logo

          หากใครที่กำลังทำงานในเมือง คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ค่าโดยสาร BTS หรือ ค่าโดยสาร MRT ต่างเป็นหนึ่งค่าใช้จ่ายหลักที่จะเกิดขึ้นในการเดินทางไปทำงานในกรุงเทพ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่ากลายเป็นเรื่องปกติกันไปแล้ว แน่นอนว่าสำหรับคนที่มีที่พักอาศัยของตนเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบ้านของผู้ปกครอง, หอพักของสถานที่ทำงาน หรือแม้แต่คอนโดมิเนียมที่เราเป็นเจ้าของไปเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าคงจะไปเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ยาก เพราะเมื่อมีสถานที่อยู่อาศัยที่ลงหลักปักฐานเรียบร้อยแล้ว คงจะเปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่อาศัยได้ยาก ซึ่งต่างไปจากคนทั่วไปที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยของตนเอง หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่าต้องอยู่อาศัยในลักษณะการเช่าอยู่นั่นเอง ซึ่งง่ายต่อการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย หากหมดสัญญาเช่า ไม่ว่าจะเป็นราย 6 เดือน หรือรายปีก็ตาม เราสามารถใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยได้ เช่นเดียวกับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาทำเลที่ตั้งสำหรับการซื้อคอนโดมิเนียม หากมีอาชีพที่จะยึดมั่นทำไปตลอดชีพเรียบร้อยแล้ว การเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยในเมือง ย่อมดีกว่าการเช่าอยู่แบบจ่ายทิ้งไปเป็นเดือน ๆ อย่างแน่นอน 

          อย่างไรก็ตาม การเลือกทำเลที่ตั้งในการอยู่อาศัยจึงเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลระยะยาวต่อการดำเนินชีวิตอย่างแน่นอน หนึ่งในนั้นก็คือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการเดินทางสัญจรด้วยระบบสาธารณะอย่างรถไฟฟ้านั่นเอง ผลที่ตามมาคือ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ค่าโดยสาร BTS หรือ ค่าโดยสาร MRT จึงกลายเป็นหนึ่งเรื่องสำคัญที่เราสามารถนำมาเปรียบเทียบ เพื่อเลือกทำเลที่ตั้งในการอยู่อาศัยได้ ซึ่งก็แน่นอนว่ายิ่งอยู่ในเมือง โอกาสที่ค่าเช่าจะมีราคาต่อเดือนสูงกว่าทำเลชานเมือง ย่อมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ก็อย่าลืมว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อย่างค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ค่าโดยสาร BTS หรือ ค่าโดยสาร MRT ย่อมลดลงได้ ขณะเดียวกันเชื่อว่าหลายคนในปัจจุบันนี้ ก็เลือกที่จะอยู่ไกลออกไปอย่างในทำเลชานเมืองที่เป็นทำเลส่วนต่อขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าต่าง ๆ เพราะมีค่าเช่าต่อเดือนที่ถูกกว่า แต่ก็อย่าลืมว่าการเลือกที่อยู่อาศัยที่ไกลออกไปนั้น แม้จะมีค่าเช่าที่ถูกกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยระยะเวลาในการเดินทางที่มากขึ้น รวมทั้งค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ค่าโดยสาร BTS หรือ ค่าโดยสาร MRT ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย 

. . . . . . . . . .

          พอเป็นแบบนี้แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วเราควรจะเลือกทำเลที่ตั้งที่อยู่ในเมืองหรือทำเลที่อยู่ชานเมือง ที่จะช่วยประหยัดในแง่ของต้นทุนการดำเนินชีวิตมากกว่ากัน ดังนั้น ลองมาดูกันว่า ค่าโดยสารรถไฟฟ้า คอนโดทำเลส่วนต่อขยายเข้า CBD คุ้มไหม ? แล้วถ้าจะเลือกทำเลชานเมืองแล้ว ทำเลชานเมืองแต่ละย่าน จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้เห็นภาพกันมากขึ้น จะข้อยกตัวอย่างแบ่งเป็น 2 ทำเลหลัก คือ

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า

ทำเลชานเมือง โดยจะแบ่งเป็น

  • การเดินทางจากสถานี MRT บางกระสอ (สายสีม่วง) มายังสถานี BTS ศาลาแดง
  • การเดินทางจากสถานี MRT ภาษีเจริญ (สายสีน้ำเงิน) มายังสถานี MRT สุขุมวิท (ต่อเดียว)
  • การเดินทางจากสถานี BTS สายหยุด มายังสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ (MRT สายสีน้ำเงิน)
  • การเดินทางจากสถานี BTS แบริ่ง มายังสถานี BTS ชิดลม (ต่อเดียว) เป็นต้น และ

ทำเลในเมือง (ไม่เกินส่วนต่อขยาย) เช่น

  • การเดินทางจากสถานี MRT ห้วยขวาง มายังสถานี BTS เพลินจิต
  • การเดินทางจากสถานี MRT พระราม 9 มายังสถานี MRT ลุมพินี
  • การเดินทางจากสถานี BTS สะพายควาย มายังสถานี BTS ช่องนนทรี เป็นต้น

          ว่าแต่รายละเอียดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ค่าโดยสาร BTS หรือ ค่าโดยสาร MRT จะเป็นอย่างไรนั้น ไปหาคำตอบกันเลย

. . . . . . . . . .

เปรียบเทียบค่าโดยสารรถไฟฟ้า 4 เส้นทางจากทำเลชานเมือง

1. ทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งนนทบุรี มาทำงานในย่านศาลาแดง

          ถ้าพูดถึงรถไฟฟ้าสายสำคัญที่มีโครงข่ายรองรับการเดินทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพเชื่อมต่อกับพื้นที่ในย่านปริมณฑลอย่างนนทบุรี เชื่อว่าหลายคนก็น่าจะนึกถึง รถไฟฟ้าสายสีม่วง เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพการเดินทางหากจะอยู่อาศัยในย่านนนทบุรี ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงแล้วอยากทราบรายละเอียดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ค่าโดยสาร BTS หรือ ค่าโดยสาร MRT ว่าจะเป็นอย่างไรนั้น จึงจะยกตัวอย่างสมมติว่าเราอยู่อาศัยใกล้กับสถานี MRT บางกระสอ และมีสถานที่ทำงานอยู่ในเมืองในย่านศาลาแดง จะเกิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางดังนี้

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วย MRT

          จะเริ่มต้นจาก MRT บางกระสอของรถไฟฟ้าสายสีม่วง มาเชื่อมต่อ MRT สายสีน้ำเงินที่สถานี Interchange เตาปูน จากนั้นเดินทางไปยัง MRT สถานีสีลม ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ BTS ศาลาแดง สามารถเดินได้ด้วย skywalk จะเกิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 58 บาทต่อเที่ยว และใช้ระยะเวลาประมาณ 45 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป - กลับรวม 116 บาทต่อวัน นั้นเอง 

          หากจะใช้ตั๋วรายเดือน สำหรับค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย PL Adult Pass ใช้เดินทางใน MRT สายสีม่วง, BL Adult Pass ใช้เดินทางใน MRT สายสีน้ำเงิน และ ML Adult Pass ใช้เดินทางข้ามสายระหว่าง MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง สมมติว่าเราเลือกซื้อตั๋วรายเดือนแบบสูงสุดคือ 50 เที่ยว (ใช้งานได้ 30 วัน) สำหรับ

  • PL Adult Pass จะมีราคา 1,100 บาท (เฉลี่ย 22 บาท/เที่ยว)
  • BL Adult Pass จะมีราคา 1,250 บาท (เฉลี่ย 25 บาท/เที่ยว) และ
  • ML Adult Pass จะมีราคา 2,250 บาท (เฉลี่ย 45 บาท/เที่ยว)

          ดังนั้น หากเพื่อน ๆ เลือกใช้ตั๋วรายเดือน ML Adult Pass เท่ากับว่าจะเกิดค่าใช้จ่าย 45 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 90 บาทต่อวัน นั้นเอง

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำแบบเปลี่ยนสายระหว่าง MRT และ BTS

          จะเริ่มต้นจาก MRT บางกระสอของรถไฟฟ้าสายสีม่วง มาเชื่อมต่อ MRT สายสีน้ำเงินที่สถานี Interchange เตาปูน จากนั้นเดินทางไปยัง MRT สวนจตุจักร จะเสียค่าใช้จ่าย 37 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 18 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) จากนั้นเดินทางต่อด้วย BTS หมอชิตยาวไปยัง BTS ศาลาแดง จะเสียค่าใช้จ่าย 44 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 19 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) ดังนั้น การเดินทางด้วยวิธีนี้ จะเกิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 81 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 162 บาทต่อวัน นั้นเอง

          หากจะใช้ตั๋วรายเดือน BTS แบบ 50 เที่ยว จะมีค่าใช้จ่าย 1,300 บาท (เฉลี่ย 26 บาท/เที่ยว) เมื่อรวมกับ ML Adult Pass ใช้เดินทางข้ามสายระหว่าง MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วงที่มีราคา 2,250 บาท (เฉลี่ย 45 บาท/เที่ยว) แล้ว การเดินทางด้วยวิธีนี้ จะเกิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 71 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 142 บาทต่อวัน นั้นเอง

          สรุปได้ว่า ทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งนนทบุรี มาทำงานในย่านศาลาแดง จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางตั้งแต่ 90-162 บาท เลยทีเดียว

. . . . . . . . . .

2. ทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งธนฯ มาทำงานในย่านสุขุมวิท

          ต้องยอมรับว่า ฝั่งธนฯ เป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีผู้คนอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่นไม่น้อย แล้วหากตัดสินใจเลือกอยู่อาศัยในย่านนี้แล้ว ลองมาดูกันว่าจะเกิดรายละเอียดค่าโดยสารรถไฟฟ้า หรือ ค่าโดยสาร MRT ว่าจะเป็นอย่างไรนั้น ลองมาดูตัวอย่างสมมติว่าเราอยู่อาศัยในทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งธนฯ สถานี MRT ภาษีเจริญ มาทำงานในย่านสุขุมวิทที่ MRT สุขุมวิท กันดังนี้

กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยบัตรเติมเงินหรือเหรียญเที่ยวปกติ

          จะเริ่มต้นจาก MRT ภาษีเจริญของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยาวไปยัง MRT สุขุมวิท จะเสียค่าใช้จ่าย 42 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 29 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 84 บาทต่อวัน นั้นเอง

กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยตั๋วรายเดือน

          ซึ่งจะเป็นตั๋วแบบ BL Adult Pass ใช้เดินทางใน MRT สายสีน้ำเงิน กรณีเลือกซื้อแบบสูงสุดคือ 50 เที่ยว (ใช้งานได้ 30 วัน) จะมีราคา 1,250 บาท (เฉลี่ย 25 บาท/เที่ยว) จึงเท่ากับว่าจะเสียค่าโดยสารรถไฟฟ้า 25 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 50 บาทต่อวัน นั้นเอง

          สรุปได้ว่า ทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งธนฯ มาทำงานในย่านสุขุมวิท จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางตั้งแต่ 50 - 84 บาท เลยทีเดียว

. . . . . . . . . .

3. ทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งเหนือของกรุงเทพในย่านดอนเมือง มาทำงานในย่าน New CBD รัชดาภิเษก

          มาต่อกันที่ทำเลที่อยู่อาศัยทางเหนือของกรุงเทพกันบ้าง ส่วนใหญ่มักจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแนวราบ รวมทั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยดั่งเดิม ลองมาดูตัวอย่างง่าย ๆ สมมติว่าเราอยู่อาศัยในทำเลชานเมืองในย่านดอนเมือง ซึ่งใกล้กับ BTS สายหยุด หากต้องเดินทางมาทำงานในเมืองในย่าน New CBD รัชดาภิเษก ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ ของโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น จะเกิดรายละเอียดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ค่าโดยสาร BTS หรือ ค่าโดยสาร MRT ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยบัตรเติมเงินหรือเหรียญเที่ยวปกติ

          จะเริ่มต้นจาก BTS สายหยุดของรถไฟฟ้าสายสีเขียวยาวไปยัง BTS พหลโยธิน 24 เนื่องจากตอนนี้ทาง BTS ยังไม่ได้กำหนดค่าใช้จ่ายในการเดินทางชัดเจน แต่หากเปรียบเทียบราคาตามจำนวนสถานีแล้ว จากสถานี BTS สายหยุดมาจนถึง BTS พหลโยธิน 24 เท่ากับ 10 สถานี จะเสียค่าใช้จ่าย 44 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 14 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) จากนั้นจะเชื่อมต่อกับสถานี MRT พหลโยธิน ยาวไปยังสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ จะเสียค่าใช้จ่าย 26 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 10 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) การเดินทางด้วยวิธีนี้ จะเกิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 70 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป - กลับรวม 140 บาทต่อวัน นั้นเอง

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยตั๋วรายเดือน

          หากจะใช้ตั๋วรายเดือน BTS แบบ 50 เที่ยว จะมีค่าใช้จ่าย 1,300 บาท (เฉลี่ย 26 บาท/เที่ยว) เมื่อรวมกับตั๋วแบบ BL Adult Pass ใช้เดินทางใน MRT สายสีน้ำเงิน กรณีเลือกซื้อแบบสูงสุดคือ 50 เที่ยว (ใช้งานได้ 30 วัน) จะมีราคา 1,250 บาท (เฉลี่ย 25 บาท/เที่ยว) จึงเท่ากับว่าจะเสียค่าใช้จ่าย 51 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 102 บาทต่อวัน นั้นเอง

          สรุปได้ว่า ทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งเหนือของกรุงเทพในย่านดอนเมือง มาทำงานในย่าน New CBD รัชดาภิเษกจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางตั้งแต่ 102-140บาท เลยทีเดียว

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า

. . . . . . . . . .

4. ทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งใต้ของกรุงเทพในย่านบางนา มาทำงานในย่านชิดลม

          สำหรับใครที่ตัดสินใจเลือกอยู่อาศัยในย่านนี้แล้ว ลองมาดูกันว่าจะเกิดรายละเอียดค่าโดยสารรถไฟฟ้า อย่าง ค่าโดยสาร BTS ว่าจะเป็นอย่างไรนั้น ลองมาดูตัวอย่างสมมติว่าเราอยู่อาศัยในทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งใต้ของกรุงเทพสถานี BTS แบริ่ง มาทำงานในย่านสถานี BTS ชิดลม กันดังนี้

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยบัตรเติมเงินหรือเหรียญเที่ยวปกติ

          จะเริ่มต้นจาก BTS แบริ่ง ยาวไปยัง BTS ชิดลม จะเสียค่าใช้จ่าย 59 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 24 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป - กลับรวม 118 บาทต่อวัน นั้นเอง

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยตั๋วรายเดือน

          หากจะใช้ตั๋วรายเดือน BTS แบบ 50 เที่ยว จะมีค่าใช้จ่าย 1,300 บาท (เฉลี่ย 26 บาท/เที่ยว) จึงเท่ากับว่าจะเสียค่าใช้จ่าย 26 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 52 บาทต่อวัน นั้นเอง

          สรุปได้ว่า ทำเลที่อยู่อาศัยชานเมืองฝั่งใต้ของกรุงเทพในย่านบางนา มาทำงานในย่านชิดลม จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางตั้งแต่ 50 - 84 บาท เลยทีเดียว

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า

          สรุปก็คือ...ว่าจากจุดไหนไปไหน เราสรุปการเดินทางจากเมืองไปในเมืองก่อนว่า ถ้าเดินทางด้วยรถไฟฟ้าทั้งขาไปและขากลับแล้วเราจะเสียค่าโดยสารรถไฟฟ้าเท่าไรกัน โดยการเดินทางจุดมุ่งหมายเป็นในเมืองนะครับ ไม่ว่าอยู่ชานเมืองโซนไหน จะมุ่งไปสายสีเขียวกลางใจเมือง

. . . . . . . . . .

เปรียบเทียบค่าโดยสารรถไฟฟ้า 3 เส้นทางจากทำเลในเมือง

1. ทำเลที่อยู่อาศัยในเมืองย่าน MRT ห้วยขวาง มาทำงานในย่าน BTS เพลินจิต

           กรณีเดินทางประจำแบบเปลี่ยนสายระหว่าง MRT และ BTS จะเริ่มต้นจาก MRT ห้วยขวาง มายัง MRT สุขุมวิท จะเสียค่าใช้จ่าย 24 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 8 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) จากนั้นเดินทางต่อด้วย BTS อโศกยาวไปยัง BTS เพลินจิต จะเสียค่าใช้จ่าย 23 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 3 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) ดังนั้น การเดินทางด้วยวิธีนี้ จะเกิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 47 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป - กลับรวม 94 บาทต่อวัน นั้นเอง

          หากจะใช้ตั๋วรายเดือน BTS แบบ 50 เที่ยว จะมีค่าใช้จ่าย 1,300 บาท (เฉลี่ย 26 บาท/เที่ยว) เมื่อรวมกับ BL Adult Pass จะมีราคา 1,250 บาท (เฉลี่ย 25 บาท/เที่ยว) การเดินทางด้วยวิธีนี้ จะเกิดค่าโดยสารรถไฟฟ้าทั้งหมด 51 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 102 บาทต่อวัน นั้นเอง

          สรุปได้ว่า ทำเลที่อยู่อาศัยในเมืองย่าน MRT ห้วยขวาง มาทำงานในย่าน BTS เพลินจิต จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางตั้งแต่ 94-102 บาท เลยทีเดียว

2. ทำเลที่อยู่อาศัยในเมืองย่าน MRT พระราม 9 มาทำงานในย่าน MRT ลุมพินี

          สำหรับใครที่ตัดสินใจเลือกอยู่อาศัยในย่านนี้แล้ว ลองมาดูกันว่าจะเกิดรายละเอียดค่าโดยสารรถไฟฟ้า หรือก็คือ ค่าโดยสาร MRT ว่าจะเป็นอย่างไรนั้น ลองมาดูตัวอย่างสมมติว่าเราอยู่อาศัยในทำเลที่อยู่อาศัยในเมืองย่าน MRT พระราม 9 มาทำงานในย่าน MRT ลุมพินี กันดังนี้

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยบัตรเติมเงินหรือเหรียญเที่ยวปกติ

          จะเริ่มต้นจาก MRT พระราม 9 ยาวไปยัง MRT ลุมพินี จะเสียค่าใช้จ่าย 26 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 10 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 52 บาทต่อวัน นั้นเอง

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยตั๋วรายเดือน

          หากจะใช้ตั๋วรายเดือน BL Adult Pass จะมีราคา 1,250 บาท (เฉลี่ย 25 บาท/เที่ยว) จึงเท่ากับว่าจะเสียค่าใช้จ่าย 25 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 50 บาทต่อวัน นั้นเอง

          สรุปได้ว่า ทำเลที่อยู่อาศัยในเมืองย่าน MRT พระราม 9 มาทำงานในย่าน MRT ลุมพินี จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางตั้งแต่ 50 - 52 บาท เลยทีเดียว

3. ทำเลที่อยู่อาศัยในเมืองย่าน BTS สะพายควาย มาทำงานในย่าน BTS ช่องนนทรี

          มาต่อกันที่ย่านสะพานควายกันบ้าง มาดูกันว่าจะเกิดรายละเอียดค่าโดยสารรถไฟฟ้า อย่าง ค่าโดยสาร BTS จะเป็นอย่างไรนั้น ลองมาดูตัวอย่างสมมติว่าเราอยู่อาศัยในทำเลที่อยู่อาศัยในเมืองย่าน BTS สะพายควาย มาทำงานในย่าน BTS ช่องนนทรีกันดังนี้

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยบัตรเติมเงินหรือเหรียญเที่ยวปกติ

          จะเริ่มต้นจาก BTS สะพายควาย ยาวไปยัง BTS ช่องนนทรี จะเสียค่าใช้จ่าย 44 บาทต่อเที่ยว และใช้เวลา 20 นาที (ไม่รวมรอรถไฟฟ้า) ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 88 บาทต่อวัน นั้นเอง

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า กรณีเดินทางประจำสายเดียวด้วยตั๋วรายเดือน

          หากจะใช้ตั๋วรายเดือน BTS แบบ 50 เที่ยว จะมีค่าใช้จ่าย 1,300 บาท (เฉลี่ย 26 บาท/เที่ยว) จึงเท่ากับว่าจะเสียค่าใช้จ่าย 26 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นในแต่ละวันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในเดินทางไป-กลับรวม 52 บาทต่อวัน นั้นเอง

          สรุปได้ว่า ทำเลที่อยู่อาศัยในเมืองย่าน BTS สะพายควาย มาทำงานในย่าน BTS ช่องนนทรี จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางตั้งแต่ 50 - 88 บาท เลยทีเดียว

. . . . . . . . . .

          บทความนี้ คงทำให้เพื่อน ๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะพอมองเห็นภาพออกบ้างแล้วว่า การอยู่อาศัยชานเมืองก็อาจจะมีค่าโดยสารรถไฟฟ้าในการเดินทางพอ ๆ กันอยู่ในตัวเมืองได้เช่นกัน เคล็ดลับก็คือการเลือกทำเลที่อยู่อาศัยที่เป็นเส้นทางเดียวกับที่ทำงาน ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้า จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ นอกจากนี้ ตั๋วรายเดือนยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าในการเดินทางได้ อีกด้วย 

-----

อ้างอิงข้อมูล

  • https://www.bts.co.th/tickets/ticket-rabbit-valueandtrips.html
  • https://metro.bemplc.co.th/Metro-News-Detail?id=30369