logo

          เพื่อน ๆ เคยมีความสงสัยเกิดขึ้นกันบ้างไหมว่า ทำไมเขตพระนคร หนึ่งในย่านเมืองเก่าที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ถึงไม่มีตึกสูง ๆ ให้เราได้เห็นกันเลย แน่นอนว่าอาคารตึกสูงที่เราพบเห็นจากสถานที่ต่าง ๆ หรือย่านต่าง ๆ มักจะสะท้อนถึงความเจริญของเมืองได้ แถมการใช้สอยประโยชน์พื้นที่ของอาคารตึกสูงเหล่านั้น ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งในแง่ของทิวทัศน์ความเป็นเมืองสะท้อนความเจริญของเมืองนั้น ๆ รวมทั้งการใช้สอยประโยชน์พื้นที่จริง ๆ แต่หากเพื่อน ๆ มองไปอีกมุมหนึ่ง หากลองคิดดูดี ๆ บางทีการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ให้ทันสมัยตามกาลเวลา แม้จะมีประโยชน์ต่าง ๆ ซ่อนอยู่ไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันนั้น ก็เท่ากับว่า เสน่ห์ความเจริญของบ้านเมืองเดิม ๆ อย่างในเขตพระนคร ก็จะหายไป จนทำให้เพื่อน ๆ หรือรุ่นลูกรุ่นหลานของเพื่อน ๆ หมดสิทธิ์ที่จะได้เห็นความงดงามที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งหากจะไปชมดูในพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ก็คงจะเทียบเคียงไม่ได้กับสิ่งปลูกสร้างที่เป็นของจริง มีอายุเก่า และตั้งอยู่ในสถานที่จริง ๆ 

. . . . . . . . . .

ทำความรู้จัก เขตพระนคร ย่านเมืองเก่า ?

          ซึ่งหนึ่งในย่านสำคัญที่เพื่อนสามารถเดินทางไปชมความงดงามความเจริญของอาคารบ้านเรือน และความเมืองในอดีตที่ยังอยู่มาถึงปัจจุบันนั้นก็คือ เขตพระนคร ดังนั้นวันนี้จะพาเพื่อน ๆ ไปหาคำตอบของเหตุผลกันว่า ทำไม เขตพระนคร ถึงไม่มีตึกสูง ๆ ให้เราได้เห็นกันเลย พร้อมแล้วออกเดินทางไปหาคำตอบพร้อมกันเลย

 เขตพระนคร

          เพื่อน ๆ เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเขตพระนคร หรือบางย่านถึงถูกจัดว่าเป็นย่านเมืองเก่า แล้วทำไมย่านถึงไม่ได้จัดว่าเป็นเมืองเก่า จริง ๆ แล้วความแตกต่างที่เป็นเหตุผลของการแบ่งประเภทนั้นก็คือ องค์ประกอบต่าง ๆ ของย่านนั้น ๆ โดยคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า (๒๕๔๘) ได้ทำการจัดประเภทเมืองเก่าออกเป็น 4 ประเภท ซึ่งหากถามว่าแล้ว เขตพระนคร ซึ่งอยู่ในบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์นั้น จัดเป็นเมืองเก่าประเภทใดนั้น ก็ต้องตอบว่าเป็นประเภทที่ 4

ลักษณะของการเป็นเมืองเก่าประเภทที่ 4 จะประกอบไปด้วย

          การเป็นย่านที่มีลักษณะพิเศษและมีเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายในย่านนั้น ๆ จะมีรูปแบบของสถาปัตยกรรมเฉพาะที่อยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม ที่น่าสนใจเลยนั้นก็คือ ย่านนั้น ๆ จะต้องมีความเป็นตัวแทนของรูปแบบวิวัฒนาการทางสังคม หรือเคยเป็นตัวเมืองดั้งเดิมในสมัยหนึ่ง แน่นอนว่าจะต้องมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หรือสถาปัตยกรรมมีคุณค่าในทางศิลปะ โบราณคดี หรือประวัติศาสตร์ต่างๆ ตั้งอยู่หรือเกิดขึ้นในย่านนั้น ๆ นอกจากนี้ย่านนั้น ๆ ยังจะมีหลักฐานทางกายภาพที่บ่งบอกถึงลักษณะอันเด่นชัดของโครงสร้างเมือง สะท้อนถึงการเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมจากอดีต และที่สำคัญท้ายสุดเลยก็คือ การใช้สอยในลักษณะเมืองที่ยังมีชีวิต (Living Environment) อย่างต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน มีจำนวนประชากรไทยพักอาศัยอย่างหนาแน่น ทั้งหมดนี้จึงตรงกับลักษณะในบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์อย่างเขตพระนคร นั่นเอง

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

          ทีนี้ เมื่อเพื่อน ๆ เริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมเขตพระนคร นั้นถูกจัดเป็นย่านเมืองเก่าประเภทที่ 4 หลายคนก็อาจจะเกิดความสงสัยตามมาว่าแล้วองค์ประกอบของเมืองเก่าที่มีตั้งแต่อดีต และยังคงมีอยู่มาจนถึงปัจจุบันให้เพื่อน ๆ ที่สนใจประวัติศาสตร์ลองไปเที่ยวชมความงดงามของการเป็นเมืองเก่านั้นมีอะไรบ้าง ? ถ้าเพื่อน ๆ พร้อมแล้ว เราเดินทางไปหาคำตอบกันต่อเลย

          องค์ประกอบของเมืองเก่าอย่าง เขตพระนคร ประกอบด้วยหลายอย่าง เช่น กำแพงเมือง, คูเมือง, ป้อมปราการ, ประตู, อาคาร, ถนน และ สะพาน เป็นต้น อย่างในสมัยรัชกาลที่ 5 เกิดการขุดคลองผดุงกรุงเกษมในเมืองกรุงเทพ เพื่อให้เป็นคูเมืองชั้นนอกสำหรับการป้องกันรอบนอก ซึ่งความสำคัญของป้อมปราการที่ก็คือ การเป็นสถานที่ยุทธศาสตร์ทางการทหารและการเมือง ทำหน้าที่คอยระวังเหตุตามจุดต่าง ๆ ของเมือง โดยตัวอย่างป้อมปราการที่เพื่อน ๆ สามารถพบเห็นได้ในปัจจุบันก็เช่น ป้อมพระสุเมรุ ในย่านบางลำพู กรุงเทพ ที่แม้ในปัจจุบันนี้ ความสำคัญของการใช้งานป้อมปราการจะลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา แต่ก็สามารถนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยด้วยการเป็นสวนสาธารณะได้ 

ป้อมพระสุเมรุ

          และสิ่งที่น่าสนใจของการเป็นเมืองเก่าที่หลายคนน่าจะสังเกตเห็นได้ก็คือ การคงแบบแผนโครงข่ายคมนาคมในเมืองเก่าเดิม ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อจะเป็นการรักษาพื้นที่ของเมืองเดิมไว้ตามประวัติศาสตร์ เพื่อน ๆ จึงไม่เห็นเขตพระนคร หรือย่านเมืองเก่าอื่น ๆ มีการขยายถนนหรือเปลี่ยนเส้นทางถนนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ทางออกสำคัญของย่านเมืองเก่า ในกรณีที่เกิดการพัฒนาความเจริญของเมืองสูงอย่างในเขตพระนคร ก็คือ การตัดถนนใหม่ ซึ่งมักจะอยู่ห่าง ๆ หรือไกลออกไปจากย่านเมืองเก่าเดิม เพื่อให้สิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ ความเจริญใหม่ ๆ หรือความพลุกพล่านของผู้คนนั้น จะต้องไม่เข้ามาทำลายเสน่ห์ความเป็นย่านเมืองเก่าจนหายไป 

. . . . . . . . . .

ทำไม เขตพระนคร ย่านเมืองเก่าไม่ควรมีตึกสูง ?

          สิ่งสำคัญที่น่าจะเกี่ยวข้องกับคำถามว่าทำไม เขตพระนคร ถึงไม่มีตึกสูง ๆ ให้เราได้เห็นกันเลยนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะองค์ประกอบของเมืองเก่าที่เรียกว่า “ที่หมายตาในย่านเมืองเก่า” ซึ่งจะเป็นสถานที่โดดเด่น เป็นที่หมายตาอย่างสง่างามของเมืองเก่า นั่นก็หมายความว่า หากการก่อสร้างอาคารใหม่ ๆ กลายเป็นอาคารสูงในย่านเมืองเก่าอย่างเขตพระนคร ก็จะส่งผลให้เกิดการบดบังทัศนยภาพเขตพระนครและที่หมายตาดั่งเดิมในย่านเมืองเก่า ทำให้เกิดความแตกต่างของอาคารปลูกสร้างและไม่ได้ดูกลมกลืนเช่นในอดีต สุดท้ายแล้วเสน่ห์และความงดงามของย่านเมืองเก่าอย่างเขตพระนครก็จะจางหายตามไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากอย่างมาก เพราะอย่าลืมว่าสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ คนรุ่นใหม่สามารถสร้างสรรค์ใหม่ได้ตลอดเวลา แต่สำหรับสิ่งปลูกสร้างดั่งเดิม หากเราไม่รักษาดูแลไว้ นับวันก็จะทรุดโทรมและเสื่อมหายไปตามกาลเวลา 

          ทั้งหมดนี้ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องเอาจริงเอาจังในการรักษาเสน่ห์ของย่านเมืองเก่า จึงไม่ต้องแปลกใจหากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จะต้องทำการออกกฎหมายบังคับการใช้พื้นที่ต่าง ๆ ในย่านเมืองเก่า การออกแบบชุมชนเมือง รวมทั้งการออกกฎหมายควบคุมอาคารผังเมืองต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับย่านเมืองเก่า 

ยกตัวอย่างเช่น

          การเริ่มบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในกรุงเทพฯ ในเดือนมิถุนายน พศ. 2563 ที่ผ่านมา จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและชั้นนอก ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ของการเป็นย่านเมืองเก่า ไม่ว่าจะเป็น การสถาปัตยกรรม, การผังเมือง, ความปลอดภัย รวมทั้ง ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง

เขตคลองสาน

สำหรับเขตคลองสาน จะมีพื้นที่บางส่วนที่เป็นตึกสูง โดยกระทรวงระบุว่า บริเวณโดยรอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยกฎกระทรวงได้ระบุไว้ว่า ภายในรัศมี 200 เมตร ห้ามก่อสร้างอาคารสูงเกิน 17 เมตร และสูงเกิน 27 เมตร

          พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกฎกระทรวงครั้งนั้นก็เช่น เขตคลองสาน, แขวงสมเด็จเจ้าพระยา, แขวงบางยี่เรือ และ เขตธนบุรี เป็นต้น ซึ่งถูกจัดว่าเป็นพื้นที่ต่อเนื่องจากเกาะรัตนโกสินทร์ ในบริเวณโดยรอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยกฎกระทรวงได้ระบุไว้ว่า ภายในรัศมี 200 เมตร ห้ามก่อสร้างอาคารสูงเกิน 17 เมตร และสูงเกิน 27 เมตร นอกจากนี้ อาคารบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ภายใต้รัศมีบริเวณรอบนอกรัศมี 100 เมตร จะต้องคุมโทนสีของหลังคา ให้เป็นสีเทาเข้ม ส่วนตัวสีผนังอาคารภายนอกจะต้องเป็นโทนสีครีม รวมทั้งห้ามใช้วัสดุที่เป็นผิวสะท้อนแสงหรือมันวาวอีกด้วย 

          นอกจากนี้ ก็ยังมีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทภายในบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน ในท้องที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พศ. 2528 ไว้ว่า ห้ามก่อสร้างอาคารสูงเกิน 16 เมตร วัดจากระดับถนน รวมทั้งการห้ามก่อสร้างหรือดัดอาคารให้กลายเป็นสถานที่เหล่านี้ เช่น โรงงาน, สถานบริการ, โรงแรม, โรงมหรสพ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมในย่านเมืองเก่า จึงไม่มีอาคารสูง ๆ ให้เราได้เห็นกัน นั่นเอง 

. . . . . . . . . .

ถ้าไม่มีตึกสูง แล้วลักษณะที่อยู่อาศัยเป็นอย่างไร ?

          จริง ๆ แล้วประโยชน์การใช้สอยอาคารนั้น หากไม่มีไว้เพื่อเป็นสถานที่ราชการ, สถานพยาบาล, แหล่งค้าขายทางเศรษฐกิจ ก็น่าจะมีไว้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยนั่นเอง ดังนั้น เราลองเดินทางสำรวจกันดูสิว่า แล้วอาคารบ้านเรือนในย่านเมืองเก่าต่าง ๆ ในเขตพระนคร บนเกาะรัตนโกสินทร์นั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง

ตัวอย่างเช่น

          อาคารตึกแถวบริวเณใกล้วัดบวรนิเวศวิหาร ในย่านถนนดินสอติดไปจนถึงมุมถนนพระสุเมรุ มักจะเป็นอาคารสูง 3 ชั้น อยู่ติด ๆ กัน 9 - 16 คูหา ส่วนถ้าเป็นบ้านเรือนก็มักจะเป็นอาคารสูง 1 - 2 ชั้น หลังคามุมกระเบื้อง เป็นต้น

เทวสถาน ถนนดินสอ

เทวสถาน ถนนดินสอ

          ส่วนอาคารตึกแถวบริเวณท่าพระจันทร์บริเวณถนนมหาราช นอกจากจะพบเห็นบ้านพักข้าราชการกลาโหม อาคารที่อยู่ติดกับถนนมหาราชมักจะเป็นอาคารสูง 2 ชั้น คาดว่าโครงสร้างน่าจะสร้างขึ้นช่วงรัชกาลที่ 6 - 8 บางอาคารมีลักษณะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนหลังคาจะเป็นชั้นดาดฟ้าคอนกรีต เป็นต้น

          ดังนั้น สิ่งที่เพื่อน ๆ สังเกตเห็นได้ก็คือ ลักษณะที่พักอาศัยในย่านเมืองเก่าไม่ได้แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก มักจะเป็นอาคารสูง 1 - 3 ชั้น แต่สิ่งที่ต่างไปจนกลายเป็นเสน่ห์ของย่านเมืองเก่า ก็คือความดั่งเดิมของโครงสร้างและรูปแบบลวดลายต่าง ๆ ของอาคารบ้านเรือนตามยุคสมัยที่ก่อสร้างอาคารนั้น ๆ นั่นเอง

. . . . . . . . . .

ย่านอนุรักษ์เมืองเก่า นอกจาก เขตพระนคร แล้ว ยังมีที่ไหนอีกบ้าง ?

          ต้องยอมรับว่าเสน่ห์ของการเป็นย่านเมืองเก่า นอกจากจะสะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของการเป็นเมืองในอดีตแล้ว เสน่ห์ความเป็นเมืองเก่ายังดึงดูดความสนใจของเพื่อน ๆ หรือคนรุ่นใหม่ และคนต่างชาติจำนวนไม่น้อยให้เดินทางเข้ามเที่ยวชม ดังนั้น ย่านเมืองเก่าจึงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเชิงอนุรักษ์ของจังหวัดนั้น ๆ เลยก็ว่าได้ 

ชุมชนย่านกุฎีจีน

ชุมชนย่านกุฎีจีน

          หากจะให้ยกตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เพื่อน ๆ หลายคนน่าจะรู้จัก และอาจจะมีโอกาสไปเที่ยวชมกันมาบางแล้วนั่นก็ เช่น ชุมชนตลาดสามชุก ในจังหวัดสุพรรณบุรี, ชุมชนคลองอัมพวาในจังหวัดสมุทรสงคราม, ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ในจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งย่านชุมชนย่านกุฎีจีน และย่านถนนพระอาทิตย์ ในกรุงเทพมหานคร

          นอกจากนี้ ด้วยเสน่ห์ความงดงามของการเป็นย่านเมืองเก่า ยังกลายเป็นที่มาของการดีไซน์สิ่งปลูกสร้างสะท้อนความเจริญของเมืองในปัจจุบันอีกด้วย เรากำลังจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวชม สถานที MRT สามยอดกัน ถ้าเพื่อน ๆ พร้อมแล้ว เราออกเดินทางไปพร้อมกันเลย

. . . . . . . . . .

สถานี MRT สามยอด ตัวอย่างสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ร่วมสมัยกับพื้นที่โดยรอบ

MRT สามยอด

          เพื่อน ๆ หลายคนน่าจะเคยเดินทางผ่านสถานี MRT สามยอดกันมาบ้าง ถือว่าเป็นหนึ่งสถานีรถไฟฟ้าที่สวยสะดุดตาเลยทีเดียว ด้วยเสน่ห์ที่สะท้อนถึงความเป็นย่านวังบูรพา เราจึงเห็นสถานี MRT สามยอดมีลักษณะของการใช้สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 รวมทั้งสถาปัตยกรรมจีน - โปรตุเกส หรือชิโนโปรตุกีส เรียกได้ว่าเข้าเป็นบรรยากาศของย่านเจริญกรุงได้อย่างดีเลยทีเดียว สิ่งที่หลายคนสังเกตได้แต่ไกลก็คือ ประตูบานเฟี้ยมใช้สีเหลืออ่อน เขียวอ่อน และเขียวเข้ม ไล่โทนได้อย่างลงตัวเกิดความสะดุดตา นอกจากนี้ หากเพื่อน ๆ ต้องการทราบประวัติศาสตร์ และที่มาของพื้นที่ในย่านนี้ ยังสามารถชมดูได้จากการติดรูปภาพสมัยเก่าภายในสถานีได้อีกด้วย  

สถานี MRT สามยอด

สถานี MRT สามยอด

          แล้วถ้าถามว่าสิ่งแวดล้อมโดยรอบสถานี MRT สามยอดที่สะท้อนเสน่ห์ความเป็นย่านเมืองเก่านั้นมีอะไรบ้าง คงต้องยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น บริเวณทางออกที่ 1 ของ MRT สามยอด จะเป็นเส้นทางไปสู่ถนนสายเก่าแก่อย่างแยกสามยอดและถนนมหาไชย ยังสามารถเดินทางไปสู่สวนรมณีนาถ และพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ได้อีกด้วย ขณะเดียวกันสำหรับทางออกที่ 2 ของ MRT สามยอด เพื่อน ๆ สามารถเดินทางไปสู่ซอยเจริญกรุง 5 และซอยเจริญกรุง 7 ได้อย่างสะดวก และสำหรับทางออกสุดท้ายอย่างทางออกที่ 3 ของ MRT สามยอด ไม่เพียงจะเป็นเส้นทางไปสู่ถนนบูรพา และถนนอุณากรรณ แต่เป็นเป็นเส้นทางที่เพื่อนสามารถเดินทางไปไหว้ไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรวิหารชื่อดังของกรุงเทพ รวมทั้งยังสามารถเดินเที่ยวเล่นกันได้ที่ The Old Siam Plaza หรือดิโอลด์ สยาม ช็อปปิ้ง พลาซ่า ซึ่งศูนย์การค้าใจกลางกรุงได้อีกด้วย 

. . . . . . . . . .

          สำหรับเพื่อน ๆ ที่อ่านบทความมาถึงตรงนี้ ก็คงจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเขตพระนคร หนึ่งในย่านเมืองเก่าที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ถึงไม่มีตึกสูง ๆ ให้เราได้เห็นกันเลย คำตอบที่ซ่อนอยู่ในบทความนี้ นอกจากการอธิบายบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของการเป็นย่านเมืองเก่าแล้ว ก็ยังสะท้อนถึงเสน่ห์ความเป็นเมืองเก่าที่เราควรจะรักษาดูแลกันต่อไปชั่วรุ่นลูกรุ่นหลาน แล้วถ้าหากสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ ถูกพัฒนาออกแบบให้เข้ากับบบรรยากาศความเป็นเมืองเก่าด้วยแล้ว ก็น่าจะช่วยส่งเสริมให้ย่านเมืองเก่าคงเสน่ห์ไปได้ตราบนานเท่านาน เหมือนที่คนรุ่นใหม่ที่รู้สึกตื้นเต้นและประทับในสถานี MRT สามยอด ตัวอย่างสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ร่วมสมัยกับพื้นที่โดยรอบในย่านเจริญกรุงที่เขตพระนครนั่นเอง เพื่อน ๆ สามารถติดตามบทความเจาะลึกทำเลย่านอื่นก็ได้เช่นกัน แล้วพบกันใหม่บทความหน้า