logo

          ในการลงทุนคอนโดระยะยาวในด้านของการปล่อยเช่าแล้ว สิ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือเรื่องของสัญญาเช่าคอนโดนั่นเอง ซึ่งไม่ว่าเราจะเป็นผู้ดูแลขั้นตอนการปล่อยเช่าคอนโดยูนิตที่เราเป็นเจ้าของอยู่ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน หรือจะเป็นการฝากปล่อยเช่าผ่านนายหน้าหรือเอเจนต์อสังหาฯ ก็ตาม เราในฐานะเจ้าของห้องก็จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาเช่าคอนโด เพื่อที่การปล่อยเช่าคอนโดห้องของเรานั้นเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดนั่นเอง

          ทั้งในส่วนของเงื่อนไขค่าเช่า ค่าธรรมเนียม เงินประกัน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมไปถึงระเบียบการพักอาศัย ทั้งระเบียบภายในห้องที่เรากำหนดขึ้นเองหรือระเบียบร่วมตามที่นิติบุคคลคอนโดกำหนดเอาไว้ เพื่อให้ทั้งผู้เช่าของเราและผู้พักอาศัยคนอื่น ๆ อยู่ร่วมกันได้โดยไม่รบกวนกัน หรือเกิดปัญหาระหว่างกันน้อยที่สุด ในบทความการซื้อคอนโดและการลงทุนคอนโด ฉบับนี้ซึ่งจะเป็นมุมมองในฝั่งของเจ้าของห้องผู้ปล่อยเช่าเป็นหลัก คอนโดนิวบ์จะพาผู้อ่านไปดูในเนื้อหาของสัญญาเช่าคอนโด เพื่อที่เราจะปล่อยเช่ายังไงให้แฟร์ทั้งสองฝ่าย ไม่ให้เราเองเสียเปรียบผู้เช่าหรือกลายเป็นการเอาเปรียบผู้เช่ากันครับ

. . . . . . .

          ในเนื้อหาของสัญญาเช่านั้นอาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นขนาดของห้อง ระดับ Segment คอนโด ของโครงการ กฎระเบียบต่าง ๆ ของทางนิติบุคคลคอนโดที่ดูแลอาคาร รวมถึงมูลค่าตั้งต้นต่าง ๆ ที่เราลงทุนไปกับคอนโดห้องนั้น ๆ เพื่อให้เข้าใจง่าย นิวบ์จะขอจำแนกเนื้อหาสัญญาเช่าคอนโดออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่

  • ส่วนที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับค่าเช่าและค่าใช้จ่าย
  • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบการอยู่อาศัย
  • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิทธิ์
  • ส่วนของเนื้อหาเพิ่มเติมที่ควรมี

          เพื่อให้ภายในรายละเอียดของสัญญาเช่าคอนโดของเรามีองค์ประกอบของเนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญอยู่ครบถ้วน ไม่ตกหล่น และเป็นการรักษาสิทธิและผลประโยชน์ทั้งของเราผู้ให้เช่าและเป็นเจ้าของห้องและผู้เช่าที่มาอยู่อาศัยและจ่ายค่าเช่าให้กับเราด้วยนั่นเอง

สัญญาเช่าเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย

1. สัญญาเช่าคอนโด ส่วนที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับค่าเช่าและค่าใช้จ่าย

1.1 การกำหนดข้อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายสัญญาเช่าคอนโด

          ในเรื่องของการปล่อยเช่าคอนโด นอกจากการกำหนดตั้งค่าเช่าให้เกิดกำไรแล้ว เงื่อนไขค่าใช้จ่ายยิบย่อยอื่น ๆ ในสัญญาเช่าคอนโด ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งในส่วนของค่าบำรุงส่วนกลาง ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า หรือค่าใช้จ่ายรายเดือนต่าง ๆ ควรจะตั้งเป็นข้อตกลงลงรวมไว้ในสัญญาเช่าคอนโดอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ทั้งเพื่อให้เข้าใจถูกต้องตรงกันทั้งสองฝ่าย ทั้งเราผู้ให้เช่าและผู้อยู่อาศัยที่มาเช่าว่า จะเป็นเราผู้ให้เช่าจะคอยชำระค่าธรรมเนียมเล็กน้อยต่าง ๆ เอง หรือจะให้ผู้เช่ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายเดือนเหล่านี้เอง เป็นต้น

          นอกจากนี้ในสัญญาเช่าคอนโดยังมีเรื่องของค่ามัดจำการเช่า ค่าประกันทรัพย์ภายในห้องเสียหายต่าง ๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เราตกแต่งคอนโดไว้ก่อนปล่อยเช่า และค่าปรับต่าง ๆ เป็นต้น โดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นคอนโดหรืออะพาร์ตเม้นต์จะเรียกค่ามัดจำอย่างน้อยในจำนวนตั้งต้นที่

  • เงินมัดจำและเงินประกัน เท่ากับ ค่าเช่า 2 เดือน
  • ค่าเช่าล่วงหน้าก่อนย้ายเข้า 1 เดือน

ตัวอย่าง ค่าเช่าคอนโดเดือนละ 15,000 บาท หมายความว่าผู้เช่าต้องชำระเงินมัดจำและเงินประกันเป็นจำนวน 2 เดือนของค่าเช่า และ ค่าเช่าล่วงหน้าอีก 1 เดือน รวมเป็น (2 x 15,000) + 15,000 = 45,000 บาท

          เท่ากับว่าก่อนย้ายเข้าผู้เช่าจะต้องชำระเงินมัดจำพร้อมเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้าเท่ากับค่าเช่าจำนวน 3 เดือนนั่นเอง ตามกฎหมายควบคุมค่าเช่าที่อยู่อาศัย ปี 2562 ที่ระบุให้ผู้เช่าสามารถเก็บค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันรวมไม่เกิน 3 เดือนของค่าเช่าต่อเดือนครับ

          ส่วนค่าปรับต่าง ๆ อาจกำหนดไว้ในกรณี เช่น ผู้เช่าจ่ายค่าเช่าล่าช้าเกินกำหนดกี่วัน หรือค่าปรับกรณีผู้เช่าทำผิดกฎนิติบุคคลคอนโด หรือสร้างความรบกวนเดือดร้อนกับเพื่อนบ้านเจ้าของร่วมห้องอื่น เป็นต้น โดยอาจตั้งค่าปรับกรณีจ่ายค่าเช่าล่าช้าเป็นอัตราต่อวัน วันละ 100 บาท หรือ มากกว่าตามแต่จะกำหนดครับ

          นอกจากนี้อาจมีการกำหนดส่วนค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ส่วนกลางคอนโด ค่าปรับและค่าเสียหายจะขึ้นอยู่กับทางนิติบุคคลกำหนด หรือค่าเสียหายของเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง นิวบ์จะขอแยกเล่าในหัวข้อถัดไปครับ

          ในส่วนของการคืนเงินประกันหลังผู้เช่าย้ายออกนั้น สามารถกำหนดจำนวนวันคืนหลังย้ายออกประมาณ 7 วัน เพื่อให้เราได้มีเวลาตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องตามหัวข้อที่จะกล่าวถัดไปครับ

สัญญาเช่าคอนโดกับการทำรายการเฟอร์นิเจอร์

1.2 การทำบันทึกรายการเฟอร์นิเจอร์ในสัญญาเช่าคอนโด

          เป็นอีกเอกสารจำเป็นในขั้นตอนการปล่อยเช่า เนื่องจากเราต้องตกแต่งห้องคอนโดของเราให้พร้อมเข้าอยู่ก่อนปล่อยเช่าอยู่แล้วเพื่อให้ผู้เช่าสามารถย้ายเข้าอยู่ได้แทบจะทันทีหลังเซ็นสัญญาเช่าคอนโด โดยรวบรวมเป็นตารางรายการเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในห้องทั้งหมด พร้อมเก็บบันทึกภาพถ่ายสภาพปัจจุบันของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยรวบรวมเป็นหมวดย่อยหรือแบ่งตามห้องต่าง ๆ เช่น

  • สภาพโดยรวมของห้อง เช่น สีผนัง วัสดุพื้น ผ้าม่าน หลอดไฟ เป็นต้น
  • เฟอร์นิเจอร์ Built-In ต่าง ๆ เช่น ตู้ ชุดครัว ห้องน้ำ สุขภัณฑ์ เป็นต้น
  • เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เช่น โซฟา ฟูกที่นอน โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมระบุยี้ห้อ รุ่น และขนาด เช่น TV ขนาด 40 นิ้ว ยี้ห้ออะไร รุ่นอะไร เป็นต้น
  • ของตกแต่งเล็กน้อยอื่น ๆ เช่น กรอบรูป กระจก ชุดเครื่องนอน พรมปูพื้น เป็นต้น

          ซึ่งในรายการเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้สามารถระบุมูลค่ารายชิ้นและกำหนดค่าปรับและค่าซ่อมแซมกรณีเกิดความเสียหาย ให้สามารถควบคุมมูลค่าที่ชัดเจนภายในห้องคอนโดของเราได้ด้วยนั่นเอง เช่น เก้าอี้ห้องรับประทานอาหาร มูลค่า 600 บาท หากเกิดความเสียหลายเช่น ขาเก้าอี้หัก กำหนดค่าซ่อมจุดละ 50 บาท หรือค่าเปลี่ยนชิ้นเก้าอี้ตามมูลค่าของเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

          ทั้งนี้เพื่อให้เราสามารถควบคุมงบประมาณการปรับปรุงห้องหลังผู้เช่าเดิมย้ายออก และตรวจสอบจำนวนของทรัพย์สินภายในห้องให้ครบตามรายการ และความสมบูรณ์ของสิ่งของแต่ละชิ้น หากมีการสูญหายหรือมีความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์สินหลายชิ้น เราจะสามารถตั้งยอดค่าปรับกับผู้เช่าได้อย่างชัดเจนและเรียกริบค่าประกันที่ผู้เช่าจ่ายไว้ได้ โดยไม่ถือเป็นการเอาเปรียบผู้เช่าเกินจริงอีกด้วย ซึ่งในส่วนนี้ก็เหมือนเป็นการคุมวินัยการอยู่อาศัยของผู้เช่าให้ดูแลและทะนุถนอมเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องของเราอีกด้วย

2. สัญญาเช่าคอนโด ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบการอยู่อาศัย

2.1 สัญญาเช่าคอนโดควรชี้แจงระเบียบและข้อกำหนดการอยู่อาศัยภายในห้อง

          เพื่อเป็นการคัดเลือกลักษณะนิสัยของผู้เช่าไปในตัว เราจำเป็นที่จะต้องตั้งกฎเกณฑ์หรือข้อตกลงรวมกันในการใช้ห้องคอนโดของเราเพื่ออยู่อาศัย ว่ากิจกรรมหรือพฤติกรรมอะไรบ้างที่อนุญาตให้ทำได้หรือมีขอบเขตของการใช้งาน เช่น

  • ไม่อนุญาติให้ผู้เช่าสูบบุหรี่ภายในห้อง และต้องออกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียงเท่านั้น
  • เรื่องการเลี้ยงสัตว์ภายในคอนโด (อาจตรวจสอบกับกฎระเบียบของทางนิติบุคคลคอนโดอีกครั้งหนึ่ง)
  • หากคอนโดเป็นแบบครัวเปิด อาจกำหนดเรื่องห้ามผู้เช่าประกอบอาหารที่มีกลิ่นแรง เป็นต้น
  • กำหนดห้ามการปล่อยเช่าช่วง หรือการให้เช่าซ้อน เช่น เราผู้เป็นเจ้าของห้อง ปล่อยเช่าให้กับ A ซึ่งเป็นผู้เช่าโดยตรง เราต้องกำหนดห้ามไม่ให้ A ปล่อยเช่าช่วงต่อย่อยกับ B อีกทอดหนึ่ง โดยที่ A อาจจะอยู่อาศัยเองด้วยหรือไม่ก็ตาม เป็นต้น
  • หาก B จะต้องเป็นผู้เช่าอยู่อาศัยร่วมกับ A ต้องทำสัญญาเช่าหรือลงชื่อร่วมในสัญญาเช่ากับเราผู้เป็นเจ้าของห้องโดยตรงเท่านั้น
  • ข้อตกลงเรื่องการพาบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นญาติหรือคนแปลกหน้าอื่น ๆ เข้าร่วมค้างคืนในห้อง
  • ข้อห้ามการประกอบกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การใช้หรือค้ายาเสพติด การค้าประเวณี การพนัน หรือกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ เป็นต้น
  • การรักษาความสะอาด และความสมบูรณ์ของเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะระบุค่าปรับและค่าเสียหายลงไปในรายการเฟอร์นิเจอร์ครับ โดยทั้งนี้อาจเสนอบริการเพิ่มเติมกับผู้เช่า เช่น บริการแม่บ้านทำความสะอาดเดือนละครั้งหรือสองครั้ง เพื่อเป็นการสำรวจสภาพของห้องไปในตัวนั่นเอง

ทั้งนี้ข้อตกลงเหล่านี้จะมีขอบเขตเพียงห้องคอนโดที่เราเป็นเจ้าของเท่านั้นนะครับ โดยเป็นเพียงข้อตกลงระหว่างกันของเราผู้เป็นเจ้าของห้องและผู้เช่าคอนโดห้องของเราเท่านั้น

2.2 สัญญาเช่าคอนโดควรชี้แจงระเบียบและข้อกำหนดของทางนิติบุคคลคอนโดอย่างละเอียด

          ตามที่นิวบ์ได้เล่าไปในเบื้องต้นว่า เพื่อให้การปล่อยเช่าราบรื่นและผู้เช่าสามารถอยู่อาศัยในคอนโดของเราร่วมกับเพื่อนบ้านห้องอื่น ๆ ได้อย่างสงบสุข เรานอกจากจำเป็นที่จะต้องชี้แจงกฎระเบียบของทางโครงการที่กำหนดโดยนิติบุคคลและกรรมการนิติบุคคลคอนโดให้ผู้เช่ารับทราบด้วย โดยอาจแนบรวมไปกับสัญญาเช่าและข้อกำหนดการใช้ห้องคอนโดของเราไปด้วยโดยตรงก็ได้เช่นกันครับ เช่น

  • กำหนดเวลาการขนย้ายทรัพย์สินเข้าออก ห้ามขนย้ายสิ่งของเวลากลางคืน
  • การเลี้ยงสัตว์ภายในโครงการ ห้ามเลี้ยงสัตว์หรือเลี้ยงได้แค่บางประเภท
  • ข้อกำหนดการใช้พื้นที่ส่วนกลางต่าง ๆ
  • การรับและส่งพัสดุหรือสิ่งของขนาดใหญ่
  • การสร้างความรบกวนต่อเพื่อนบ้าน เป็นต้น

ซึ่งในกรณีที่ผู้เช่าทำผิดกฎระเบียบของทางอาคารหรือก่อความเสียหายต่าง ๆ ในพื้นที่ส่วนกล่าง เราอาจระบุในสัญญาเช่าให้ตัวผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบเองตามอัตราค่าปรับที่ทางนิติบุคคลคอนโดกำหนดไว้ โดยข้อกำหนดเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามคอนโดแต่ละโครงการจะกำหนด ซึ่งเราอาจตรวจสอบกับทางนิติบุคคลคอนโดประจำโครงการที่เราถือครองอยู่ได้ครับ

สัญญาเช่าคอนโดและการใช้พื้นที่ส่วนกลาง

3. สัญญาเช่าคอนโด ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิทธิ์

3.1 การตั้งกำหนดเงื่อนไขเรื่องการทิ้งห้องพักและการหนีสัญญาเช่าคอนโด

          ในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับในเรื่องของการกำหนดค่าปรับและเงื่อนไขค่าเช่า ซึ่งคล้ายคลึงกับเรื่องของค่าปรับกรณีการชำระค่าเช่าล่าช้า โดยหากผู้เช่าจะไม่อยู่ห้องติดต่อกันเป็นเวลานานข้ามกำหนดชำระค่าเช่า เช่น การกลับบ้านต่างประเทศ หรือไปธุระต่างแดนตามเงื่อนไขของอาชีพ หรือต้องเดินทางเป็นประจำ ควรกำหนดข้อตกลงผู้เช่าต้องแจ้งกับเราหรือเอเจนต์ผู้ดูแลล่วงหน้าไม่น้อยกว่ากี่วัน รวมถึงให้ชำระค่าเช่าล่วงหน้า เพื่อเป็นค่าเสียโอกาสค่าเช่า ไม่ให้เป็นการเสียประโยชน์กับเราที่เป็นเจ้าของห้อง

          หรือหากเกิดกรณีที่ผู้เช่าหนีหายไป ทิ้งสัญญาเช่า เราสามารถที่จะริบไม่คืนเงินค่ามัดจำและเงินประกันจำนวน 2 เดือนที่ผู้เช่าจ่ายไว้ตอนทำสัญญาได้ ทั้งนี้ไม่รวมถึงกรณีที่เป็นเหตุสุดวิสัย เช่น ผู้เช่าเสียชีวิตกระทันหัน หรือประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ เป็นต้นครับ

3.2 กำหนดเงื่อนไขเรื่องการการยกเลิกสัญญาเช่าคอนโด

         เมื่อผู้เช่าไม่ต้องการเช่าต่อเพื่อย้ายออกไปที่อื่น ในกรณีที่ย้ายออกก่อนครบกำหนดสัญญา เช่น สัญญาเช่ากำหนดระยะเวลาการเช่าไว้ 1 ปี แต่ผู้เช่าต้องการย้ายออกก่อนกำหนด เราอาจกำหนดค่าปรับจากเงินมัดจำและเงินประกันค่าเช่า แต่หากเป็นเหตุจำเป็นสำคัญที่จำเป็นต้องย้ายก่อนกำหนดก็อาจให้มีการยอมให้เจรจาและกำหนดริบค่าปรับตามสมควรได้ครับ

          โดยตามกฎหมายควบคุมค่าเช่าที่อยู่อาศัย ปี 2562 ระบุให้ผู้เช่าต้องแจ้งเจ้าของห้องเป็นหนังสือล่วงหน้า 30 วัน และต้องพักอาศัยเกินระยะเวลาครึ่งหนึ่งของสัญาเช่า เช่น สัญญาการเช่ามีระยะเวลา 1 ปี ผู้เช่าต้องพักอาศัยมาแล้ว 6 เดือนขึ้นไป เป็นต้นครับ เพื่อเป็นการรักษาทั้งสิทธิ์ในการย้ายของผู้เช่า และค่าเสียโอกาสของเจ้าของห้องอย่างเราด้วยนั่นเอง

3.3 ข้อกำหนดการยินยอมและให้สิทธิ์เราเข้าตรวจห้อง

          ในฐานะเป็นผู้ถือครองและเป็นเจ้าของห้องคอนโดโดยตรงที่ปล่อยเช่าให้กับผู้เช่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เราเองควรจะมีสิทธิในการเข้าถึงพื้นที่ห้องคอนโดที่เราถือครองอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้เช่าหรือกลายเป็นเราที่ทำผิดกฎหมายบุกรุกเคหะสถานเสียเอง ในสัญญาเช่าที่ตกลงร่วมกันระหว่างเราเจ้าของห้องผู้ให้เช่ากับผู้เช่าควรมีการระบุลงไปในเงื่อนไขอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐานชัดเจนด้วยเช่นกัน เช่น

  • ผู้เช่าต้องยินยอมให้เรา ผู้เป็นเจ้าของสามารถเข้าตรวจห้องได้ตามเห็นสมควร ตามวันและเวลาที่มีการชี้แจงระหว่างกันล่วงหน้าภายในกี่วันตามที่ตกลง
  • เราผู้เป็นเจ้าของห้องสามารถเปิดห้องเข้าตรวจห้องได้ แม้ผู้เช่าจะไม่อยู่ห้อง เป็นต้น

4. สัญญาเช่าคอนโด ส่วนของเนื้อหาเพิ่มเติมที่ต้องมีและควรมี

 4.1 ลงบันทึกวันที่การทำสัญญาเช่าคอนโด

เหมือนเป็นการระบุหลักฐานวันที่และเวลาของสัญญาเช่าคอนโดที่เซ็นต์ตกลงร่วมกันระหว่างเราผู้เป็นเจ้าของห้องและผู้เช่าห้องของเรา ว่ารับรูปและยินยอมตกลงร่วมกันที่ไหนและเมื่อไหร่นั่นเอง

4.2 รายละเอียดเกี่ยวกับคอนโดห้องที่จะปล่อยเช่าในสัญญาเช่าคอนโด

เป็นรายละเอียดทั่วไปของคอนโด โดยระบุถึงบ้านเลขที่ของห้อง ชื่อโครงการ และรายละเอียดเกี่ยวตำแหน่งที่ตั้งของห้องคอนโดที่เราทำการปล่อยเช่าในสัญญาฉบับนั้นนั่นเอง

 4.3 ข้อมูลส่วนตัวต้องครบทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่าในสัญญาเช่าคอนโด

จะปล่อยเช่าคอนโดหรือปล่อยห้องให้เช่ากับใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือ Expats ชาวต่างชาติ ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผู้เช่ารายนั้นควรจะต้องมีเสมอ รวมไปถึงข้อมูลติดต่อของเราผู้เป็นเจ้าของห้องที่จะให้เช่าด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นหลักฐานชัดเจนถึงการมีตัวตนทั้งตัวเราผู้ให้เช่าและผู้ที่มาเช่าคอนโดของเราในการอยู่อาศัย ซึ่งเรียกกันว่าคู่สัญญา ซึ่งข้อมูลสำคัญเหล่านั้นก็ได้แก่

  • ชื่อต้นพร้อมนามสกุลเต็ม โดยอ้างอิงจากสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน โดยปกติก็จะอ้างอิงจากสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางเช่นกัน
  • ข้อมูลการติดต่ออื่น ๆ ซึ่งอาจจะไม่ระบุลงไปในสัญญา แต่อาจลงบันทึกแยกไว้ต่างหากได้ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ เป็นต้น

4.4 การแปลสัญญาเช่าคอนโดให้เป็นภาษาต่างประเทศ

          ในส่วนนี้ของสัญญาเช่าคอนโดขึ้นอยู่กับสัญชาติผู้เช่าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเราเป็นเงื่อนไขตั้งต้นเลยครับ โดยอย่างน้อยอาจมีรายละเอียดของสัญญาเช่าคอนโดฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็น 2 ภาษาตั้งต้น เพื่อให้สามารถเสนอปล่อยเช่ากับทั้งชาวไทยและผู้เช่าชาวต่างชาติแบบกว้าง ๆ ได้ แต่หากเรามีกลุ่มเป้าหมายเชื้อชาติที่ค่อนข้างเจาะจงตามทำเลยอดนิยม เช่น ชาวจีน ชาวญี่ปุ่น หรือชาวยุโรปที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นต้น โดยในส่วนนี้หากเราปล่อยเช่าผ่านนายหน้าหรือเอเจนต์ ทางเอเจนต์ที่เชี่ยวชาญลูกค้าผู้เช่าเชื้อชาตินั้น ๆ มาช่วยดูแลในเรื่องของการแปลเนื้อหาสัญญาเช่าคอนโดแทนเราได้อีกแรงหนึ่งนั้นเองครับ

4.5 การมีช่องเซ็นต์ชื่อกำกับในสัญญาเช่าคอนโด

          สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดไม่ว่าตัวสัญญาเช่าคอนโดของเราจะเป็นภาษาใด ๆ ก็ตาม สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ การลงวันที่ระบุการทำสัญญาเช่าคอนโด และช่องในการเซ็นชื่อกำกับการรับทราบและยินยอมในข้อตกลงของผู้เช่าทุกหน้าของสัญญานั่นเอง โดยแนะนำว่าควรจะมีช่องให้เซ็นต์ทุกหน้าของสัญญาเช่าไม่ใช่แค่หน้าสุดท้าย เนื่องจากเป็นการบังคับให้ผู้เช่าต้องอ่านหรือรับรู้เงื่อนไขสัญญาเช่าคอนโดในทุกหน้า โดยถือว่าผู้เช่าได้รับรู้และยอมรับข้อตกลงก่อนเข้าอยู่อาศัยในคอนโดทั้งส่วนกลางและห้องที่เราถือครองแล้วนั่นเองครับ หากเป็นการทำสัญญาเช่าคอนโดผ่านนายหน้าอสังหาฯ หรือเอเจนต์คอนโด ก็ต้องมีลายเซ็นต์ของเอเจนต์คนนั้นกำกับไว้ด้วยเช่นกัน

สัญญาเช่าคอนโดกับการเซ็นต์ชื่อกำกับทุกหน้า

. . . . . . .

          พอจะเห็นภาพของการกำหนดสัญญาเช่าคอนโดกันแล้วใช่ไหมครับว่า เราควรจะกำหนดเนื้อหาเงื่อนไขสำคัญอะไรไว้บ้างในสัญญาเช่าคอนโด เพื่อเป็นการรักษาผลลประโยชน์ของตัวเราเองผู้เป็นเจ้าของคอนโดที่ปล่อยเช่า และไม่เป็นการเอาเปรียบผู้เช่าที่จะเป็นแหล่งรายรับของเราด้วยนั่นเอง อย่างน้อยที่สุดควรมีการเปิดช่องให้สามารถเจรจาต่อรองระหว่างกันได้โดยไม่เป็นการเข้มงวดกวดขันจนเกินไป หรือในทางกลับกันก็ไม่ให้ผ่อนปรนเกินไปจนเราเองเสียเปรียบผู้เช่าเช่นกัน

 

           นอกจากข้อมูลสัญญาเช่าคอนโดที่กล่าวไปข้างต้นแล้วอย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขและระเบียบข้อกำหนดของทางนิติบุคคลคอนโดโครงการของเราด้วยนะครับ เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดของเราเป็นไปอย่างราบรื่น และผู้เช่าสามารถอาศัยภายในโครงการร่วมกับเพื่อนบ้านรายอื่น ๆ ได้อย่างสงบสุข แล้วมาพบกับเนื้อหาสาระดี ๆ เกี่ยวกับการลงทุนคอนโดได้ใหม่ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ในบทความหน้านะครับ

Written by NewbTay