหุ้นอสังหา 2564 ขอแนะนำ 5 ผู้พัฒนาอสังหาฯ ดังต่อไปนี้

1. หุ้น LH

 หุ้นอสังหา 2564 โดดเด่นที่สุดต้องยกให้กับหุ้น LH ของบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด มหาชน เริ่มต้นเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2532 อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจของพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.00 บาทต่อหุ้น ทุนการจดทะเบียนมีสูงถึง 12,031,105,828 บาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในปัจจุบันมี 94,402.73 ล้านบาท ให้อัตราเงินปันผลตอบแทน 6.33% โดยเป็นข้อมูลที่ทางบริษัทได้ยื่นรายงานประจำปีไว้ล่าสุดวันที่ 26 เมษายน 2564

 จุดแข็งของหุ้น LH คือ การเป็นแบรนด์ขายอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งกับผู้ซื้อบ้านระดับกลางไปจนถึงระดับสูง พร้อมการมีแบล็คล็อกที่รอโอนอยู่ถึง 4.9 พันล้านบาท มีส่วนแบ่งกำไรจาก HMPRO ที่ให้ค่าสูงขึ้นตามลำดับการฟื้นตัว จึงช่วยผลักดันให้เกิดกำไรมาตั้งแต่สิ้นปี 2563 ดังนั้นการปันผลจึงให้สูงถึง 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ราคาปัจจุบันของ LH อยู่ที่ 7.90 บาท

2. หุ้น AP

 หุ้น AP จากบริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด มหาชน หมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เริ่มต้นเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์วันที่ 30 กันยายน 2535 ให้อัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 5.29% มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดปัจจุบัน 26,740.15 ล้านบาท ด้วยทุนจดทะเบียน 3,145,912,151 บาท โดยเป็นการยื่นรายละเอียดรายงานประจำปีในวันที่ 30 มีนาคม 2564 ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 8.45 บาทต่อหุ้น

 จุดแข็งของหุ้นของ AP คือ การให้อัตราผลตอบแทนสูงถึง 5.41% แม้จะมีการปรับลดตัวลง แต่ก็ยังคงสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี บล็อกล็อกของ AP เมื่อสิ้นปี 2563 มีถึง 40 ล้านบาท เกิดขึ้นจากการขยายโครงการบ้านแนวราบของไตรมาสสุดท้ายปี 2563 รวมไปถึงสต๊อกการขายของคอนโดเดิม ๆ ที่ยังสามารถทำรายได้และกำไรที่ 4.06 พันล้านบาท จึงให้การปันผลอยู่ในระดับ 6-7% ต่อปีเลยทีเดียว

3. หุ้น SPALI

          สำหรับหุ้นของ SPALI หรือศุภาลัย จากบริษัท ศุภาลัย จำกัด มหาชน เริ่มต้นเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์วันที่ 17 พฤศจิกายน 2536 อยู่ในหมวดของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทุนการจดทะเบียน 2,145,691,561 บาท ให้อัตราผลตอบแทนการปันผลที่ 4.95% มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดปัจจุบัน 43,290.20 ล้านบาท ราคาล่าสุดอยู่ที่ 20.00 บาทต่อหุ้น

  จุดแข็งของหุ้น SPALI คือ การทำนิวไฮในรอบ 1 ปีครึ่ง จึงทำให้นักวิเคราะห์หุ้นอสังหามองว่าจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและเป็นการเติบโตไปจนถึงปี 2564 พร้อมทำระดับได้ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีการเปิดตัวโครงการใหม่, การขายสินทรัพย์เข้าสู่กองทุน และสัญญาณการทำนิวไฮที่พุ่งขึ้นสูงกว่า 22.10 บาทต่อหุ้น มีปริมาณการซื้อขายในช่วงท้ายปี 2563 ที่พุ่งไปถึง 281.83%

4. หุ้น SC

 หุ้น SC จากบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน เริ่มเข้าสู่ตลาดหุ้นวันที่ 23 พฤศจิกายน 2546 อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ให้อัตราการปันผลตอบแทนที่ 5.88% ทุนการจดทะเบียนอยู่ที่ 4,379,332,012 บาท มูลค่าของหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 12,816.02 ล้านบาท ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 3.06 บาท

 จุดแข็งของหุ้น SC คือ ช่วงปลายปี 2563 สามารถทำราคาเพิ่มมาได้ถึง 24.78% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปีแล้วถือว่าดีขึ้นและให้ผลตอบแทนสูงกว่า 6.74% เมื่อมองในเชิงบวกแล้ว SC สามารถทำผลงานในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 ได้โดดเด่น โดยทำกำไรได้ถึง 22% หรือราว 17,283 ล้านบาท นักวิเคราะห์หุ้นอสังหาจึงคาดการณ์ว่าในไตรมาสที่ 4 และยาวต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2564 จะยังคงทำยอดได้ดี ซึ่งเกิดจากการเพิ่มยอดพรีเซลล์มาตั้งแต่ปี 2563 ที่เป็นไปตามเป้า

5. หุ้น QH

  หุ้น QH จากบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด มหาชน เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2534 โดยมีทุนการจดทะเบียนอยู่ที่ 10,714,426,091 บาท ให้อัตราการปันผลตอบแทนปัจจุบันอยู่ที่ 5.31% มีมูลค่าของหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 24,214.50 ล้านบาท เป็นธุรกิจในหมวดหมู่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีการยื่นรายงานประจำปีมาตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2564 ราคาปัจจุบันคือ 2.24 บาทต่อหุ้น

 จุดแข็งของหุ้น QH คือ อัตราผลตอบแทนปลายปี 2563 ที่ให้สูงถึง 8.62% โดยเป็นหนึ่งในหุ้นอสังหา 2564 ที่นักวิเคราะห์เคราะห์แนะนำให้ลงทุน เพราะมียอดการโอนตรงตามเป้าของปี 2563 ในช่วงไตรมาสสุดท้ายและมีคอนโดที่พร้อมโอนถึง 1.36 หมื่นล้านบาท ทั้งยังมีส่วนแบ่งด้านกำไรจาก HMPRO ดังนั้นกำไรของสิ้นปี 2563 จึงมีมากถึง 600 ล้านบาท และนักวิเคราะห์ยังมองว่า QH จะยังสามารถทำสถิติได้ดีไปจนถึงปี 2564

Tips! หุ้นอสังหา 2564 ศัพท์หุ้นที่เราควรรู้ไว้ มีอะไรบ้าง

          ศัพท์เกี่ยวกับหุ้นอสังหา 2564 ที่คุณควรรู้คือ

  • Presales คือ การซื้อก่อนเปิดตัวโครงการ โดยส่วนมากแล้วจะใช้กับอสังหาฯ ประเภทคอนโด
  • Backlog คือ ยอดรายได้ของการขายแบบสำเร็จลุล่วง และเป็นยอดแบบรอโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการนั้น ๆ
  • Resales คือ ยอดของการขายต่อโครงการที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือที่ถูกเรียกว่าห้องขายดาวน์
  • Rental Yield Rate คือ อัตราตอบแทนของค่าเช่าทั้งแบบคอนโดและบ้าน จะมาในรูปแบบของสูตรคำนวณที่เมื่อคิดออกมาแล้วจะต้องอยู่ในช่วง 5-7% จึงจะถือว่าโครงการนั้น ๆ น่าลงทุน
  • Occupancy Rate คือ อัตราการอยู่อาศัยภายในอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ จะเป็นตัวช่วยวัดคุณภาพของทางโครงการ ยิ่งมีผู้อยู่อาศัยจำนวนสูงมากเท่าไหร่ จะยิ่งวัดได้ว่าความต้องการบนพื้นที่นั้น ๆ มีสูงตามไปด้วย เป็นตัวช่วยในการคำนวณการเก็งกำไรได้เป็นอย่างดี

. . . . . . . . . .

หุ้นอสังหา 2564 มีสิ่งไหนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ?

          สำหรับผู้ที่สนใจซื้อหุ้นอสังหา 2564 เรื่องที่คุณควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ เรื่องของสถานการณ์รอบด้านที่ยังไม่น่าไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่ยังทรงตังและพร้อมลดต่ำเสมอ, การเมือง, สถานการณ์ Covid-19 และภาคครัวเรือนที่ยังคงมีหนี้สินสูง ดังนั้นการลงทุนในระยะยาวจึงต้องเลือกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงและไว้วางใจได้เท่านั้น ส่วนการลงทุนในระยะสั้นนักลงทุนบางรายมองว่ายังไม่เหมาะสม แต่ถ้าต้องการลงทุนในแบบสั้นจะต้องศึกษารายละเอียดให้ดีและมีเวลาในการตามข่าวอยู่เสมอ สำหรับในครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับการลงทุนที่อยู่อาศัยอะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตาม ได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราทาง CondoNewb ได้เลย