logo

เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์การถือครองอย่างโฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์คอนโด ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยในการซื้ออสังหาริมทรัพย์สักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน การซื้อที่ดิน รวมถึงการซื้อคอนโด ทั้งในส่วนของการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือซื้อเพื่อลงทุนใด ๆ ก็ตาม จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้จักกับเอกสารสำคัญฉบับนี้ ที่ระบุสิทธิ์การครอบครองของเราในอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ นั่นเอง โดยเอกสารสำคัญฉบับนี้ล่ะ ที่จะมีการระบุข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่บอกถึงความเป็นเจ้าของ ขอบเขตของความเป็นเจ้าของนั้น ลำดับการซื้อขายเปลี่ยนมือ รวมถึงรูปแบบของการได้มาครอบครองของทรัพย์นั้น ๆ ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกันในหลาย ๆ ส่วน แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน

          ในบทความสาระน่ารู้เกี่ยวกับคอนโดฉบับนี้ คอนโดนิวบ์จะพามาอธิบายอย่างละเอียดว่า กรรมสิทธิ์บ้านและกรรมสิทธิ์คอนโด ดูยังไงควรสังเกตจากอะไร และทำไมถึงควรรู้และทำความเข้าใจเอาไว้กันครับ

. . . . . . .

โฉนด และ หนังสือกรรมสิทธิ์ คืออะไร?

          ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักถึงนิยามและความหมายของเอกสารแสดงสิทธิ์กันก่อน โดยตามคำจำกัดความจากกรมที่ดินได้ระบุไว้ว่า 

“โฉนด” คือ เอกสารสำคัญที่แสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ซึ่งออกให้ตามประมวลกฎหมายที่ดินปัจจุบัน นอกจากนี้ยังรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว” ซึ่งออกให้ตามกฎหมายเก่า แต่ก็ถือว่ามีกรรมสิทธิ์เช่นกัน ผู้เป็นเจ้าของที่ดินก็ถือว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นอย่างสมบูรณ์ เช่น มีสิทธิใช้ประโยชน์จากที่ดิน มีสิทธิจำหน่าย มีสิทธิขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น

          ซึ่งจากนิยามดังกล่าวจะครอบคลุมในส่วนของกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นส่วนใหญ่ครับ ในขณะที่กรรมสิทธิ์คอนโดหรือห้องชุดจะใช้ชื่อว่า “หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด” ย่อว่า “อ.ช.2” หรือที่เรียกกันบ่อย ๆ ว่า “โฉนดคอนโด” จะเป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์คอนโดที่มีหน้าตาคล้าย ๆ กันกับโฉนดที่ดิน แต่จะระบุขอบเขตสิทธิ์ของผู้ถือครองที่แคบลงมาแค่พื้นที่ของยูนิตในห้องคอนโดนั้น ๆ เท่านั้นครับ โดยไม่รวมพื้นที่ส่วนกลางอื่น ๆ อย่างทางเดิน โครงสร้าง หรือปล่องสาธารณูปโภคต่าง ๆ นั่นเอง โดยนิวบ์เคยอธิบายไว้ใน “วิธีวัดขนาดห้องคอนโด มีวิธีนับกันยังไง?” สามารถลองย้อนกลับไปทำความเข้าใจในเบื้องต้นได้ครับ

โฉนดบ้านแลที่ดินมีเนื้อหากรรมสิทธิ์เหมือนกัน

เอกสารกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินแต่ละประเภท

          ในส่วนของโฉนดที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ รวมถึงโฉนดบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมด้วย เป็นเอกสารแสดงสิทธิ์ที่จริง ๆ แล้วสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากและจำแนกความแตกต่างได้ง่าย ๆ หากรู้วิธีและจุดในการสังเกต ซึ่งโฉนดที่ดินสามารถจำแนกได้ 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

1. เอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินประเภท น.ส.3 และ น.ส.3 ข.

          เป็นหมวดของเอกสารสิทธิ์ที่ใช้รับรองการทำประโยชน์บนที่ดิน แต่ยังไม่มีการกำหนดขอบเขตตามระวางที่ชัดเจนไว้ใช้ยืนยัน (แม้จะมีการแบ่งกั้นขอบเขตด้วยรั้ว) และไม่มีภาพถ่ายระวางทางอากาศ เมื่อยังไม่มีขอบเขตชัดเจนเลยนำมาซื้อขายเปลี่ยนมือหรือจดจำนองไม่ได้ หากต้องการซื้อขายหรือจดจำนองก็ต้องมายื่นขอยืนยันขอบเขตที่สำนักงานที่ดินเพื่อทำประกาศ 30 วัน หากไม่มีผู้คัดค้านก็สามารถซื้อขายได้ หรือขอยกระดับเป็น น.ส. 3 ก. ก่อน

จุดสังเกต : เครื่องหมายตราครุตสีดำ

2. เอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินประเภท น.ส.3 ก.

          เป็นหมวดของเอกสารสิทธิ์ที่ยังไม่จัดว่าเป็นโฉนดแบบเต็มตัว เพียงแต่เป็นการรับรองสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ดินที่ระบุไว้ โดยมีขอบเขตชัดเจนตามระวางที่ดิน มีภาพถ่ายทางอากาศไว้ยืนยันขอบเขต นอกจากนี้ยังสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือผู้ถือสิทธิ์กันได้ จดจำนองได้ และสามารถนำไปขอขึ้นเป็นโฉนด น.ส.4 ได้ เมื่อมีการยื่นขอตรวจสอบขอบเขตอย่างชัดเจนอีกด้วย

จุดสังเกต : เครื่องหมายตราครุตสีเขียว

3. เอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินประเภท น.ส.4

          โฉนดที่ดิน น.ส.4 หรือ โฉนดแบบเต็มตัวที่พบได้ทั่วไปในการซื้อขายอสังหาฯ ที่มีขอบเขตตามหมุดและแนวที่ดินชัดเจน โดยจะมีการฝังหมุดหรือหลักเขตที่ดินเป็นแท่งปูนซีเมนต์ที่มีการระบุรหัสเอาไว้ สามารถยืนยันขอบเขตการถือครองได้ตามแผนที่ระวางที่ดินและภาพถ่ายทางอากาศที่สำนักงานที่ดิน และเป็นเอกสารสิทธิ์ที่สามารถซื้อขายเปลี่ยนการถือครอง และสามารถนำไปจดจำนองได้อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง

จุดสังเกต : เครื่องหมายตราครุตสีแดง

4. เอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินประเภท ส.ป.ก.4-01

          เพิ่มเติมพิเศษหมวดที่ 4 ซึ่งจะไม่พบเห็นบ่อยนัก และมักมีเฉพาะตามพื้นที่ชนบทห่างไกลในต่างจังหวัด โดยเป็นเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ออกโดย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ระบุในเอกสารเพื่อการเกษตรเท่านั้น ไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือหรือนำที่ดินนั้นไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้ เช่น โรงแรมหรือบ้านพักตากอากาศ นอกจากนี้ยังไม่มีระวางขอบเขตที่ชัดเจนอีกด้วย

ภาพตัวอย่างโฉนดที่ดินประเภทต่าง ๆ

ภาพตัวอย่างโฉนดที่ดินประเภทต่าง ๆ แยกแยะความแตกต่างง่าย ๆ ด้วยสีตราครุต

ขอบคุณภาพจาก: siamdevelopment.com

เอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือ โฉนดที่ดิน บอกข้อมูลอะไรไว้บ้าง?

          ในหน้าโฉนดที่ดินทั้ง 3 ประเภท จะมีการลำดับการระบุข้อมูลไว้คล้ายกัน แตกต่างกันเพียงสีของสัญลักษณ์ตราครุต และประเภทของเอกสารสิทธิ์ที่จะบอกไว้ที่มุมขวาบนของโฉนดว่าเป็น น.ส.3, น.ส.3 ก. หรือ น.ส.4 โดยมีการระบุเนื้อหาคล้ายกันได้แก่

ข้อมูลด้านหน้าโฉนดหรือเอกสารกรรมสิทธิ์

  • ที่ตั้งของแปลงที่ดินตามพื้นที่การดูแล เช่น ตำบล อำเภอ เขต และจังหวัด
  • ชื่อผู้ถือครองคนแรกของที่ดินแปลงนั้น และหน่วยงานที่ออกสิทธิ์ให้
  • สำหรับโฉนด น.ส.4 จะมีการระบุหมายเลขโฉนด หมายเลขหน้าสำรวจตามเล่มเก็บข้อมูลของสำนักงานที่ดิน
  • ขนาดพื้นที่ของแปลงที่ดิน โดยระบุเป็น ไร่ – งาน – ตารางวา
  • แผนที่รูปร่างแปลงที่ดิน พร้อมระบุตำแหน่งและรหัสหมุดที่ดิน หมายเลขในแผนที่และหมายเลขแปลงที่ดินข้างเคียง (สำหรับ น.ส.3 ก. และ น.ส.4) โดยนิยมใช้มาตราส่วนแปลงที่ดิน 1:100

          หากที่ดินแปลงใหญ่และมีรูปร่างไม่พอดีกับพื้นที่โฉนดในหน้าแรก อาจมีการลดมาตราส่วนให้ย่อลง และแยกไปวาดให้ชัดเจนอีกครั้งในหน้าถัดไปก็ได้ครับ

ข้อมูลด้านหลังโฉนดหรือเอกสารกรรมสิทธิ์

          ในเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. หรือ โฉนด น.ส.4 ที่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือหรือจำนองทำนิติกรรมได้ จะมีการบันทึกข้อมูลนิติกรรมต่าง ๆ ตามตารางด้านหลังของโฉนด ได้แก่

  • วัน/เดือน/ปี ของการทำนิติกรรม
  • ประเภทนิติกรรมที่จดทะเบียน เช่น ซื้อขาย ให้(ยกให้) จดจำนอง รับมรดก หรือเจ้าของเปลี่ยนชื่อ เป็นต้น
  • ขนาดพื้นที่ของแปลงที่ดิน ที่ทำนิติกรรม ระบุเป็น ไร่ – งาน – ตารางวา โดยอาจนำมาทำนิติกรรมทั้งแปลง หรือแบ่งแยกบางส่วน ก็จะมีการหักลบ หรือแบ่งระบุจำนวนขนาดแปลงที่ดินที่ทำนิติกรรมสิทธิ์ด้วย (ยกเว้นบ้านจัดสรรและทาวน์โฮม จะไม่สามารถแบ่งย่อยพื้นที่ดินในการทำนิติกรรมได้ เนื่องจากแบ่งขนาดที่ดินขั้นต่ำและจัดอยู่ในหมวดของการจัดสรรที่ดินไปแล้ว)
  • ผู้ให้สัญญา ก็คือชื่อของผู้ถือครองเดิม หรือเจ้าของเดิม ฝั่งของผู้ขาย หรือผู้ยกให้
  • ผู้รับสัญญา ก็คือชื่อของผู้ถือครองใหม่ หรือ ฝั่งของผู้ซื้อ นอกจากนี้สำหรับประเภทการจดจำนอง ยังอาจใส่เป็นชื่อของธนาคารอีกด้วย
  • เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการ โดยลงชื่อและตำแหน่ง พร้อมประทับตราของกรมที่ดิน เพื่อรับรองการทำนิติกรรม

          หากที่ดินนั้นมีสิ่งปลูกสร้างอย่างบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรืออาคารใด ๆ ก็ตามตั้งอยู่ด้วย ก็จำเป็นที่จะต้องแนบพิมพ์เขียวหรือแบบแปลน และเอกสารใบอนุญาตก่อสร้างของอาคารเหล่านั้นด้วย หากต้องทำนิติกรรมที่เกี่ยวข้องกับตัวอาคารนั้น ๆ ครับ

. . . . . . .

กรรมสิทธิ์ที่ดินประเภทถนนและทางสาธารณะ

กรรมสิทธิ์การถือครองและการใช้ประโยชน์ถนน

          นอกจากในส่วนของโฉนดที่ดินสำหรับใช้สอยทั่วไปแล้ว ทราบหรือไม่ว่าในส่วนของถนนและทางสัญจรยังสามารถเป็นโฉนดได้อีกด้วยหากมีเอกสารสิทธิ์ระบุไว้ชัดเจน ซึ่งสามารถจำแนกโฉนดที่เป็นถนนได้ 2 หมวดหลัก ๆ ได้ตามนี้ครับ

1. ถนนส่วนบุคคลภาระจำยอม

          จะเป็นทางสัญจรหรือถนนที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดชัดเจน แต่มีการระบุการเป็นภาระจำยอมให้ที่ดินแปลงอื่นที่ไม่มีทางเข้าออกถึงทางสาธารณะ ซึ่งต้องใช้ที่ดินแปลงนี้เป็นทางสัญจรเท่านั้น โดยจะมีหมายเลขโฉนด และหมายเลขที่ดิน พร้อมเอกสารโฉนดเหมือนโฉนดที่ดิน น.ส.4 ทุกประการ เพียงแต่ที่ตารางท้ายโฉนดจะมีการระบุเนื้อหาการเป็นภาระจำยอมให้แปลงที่ดินอื่น ๆ จำนวนมากน้อยตามระบุใช้เป็นทางสัญจรนั่นเอง โดยระหว่างการระบุเป็นภาระจำยอมให้ที่ดินแปลงอื่น จะไม่สามารถนำไปทำประโยชน์ ซื้อขาย จำนอง หรือพัฒนาเป็นอย่างอื่นได้นอกจากเป็นทางสัญจรเท่านั้น จนกว่าจะมีการยกเลิกภาระจำยอมออก โดยต้องให้ที่ดินที่ใช้สิทธิภาระจำยอมทุกแปลงมายินยอมยกเลิกด้วยเท่านั้น

ตัวอย่าง

  • ที่ดินแปลง A, B, C และ D เป็นที่ดินตาบอด ไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะใด ๆ และต้องใช้ที่ดินแปลง E ซึ่งมีลักษณะเป็นถนน เป็นทางสัญจรเข้าออกสู่ทางสาธารณะภายนอก โดยที่ดินแปลง E จะมีผู้ถือครองเป็นคนเดียวกันกับหนึ่งในเจ้าของที่ดินแปลง A – D ด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่จะไม่ใช่เจ้าของเดียวกันทั้งหมด
  • โดยที่ดินแปลง E จะไม่สามารถซื้อขาย จำนอง หรือพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปจากการเป็นถนน หากยังไม่ได้รับความยินยอมให้ยกเลิกภาระจำยอมจากที่ดินแปลง A – D ก่อน หากแปลงที่ดินอื่น ๆ ไม่ยินยอมยกเลิก ก็ไม่สามารเปลี่ยนแปลงสถานะได้นั่นเอง

2. ทางสาธารณะ หรือถนนสาธารณะ

          จะเป็นทางสาธารณะประโยชน์ที่ไม่มีเอกสารโฉนดที่ดินใด ๆ แต่จะระบุไว้ชัดเจนในแผนที่ระวางที่ดินว่า “ทางสาธารณะ” ซึ่งจะอยู่ในการดูแลของหน่วยงานรัฐท้องถิ่นนั้น ๆ ให้เป็นทางสัญจรสาธารณะ นอกจากนี้หากเจ้าของที่ดินที่เป็นถนนภาระจำยอมส่วนบุคคล มายื่นขอยกให้เป็นทางสาธารณะ ก็จะมีการยกเลิกโฉนดและข้อมูลการถือครองออกจากระบบ และอัปเดตข้อมูลใหม่ให้เป็นทางสาธารณะตามรอบการปรับปรุงฐานข้อมูลสำนักงานที่ดินทุก ๆ 4 ปี นั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้น ถนนส่วนบุคคลที่ถูกยกให้เป็นทางสาธารณะไปแล้วจะไม่สามารถเรียกขอสิทธิ์คืนได้

. . . . . . .

หนังสือกรรมสิทธิ์คอนโด หรือ โฉนดคอนโด

          ทีนี้เรามาดูในส่วนของกรรมสิทธิ์คอนโดโฉนดคอนโด หรือ หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) กันบ้าง ซึ่งโดยเนื้อหาแล้วแทบไม่แตกต่างกับโฉนดที่ดินประเภท น.ส.4 เลยครับ เพราะมีตราครุตเป็นสีแดงเหมือนกัน เพียงแต่ขอบเขตการถือครองจะจำกัดเพียงพื้นที่ในห้องชุดหรือยูนิตคอนโดตามที่ระบุไว้ในตัวโฉนด โดยไม่รวมส่วนที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางใด ๆ นั่นเอง

ตัวอย่างโฉนดคอนโดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2)

ตัวอย่างกรรมสิทธิ์คอนโดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

หนังสือกกรรมสิทธิ์คอนโด บอกข้อมูลอะไรไว้บ้าง?

          จากในภาพตัวอย่างหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) หรือ โฉนดคอนโด จะเห็นลำดับการระบุข้อมูลต่าง ๆ คล้ายคลึงกันกับหน้าของโฉนด น.ส.4 โดยสามารถระบุตามลำดับหมายเลขในภาพดังนี้

ข้อมูลด้านหน้ากรรมสิทธิ์คอนโดโฉนดคอนโด (อ.ช.2)

  1. ประเภทของเอกสารสิทธิ์ ก็คือ อ.ช.2 หรือ หนังสือกรรมสิทธิ์คอนโด นั่นเอง
  2. ตำแหน่งของที่ดิน (ที่ตั้งของอาคารชุดคอนโดที่ห้องชุดตั้งอยู่) โดยระบุตาม เขต อำเภอ และจังหวัด ที่คอนโดตั้งอยู่ พร้อมระบุขนาดที่ดินของทั้งโครงการเป็น ไร่ – งาน – ตารางวา
  3. ที่ตั้งห้องชุดนั้น ๆ ภายในอาคารคอนโด เช่น เลขที่ห้องชุด(บ้านเลขที่) ชั้นที่ตั้ง อาคารที่ตั้ง(หากในโครงการมีหลายอาคาร) ชื่อโครงการ และเลขทะเบียนของอาคารชุดคอนโด
  4. ชื่อผู้รับสิทธิ์ในการถือครองห้องชุดรายแรก ซึ่งก็คือชื่อของบริษัท Developer ผู้พัฒนาโครงการนั่นเอง
  5. แผนผังห้องชุด ในมาตราส่วน 1:100 โดยระบุเพียงระยะเขตสิทธิเท่านั้น ไม่ระบุการแบ่งห้องภายในใด ๆ หากมีเสาโครงสร้างและท่องานระบบซึ่งนับว่าเป็นทรัพย์ส่วนกลางภายในเขตห้อง ก็จะมีการวาดบอกระยะไว้ในพื้นที่ห้องด้วย นอกจากนี้หากเป็นคอนโดยูนิตที่ได้สิทธิ์ที่จอดรถถาวร ก็จะมีการวาดระยะขนาดของช่องจอดรถระบุลงไปในส่วนนี้ด้วย
  6. ระบุจำนวนของเนื้อที่ยูนิตคอนโดห้องนั้น ๆ และความสูงจากพื้นถึงเพดาน และจำนวนสิทธิในทรัพย์ส่วนกลางที่ถือครองร่วมกับลูกบ้านรายอื่น ก็คือจำนวนพื้นที่ใช้สอยของคอนโดทั้งอาคารนั่นเอง พร้อมลง วัน/เดือน/ปี ที่ออกโฉนดครั้งแรก

ข้อมูลด้านหลังกรรมสิทธิ์คอนโดโฉนดคอนโด (อ.ช.2)

  1. ระบุจำนวนแผ่นของโฉนด โดยหากมีการซื้อขายบ่อยจนหน้าระบุจำนวนนิติกรรมไม่พอจนต้องต่อแผ่นใหม่ ก็จะมีการระบุจำนวนแผ่นที่ 1, 2, 3, 4 ไปเรื่อย ๆ โดยมี หน้า ก. เป็นหน้าแรก และหน้า ข. เป็นหน้าหลัง หากเป็นหน้าหลังของแผ่นแรกจะยังไม่มีการระบุเลขแผ่นครับ
  2. ตราประทับของกรมที่ดิน พร้อมระบุปีที่มีการเพิ่มจำนวนแผ่น
  3. วัน/เดือน/ปี ของการทำนิติกรรม
  4. ประเภทนิติกรรมที่จดทะเบียน เช่น ซื้อขาย ให้(ยกให้) จดจำนอง รับมรดก หรือเจ้าของเปลี่ยนชื่อ เป็นต้น
  5. ผู้ให้สัญญา ก็คือชื่อของผู้ถือครองเดิม หรือเจ้าของเดิม ฝั่งของผู้ขาย หรือผู้ยกให้
  6. ผู้รับสัญญา ก็คือชื่อของผู้ถือครองใหม่ หรือ ฝั่งของผู้ซื้อ นอกจากนี้สำหรับประเภทการจดจำนอง ยังอาจใส่เป็นชื่อของธนาคารอีกด้วย
  7. เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการ โดยลงชื่อและตำแหน่ง พร้อมประทับตราของกรมที่ดิน เพื่อรับรองการทำนิติกรรม

ข้อแตกต่างของโฉนดที่ดินและโฉนดคอนโด

หน้าหลังของโฉนดคอนโดที่ระบุลำดับการทำนิติกรรม จะไม่มีการแบ่งจำนวนพื้นที่ เพราะถือว่าคอนโดมีพื้นที่เล็กอยู่แล้ว และไม่สามารถแบ่งขนาดย่อยลงได้อีก จึงถือว่าการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคอนโดแต่ละครั้งก็จะนับพื้นที่สิทธิ์ของทั้งห้องไปอยู่แล้วนั่นเอง นอกจากนี้การหากประโยชน์กับอสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโด ก็ยังจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อตกลงของเจ้าของร่วมหรือลูกบ้านคอนโดและนิติบุคคลคอนโดที่ตั้งเอาไว้อีกด้วย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ส่วนกลางและโครงสร้างรวมของอาคารคอนโดนั่นเอง

. . . . . . .

ประโยชน์ของโฉนดและหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด

ประโยชน์ของเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินและหนังสือกรรมสิทธิ์คอนโด

          เอกสารแสดงสิทธิ์ทั้งโฉนดบ้าน โฉนดที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์คอนโดไว้ มีประโยชน์กับผู้ถือครองอยู่มากมาย โดยสามารถจำแนกประโยชน์ของเอกสารสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ได้ดังนี้ครับ

  • ใช้เป็นหลักฐานยืนยันสิทธิ์การถือครองหรือครอบครองตามกฎหมายต่อราชการและผู้อื่นทั่วไป
  • ทราบตำแหน่งที่ตั้ง และขอบเขตของสิทธิ์ที่ถือครองชัดเจน
  • กรณีโฉนดที่ดิน ใช้แสดงสิทธิ์เพื่อป้องกันการบุกรุก แย่งยึดที่ดิน หรือรุกล้ำแนวเขตที่ดินจากผู้อื่น
  • ใช้เป็นหลักทรัพย์เพื่อยืนยันความทางการเงินกับธนาคารเพื่อจดจำนองเป็นหลักค้ำประกันกู้เงินหรือสินเชื่อได้
  • ใช้เป็นหลักฐานประกอบการทำนิติกรรม และ/หรือ ธุรกรรม ที่ต้องใช้เอกสารสิทธิ์โฉนดประกอบ
  • ใช้เป็นหลักฐานในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
  • ใช้เป็นหลักฐานประกอบการคำนวณอัตราภาษีที่ต้องยื่นชัดเจน

. . . . . . .

โฉนดคอนโดและที่ดินมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

กรณีเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือกรรมสิทธิ์คอนโด ชำรุดหรือสูญหาย ต้องทำอย่างไร?

          ในกรณีที่เอกสารสำคัญชิ้นนี้เกิดการชำรุดเสียหาย ข้อมูลไม่ชัดเจน เพราะเก่าจนเสียสภาพหรือจากน้ำหรือไหม้ไฟ หรือสูญหายไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม เจ้าของผู้ถือครองปัจจุบันต้องข้อทำเอกสารสิทธิ์นั้นใหม่กับสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบเขตพื้นที่ที่อสังหาริมทรัพย์สังกัดอยู่ โดยตรวจสอบสาขาสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบที่ดินและอาคารชุดได้จากเว็บไซต์ของกรมที่ดินเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการตรวจค้นข้อมูล โดยเจ้าของผู้ถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดจะต้อง

  • ทำการแจ้งความการลงบันทึกประจำวัน และนำใบแจ้งความมายื่นคำร้องที่สำนักงานที่ดิน
  • พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน และ
  • ทะเบียนบ้านของเจ้าของ และ
  • พยานพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนของพยานอย่างน้อย 2 คน 

          เพื่อประกอบขั้นตอนในการขอให้สำนักงานที่ดินจัดทำเอกสารโฉนดฉบับเจ้าของขึ้นใหม่ โดยอ้างอิงจากข้อมูลในฐานข้องมูลกรมที่ดินและโฉนดฉบับสำนักงานที่ดินของอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ครับ โดยอาจมีค่าใช้จ่ายตามอัตราค่าธรรมเนียมของกรมที่ดินครับ ซึ่งระหว่างนั้นจะมีการออกใบแทนโฉนดให้กับเจ้าของไว้ใช้ทำนิติกรรมก่อนได้ โดยมีหน้าตาเหมือนโฉนดทุกประการ แต่จะระบุไว้ด้านบนตราครุตว่าเป็น “ใบแทน” นั่นเอง

. . . . . . .

          เป็นอย่างไรบ้างครับกับเอกสารแสดงสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ อย่างโฉนดที่ดินและหนังสือกรรมสิทธิ์คอนโดหรือโฉนดคอนโด ว่ามีความคล้ายคลึงกันมากแต่แตกต่างกันเพียงขอบเขตการถือครองสิทธิ์เท่านั้นเอง โดยผู้ถือครองหรือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์สามารถหาประโยชน์ทางการเงินจากบ้าน ที่ดิน หรือห้องชุดคอนโดได้เต็มที่ ทั้งการขาย ให้เช่า จดจำนอง ค้ำประกันสินเชื่อต่าง ๆ เพียงแต่ในกรณีของคอนโดนั้น จะต้องไม่กระทบส่วนกลางของอาคารและผิดข้อตกลงร่วมของทางนิติบุคคลคอนโดนั่นเอง ส่วนการตรวจสอบสิทธิ์การถือครองนั้นสามารถทำได้ที่สำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบเขตนั้น ๆ ที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ครับ

. . . . . . .

          หวังว่าเนื้อหาการอ่านข้อมูลโฉนดที่ดิน กรรมสิทธิ์ที่ดิน กรรมสิทธิ์คอนโดคอนโดนิวบ์นำมาแบ่งปันกันในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ หากชื่นชอบข้อมุลที่พวกเรานำมาฝากกันก็สามารถติดตามเนื้อหาสาระดี ๆ เกี่ยวกับความรู้อสังหาฯ คอนโดได้ทางเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของ CondoNewb ได้เลยครับ แล้วกลับมาพบกับข้อมูลดี ๆ จากคอนโดนิวบ์ในบทความฉบับหน้าครับผม

Written by NewbTay