logo

          เพื่อน ๆ เคยมีความสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า ที่เขาบอกว่า ประเทศไทยเข้าสู่ "สังคมสูงวัย" แล้วมันเริ่มต้นเมื่อไร ถ้าเริ่มต้นไปแล้วมันจะสิ้นสุดเมื่อไร ส่งผลกระทบอย่างไรต่อสังคม แม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไกล แต่เรื่องนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบ ทั้งผลเสียและได้ประโยชน์กับเราได้เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เราจะมาหาคำตอบกัน และสุดท้าย CondoNewb จะมาขมวดปมกันว่าจะเกี่ยวข้องกับเทรนด์อสังหาฯ อย่างไรบ้างครับ

อายุเท่าไรถึงจัดอยู่ในกลุ่มสังคมสูงวัย

เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ทาง Department Of Older Persons (DOP) กรมกิจการผู้สูงอายุได้อธิบายว่า ‘สังคมสูงวัย’ จะเป็นสังคมที่มีสัดส่วนของผู้สูงอายุหรือประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

และตอนนี้ถือว่าได้กลายเป็น Global Issue แล้ว จากชุดข้อมูล ของ UN และ HelpAged ได้ให้ข้อมูลปัจจุบันว่า ทั่วโลกมีผู้ฉลองวันเกิด คนเข้าย่างอายุ 60 ปี วินาทีละ 2 คน เฉลี่ยแล้วปีละ 58 ล้านคน

โดยอายุ 60 ปี มีประมาณ 1 ใน 9 ของประชากรโลก

และภายในปี 2050 หรืออีก 30 ปี มีแนวโน้มสูงถึง 1 ใน 5 ของประชากรโลก

ถ้าตีเป็นตัวเลข

  • ปี 2010 - อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวนประมาณ 500 ล้านคน
  • ปี 2020 - อายุ 60 ปีขึ่นไป จำนวนประมาณ 1,000 ล้านคน
  • ปี 2050 - อายุ 60 ปีขึ่นไป จำนวนประมาณ 2,000 ล้านคน

หรือคิดเป็น 21% ของประชากรโลก

เกิดขึ้นได้อย่างไร?

  • ทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า
  • การดูแลสุขภาพด้วยตัวเราเอง เทรนด์การออกกำลังกาย ที่เราสามารถหาข้อมูลได้ง่ายมากขึ้นตามอินเตอร์เน็ต หรืออาหาเสริมต่าง ๆ ที่มีเยอะมากขึ้น ซึ่งก็เกิดจากการวิจัย การแพทย์ด้วยเช่นกัน
  • การเกิดของประชากรที่น้อยลงในแต่ละปี เป็นต้น

ผลกระทบ

แรงงานน้อยลง กระทบเศรษฐกิจ

เมื่อมาจุดที่แรงงานน้อยลง ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำ และค่าแรงที่สูงขึ้น ซึ่งอันนี้ตามหลัก Demand Supply เลย หากแรงงานลดลง ค่าแรงก็จะเพิ่มมากขึ้น และค่าแรงก็เป็นหนึ่งในต้นทุนของผู้ประกอบการ ดังนั้นราคาสินค้าก็อาจจะเพิ่มขึ้นด้วย และส่งผลให้การลงทุนน้อยลงด้วย รวมไปถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

เจ็บป่วยมากขึ้น เงินในธนาคารน้อยลง

“การแพทย์ที่ก้าวหน้า” ที่เป็นผลทำให้อายุยืนยาวขึ้น การแพทย์ทันสมัยที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึงความว่า สุขภาพเราจะดีขึ้นด้วย แพทย์ที่ทันสมัยอาจจะหมายถึงการรักษาที่หายขาด การรักษาที่คง หรือการรักษาแบบประคอง แต่หากเรายังคงมีโรคสำหรับผู้สูงอายุ หรือสภาพแวดล้อม ก็เป็นไปได้ว่าเรายังคงต้องรักษากันต่อไป และอาจจะรักษาที่ยาวนาน และอาจจะใช้ค่ารักษาที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับโรคที่ซับซ้อน จึงเป็นปัญหารายได้ของสังคมผู้สูงอายุเช่นกัน

รัฐเก็บภาษีได้อย่างไร เมื่อคนทำงานน้อยลง

เป็นอีกปัญหาใหญ่เช่นกัน เมื่อมีคนทำงานในระบบลดลง ภาษีที่เคยถูกเก็บจากกลุ่มทำงาน ย่อมลดลงด้วย หลาย ๆ ประเทศจึงเริ่มมีนโนบาย ขยายอายุการทำงานจากเดิมที่เคยสิ้นสุดเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี ก็กลายเป็นอายุ 65 ปี และเรียกได้ว่าคนที่อายุมาก ย่อมมีหน้าที่การงาน หรือตำแหน่งการทำงานที่สูง รายได้ที่มาก เปอร์เซ็นต์การเก็บภาษีก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน ภาษีตรงนี้ก็ช่วยพัฒนาประเทศ เมื่อมีรายได้มาก ย่อมมีการใช้จ่ายที่มากตรงนี้ก็ช่วยเติมเต็มระบบเศรษฐกิจครับ

ขาดแรงงานมีประสิทธิภาพ

เมื่อแรงงานน้อยลง แรงงานสำหรับอาชีพเฉพาะทางก็อาจจะน้อยลงไปด้วย และอาจจะไม่พอกับธุรกิจต่าง ๆ 

สังคมผู้สูงอายุ เริ่มต้นเมื่อไร

สำหรับทั่วโลก ในหลายประเทศเกิดสังคมผู้สูงอายุเกิดมาได้สักพักแล้ว เป็นช่วงวัยตั้งแต่ Baby Boomer หรือผู้คนที่เกิดหลังสงครามโลกที่ 2

ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือ

  • หากประเทศไหนมีจำนวนผู้สูงอายุ 60 หรือ 65 ปี มากกว่าร้อยละ 7% ประเทศนั้นจะเข้าสู่ สังคมสูงวัย (Aged Society)
  • หากประเทศไหนมีจำนวนผู้สูงอายุ 60 หรือ 65 ปี มากกว่าร้อยละ 14% ประเทศนั้นจะเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society)
  • หากประเทศไหนมีจำนวนผู้สูงอายุ 60 หรือ 65 ปี มากกว่าร้อยละ 20% ประเทศนั้นจะเข้าสู่ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society)
  • สำหรับประเทศแรก ที่เข้าเกณฑ์สังคมผู้สูงอายุก่อนได้แก่ ญี่ปุ่น ต่อมา ได้แก่ อิตาลี, เยอรมัน, สวีเดน

สำหรับประเทศไทยเริ่มต้นเมื่อไร

สำหรับประเทศไทยเริ่มต้นเข้าสูง สังคมสูงวัย (Aged Society) ตั้งแต่ 2005 

และเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในปี 2021 ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา

และคาดการว่าจะเข้าสู่ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) ในปี 2035 ครับ

แน่นอนเมื่อถึงในช่วง สังคมสูงวัยระดับสุดยอด หรือ Super Aged Society ผลกระทบต่าง ๆ ที่ได้เคยกล่าวอาจจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะประเทศไทย จะต่างจากประเทศอื่น ๆ ตรงที่ ประเทศไทยอยู่ในช่วงสังคมผู้สูงอายุขณะที่ยังเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา หรือ Middle Income Trap

ความแตกต่างของผู้สูงวัยในประเทศที่พัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนา

ผู้สูงวัยในประเทศที่พัฒนาแล้ว

มีความมั่นคงทางการเงิน มีเงินออม เงินสำหรับในวัยเกษียญ ยกตัวอย่าง ประเทศสวีเดน ที่เข้าเกณฑ์ Super Aged Society แล้ว ผู้สูงอายุร้อยละ 21 ของประชากรทั้งประเทศ

เรียกได้ว่า สวีเดน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และถูกยกย่องว่ามีรัฐสวัสดิการที่ดีที่สุด ยกตัวอย่าง อย่างเช่น

  • เงินบำนาญราว ๆ 45,000 บาท / เดือน
  • หากไม่มีที่อยู่อาศัย รัฐจัดหาที่พักให้
  • หากอยู่บ้านคนเดียว จะมีคนช่วยเหลือ ช่วยดูแล
  • หรือหากครอบครัวไหน หรือลูก ๆ หลาน ๆ ดูแลผู้สูงอายุเอง รัฐก็จะให้เงินสนับสนุนช่วยดูแล

และโดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีเงินเก็บหรือเงินออม ที่มาก ก็มีโอกาสที่จะจับจ่ายใช้สอย ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจหมุนเวียน หลากหลายสินค้า ที่นอกเหนือจากด้านการแพทย์ และสุขภาพ

ผู้สูงวัยประเทศกำลังพัฒนา

เช่น ประเทศไทย ก็จะได้เงินจาก ประกันสังคม หากใครไม่ได้กั้นเงินส่วนหนึ่งไว้ประกันสังคมก็จะมีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หากใครออมเงินไว้ก็พอจะช่วยได้ แต่แน่นอนว่า ก็จะใช้เงินอย่างระมัดระวังมาก จับจ่ายใช้สอยในส่วนเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น

นอกจากเกิดวิกฤตต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบดังที่กล่าวมาแล้ว ส่วนด้านอสังหาฯ ล่ะ จะส่งผลกระทบอะไร หรือจะสร้างโอกาสอะไร จะมาขมวดปมกัน เพื่อสามารถติดตามใน

Aging Societyและสถานการณ์อสังหาในไทย (คลิกเพื่ออ่านเลย)

อ่านบทความอื่นๆที่คุณอาจสนใจได้ที่นี่

Reverse Mortgage สินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ วัยเกษียณกู้เงินได้ใช่ไหมนะ 

12 ทำเลทองที่อยู่อาศัย สังคมผู้สูงอายุ สะดวกสบาย ใกล้โรงพยาบาล   

รวมโครงการบ้าน 3 ชั้น กรุงเทพ หลังใหญ่ อยู่สบาย   

ข้อจำกัดในการซื้อบ้าน หรือคอนโดมือสอง  

Affordable Condo ต้องมีราคาเท่าไร ใครซื้อได้บ้าง ?