logo

          การขายคอนโดผ่อนไม่หมด จะแตกต่างจากการขายคอนโดที่ผ่อนหมดแล้วไหมนะ หรือขายคอนโดผ่อนไม่หมดต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เพราะว่าการขายครั้งนี้อาจจะมีหลายสาเหตุด้วยกัน ต้องยอมรับว่าแต่ละคนย่อมมีจุดประสงค์การขายคอนโดที่ว่านี้แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพและเกิดความเข้าใจกันมากขึ้น บทความนี้จึงขอยกตัวอย่างที่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ ทั่วไปในสังคมเรา 3 กรณี นั่นก็คือ เพื่อน ๆ จำเป็นต้องขายคอนโดแม้ว่ายังผ่อนไม่หมด เพราะว่าผ่อนต่อไม่ไหว ส่วนในกรณีที่ 2 คืออยากขายคอนโดแม้ว่ายังผ่อนไม่หมด ก็เพื่อจะไปซื้อคอนโดโครงการใหม่ที่อยู่ใกล้ที่ทำงานมากขึ้น และกรณีสุดท้ายก็คือ เพื่อน ๆ มองว่าการขายคอนโดผ่อนไม่หมดก็เพื่อจะนำเงินไปลงทุนใหม่ และต้องเรียนรู้เทคนิคการตกแต่งห้องอย่างไรให้ขายง่ายด้วย ว่าแต่รายละเอียดของเรื่องราวนี้เป็นอย่างไร หากเพื่อน ๆ พร้อมแล้วไปหาคำตอบกันเลย

. . . . . . . . . .

ขายคอนโดผ่อนไม่หมด แตกต่างจากการขายคอนโดที่ผ่อนหมดแล้วยังไง ?

          ต้องบอกว่า ปกติแล้วเวลาที่เรากู้ธนาคาร โฉนดคอนโดจะอยู่ที่ธนาคาร ซึ่งเราจะได้รับคืนก็ต่อเมื่อเราผ่อนหนี้คืนหมดแล้ว ดังนั้น คอนโดใดก็ตามที่เรายังไม่ผ่อนไม่หมด โฉนดจะยังอยู่ที่ธนาคารก็เสมือนว่าธนาคารเป็นเจ้าของคอนโดที่เราผ่อนอยู่นั่นเอง ดังนั้นความแตกต่างของการขายคอนโดผ่อนไม่หมดจากการขายคอนโดที่ผ่อนหมดแล้วก็คือ เราจะยังไม่ได้โอนชื่อเป็นเจ้าบ้านหรือเป็นผู้อาศัย ส่งผลให้เวลาขายคอนโดที่ว่านี้ เราจะเสียค่าธรรมเนียมการโอนที่สูงกว่าการโอนคอนโดทั่วไปที่เราเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยแล้ว นอกจากนี้ เพื่อน ๆ ยังต้องไปดูรายละเอียดอีกด้วยว่า สัญญาของธนาคารระบุเงื่อนไขการการปิดบัญชีก่อนกำหนดไว้อย่างไร แล้วเพื่อน ๆ อาจจะต้องมีค่าใช่จ่ายเรื่องค่าธรรมเนียมการปิดบัญชีกับทางธนาคารมากน้อยเพียงใด รายละเอียดตรงนี้คือความต่างจากการขายคอนโดทั่วไปนั่นเอง  

          ส่วนการขายคอนโดผ่อนไม่หมด ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ? ก็ต้องบอกว่าเพื่อน ๆ จะเสียค่าใช่จ่ายพวกค่าธรรมเรียมต่าง ๆ ไปต่างจากตอนที่เราซื้อคอนโด โดยค่าใช้จ่ายที่สำคัญก็จะขอยกตัวอย่างดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมการโอน

          ปกติแล้วจะคิดที่ 2% ของราคาประเมิน ซึ่งเพื่อน ๆ ก็สามารถตกลงกับผู้ซื้อเองได้ว่าใครจะเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ หรือจะจ่ายคนละครึ่งคนละ 1% ก็ได้

  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ

          ปกติแล้วจะคิดที่ 3.3% ของราคาคอนโดหรือราคาประเมินคอนโด ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดจะสูงกว่า แต่หากเพื่อน ๆ ก็อาจจะได้รับสิทธ์ยกเว้นภาษีส่วนนี้ได้เช่นกัน ในกรณีที่เพื่อน ๆ ถือครองคอนโดมานานเกิน 5 ปีแล้ว, มีชื่อในทะเบียนบ้านมาแล้วเกิน 1ปี เป็นต้น

  • ค่าอากรแสตมป์

         ปกติแล้วจะคิดที่ 0.5% ของราคาคอนโดหรือราคาประเมินคอนโด ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดจะสูงกว่า ในกรณีที่เพื่อน ๆ ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะนั่นเอง แต่หากว่าเพื่อน ๆ เสียภาษีธุรกิจเฉพาะไปแล้ว ก็จะไม่เสียค่าอากรแสตมป์แต่อย่างใด

  • ภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย

          เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่า แม้เพื่อน ๆ จะขายคอนโดไปที่ระดับราคาเท่าไรก็ตามแต่ แต่ตัวเลขรายได้ที่จะถูกนำมาคำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจะคำนวณมาจากราคาประเมินคอนโดอยู่ดี ประกอบกับความเก่าใหม่ของคอนโดที่เพื่อน ๆ ถือครองอยู่ เพราะยิ่งเป็นโครงการที่ถือครองมานานแล้วร้อยละของรายได้ที่จะเอามาคำนวนภาษีที่ว่านี้ก็จะลดลงตามไปด้วย เช่น ซื้อมาแล้ว 1 ปี จะคิดที่ 92%ของรายได้, ซื้อมาแล้ว 5 ปี จะคิดที่ 65%ของรายได้ และซื้อมาแล้ว 8 ปีขึ้น จะคิดที่ 50%ของรายได้ เป็นต้น จากนั้นก็จะนำรายได้ตรงนี้ไปคำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อไปนั่นเอง 

ขายคอนโดผ่อนไม่หมด

. . . . . . . . . .

ตัวอย่าง 3 กรณีขายคอนโดผ่อนไม่หมด ต้องทำยังไง ?

กรณีที่ 1 จำเป็นต้องคอนโดผ่อนไม่หมด เพราะว่าผ่อนต่อไม่ไหว

            ด้วยสภาพเศรษฐกิจ หรือค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน หรืออาจจะเป็นเหตุด่วนเหตุจำเป็นที่เราอาจจะใช้เงินไปกับสิ่งนั้นแทนการผ่อนคอนโด ซึ่งแน่นอนว่าการขาดการผ่อนย่อมมีผลกระทบกับเราโดยตรง หากแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปหมดแล้ว วิธีที่แก้ปัญหาได้หมดก็ต้องตัดใจจากสิ่งที่ผ่อนคอนโดอยู่ นั่นก็คือ การขายทรัพย์ทิ้งไปนั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้เราต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ เพราะไม่ใช่ตัดสินใจขายไปแล้ว ประกาศวันนี้จะขายได้ในวันพรุ่งนี้เสียเมื่อไร เอาล่...ถ้าหากตัดสินใจขายแล้ว ก็ตระเตรียมห้องให้พร้อมเลย พร้อมขายสวยงาม ผู้ซื้อพร้อมอยู่ก็น่าเป็นปัจจัยให้ขายง่ายมากขึ้น 

วางแผนแต่แรกให้ดี ไม่ต้องปวดหัวกับขายคอนโดผ่อนไม่หมด

          กับเหตุการณ์แบบนี้ทำให้เราตระหนักได้ว่า เรื่องจัดการการเงิน + แผนสำรอง + และเงินออมก็เป็นส่วนสำคัญมากเลย สิ่งก่อนที่จะซื้อคอนโด หรือซื้อสินค้าที่มรมูลค่าสูงมาก และผูกพันธ์กับเราไปอีกนาน เราจำเป็นอย่างยิ่งว่าเรานำการใช้จ่ายการเงินต่าง ๆ กางออกมาให้เห็นภาพทั้งหมดก่อนที่จะซื้อคอนโด

  • อย่างแรก เลยก็คือ รายรับเราเท่าไรบ้าง
  • อย่างที่ 2 หักค่าใช้จ่ายที่เป็น Fix Cost หรือค่าใช้จ่าย ค่ากิน ค่าอยู่ที่เราต้องจ่ายในทุกเดือน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าเน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าส่งรถ หรือค่าเทอมลูก ๆ ซึ่งเราสามารถหารเฉลี่ยออกเป็นรายเดือนได้ ให้เราสามารถบริการจัดการเดือนต่อเดือนก็เป็นสิ่งที่คล่องตัวมากที่สุด
  • อย่างที่ 3 ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้คาดหวังไว้ เช่น ค่าอุบัติเหตุ ค่าซ่อมแซมต่าง ๆ อย่างค่าอุบัติเหตุนี้ เราอาจจะสามารถเปลี่ยนไปในส่วน Fix Cost ได้ โดยอาจจะซื้อประกันอุบัติเหตุไว้ เพื่อให้เราไร้ความกังวลกับค่าใช้จ่ายนี้ ซึ่งวนส่วนประกันนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคนเลยนะ
  • อย่างที่ 4 การเก็บออมเงินนั้นเอง ในส่วนนี้จะเป็นประโยชน์มากเมื่อเราไปกู้ ทางธนาคารก็จะอนุมัติให้เรามากขึ้น และมันจะมีประโยชน์จริง ๆ เมื่อเรานำมาใช้จ่ายในเหตุที่จำเป็น อย่างการใช้จ่ายผ่อนคอนโด ก่อนที่จะจำใจขายคอนโดผ่อนไม่หมด ออกไป และข้อนี้ยังสร้างอุปนิสัยด้านการเงินที่ดีของเพื่อน ๆ ด้วย

จ่ายต่อ หรือพอแค่นี้ ควรให้ธนาคารยึดไหม

          ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าถามว่าเรายังควรผ่อนกับธนาคารต่อไปหรือเปล่า ? ก็แนะนำว่าคงไม่มีใครรู้และเข้าใจสถานการณ์ทางการเงินของเราได้ดีเท่ากับตัวเราเอง หากเรามีปัญหาการเงิน ผ่อนจ่ายไม่ไหว ซึ่งแน่นอนว่าเรามีปัญหาด้านการเงินกับเจ้าหนี้โดยตรง สิ่งแรกเราจะต้องไปคุยกับธนาคารก่อนเพื่อให้ได้ข้อตกลงว่าเราควรจะทำอย่างไรได้บ้าง หากไปต่อไหวจริง ๆ เพื่อน ๆ ก็ต้องวางแผนล่วงในการขาย ห้ามทำตอนจวนตัวเด็ดขาย หากเราคำนวณเงินในการผ่อนแล้วว่าจะได้อีกกี่เดือน ซึ่งเราต้องนับถอยหลังขึ้นว่าประมาณ 6 เดือน ก็น่าจะอยู่ในระยะปลอดภัยได้ แต่สิ่งสำคัญเลยก็คือ ห้ามให้ธนาคารยึดโดยเด็ดขาย เพราะหากปล่อยยึดไปแล้ว เพื่อน ๆ ก็อาจจะมีเสียกับเสียอย่างเดียว

  • เสียอย่างแรก ...เสียเครดิตด้านการเงิน

          อย่างแรกเลยเสียประวัติการชำระเงิน หากเราจะทำธุรกรรมอื่น ๆ ภายในภาคหน้าก็จะลำบากมากขึ้น เรียกว่ากู้เงินก้อนต่อไปได้ลำบากแน่นอน ซึ่งใช้เวลานานมาก ๆ ที่เครดิตบูโรของเราจะถูกเคลียร์ให้กลับเป็นปกติ ซึ่งก็มีบางธนาคารที่เพื่อน ๆ กู้ไป อาจเก็บข้อมูลของเราไว้ แม้นานเท่าไร เขาก็จะเห็นข้อมูลประวัติเสีย ซึ่งธนาคารนั้นก็ไม่สามารถปล่อยให้เรากู้ได้เลยอีกต่อไป ถ้ามองกลับกัน หากเราวางแผนดี ๆ ในการขายคอนโดผ่อนไม่หมด และจ่ายธนาคารได้ครบตามสัญญาก็จะเป็นการดีมากกว่า เมื่อเครดิตดีในโอกาสหน้าหากจะกู้อีกก็จะเป็นการง่ายมากขึ้น ด้วยธนาคารมีประวัติของเราที่ดีอยู่ในระบบแล้ว โดยที่ธนาคารไม่ได้เข้าไปรับรู้สาเหตุจากการขายของเราเลย

  • เสียอย่างที่ 2 ...ดอกเบี้ยยังคงเดินต่อไป และดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

           อันนี้ต้องกลับไปดูที่สัญญาตั้งแต่แรก ที่เราไปธนาคารนั่งที่เคาเตอร์อ่านสัญญาต่าง ๆ เกี่ยวกับจ่าย การผ่อน การผิดชำระหนี้ต่าง ๆ หากผิดชำระแล้ว สิ่งใดจะตามมาบ้าง หากเกิดเหตุการณ์ที่เราปล่อยให้ผิดชำระหนี้ไปเรื่อย ๆ แน่นอนว่าจะไม่ยึดทันที จะเกิดการทวงถามของธนาคารก่อน ซึ่งก็จะมีค่าทวงถามอีก นอกจากนี้บางกรณีหากเพื่อน ๆ ผ่อนในอัตราโปรโมชั่นก็ตามแต่ หากผิดชำระดอกเบี้ยก็อาจสูงขึ้นได้ เช่น เคยผ่อนอยู่ที่อัตราดอกเบี้ยส่วนลดตามโปรโมชั่น เช่น 4% หรือ 6% ต่อปี จะกลายเป็น 15% ต่อปีในทันที เป็นอัตราที่สูงมาก หากปล่อยไว้หลายปี แน่นอนว่าดอกเบี้ยสูงขึ้นแน่นอน และเงินดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นนี้ ผู้กู้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้ายตามสัญญา

  • เสียอย่างที่ 3 ...ขายทอดตลาดแล้ว ก็อาจจะต้องจ่ายเงินอีก

          ใช่ว่าหากธนาคารนำทรัพย์ของเราไปขายทอดตลาดแล้ว แล้วหายกันนะ หากราคาขายที่ทอดตลาดออกไปยังต่ำกว่าราคาเงินต้นและดอกเบี้ยที่เหลือ ส่วนต่างนี้ ทางผู้กู้ต้องเป็นผู้จ่ายตามสัญญา ซึ่งจริง ๆ การขายทอดตลาดของธนาคารนี้จะเกิดผลลัพธ์แบ่งเป็นเคสบายเคสไปได้ 3 กรณีตามนี้

1. ขายทอดตลาดขายได้ราคาเท่ากับหนี้พอดี ก็ถือว่าสิ้นสุดกันไป

2. ขายทอดตลาด ราคาที่ขายไปมากกว่าหนี้ ซึ่งธนาคารก็จะส่วนหนี้ไป ส่วนที่เหลือก็จะตกเป็นของเรา

3. ขายทอดตลาดแล้วราคาต่ำกว่าหนี้ ธนาคารเก็บหนี้ได้ไม่เต็มขาดเหลือเท่าไร ธนาคารก็จะทวงกับเราอีกตอ่หนึ่ง ซึ่งเราก็ต้องหามาจ่ายเพิ่มโดยสัญญาบอกอย่างชัดเจนว่า “ลูกหนี้ต้องชำระหนี้ให้ครบ” เงินส่วนที่เหลือถ้าเราเบี้ยว ไม่มีจ่าย ธนาคารก็จะสืบทรัพย์ส่วนที่เหลือของเรา ว่ามีรถ มีบ้านอีกหลัง หรือมีที่ดินที่ทรัพย์นั้นปลอดภาระอยู่ไหม ถ้ามี ก็มีสิทธิ์ที่จะโดนเจ้าหนี้บังคับทรัพย์เหล่านั้นขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาจ่ายหนี้ได้ ถ้าหากไม่มีอะไรให้ยึด ก็อาจจะถูกฟ้องล้มละลายไปเลยก็ได้

         ซึ่งต้องบอกว่า ส่วนมากจะเป็นกรณีที่ 3 ซะส่วนใหญ่ เนื่องจากดอกเบี้ยที่บางเคสอาจจะปรับเพิ่มสูงขึ้น หากผิดชำระหนี้ และระยะเวลาก่อนที่จะไปขายทอดตลอดนั้นเอง ซึ่งดอกเบี้ยเหล่านั้นยังวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ และเป็นส่วนที่ผู้กู้ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นก็ไม่ควรให้ธนาคารยึดค่ะ

ช่องทางการขาย มีที่ไหนบ้าง

          สรุปแล้วหากเพื่อน ๆ มองว่าทางไหนน่าจะเป็นผลดีกับเรามากที่สุด ก็ควรจะเลือกทางนั้น ซึ่งหากเพื่อน ๆ ตัดสินใจแล้วว่าจะจำเป็นต้องขายคอนโดผ่อนไม่หมดจริง ๆ สิ่งที่เราควรจะทำต่อมาอย่างเร่งด่วนที่สุดก็คือ การรีบขายให้เร็วที่สุด ซึ่งถ้าถามว่าแล้วควรจะไปประกาศขายที่ไหนดี คำตอบง่าย ๆ ก็คือประกาศในทุกช่องทางที่เป็นไปได้ที่เรารู้และเข้าใจง่าย ๆ เช่น 

  • ลงประกาศขายทางเว็บไซต์ออนไลน์ทั่วไปอย่าง ddproperty หรือ Living Insider เป็นต้น
  • ลงประกาศขายในกลุ่มซื้อบ้านคอนโดมือสองที่อยู่ใน facebook, pantip ฯลฯ 
  • ติดป้ายประกาศในพื้นที่ชุมชนต่างๆ เช่น ปากซอย, สี่แยก
  • แจ้งนิติบุคคลให้ช่วยประกาศขาย กรณีที่โครงการนั้น ๆ ให้บริการ
  • ติดต่อ Agent ให้ช่วยขาย โดย search หาเว็บไซต์ Agent ต่าง ๆ เช่น Winner Estate แล้วติดต่อให้เขาช่วยประกาศขายให้เรา ถ้าเขาปิดการขายได้ เราก็จะเสียค่านายหน้า 3% ของราคาขายคอนโดผ่อนไม่หมด

. . . . . . . . . .

กรณีที่ 2 คือ อยากขายคอนโดผ่อนไม่หมด เพราะต้องการซื้อโครงการใหม่ใกล้ที่ทำงาน

          ต้องยอมรับว่า กรณีอยากขายคอนโดผ่อนไม่หมด เพราะต้องการซื้อคอนโดโครงการใหม่ที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน เป็นอีกหนึ่งเรื่องปกติของคนทำงานในเมืองยุคนี้เลยก็ว่าได้ เพราะคนยุคนี้เปลี่ยนงานง่าย ย้ายงานบ่อย และหากยังอยู่ในช่วงวัยที่ยังไม่ได้ลงหลักปักฐานทำงานยาวๆ ไปตลอดชีวิต ก็น่าจะเข้าใจได้ว่าเพื่อน ๆ เองก็อาจจะยังไม่รู้เลยว่าเราควรจะเลือกอยู่อาศัยในพื้นที่ไหนดี ดังนั้นปัจจัยด้านทำเลที่คนยุคนี้มักจะใช้ในการเลือกซื้อคอนโดส่วนใหญ่ก็คือ ทำเลที่อยู่ใกล้สถานที่ทำงานย่านอโศก, ย่านสุขุมวิท, ย่านสาธร, ย่านเพลินจิต เป็นต้น 

          ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ พอเพื่อน ๆ ย้ายที่ทำงานใหม่ ซึ่งอาจจะอยู่คนละทำเลเดิม กลายเป็นว่านอกจากจะต้องมานั่งผ่อนจ่ายค่างวดคอนโดแล้ว ยังต้องมีเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น แถมยังต้องเสียเวลาในการเดินทางไม่สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นเพื่อน ๆ หลายคนก็อาจจะหันมาซื้อคอนโดโครงการใหม่ที่อยู่ใกล้ที่ทำงานก็ได้ นั่นเอง

          แต่ก็อย่าลืมว่าการซื้อคอนโดใหม่ก็คงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะการซื้อคอนโดใหม่จะเท่ากับว่า เราต้องกลับมาวนลูปในการขอสินเชื้อใหม่ ต้องมีเงินออมก้อนโตเพื่อเป็นเงินดาวน์ให้ได้ก่อน แล้วไหนจะปัญหาคาราคาซังกับคอนโดเก่าที่ยังผ่อนไม่หมดอีก สมมติให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่า เพื่อน ๆ มีเงินเดือน 30,000 บาทต่อเดือน ผ่อนค่างวดคอนโดเก่าราคาล้านกว่าบาทอยู่ 10,000 บาทต่อเดือน เท่ากับว่าเพื่อน ๆ จะเหลือเงิน 20,000 บาทต่อเดือน เงินส่วนนี้ส่วนหนึ่งจำเป็นต้องเก็บออมเพื่อเป็นทุนในการซื้อคอนโดใหม่ ก็เรียกได้ว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงตัวทางการเงินมาก ๆ แล้วอย่าลืมว่าจะต้องมีค่าส่วนกลางที่จะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาด้วย ซึ่งหากว่าเพื่อน ๆ ผ่านขั้นตอนการกู้คอนโดใหม่มาเรียบร้อยในขณะที่ยังปิดการขายคอนโดผ่อนไม่หมดไม่ได้ ก็เท่ากับว่าเพื่อนต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนกลาง 2 แห่งอีกด้วย 

         ดังนั้น หากเพื่อน ๆ ที่มีฐานะทางการเงินค่อนข้างตึงตัว แนะนำว่าควรปิดการขายคอนโดผ่อนไม่หมดให้ได้เสียก่อนจะไปจะซื้อคอนโดที่ใหม่ ซึ่งก็ใช้วิธีประกาศขายหลากหลายช่องทางตามที่ได้อธิบายไปแล้วในกรณีแรก แต่ถ้าเพื่อน ๆ มองว่าสถานการณ์การเงินของตนเองยังพอไปได้ และยังไม่ได้รีบขายคอนโดผ่อนไม่หมดออกไปก็ไม่เป็นไร แต่คอนโดใหม่ที่กำลังจะซื้อนี้ ก็แนะนำว่าควรจะเลือกซื้อคอนโดพร้อมอยู่ เพื่อที่จะได้รองรับการอยู่อาศัยของเราได้อย่างพอดี ซื้อคอนโดแล้วสามารถเข้าไปอยู่ได้เลย ไม่ต้องมานั่งรอ 2-3 ปีกว่าโครงการจะสร้างเสร็จ ซึ่งรายละเอียดของคอนโดโครงการใหม่ ก็ต้องมาลองประเมินตัวเองด้วยว่า ที่ผ่านมาเราใช้ facilities คุ้มมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, สวนพักผ่อน ฯลฯ เพราะถ้าเรารู้สึกว่าเราใช้ facilities บ่อย ๆ เราก็อาจจะใช้จุดนี้ในการเลือกซื้อคอนโดที่ใหม่ เพื่อที่จะได้สร้างความคุ้มค่าในการซื้อคอนโดแห่งใหม่ได้มากขึ้น แล้วก็ยังสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเพื่อน ๆ ได้จริง ๆ อีกด้วย 

. . . . . . . . . .

กรณีที่ 3 คือ ขายคอนโดผ่อนไม่หมด เพื่อการลงทุนทำกำไร

          สำหรับการขายคอนโดผ่อนไม่หมดในกรณีนี้จะต่างไปจาก 2 กรณีข้างต้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะต้องการยอมรับว่า หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังต้องการที่จะขายคอนโดผ่อนไม่หมด ก็เพื่อจะนำเงินไปลงทุนใหม่ ๆ ก็เท่ากับว่าเพื่อน ๆ หาโอกาสในการลงทุนและโอกาสที่สร้างตัวเงินหรือผลกำไร ไม่ใช่เป็นเพราะความจำเป็นที่จะต้องขายเพราะผ่อนไม่ไหว หรืออยากจะขายเพราะอยากไปอยู่คอนโดที่ใหม่ที่ตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตมากกว่า 

          ดังนั้นสิ่งสำคัญที่อยากจะแนะนำสำหรับเพื่อน ๆ ในกรณีนี้ก็คือ โอกาสของการทำกำไรนั่นเอง จึงเกิดเป็นคำถามต่อไปว่าแล้วเราควรมีกำไรจากการขายหรือที่เรียกว่า Capital Gain เป็นจำนวนมากน้อยเท่าไรถึงจะคุ้มค่า เราก็อาจจะต้องมาเช็คปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้กันหน่อย เช่น

          ปัจจุบันราคาต่อตารางทำเลนั้นเป็นอย่างไร เพิ่มขึ้นจากเดิมมากน้อยแค่ไหน โดยการเช็คดูตัวเลขสถิติราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ หรืออาจจะลองดูราคาซื้อขายโครงการนั้นในเว็บไซต์ออนไลน์ด้านคอนโดดูว่า โครงการนี้ตอนเปิดตัวราคาเท่าไร่ ปัจจุบันราคาเท่าไร ก็พอจะเข้าใจและเห็นได้ว่าคอนโดนี้มีการเติบโตมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากดูแล้วคอนโดเก่าแล้ว โดยรอบก็มีคอนโดใหม่ ๆ สวย ๆ เกิดขึ้นมามากมาย คอนโดเรายิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งจะเสียโอกาสขายทำราคา ก็ควรจะประกาศขายตามราคาตลาดในตอนนั้นเลย เป็นต้น 

          กลุ่มเป้าหมายคอนโดนี้คือใคร หากเป็นคนนักเรียนนักศึกษา ก็อาจจะมีความต้องการซื้อของผู้ปกครองที่อยากจะซื้อในบุตรหลานได้อยู่อาศัยในวันธรรมดาเพื่อจะได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ราคาคอนโดมิเนียมก็น่าจะดีต่อไปเรื่อย ๆ หากเราลองปรับปรุงห้องให้ดูดีกว่าห้องอื่น ๆ ก็อาจจะประกาศขายในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดได้ เพื่อจับกลุ่มคนมีเงินที่อยากสร้างความสุขสบายให้กับลูกหลาน เป็นต้น

          หรือในอีกด้านหนึ่ง หากคอนโดตั้งอยู่ในทำเลดี อย่างแหล่งงานกลางเมืองที่จะมีความต้องการของกลุ่มพนักงานกินเงินเดือนในพื้นที่นั้น ๆ อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก บางทีเพื่อน ๆ อาจจะไม่ต้องขายคอนโดทิ้ง แต่เลือกที่เป็นแหล่งรายได้ Passive Income ในรูปแบบของการปล่อยเช่า กินเก็บค่าเช่าไปเรื่อย ๆ ก็ต้องมาคำนวณ Rental Yield กัน ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งอยู่ในทำเลแหล่งงานที่มีผู้เช่าคุณภาพ จ่ายค่าเช่าตรงเวลาด้วยแล้ว เชื่อว่าการปล่อยเช่าก็เป็นอีกหนึ่งรูแปบบการลงทุนที่สนใจได้เช่นกัน 

. . . . . . . . . .

          และนี่ก็เป็นเรื่องของของ CondoNewb เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด สรุปแล้วการขายคอนโดผ่อนไม่หมด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ข้อแนะนำที่เราอยากจะฝากไว้กับเพื่อน ๆ อย่างหนึ่งก็คือ การเข้าใจวัตถุประสงค์ในการขายคอนโดครั้งนี้ของตนเอง แล้วคำนึงดูสิว่าแนวทางใดจะสร้างความคุ้มค่าได้มากที่สุด หากจำเป็นต้องขายคอนโดโดยเร็วที่สุด การให้ Agent เข้ามาช่วยประกาศขายแม้จะต้องเสียค่านายหน้า 3% ก็อาจจะสร้างความคุ้มค่าได้มากที่สุด หรือหากมองดูแล้วคอนโดอยู่ในทำเลทองในการปล่อยเช่า เพื่อน ๆ ก็สามารถลงทุนในรูปแบบของการปล่อยเช่า โดยไม่จำเป็นต้องขายคอนโดผ่อนไม่หมดก็ได้เช่นกัน นั่นเอง