logo

          ที่อยู่อาศัยถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่วัยทำงานและเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวได้ด้วยตนเอง ความต้องการในการซื้อที่อยู่อาศัยก็เริ่มตามมาด้วย แต่อย่างที่เราทุกคนทราบกันดีว่าการซื้อที่อยู่อาศัยนั้นทำให้เราต้องแบกรับหนี้สินก้อนใหญ่ อีกทั้งยังมีภาระผูกพันระยะยาว จึงส่งผลให้เทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ อย่างกลุ่ม First Jobbers เริ่มค่อย ๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปและมองว่า ที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยที่แพงเกินเอื้อม รวมไปถึงยังฉุดรั้งความเติบโตทั้งในด้านการเงินและด้านอื่น ๆ ของตนเองเป็นมากขึ้น ดังนั้นในบทความนี้ CondoNewb จึงอยากจะพาทุกคนที่สนใจในเรื่องบ้าน ให้มาลองเปรียบเทียบมุมมองเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ ระหว่างเลือกอยู่กับพ่อแม่ต่อหรือย้ายออกมาอยู่เอง ว่าแบบไหนจะดีกว่ากัน

. . . . . . . . . .

เทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่เลือกอยู่กับพ่อแม่ต่อสบายทั้งใจและเงิน

          แน่นอนว่าหากกล่าวถึงเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของการเลือกที่จะอยู่ต่อกับพ่อแม่ เพราะหนึ่งสิ่งสำคัญจากในปีที่ผ่าน ๆ มาก่อนหน้าปี 2564 นี้ ที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยนั่นก็คือ ความไม่แน่นอนในหลาย ๆ ปัจจัย ซึ่งมีผลกระทบมาจากปัญหาวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ First Jobbers หลาย ๆ คน ไม่สามารถเลือกทำงานในสายหรือองค์กรที่ตนเองต้องการได้ เนื่องจากทางองค์กรเองก็มองว่าการรับพนักงานใหม่เข้ามาเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายอยู่ไม่น้อย อีกทั้งหลาย ๆ องค์กรยังมีการปรับเงินเดือนพนักงานลง เพื่อเป็นการประคองเรื่องของค่าใช้จ่ายภายในองค์กรเอง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลอย่างมากกับกลุ่ม First Jobbers

          ซึ่งความไม่แน่นอนเหล่านี้ที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี จึงส่งผลอย่างมากต่อเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ ซึ่งจากเดิมมักมองว่าการย้ายออกมาอยู่ด้วยตนเอง โดยการเริ่มกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดหลังแรกเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ในปัจจุบันหลาย ๆ คนกลับเริ่มมองว่าการเลือกอยู่กับพ่อแม่ต่อก็เป็นตัวเลือกที่สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินของตนเองได้ไม่น้อย อีกทั้งยังไม่ต้องเริ่มต้นแบกรับภาระหนี้สินในระยะยาวอีกด้วย

          และหากมองถึงเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่กับตัวเลือกการย้ายออกมาอยู่ด้วยตนเองโดยการเช่าอยู่ไปก่อนนั้น ก็จะยังเห็นได้ว่าเป็นทางเลือกที่แม้จะไม่ได้มีข้อผูกมัดในระยะยาว แต่ก็ยังจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเช่าห้องรายเดือน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อต้องทำงานในตัวเมือง ค่าเช่าก็จะยิ่งเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะสำหรับกลุ่ม First Jobbers ที่พึ่งเรียนจบมาใหม่และยังไม่มีรถเป็นของตัวเอง การเช่าคอนโดหรือหอพักใกล้ ๆ กับขนส่งสาธารณะอย่าง BTS หรือ MRT ก็จะทำให้ต้องสูญเสียเงินไปจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วยังมีรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางเข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งหากอาศัยอยู่กับพ่อแม่ต่อก็อาจจะยังขอติดรถมาลงใกล้ ๆ กับที่ทำงานได้

. . . . . . . . . .

เทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะอยู่อาศัยกับพ่อแม่ต่อมีข้อดีอย่างไร

          หลังจากที่เราได้เห็นถึงเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่ได้มองว่าการซื้อบ้านเป็นภาระที่เกินเอื้อมจากปัจจัยความไม่แน่นอนในด้านต่าง ๆ และเลือกที่จะอยู่กับพ่อแม่ต่อกันไปแล้ว คราวนี้เรามาลองดูข้อดีแบบเจาะลึกของการเลือกอาศัยอยู่กับพ่อแม่ต่อกันบ้าง เผื่อใครที่กำลังจะเลือกออกไปเช่าหอพัก-คอนโด หรือออกไปกู้ซื้อที่อยู่อาศัยของตนเอง จะได้ลองนำข้อดีเหล่านี้มาลองพิจารณาเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่เพื่อเปรียบเทียบกัน

ไม่ต้องแบกรับหนี้สินก้อนใหญ่

          เพราะเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ภาระหนี้สินของการซื้อที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหนี้ก้อนที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตก้อนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ดังนั้นสำหรับใครที่เลือกจะอยู่กับพ่อแม่ต่อก็เท่ากับว่าตัดภาระหนี้สินก้อนมหาสารนี้ออกไปก่อนได้เลย

การเงินมีสภาพคล่องที่ดี

          แน่นอนว่าเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ของกลุ่ม First Jobbers นี้ย่อมมองเรื่องของสภาพคล่องตนเองเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการอาศัยอยู่กับพ่อแม่ก็จะช่วยทำให้พวกเขาเหล่านี้มีสภาพคล่องที่ดี เนื่องจากไม่ต้องเสียเงินส่วนใหญ่ไปกับการผ่อนบ้าน-คอนโดหรือเสียค่าเช่าในระยะยาว

ไม่มีภาระผูกพันระยะยาว

          ซึ่งสำหรับเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะออกมาอยู่เองโดยการเช่าหอพักหรือคอนโดนั้น ภาระที่จะต้องจ่ายส่วนใหญ่มักจะผูกมัดอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน, 6 เดือน หรือยาวไปถึง 1 ปี แต่สำหรับเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะซื้อบ้านหรือคอนโดหลังแรกนั้น อาจมีภาระผูกพันยาวนานไปถึง 30 ปี โดยนอกจากภาระทางการเงินแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือทำเลที่ของที่อยู่อาศัยซึ่งเมื่อเราเลือกซื้อไปแล้วก็จะไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือขายต่อได้อย่างง่าย ๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลถึงสถานที่ทำงานหรือการอยู่อาศัยของเราในอนาคตอีกด้วย

ลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ

          ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนบ้าน-คอนโด ค่าเช่าคอนโด-หอพัก ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าอาหาร โดยค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะถูกหารกับสมาชิกภายในครอบครัวคนอื่น ๆ ไปด้วย หรือในบางครอบครัวพ่อแม่จะให้ลูกรับภาระค่าใช้จ่ายเพียงบางอย่างเท่านั้น เช่น จ่ายค่าอินเตอร์เน็ตและค่าน้ำ หรือจ่ายเป็นเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ในทุก ๆ เดือน

ปลอดภัย มีคนคอยช่วยเหลือ

          ถือเป็นข้อดีอีกหนึ่งข้อที่มีความสำคัญและส่งผลต่อจิตใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัย ที่หาได้ยากมากจากหอพักที่ราคาไม่สูงนัก ดังนั้นสำหรับใครที่อยากเริ่มออกไปอยู่ด้วยตนเองด้วยการเช่าหอพักก็อาจจะต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย

. . . . . . . . . .

วางเป้าหมายชีวิตและเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกอยู่กับพ่อแม่

          แน่นอนว่าแม้เทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่จะมองว่าการเลือกอยู่กับพ่อแม่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่การเลือกอยู่อาศัยกับพ่อแม่เองก็มีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเรามาลองดูกันว่าการวางเป้าหมายชีวิตแบบไหนบ้างถึงจะเหมาะกับเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกอยู่อาศัยกับพ่อแม่เหมือนเดิม

ต้องการทำงานในละแวกพื้นที่เดิม

          ถือเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งสำหรับเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกอยู่อาศัยกับพ่อแม่เหมือนเดิม เพราะแน่นอนว่าบ้านของแต่ละคนก็จะตั้งอยู่ในพื้นที่หรือทำเลที่มีปัจจัยแตกต่างกันออกไป เช่น บางบ้านอยู่ใกล้กับแหล่งสำนักงานหรือองค์กรต่าง ๆ แต่บางบ้านอยู่ใกล้กับแหล่งชุมชนซึ่งอยู่ไกลออกไปจากแหล่งอาคารสำนักงาน ดังนั้นการวางเป้าหมายชีวิตการทำงานในละแวกที่อยู่เดิมจึงจะเหมาะกับการอยู่อาศัยกับพ่อแม่มากที่สุดนั่นเอง

ทำงานแบบอิสระ

          นอกจากเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่มองว่าการอยู่กับพ่อแม่เป็นสิ่งที่จะช่วยประคองการเงินของตนเองได้แล้วนั้น เทรนด์การทำงานแบบอิสระก็ถือได้ว่าเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งที่เหมาะกับการอาศัยอยู่กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องออกไปที่อาคารสำนักงานหรือที่ตัวบริษัทบ่อย ๆ ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังวางเป้าหมายทำงานอิสระอย่าง การเป็นเกมเมอร์ ยูทูปเบอร์ กราฟิกดีไซน์ นักเขียน ทำขนมโฮมเมด หรือแม้แต่เป็นนักลงทุน ก็ถือว่าการเลือกอาศัยอยู่กับพ่อแม่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกันอยู่ไม่น้อย

ทางบ้านมีธุรกิจที่ตนเองสามารถต่อยอดได้

          จึงไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปหางานอื่น ๆ ทำ โดยอาจเริ่มต้นจากการทำงานที่ตนเองถนัดจากนั้นค่อย ๆ ต่อยอดงานต่อไป เพื่อสร้างธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในอนาคต ดังนั้นสำหรับใครที่ทางบ้านประกอบธุรกิจเองอยู่แล้วและเล็งเห็นว่าเป็นสายงานที่เราจะสามารถเข้าไปต่อยอดได้ การวางเป้าหมายแบบนี้ก็ถือว่าน่าสนใจและยังได้ช่วยธุรกิจครอบครัวไปในตัว

ตั้งใจรับบ้านเป็นมรดกตกทอดอยู่แล้ว

          ซึ่งหลาย ๆ ครอบครัวเองก็มองว่ายังไงบ้านก็จะต้องตกเป็นของลูกหลานอยู่แล้ว ดังนั้นหากเรามองแล้วว่าบ้านหลังนี้อยู่ในทำเลที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิต ก็สามารถวางเป้าหมายในการอยู่กับพ่อแม่ต่อไปในระยะยาวได้เลย

. . . . . . . . . .

เทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่อยากออกมาอยู่ด้วยตนเองจะต้องเริ่มต้นอย่างไรบ้าง

          เทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะอยู่กับครอบครัวของตนเองต่อเป็นเพียงตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับกลุ่ม First Jobbers หลาย ๆ คน ที่ไม่ได้มีที่อยู่อาศัยในตัวเมืองหรือใกล้กับแหล่งทำงาน หรือไม่ได้มองว่าที่การอยู่อาศัยที่เดิมกับพ่อแม่จะเป็นพื้นที่ Safe Zone สำหรับตนเอง อาจมองในมุมมองที่แตกต่างออกไป นอกจากนี้สำหรับบางคนที่แม้จะสามารถอยู่อาศัยในบ้านของพ่อแม่ได้ แต่เมื่อมีข้อจำกัดในด้านการทำงานหรือต้องการที่จะออกมาอยู่ด้วยตนเองในระยะยาวแล้วนั้นกลับไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ดังนั้นในหัวข้อนี้ CondoNewb จึงได้รวบรวมแนวทางสำหรับการเริ่มต้นออกมาอยู่ด้วยตนเอง ว่าควรทำอย่างไรบ้าง

เงินทุนตั้งตัว

          ถือเป็นเรื่องที่ทุก ๆ คนต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าการออกมาอยู่ด้วยตนเองนั้นจะต้องมีทุนตรงนี้ ซึ่งทุนตั้งตัวของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไปตามปัจจัยที่กำลังเผชิญอยู่ เช่น หากยังไม่มีงานทำ แต่ต้องการออกมาเช่าหออยู่ก่อนแล้ว ก็จะต้องเตรียมเงินทุนให้เยอะขึ้นเผื่อสำหรับการยังไม่ได้งานในช่วง 2-3 เดือนแรก ดังนั้นสำหรับเงินทุนในส่วนนี้ควรมีการวางแผนให้ดีและคำนวณให้พอดีกับความต้องการของตนเอง เผื่อเอาไว้ดีกว่าขาด

ความมั่นคงทางการงาน

          อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าการออกมาอยู่ด้วยตนเองนั้น หากต้องหางานไปด้วยจะทำให้ต้องเสียเงินทุนตั้งตัวไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นการมีหน้าที่การงานที่มั่นคงและมีรายได้ที่ต่อเนื่อง จึงเป็นการวางแผนที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับการออกมาอยู่ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะแบบเช่าอยู่หรือการกู้ซื้อคอนโดและบ้านก็ตาม

ทิศทางเป้าหมายชีวิตในอนาคต

          ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากงานที่มั่นคงแล้ว เรายังต้องสามารถมองเห็นการเติบโตของตนเองได้ว่า จะสามารถเติบโตไปได้ในช่องทางไหน ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่การเพิ่มขั้นหรือขึ้นเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการวางแผนการทำงานของตนเอง ว่าจะสามารถไปได้ในทิศทางไหนได้บ้าง การเปลี่ยนที่ทำงานเพื่อเพิ่มเงินเดือนเรามีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่ รวมไปถึงการทำอาชีพเสริมหรือการลงทุนในธุรกิจของตนเองที่จะทำให้เราสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป

วางแผนการอยู่อาศัยที่อื่นในระยะยาว

          นอกจากเรื่องของเงินทองแล้วหนึ่งสิ่งควรวางแผนก่อนออกมาอยู่ด้วยตัวเองในระยะยาวก็คงหนีไม่ในเรื่องของการวางแผนการอยู่อาศัย ว่าเราจะอยู่บ้านที่เราซื้อหรือคอนโดที่เราเช่าไปเป็นระยะเวลาอีกนานแค่ไหน หรือต่อไปเราจะมีครอบครัวหรือไม่ หรือต้องการอยู่เป็นโสดเท่านั้น ซึ่งการวางแผนต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้เราสามารถคาดการณ์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

. . . . . . . . . .

ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงหากต้องการย้ายออกมาอยู่ด้วยตนเอง

          สำหรับเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะย้ายออกมาอยู่เองนั้น ปัจจัยในด้านต่าง ๆ ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถือว่าต้องรับภาระมากกว่าเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะอยู่กับพ่อแม่ต่อ ดังนั้นเรามาลองดูกันว่าปัจจัยที่จะต้องคำนึงถึงสำหรับเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะย้ายออกมาอยู่เองนั้นมีอะไรบ้าง

กรณีย้ายออกมาอยู่เองด้วยการเช่าไปก่อน

1. การอยู่ในห้องที่มีเงื่อนไขและข้อจำกัด

          เพราะแน่นอนว่าการเช่าอยู่นั้นเราไม่สามารถที่จะทำอะไรตามอำเภอใจในห้องของเราได้ เช่น บางหอพักไม่ต้องการให้ทำอาหารภายในห้อง ไม่สามารถนำอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากข้างนอกเข้ามาเพิ่มเติม หรือคอนโดมิเนียมไม่สามารถให้เลี้ยงสัตว์และตกแต่งห้องได้ตามใจชอบได้ ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงปัจจัยในข้อนี้

2. การดูแลรับผิดชอบตัวเอง

          ปัจจัยข้อนี้ก็ถือเป็นข้อที่สำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับใครที่ไม่เคยอยู่ด้วยตัวเองมาก่อน เพราะไม่ใช่เพียงต้องจ่ายค่าเช่าและออกไปทำงานเท่านั้น แต่ภาระหน้าที่และการใช้ชีวิตประจำวันทั้งหมดเราจะต้องเป็นผู้ดูแลเอง ไม่ว่าจะเป็น อาหารการกิน การทำความสะอาด การจ่ายค่าน้ำค่าไฟ การติดต่อกับช่าง เป็นต้น

กรณีย้ายออกมาอยู่ด้วยการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดหลังแรก

1. ต้องสามารถรับผิดชอบกับหนี้สินก้อนใหญ่ได้เอง

          ถือเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน เพราะนอกจากจะเป็นหนี้ก้อนใหญ่แล้วยังต้องใช้ระยะเวลานาน ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมากในระหว่างทางเพื่อทำการผ่อนบ้านหรือคอนโดให้หมด เพราะหากทิ้งไปกลางทางก็เท่ากับว่าเราไม่ได้อะไรกลับมาเลย

2. ข้อจำกัดของที่ตั้งหรือทำเล

          หากเราเช่าหอพักหรือคอนโดอยู่ เมื่อเราหมดสัญญาหรือไม่อยากทำงานที่เดิมอีกต่อไป เราเลือกที่จะย้ายออกมาได้ แต่สำหรับบ้านแล้วนั้นเราไม่สามารถย้ายหรือขายมันออกไปได้อย่างง่าย ๆ ดังนั้นจึงควรมั่นใจแล้วว่าทำเลที่ตั้งนี้จะเหมาะกับการทำงานหรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเราต่อไปในระยะยาว

. . . . . . . . . .

          เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เรียกได้ว่าสามารถมองในแง่มุมต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะอยู่อาศัยกับพ่อแม่ต่อไปหรือเทรนด์ที่อยู่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะย้ายออกมาอยู่ด้วยตนเอง แต่ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ไหน ๆ การตัดสินใจที่แน่วแน่และการวางแผนที่ดีก็จะสามารถทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้นและจะส่งผลดีกับตัวเราในระยะยาว สำหรับในครั้งหน้าเราจะนำสาระน่ารู้เรื่องอสังหาริมทรัพย์อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตาม ได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราทาง CondoNewb ได้เลย