logo

          จากบทความตอนที่แล้วที่เราทำความรู้จักในส่วนของสัญญาเช่าคอนโดมาแล้ว บทความนี้เรามาดูในส่วนของสัญญาซื้อขายคอนโดหรือ สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการขายต่อห้องคอนโดที่เราอยู่อาศัยเองมาก่อน หรือเป็นคอนโดที่เราซื้อไว้ลงทุนปล่อยเช่า หรือในฐานะผู้จะซื้อก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการซื้อคอนโดจากโครงการหรือซื้อต่อมือสอง ทั้งในฝั่งของผู้ขายและผู้ซื้อเองก็นับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งเช่นกันที่เราจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายคอนโด หรือ สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด นั่นเอง

          ทั้งในส่วนของเงื่อนไขค่าธรรมเนียมการซื้อขายต่าง ๆ ของการโอนกรรมสิทธิ์ในวันขาย เงื่อนไขการซื้อขายต่อของคอนโดมือสองในเรื่องของสภาพห้อง การขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ หรือการปรับปรุงห้องก่อนขายต่อ หรือกรณีของคอนโดใหม่มือหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีเงื่อนไขโปรโมชั่นของแถมพ่วงท้ายอยู่มากมาย ในบทความการซื้อคอนโดและลงทุนคอนโดฉบับนี้ คอนโดนิวบ์จะพาผู้อ่านไปเข้าใจเนื้อหาสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด หรือ สัญญาซื้อขายคอนโด เพื่อที่เวลาที่เราจะได้ไม่เผลอมองข้ามเงื่อนไขบางประการให้เราอาจจะพลาดท่าเสียเปรียบได้เมื่อซื้อคอนโด หรือยามที่เราต้องการจะขายต่อ จะร่างข้อสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดยังไงให้เนื้อหาสัญญามีความรอบคอบและครอบคลุมทุกผลประโยชน์ทั้งของเราและคนซื้อต่อกันครับ

. . . . . . .

ความแตกต่างระหว่าง “สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด” และ “สัญญาซื้อขายคอนโด”

          โดยตามนิยามแล้วเอกสารสัญญาการซื้อขายคอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ก็ตาม หากการโอนกรรมสิทธิ์ยังไม่ลุล่วง ยังไม่ได้ไปดำเนินโอนที่สำนักงานที่ดินประจำท้องที่ที่ดูแล เอกสารสัญญาซื้อขายที่ตกลงร่วมกันในขั้นต้นระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อนั้นทางราชการจะเรียกว่า “สัญญาจะซื้อจะขาย” และให้นิยามคู่สัญญาว่า “ผู้จะซื้อ” และ “ผู้จะขาย” นั่นเอง โดยจะลบคำว่า “จะ” ออกไปก็ต่อเมื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์สำเร็จเสร็จสิ้น ณ วันที่ทำสัญญาตามขั้นตอนที่สำนักงานที่ดิน นิยามต่าง ๆ จึงจะเรียกใหม่เป็น “สัญญาซื้อขาย” และคู่สัญญาในการโอนครั้งนั้นก็จะถูกเรียกว่า “ผู้ซื้อ” และ “ผู้ขาย” แทนครับ

          ในเนื้อหาหลัก ๆ ของสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด หรือ “สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด” ตามศัพท์ทางราชการนั้นอาจจะมีรายละเอียดที่คล้ายคลึงกันไม่ว่าจะเป็นกรณีการซื้อคอนโดมือหนึ่งหรือการซื้อต่อขายต่อคอนโดมือสอง โดยจะมีเพียงบางจุดที่แตกต่างกันบ้าง ทั้งในฝั่งของการเป็นผู้ซื้อและฝั่งของการเป็นผู้ขายนั่งเองครับ และเพื่อให้เข้าใจง่าย นิวบ์จะขอจำแนกเนื้อหาสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดออกเป็น 6 ส่วน ได้แก่

  1. ส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์และคู่สัญญา
  2. ส่วนของการชำระเงินและค่าใช้จ่าย
  3. ส่วนของเงื่อนไขการซื้อขาย
  4. ส่วนของการรักษาสิทธิ์และการบอกเลิกสัญญา
  5. ส่วนของขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์
  6. ส่วนของเอกสารสำคัญแนบท้ายสัญญา

          เพื่อให้ไม่พลาดหรือเผลอมองข้ามเงื่อนไขสำคัญบางอย่าง ก่อนที่เราจะตกลงปลงใจเซ็นชื่อลงในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดก็ตาม ใจความสำคัญอะไรบ้างภายในข้อสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ที่เราควรใส่ใจเป็นพิเศษ ทั้งเป็นการรักษาสิทธิและผลประโยชน์ทั้งของเราไม่ว่าจะเป็นในฐานะผู้ซื้อหรือผู้ขายต่อคอนโดมือสองด้วยนั่นเอง

1. สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์และคู่สัญญา

 1.1 ข้อมูลสำคัญของคู่สัญญา

          ในส่วนต้นของสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ข้อมูลที่ต้องมีไม่ต่างจากสัญญาเช่าก็คือรายละเอียดของคู่สัญญา ทั้งข้อมูลของตัวผู้จะขายไม่ว่าจะเป็นในนามของ Developer กรณีโครงการคอนโดมือหนึ่ง หรือบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่น ๆ ในกรณีคอนโดมือสอง รวมถึงข้อมูลฝั่งของผู้จะซื้อทั้งแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเช่นกันด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ

  • ชื่อเต็มตามเอกสารอ้างอิงจากสำเนาบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หรือที่ตั้งของกิจการที่ติดต่อได้

 1.2 รายละเอียดของทรัพย์ที่จะทำการซื้อขาย

          ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์รวมถึงคอนโด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระบุข้อมูลของทรัพย์ที่จะนำมาซื้อขายเปลี่ยนมือลงในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดโดยละเอียด ซึ่งอาจจะแตกต่างจากสัญญาเช่าคอนโดที่อาจจะระบุเพียงข้อมูลสำคัญพื้นฐานอย่างบ้านเลขที่และตำแหน่งที่ตั้ง โดยในกรณีของการซื้อขายนั้น จะต้องระบุข้อมูลของคอนโดทั้งขนาดพื้นที่ตามโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) อย่างละเอียดโดยแนบท้ายสำเนาใบโฉนด อช.2 นั้นพ่วงท้ายสัญญาด้วยนั่นเอง

 1.3 การมอบอำนาจและการรับโอนกรรมสิทธิ์แทนกัน

          ในกรณีของบุคคลธรรมดาที่ผู้จะซื้อหรือผู้จะขายฝ่ายใดก็ตามไม่สามารถมาทำการโอนกรรมสิทธิ์ซื้อขายด้วยตัวเองในวันโอนที่สำนักงานที่ดินได้ ควรจะต้องระบุการทำเอกสารมอบอำนาจส่งบุคคลอื่นมาเป็นตัวแทนในการโอนกรรมสิทธิ์ล่วงหน้าตามวันที่ตกลงในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด โดยส่วนใหญ่จะกำหนดว่าต้องมีการแจ้งระหว่างกันล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 15 วัน ทั้งนี้ไม่นับร่วมกรณีนิติบุคคลซึ่งมักจะมีการมอบอำนาจส่งตัวแทนกรรมการบริษัทอยู่แล้ว 

สัญญาซื้อขายคอนโดกับที่ตั้งคอนโด

2. สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ส่วนของการชำระเงินและค่าใช้จ่าย

 2.1 ราคาซื้อขายและการแบ่งงวดชำระ

          ข้อมูลสำคัญอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับคอนโดทรัพย์ที่จะซื้อจะขายที่ต้องระบุลงไปในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดด้วย นั่นก็คือราคาที่ตั้งขายนั่นเอง โดยมีการระบุเป็นทั้งราคาเต็มของยูนิตนั้น ๆ ราคาค่าจองห้อง ค่าทำสัญญา ส่วนของเงินดาวน์ในกรณีการซื้อคอนโดรอบ Presale หรือยอดเต็มที่เป็นส่วนต่างที่เหลือในกรณีการซื้อคอนโดรอบที่โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ หรือคอนโดมือสองนั่นเอง

ตัวอย่าง การซื้อคอนโดที่ราคา 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)

  • มีการแบ่งชำระเป็นเงินจองที่ 10,000 บาท
  • ชำระเงินค่าทำสัญญา 50,000 บาท
  • ชำระเงินดาวน์ (ประมาณ 10%) 300,000 บาท (กรณีซื้อโครงการรอบ Presale)

เท่ากับว่าราคาส่วนต่างที่เหลือที่ต้องทำการชำระในวันโอนจริงที่ต้องระบุในสัญญาจะอยู่ที่

  • 3,000,000 – (10,000 + 50,000 + 300,000) = 2,640,000 บาท (สองล้านหกแสนสี่หมื่นบาทถ้วน)

          โดยต้องระบุลงไปในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ด้วยทุกจำนวนค่าใช้จ่ายนั่นเอง ทั้งนี้งยังไม่รวมในส่วนของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในเรื่องของค่าบำรุงส่วนกลาง เงินกองทุนโครงการ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการโอนที่สำนักงานที่ดินครับ

 2.2 การรับผิดชอบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

          พอกล่าวถึงค่าใช้จ่ายเรื่องค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แล้ว ในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ก็ต้องมีการระบุในส่วนของการรับผิดชอบชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ (2% ของราคาซื้อขายเต็ม)
  • ค่าบำรุงส่วนกลาง (คำนวณตามขนาดห้องเป็นตารางเมตร) เป็นยอดชำระล่วงหน้า 1 ปี
  • เงินกองทุนส่วนกลางคอนโด (คำนวณตามขนาดห้องเป็นตารางเมตร)

          โดยจะต้องระบุในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ไว้ชัดเจนว่า ผู้จะซื้อหรือผู้จะขายฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง ส่วนไหนที่แบ่งกันรับผิดชอบคนละครึ่ง เป็นต้น

          ซึ่งในระยะนี้ Developer หลายรายได้มีการจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับโครงการคอนโดมือหนึ่งหลาย ๆ โครงการ ด้วยการออกค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แทนผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้สำนักงานที่ดิน หรือค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระกับทางโครงการ โดยการยกผลประโยชน์เหล่านี้ก็ต้องมีการระบุไว้ในสัญญาด้วยเช่นกัน โดยคอนโดนิวบ์ได้เลยเล่าถึงเรื่องของค่าใช้จ่ายวันโอนคอนโดเหล่านี้ไว้แล้วครับ 

          ทั้งนี้ทั้งนั้นในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร ในกรณีที่ผู้จะซื้อต้องกู้สินเชื่อ ไม่จำเป็นต้องระบุลงไปในสัญญาจะซื้อจะขาย เพียงแต่ต้องแสดงเอกสารยืนยันยอดเงินกู้ที่จะเพียงพอกับราคาที่จะต้องโอนเท่านั้นเอง เนื่องจากรายละเอียดการผ่อนจ่ายกับธนาคารจะเป็นหนี้ส่วนตัวของผู้จะซื้อครับครับ

สัญญาซื้อขายคอนโดพร้อมเฟอร์นิเจอร์หรือตามสภาพ

3. สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ส่วนของเงื่อนไขการซื้อขาย

 3.1 กรณีคอนโดมือหนึ่ง

 3.1.1 การยอมรับคุณภาพและวัสดุในการก่อสร้าง

          ในกรณีของการซื้อคอนโดรอบ Presale ที่อยู่ระหว่างการขออนุมัติ EIA หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง ควรตรวจสอบว่ามีการระบุในข้อสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด เกี่ยวกับการรับผิดชอบความเปลี่ยนแปลงในรูปแบบโครงการ รูปแบบและขนาดห้อง หรือคุณภาพวัสดุที่จะใช้ไว้อย่างไรบ้าง จะเทียบเท่ากับตัวอย่างใน Sales Gallery หรือไม่ ลดคุณภาพมากน้อยแค่ไหน เพราะจะส่งผลในเรื่องของการผิดสัญญาได้เช่นกันครับ

 3.1.2 อุปกรณ์เพิ่มเติมตามโปรโมชั่น

          ในกรณีของการซื้อคอนโดรอบโปรโมชั่น หรือโครงการพร้อมอยู่ต่าง ๆ ซึ่งทาง Developer มักจะมีการแถมสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อให้โครงการดูน่าสนใจและสามารถปิดการขายโครงการได้เร็วขึ้น ควรตรวจสอบรายการสิ่งของเหล่านั้นว่า ทางโครงการให้อะไรบ้าง ให้กี่อย่างกี่ชิ้น และจะมีกำหนดส่งมอบพร้อมกับห้องหรือตามหลังภายในกี่วัน หากเป็นในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีบริการติดตั้งให้ด้วยหรือไม่ เป็นต้น โดยอาจจะมีรายละเอียดเป็นรายการสิ่งของแนบท้ายสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดครับ

 3.2 กรณีคอนโดมือสอง

 3.2.1 การยอมรับสภาพปัจจุบันของห้อง

          สำหรับคอนโดมือสองที่ผ่านการอยู่อาศัยหรือปล่อยเช่ามากก่อน ในบางกรณีที่เจ้าของเดิมผู้ขายอาจจะอยากขายต่อไปเฉย ๆ ไม่ต้องการรับผิดชอบการปรับปรุงหรือตกแต่งห้องให้ดูใหม่ โดยอาจมีการระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดเช่นกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของสองฝ่ายทั้งผู้จะซื้อและผู้จะขายว่า ยอมรับการซื้อห้องตามสภาพไปทำการตกแต่งใหม่เอง หรือสนใจเฉพาะห้องที่ปรับปรุงใหม่แล้ว เป็นต้น 

 3.2.2 ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มาพร้อมการขาย

          บ่อยครั้งที่มักจะในประกาศขายคอนโดมือสอง อย่างห้องที่ผ่านการปรับปรุงมาแล้วโดยเฉพาะห้องที่ตกแต่งครบพร้อมอยู่ ด้วยประกาศเหล่านี้มักจะมาจากเหล่านักลงทุนแนว Flip แบบเน้นซื้อมาขายไปแต่ตกแต่งก่อนเพื่อเพิ่มมูลค่า หรือห้องที่ผ่านการอยู่อาศัยมาแล้วแต่ปรับปรุงให้ดูใหม่ เพื่อที่มูลค่าจะได้ไม่ตก ก็มักจะนิยมขายพร้อมของตกแต่งที่ปรับปรุงมาพร้อมกับห้องอยู่แล้ว โดยอาจจะมีรายละเอียดเป็นรายการสิ่งของแนบท้ายสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด มาด้วยนั่นเอง

4. สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ส่วนของการรักษาสิทธิและการบอกเลิกสัญญา

 4.1 เงื่อนไขการคืนเงินและค่าปรับ

          ในส่วนนี้หลาย ๆ คนที่ซื้อคอนโดมือใหม่ หรือต้องกู้สินเชื่อกับธนาคารอาจจะกังวลว่า หากกู้สินเชื่อกับธนาคารไม่ผ่าน หรือทำการโอนที่สำนักงานที่ดินไม่สำเร็จ เมื่อการซื้อขายไม่จบสมบูรณ์และอยากเปลี่ยนใจเลิกสัญญา จะขอเงินคืนอย่างไร่ได้บ้าง ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นสาระสำคัญที่ต้องมาการระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดด้วยเช่นกัน

          โดยส่วนใหญ่จะกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า ผู้จะซื้อต้องมีหลักฐานเป็นเอกสารปฏิเสธการให้กู้จากธนาคารจำนวนอย่างน้อย 3 – 5 แห่งตามที่กำหนดในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด เพื่อขอเงินจองหรือเงินดาวน์คืนจากทางโครงการหรือทางผู้ขายนั่นเอง หากไม่มีเอกสารปฏิเสธการให้กู้เป็นหลักฐานชัดเจนก็ยากที่จะเรียกขอเงินคืน และอาจกลายเป็นการผิดสัญญาจากข้อตกลงครับ

 4.2 ข้อตกลงกรณีผิดสัญญา

          ในการณีของการผิดสัญญาที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในเงื่อนไขตามข้อสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ทั้งในกรณีที่ผู้ผิดสัญญาคือฝ่ายผู้ขายหรือทางโครงการ เช่น โครงการไม่ผ่าน EIA, ก่อสร้างล่าช้า หรือห้องที่ตกลงจะซื้อถูกลดคุณภาพลงหรือปรับแบบขนาดห้องเกินกว่า 5% จากแบบที่แสดงในฉบับสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ทางผู้ขายหรือโครงการจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนต่าง หรือต้องคืนเงินหากผู้ซื้อต้องการเลิกสัญญา

          หรือในกรณีที่ทางโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จตามขั้นตอนทุกประการ แต่ฝ่ายผู้จะซื้อเองเปลี่ยนใจ ไม่ซื้อและเลิกสัญญาด้วยตนเอง จะกลายเป็นว่าฝ่ายผู้จะซื้อเองที่ทำผิดสัญญา และส่วนใหญ่ผู้ขายหรือโครงการจะไม่มีนโยบายคืนเงินในกรณีนี้ครับ เช่นกรณีห้องทิ้งดาวน์ หรือห้องทิ้งโอนจากผู้ซื้อต่างชาติ ทำให้ทางโครงการต้องนำห้องกลับมาขายใหม่

สำนักงานที่ดินกรุงเทพสาขาจตุจักร อีกทำเลยิดนิยมโอนคอนโด

5. สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ส่วนของขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์

 5.1 ลงบันทึกวันที่การทำสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด

          เป็นการระบุหลักฐานวันที่และเวลาของสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดที่เซ็นตกลงร่วมกันระหว่างเราผู้จะขายและผู้จะซื้อ ว่ารับรูปและยินยอมตกลงร่วมกันเมื่อไหร่ พร้อมทั้งระบุวันที่ของการนัดทำการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดที่สำนักงานที่ดินด้วยนั่นเอง เช่น 

  • ทำสัญญาจะซื้อจะขายเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2563
  • และระบุวันโอนกรรมสิทธิ์เป็นช่วงเวลาภายในไม่เกิน 30 วัน ที่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2563 เป็นต้น

          โดยคู่สัญญาสามารถทำการโอนกรรมสิทธิ์ในระหว่างก่อนหน้านั้นได้เมื่อพร้อมนั่นเอง และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาตามนัดวันโอน จะถือเป็นการผิดสัญญาและปิดการโอนไม่สำเร็จนั่นเอง

 5.2 การแปลสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดให้เป็นภาษาต่างประเทศ

          ในส่วนนี้ของสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดขึ้นอยู่กับสัญชาติผู้จะซื้อที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเราเป็นเงื่อนไขตั้งต้นเลยครับ โดยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดฉบับภาษาไทยเสมอ เพื่อเป็นหลักฐานกับสำนักงานที่ดินที่เป็นหน่วยงานราชการของไทย และภาษาต่างประเทศอีก 1 ภาษา ตามภาษาที่ผู้จะซื้อใช้เป็นภาษาหลักโดยไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ เพียงแต่เนื้อหาในสัญญาฉบับที่แปลจะต้องมีเนื้อหาตรงกับฉบับภาษาไทยทุกประการ

          โดยในส่วนนี้หากเป็นการฝากขายผ่านนายหน้าหรือเอเจนต์ ทางเอเจนต์ที่เชี่ยวชาญลูกค้าผู้ซื้อเชื้อชาตินั้น ๆ มาช่วยดูแลในเรื่องของการแปลเนื้อหาสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดแทนเราได้อีกแรงหนึ่งนั้นเองครับ

 5.3 การเซ็นชื่อกำกับในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด

          ข้อนี้คล้ายกับในส่วนของสัญญาเช่าคอนโด โดยแม้ว่าส่วนใหญ่จะมีการทำช่องให้เซ็นต์ชื่อกำกับการรับทราบและยินยอมในข้อตกลงในการซื้อขายเพียงที่หน้าสุดท้าย ส่วนใหญ่มัดจะแนะนำว่าทั้งผู้จะซื้อและผู้จะขายควรเซ็นต์กำกับในทุกหน้าของสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด รวมถึงลายเซ็นต์ของนายหน้าอสังหาฯ หรือเอเจนต์ผู้ประสานการซื้อขายไว้ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการยืนยันการยอมรับข้อตกลงสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดระหว่างกันของคู่สัญญาและพยานนั่นเอง

6. สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ส่วนของเอกสารสำคัญแนบท้ายสัญญา

          จะเป็นส่วนของเอกสารสำคัญและรายละเอียดต่าง ๆ ที่มีข้อมูลมากเกินกว่าจะระบุลงไปในสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดได้ทั้งหมด โดยจะต้องเรียงเอกสารเหล่านี้ต่อท้ายฉบับสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ไม่ว่าจะเป็น

  • สำเนาข้อมูลผู้จะซื้อละผู้จะขาย เช่น สำเนาบัตรประชาชน, หนังสือเดินทาง หรือสำเนาจดทะเบียนนิติบุคคล
  • สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) หรือโฉนดคอนโดที่แสดงรายละเอียดของทรัพย์ซึ่งในที่นี่คือคอนโดที่จะทำการซื้อขาย โดยมีรายละเอียดของผังห้อง บ้านเลขที่ ชื่อโครงการที่ตั้ง และตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ
  • หลักฐานหรือสำเนาใบเสร็จการชำระเงินจองหรือเงินดาวน์ที่ชำระไว้ก่อนหน้า ซึ่งเมื่อคำนวณรวมกันแล้วยอดรวมต้องเท่ากับส่วนต่างที่ลบออกจากราคาเต็มของคอนโด โดยเหลือยอดค้างชำระเท่ากับยอดเงินที่จะนำมาทำการโอนที่สำนักงานที่ดินนั่นเอง
  • รายการเฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสิ่งของที่ขายพร้อมกับคอนโดตามที่ระบุในเงื่อนไขโปรโมชั่นหรือขายต่อมือสอง

. . . . . . .

          พอจะเห็นภาพของการเนื้อหาสำคัญในสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดหรือสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดกันแล้วใช่ไหมครับว่า เนื้อหาสาระและเงื่อนไขการซื้อขายอะไรบ้างที่เราควรเห็นว่ามีในสัญญาก่อนจะตัดสินใจซื้อคอนโด หรือควรระบุไว้ในสัญญากรณีที่ต้องการขายต่อคอนโดมือสอง เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของตัวเราเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะในฐานะของผู้ซื้อหรือผู้ขาย เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบผู้ซื้อต่อหรือพลาดท่าเสียเปรียบจากความไม่รอบคอบในการอ่านสัญญาของเราเอง แล้วมาพบกับเนื้อหาสาระดี ๆ เกี่ยวกับการลงทุนคอนโดได้ใหม่ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดในบทความหน้านะครับ

Written by NewbTay