logo

           จะว่าไปแล้วย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพฯก็มีอยู่หลายทำเลที่น่าสนใจและน่าดึงดูดเหมือนกันนะคะ สำหรับนักลงทุนไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่เชื่อว่าอย่างน้อยๆก็ต้องมีทำเลในใจกันมาบ้างแล้วล่ะ ซึ่งในแต่ละทำเลก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป บางที่ก็เป็นทำเลน่าลงทุน เป็นทำเลอนาคต บางแห่งเป็นทำเลคอนโดน่าอยู่ นักลงทุนบางคนก็อาจจะดูว่าคอนโดแถวไหน ปล่อยเช่าง่าย อยู่ในย่านธุรกิจในกรุงเทพตรงไหนบ้าง ก็จะทำการลิสรายชื่อเพื่อเปรียบเทียบดูว่าจะลงทุนตรงไหนที่มันคุ้มค่าและได้ผลตอบแทนเร็วกว่ากัน

. . . . . . . . . .

           วันนี้คอนโดนิวบ์เราก็ไม่รอช้าที่จะนำข้อมูลดีๆ และช่วยนักลงทุนตามหาทำเลน่าลงทุนในกรุงเทพฯกันค่ะ มาดูกันว่าย่านไหน Yield ดี Capital Gain เด่น หรือใครที่กำลังมีแผนการลงทุนคอนโดในย่าน Mixed Use ตรงไหนจะมีกำไรจาก Rental yield / Capital gain เท่าไร บอกได้เลยว่าไม่ควรพลาดบทความนี้ค่ะ

 

ทำเล Mixed use / CBD คืออะไร

           ก่อนที่จะไปดูว่าทำเลน่าลงทุนในกรุงเทพฯมีที่ไหนบ้างเรามาทำความรู้จักกับสองคำนี้ก่อน เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินมาว่า ย่านธุรกิจในกรุงเทพ หรือ Central Business District (CBD) ก็คือ ย่านหรือพื้นที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของแหล่งงาน กิจการธุรกิจ และกิจกรรมทางสังคมต่างๆของเมือง โดยจะเป็นที่เข้าใจกันดีในวงการผังเมืองและอสังหาริมทรัพย์ตามนี้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นย่านกระจุกตัวของอาคารสูงระฟ้า หากว่าเป็นเพียงอาคารคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัย หรือโรงแรม

          ส่วน Mixed use เชื่อว่าหลายคนในวงการอสังหาฯน่าจะเริ่มคุ้นหูกับคำนี้มาบ้างแล้ว Mixed use ก็คือ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ผนวกรวมโครงการที่อยู่อาศัยแบบอาคารชุดและโครงการเพื่อการพาณิชยกรรมเข้าไว้ด้วยกัน อธิบายง่ายๆ ก็คือ เป็นโครงการคอนโดขนาดใหญ่ที่ในพื้นที่รอบข้างใกล้เคียง จะแวดล้อมไปด้วย ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน ออฟฟิศ โรงแรม ฯลฯ ก่อให้เกิดกลายเป็นพื้นที่ชุมชน ที่เป็นศูนย์กลางของการอยู่อาศัย และจับจ่ายใช้สอยขนาดใหญ่ที่ครบครันในจุดเดียว ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต และดึงดูดให้เกิดผู้คนต้องการมาอยู่อาศัย หรือมาทำทำงาน ทำธุรกิจภายในพื้นที่โครงการนั่นเองค่ะ

 

ทำไมทำเลที่เป็น Mixed use ถึงเป็นทำเลน่าลงทุน ต้องมี Magnet อะไรบ้าง?

          เหตุผลที่ทำให้ทำเล Mixed use กลายเป็นทำเลน่าลงทุน ก็ด้วยเหตุผลที่ว่ารูปแบบของโครงการ Mixed use ก่อให้เกิดไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย จึงเป็นที่สนใจของผู้ที่ต้องการปักหลักอยู่อาศัย หรือทำงานแบบระยะยาว จึงทำให้ราคาที่ดินที่มีการวางแผนว่าจะทำโครงการนั้นถีบตัวสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน การสร้างโครงการ Mixed use ยังถือเป็นการพัฒนาที่ดินที่ทำให้ใช้ประโยชน์ของพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่า ในหนึ่งโครงการสามารถเกิด Magnet ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น โครงการที่อยู่อาศัยแบบอาคารชุดและกลุ่มอาคารพาณิชย์ ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน ออฟฟิศ หรือโรงแรม ฯลฯ ทำให้เกิดเป็นพื้นที่ชุมชน ที่เป็นศูนย์กลางของการอยู่อาศัย และจับจ่ายใช้สอยขนาดใหญ่ที่ครบครันในจุดเดียว

           ดังนั้นทำเลที่เป็น Mixed use จึงมีแนวโน้มที่จะได้รับการส่งเสริมจากทางภาครัฐ ที่จะเข้ามาพัฒนาให้พื้นที่รอบบริเวณโครงการ Mixed use ให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น อย่างเช่น มีการวางผังเมือง วางระบบสาธารณูปโภค การคมนาคม และโครงการเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จึงยิ่งทำให้ทำเลในบริเวณโครงการ Mixed use นั้น มีโอกาสเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ทำให้ที่ดินเดิมธรรมดาๆ กลายเป็นที่ดินที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้ในอนาคต กลายเป็นทำเลน่าลงทุนด้วยนั่นเองค่ะ

 

. . . . . . . . . .

หากลงทุนคอนโดในทำเล Mixed use จะมีกำไรจาก Rental yield และ Capital gain เท่าไร ?

           เป็นคำถามที่ชวนคิดเหมือนกันนะคะ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อาจจะมีข้อสงสัยว่า อ่ะ ถ้าเกิดว่าเราเลือกที่จะลงทุนคอนโดในทำเลที่น่าลงทุนแบบ Mixed use แล้วจะได้รับผลตอบแทนหรือกำไรจาก Rental yield หรือ Capital gain เท่าไหร่อย่างไรกันนะ

           แน่นอนว่าการจะประสบความสำเร็จในการลงทุนด้านอสังหาฯนั้น นักลงทุนจำเป็นต้องมีแนวทางหรือข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจเพื่อให้การลงทุนนั้นสามารถงอกเงยและเกิดผลประโยชน์ขึ้นมาได้มากที่สุด โดย 2 ปัจจัยหลักแรกที่ควรทราบ คือ Rental Yield และ Capital Gains ที่จะเป็นตัวบ่งบอกความคุ้มค่าในการลงทุนนั่นเองค่ะ

          ซึ่งตัว Rental Yield ก็คือ อัตราบ่งบอกผลตอบแทนจากค่าปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะเป็นตัวบอกว่า หากจะลงทุนในอสังหาฯ นั้น ๆ ด้วยการปล่อยเช่า ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่านั้น จะคืนกลับมาเป็นกำไรมากน้อยแค่ไหน และมีความคุ้มค่ากับเงินที่ต้องลงทุนไปหรือไม่          

ส่วน Capital Gains ก็คือ อัตราบ่งบอกส่วนต่างของกำไรที่ได้จากการขายต่ออสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ราคาของอสังหาริมทรัพย์ปรับสูงขึ้นจากราคาเดิมที่ได้ลงทุนไป โดยสามารถเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย เช่น ราคาที่ดินที่มีการปรับตัวสูงขึ้น หรือการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในทำเลนั้น เป็นต้น

           ประโยชน์ของการคำนวณ Capital Gains คือ การแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์ แปลว่า เมื่อเทียบผลกำไรที่ได้จาก 2 คอนโด ผู้ลงทุนควรเทียบจากค่า Capital Gains ที่ได้แบบเปอร์เซ็นต์ต่อเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เทียบด้วยจำนวนเงินจากผลกำไร ซึ่งไม่สามารถบ่งบอกความคุ้มค่าได้อย่างแท้จริง เพราะไม่ได้มีการคำนึงถึงต้นทุนที่ใช้จ่ายไปกับคอนโดแต่ละแห่ง ดังนั้น Capital Gains จึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการตัดสินใจว่าควรลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นหรือไม่นั่นเองค่ะ

          ทีนี้เราลองมาดูกันค่ะว่า ในย่าน Mixed use สุดฮอตของกรุงเทพฯ ทำเลไหนมีค่าตอบแทน ลักษณะตลอดจนจุดเด่นของแต่ละโครงการเป็นอย่างไร ทำไมถึงเป็นทำเลน่าลงทุนสำหรับนักลงทุนทั้งมือใหม่และมืออาชีพ มาติดตามกันค่ะ

 

การคำนวณ Rental Yield

rental yield

4 ทำเลน่าลงทุน

ทำเลน่าลงทุนพระราม 4

           อย่างที่ทราบกันดีว่า “ถนนพระราม 4 และคลองเตย” ย่านที่มีคุณสมบัติโดยรวมคล้ายกับถนนสุขุมวิทชั้นใน ในด้านการใช้ชีวิตและการเดินทาง แม้ว่าปัจจุบัน ถนนพระราม 4 จะเป็นหนึ่งในย่านธุรกิจที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่อยู่แล้ว แต่ด้วยความได้เปรียบเรื่องขนาดพื้นที่ จึงเป็นย่านที่มีศักยภาพในการขยายตัวในรูปแบบโครงการ Mega Project หรือ Mixed Use ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกเป็นจำนวนมาก

พระราม 4

          ไม่ว่าจะเป็น โครงการ FYI Center, โครงการ “The Parq” รวมถึงโครงการ “One Bangkok” แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ บนพื้นที่ 104 ไร่ พื้นที่ใช้สอยรวมเกือบ 2 ล้าน ตร.ม. มูลค่าโครงการ 120,000 ล้านบาท หนึ่งในการพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติกาลของ “กรุงเทพฯ” รวมอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม ศูนย์วัฒนธรรม และพิพิธภัณฑ์ ไว้ในโครงการเดียว

อาคารเดอะพาร์ค

           ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยในย่าน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในถนนย่านพระราม 4 พบว่า ปริมาณ (Supply) ทั้งหมดในพื้นที่ มีจำนวน 18,116 ยูนิต ยอดขายเฉลี่ย 92% สำหรับอัตราค่าเช่าและผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าในทำเลถนนพระราม 4 (Rental & Yield) สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่บนถนนพระราม 4 ในระยะ 0 - 500 เมตร พบว่า อัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.45% - 6.78% โดยค่าเช่าเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 12,000 – 32,667 บาท/เดือน หรือ 428 – 651 บาท / ตร.ม. / เดือนโดยพื้นที่ที่มีราคาค่าเช่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูง คือ พื้นที่สีลม เฉลี่ยเริ่มต้น 32,667 บาท/เดือน หรือ 664 บาท/ตร.ม./เดือน และผลตอบแทนจากการให้เช่า (Yield) อยู่ที่ 3.45% ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น

พระราม 4

           ในขณะที่พื้นที่ที่มี ผลตอบแทนจากการให้เช่า (Yield) สูงที่สุด คือ พื้นที่จุฬา - สามย่าน อยู่ที่ 6.78% ซึ่งมีอยู่ 1 โครงการคือ Chamchuri Square Residence โดยค่าเช่าเริ่มต้นที่ 28,000 บาท/เดือน หรือ 651 บาท/ตร.ม./เดือน ต่ำที่สุดคือ พื้นที่คลองเตย ซึ่งมีคอนโดมิเนียมมากมายตั้งอยู่ในซอกซอย สามารถเข้า - ออกสู่ถนนพระราม 4 ได้ โดยมีผลตอบแทนจากการให้เช่า (Yield) อยู่ที่ 5.22% โดยมีค่าเช่าเริ่มต้น 15,000 บาท/เดือน หรือ 518 บาท/ตร.ม./เดือน เห็นตัวเลขแล้วก็ถือว่าเป็นอีกทำเลน่าลงทุนใช่มั้ยคะ

 

ทำเลน่าลงทุนบางนา

           อีกหนึ่งทำเลน่าลงทุนสำหรับบางนา ยังมีความโดเด่นของการเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานให้เช่าขนาดใหญ่หลายแห่งคล้ายคลึงกับถนนวิถาวดีรังสิต เป็นเส้นทางเชื่อมต่อชานเมืองที่มีลักษณะของการกระจายตัวของแหล่งงานเหมือนกัน นอกจากนี้บริษัทที่ตั้งอยู่ในโซนบางนายังเป็นบริษัทอุตสาหกรรมข้ามชาติหลายแห่ง ทั้งญี่ปุ่นและยุโรป และเป็นบริษัทที่มีโรงงานการผลิตอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบริวเณสมุทรปราการ, ชลบุรี, ฉะเชิงเทราและระยอง ทำให้มีจำนวน Expat ระดับ Middle Level ขึ้นไปทำงานในทำเลนี้จำนวนมาก

bangkok mall arena

ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ Bangkok Mall จากกลุ่มเดอะ มอลล์

           อีกทั้งทำเลบางนาเป็นทำเลที่มีความคึกคักด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งไลฟ์สไตล์สูง จนเรียกได้ว่าเป็น Compact District ที่สามารถอยู่ได้ในตัวเอง ทั้ง Shopping center, Specialty Store และ Community mall มากกว่า 15 แห่ง และกำลังจะกลายเป็นทำเลของคนรุ่นใหม่และ New Center of Outer Urban อย่างแท้จริง โดยจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ตบเท้าเข้ามาพัฒนาในทำเลหลายโครงการ ได้แก่ กลุ่มเอไอเอ พัฒนาโครงการ AIA East Gateway, กลุ่มเดอะมอลล์ พัฒนาโครงการ Bangkok Mall ในรูปแบบ Chatrium Tower อาคาร กMixed use ความสูง 52 ชั้น จำนวน 1 อาคารและอาคาร 40 ชั้นจำนวน 3 อาคาร ประกอบไปด้วยโรงแรม ทีทพักอาศัยและอาคารออฟฟิศให้เช่า รวมถึงกลุ่มแมกโนเลีย ,กลุ่มซีพี และกลุ่มเมืองไทยประกันชีวิต ก็จะเกิดขึ้นในทำเลแห่งนี้ด้วยกัน

the forestias

The Forestias โปรเจคที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ ย่านบางนา

            ด้วยศักยภาพของทำเลบางนาสามารถสร้างผลตอบแทน Capital Gain เฉลี่ย 3.7 - 6% ต่อปี ราคาซื้อขายมือสองอยู่ที่ 60,000 -75,000 บาทต่อตารางเมตร สำหรับคอนโดปล่อยเช่ามีหลายระดับราคาขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของห้อง ภาพรวมของผลตอบแทนจากการลงทุนปล่อยเช่าสร้าง Rental Yield เฉลี่ย 5 - 6%ต่อปี เป็นผลตอบแทนที่ยิ่งทำให้กลายเป็นทำเลน่าลงทุนไปอีกค่ะ ซึ่งในย่านนี้ก็จะมีทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดบางนาที่น่าลงทุนทีเดียว  

 

ทำเลน่าลงทุนรามคำแหง

 ทำเลน่าลงทุนต่อมาก็คือรามคำแหง โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่แยกพระราม 9 - รามคำแหง - แยกลำสาลี เกิดการพัฒนาต่างๆมากมาย เช่น รถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย, โครงการ Mixed use และโครงการที่อยู่อาศัย แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของทำเลฝั่งตะวันออกและตอกย้ำศักยภาพของรามคำแหงในการเป็น Hub ใหญ่ของกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกเป็นอย่างดี

รามคำแหง

           ด้วยคาแรคเตอร์ของทำเลที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่นตั้งแต่ต้น มีสถานศึกษาหลายแห่ง จึงเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการ Mixed-use อย่าง เดอะ มอลล์รามคำแหง จาก The Mall Group ที่เข้ามาปรับโฉมศูนย์การค้าเดอะมอลลรามคำแหง 2 ให้เป็นมิกซ์ยูสคอมเพล็กซ์ บนพื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตร มูลค่าโครงการกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าหากโครงการนี้แล้วเสร็จจะสร้างแหล่งงานและดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาทำเลนี้มากขึ้น

รามคำแหง

           ด้านที่อยู่อาศัยต้องบอกว่ากทำเลรามคำแหงเป็นอีกทำเลที่เหมาะกับการลงทุนปล่อยเช่า เพราะเป็นทำเลที่มีแหล่งงานหลากหลาย และความต้องการด้านที่อยู่อาศัยก็หลากหลายเช่นกัน ทั้งกลุ่มนักศึกษาและบุคลากรสถานศึกษา และบุคลากรของโรงพยาบาลที่อาศัยในย่านนี้เป็นจำนวนมาก

รามคำแหง

           สำหรับโอกาสด้านการลงทุนคอนโดในทำเลรามคำแหงนี้ สามารถสร้างผลตอบแทน Capital Gain เฉลี่ย 4 - 6.5% ต่อปี สามารถประกาศขายห้องมือสองราคาเฉลี่ยประมาณ 77,000 - 113,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนตลาดปล่อยเช่ามีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 320 - 450 บาท/ตร.ม./เดือน สร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า Rental Yield ลี่ย 5 - 6% ต่อปี ระดับค่าเช่าต่อเดือนเฉลี่ย 7,000 - 14,000 บาท หากใครที่กำลังมองหาคอนโดไว้ลงทุน ทำเลนี้ถือว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อยค่ะ และในอนาคตที่รถไฟฟ้าขยับเข้าสู่วันเปิดให้ใช้บริการ แนวโน้มของราคาขายคอนโดใหม่ก็มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น หากจะหาคอนโดรามคำแหงโครงการใหม่ที่ราคาค้ำกว่าราคาตลาดในตอนนี้คงจะหาไม่ได้อีกแล้วค่ะ

 

ทำเลน่าลงทุน BTS ปุณณวิถี

            อีกหนึ่งทำเลน่าลงทุนกับย่านสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถีหรือว่าย่านสุขุมวิท 64 เป็นย่านแห่งการเดินทางที่มีความสะดวกและรวดเร็ว เชื่อมต่อได้หลายซอย ไม่ว่าจะเชื่อมไปสุขุมวิท 66/1 หรือซอยสุขุมวิท 62 ที่สามารถลัดเลาะออกไปยังย่านใกล้เคียงอย่างอ่อนนุช เอกมัย ทองหล่อ หรือจากแยกบางนาวิ่งไปถนนบางนา - ตราด ไปออกถนนศรีนครินทร์และกาญจนาภิเษกได้ และสามารถเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิในเวลาเพียงประมาณ 30 นาที

ปุณณวิถี

             อีกทั้งเรื่องของไลฟ์สไตล์ของย่าน โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์คอมเพล็กที่เป็นศูนย์รวมผู้คนไว้มากมายอย่าง True Digital Park และ 101 The Third Place ซึ่งเป็นศูนย์รวมของนวัตกรรมดิจิทัล และ Startup ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ก็ยังมีห้างกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งย่านไม่ว่าจะเป็น Lotus, Big C รวมถึงตลาดสด ขยับออกมาย่านใกล้เคียงกันอีกสักนิดอย่างเอกมัย ก็จะมีห้างหรูอย่าง The EmDistrict เลยไปฝั่งอโศกอีกนิดก็จะมีทั้งห้าง Robinson, Terminal 21 และ Korean Town

           ล่าสุดกับการเปิดตัว โครงการ Cloud 11 ซึ่งเป็นโครงการMixed use ขนาดใหญ่แห่งใหม่ของ MQDC มีแนวคิดพิเศษเฉพาะตัว ตั้งอยู่บนที่ดิน 27 ไร่ ติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานี BTS อุดมสุข โดยโครงการ Cloud 11 เป็นส่วนหนึ่งของย่านนวัตกรรม Bangkok Cyber tech District ปัจจุบันโครงการได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว โดยบริษัท นันทวัน จำกัด (Thai Obayashi) และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีนี้

cloud11

cloud11

Cloud 11 โครงการ Lifestyle Mall และ Working Space จาก MQDC

            ย่านสถานีปุณณวิถีจึงกลายเป็นอีกทำเลน่าลงทุนสำหรับกลุ่มนักลงทุน ด้วยศักยภาพของระบบโครงข่ายคมนาคมที่เอื้อความสะดวกให้แก่การอยู่อาศัย โดยผลตอบแทนในการปล่อยเช่าคอนโดฯ ก็ยังชี้ให้เห็นว่าทำเลกรุงเทพฯ ชั้นในอย่างโซนเพลินจิต ชิดลม สีลม สาทร และสุขุมวิท เป็นอีกทำเลน่าลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่อปีสูงถึง 4.9% ซึ่งค่าเช่าเฉลี่ยในโซนนี้จะอยู่ที่ 25,000 - 35,000 บาท/เดือน ซึ่งแน่นอนว่าการมองหาโครงการดีๆ ในย่านนี้ไว้สำหรับปล่อยเช่าลงทุนในระยะยาวก็ควรจะต้องเป็นโครงการที่สเปกดี ฟังก์ชันพร้อมตอบโจทย์และให้ความคุ้มค่าแก่ผู้อยู่อาศัยมากที่สุด

 

. . . . . . . . . .

            เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับทำเลน่าลงทุนพอจะได้ไอเดียว่าทำเลไหนน่าลงทุนกันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ จะเห็นได้ชัดเลยว่าโครงการ Mixed use ถือเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ช่วยยกระดับให้พื้นที่ทำเลหนึ่ง มีศักยภาพมากขึ้น เป็นที่สนใจ และเป็นแหล่งชุมชนที่มีการใช้ชีวิตจับจ่ายใช้สอยอย่างเต็มที่ ก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาทำเล สำหรับทำเลน่าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทำเลที่มีแผนการเกิดขึ้นของโครงการ Mixed-use ต่างๆ จึงเป็นทำเลที่น่าลงทุนและน่าจับตามองอย่างใกล้ชิดค่ะ