logo

          นอกจากคอนโดนิวบ์เคยเขียนบทความซื้อบ้านที่เกาหลีไปแล้ว มาอีกหนึ่งประเทศกันบ้าง หากเอ่ยถึงชื่อประเทศที่หลายคนอยากไปตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย นอกจากประเทศในแถบยุโรปแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงนึกถึงประเทศญี่ปุ่น และอยู่ในลิสต์ด้วยอย่างแน่นอน เพราะประเทศญี่ปุ่นนั้นเรียกได้เลยว่าเป็นประเทศในฝันของคนทั่วโลก (รวมความเป็นญี่ปุ่น 7 ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพ , 30 หนังผีญี่ปุ่นชวนขนหัวลุก , 11 คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น , 5 ร้านราเมงสุดยอดความอร่อย , รวมคอนโดสไตล์ญี่ปุ่น ) รวมถึงคนไทยอย่างเราด้วยเช่นกัน และถึงแม้จะเป็นประเทศในแถบเอเชีย แต่ความเจริญในด้านต่าง ๆ ก็ทัดเทียมไม่แพ้ประเทศตะวันตก ที่สำคัญญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีรายได้มั่นคง มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ชาวต่างชาติหลายคนจึงวางแผนคิดจะซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นเป็นของตัวเอง เพราะในปัจจุบันการซื้อบ้าน ซื้อคอนโด อสังหาริมทรัพย์ หรือที่ดิน สามารถทำได้ไม่ต่างจากคนญี่ปุ่น วันนี้เราจึงมีคำแนะนำดี ๆ มาฝากกัน ถ้าจะซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นซื้อคอนโดที่ญี่ปุ่น ต้องทำอย่างไร มีเงินเท่าไร

. . . . . . . . . .

ที่อยู่อาศัยญี่ปุ่นเป็นแบบไหนกันบ้าง ซื้อ เช่า 

          หากพูดถึงคนญี่ปุ่นแล้ว คนส่วนใหญ่คงนึกถึงคนที่มีระเบียบวินัย และจริงจังกับการใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้าน แต่จากข้อมูลสำรวจของ Statista เว็บไซต์วิจัยและเก็บสถิติชั้นนำ ได้เผยสรุปผลวิจัยที่ทาง World Economic Forum นำมารวบรวมไว้ออกมาว่า ช่วงระหว่างมีนาคม 2020 - 2021 ชาวญี่ปุ่นนิยมเช่าบ้านหรือคอนโดเป็นสัดส่วนถึง 39% แต่ในเมืองโตเกียวนั้น ชาวญี่ปุ่นเป็นเจ้าบ้านและคอนโดเองแค่เพียง 45% เท่านั้น อสังหาริมทรัพย์ที่คนญี่ปุ่นนิยมเช่าเพื่อเป็นที่พักอาศัยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอพาร์ตเมนต์ (Apartment) และแมนชัน (Mansion) ซึ่งหากดูจากภายนอกอาจจะจำแนกด้วยตาไม่ออก เพราะก็เป็นตึกคล้าย ๆ กันไปหมด แบบไหนเรียกอพาร์ตเมนต์ แบบไหนเรียกแมนชัน แบบไหนคือบ้านเช่า เราได้รวบรวมเกณฑ์แบ่งประเภทมาฝากกัน ดังนี้

ที่อยู่อาศัยญี่ปุ่น

ที่อยู่อาศัย "แมนชัน"

          อาจจะเป็นคำที่ไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยมากเท่าไหร่ แต่แมนชั่นในประเทศญี่ปุ่นนั้น ค่อนข้างจะได้รับความนิยมมาก แมนชันจะมีราคาค่าเช่าที่แพงกว่า ระบบความปลอดภัยสูงกว่า และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีมากกว่าอพาร์ตเมนต์ ขนาดห้องของแมนชันจะไม่ใหญ่มาก ส่วนใหญ่เป็นตึก 3 ชั้นขึ้นไป ที่มีโครงสร้างตึกเป็นคอนกรีต คนญี่ปุ่นที่เช่าแมนชันอยู่ จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับที่พักอาศัย ให้ความสำคัญกับตึก หรือเน้นเลือกตัวอาคารที่สวย ดูดี โครงสร้างแข็งแรง มีระบบป้องกันแผ่นดินไหวที่ดี มีมาตรการรักษาความปลอดภัยดี และไม่ห่วงเรื่องราคาค่าเช่า

ที่อยู่อาศัย "อพาร์ตเมนต์"

          จะมีราคาค่าเช่าถูกกว่า รวมถึงระบบความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ต่ำกว่าที่พักแบบแมนชัน ถึงแม้ว่าขนาดห้องโดยส่วนใหญ่จะมีขนาดกว้างขวางกว่าแมนชัน แต่ตัวอาคารจะมีอยู่ประมาณ 1-2 ชั้น โครงสร้างของตึกจะเป็นโครงสร้างวัสดุทั่วไป เช่น เหล็กและไม้ ทำให้ความแข็งแรงของตัวอาคาร และประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงจะต่ำกว่าแมนชันมาก คนญี่ปุ่นที่นิยมเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่จะเป็นคนที่มีงบประมาณจำกัด หรือเน้นที่พักอาศัยที่ราคาไม่แพง

ที่อยู่อาศัย "บ้านเช่า"

          ในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะหมายถึงบ้านเดี่ยวให้เช่า ซึ่งเวลาหาเช่าบ้านที่ญี่ปุ่น ราคาจะแบ่งออกเป็นหลายระดับ และมักจะเจอคำว่า 2LDK หรือ 3DK ซึ่งจะเป็นการบอกรายละเอียดพื้นที่ของบ้านเช่าว่ามีอะไรบ้าง เช่น L (Living Room) หมายถึง ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก D (Dining Room) หมายถึงห้องอาหาร หรือ K (Kitchen) ก็หมายถึงห้องครัวนั่นเอง ส่วนตัวเลขที่เราเห็นจะหมายถึงจำนวนของห้องนั้น ๆ เช่น 2LDK คือ มี 2 ห้อง + ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร และห้องครัว ส่วน 3DK คือมี 3 ห้อง + ห้องอาหาร และห้องครัว นอกจากนี้ ยังมีตัว R (Room) ซึ่งหมายถึงห้องธรรมดา 2R จะหมายถึงมีห้องเปล่า ๆ ห้องธรรมดา 2 ห้อง หรือ 1R ก็หมายถึงห้องเดียว หรือห้องแบบสตูดิโอ คือมีพื้นที่สำหรับทำครัวอยู่ในห้องเดียวกัน

ที่อยู่อาศัย "บ้านใหม่"

          ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น จะไม่ค่อยนิยมซื้อบ้านหรือซื้อคอนโดเป็นของตัวเอง เนื่องจากมีปัจจัยหลาย ๆ ด้านด้วยกัน แต่หากจะต้องซื้อบ้านคนญี่ปุ่นจะนิยมซื้อบ้านใหม่มากกว่าบ้านมือสอง เพราะคิดว่าการซื้อบ้านมือสอง จะได้บ้านเก่าที่โครงสร้างไม่มีความแข็งแรงดีพอ ที่จะรับมือกับการเกิดแผ่นดินไหว รวมทั้งคิดว่าบ้านเก่าไม่ผ่านเกณฑ์ที่ดีพอจะเป็นบ้านประหยัดพลังงาน

. . . . . . . . . .

รู้หรือไม่ เหตุผลอะไรที่คนญี่ปุ่นไม่นิยมซื้อบ้าน

          อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หรือคนญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน มักจะไม่ค่อยนิยมซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น เท่ากับการเช่าบ้าน จากเหตุผลอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย

คนญี่ปุ่นไม่นิยมซื้อบ้าน

ราคาบ้าน ที่ดินในญี่ปุ่น ขยับตัวสูงขึ้นทุกปี

          โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียว โอซาก้า หรือการซื้อบ้านญี่ปุ่น ฮอกไกโดก็ตาม เมื่อบวกกับประชากรในญี่ปุ่นที่มีจำนวนลดลง ทำให้เกิดความกังวลว่าจะขายบ้านต่อได้ยาก ไม่มีคนซื้อ เสี่ยงต่อการขาดทุนในอนาคต

ใช้เงินลงทุนสูง

          การซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นต้องมีเงินดาวน์อย่างต่ำเป็นจำนวน 20% ของราคาบ้าน โดยเฉพาะราคาบ้านใหม่ในญี่ปุ่นในเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียว เกียวโต ฮอกไกโด ฯลฯ ก็มีราคาพุ่งไปถึงเลข 8 หลักแล้ว การต้องลงเงินดาวน์ที่ต้องมีจำนวนเงินอย่างน้อย 20% ทำให้คนรุ่นใหม่อาจไม่มีเงินลงทุนที่เพียงพอ

ต้องเสียภาษีบ้านทุกปี

          อีกหนึ่งปัจจัยที่คนญี่ปุ่นไม่นิยมซื้อบ้านญี่ปุ่น เพราะต้องเสียภาษีในอัตราคงที่ประมาณ 1.4% และต้องเสียภาษีบ้าน แบบที่ต้องจ่ายให้เขต หรือเมืองที่อาศัยอยู่อีก 0.3% หรือตามอัตราภาษีเขตของเมืองนั้น ซึ่งยังไม่รวมไปถึงค่าบำรุงรักษา หรือค่ารีโนเวทบ้าน ตามที่กฎหมายกำหนดไว้อีกด้วย

ต้องรีโนเวทบ้านตามกฎหมาย

          การซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นนอกจากซื้อบ้านแล้ว ยังมีกฎหมายกำหนดรีโนเวทบ้านอย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะในประเทศญี่ปุ่นเชื่อว่า บ้านหนึ่งหลังมีอายุแค่ประมาณ 20-30 ปีเท่านั้น จึงต้องรีโนเวทหรือรื้อสร้างบ้านใหม่ทุก 30 ปี รวมถึงการรื้อระบบประปา ระบบไฟฟ้า ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทแต่ละครั้งต้องเสียเงินอย่างมากมาย

ต้องจ่ายภาษีมรดก

          อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือภาษีมรดกในประเทศญี่ปุ่น มีการเรียกเก็บในอัตราที่ค่อนข้างสูงมาก บางคนได้รับบ้านมา แล้วขายบ้านที่เป็นมรดกทิ้งก็ยังไม่พอจะจ่ายภาษีเลย จนถึงขั้นต้องยกบ้านให้กับรัฐไปเลยก็มี

ไลฟ์สไตล์การทำงาน

          ระบบการทำงานในประเทศญี่ปุ่นก็มีส่วนสำคัญ ทำให้คนญี่ปุ่นไม่อยากมีบ้าน หรือซื้อบ้านญี่ปุ่น เพราะการทำงานที่มีการย้ายงานบ่อย หรือบางออฟฟิศก็มักจะส่งพนักงานไปทำงานตามสาขาต่าง ๆ

. . . . . . . . . .

เหตุผลที่ชาวต่างชาติอยากซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น

  • สถานการณ์ด้านการเมืองในประเทศญี่ปุ่นถือว่ามีเสถียรภาพสูง มั่นคง ทำให้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านอสังหาริมทรัพย์น้อยมาก
  • เป็นประเทศที่สำรองเงินตราต่างประเทศมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
  • เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ใส่ใจเรื่องสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม 
  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่นมีความแข็งแรง
  • เป็นประเทศแถบเอเชียที่มีฐานะทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับแถวหน้าของโลก
  • การซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น หรือเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และที่ดินในประเทศญี่ปุ่น สามารถครอบครองสิทธิ์โดยสมบูรณ์

. . . . . . . . . .

ขั้นตอนการซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นต้องเริ่มจากอะไร

          ถึงแม้ว่าคนญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน มักจะไม่ค่อยนิยมซื้อบ้านญี่ปุ่นเหมือนกับการเช่าบ้าน แต่การซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือการซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น ยังเป็นที่ต้องการสำหรับชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเงื่อนไขหรือขั้นตอนในการซื้อคอนโด ซื้อบ้านญี่ปุ่นของชาวต่างชาติไม่ยุ่งยาก หรือแทบจะไม่ต่างอะไรกับคนญี่ปุ่นเลย หรืออย่างมากก็ต่างกันที่ตัวเอกสารคนละแบบกันเท่านั้นเอง โดยขั้นตอนการซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น เริ่มจากอะไร ขั้นตอนมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ขั้นตอนการซื้อบ้าน

ทำสัญญาตัวแทน กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์

          สัญญาตัวแทน คือ สัญญาข้อตกลงระหว่างบริษัทอสังหาริมทรัพย์กับลูกค้า ที่ซื้อหรือขายอสังหาริมทรัพย์ โดยที่ในสัญญาจะระบุรายละเอียดเอาไว้ เช่น หน้าที่ของบริษัทในฐานะเป็นคนกลาง หรือรายละเอียดค่าบริการต่าง ๆ หากมีการตกลงซื้อขายเกิดขึ้น

ตรวจดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการซื้อ และการขอจำนองบ้าน

          หากเป็นคนญี่ปุ่น ส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อบ้านญี่ปุ่นแบบกู้ระยะยาว โดยมักทำสัญญาผ่านบริษัทอสังหาริมทรัพย์ หรือทำผ่านธนาคาร แต่หากเป็นชาวต่างชาติที่อยากจะทำสัญญาเงินกู้ซื้อบ้านซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น จะต้องมีสิทธิ์พำนักถาวร หรือมีเงื่อนไขบางอย่างเพิ่มเติม

  • สำหรับชาวต่างชาติที่ได้สิทธิ์พำนักถาวร

           จะมีเกณฑ์พิจารณาสำหรับการกู้ยืมซื้อบ้านญี่ปุ่น คือ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ หรือธนาคาร จะดูว่าผู้กู้จะสามารถชำระเงินคืนได้หรือไม่ โดยจะเปรียบเทียบจากสัดส่วนเงินที่ต้องชำระคืนกับรายได้รายปี สถานะการเงินด้านอื่น ๆ ของผู้กู้ รวมไปถึงความมั่นคงของรายได้ เช่น อาชีพการงานด้านไหน อายุงานเท่าไหร่ รายละเอียดความมั่นคงของบริษัท สำหรับบางสถาบันการเงินมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า ผู้กู้ต้องสามารถสื่อสารด้วยภาษาญี่ปุ่นได้ด้วย

  • สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่มีสิทธิ์พำนักถาวร

ก็สามารถที่จะทำสัญญาเงินกู้ยืมซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นกับทางสถาบันการเงินได้เช่นกัน แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น มีคู่สมรสถือสัญชาติญี่ปุ่น มีเงินดาวน์สูงกว่า 20% ของราคาบ้าน หรืออาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนานกว่า 7 ปี มีรายได้ที่มั่นคง ถึงจะสามารถยื่นกู้ได้ ทั้งนี้ ชาวต่างชาติอาจจะยื่นเรื่องขอกู้จากสถาบันการเงินของประเทศตนเอง ที่มีสาขาในญี่ปุ่นก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่การกู้จะเป็นระบบดอกเบี้ยแปรผัน จึงมีความเสี่ยงที่ดอกเบี้ยจะสูงขึ้น

จ่ายเงินดาวน์ ค่าอากรแสตมป์ ค่านายหน้า

          หลังผ่านการพิจารณากู้ยืมจากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการทำสัญญาซื้อขาย โดยจะต้องชำระเงินดาวน์ และจ่ายค่านายหน้าให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3% ของราคาทรัพย์สิน ค่าอากรแสตมป์ที่ใช้ติดในตัวหนังสือสัญญา นอกจากนั้น ยังมีค่าภาษีอื่น ๆ ที่จะมาพร้อมกับการซื้อบ้านอีกด้วย เช่น ภาษีครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ภาษีการจดทะเบียนและอนุญาต ค่าประกันต่าง ๆ เช่น ประกันภัยแผ่นดินไหว ประกันอัคคีภัย ฯลฯ

เตรียมทำสัญญาซื้อขาย

          มาถึงขั้นตอนการทำสัญญาซื้อขาย ซึ่งจะเป็นการทำสัญญาซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งมอบสิทธิครอบครองจากผู้ขายให้กับผู้ซื้อนั่นเอง โดยมีเอกสารดังนี้ 

  • ตราประทับที่ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ (ในประเทศญี่ปุ่นใช้การประทับตราด้วยตราประทับ แทนการใช้ลายเซ็น)
  • เอกสารยืนยันการลงทะเบียนตราประทับ
  • เอกสารสำหรับยืนยันที่อยู่อาศัย
  • หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต

การส่งมอบทรัพย์สิน

          หลังจากลงทะเบียนสิทธิ์การครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ เรียบร้อยแล้ว ทรัพย์สินของเราจะถูกรับรองโดยรัฐบาลญี่ปุ่นว่า อสังหาริมทรัพย์เป็นของเรา โดยทั่วไปจะจ้างตัวแทนให้ดำเนินการแทน พอดำเนินการเสร็จ จะมีเอกสารแจ้งยืนยันการลงทะเบียนส่งมาให้เราอีกที

          โดยกฎหมายแลกเปลี่ยนต่างชาติและการค้าต่างชาติ ได้กำหนดให้ชาวต่างชาติที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ หรือซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น มีหน้าที่ต้องรายงานต่อกระทรวงการคลัง ผ่านธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นภายในเวลา 20 วัน ภายหลังจากที่รับสิทธิครอบครอง โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น https://www.boj.or.jp/en/index.htm/ 

ภาษีที่ต้องจ่ายในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซื้อคอนโด ซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น

          ตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น หลังจากซื้อบ้านญี่ปุ่นและเป็นผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสมบูรณ์แล้ว จะมีขั้นตอนการในจ่ายภาษีสำคัญ ๆ 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

ภาษีที่ต้องจ่ายในการซื้ออสังหาริมทรัพย์

  • ภาษีครอบครองอสังหาริมทรัพย์

          เป็นภาษีที่เรียกเก็บตามมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ ซึ่งโดยปกติหน่วยงานภาคจังหวัดจะส่งใบเรียกเก็บภาษีมาให้ หลังจากการซื้อทรัพย์สิน หรือซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นประมาณ 3–6 เดือน ค่าภาษีประเภทนี้จะคิดตามอัตราภาษีศุลกากร จากราคาอสังหาริมทรัพย์ หรือราคาประเมินทางภาษี

  • ภาษีการจดทะเบียนและการขออนุญาต

          เป็นภาษีที่เรียกเก็บตอนที่ทำการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็น 20/1,000 จากฐานของภาษีอสังหาริมทรัพย์

ภาษีที่ต้องจ่ายประจำปี

  • ภาษีอสังหาริมทรัพย์

          เป็นภาษีที่เรียกเก็บเป็นประจำ ในวันที่ 1 มกราคมของทุก ๆ ปี โดยหน่วยงานภาคท้องถิ่นจะเป็นผู้เรียกเก็บ มีอัตราภาษีของอาคารที่พักอาศัยอยู่ที่ 1.4% ของมูลค่าของทรัพย์สิน

  • ภาษีบำรุงท้องที่หรือภาษีผังเมือง

           จะเรียกเก็บในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี เช่นเดียวกันกับภาษีอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนา วางผังเมือง อัตราภาษีคิดเป็น 0.3% ของมูลค่าของทรัพย์สิน

. . . . . . . . . .

ซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น ราคาบ้านมือ 1 กับบ้านมือ 2 ต่างกันอย่างไร

          โดยหลัก ๆ แล้ว การซื้อบ้านญี่ปุ่นราคาของบ้านมือ 1 และบ้านมือ 2 จะขึ้นอยู่กับทำเลว่าอยู่ในโซนไหน เมืองอะไร และขนาดพื้นที่ใช้สอยเท่าไหร่ ซึ่งราคาบ้านมือ 1 จะมีราคาสูงกว่าบ้านมือ 2 อย่างแน่นอน ส่วนราคาระหว่างบ้านมือ 2 ด้วยกัน ก็จะมีราคาแตกต่างกันออกไปอีก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นบ้านที่รีโนเวทแล้ว หรือยังไม่ได้รีโนเวท ส่วนบางเมืองบางจังหวัดของญี่ปุ่น รัฐจะแจกบ้านมือ 2 ให้ฟรี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนตัว และเงินทุนงบประมาณในการเลือกบ้านแต่ละแบบ ซึ่งอย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วว่า คนทำงานในประเทศญี่ปุ่น มีการเปลี่ยนงานบ่อย ๆ หรือถูกย้ายที่ทำงานไปประจำต่างสาขาอยู่บ่อย ๆ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมเช่าบ้านมากกว่าซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นนั่นเอง

ซื้อบ้านญี่ปุ่น

          ซึ่งจากผลวิจัยสรุปออกมาได้ว่า หากเปรียบเทียบเฉพาะการซื้อบ้านญี่ปุ่น ระหว่างบ้านมือ 1 กับบ้านมือ 2 ชาวญี่ปุ่นจะไม่นิยมซื้อบ้านมือ 2 โดยจะเห็นได้ว่ามีสัดส่วนบ้านมือ 2 ประกาศซื้อขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นเพียง 14% เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก ๆ นั่นก็เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่า บ้านเก่าหรือบ้านมือ 2 ไม่มีความแข็งแรงเพียงพอต่อการรับมือกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว รวมไปถึงเหตุผลที่ว่าบ้านมือ 2 ไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะเป็นบ้านประหยัดพลังงาน ทำให้บ้านมือ 2 ของญี่ปุ่น ถูกปล่อยทิ้งร้างเป็นจำนวนมาก จนหน่วยงานท้องถิ่นหลายแห่งได้พิจารณาการจัดเก็บภาษีใหม่ เพื่อกระตุ้นให้เจ้าของบ้านมือ 2 รื้อถอนบ้านที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ออกไป

. . . . . . . . . .

          ถึงแม้ว่าขั้นตอนในการซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นจะเอื้อประโยชน์ให้กับชาวต่างชาติอย่างมากมาย โดยเฉพาะการได้รับสิทธิ์ที่แทบจะไม่แตกต่างจากคนญี่ปุ่น รวมทั้งสามารถครอบครองเป็นเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์ก็ตาม แต่การซื้อบ้านญี่ปุ่นควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดด้านต่าง ๆ รวมถึงเงื่อนไขทางกฎหมายให้รอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะที่เราได้ยินข่าวกันบ่อย ๆ คือ การเลือกใช้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีความชำนาญ หรือประสบการณ์มากพอ ดังนั้น หากคิดจะซื้อบ้านที่ญี่ปุ่น ควรเลือกนายหน้าจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียง มีที่ปรึกษาที่น่าไว้ใจ รองรับภาษาต่างประเทศ หรือเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจกับชาวต่างชาติเป็นประจำ จะเป็นการดีที่สุด