logo

          การซื้อขายคอนโดไม่จำเป็นจะต้องขายหรือลงทุนตอนที่โครงการสร้างเสร็จแล้วเสมอไป เพราะในการขายคอนโดนั้นมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างและกำไรที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย และการขายคอนโดอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้น “การขายใบจองคอนโด” ที่มักจะมีนักลงทุนกว้านซื้อคอนโดทำเลเด่น ๆ ไปในตอนที่เปิดขาย Presale ในไม่กี่วัน แล้วทราบกันหรือไม่คะว่าการขายใบจองคอนโดมีรูปแบบที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าการขายคอนโดในรูปแบบอื่นเลย นอกจากนี้เราจะได้กำไรจากตรงไหนเมื่อต้องทำการขายคอนโดในรูปแบบนี้ ในวันนี้นิวบ์จะนำข้อมูลที่น่าสนใจเหล่านี้นำมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ ถึงแม้ในช่วงปี 2564 จัดว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่เป็นขาลงของอสังหาริมทรัพย์เกือบทุกรูปแบบ และถ้าหากใครเล็งที่จะลงทุนเพื่อซื้อใบจอง แล้วขายต่อในอนาคตยังเป็นอะไรที่น่าสนใจหรือไม่ วันนี้นิวบ์มีคำตอบมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันแน่นอน ใครเริ่มสนใจกันแล้วเราก็ไปดูข้อมูลกันเลยดีกว่าค่ะ

. . . . . . . . . .

ขายใบจองคืออะไร

          การขายใบจองคอนโดหรือจะเรียกอีกรูปแบบหนึ่งนั่นก็คือการขายต่อสิทธิ์ในการซื้อห้องภายในคอนโดในโครงการหนึ่งที่ยังอยู่ระหว่างการขายหรือกำลังก่อสร้าง ในการขายใบจองคอนโดแบบนี้นับเป็นการลงทุนที่คนขายไม่ต้องใช้ต้นทุนมาก ส่วนใหญ่จะการซื้อใบจองจะอยู่ประมาณไม่ถึงหลักแสนบาท แต่จะได้ผลตอบแทนในระยะเวลาที่สั้น ด้วยการเก็งกำไรจากใบจองได้ประมาณ 1 เดือน โดยราคาจะขึ้นอยู่กับ Segment แต่ละคอนโด รวมทั้งขนาดห้องแต่ละคอนโดนั้น ๆ ด้วยค่ะ ซึ่งการลงทุนประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเงินทุนรองรับอยู่ประมาณนึง เพราะจะต้องทำการเสียค่าจองในตอนแรกและมีเงินสำรองเผื่อเวลาที่ฉุกเฉิน ในเวลาที่อาจจะต้องเสียค่าผ่อนดาวน์ในช่วงถัดมา

          เพื่อน ๆ หลายคนคงสงสัยกันใช่มั้ยคะว่าขั้นตอนในการขายใบจองคอนโดแบบนี้ อยู่ในขั้นตอนไหนของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการขายใบจองนั้นจะอยู่ในช่วงแรกของการเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ ๆ หรือที่เราจะเรียกกันว่า Presale ที่จะมีการเปิดตัวและจัดโปรโมชั่นลดราคาในช่วงวันที่จัดงาน ส่วนมากจะกำหนดวันเหล่าอยู่ที่ 2 วัน มักจะเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ หรือถ้าหากทำเลดีมากจริง ๆ ก็อาจจะไปก่อนวัน Presale ที่เป็นวันจัดงานได้เหมือนกันค่ะ

          สำหรับในช่วงนั้นจะมีการจองคอนโดมากที่สุดและจะมีหลายคนที่พลาดจากการจองคอนโดตรงนี้ไป ซึ่งตำแหน่งส่วนใหญ่ที่ถูกจองไปแล้วนั้น มักจะเป็นยูนิตที่ดีและเป็นที่ต้องการสูง ซึ่งถ้าใครที่พลาดในการจองและต้องการจะซื้อคอนโดโครงการนี้จริง ๆ และอยากได้ตำแหน่งห้องดี ๆ ด้วยแล้ว ก็จะเริ่มหาซื้อต่อจากขายใบจองคอนโดแทน ซึ่งใครที่ต้องการซื้อใบจองคอนโดเก็งกําไรจะสามารถหากำไรได้จากช่วงนี้ ในการขายต่อนั้นจะต้องขายก่อนถึงกำหนดการทำสัญญากับเจ้าของโครงการคอนโดแห่งนั้น ซึ่งเรียกได้ว่าต้องใช้เวลาในการขายที่รวดเร็ว การเลือกทำเลที่ตั้งคอนโดเพื่อเข้าซื้อใบจองจึงนับว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ คือต้องมั่นใจว่าการซื้อครั้งนี้จะมีคนที่สนใจอยากซื้อต่อโครงการนี้จริง ๆ นั่นเองค่ะ

          ซึ่งนิบว์ก็ขอย้ำเพื่อน ๆ กันอีกรอบว่าจะต้องตรวจสอบด้วยนะคะว่า โครงการตรงนี้มีความต้องการในท้องตลาดมากน้อยเพียงใด เพราะยิ่งมีความต้องการในท้องตลาดมากก็ยิ่งสามารถเก็งกำไรได้มาก การได้กำไรจากตรงนี้จะได้ประมาณ 50,000 – 100,000 บาท ของจากการราคาขายใบจองคอนโดทั้งหมด นับว่าเป็นการซื้อขายที่ได้กำไรเร็วมาก ซึ่งในหัวข้อถัด ๆ ไป เดี๋ยวนิวบ์จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะว่ามีวิธีการเลือกทำเลเพื่อเก็งกำไรขายส่วนใหญ่แล้วคนดูจากอะไรกันบ้างค่ะ

. . . . . . . . . .

ทำไมถึงขายใบจองกัน ต้องลงทุนอะไรบ้าง

          การขายใบจองคอนโดถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มีหลาย ๆ คนสนใจ เพราะการขายใบจองจะใช้ต้นทุนในการจองที่ต่ำและได้กำไรเร็วในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนหรืออาจจะน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับว่าโครงการนั้นมีความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดมากหรือน้อยเพียงใด ในการลงทุนขายใบจองนั้นจะต้องวางเงินจองคอนโดในโครงการที่ต้องการจะลงทุน เพื่อให้ได้สิทธิ์ในใบจองพื้นที่อสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ซึ่งในการวางเงินตรงนี้จะใช้เงินในการลงทุนเพียงประมาณ 50,000 – 100,000 บาทเพียงเท่านั้น แต่นักลงทุนสามารถขายใบจองคอนโดนี้ได้ในราคาที่เกือบจะเท่าทุนเลยทีเดียว ถ้าหากนักลงทุนมีประสบการณ์ในการเลือกจองทำเลของโครงการ และตำแหน่งห้องยูนิตตรงนั้นได้น่าสนใจหรือเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อมาก ๆ ก็จะยิ่งบวกกำไรเพิ่มขึ้นไปได้อีก แน่นอนว่าของดี ของเด็ด เป็นใครก็อยากได้ถึงแม้จะต้องจ่ายเงินเป็นเท่าตัวก็ตาม

ในปัจจุบันยังสามารถทำอาชีพนี้ได้อยู่ไหม ถ้าทำได้ปัจจุบัน จะได้กำไรกี่%

          ก็มาถึงคำถามเด็ดสำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่ เป็นอีกคำถามที่เพื่อน ๆ หลายคนคงจะสงสัยกันไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ ว่าในปี 2564 นั้นยังสามารถทำอาชีพแบบนี้มั้ย นิวบ์ก็ขอบอกไว้เลยว่ายังสามารถทำได้ แต่ข้อควรระวังคือเพื่อน ๆ อาจจะต้องมีเงินทุนสำรองไว้จำนวนมากพอสมควร หรือก็คือต้องใช้เงินเย็นในการลงทุนนั่นเอง เผื่อเกิดความผิดพลาดหรือผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ อาจจะต้องมีเงินเย็นที่เพื่อน ๆ สามารถนำไปหมุนได้ประมาณ 6 – 8 พันบาท/เดือน ในการขายใบจองคอนโด 2564 นั้นเป็นที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับนักลงทุนมือใหม่

          แต่การลงทุนแบบนี้ควรศึกษารายละเอียดความต้องการของผู้ซื้อและจำนวนโครงการคอนโดในทำเลนั้น ๆ ให้ดี เพราะเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้การขายใบจองคอนโดมีกำไรที่มากขึ้น และหากเลือกทำเลที่ไม่ดีก็มีโอกาสที่จะขาดทุนได้ง่าย ๆ เช่นกัน เรียกได้ว่าขายเร็ว ไปไวก็ว่าได้ค่ะ

ยกตัวอย่าง ของการได้กำไรจากการขายใบจองนั้น ในการสำรวจจะพบว่านักลงทุนในการขายใบจองในโครงการที่ Sold Out แล้วนั้นจะอยู่ประมาณ 20 – 30% ของราคาต้นทุน หรือถ้าโครงการนั้นเป็นที่ต้องการมาก ๆ อาจจะได้กำไรเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งขายใบจองคอนโดนี้บางคนอาจจะได้กำไรจากการขายถึงหลักล้านได้เช่นกัน ซึ่งโครงการที่ Sold Out นี้จะหมายถึงคอนโดที่แทบจะขายได้เกือบทุกห้องในช่วง Presale นะคะ

. . . . . . . . . .

ข้อควรรู้ก่อนทำอาชีพนี้ ว่าคุณเองสามารถทำได้หรือไม่

          การลงทุนในการทำงานประเภทนี้ เพื่อน ๆ อาจจะต้องศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ให้มากที่สุด ซึ่งนิวบ์เองก็มีคำแนะนำและข้อควรรู้มาฝากเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากจะเริ่มทำอาชีพนี้กันค่ะ โดยหลัก ๆ แล้วควรจะทำให้ได้ตาม 4 ขั้นตอนดังนี้

  1. ติดตามข่าวสารแต่ละโครงการของคอนโด โดยเฉพาะโครงการที่เราสนใจและคาดว่าจะทำกำไรในการขายใบจองคอนโด ควรติดตามรายละเอียดของโครงการนั้นให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในการก่อสร้างและรายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการ ติดตามข่าวสารต่าง ๆ หรือความก้าวหน้าของโครงการ พยายามศึกษาสถานที่จริงของโครงการคอนโด
  2. เตรียมเงินที่จะใช้ลงทุนและเงินสำรอง
  3. ศึกษารายละเอียดการทำสัญญาต่าง ๆ ในการจองกับโครงการคอนโดนั้น ๆ
  4. เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆใ นการขายใบจองคอนโดให้ได้รวดเร็วมากที่สุด เพื่อไม่ให้ขาดทุนหรือสูญเสียกำไรไปในช่วงที่ต้องผ่อนดาวน์

          แน่นอนว่าเมื่อเพื่อน ๆ ได้รู้ข้อควรที่ควรรู้ หรือการเตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้ว แต่นิวบ์ก็ต้องการให้เพื่อน ๆ เห็นภาพชัดกันมากขึ้น จึงได้รวบรวมข้อดีและข้อเสียต่าง ๆ ที่เพื่อน ๆ จะต้องทราบเอาไว้ดังนี้

ข้อดี

  • ได้เปรียบจากการลงทุนที่ใช้เงินทุนไม่มาก แต่ได้กำไรคืนที่สูง
  • ไม่ต้องดำเนินการในการโอนกรรมสิทธิ์ เพราะเมื่อขายใบจองได้แล้วจะเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่ไปดำเนินการต่อ
  • สามารถเก็งกำไรได้ถ้าเกิดว่าโครงการนั้นมีความต้องการหรือเป็นที่นิยมในตลาดสูง

ข้อเสีย

  • มีความเสี่ยงสูง ถ้าหากโครงการล้มเลิกโครงการไป และจะทำให้เสียเวลาการติดตามขอเงินคืน
  • โครงการคอนโดบางโครงการอาจจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสัญญาซื้อขาย ทำให้คนที่ทำอาชีพนี้อาจจะต้องเสียเงินเพื่อดำเนินการเปลี่ยนสัญญา ดังนั้นควรศึกษาตัวโครงการล่วงหน้าให้ดีเสียก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้

          เมื่อได้อ่านมาถึงตรงนี้หากเพื่อน ๆ พบว่าตัวเองสนใจหรือมีช่องทางที่จะไปต่อ นิวบ์ขอแนะนำเสริมอีกสักเล็กน้อย ส่วนตัวถ้าใครจะเริ่มอาชีพนี้จริง ๆ ควรจะมีความรู้เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในระดับปานกลาง – ระดับโปร เพราะต้องยอมรับเลยว่าการเก็งกำไรเพื่อขายใบจองคอนโด ไม่ใช่มีแต่เราคนเดียวเท่านั้นที่จะทำแน่ ๆ การที่ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งตัดสินใจไว้ และดำเนินขั้นตอนได้อย่างรวดเร็ว ก็เพิ่มโอกาสในการได้ห้องที่ดีกว่าคนขายคนอื่น ๆ ได้เหมือนกันนะคะ

. . . . . . . . . .

ปัจจัยในการเลือกทำเล ยูนิตและโปรโมชั่นของโครงการสำคัญแค่ไหน

          ปัจจัยสิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้กำไรจากการขายใบจองคอนโดมากที่สุดคงหนีไม่พ้นทำเลที่ตั้งทั้งโครงการ และห้องยูนิตภายในโครงการแน่นอน เพราะอย่างแรกที่ผู้ซื้อจะตัดสินใจทำการซื้อขายกับนักลงทุน จะต้องเลือกห้องที่มีทำเลดี ๆ ตามความต้องการของตัวเอง ถึงจะยอมจ่ายหรือซื้อกับนักลงทุน ซึ่งในการเลือกทำเลหรือโครงการนั้นควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้

1. ทำเลที่ตั้งของโครงการ

          ส่วนใหญ่โครงการที่มีความต้องการในตลาดสูงควรจะอยู่ทำเลบริเวณคมนาคมสะดวกและเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ถนนเส้นหลัก นอกจากนี้จะต้องอยู่ใกล้กับบริเวณสาธารณูปโภคหรือย่านเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านค้า สถานที่ศึกษา หรือถ้าหากอยู่ในบริเวณที่มีแหล่งงานสำคัญใหญ่ ๆ ก็นับเป็นอีกทำเลที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

2. รายละเอียดยูนิตในโครงการ

          ควรศึกษาตำแหน่งที่ตั้งยูนิตที่ต้องการลงทุนให้ดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งวิวนอกตัวอาคาร ขนาดของห้อง ประเภทห้องชุดต่าง ๆ ในการศึกษายูนิตห้องนั้นจะทำให้เพิ่มโอกาสและลดระยะเวลาในการซื้อขายใบจองได้ดี และอาจจะต้องรู้ตำแหน่งห้องที่ขายยาก เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อห้องนั้น ๆ ด้วย

3. โปรโมชั่นโครงการ

          ในการเปิดจองโครงการในช่วงระยะแรก ๆ ส่วนใหญ่ทางโครงการคอนโดมักจะมีโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ซื้อรีบตัดสินใจจองได้รวดเร็วมากขึ้น เราจะสามารถนำโปรโมชั่นตรงนี้มาเป็นแรงจูงใจในการขายใบจองคอนโดได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เลือกลงทุนกับโครงการที่มีโปรโมชั่นลดราคาหรือแถมเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ภายในห้อง เพื่อนำมาเป็นแรงจูงใจในการเลือกซื้อต่อของผู้ซื้อ

4. ชื่อผู้พัฒนาโครงการ

          นอกจากทำเล ยูนิตและโปรโมชั่นแล้ว อีกข้อหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ นั่นก็คือชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการ หรือเจ้าของโครงการของคอนโดนั้น ๆ นักลงทุนควรเลือกผู้พัฒนาที่มีความน่าเชื่อถือหรือผู้พัฒนาที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว เพราะในตรงนี้จะการันตียอดการขายของโครงการ และยังรวมไปถึงคุณภาพวัสดุที่นำมาก่อสร้างในโครงการอีกด้วย ซึ่งตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับคนที่จะเข้าอยู่อาศัยได้นั่นเอง

. . . . . . . . . .

ความเสี่ยงในการขายใบจองคอนโดมีอะไรบ้าง

          แน่นอนว่าการลงทุนอะไรก็ตามย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ในการขายใบจองคอนโดก็มีความเสี่ยงอยู่เช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งความเสี่ยงของการลงทุนขายใบจองนี้ค่อนมากในเวลาปัจจุบันนี้ แต่ละความเสี่ยงอาจจะยกตัวอย่างได้ดังนี้

  • การซื้อใบจองคอนโดนั้น กรอบราคาที่จะเลือกซื้อนั้นควรอยู่ราคาประมาณ 30,000 – 60,000 บาท แต่ถ้าใบจองมีราคาที่มากกว่านั้นอาจจะเป็นไปได้ว่า เจ้าของโครงการพยายามป้องกันการเก็งกำไรของนักลงทุน ดังนั้นถ้าต้องการซื้อใบจองที่มีราคาสูงจริง ๆ ควรซื้อโครงการที่เป็นที่นิยมและความต้องการตามท้องตลาดสูง
  • การปล่อยขายใบจองคอนโดควรปล่อยขายในระยะเวลาก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงผ่อนดาวน์ เพราะถ้าปล่อยขายในช่วงนี้ไม่ได้อาจจะต้องเสียเงินในการผ่อนดาวน์คอนโด และอาจจะทำให้เกิดการขาดทุนในการปล่อยขายใบจองในช่วงภายหลังได้ ซึ่งในการปล่อยขายเราสามารถปล่อยจองผ่านทางเว็บไซต์ โซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรืออาจจะไปเสนอกับผู้เข้าเยี่ยมชมโครงการก็ได้เช่นกัน
  • ถ้าโครงการยังขายไม่หมดทุกยูนิตในช่วงกำลังจะผ่อนดาวน์ ผู้ลงทุนอาจจะต้องตัดราคาเพื่อขายแข่ง ทำให้บางทีอาจจะต้องตัดราคาขายที่ต่ำกว่าทุน ซึ่งนักลงทุนอาจจะต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลงทุนใหม่ อย่างเช่นเปลี่ยนรูปแบบจากขายใบจองคอนโดเป็นการขายดาวน์คอนโด หรืออาจะเป็นการปล่อยเช่าแทน ในการเปลี่ยนแบบนี้จะทำให้ไม่เกิดการขาดทุนจนเกินไป และถือว่าเป็นการลงทุนในระยะยาวได้อีกด้วย

ต้องเตรียมเอกสารมีอะไรบ้าง สำคัญอย่างไร / สัญญาต่างๆ

          ในการเตรียมเอกสารเพื่อขายใบจองคอนโดนั้นค่อนข้างมีความสำคัญมาก ๆ เพราะหลักฐานเพื่อยืนยันตัวตนในการจองกับโครงการคอนโดที่เราต้องการ เอกสารทั้งหมดที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  1. สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด

          เมื่อเราเตรียมเอกสารเพื่อซื้อใบจองคอนโดไว้เรียบร้อยแล้ว เราจะต้องทำสัญญากับทางโครงการเพื่อเป็นหลักฐานในการจอง ในการทำสัญญาจองนั้นจะสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

  1. โครงการคอนโดที่สร้างแล้วเสร็จ เราสามารถทำการจองและเซ็นสัญญาได้เลย ในกรณีที่ทำสัญญานั้นเราจะต้องถือเงินสดเข้าไปจอง
  2. โครงการที่สร้างแล้วยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อเราทำการจองห้องเรียบร้อยแล้ว ทางโครงการจะนัดให้เรามาทำสัญญาในภายหลัง ทั่วไปแล้วโครงการจะนัดเมื่อการก่อสร้างของโครงการดำเนินการไปแล้วประมาณ 80% - 90% หรือสร้างแล้วเสร็จ

          เมื่อเราทำการจองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการขายใบจองคอนโดให้กับผู้ที่สนใจจะซื้อ ควรจะรีบขายก่อนที่จะถึงช่วงระยะเวลาผ่อนดาวน์ แต่ถ้าเราสามารถขายใบจองได้แล้ว จะต้องมีการเปลี่ยนสัญญาผู้ซื้อใหม่ โดยมีเอกสารที่ต้องเตรียมดังนี้

  1. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ซื้อ 2 ชุด และของผู้ที่ขายใบจองคอนโดหรือผู้ทำสัญญาคนเดิม 2 ชุด
  2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ 2 ชุด และของผู้ที่ขายใบจองคอนโดหรือผู้ทำสัญญาคนเดิม 2 ชุด

          ในการเปลี่ยนชื่อสัญญาจองนั้นยังไม่มีกฎหมายที่รองรับชัดเจนว่าต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่ส่วนใหญ่ทางโครงการของคอนโดจะมีการเรียกเก็บเงิน ราคานั้นขึ้นอยู่กับทางโครงการนั้นได้กำหนดเอาไว้

ค่าใช้จ่ายในการลงทุนและทุนสำรอง

          หลายคนคงจะสงสัยว่าถ้าเราจะลงทุนในการขายใบจองคอนโดแล้วนั้น เราจะต้องใช้เงินในการลงทุนในแต่ละครั้งประมาณเท่าไหร่ และจะต้องสำรองเงินเผื่อเอาไว้ประมาณกี่บาท ซึ่งในแต่ละครั้งเราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการจองและทำสัญญาระหว่างซื้อขาย โดยเฉลี่ยประมาณ 20,000 – 100,000 บาท ซึ่งแล้วแต่ระดับ Segment ของคอนโดในโครงการนั้น ส่วนใหญ่ราคาจองคอนโดในแต่ละยูนิตจะอยู่ที่ราคาประมาณนี้ค่ะ

          ส่วนเงินสำรองนั้นมีไว้เพื่อเป็นเงินทุน เผื่อไว้ถ้าหากเราไม่สามารถขายใบจองคอนโดได้ในระยะเวลาที่ได้กำไร ในการสำรองเงินในครั้งนี้จะไว้ใช้จ่ายในระยะเวลาในช่วงที่จะต้องผ่อนเงินในช่วงดาวน์คอนโด โดยเฉลี่ยเพื่อน ๆ ควรมีเงินสำรองเผื่อไว้ใช้ผ่อนอยู่ที่ประมาณ 6,000 – 8,000 บาท/เดือน ในการสำรองเงินไว้แบบนี้จะทำให้เราไม่ประมาทและสามารถชำระเงินในการดาวน์ได้ทันเวลาที่โครงการกำหนด ซึ่งเพื่อน ๆ จะต้องคำนึงถึงเงินส่วนนี้เอาไว้กันด้วยนะคะ เพราะถือ่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวเอาไว้นั่นเอง

การทำการตลาดในการขายใบจองคอนโด

          เมื่อเราทราบกันแล้วว่าการลงทุนในการขายใบจองคอนโดนั้นจะต้องขายในระยะเวลาให้เร็วที่สุด แต่ในการขายใบจองนั้นอาจจะต้องมีเทคนิคในการขาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่จะซื้อนั้นเกิดความสนใจและตัดสินใจซื้อได้รวดเร็ว และยังถือว่าเราได้นำเสนอโครงการให้ผู้สนใจได้ศึกษากันก่อนที่จะตัดสินใจซื้อได้ ซึ่งผู้ซื้อนั้นจะเป็นผู้ที่ต้องการซื้อห้องของโครงการแต่ไม่สามารถซื้อได้ทัน หรือต้องการห้องยูนิตบริเวณนั้นแต่ทำการจองไม่ได้ในช่วงเวลาที่โครงการกำหนด โดยเทคนิคในการทำการตลาดนั้น เพื่อน ๆ สามารถทำได้ดังนี้

  • การโฆษณาตามสื่อโซเชียลต่าง ๆ เพราะเป็นสื่อที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและเห็นได้ทั่วไป
  • ตั้งหัวข้อในการประกาศขายให้ชัดเจน
  • เลือกใส่คำค้นหาลงไปในสื่อที่เราต้องการโฆษณาให้ได้มาก เพื่อช่วยให้การหาซื้อคอนโดนั้นสามารถหาได้ง่าย ๆ และดึงดูดให้ผู้ซื้ออยากอ่านในโฆษณาขายนั้น ๆ
  • ข้อมูลของโครงการควรลงให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแปลนห้อง วิว จนไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
  • ควรมีข้อมูลที่สามารถติดต่อได้ครบ เพื่อที่จะให้ผู้ซื้อสามารถติดต่อมาหาได้และไม่พลาดในการสื่อสารกัน
  • รูปโฆษณาควรเป็นรูปที่สวยและดูดี เพราะรูปภาพจะเป็นสิ่งแรกที่ทำให้ผู้ซื้อสนใจ
  • ลงประกาศการขายใบจองคอนโดไว้หลาย ๆ ที่ เพื่อให้ผู้ซื้อหลากหลายช่องทางเห็นประกาศของเราได้จำนวนมาก และทำให้การขายจะสามารถขายได้รวดร็วอีกด้วย

. . . . . . . . . .

ปัญหาการขายใบจองคอนโดที่พบบ่อยที่ควรรู้

          ในการขายใบจองคอนโดนั้นมักมีปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาทำการซื้อขาย ซึ่งเพื่อน ๆ ที่สนใจอยากทำอาชีพนี้จะต้องรู้ปัญหาเพื่อหาทางแก้ไขเอาไว้ก่อน หรืออาจหาทางป้องกันไว้ก่อนก่อนเกิดปัญหาได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะมีปัญหาหลัก ๆ คือ

1. เจ้าของโครงการทำสัญญาจองซื้อเอง

          เจ้าของโครงการจะกำหนดให้ผู้ซื้อทำสัญญาและไม่มีการกำหนดเวลาที่แน่ชัดว่าจะให้ผู้ซื้อมาทำสัญญาในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้ถ้าผู้ซื้ออยากเปลี่ยนชื่อสัญญา อาจจะต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเกินกว่าเหตุหรืออาจจะเปลี่ยนไม่ได้จนกว่าทางโครงการจะแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ให้กับทางเจ้าของ การแก้ไขคือควรศึกษาข้อตกลงของทางโครงการให้ดี ระวังการถูกเอาเปรียบจากโครงการ ถ้าหากมีทางเลือกอื่นควรไปเลือกโครงการอื่นที่มีข้อเสนอที่ดีกว่า

2. โครงการล้มเลิกการก่อสร้าง

          ในช่วงเศรษฐกิจในระยะที่ผ่านมานั้นค่อนข้างจะซบเซามาก ๆ โครงการของคอนโดบางแห่งจึงมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนและไม่มีงบพอที่จะดำเนินการก่อสร้างต่อ ดังนั้นวิธีแก้ไขควรเลือกโครงการที่มีผู้พัฒนาโครงการที่มีความมั่นคงสูง อีกทั้งต้องดูอายุการทำงานของบริษัทนั้น ๆ ให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะลงทุนขายใบจองคอนโด

3. ไม่สามารถขายใบจองได้ระยะเวลาที่ได้กำไร

          ช่วงเวลาที่สามารถได้กำไจจากการขายใบจองคอนโดนั่นก็คือช่วงก่อนที่จะต้องจ่ายเงินผ่อนดาวน์คอนโด แต่ถ้าเราไม่สามารถทำการขายได้สำเร็จ อาจจะทำให้ต้องขาดทุนในการขายส่วนนี้ บางทีถึงกับต้องขายในราคาที่น้อยกว่าต้นทุนเลยก็ได้ ดังนั้นควรเลือกโครงการที่มีความน่าสนใจและเป็นที่ต้องการสูง และตำแหน่งของห้องควรเป็นตำแหน่งที่ดี มีความน่าสนใจ นอกจากนี้ควรศึกษาการโฆษณาขายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ซื้อได้มากขึ้น

4. การเก็งกำไรจากการขายใบจองคอนโดนั้นมีความเสี่ยงที่สูงมาก ๆ นักลงทุนมือใหม่ควรทำอย่างไร

          ไม่ว่าจะเป็นการขายไม่ทันตามกำหนด หรืออาจจะไม่มีเงินทุนมากพอในการจ่ายเงินผ่อนดาวน์ ดังนั้นควรมีแผนรับรองและมีความระมัดระวังในการลงทุนเสมอ ถ้าเพื่อน ๆ เป็นนักลงทุนมือใหม่ควรศึกษารายละเอียดก่อนการลงทุนให้มาก ๆ เพื่อป้องกันการผิดพลาดและขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในภายหลัง

5. ถ้าขายในช่วงแรกไม่ได้ จะขายดาวน์คอนโดทำยังไง

          การขายในช่วงดาวน์คอนโดเป็นช่วงที่เราเองต้องผ่อนเงินให้กับโครงการในบางส่วนไปแล้ว ซึ่งในตรงนี้เรายังทำการขายได้อยู่ ในการขายนั้นเราอาจจะบวกกำไรเพิ่มจากที่เงินที่เราส่งดาวน์ไปแล้ว และค่าสัญญาต่าง ๆ ที่อาจจะต้องมีการเสียค่าธรรมเนียมไป เมื่อได้ข้อตกลงในการขายดาวน์คอนโดได้แล้ว เจ้าของโครงการจะยกเลิกสัญญาฉบับเดิมที่เป็นรายชื่อของเจ้าของรายเก่า และออกสัญญาฉบับใหม่ให้กับผู้ซื้อรายใหม่

          การขายใบจองคอนโดนั้นนับเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มีนักลงทุนสนใจกันไม่น้อย แต่เนื่องจากเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาที่ต่ำลง อาจจะทำให้การซื้อขายหรือจองคอนโดโครงการใหม่ไม่ได้คึกคักเหมือนแต่เก่า แต่ในทางตลาดของอสังหาริมทรัพย์แบบคอนโดนี้ก็ยังมีโครงการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่หลายโครงการ ทำให้ความเสี่ยงต่อการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์แบบนี้มีสูงขึ้นตามเศรษฐกิจ กำไรในการลงทุนแบบนี้ อาจจะไม่ได้สูงเหมือนในปีที่ผ่าน ๆ มา แต่นิวบ์ก็เชื่อว่าต้องมีใครหลาย ๆ คนสามารถทำการตลาดตรงนี้และสามารถได้กำไรจากการลงทุนนี้ได้ตามที่ต้องการ ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลทั้งในตลาดอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลในการขายใบจองคอนโดให้ดีก่อนตัดสินใจที่จะลงทุนกันด้วยนะคะเพื่อน ๆ

. . . . . . . . . .

          สุดท้ายนี้นิวบ์ก็ขอให้เพื่อน ๆ ได้ประสบความสำเร็จกับสิ่งที่ลงทุนไป ได้กำไรตามที่ทุก ๆ คนคาดหวังกันไว้นะคะ และควรจำไว้เสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้ดี ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจ นิวบ์เชื่อว่าเพื่อน ๆ คงได้รับความรู้เกี่ยวกับขายใบจองคอนโด การซื้อใบจองคอนโดเก็งกําไร เทคนิคในการขายใบจอง รวมไปถึงการลงทุนในตลาดของใบจองคอนโดในปี 2564 หวังว่าเพื่อนๆจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ในคราวหน้านิวบ์จะมีเรื่องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจอะไรอีก เพื่อน ๆ สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราทาง CondoNewb ที่นี่เลย