logo

            ปัจจุบันเราต่างรับทราบโดยทั่วกันว่า ความเสี่ยงต่าง ๆ บนโลกใบนี้ เกิดขึ้นได้มากมายหลายรูปแบบ บางครั้งก็ยากจะคาดเดา เช่น สถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ รวมไปถึงภัยที่เราพบเห็นอยู่เป็นประจำ เช่น อุบัติเหตุต่าง ๆ หรือภัยธรรมชาติ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ฯลฯ ความเสี่ยงจากภัยต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงได้มีการทำประกันภัยเกิดขึ้นมา เช่น ประกันชีวิต ส่วนการประกันวินาศภัยนั้นก็คือ การประกันภัยอีกรูปแบบหนึ่งในการคุ้มครองทรัพย์สิน หรือกิจการต่าง ๆ ของเรา เป็นการบริหารความเสี่ยงภัยวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วประกันวินาศภัยคืออะไร และควรจะทำประกันภัยแบบไหนดี วันนี้ CondoNewb จะมาแนะนำให้รู้จักว่าประกันวินาศภัยคืออะไร เลือกการคุ้มครองแบบไหนดี และบ้านหรือคอนโด สามารถทำประกันวินาศภัยบ้านได้หรือไม่เพื่อที่จะได้วางแผนป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

. . . . . . . . . . . . .

CondoNewb - ประกันวินาศภัย

ประกันวินาศภัย คืออะไร?

           หลักของการทำประกันภัย ก็คือการที่เราโอนความเสี่ยงภัยต่าง ๆ ของเราไปให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบแทนเรา ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นมา โดยบริษัทประกันภัยจะชดใช้ให้กับเรา ตามที่เราได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยนั้น ๆ ซึ่งเราจะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทประกันภัย ตามที่ได้ตกลงกันตามสัญญาประกัน โดยการประกันภัยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

การประกันชีวิต (Life Insurance) จะเป็นการทำประกันเกี่ยวกับร่างกายหรือชีวิต เพื่อเป็นหลักประกันรายได้ที่ต้องสูญเสียจากการตาย ทุพพลภาพ หรือกรณีอื่น ๆ โดยบริษัทประกันจะต้องจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ให้แก่ผู้ทำประกัน หรือผู้เอาประกัน หรือผู้ได้รับประโยชน์ ตามที่ได้กำหนดไว้ในกรมธรรม์ การประกันชีวิตมีด้วยกันหลายแบบ แต่ละแบบจะคุ้มครองและให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน

การประกันวินาศภัย (Non-Life Insurance) เป็นการทำประกันที่เกี่ยวเนื่องกับทรัพย์สิน วัตถุ ฯลฯ หากเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น ประกันอัคคีภัย ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยทางทะเล ประกันการโจรกรรม ฯลฯ ซึ่งหากเกิดเหตุความเสียหาย ผู้ทำประกันภัยก็จะได้รับการชดเชย จากบริษัทที่ทำประกันเช่นเดียวกัน

. . . . . . . . . . . . .

ประกันวินาศภัยสำคัญอย่างไร ทำไมถึงควรทำ

             ปัจจุบันการทำประกันวินาศภัยได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะสามารถเป็นหลักประกันที่มั่นคงเมื่อเกิดเหตุต่าง ๆ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการประสบภัยในด้านต่าง ๆ ด้วยการคุ้มครองทรัพย์สิน หรือกิจการการลงทุน หากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นมาจริง จะก่อให้เกิดความเสียหายทางการด้านเงิน ที่นอกเหนือจากการเสียชีวิตอย่างมากมาย การประกันวินาศภัยช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ เดินหน้าได้อย่างหมดกังวล ผู้ลงทุน หรือผู้ประกอบการต่าง ๆ ก็มีความมั่นใจ เพราะมีหลักประกันจากอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด แน่นอนว่าเมื่อทำประกัน ก็เหมือนมีบริษัทประกันมาช่วยดูแลทรัพย์สินหากเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันก็จะเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายให้เรา ซึ่งรวมไปถึงมูลค่าของทรัพย์สินก็จะน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น เช่น การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ก็จะมีความน่าเชื่อถือ หากทรัพย์สินนั้น ๆ มีการทำประกันภัย สรุปก็คือหากเราไม่ได้ทำประกันวินาศภัยไว้ ก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างเองทั้งหมด

. . . . . . . . . . . . . .

CondoNewb - ประกันวินาศภัย

ประเภทของประกันวินาศภัยมีอะไรบ้าง?

              จริง ๆ แล้วการประกันวินาศภัยมีขอบเขตกว้างมาก คำว่าวินาศภัย หมายถึงความเสียหายต่าง ๆ ที่สามารถประเมินออกมาเป็นเงินได้ หรือความสูญเสียในสิทธิผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เป็นรายได้ ดังนั้น การทำประกันวินาศภัยคือ การคุ้มครองทรัพย์สิน และกิจการของผู้เอาประกันภัย โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ คือ

1. ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance)

          การทำประกันประเภทนี้จะคุ้มครองทรัพย์สินของเรา ครอบคลุมทั้งเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า รวมไปถึงไฟฟ้าลัดวงจรที่เกิดจากฟ้าผ่า และการระเบิดของแก๊สหุงต้มหรือให้แสงสว่างเพื่อการอยู่อาศัย รวมทั้งภัยจากระเบิด ยานพาหนะ ภัยพิบัติจากน้ำท่วม พายุ หรือแผ่นดินไหวด้วย ซึ่งจะมีเงื่อนไขปลีกย่อยกำหนดต่างกันออกไป หรือตามที่ระบุไว้ โดยสามารถเอาประกันชดเชยได้ทั้งสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัยสิ่งปลูกสร้าง

2. ประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance)

             การทำประกันประเภทนี้ จะให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์แบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภท คือ ประกันแบบบังคับ หรือ พ.ร.บ ที่ตามกฎหมายบังคับให้เจ้าของรถยนต์ต้องทำ กับประกันแบบสมัครใจ ทำหรือไม่ทำก็ได้ ประกันรถยนต์จะคุ้มครองกรณีประสบอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น รถชน รถหาย โดนสิ่งของหล่นใส่รถ ความเสียหายต่อตัวรถ ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมไปถึงบุคคลภายนอกที่เสียหาย ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ประกันภัยรถยนต์จะแบ่งประเภทความคุ้มครองครอบคลุมต่างกันออกไป เช่น ประกันชั้น 1 ส่วนประกันชั้น 2 ชั้น 3 ก็ให้ความคุ้มครองลดหลั่นกันไป ดังนี้

  • ประกันภัยรถยนต์ประเภทหนึ่ง ประกันแบบที่ครอบคลุมมากที่สุด สามารถคุ้มครองรถยนต์ หรือยานพาหนะทั้งสองฝ่าย ความเสียหายต่อตัวรถ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก ถูกโจรกรรมความเสียหายจากภัยต่าง ๆ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม จะต้องจ่ายเบี้ยประกันมากที่สุด
  • ประกันภัยรถยนต์ประเภทสอง ครอบคลุมคุ้มครองชีวิตร่างกาย การบาดเจ็บ และทรัพย์สินเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น เมื่อผู้ทำประกันภัยเป็นฝ่ายผิด รวมถึงคุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้ของตัวรถยนต์ รวมทั้งความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น การลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์รถยนต์
  • ประกันภัยรถยนต์ประเภทสาม ได้รับความนิยมมากเช่นกัน เพราะเบี้ยประกันถูกที่สุด แต่จะให้ความคุ้มครองเฉพาะชีวิตร่างกาย การบาดเจ็บ และทรัพย์สินของคู่กรณี เมื่อผู้ทำประกันภัยเป็นฝ่ายผิด และมีการคุ้มครองไม่เกินวงเงินที่ระบุไว้

3. ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Insurance)

              การทำประกันประเภทนี้ จะคุ้มครองความเสียหายเรือ และทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเล รวมถึงการขนส่งทางบก และทางอากาศ ซึ่งต่อเนื่องกับขนส่งทางทะเลด้วย แบ่งย่อยออกเป็น แบบประกันภัยตัวเรือ ที่คุ้มครองความเสียหายของตัวเรือ เครื่องจักร และอุปกรณ์เรือ จากอุบัติเหตุไม่คาดคิดต่าง ๆ เช่น เรือชนกัน เรือเกยตื้น เรือชนหินโสโครก เรือโดนพายุ รวมทั้งการประกันค่าระวางเรือ และประกันภัยตัวสินค้า คุ้มครองสินค้าที่อยู่ระหว่างขนส่งทางทะเล และความเสียหายที่จะเกิดกับสินค้าระหว่างการขนส่ง

4. ประกันภัยเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous / Casualty Insurance)

              นอกเหนือจากจะมีประกันภัยคุ้มครอง 3 ประเภท ด้านบนที่ได้กล่าวไปแล้ว ประกันวินาศภัยยังมีประกันภัยประเภทเบ็ดเตล็ดอีกด้วย เป็นการทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ที่นอกเหนือความคุ้มครอง เช่น ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก การประกันภัยเครื่องจักรชำรุดเสียหาย ประกันการเดินทาง ประกันภัยโจรกรรม ประกันภัยพืชผล ฯลฯ ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของการประกันวินาศภัย ที่มีเงื่อนไขรายละเอียดซับซ้อน ตามแต่ประเภทที่ทำประกัน

. . . . . . . . . . . .

ประกันวินาศภัยบ้านทำได้หรือไม่

                 มีหลายคำถามสงสัยว่า แล้วเราจะทำประกันวินาศภัยบ้านได้หรือไม่? จริง ๆ แล้วการทำประกันภัยบ้านโดยตรงนั้นไม่มี แต่จะอยู่ในหมวดของการทำประกันวินาศภัย ประเภทประกันอัคคีภัย ที่จะช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น หากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันกับบ้านของเรา เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้นมาจริง ๆ ค่าใช้จ่ายจะมีตามมาอย่างมากมาย การทำประกันอัคคีภัยบ้าน จึงเป็นทางเลือกที่เราอยากแนะนำ โดยแผนการประกันอัคคีภัยบ้านนั้น มีให้เลือกปลีกย่อยต่าง ๆ กันออกไป แต่ละบริษัทประกันเลือกได้ ทั้งจ่ายเบี้ยประกันน้อยหรือมาก วงเงินประกัน และค่าชดเชยตอบแทน ปัจจุบันประกันภัยบ้านมีรายละเอียดหลัก ๆ ดังนี้

ประกันอัคคีภัย

              เป็นการคุ้มครองความเสียหายกับบ้านจากสาเหตุ เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า แก๊สรั่ว แก๊สระเบิด รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่เกิดจากการลัดวงจรจากฟ้าผ่า ฯลฯ ประกันอัคคีภัยจะเป็นประกันแบบอายุสั้น ต้องซื้อประกันรายปี หรือทุก ๆ 2-3 ปี ส่วนของเบี้ยประกันระยะความคุ้มครอง จะแตกต่างกันไป หากเกิดเหตุการณ์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ บริษัทประกันจะจ่ายความคุ้มครองชดเชยให้ผู้ทำประกัน

ประกันภัยพิบัติ

             เป็นการคุ้มครองความเสียหายกับบ้านที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ลูกเห็บ ฯลฯ หรือตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น ประกันภัยบ้านกรณีน้ำท่วม ส่วนใหญ่จะไม่ครอบคลุมกรณีบ้านของเรา ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่รองรับน้ำ พื้นที่กักเก็บน้ำ และจะมีการชดเชยค่าเสียหายตามระดับความสูงของน้ำ หรือกรณีแผ่นดินไหว จะมีการกำหนดความรุนแรงไว้ในกรมธรรม์ เช่น 7 ริกเตอร์ขึ้นไป

. . . . . . . . . . . .

รู้ไว้ก่อน เลือกทำประกันภัยบ้าน ยังไงให้คุ้ม

              ปัจจุบันการทำประกันวินาศภัยบ้าน ประเภทประกันอัคคีภัยนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก บ้านใหม่หลาย ๆ โครงการ มีการบังคับทำประกันอัคคีภัยบ้านไปพร้อม ๆ กับการซื้อบ้านด้วยเช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไร เราจะมาแนะนำให้รู้ไว้ก่อนเลือกทำประกันภัยบ้าน ควรเลือกทำแบบไหนให้เหมาะสม และให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

ควรทำประกันภัยบ้าน ไม่ต่ำกว่า 70% ของมูลค่าทรัพย์สิน

            การทำประกันอัคคีภัยเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนให้รอบคอบเช่นกัน ต้องรู้ว่าอัตราเบี้ยประกันรายปีนั้นเราจ่ายไหวหรือไม่ ตลอดไปจนถึงผลประโยชน์ชดเชยที่คุ้มครองนั้น ครอบคลุมและคุ้มค่าหรือไม่ แต่ในขั้นแรกควรเลือกทำประกันที่สามารถให้ความคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 70% ตามหลักเกณฑ์การประกันอัคคีภัยจะดีกับเรามากที่สุด เช่น บ้านและทรัพย์สินมูลค่ารวมกัน 2 ล้านบาท หากคิดที่ 70% จะได้ความคุ้มครองที่ 1,400,000 บาท หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา ก็จะได้ค่าสินไหมทดแทนเต็มวงเงินประกัน แต่หากทำประกันต่ำกว่าหลักเกณฑ์ จะได้ผลตอบแทนหรือเงินชดเชยไม่เต็มวงเงินประกัน เท่ากับต้องแบกรับความเสี่ยงส่วนต่างเอาไว้เอง

ประกันต้องครอบคลุมมูลค่าบ้านและทรัพย์สินภายในบ้าน

            การทำประกันวินาศภัยบ้าน ประเภทประกันอัคคีภัย ควรทำแบบให้ครอบคลุมมูลค่าบ้านและทรัพย์สินภายในบ้าน แต่ไม่ควรทำประกันเกินมูลค่าของบ้านและทรัพย์สิน เพราะหลักการจ่ายค่าชดเชย จะจ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินกว่ามูลค่าที่ได้ทำประกันไว้ เช่น บ้านราคา 3,000,000 บาท แบ่งเป็นบ้าน 1,500,000 บาท และที่ดิน 1,500,000 บาท จะเห็นว่าทุนประกันอัคคีภัยที่ครอบคลุมมูลค่าบ้าน เท่ากับ 1,500,000 บาท แต่ยังไม่ได้ครอบคลุมถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน หากเกิดความเสียหายเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ จะไม่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้ จึงควรทำประกันเพิ่มในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ด้วย เช่น ประกันเฟอร์นิเจอร์ 500,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับประกันบ้านแล้ว จะเท่ากับวงเงินประกัน 2 ล้านบาท

CondoNewb - ประกันวินาศภัย

ซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม

            ถ้าผู้ทำประกันภัยบ้านเห็นว่า ความคุ้มครองที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมความต้องการมากพอ สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ แต่การซื้อความคุ้มครองเพิ่ม ก็จะมีค่าเบี้ยประกันเพิ่มตามมาด้วย การซื้อประกันเพิ่มก็ช่วยทำให้เรามั่นใจ ในการคุ้มครองทรัพย์สินของเรามากขึ้น ก็ต้องคำนวณกันว่าอย่างไหนที่คุ้มค่ามากกว่ากัน ประกันภัยบ้านที่ซื้อเพิ่มเติมได้ เช่น ภัยจากการโจรกรรม ภัยน้ำท่วม ภัยจากแผ่นดินไหว ภัยจากลมพายุ ภัยจากลูกเห็บ ภัยจากควัน ภัยจากการจลาจล ภัยจากการรื้อถอนทรัพย์ ฯลฯ โดยแต่ละส่วนที่เพิ่มเติมนั้น บริษัทประกันอาจจะไม่รับประกันภัยบ้านเพิ่ม หากบ้านของเราอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือหากรับประกันภัย อาจต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันในอัตราที่สูงกว่าปกติ

เลือกระยะเวลาคุ้มครองยาว

             การทำประกันวินาศภัยบ้าน ประเภทประกันอัคคีภัย จะมีระยะเวลาทำประกันภัยระยะสั้น เช่น 1 ปี หรือ 2-3 ปี แต่การเลือกระยะเวลาคุ้มครองที่ยาวนานกว่าก็จะคุ้มค่ามากกว่า เพราะจะได้รับผลประโยชน์จากอัตราค่าเบี้ยประกันที่ถูกลงตามไปด้วย เช่น หากเราทำประกันวินาศภัยบ้าน ประเภทประกันอัคคีภัย แบบ 1 ปี เสียค่าเบี้ยประกันแบบปีต่อปี ปีละ 1,500 บาท หากต้องจ่าย 3 ปี จะเสียค่าเบี้ยประกันทั้งหมด 4,500 บาท แต่หากเลือกทำประกันภัยบ้านแบบระยะยาว 3 ปี อาจจะเสียค่าเบี้ยประกันทั้งหมดแค่ 3,850 บาท เท่ากับประหยัดค่าเบี้ยประกันไปได้ 650 บาท

. . . . . . . . . . . . . .

             สรุปแล้ว การประกันวินาศภัยบ้าน เป็นทางเลือกที่ดีมากในการประกันความเสี่ยง ให้กับทรัพย์สินที่มีค่าของเรา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทำประกันประเภทไหนให้เหมาะสมกับงบที่ตั้งไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไรเมื่อเทียบกับทรัพย์สินต่าง ๆ รวมถึงความมั่นใจในการอยู่อาศัยแล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นการเสียเบี้ยประกันที่คุ้มค่ามาก ๆ เพราะหากบ้านหรือกิจการไม่มีประกัน เราก็ต้องแบบรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้เอง นั่นหมายถึงหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริง ๆ ก็ต้องมีเงินสำรองที่มากพออีกด้วย ติดตามบทความอื่นๆ จากเรา CondoNewb ได้ ที่นี่