logo

ในซีรีส์ #นิวบ์ลงทุนคอนโด นั้น เราจะทำการวิเคราะห์ทำเลคอนโดตามโครงการคอนโดมิเนียมที่เราซื้อลงทุน ในทำเลแรก ที่ CondoNewb ได้ทำการวิเคราะห์ทำเลสุขุมวิทตอนปลายอย่างทำเลปุณณวิถี ซึ่งเป็นทำเลของโครงการ The Line Sukhumvit 101 กันมาเเล้ว ในบทความวิเคราะห์ทำเลคอนโดนี้ เราจึงเขยิบมาที่ทำเลถนนวิทยุ ที่เราได้ทำการเลือกคอนโดมิเนียมโครงการ Life One Wireless มาเป็นหนึ่งในซีรีส์ของเรา โดยเบื้องต้นจะขอพูดถึงประวัติความเป็นมา รวมถึงความสำคัญของถนนวิทยุตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก่อน เนื่องจากเป็นความชอบส่วนตัวเเละชีวิตประจำวันก็ค่อนข้างคลุกคลีกับถนนเส้นนี้อยู่พอสมควรด้วย

ถนนวิทยุ ถนนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันมีค่า

          ทุกคนเคยได้ยินชื่อ “พระยาภักดีนรเศรษฐ” หรือ "นายเลิศ เศรษฐบุตร" กันไหมครับ ประวัติศาสตร์ของถนนวิทยุเริ่มขึ้นจากตรงนี้ เนื่องจากพระยาภักดีนรเศรษฐ ถือเป็นบิดาแห่งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย คิดดูว่ามันเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2458 ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศไทยเพิ่งจะเริ่มพัฒนาเมืองหลวง พระยาภักดีนรเศรษฐเป็นเจ้าของที่ดินในทำเลถนนวิทยุ ได้แบ่งการจัดการที่ดินทุกผืนอย่างปราณีตและพิถีพิถัน อีกหนึ่งในเจ้าของรายแรก ๆ ที่ได้ครอบครองที่ดินเหล่านี้คือรัฐบาลอังกฤษ เพื่อนำไปสร้างเป็นสถานเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2465 นอกจากนี้ยังมีเหล่าตระกูลนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายครอบครัวซึ่งตกทอดมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทำเลถนนวิทยุ ถึงเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่หรูหรา รวมถึงมีความสำคัญระดับประเทศ เพราะเจ้าของมือแรก ๆ เป็นชนชั้นสูงที่ค่อนข้างร่ำรวย เป็นรัฐบาลจากต่างประเทศซึ่งซื้อเพื่อสร้างสถานเอกอัครราชทูต และยังมีวังคันธวาส ที่ปัจจุบันคือโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

แหล่งรวมสถานที่สำคัญอันมั่งคั่ง พร้อมแหล่งที่มาของชื่อ

ในปัจจุบัน มีหลายคนเปรียบเปรยว่า ถนนวิทยุ เปรียบเหมือนย่าน Billionaires' Row (บิลเลี่ยนแอร์ส โรว์) ในมหานครนิวยอร์ค ซึ่งเป็นการควบรวมระหว่างร้านอาหารชั้นนำ ตึกสำนักงานระดับ High-End แหล่งชอปปิ้ง โรงแรมหรู และสถานที่สำคัญระดับประเทศ เพราะตัวถนนวิทยุมีความยาวแค่ 2.6 กิโลเมตร ลากยาวจากถนนพระรามที่ 4 ผ่านถนนเพลินจิต และสุดที่ถนนเพชรบุรีก็จริง แต่ประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญมากมาย ประกอบไปด้วยสถานทูตจาก 22 ประเทศ ได้แก่

  • สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา
  • สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร (อังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์, ไอร์แลนด์เหนือ)
  • สถานเอกอัครราชทูตโคลอมเบีย
  • สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์
  • สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์
  • สถานเอกอัครราชทูตเวียดนาม
  • สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์
  • สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์
  • สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น
  • สถานเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์
  • สถานเอกอัครราชทูตอารับเอมิเรตส์ (UAE)
  • สถานเอกอัครราชทูตกาตาร์
  • สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐชิลี
  • สถานเอกอัครราชทูตอิตาลี
  • สถานเอกอัครราชทูตสาธารณะรัฐเช็ก
  • สถานเอกอัครราชทูตสาธารณะรัฐแอฟริการใต้
  • สถานเอกอัครราชทูตยูเครน
  • สถานเอกอัครราชทูตรัฐอุซเบกิสถาน
  • สถานเอกอัครราชทูตคอสตาริกา
  • สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์
  • สถานเอกอัครราชทูตฮังการี
  • สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์

          นอกจากนี้ทำเลถนนวิทยุ ยังมีโครงการ Mixed-use ที่ใหญ่ที่สุดซึ่งกำลังก่อสร้างอย่างโครงการ One Bangkok, โรงแรมหรู อย่าง The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok (ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล) และ Park Hyatt Bangkok (ปาร์ค ไฮแอท แบงค็อก) บนห้างสรรพสินค้าระดับ Luxury อย่าง Central Embassy (เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่) , มีโครงการที่อยู่อาศัยระดับ Luxury อย่าง Langsuan Village (หลังสวนวิลเลจ) และ 98 Wireless จากแสนสิริ, อาคารสินธร, Park Ventures รวมถึง All Seasons Place ฯลฯ

           อีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย เพราะนอกจากจะมีความสำคัญกับประวัติศาสตร์แล้วยังเป็นแหล่งที่มาของนามพระราชทานอย่าง “ถนนวิทยุ” อีกด้วย เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 6 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2463 เริ่มจากทิศใต้จากสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทยอย่างสวนลุมพินีที่ถนนพระรามที่ 4 ซึ่งตรงข้ามกันเป็นที่ตั้งของ “สถานีวิทยุแห่งแรกของประเทศไทย” (ปัจจุบันคือที่ตั้งของโครงการ One Bangkok) จึงได้มีการพระราชทานนามของถนนเส้นนี้ว่า “ถนนวิทยุ” นั่นเอง

มีอะไรบ้างบนถนนวิทยุ?

ทำเลวิทยุ

แผนที่ตัวนี้จะแสดงให้เห็นคือสถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่ตลอดแนวถนนวิทยุ และสถานที่สำคัญใกล้เคียงนะครับ รูปนี้จะทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่างจริง ๆ แล้วถนนวิทยุนั้นสั้น แต่อัดแน่นไปด้วยสถานที่สำคัญมากมายขนาดไหน เดี๋ยวเรามาไล่ดูไปเรื่อย ๆ พร้อมกันเลยครับ โดยจะขอเริ่มต้นจากด้านล่างสุดของแผนที่ อันเป็นจุดเริ่มต้นของถนนวิทยุกันก่อน

        ทุกคนจะสังเกตเห็นว่า จุดเริ่มต้นของถนนวิทยุนั้นจะต่อเนื่องกับถนนสาทรเลย ถ้าหากขับรถผ่านสาทรเข้ามาใจกลางเมือง ก็สามารถเข้าสู่ถนนวิทยุได้ทันที โดยบริเวณหัวถนนจะเป็นที่ตั้งของ “สวนลุมพินี” สวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่ทุกคนรู้จักกันดี ตรงข้ามกันที่เห็นเป็นพื้นที่โล่ง สีน้ำตาลอ่อน ๆ จะเป็นพื้นที่ก่อสร้างของโครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นโครงการ Mixed-use อภิมหาโปรเจ็คของ TCC ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกเลย

One Bangkok

โครงการ One Bangkok

ขยับไปอีกนิด บริเวณหัวมุมถนนวิทยุ ที่จัดกับถนนสารสิน จะเป็นที่ตั้งของ 140 Wireless Road ซึ่งก็เป็นโครงการ Mixed-Use ที่สร้างความฮือฮามากเช่นกัน โดยมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ Royal Orchestra Hall จำนวน 900 ที่นั่ง ซึ่งทางโครงการเคลมว่า มาพร้อมกับระบบเสียงที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย ส่วนอื่น ๆ ของอาคารก็จะเป็นสำนักงานให้เช่าครับ

140 Wireless Road

140 Wireless Road

 

ส่วนข้าง ๆ กันจะเป็นตึกสินทร หรือ Sindhorn Building ซึ่งเป็นตึกสำนักงานเก่าแก่ในย่านวิทยุเลย ซึ่งด้านหน้าตึกสินทรจะมี Community Mall ชื่อว่า Glasshouse ด้านในจะมีร้านอาหารและร้านกาแฟอยู่พอสมควร เป็นแหล่ง Lifestyle ของทำเลถนนวิทยุ ครับ

Glasshouse

Glasshouse

พอพูดถึงอาคารสำนักงานเเล้วละก็ จะไม่พูดถึง All Seasons Place ไม่ได้เลย ตัว All Seasons Place จะอยู่เยื้อง ๆ กันกับ Sindhorn Building ไปทางทิศเหนือนะครับ ถ้าใครเคยขับรถผ่าน ด้านหน้ากลุ่มอาาคารของ All Seasons Place จะมีน้ำพุขนาดใหญ่อยู่ด้วย ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในย่านธุรกิจของต่างประเทศเลย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นกลุ่มอาคารสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดบนทำเลถนนวิทยุ ก็ว่าได้ครับ ฉะนั้นพื้นที่ตรงนี้จึงค่อนข้างคึกคักและพลุกพล่าน เปรียบเสมือนเป็นแหล่งธุรกิจหลักของย่านนี้เลยก็ว่าได้

All Seasons Place

ทีนี้เรามาดูโครงการคอนโดมิเนียมบนถนนวิทยุกันบ้างนะครับ โครงการนี้เป็นหนึ่งในคอนโดหรูระดับ Ultimate Class เพชรเม็ดงามของกรุงเทพฯ ด้วย นั่นก็คือ 98 Wireless นั่นเอง ตอนนี้รู้สึกจะเป็นคอนโดมิเนียมที่ราคาแพงที่สุดในประเทศด้วยนะ ราคาต่อตารางเมตรจะอยู่ที่ 730,000 บาท / ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นของโครงการนี้จะอยู่ที่ 80 ล้านบาท

98 Wireless

98 Wireless

ไหน ๆ ก็มาดูคอนโดถนนวิทยุกันเเล้ว ก็ขอต่อด้วยคอนโดกันไปยาว ๆ เลยนะครับ บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต จะมีคอนโดอยู่โครงการหนึ่งที่จุดเด่นของโครงการก็คือ มีทางเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิตเลย นั่นก็คือ Noble เพลินจิต นั่นเองครับ 

noble ploenchit

Noble Ploenchit

ทีนี้เรามาดูทำเลถนนวิทยุ ทางฝั่งเหนือกันบ้างครับ โดยจะเริ่มตั้งแต่บริเวณ Central Embassy เป็นต้นไป ถนนตรงนี้จะเป็นวันเวย์นะทุกคน ซึ่งจะเป็นปลายถนนวิทยุที่ค่อนข้างสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนกับถนนวิทยุช่วงต้นเเละช่วงกลางเนอะ อาคารสูงก็ไม่ได้มีมากเท่าไหร่ เต็มไปด้วยผืนที่ดินเก่าขนาดใหญ่ที่เพิ่งเปลี่ยนผ่านเจ้าของ ทั้งที่ดินของสถานทูตสหราชอาณาจักร ที่ตอนนี้ถูกกลุ่มบริษัทเซ็นทรัลซื้อไป และที่ดินของโรงแรมปาร์คนายเลิศ ที่เครือโรงพยาบาลกรุงเทพฯ จะพัฒนาเป็นเมดิคัลฮับครับ ส่วนที่ดินเปล่าอีกผืนหนึ่ง ตอนนี้บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) เป็นเจ้าของอยู่ มีแผนที่จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม แต่ยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้แน่นอนครับ

ส่วนอีกหนึ่งคอนโดถนนวิทยุก็คือ Life One Wireless ที่เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น #นิวบ์ลงทุนคอนโด ของ CondoNewb ครับ ตัวโครงการ Life One Wireless จะอยู่เกือบปลายสุดของถนนวิทยุ ก่อนจะขึ้นสะพานข้ามคลองแสนแสบไปยังฝั่งถนนเพรชบุรี ตอนเปิดตัวฮือฮากันมาก คนตื่นเต้นกับแบรนด์ Life ของ AP บนทำเลนี้มาก ยิ่งพอทาง AP Thai เคลมว่า Life One Wireless จะเป็นมาตรฐานใหม่ของเเบรนด์ Life ในตัวต่อ ๆ ไป ก็ยิ่งน่าตื่นเต้นเข้าไปอีก เพราะโครงการนี้ทำออกมาได้สวยจริง ๆ

“ทำเลถนนวิทยุ” เป็นย่านที่ราคาที่ดินสูงที่สุดอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย

          จากหัวข้อที่แล้วเราจะเห็นได้ว่าตลอดแนวถนนวิทยุนั้นเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญมากมายในระยะแค่ 2.6 กิโลเมตร หากจินตนาการดูแล้วหลายคนอาจคิดว่ามันจะต้องแน่นมากจนไม่มีพื้นที่ดินแปลงเปล่าที่จะสามารถพัฒนาอะไรได้อีก แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะนอกจากจะมีการวนเวียนเปลี่ยนเจ้าของ ซื้อขายที่ดินกันอยู่ตลอดแล้ว ก็ยังมีแปลงที่ดินเปล่าให้ได้เห็นกันอยู่บ้างในด้านที่ติดกับถนนเพชรบุรี ซึ่งโครงการ Life One Wireless ของเราก็อยู่ในบริเวณนั้น 

          โดยล่าสุดถึงแม้ราคาประเมินที่ดินจะไม่ได้ว๊าวมาก แต่ราคาปิดดีลของที่ดินด้านหลัง Central Embassy (เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่) ซึ่งเดิมเคยเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชฑูตอังกฤษ ก็ถูกตีราคาไปได้เกือบถึง 2 ล้านบาท / ตร.ว. นับว่าเป็นตัวเลขที่สูง ไม่เสียชื่อถนนวิทยุแต่อย่างใด โดยเจ้าของใหม่ของที่ดินผืนนี้คือ บริษัทกลุ่ม Central Group (เซ็นทรัลกรุ๊ป) และ Hongkong Land ปิดประมูลไปที่ ราคา 19,000 ล้านบาท (เนื้อที่ 25 ไร่) โดยมีข่าวแว่วมาว่าเตรียมที่จะพัฒนาเป็นโครงการ Mixed-Use ต่อไป

          ส่วนที่ดินบริเวณตรงข้ามกับโครงการ Life One Wireless ของเรา ซึ่งเคยเป็นโรงแรม Swissotel Nai Lert Park Bangkok (โรงแรมปาร์คนายเลิศ) ก็ปิดดีลไปด้วยราคา ราว 2.1 ล้านบาท / ตร.ว. โดยเจ้าของใหม่คือกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ปิดประมูลไปด้วยราคา 12,800 ล้านบาท ซึ่งถึงแม้ตัวเลขจะไม่ได้สูงเท่าที่ดินของสถานทูตอังกฤษ แต่พอเทียบราคา / ตร.ว. แล้ว ที่ดินของโรงแรมปาร์คนายเลิศมีมูลค่าสูงกว่าครับ โดยกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ มีแผนจะพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้เป็นเมดิเคิลฮับ หรือศูนย์สุขภาพแบบครบวงจรในชื่อ BDMS Wellness Clinic  

แนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดถนนวิทยุ

จากข้อมูลล่าสุดที่เราได้มา (มิถุนายน 2563) ในทำเลถนนวิทยุเองนั้นไม่ได้มีคอนโดมิเนียมมากนัก ราคาที่ดินจึงเป็นข้อมูลที่ควบรวมไปกับย่านถนนชิดลม ถนนหลังสวน เเละถนนต้นสนด้วย โดยมีทั้งหมด 7 โครงการได้แก่

โครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่
  • Life One Wireless ราคาเฉลี่ย 185,000 บาท / ตร.ม.
  • Noble Ploenchit ราคาเฉลี่ย 290,000 บาท / ตร.ม.
  • 98 Wireless ราคาเฉลี่ย 730,000 บาท / ตร.ม.
  • 28 Chidlom ราคาเฉลี่ย 368,000 บาท / ตร.ม.
  • Q Chidlom - Phetchaburi ราคาเฉลี่ย 192,000 บาท / ตร.ม.
โครงการใหม่

          ซึ่งทุกโครงการคอนโดถนนวิทยุล้วนเป็นโครงการระดับ High Class - Ultimate Class ด้วยกันทั้งสิ้น มียูนิตรวมกันทั้งหมด 3,800 ยูนิต โดยราคาเฉลี่ยทั้งย่านอยู่ที่ 374,000 บาท / ตร.ม.

          ส่วนเรื่องแน้วโน้มของราคาที่ดิน ทั้งในย่านถนนวิทยุ - ชิดลม จากข้อมูลที่เราได้มา Capital Gain อยู่ที่ 3.6% ต่อปี (ในสถานการณ์ปกติ) นั่นหมายความว่า หากราคาที่ดินเฉลี่ยในปี 2563 อยู่ที่ 374,000 บาท / ตารางเมตร ในปี 2568 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า ราคาที่ดินจะพุ่งขึ้นไปสูงถึง 446,000 บาท / ตร.ม. ซึ่งเป็นธรรมชาติของย่านวิทยุและชิดลม ที่ Capital Gain จะสูงและปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          แต่ถ้าหากในปัจจุบัน จากปัญหาการระบาดของโรค COVID-19 ทำให้แนวโน้มของราคาที่ดินมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย นักวิเคราะห์ก็คาดการณ์ว่า เมื่อผ่านไป 5 ปีจนถึงปี 2568 ราคาอาจมาหยุดอยู่ที่ 411,000 บาท / ตร.ม. ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้ลดลงมากนัก และยังสามารถคาดหวัง Capital Gain จากการลงทุนได้อยู่

การเดินทางถนนวิทยุ

แยกวิทยุ

ภาพแยกวิทยุ

ถนนวิทยุ นอกจากภาพจำเรื่องย่านธุรกิจและย่านที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเเล้ว หลาย ๆ คนก็จำภาพถนนวิทยุว่าเป็นถนนเส้นสั้น ๆ ที่เชื่อมระหว่างถนนพระรามที่ 4 และถนนเพลินจิต มีต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวถนน เป็นถนนที่ใครขับรถผ่านแล้วก็จะรู้สึกร่มรื่นเเละรู้สึกว่าถนนเส้นนี้สวยงามเหลือเกิน ซึ่งตัวนิวบ์เอง ช่วงเด็ก ๆ ที่เข้ามาใจกลางเมือง ที่บ้านก็มักจะขับรถผ่านเส้นนี้ พอเลี้ยวเข้ามาจากถนนพระรามที่ 4 ก็จะเพลินมาก เหมือนกับว่าเราหลุดออกไปจากความวุ่นวายและตึกราแออัดต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ไปพักหนึ่งเลยทีเดียว

การเดินทาง ถนนวิทยุ

แผนที่การเดินทาง ถนนวิทยุ

จากแผนที่นี้จะเห็นได้ว่า ถนนวิทยุนั้นมีทั้งส่วนที่เป็นเลนแบบสวนกัน (ช่วงถนนพระรามที่ 4 - ถนนเพลินจิต) และช่วงที่เป็นวันเวย์ (ช่วงถนนเพลินจิต - ถนนเพชรบุรี) ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนสับสนหากต้องขับรถผ่านเส้นทางนี้ แต่ถ้าหากขับรถจนชินเเล้วจะพบว่า การเป็นมีถนนบางส่วนเป็นแบบวันเวย์นั้นช่วยแก้ปัญหารถติดได้ดีทีเดียว

เรื่องทางด่วนก็เป็นอีกประเด็นที่ใครหลาย ๆ คนไม่ทราบ ว่าจริง ๆ แล้วเราสามารถขึ้น – ลงทางด่วนเพื่อมาถนนวิทยุได้หลากหลายเส้นทาง ไม่ใช่แค่การขึ้น - ลงทางด่วนเฉลิมมหานครจากด่านพระรามที่ 4 เท่านั้น โดยถ้าหากขับรถบนทางด่วน มุ่งหน้าที่ดินแดง เราสามารถลงมางด่วนด่านพระรามที่ 4 เพื่อเลี้ยวเข้าช่วงต้นของถนนวิทยุได้ หรือจะลงทางด่วนด่านถนนเพชรบุรี (มุ่งหน้าประตูน้ำ) เเล้วเลี้ยวเข้าถนนชิดลม วิ่งตามวันเวย์เพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิทยุบริเวณจุดตัดกับถนนสุขุมวิทก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าหากใครขับรถบนทางด่วนมุ่งหน้าบางนา สามารถใช้จุดลงทางด่วนเพลินจิตฝั่งใต้ ตรงนี้รถจะวิ่งบนถนนดวงพิทักษ์ (ถนนเลียบโรงงานยาสูบ) แล้วมุ่งหน้าเข้าสุขุมวิท มาออกที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิตพอดิบพอดีเลย

ทำไม CondoNewb ถึงลงทุนคอนโดถนนวิทยุ

จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งมวลในข้างต้น ทั้งความอุดมสมบูรณ์ มูลค่าที่ดินในปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มของสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต มีส่วนมากที่ทำให้ตัดสินใจมองหาคอนโดในทำเลถนนวิทยุเพื่อลงทุน หลัก ๆ แล้วก็มีไม่กี่โครงการที่ราคาพอให้จับต้องและนำมาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของได้ โดยที่หนึ่งนั้นอยู่ติดกับ BTS เพลินจิต หากแต่ห้องที่เหลืออยู่โดนบล็อกวิวไปหมด และหวัง Capital Gain ได้ยาก เราจึงยอมที่จะเขยิบออกมาไกลจากตัวสถานี BTS อีกนิด จนมาเจอ Life One Wireless นั่นเเหละ

ตัว Life One Wireless เอง เราได้ห้องในชั้น 19 ซึ่งหันหน้ากลับมาทาง Central Embassy ในราคาโปรโมชั่น จัดว่าเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างดี มั่นใจได้ว่าจะยังไม่มีตึกไหนมาบังวิวเราได้แน่นอนในเร็ว ๆ นี้ หลังจากสืบราคาเช่าเเล้วคิดว่า หากปล่อยได้ในราคา 25,000 บาท / เดือนซึ่งถือว่าดีที่สุด ยอด Yield ก็ไม่ได้สูงมากนัก แต่หากเทียบกับ Capital Gain ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นค่อนข้างคุ้ม

เพราะอะไร? ก็เพราะว่าที่ดินในทำเลถนนวิทยุ นั้นค่อนข้างแน่นมาก เหลือพื้นที่เปล่าอยู่แค่ไม่กี่แปลง ซึ่งหากพัฒนาเป็นโครงการก็จะอาจไม่สามารถขายคอนโดมิเนียมในระดับราคาเท่านี้ได้อีก ฉะนั้น ยิ่งอัตราการเกิดคอนโดมิเนียมมีน้อยเท่าไหร่ ราคาของคอนโดมิเนียมที่มีอยู่แล้วก็จะยิ่งถูกบีบให้สูงขึ้นเป็นทวีคูน ประกอบกับธรรมชาติของที่ดินในทำเลถนนวิทยุที่สูงอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้ Capital Gain สูงตามไปด้วย ทำให้คาดหวังกำไรในอนาคตได้เยอะ

สรุปแล้ว การลงทุนคอนโดโครงการ Life One Wireless บนถนนวิทยุ เราอาจไม่ได้ห้องโปรฯ ที่ดีที่สุด อาจไม่ได้ห้องที่วิวสวยที่สุด หากแต่เมื่อเปรียบเทียบกับ Capital Gain ที่จะได้ ถือว่าคุ้มค่า และเรามั่นใจด้วยว่า ถึงแม้เราจะไม่ได้ห้องราคาถูกที่สุด แต่อย่างน้อย ราคาของเราดีกว่าอีก 70% ที่เหลือแน่นอน

และนี่ก็เป็นบทความเจาะลึกทำเลถนนวิทยุซึ่งเป็นหนึ่งในซีรีส์ #นิวบ์ลงทุนคอนโด ของ CondoNewb ใครที่ยังไม่เคยอ่านบทความอื่น ๆ สามารถติดตามได้ #นิวบ์ลงทุนคอนโด ใน Facebook : Condonewb ส่วนในบทความต่อ ๆ ไป จะเป็นคอนโดโครงการไหน หรือทำเลอะไร ติดตามที่เว็บไซต์อสังหา และการลงทุนคอนโดของเราได้เลยครับ