logo

บ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรา? หลายคนอาจเกิดคำถามนี้ขึ้นภายในใจอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าหนึ่งรางวัลของชีวิตที่เรียกได้ว่าสำคัญไม่แพ้รางวัลไหน ๆ นั่นก็คือการมีบ้านหรือคอนโดเป็นที่อยู่อาศัยของตนเอง นั่นเอง ซึ่งก็แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะเดียวกันยังถือได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่จะกลายเป็นภาระหนี้ระยะยาว 30 ปีอีกด้วย ลองคิดดูเล่น ๆ ว่า สมมติเราตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดตอนที่มีอายุ 30 ปี ต้องยอมรับว่าการเป็นหนี้บ้านหรือคอนโดที่ว่านี้ หากยาว 30 ปี นั่นหมายความว่า เราจะปลดหนี้ก้อนนี้ตอนอายุ 60 ปี ซึ่งก็ถึงวัยเกษียณอายุพอดี

               ดังนั้น ก่อนจะเกิดคำถามที่ว่าบ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรา หลายคนอาจต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามตนเองเสียใหม่อีกทีว่า ผ่อนบ้านหรือคอนโดดี, ลงทุนบ้านหรือคอนโด, เช่าบ้านหรือคอนโดดี ฯลฯ ซึ่งถ้าลองสังเกตดี ๆ ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเลือกพิจารณาประเภทที่อยู่อาศัยว่าควรจะตัดสินใจเลือกซื้อประเภทบ้านหรือประเภทคอนโด แต่ยังรวมไปถึงการพิจารณาเลือกสถานะของการอยู่อาศัยอีกด้วย ทั้งในรูปแบบของการซื้ออยู่อาศัย, ซื้อเพื่อการลงทุนหรืออาจจะเป็นการไม่เลือกซื้อไปเลย แล้วอยู่อาศัยในลักษณะเช่าอยู่ดีกว่า ซึ่งก็แน่นอนว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบก็ย่อมต่างกัน 

              วันนี้เพื่อนๆ ชาวนิวบ์ลองมาดูกันสิว่า ก่อนจะตัดสินใจบ้านหรือคอนโดแบบไหนที่ใช่เรานั้น เราควรจะคำนึงปัจจัยพิจารณาอื่น ๆ ในด้านใดอีกบ้าง? ถ้าพร้อมกันแล้ว ไปอ่านรายละเอียดกันเลย

. . . . . . . . . . .

1.ราคาซื้อขายและพื้นที่ใช้สอยในการอยู่อาศัย

              ในแง่ของของการอยู่อาศัย หากจะถามว่าควรผ่อนบ้านหรือคอนโดดี ก็ตอบได้ง่ายๆ ว่าขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังเงินทุนที่เรามีเก็บสะสมไว้ ความสามารถในการกู้เงิน ซึ่งวงเงินกู้จะผ่อนบ้านหรือคอนโดดีก็ขึ้นอยู่กับระดับรายได้ของเราว่ามากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด แต่ในเรื่องของการอยู่อาศัยเอง ยังต้องคำนึงถึงเรื่องการดำเนินชีวิตของเราด้วย

             แน่นอนว่าหากเราทำงานในเมือง ใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวกสบาย การเลือกอยู่อาศัยคอนโดก็จะสร้างความคล่องตัวได้มากกว่า ทั้งในด้านของราคาที่จับต้องได้, ความสะดวกสบายในการเดินทาง รวมทั้งเรื่องของความเหมาะสมของพื้นที่ใช้สอยในการอยู่อาศัยที่น่าจะกะทัดรัดเหมาะสมกับการอยู่อาศัยเพียงคน 1-2 คนในเมือง แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ ที่มีรถยนต์ อาจจะมองว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไม่ใช่เป็นสิ่งจำเป็นมากนัก

condonewb - บ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรา

             หากมีบ้านหรือทาวน์เฮาส์ชานเมืองที่ราคาไม่ต่างกันมากนัก และก็อยู่ติดถนนสายหลักเดินทางสะดวก แน่นอนว่าหากถามว่าควรจะผ่อนบ้านหรือคอนโดดี ก็คงต้องตอบว่าบ้านย่อมดีกว่า เพราะมีพื้นที่ใช้สอยได้มากกว่า และยังรองรับการขยายครอบครัวที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า บางคนเริ่มต้นด้วยการซื้อคอนโดก่อน พอนานวันไปที่มีคนรัก หรือถึงวัยแต่งงานสร้างครอบครัว การอยู่อาศัยในคอนโดก็อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อีกต่อไป ซึ่งถ้าโชคดีสามารถขายคอนโดเพื่อนำเงินมาซื้อบ้านต่อได้ก็จะเป็นเรื่องดี แต่หากคอนโดที่ว่านี้ขายไม่ออก ปล่อยเช่าไม่ได้ ต้องยอมรับว่า โอกาสที่จะก่อหนี้ใหม่ซื้อบ้าน ในขณะที่หนี้คอนโดก็ยังไม่หมด โอกาสของความสำเร็จนั้นคงจะเป็นไปได้ยากอย่างแน่นอน 

             ดังนั้น ถ้าถามว่าบ้านหรือคอนโดแบบไหนที่ใช่เรานั้น ก็แนะนำว่าคงจะต้องสำรวจเรื่องการเงินของตนเอง รวมทั้งเรื่องการวางแผนในการดำรงชีวิตของเราในปัจจุบันและในอนาคต นั่นเอง

. . . . . . . . . .

2. โอกาสของการลงทุน ทั้งในมุมของการปล่อยเช่า และขายต่อเอากำไร

             ส่วนในแง่ของการลงทุน ต้องยอมรับว่า คอนโดที่มีราคาขายถูกกว่าบ้าน ราคาเช่าถูกกว่าบ้าน ก็น่าจะมีโอกาสปิดการเช่าได้ง่ายกว่า ขณะเดียวกัน หากเป็นบ้าน แม้จะมีราคาแพงกว่า แต่เราก็จะได้แปลงที่ดินที่ติดมากับตัวบ้านด้วย ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะปรับราคาขายเพิ่มขึ้นได้ง่ายในอนาคตโดยไม่ยาก เพราะที่ดินแปลงนั้นสามารถปรับเป็นพื้นที่พาณิชย์อื่น ๆ ได้ง่าย 

            ดังนั้นในแง่ของการลงทุนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคอนโดหรือบ้าน ก็ล้วนมีข้อดีที่ต่างกัน ถ้าให้ได้คำตอบที่ง่ายที่สุด ก็น่าจะต้องตอบว่าจะเลือกลงทุนคอนโดหรือบ้านก็ได้ ขอเพียงตั้งอยู่ในทำเลที่ดี มีอนาคต ยังไงเสียก็จะน่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคตได้อย่างแน่นอน

. . . . . . . . . .

3. ค่าใช้จ่ายหรือภาระหนี้ ผ่อนบ้านหรือคอนโดดีกว่ากัน

               แน่นอนว่า ยิ่งเราไปกู้เป็นจำนวนเงินมาก การผ่อนจ่ายชำระคืนย่อมสูง ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าถามว่าบ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรานั้น ต้องยอมรับก่อนว่าเรายินดีผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือนได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หากบ้านหรือคอนโดที่เราซื้อนั้นเป็นครงการใหม่ เพียงแค่ซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็สามารถเข้าอยู่อาศัยได้เลย หรืออย่างมากสุด ก็อาจจะมีเรื่องของการต่อเติมหรือตกแต่งเพิ่มเติมตามสไตล์ที่เราชอบ ก็คงเป็นปกติที่ไม่ได้ยุ่งยากใด ๆ  

condonewb - บ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรา

             แต่หากคิดในอีกมุมหนึ่ง สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดที่ไม่ใช่โครงการใหม่ แต่เป็นบ้านมือสองหรือคอนโดมือสอง เชื่อว่าใครที่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้น่าจะพอเข้าใจและเห็นภาพความเป็นจริงอย่างมาแล้วอย่างแน่นอน เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ยังต้องเตรียมเงินทุนก้อนโตสำหรับการซ่อมแซมบ้านหรือคอนโดก่อนจะเข้าไปอยู่อาศัยจริงอีกด้วย ซึ่งวงเงินที่จำเป็นต้องใช้ในการซ่อมแซมจะมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับสภาพบ้านหรือคอนโดที่เราซื้อ

             การซ่อมแซมคอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยเล็กกว่า ย่อมต้องใช้เงินทุนน้อยกว่าอยู่แล้ว เพราะคอนโดเป็นอาคารร่วมที่ใช้ร่วมกัน ดังนั้นการซ่อมแซมจึงเป็นเรื่องพื้น, ผนัง, เพดาน หรือสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเท่านั้น ซึ่งจะต่างไปจากการซ่อมแซมบ้าน ที่มีโอกาสเจอปัญหาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดินทรุด, ปลวก, โครงสร้างบ้าน, การลงเสาเข็มส่วนพื้นที่ต่อเติมหลังบ้าน, การต่อเติมอื่น ๆ ของตัวบ้าน, โครงหลังคา ฯลฯ เชื่อว่าใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ คงจะตอบคำถามได้แล้วว่า หากจะถามว่าควรผ่อนบ้านหรือคอนโดดี แน่นอนว่าการซื้อคอนโดย่อมง่ายกว่าและประหยัดงบซ่อมแซมได้มากกว่าอย่างแน่นอน

condonewb - บ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรา

ภาพส่วนกลางจากโครงการ The City พระราม 9 - รามคำแหง

             นอกจากนี้ การมีบ้านหรือคอนโดเป็นของตนเอง ต้องยอมรับว่านอกจากเรื่องภาระหนี้ที่ต้องผ่อนรายเดือนและเรื่องเงินทุนในการซ่อมแซมแล้ว ทันทีที่เราตัดสินใจอสังหาริมทรัพย์โครงการใหม่เหล่านี้ ยังสร้างค่าใช้จ่ายประจำที่เรียกว่าค่าส่วนกลางอีกด้วย ซึ่งค่าส่วนกลางก็จะกลายเป็นเงินทุนกองกลางของหมู่บ้านหรือโครงการที่จะคอยบริหารสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในโครงการ เช่น ที่จอดรถ, สวนสาธารณะ, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส เป็นต้น พูดง่าย ๆ ว่ายิ่งเราเลือกลงทุนบ้านหรือคอนโดที่มีส่วนกลางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการมากขึ้นเท่าไร่ แน่นอนว่าค่าส่วนกลางย่อมสูงตามไปด้วย

            ดังนั้น ถ้าถามว่าบ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรานั้น ก็แนะนำว่าคงจะต้องสำรวจเรื่องความพร้อมทางเงินของตัวเอง ที่จะรองรับภาระหนี้ที่จะเกิดขึ้น ทั้งในรูปแบบของค่างวดผ่อนชำระรายเดือน, ค่าซ่อมแซม, ค่าส่วนกลาง เป็นต้น ซึ่งมองว่าคอมโดมิเนียมอาจจะสร้างภาระเหล่านี้น้อยกว่าการตัดสินใจซื้อบ้าน นั่นเอง 

. . . . . . . . . . .

4. ทำเลที่ตั้งและการเสื่อมสภาพในอนาคต

            เชื่อว่าหลายคนอาจมองว่า แค่ซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นรางวัลของชีวิต ก็สามารถสะท้อนความภูมิฐานของตนเองได้แล้ว แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างย่อมมีวันเสื่อมสภาพ เช่นเดียวอสังหาริมทรัพย์ที่นานวันไป ก็มีโอกาสที่จะไม่สามารถขายทำกำไรได้เช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ หากเพื่อน ๆ ที่ตั้งใจเลือกซื้อบ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เราได้แล้ว และก็หวังว่าบ้านหรือคอนโดแห่งนี้ก็คือที่อยู่อาศัย หากต้องพบเจอกับเหตุการณ์ราคาอสังหาริมทรัพย์มีราคาตก หรือราคาไม่ขยับไม่ไหน ก็อาจจะไม่เกิดความเครียดมากนัก เพราะอาจจะมองว่ากำไรจากขายในรูปแบบของโบนัส เพราะประโยชน์ที่ต้องการจะได้รับจริง ๆ มันคือการอยู่อาศัย แต่หากมองในมุมตรงข้าม 

บ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรา

              สำหรับเพื่อน ๆ ที่วางเป้าหมายเพื่อการลงทุนบ้านหรือคอนโด ต้องยอมรับว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งทรัพย์สินที่มีวันเสื่อมสภาพ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากเราต้องการลงทุนบ้านหรือคอนโด เพื่อปล่อยเช่าหรือขายทำกำไร หนึ่งเคล็ดลับสำคัญในการเพิ่มค่าเช่าหรือราคาขายก็คือ การรักษาสภาพบ้านหรือคอนโดมิเนียมให้ดูดีอยู่เสมอ นั่นเอง

            นอกจากนี้ หนึ่งองค์ประกอบหลักที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของการลงทุนบ้านหรือคอนโด นั่นก็คือ การลงทุนในทำเล นั่นเอง แม้จะอยู่ย่านเดียวกันหรือตำบลเดียวกัน แต่สภาพชุมชนโดยรอบ หรือสภาพสังคมโดยรอบที่ต่าง ย่อมส่งผลต่อมูลค่าบ้านและคอนโดเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ทำเลที่ตั้งโครงการคอนโดที่อยู่ติดสวนสาธารณะ หรือติดแม่น้ำเจ้าพระยา ย่อมสะท้อนถึงความจำกัดของพื้นที่ที่อาจจะหาไม่ได้อีกแล้วในอนาคต ย่อมจะรักษามูลค่าหรือเพิ่มมูลค่าราคาได้สูงกว่าคอนโดที่ตั้งอยู่บนทำเลทั่วไป นั่นเอง

           ดังนั้น ถ้าถามว่าบ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรานั้น ก็แนะนำว่าอาจจะเป็นบ้านหรือคอนโดก็ได้ ที่เรามั่นใจว่าจะรักษาสภาพได้เมื่อเวลาเปลี่ยนไป รวมทั้งการเลือกทำเลที่ตั้งที่จะช่วยรักษาและส่งเสริมการปรับตัวของราคาในอนาคตได้ นั่นเอง

. . . . . . . . . . .

                สุดท้ายนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าถามว่าบ้านหรือคอนโด แบบไหนที่ใช่เรานั้น การตอบคำถามนี้ คงจะไม่ได้มาจากสไตล์บ้านที่เราชื่นชอบ แต่ควรจะมาจากความเข้าใจจริงในปัจจัยที่เกี่ยวข้องการซื้อบ้านหรือคอนโด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาซื้อขายและพื้นที่ใช้สอยในการอยู่อาศัย ต้องสอดคล้องกับเรื่องการเงินของตนเองและเรื่องการวางแผนในการดำรงชีวิตของเรา หรือเรื่องความพร้อมทางเงินของตัวเอง ที่จะรองรับภาระหนี้ที่จะเกิดขึ้น ทั้งในรูปแบบของค่างวดผ่อนชำระรายเดือน, ค่าซ่อมแซม, ค่าส่วนกลาง เป็นต้น รวมทั้งเรื่องรักษาสภาพบ้านหรือคอนโด เมื่อเวลาเปลี่ยนไป และการเลือกทำเลที่ตั้งที่จะช่วยรักษาและส่งเสริมการปรับตัวของราคาในอนาคต นั่นเอง

             แน่นอนว่าสำหรับเพื่อน ๆ ที่มองว่าการซื้อบ้านหรือคอนโดจะเป็นภาระหนี้ก้อนใหญ่มากเกินไป การเลือกอยู่อาศัยแบบเช่า ไม่ว่าจะเป็นการเช่าบ้านหรือคอนโดดีกว่านั้น ที่สุดแล้วก็อาจจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมกับตัวเรามากกว่าการผ่อนบ้านหรือคอนโดดีกว่า ก็ได้เหมือนกัน หวังว่าเพื่อนๆ จะชอบเรื่องราวที่เราหยิบยกมาวันนี้นะคะ สามารถเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็น ได้ที่ FB Page :: CondoNewb ค่ะ ครั้งหน้าจะหยิบอะไรมาฝากกัน อย่าลืมติดตามกันค่ะ