logo

          หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าประกันมาบ้างแล้ว โดยคำที่เราคุ้นเคยและได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ประกันชีวิต ประกันภัย ประกันอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นประกันกลุ่มที่ทำงานให้กับประกันบ้าน ประกันรถ และในวันนี้ CondoNewb จะมาพูดถึงประกันอีกหนึ่งประเภท ก็คือ “ประกันภัยคอนโด” ที่หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกันสักเท่าไหร่ ซึ่งถือว่าเป็นที่อยู่อาศัยที่อยู่บนอาคารที่มีทั้งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคลที่เป็นของเราและกรรมสิทธิ์ร่วมที่เพื่อนบ้านทุกคนถือร่วมกัน โดยวันนี้เราจะค่อย ๆ มาทำความรู้จักว่าประกันภัยคอนโดคืออะไร มีที่มา แนวคิด ความสำคัญ และประโยชน์ของการทำประกันภัยคอนโดมิเนียมมีอะไรบ้างกันครับ 

ประกันภัย คืออะไร

ประกันภัยคืออะไร

          ประกันภัยหมายถึง “สัญญาที่จะจ่ายสินไหมทดแทนสำหรับการสูญเสียบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แลกกับการจ่ายเงินเป็นงวด ๆ โดยประกันภัยออกแบบมาเพื่อปกป้องความมั่นคงทางการเงินของบุคคล บริษัท หรือองค์กรใด ๆ ก็ตาม ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน” โดยประกันภัยคือการบริหารความเสี่ยงของทรัพย์ต่าง ๆ ที่เรามีอยู่แล้ว เช่น ชีวิตเรา รถยนต์ บ้าน หรือพนักงานบริษัทที่ถือเป็นทรัพยากรบุคคลของบริษัทที่จะมีสวัสดิการให้ตามแต่ที่กำหนด โดยเป็นการบริหารความเสี่ยงจากเรา (ผู้เอาประกันภัย) ไปยังบริษัทประกันภัย โดยจะเป็นทางเลือกที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการสูญเสียหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์ต่าง ๆ เนื่องจากเราจะจ่ายเบี้ยประกันรายปีหลักพัน แต่อาจจะได้ความคุ้มครองหลักล้าน

          เพราะฉะนั้นเเล้ว การทำประกันภัยจึงเท่ากับการตกลงทำสัญญาระหว่าง ผู้ให้ประกัน กับ ผู้เอาประกัน โดยผู้ให้ประกันต้องจ่ายเงินให้กับผู้เอาประกันจำนวนหนึ่งตามกรมธรรม์ประกันภัยหากเกิดเหตุการณ์ตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยขึ้น ส่วนผู้เอาประกันต้องจ่ายเงินในรูปแบบเบี้ยประกันภัยตามระยะเวลาที่กำหนด โดยส่วนใหญ่ ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายค่าเสียหายบางส่วน (เรียกว่า ค่าเสียหายส่วนแรก) และผู้ให้ประกันเป็นผู้จ่ายที่เหลือทั้งหมดภายใต้วงเงินทุนประกัน

วิธีการทำประกัน

ขั้นตอนการทำประกัน

          ขั้นตอนการทำประกันบางครั้งจะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่บริษัท แต่โดยส่วนใหญ่นั้น ขั้นตอนแรกเราจะต้องเลือกรูปแบบของกรมธรรม์ที่เราพอใจก่อน เริ่มจากรูปแบบประกันภัย ความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้รับ ระยะเวลาที่คุ้มครอง จากนั้นจึงมาดูว่าแบบประกันที่เราจะเลือกนั้นต้อง จ่ายเป็นประกันรายปีหรือรายเดือน เราหรือผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกัน ซึ่งเบี้ยประกันนั้นจะครอบคลุมเป็น "รายปีแบบวันชนวัน" โดยการคุ้มครองจะเริ่มตั้งแต่วันที่มีการจ่ายค่าเบี้ยเลย (ยกตัวอย่างการนับแบบวันชนวัน) 

ในบางกรณีก็จะต้องมีการตรวจสอบทรัพย์สินก่อน ในกรณีที่ทุนประกันเยอะ ผู้เอาประกันจะต้องตอบแบบสอบถามวงเงินสูง เพื่อบอกถึงแหล่งที่มาของเงิน ถ้าตรงตามที่เงื่อนไขกำหนดก็จะเริ่มมีการพูดคุยกำหนดวันจ่ายประกัน แต่ในบางกรณีก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบทรัพย์ก่อนแต่อย่างใด หลังจากนั้นเราก็จะใช้ชีวิตอย่างปกติไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ถือว่าดีไป แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์ที่เราทำประกันไว้ โดยความเสียหายจะต้องอยู่ในเงื่อนไขของการทำประกันหรือความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยด้วย บริษัทประกันภัยก็จะต้องจ่ายค่าเสียหายภายในวงเงินที่เราทำไว้ โดยปกติแล้วค่าเบี้ยจะแปรผันตามทุนประกันที่บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าเสียหายให้

ประกันภัยคอนโด

ประกันภัยคอนโดคืออะไร

          ทีนี้มันก็จะมีความแตกต่างระหว่างประกันภัย ประกันชีวิต และประกันภัยคอนโดอยู่มากพอสมควร แต่ในวันนี้เราจะขอพูดถึงเฉพาะแค่ในส่วนของประกันภัยคอนโดเท่านั้น ซึ่งประกันภัยคอนโด สามารถแบ่งกรรมสิทธิ์ของประกันภัยคอนโดออกได้เป็น 2 ส่วนคือ กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนกลาง และ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล นั่นเองครับ เพราะว่าในการอยู่อาศัยในคอนโดจริง ๆ ตัวผู้อยู่อาศัยก็จะมีสิทธิทั้งในพื้นที่ในยูนิตของตนเองและพื้นที่ส่วนกลางด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้ประกันภัยคอนโดเกิดความซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย เดี๋ยวเรามาค่อย ๆ ดูกันไปทีละส่วนครับ

1. กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนกลาง

          ทรัพย์สินส่วนกลาง หมายถึง โครงสร้างภายนอก รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางคอนโด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร สระว่ายน้ำ พื้นที่ดาดฟ้า ฟิตเนสภายในคอนโดเป็นต้น ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางนี้จะอยู่ในความดูแลของนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งจะมีหน้าที่คอยดูแลความเรียบร้อย และดูแลกฎระเบียบภายในอาคารเท่านั้น

2. กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนบุคคล

          กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนบุคคล หมายถึง ยูนิตห้องพักอาศัย ตามที่มีระบุไว้ในโฉนดที่เราได้รับจากผู้ประกอบการเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อบแล้ว ซึ่งในโฉนดก็จะระบุ รายละเอียดของห้องพัก ขนาดของห้องพัก ความกว้างความยาว พื้นที่ใช้สอยบริเวณระเบียง และถ้าคอนโดบางแห่งที่ซื้อคอนโดและรวมถึงที่จอดรถด้วย ภายในโฉนดก็จะระบุขนาดที่จอดรถลงไปด้วยเช่นกัน

          เพราะคอนโดมิเนียมมีหลายส่วน ประกันภัยคอนโดมิเนียม ก็ต้องมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าจะคุ้มครองและครอบคลุมถึงส่วนใดบ้าง และในการครอบคลุมแต่ละส่วนนั้นก็จะแยกออกเป็นแต่ละกรณีลงไปอีก บางส่วนครอบคลุมในเรื่องของอุบัติเหตุ บางส่วนครอบคลุมในเรื่องของวินาศภัยต่าง ๆ ส่วนในห้องพักก็อาจจะครอบคลุมเยอะกว่าพื้นที่ส่วนกลางหน่อย ตรงนี้ต้องไปดูเงื่อนไขของแบบประกันกันอีกทีครับ 

ทำประกันภัยคอนโด

เรามีประกันภัยคอนโดอยู่แล้วหรือไม่ !!?

          โดยปกติแล้ว Developer และผู้รับเหมาที่ทำการก่อสร้างคอนโด จะมีการทำประกันเอาไว้อยู่แล้ว ฉะนั้นลูกบ้านที่เขาอยู่หลังจากตึกเสร็จจะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยคอนโดนั้นตามเงื่อนไขที่ Developer ระบุเอาไว้ หลังจากที่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ครั้งแรกเกิดขึ้น แต่พอหลังจากนั้น เมื่อ Developer หมดวาระที่จะทำหน้าที่ดูแลลูกบ้าน เเละเปลี่ยนมือไปยังนิติบุคคลที่จัดหามา ก็จะมีการตกลงเรื่องข้อมูลต่าง ๆ กันใหม่ และข้อมูลดังกล่าวนี้รวมไปถึงเรื่องของประกันภัยคอนโดด้วย โดยจะมีการตกลงกันระหว่าง Developer กับ นิติบุคคลอาคารชุด หรือบางโครงการอาจมีตัวแทนลูกบ้านเข้าร่วมด้วยครับ 

          ซึ่งในส่วนของค่าใช้จ่ายทำหรับการทำ ประกันภัยคอนโดมิเนียม ที่จัดทำโดย Developer จะมีการเก็บค่าเบี้ยจากลูกบ้านอยู่แล้ว ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ขนาดห้องที่ระบุอยู่ในโฉนด คล้าย ๆ กับการเก็บค่าส่วนกลางเลยครับ แต่เงินค่าประกันภัยคอนโดจะแยกออกมาต่างหาก ไม่ได้เก็บรวมอยู่ในค่าส่วนกลางหรือกองทุนแต่อย่างใด ซึ่งโดยส่วนส่วนมากแล้วจะนิยมเก็บเงินค่าประกันภัยคอนโดกันในวันที่โอนกรรมสิทธิ์เลย แต่มันก็จะมีกรณียกเว้นเพื่อความสะดวกที่ Developer หรือนิติบุคคลอาคารชุดจะคำนวณค่าประันภัยคอนโดรวมไปกับค่าส่วนกลางเเล้ว
หรือยิ่งไปกว่านั้นในปีแรก ๆ อาจจะมีการออกค่าประกันภัยคอนโดให้ลูกบ้าน ตรงนี้ก็เเล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละโครงการครับ

ประเภทของประกันภัยคอนโด

          โดยในเริ่มแรก ประกันภัยคอนโดที่ Developer และนิติบุคคลอาคารชุดจัดทำให้ลูกบ้านจะครอบคลุมเฉพาะส่วนของโครงการและพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น โดยประกันหลักจะมีด้วยกัน 2 ตัว คือ All-Risk และ PL (Public Liability) ซึ่งในส่วนนี้อาจจะมีการซื้อประกันภัยภายในห้องพักสำหรับในกรณีที่มี Defect ที่ประกันหลักไม่ได้คุ้มครอง ก็จะจ่ายเบี้ยเพื่อมเท่าไหร่ว่ากันไป โดยเวลาเอาประกันก็จะอยู่ที่ 1 ปีหลังจากมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องแรก ซึ่งในกรณีที่ซื้อคอนโดมิเนียมมือ 1 จากโครงการก็อาจจะสอบถามเรื่องประกันภัยคอนโดดังกล่าวว่าได้ทำไว้หรือไม่ ความครอบคลุมของประกันมีในส่วนห้องเราหรือไม่ หรือมีแค่ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนในกรณีคอนโดมือ 2 ก็จะสอบถามกับเจ้าของห้อง นิติบุคคลคอนโดประจำโครงการ หรือ Agency ที่ท่านติดต่ออยู่ ต่อไปเดี๋ยวเรามาดูกับครับว่าประกันหลักตามที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นนี้หมายถึงอะไร และครอบคลุมอะไรกันบ้าง

1. ประกันภัยการเสี่ยงภัยทุกชนิด (All Risks)

 ประกันภัยการเสี่ยงภัยทุกชนิด คือ ประกันภัยคอนโดที่คุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกกรณีที่จะเกิดขึ้นกับอาคาร ทั้งทรัพย์ส่วนกลาง ได้แก่ สิ่งปลูกสร้างโครงสร้างของตัวอาคาร รั้ว ฝ้าเพดาน ผนังโดยรอบ เครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึง ลิฟต์และงานระบบต่าง ๆ ส่วนทรัพย์ส่วนบุคคล ได้แก่ ห้องชุด และ เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งรายการนี้ “ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่ระบุไว้ในประกัน” บางโครงการระบุไว้ว่าคุ้มครองเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการแถมมาให้เท่านั้น ประกันภัยคอนโดแบบนี้บางโครงการคุ้มครองเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ Built-In หรือบางโครงการคุ้มครองหมดทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-In และลอยตัว ทั้งที่ทางโครงการแถมมาและซื้อเองภายหลัง แต่ไม่รวมของตกแต่งและเครื่องใช้ไฟฟ้า ตรงส่วนนี้จะคุ้มครองมากน้อยขึ้นอยู่กับตอนทำประกันนิติบุคคลได้กำหนดความคุ้มครองเป็นแบบไหน ถ้าคุ้มครองเยอะ ค่าเบี้ยประกันก็จะสูงตาม อย่างไรก็ตามค่าเบี้ยประกันภัยคอนโด ทางนิติบุคคลจะเป็นผู้พิจารณาให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ครับ

2. ประกันความรับผิดชอบต่อสาธารณชน (Public Liability)

          ประกันหลักตัวนี้อ่านชื่อแล้วดูอลังการดีนะครับ โดยประกันความรับผิดชอบต่อสาธารณชน คือ ประกันภัยคอนโดต่อบุคคลภายนอก เช่น คุ้มครองในกรณีสิ่งของจากในคอนโดเราตกใส่รถบุคคลอื่นทำให้เกิดความเสียหาย เป็นต้น ส่วนผนังรอบห้องของเรามีวิธีดูว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล หรือ พื้นที่ส่วนกลางดังต่อไปนี้

  • ผนังที่กั้นระหว่างห้องชุดของเรากับห้องชุดข้าง ๆ ให้คิดเนื้อที่ของผนังครึ่งหนึ่งเป็นเนื้อที่ของห้องชุด
  • ผนังที่กั้นระหว่างห้องชุดกับพื้นที่ส่วนกลาง ให้คิดผนังทั้งหมดเป็นเนื้อที่ห้องชุด
  • ผนังห้องชุดที่อยู่ภายนอกอาคาร ให้คิดเนื้อที่ผนังทั้งหมดเป็นพื้นที่ส่วนกลาง

          พื้นที่บางจุดที่คาบเกี่ยวระหว่าง พื้นที่ส่วนบุคคล หรือ พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ท่อน้ำดี, ท่อน้ำทิ้ง, ท่อไฟฟ้า, อุปกรณ์ใต้เพดาน และ ใต้พื้นห้อง มีวิธีดูง่าย ๆ ว่า ถ้าเราสามารถใช้ประโยชน์กับพื้นที่นั้น ๆ ได้เพียงคนเดียว เรา ย้าย ทุบ เจาะ แล้วไม่เดือดร้อนใครให้ถือเป็น “พื้นที่ส่วนบุคคล” แต่ถ้าเป็นส่วนที่เราต้องใช้ประโยชน์ร่วมกันกับคนอื่น ๆ พื้นที่ตรงนั้นถือเป็น “พื้นที่ส่วนกลาง”

*ขอบคุณข้อมูลจาก AXA ประกันภัย

กู้เงินซื้อคอนโด

การกู้เงินเพื่อซื้อคอนโดมิเนียมกับประกันภัยคอนโดมิเนียม

          โดยปกติถ้าผู้ซื้อคอนโดมิเนียมมีการกู้เงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อกู้ซื้อคอนโดมิเนียมสักห้องหนึ่ง ไม่ว่าจะกู้ในจำนวนมากน้อยเท่าไรก็ตาม ทางธนาคารจะเสนอให้ผู้กู้ทำประกันภัยคอนโดมิเนียมกับธนาคาร ในทางทฤษฎีแล้วไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแต่อย่างใด แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่เลือกที่จะทำประกันภัยคอนโดไปพร้อมกับตอนกู้สินเชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ครอบคลุมสำหรับประกันอัคคีภัยเป็นอย่างน้อย เผื่อผู้กู้มีเหตุสุดวิสัยหรือไม่คาดฝัน ธนาคารที่ผู้กู้ติดต่อไว้จะสามารถไปเอาประกันได้จากบริษัทประกันนั้น ๆ แทน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เป็นการป้องกันความเสียงของธนาคารที่ให้กู้นั่นเอง ซึ่งความจริงแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องทำประกันภัยคอนโดกับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ผู้กู้ขอสินเชื่อเอาไว้ แต่สามารถทำประกันภัยคอนโดกับธนาคาร สถาบันการเงิน หรือบริษัทประกันอื่น ๆ แล้วเอากรรมธรรม์หรือเอกสารอื่น ๆ ไป ยื่นประกอบการกู้ (OD) ต่อธนาคารที่กู้ได้ และบางที่ยังต้องการเอกสารประกันชีวิตของผู้กู้อีกด้วย

ประกันอัคคีภัย

อยู่คอนโดจำเป็นต้องทำประกันอัคคีภัยคอนโดเพิ่มหรือไม่ !!?

          เรื่องประกันอัคคีภัยของคอนโดเป็นเรื่องที่ลูกบ้านจะต้องทำความเข้าใจให้ดี ๆ เลยนะครับ เพราะว่าหลายคนเข้าใจผิดและคิดว่าประกันอัคคีภัยจะคุ้มครองแม้กระทั่งเหตุอัคคีภัยนั้นเกิดขึ้นภายในห้องพักอาศัยของเราด้วย แต่จริง ๆ แล้ว เราจะได้รับเงินชดเชยจากประกันอัคคีภัยของคอนโด ต่อเมื่อเกิดอัคคีภัยที่เกิดความเสียหายทั้งอาคารเท่านั้น แต่ถ้าหากอยากอุ่นใจขึ้นเเละได้รับความคุ้มครองอัคคีภัยในห้องด้วย จะต้องมีค่าเบี้ยเพิ่มเติมครับ ตรงนี้สามารถสอบถามกับนิติบุคคลอาคารชุดที่ดูแลเราได้เลย 

          และนอกจากนี้ทุกคนรู้ไหมครับว่า ประกันอัคคีภัยคอนโดนั้น ถ้าหากเกิดอัคคีภัยขึ้นกับตัวอาคาร เราก็จะไม่ได้ค่าชดเชยในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ในห้องของเราอยู่ดีหากไม่ได้ซื้อประกันอัคคีภัยภายในห้องเอาไว้ เพราะโดยปกติแล้วประกันอัคคีภัยคอนโดจะครอบคลุมในส่วนของตัวอาคารเเละพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น แต่ถ้าหากใครกังวลว่าเราจะซื้อประกันส่วนนี้เพิ่มเติมจากไหน ให้ลองสอบถามจากธนาคารในกรณีที่เรากู้เงินเพื่อมาซื้อคอนโดก่อนครับ เพราะส่วนใหญ่ธนาคารจะมีประกันอัคคีภัยในส่วนของตัวห้องมาแนะนำกับผู้กู้อยู่แล้ว ก็ลองดูเงื่อนไขว่าเราพอใจที่จะซื้อประกันตรงนี้เพิ่มเติมหรือเปล่า เป็นทางเลือกที่สะดวกดีครับ 

ความครอบคลุมของประกันคอนโด

ประกันภัยคอนโดครอบคลุมอะไรบ้าง

กรมธรรม์ประกันภัยคอนโดโดยทั่วไปแล้วจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือปัจจัยภายนอกหรือภัยธรรมชาติตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินทุนประกัน เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยจากอากาศยาน ภัยเนื่องจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม) และภัยจลาจล เป็นต้น และคุ้มครองความเสียหายจากการลัดวงจรต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีรอยไหม้ แต่จะไม่คุ้มครองในกรณีที่เกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ซึ่งผลประโยชน์ที่จะได้รับก็จะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของภัย

          ซึ่งถ้าถามว่าประกันภัยคอนโดมิเนียมจำเป็นหรือไม่ สำหรับคนซื้อคอนโดมิเนียมสักห้องหนึ่ง คำตอบคือแล้วแต่ว่าคุณมีทรัพย์สินในห้องเยอะแค่ไหนแล้วคุณต้องการป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ หรือไม่ เพราะการซื้อประกันเป็นการป้องกันความเสี่ยงชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในข่ายเดียวกับการซื้อบ้านพักอาศัย เนื่องจากคุณลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่ง คือเป็นทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ (Immobility) ทำให้อาจจะไม่มีความเสี่ยงเท่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถจักรยานทั่วไป แต่การที่ทรัพย์เคลื่อนที่ไม่ได้นี่แหละ ก็จะเป็นความเสี่ยงที่จะเป็นอะไรก็ไม่อาจทราบได้ เพราะไม่ได้ติดระบบเหมือนรถยนต์ที่เวลาน้ำมันหมดก็จะขึ้นสีแดง หรือเราไม่คาดเข็มขัดนิรภัยก็จะส่งเสียงเตือน เป็นต้น

          แต่บ้านหรือคอนโดมิเนียมไม่ได้มีระบบติดตั้งให้ร้องเตือนได้เวลามันจะผุพังหรือสึกหรอที่จุดไหน วิธีที่พอจะสามารถทำได้คือการติดตั้งสัญญาณตรวจจับควันไฟ และสัญญาณกันขโมยแบบซุปเปอร์เซฟให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในยูนิตห้องพัก ไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่างบานเล็กบานน้อย หรือปัจจุบันนิยมติดกล้อง CCTV ไว้ที่หน้าบ้านเพื่อส่องคนกดออดหน้าประตู หรือจะติดไว้ภายในบ้านเพื่อส่องดูสัตว์เลี้ยงด้วยความเป็นห่วงเท่านั้นก็ได้ ซึ่งประกันภัยคอนโดเสริมในช่วงหลัง ๆ นี้มีการครอบคลุมไปถึงประกันอุบัติเหตุอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดฝนตกหนักมากแล้วน้ำซึมไหลเข้าห้อง ทำให้พื้นไม้ลามิเนตบวม แบบนี้ก็สามารถเคลมได้เหมือนกันนะ

*ขอบคุณข้อมูลจาก AXA ประกันภัย

ประกันภัยเสริม

ประกันภัยคอนโดเสริมมีอะไรบ้าง

          นอกจากประกันภัยคอนโดหลักแล้วยังมีการขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนที่ประกันภัยหลักไม่ครอบคลุม โดยจะต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มตามความต้องการของรายละเอียดความคุ้มครอง เป็นการตอบโจทย์ของเจ้าของคอนโดที่ต้องการความปลอดภัยและรับประกันความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าความเสียหายอยู่นอกเหนือจากรายละเอียดที่ระบุไว้ในประกันหลัก นั่นหมายความว่าเราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเอง การเพิ่มทุนประกันหรือความคุ้มครองจะมีหลากหลายหัวข้อ โดยแต่ละหัวข้อก็จะมีวงเงินประกันภัยคอนโดที่แตกต่างกัน เช่น

  • ขยายความคุ้มครองเพิ่มเติม จากความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า และการลักทรัพย์ที่ปรากฎร่องรอยงัดแงะ
  • การประกันภัยเงิน จากการสูญเสียของเงินภายในสถานที่ตั้งหรือเก็บทรัพย์สินที่เอาประกันภัย อันเกิดจากการชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์
  • การประกันภัยความรับผิดส่วนบุคคลภายในประเทศไทย จากความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย การบาดเจ็บ เจ็บป่วยหรืออนามัยบุคคลภายนอก และ/หรือต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • การประกันภัยการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คุ้มครองการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากไฟไหม้ ชิงทรัพย์ หรือการปล้นทรัพย์ ณ สถานที่เอาประกันภัย
  • การประกันภัยเงินชดเชยสำหรับลูกจ้างในบ้าน เช่น การประกันภัยเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ
  • การประกันภัยกระจก (กระจกที่ติดตั้งถาวร) เนื่องมาจากสาเหตุภัยธรรมชาติ ได้แก่ ภัยแผ่นดินไหว ภัยน้ำท่วม ภัยลมพายุ ภัยลูกเห็บ และ/หรืออุบัติเหตุ
  • คุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับการบาดเจ็บหรือตายของสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว หรือนกของผู้เอาประกันภัย อันเนื่องมาจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า การเฉี่ยวและ/หรือชนของยวดยานพาหนะ หรือแผ่นดินไหว ภายในสถานที่เอาประกันภัย
  • ความเสียหายหรือสูญหายของอุปกรณ์แบบพกพาที่อยู่ในสถานที่เอาประกันภัย อุปกรณ์แบบพกพา เช่น โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายภาพ หรือกล้องวีดีโอ
  • น้ำท่วม คุ้มครองทรัพย์สินที่ได้เอาประกันภัยไว้ อันเกิดขึ้นจากภัยน้ำท่วม

          ทีนี้เรามาดูกันว่าสำหรับประกันภัยคอนโดเสริมนั้นมีค่าเบี้ยประกันภัยเท่าไหร่บ้างและคุ้มครองแค่ไหน สำหรับตัวอย่างนี้เอามาจาก AXA ที่มีค่าเบี้ยเริ่มต้นเพียง 785 บาท คุ้มครองสูงสุดที่ 500,000 บาท ส่วนรายละเอียดการคุ้มครองจะเน้นไปที่การคุ้มครองอย่างไฟไหม้ เป็นหลักซึ่งไม่ได้รวมน้ำท่วม แต่ที่น่าสนใจคือมีเงินชดเชยค่าเช่าที่อยู่อาศัยชั่วคราวด้วย ซึ่งแนะนำว่าคุณควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยคลิกที่นี่ เลยครับ

*ขอบคุณข้อมูลจาก AXA ประกันภัย

ประกันภัยคอนโด ไม่ครอบคลุมเรื่องอะไร

ประกันภัยคอนโด ไม่ครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง !!?

          ส่วนนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผู้เอาประกันจะต้องศึกษาและอ่านรายละเอียดอย่างรอบครอบไม่ว่าจะเป็นการทำประกันในรูปแบบใดก็ตาม เพราะมันหมายความว่าหากเราจ่ายเบี้ยไปแล้ว สิทธิของผู้เอาประกันที่จะได้จากการทำประกันนี้จะครอบคลุมถึงส่วนใด และในกรณีไหนบ้าง เพื่อให้เราไม่เสียสิทธิในการในการได้รับเงินชดเชยหากเกิดอุบัติเหตุหรือไม่เกิดความเข้าใจผิดในกรณีที่ประกันฉบับดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมตามเงื่อนไขครับ โดยแต่ละบริษัทก็จะมีสิ่งที่ไม่ครอบคลุมแตกต่างกัน แต่หลัก ๆ แล้วจะเป็นดังนี้ครับ

  • ทรัพย์สินที่พกพาไปไหนมาไหนได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค วิทยุสื่อสาร เงินสด เช็ค เเละเอกสารต่าง ๆ เป็นต้น
  • ทรัพย์สินใด ๆ ที่อยู่ในการดูแลรักษาของผู้เอาประกันภัยในฐานะผู้ดูแลรักษา

ข้อจำกัดการซื้อประกันคอนโด

ข้อจำกัดของคอนโดมิเนียมที่สามารถซื้อประกันภัยคอนโดได้

          ประกันภัยคอนโดเองก็มีข้อจำกัด และไม่ใช่ว่าทุกโครงการทุกทำเลจะสามารถได้นะครับ ซึ่งถ้าหากเราซื้อคอนโดมิเนียมที่อยู่ในข้อจำกัดเหล่านี้ก็อาจจะเสีบยสิทธิในการเอาประกันได้

  • ยกเว้นคอนโดมิเนียมที่ใช้เพื่อการค้า ให้เช่า หรือแสวงหาผลกำไรใดๆ
  • ยกเว้นเขตอันตรายตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เช่น เยาวราช สำเพ็ง จักรวรรดิ ชุมชนแออัดคลองเตย เป็นต้น
  • พื้นที่ในเขต 4 จังหวัดทางภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส

ค่าใช้จ่ายการซื้อประกันภัยคอนโด

มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการซื้อประกันภัยคอนโดมิเนียม ?

          โดยปกติเเล้วค่าใช้จ่ายในการ ซื้อประกันภัยคอนโดมิเนียม จะสามารถเลือกปรับได้ตามความพอใจของผู้เอาประกันเลย มันขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกความคุ้มครองเท่าไหร่ ทรัพย์สินของเรามีมูลค่ามากน้อยแค่ไหน ค่าสิ่งปลูกสร้างเท่าไหร่ ซึ่งถ้าหากเข้าไปในเว็บไซต์ของบริษัทประกัน จะมีการซื้อประกันออนไลน์ที่สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ให้ดูได้ด้วย ก็จะสามารถเลือกได้ตั้งแต่ทุนประกัน และรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ที่สามารถปรับแต่งเพื่อขายความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนที่ประกันภัยหลักไม่ควบคุม สุดท้ายเเล้วก็จะได้เบี้ยประกันภัยที่เราจะต้องจ่ายต่อเดือนหรือต่อปีออกมา ซึ่งจะเป็นค่าประกันภัยสุทธิที่บวกภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์เรียบร้อยแล้วครับ

ข้อมูลประกันคอนโด

          สำหรับการกรอกมูลค่าสิ่งปลูกสร้างและมูลค่าทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้างจะมีหมายเหตุนิดนึงว่าหากทรัพย์สินรวมกันไม่เกิน 30 ล้านบาท จะไม่ต้องมีการตรวจสภาพก่อนการอนุมัติรับประกัน โดยการประเมินมูลค่าทรัพย์สินนั้นจะใช้แนวคิดทุนแบบ Replacement Value ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

1. ส่วนโครงสร้าง

          จะยึดตามราคาประเมินค่าก่อสร้างซึ่งกำหนดโดยมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย หรือ หน่วยงานคปภ. โดยจะใช้ราคาหากมีการก่อสร้างทดแทนหรือ Replacement value เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน

2. ส่วนห้องพัก

          จะใช้ราคาซื้อ-ขายคอนโด เป็นทุนประกันภัย หากเป็นคอนโดมือ 1 ที่ซื้อจากโครงการ ส่วนคอนโดมือสองที่ซื้อมาได้ระยะหนึ่ง จะใช้ราคาตลาด ณ เวลานั้น ๆ

3. ส่วนทรัพย์สินภายในห้องพัก

          จะเป็นการคำนวณค่าชดใช้ตามมูลค่าในการจัดหาทรัพย์สินมาทดแทน ซึ่งจะเป็นราคา ณ ปัจจุบัน ที่ทำการคำนวณจากแนวคิดที่หากต้องซื้อใหม่ ทำใหม่ จะเป็นราคาเท่าไร

Call Center ประกันภัย

เมื่อเกิดเหตุจะสามารถติดต่อพนักงานได้ที่ไหน และขั้นตอนการเอาประกันภัยคอนโดเป็นอย่างไร

          เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นลูกค้าสามารถโทรเข้าไปเอาประกันภัยคอนโดที่ Call Center ของแต่ละบริษัทหรือสถาบันการเงิน โดยจะมีการรับเรื่องไว้แล้วทางบริษัทประกันจะพิจารณาว่าความเสียหายนั้นรุนแรงมากหรือน้อย ต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้ามีความเสียหายที่ค่อนข้างหนักจะส่งเจ้าหน้าที่สำรวจ หรือ Surveyor เข้าไปดูหน้างาน แต่ไม่ใช่กับทุกกรณี โดยระยะเวลาการสำรวจจะต้องเข้าพื้นที่ภายใน 1 วัน เว้นแต่ทางเจ้าของห้องไม่สะดวกก็สามารถนัดหมายเป็นช่วงเวลาได้

          หากต้องมีการซ่อมแซม บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของห้องหาช่างที่รู้จักมาเสนอราคาค่าซ่อมแซม แล้วส่งใบเสนอราคาให้ทางบริษัทพิจารณา ส่วนการอนุมัติจะเต็มจำนวนหรือไม่นั้นจะมีการชี้แจงให้ทราบอีกครั้งหลังจากการประเมิน จากนั้นบริษัทจึงจะจ่ายเช็คหรือโอนเงินให้เจ้าของประกันภัยต่อไป ซึ่งเหตุผลที่ทางบริษัทประกันไม่หาช่างมาซ่อมให้แต่ให้เจ้าของห้องหาเองเพราะอาจมีปัญหาต่อไปในเรื่องของคุณภาพการซ่อมแซม 

          แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การติดต่อพนักงานก็ขึ้นอยู่กันบริษัทที่รับประกันภัยคอนโดด้วย ซึ่งในขณะที่เราอ่านสัญญาหรือตกลงจะทำประกันกับบริษัทใด ๆ ก็ควรสอบถามถึงวิธีการติดต่อพนักงานหากเกิดอุบัติเหตุและต้องการที่จะได้รับเงินประกันด้วยนะครับ

*ขอบคุณข้อมูลจาก AXA ประกันภัย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันคอนโด

รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยคอนโด

          คำถามที่มักจะพบบ่อยเีก่ยวกับประกันภัยคอนโดนั้น CondoNewb ได้รวบรวมมาจาก www.getto.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประกันภัยทุกรูปแบบเอาไว้ โดยคำถามยอดฮิตที่คนสงสัยมากที่สุดมีดังนี้ครับ

ถาม : ทรัพย์สินอะไรบ้างที่สามารถเอาประกันภัยคอนโดได้

ตอบ : ทรัพย์สินส่วนบุคคล เช่น เฟอร์นิเจอร์ กระเบื้อง ฝ้าเพดาน กระจก เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน

ถาม : เราควรทำที่ทุนประกันทรัพย์สินเท่าใหร่

ตอบ : การกำหนดทุนประกันภัยของทรัพย์สิน กำหนดโดยคำนวณคร่าวๆ ของราคาเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในห้อง (ไม่รวมเงินสด แก้วแหวนเงินทอง เพราะในทางประกันภัยถือเป็นข้อยกเว้น)

ถาม : ขอสินเชื่อธนาคาร และทางธนาคารจะบังคับให้ทำประกันแล้วจำเป็นต้องซื้อประกันเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินภายในห้องอีกหรือไม่

ตอบ : กรณีที่เราซื้อคอนโด โดยขอสินเชื่อกับธนาคาร ทางธนาคารจะเสนอให้ทำประกันภัยคอนโด โดยธนาคารเป็นผู้รับผลประโยชน์ โดยส่วนใหญ่การทำประกันนี้จะไม่รวมถึงทรัพย์สินภายในห้องพัก โดยปกติจะคุ้มครองเพียงสิ่งปลูกสร้าง คือตัวตึก ดังนั้นเพื่อความอุ่นใจ ประกันภัยคอนโดจึงจำเป็นเพื่อให้เรามั่นใจว่าจะได้ความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

ถาม : ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก คุ้มครองในกรณีไหนบ้าง

ตอบ : คุ้มครองความเสียหายของบุคคลภายนอก อันเกิดมาจากสาเหตุที่เราต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เช่น มีคนมาลื่นล้มในห้องเราเนื่องจากพื้นเปียกน้ำลื่น หรือ เราทำไฟไหม้และลามไปห้องอื่น เป็นต้น

          คงรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่าประกันภัยคอนโดคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรจะเห็นว่าการที่เราซื้อคอนโดไว้สักห้อง ไม่ว่าเราจะอยู่เองหรือปล่อยเช่า ย่อมต้องมีการซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือตกแต่งห้องเพิ่มเติมอยู่แล้ว หากใครคิดว่าประกันภัยคอนโดของนิติบุคคลที่ทำไว้ไม่เพียงพอต่อมูลค่าทรัพย์สินให้ห้องเรา ก็สามารถทำประกันภัยคอนโดเพิ่มเติมได้ตามวงเงินที่ต้องการเลย ซึ่งค่าประกันภัยคอนโดมิเนียมจะเป็นการประกันความเสี่ยงที่เข้าข่ายเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่ายนี่แหละครับ เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราจะมีความรู้เกี่ยวกับคอนโดและที่อยู่อาศัยอะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ

เรียบเรียงโดย NewbBENN