logo

รถไฟฟ้าสายสีเทาโมโนเรลสู่มหานครเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ เมื่อไหร่ก็ตามที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ ผู้คนจะได้ประโยชน์จากการใช้บริการรถไฟฟ้าสายนี้สูงสุดทั้งในด้านความทันสมัย สะดวกสบาย การนำคนเข้าสู่ส่วนกลาง รวมไปถึงเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ได้รับจากการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา

รายละเอียดของการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา

กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีรถติดอันดับต้น ๆ ของโลกจากการจัดอันดับของ BBC สำนักข่าวอันหนึ่งของโลก จากข้อมูลการจัดอันดับตั้งแต่ปี พ.ศ 2555 โดยใน 1 วัน ปริมาณรถที่วิ่งบนท้องถนนมีจำนวนถึง 5 ล้านคันในขณะที่กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ใช้สอยของการใช้ถนนเพื่อขับรถร่วมกันเพียง 8 % เท่านั้น ส่วนสาเหตุเกิดจากคนส่วนใหญ่ที่พอมีฐานะปานกลางขึ้นไปและมีอายุค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 18 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไปมักนิยมซื้อรถยนต์คันใหม่มาใช้เพิ่มมากขึ้นตามนโยบายจากภาครัฐที่สนับสนุนให้คนส่วนใหญ่มีรถยนต์คันแรกโดยมาพร้อมโปรโมชั่นมากมายล่อตาล่อใจผู้ซื้อและกำลังตัดสินใจซื้อ เช่น การยืดระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้รถจาก 5 ปี มาเป็น 10 ปี คนที่มีกำลังทรัพย์ถึงหันมาซื้อและใช้รถยนต์ส่วนตัวบนท้องถนนเป็นจำนวนถึง 65.73% อีก 6.3% ที่เป็นสาเหตุทำให้การจราจรติดขัดเกิดจากความไม่มีวินัยในการใช้ถนนร่วมกันจนเกิดอุบัติเหตุกีดขวางเส้นทางสัญจร ที่กล่าวมานั้นเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการสร้างรถไฟฟ้าตามจุดสำคัญ ๆ โดยพิจารณาจากปริมาณรถและที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงานที่ดูหนาแน่น

ในส่วนของการคมนาคม แต่เดิม การเดินทางสัญจรไปมาจะเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างกันก็ดี ในยุคแรกนิยมใช้เรือขนส่งกันทางน้ำกันเป็นส่วนใหญ่ เหตุผลนั่นเป็นเพราะ คนไทยใช้ชีวิตเกี่ยวข้องกับสายน้ำมาแสนนานตั้งแต่ครั้งอดีตย้อนไปไกลถึงสมัยที่ยังมีการไล่ล่าเพื่อครอบครองพื้นที่ โดยให้ดูจากประเพณีการละเล่นต่าง ๆ มักเกี่ยวข้องกับแม่น้ำ เช่น ประเพณีวันลอยกระทง ประเพณีการแข่งเรือเป็นต้น ในยุคนั้นการใช้เรือเป็นพาหนะถึงเป็นเรื่องที่คนนิยมใช้กัน ในส่วนของการสัญจรทางบก ตามชนบทใช้เกวียนวัวหรือเกวียนควายบรรทุกสิ่งของข้ามจังหวัดเพื่อไปมาหาสู่กันกระทั่งเรารับอารยธรรมรวมถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตจากต่างประเทศเข้ามา เพื่อความทันสมัยทัดเทียมประเทศมีอารยะ พาหนะในยุคต่อมาถึงเปลี่ยนเป็น รถ 3 ล้อหรือรถลากใช้แรงคนเป็นหลัก รถประเภทนี้มีไว้คอยให้บริการรับส่งผู้โดยสารกันภายในชุมชน แต่ถ้ามีเรื่องให้ต้องวิ่งข้ามจังหวัดกัน ผู้คนยุคนั้นจะหันมาใช้บริการรถไฟแทน กระทั่งแต่ละจังหวัดมีเศรษฐกิจดีขึ้น คนมีกำลังซื้อ ความนิยมในการใช้บริการรถลากมาถึงจุดอิ่มตัวเมื่อผู้สัญจรหันมาใช้บริการรถยนต์ส่วนบุคคลเดินทางไปมาหาสู่กันมากขึ้นแทน อีกทั้งพอเมืองขยายอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ผลที่ตามมา ทำให้มีห้างร้านเกิดขึ้นมากมายรวมถึงอาคารบ้านเรือนโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครที่แต่เดิมพื้นที่ในหลายเส้นทาง เมื่อครั้งอดีตเคยเป็นท้องทุ่ง เรือกสวนกันมาก่อน แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้า เช่น ทุ่งบางกะปิ ถนนรัตนาธิเบศน์ เป็นต้น ความเขียวขจีได้หายไป ปัจจุบันเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่อง ถนนเส้นหลัก ถนนเส้นรอง สถานศึกษา สถานพยาบาลรวมถึงเป็นเส้นทางที่มีระบบรางของรถไฟฟ้าพาดผ่าน ที่ดินดังกล่าวถูกกว้านซื้อเพื่อนำมาปรับปรุงทำถนนใหม่โดยมีจุดประสงค์หลักนั่นก็คือการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะจนมาถึงปัจจุบันที่นับวันรถรายังคงแน่นเต็มท้องถนนจนต้องรีบหาทางแก้ไข การสร้างยวดยานพาหนะในรูปแบบใหม่ ๆ โดยเลือกที่จะให้ขึ้นไปบนฟ้าถึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อันเนื่องมาจากพื้นที่นับวันมีแต่จำกัดมากขึ้น

นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการจราจรได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาจราจรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ใช้บริการให้กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยในการนำโครงการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาขึ้นมาสานต่อโดยทาง กทม.ได้จัดเตรียมเอกสารประกวด ราคาโครงการ ในขณะเดียวกัน ได้ศึกษาเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านรูปแบบรายงานการวิเคราะห์ให้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี พ.ศ 2559 และเสนอรายงานอีกครั้งในปี พ.ศ 2562 ประมาณวันที่ 9 เดือนธันวาคม โดยในวันที่ 6 มีนาคม ปี พ.ศ. 2563 ได้มีการเพิ่มเติมรายละเอียดที่จำเป็นบางส่วนได้แก่ ความแออัดหากมีการใช้บริการโดยสารรถไฟฟ้า ปริมาณผู้โดยสาร การปรับรูปแบบโครงสร้าง ประมาณเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ.2563 ถึงจะมีบทสรุปเรื่องรูปแบบกันรวมถึงความถูกต้องแม่นยำของจุดตัดโครงการกับ airport link ว่ามีความเหมาะสมลงตัวหรือไม่

งบประมาณในการก่อสร้างเริ่ม ปี พ.ศ. 2564 อันเป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน งบในส่วนนี้จะถูกนำมาพิจารณาว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อวิเคราะห์และศึกษาโครงการโดยการก่อสร้างให้เริ่มต้นที่ช่วงเส้น วัชรพล-ทองหล่อ 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้การสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาล่าช้า สืบเนื่องมาจาก ต้องได้รับความเห็นชอบจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเสียก่อนซึ่งปัจจุบันทาง กทพ.ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้อนุญาติให้ทาง กทม. ดำเนินการคัดเลือกบริษัทเอกชนให้เข้ามาร่วมรับผิดชอบดำเนินงานได้ หากสร้างเสร็จ จะทยอยเปิดให้ใช้บริการโครงการดังกล่าวข้างต้นในปี พ.ศ.2568 ในส่วนของรายละเอียดโครงการ ติดตามอ่านในบทความกันได้เลย

บีทีเอสเป็นรถไฟฟ้าสายแรกที่เปิดให้บริการรับส่งผู้โดยสารเข้าสู่ย่านธุรกิจการค้าอันเปรียบเสมือนแม่น้ำสายหลักของคนกรุงเทพ ฯ ช่วงแรกมีเพียงแค่ 2 สายเท่านั้นนั่นก็คือ สายสุขุมวิทหรือที่เรารู้จักกันในนามว่า รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ มีระยะทางทั้งหมด 39.48 กิโลเมตร

สายที่ 2 สายสีลมหรือ รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับสายแรก มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 14.67 กิโลเมตร จะเห็นได้ว่ารถไฟฟ้าทั้ง 2 สายถูกออกแบบมาให้บริการรับส่งผู้โดยสารเพื่อลดปัญหาการจราจร เพราะถนน 2 เส้นดังกล่าวมีอาคาร สำนักงานตลอดจนที่อยู่อาศัยและปริมาณคนที่หนาแน่นมาก ดังนั้นการสร้างรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทกับสีลมถึงมีความจำเป็น ช่วยบรรเทาสภาพการจราจรอันแสนแออัดลงได้บ้างไม่มากก็น้อย หลังจากนั้นถึงได้มีการขยายการสร้างรถไฟฟ้าไปยังจุดอื่น ๆ ทั้งระบบลอยฟ้าและใต้ดินทั่วทั้งกรุงเทพ ฯ รวมถึง 5 จังหวัดใกล้กรุงเทพ ฯ ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการและสมุทรสาคร โดยทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงบริษัทเอกชนจะหยิบยกและเสนอหาทางออกร่วมเพื่อขยายเส้นทางการสัญจรในรูปแบบรถไฟฟ้าทั้งระบบ Heavy Rail และ ระบบ Mono Rail เป็นรอบ ๆ ไป

รถไฟฟ้าสายสีเทา

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Thailand Skyline

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาขับเคลื่อนโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร แผนการดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาจะเริ่มที่ส่วนเหนือก่อนเป็นอันดับแรกนั่นก็คือช่วงวัชรพล - ทองหล่อ ตามมาด้วยส่วนใต้ ลุมพินี - ท่าพระ ในส่วนของระบบ รถไฟฟ้าสายสีเทาเป็นระบบโมโนเรลหรือยกระดับรางเดี่ยว โดยปกติ ถ้าเป็นระบบเดิมจะใช้ราวเหล็ก 2 อันประกอบกันเป็นรางขึ้นมา เราเรียกระบบนี้ว่า Heavy Rail ความพิเศษของระบบ Heavy Rail นั่นก็คือสามารถขนส่งผู้โดยสารได้คราวละจำนวนมาก ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเทาระบบโมโนเรลเป็นระบบรางเดี่ยว โดยรถไฟฟ้าจะวิ่งบนราวเหล็กเพียงเส้นเดียวเท่านั้น ขนาดของรถไฟฟ้าระบบ Mono Rail มีขนาดเล็กกว่าขับเคลื่อนด้วยล้อยาง ลักษณะเป็นขบวนและต่อเป็นตู้ 3-8 ตู้ สามารถบรรจุปริมาณผู้โดยสารได้ 4,000 - 48,000 คนต่อชั่วโมง แม้จะขนส่งผู้โดยสารได้น้อยกว่าแบบรางหนักหรือ Heavy Rail ที่สามารถบรรจุผู้โดยสารได้มากกว่า ทว่ารถไฟฟ้าสายสีเทาระบบ Mono Rail กลับมีความคล่องตัวสูง ความที่มีเขตความกว้างเพียงแค่ 6..7-7.3 เมตร ทำให้สามารถสร้างระบบรางได้แม้ในพื้นที่จำกัดและแออัดหากเทียบกับระบบ Heavy Rail ที่มีความกว้างถึง 9 เมตร

การสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วงการวิ่งซึ่งบางเส้นทางได้มีการซ้อนทับกับระบบขนส่งมวลชนเดิมคือเส้น BRT นั่นก็คือช่วงพระราม 3 - ท่าพระ ซึ่งเปิดใช้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ 2553 ทว่าจากการรวบรวมปริมาณผู้ใช้บริการในเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดใช้บริการ ผลลัพธ์กลับเป็นที่ไม่น่าพอใจ มีผู้สนใจใช้เพียง 15,000 คนต่อวันและสุ่มตรวจปริมาณผู้โดยสารอีกครั้ง มีปริมาณการใช้ 23,000 คนต่อวันในปี 2558 ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้จากตัวเลขผลประกอบการของ BRT ส่วนเส้นวัชรพล - ทองหล่อ ยังอยู่ในช่วงพิจารณาว่าจะก่อสร้างอย่างไรให้เหมาะสมและมีแผนการเปิดให้ใช้บริการทั้งหมดในทุกเส้นทางในปี พ.ศ 2573 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ช่วงแรก รถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล-ทองหล่อ ระยะทาง 16.25 กิโลเมตร

รถไฟฟ้าสายสีเทา

ขอบคุณภาพจาก : www.ananda.co.th

จัดว่าเป็นพื้นที่ ๆ มีผู้คนอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่น มีการขยายตัวที่ต่อเนื่องและค่อนข้างสูงอีกทั้งสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ได้ ส่วนการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารที่จะหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเทาเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ 2562 - พ.ศ. 2592 รวมระยะเวลา 30 ปี คาดว่ามีผู้ใช้บริการระหว่าง 128,000 คน - 259,000 คนต่อวันต่อเที่ยว

สำหรับงบประมาณการก่อสร้างตั้งไว้ที่ 1,590 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ความคาดหวังต่อผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 26% 

จุดเริ่มต้น เส้นทางรถไฟฟ้าช่วงแรกสายนี้ เป็นการเดินทางจากวงแหวนรอบนอกด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพ ฯ โดยมีสถานีวัชรพลเป็นจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนตรงจุดตัดถนนรามอินทรามุ่งหน้าไปยังทิศใต้ตามแนวถนนประดิษฐ์มนูธรรมผ่านสถานีนวลจันทร์ตรงบริเวณซอยนวลจันทร์มุ่งหน้าเข้าสู่แยกเกษตร-นวมินทร์ตรงสถานีเกษตร-นวมินทร์ รวมระยะทางในช่วงนี้ 3 กิโลเมตร โดยมีแหล่งบันเทิง ห้างร้าน รวมถึงย่านการค้าที่น่าสนใจ เช่น Plearnary Mall , The Walk เกษตร นวมินทร์ , ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ตลาดถนอมมิตร ตลาดนัดหัวมุม รวมถึง โครงการคอนโดระดับไฮเอนด์อีกทั้งใกล้กับทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์ หรือใครที่ชอบไปเที่ยวแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนสำหรับวัยรุ่น วัยทำงาน ก็สามารถเลือกใช้บริการสถานีโยธินพัฒนาตรงปากซอยโยธินพัฒนา ผ่านสถานีลาดพร้าว 87 สถานีสังคมสงเคราะห์ สถานีฉลองรัช สถานีดังกล่าวถัดมาทั้งหมดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลืองตรงจุดตัดถนนลาดพร้าว 87 ตามแนวรถไฟฟ้ามีห้างร้าน ศูนย์การค้า เช่น Crytal Park , Chic Republic , Big C ให้เราได้เข้าไปเดินเที่ยวเป็นต้น

ช่วงสถานีต่อมา เชื่อมแหล่งสำนักงานกลางเมืองเช่น Town in Town โดยมุ่งหน้าผ่าน ถ.ประดิษฐ์มนูธรรมเข้าสู่ทางยกระดับศรีรัชเข้าสู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถัดมาถึงเป็นสถานีเพชรบุรีทองหล่อ จนสิ้นสุดที่สถานีทองหล่อ มีร้านอาหาร แหล่งบันเทิงและอื่น ๆ

1. โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทายังอยู่ในขั้นตอนการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญทางสิ่งแวดล้อมว่าหากก่อสร้างออกมาแล้วมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร หากสิ่งแวดล้อมออกมาไม่ดีย่อมส่งผลกระทบต่อผู้อาศัยรวมถึงคนที่สัญจรผ่านไปมา สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งแวดล้อมดีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดี นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า เหตุใดภาครัฐรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้มีการนำขึ้นสู่ที่ประชุมในรูปแบบของรายงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า สร้างไปแล้วไม่ส่งกระทบต่อผู้อาศัยโดยรถไฟฟ้าสายสีเทามีระยะทางการวิ่งทั้งหมด 15 สถานี ได้แก่ ทองหล่อ ทองหล่อ 10 แจ่มจันทร์ เพชรบุรี-ทองหล่อ พระราม 9 ประชาอุทิศ ศรีวรา ฉลองรัช สังคมสงเคราะห์ ลาดพร้าว 87 โยธินพัฒนา คลองลำเจียก เกษตรนวมินทร์ นวลจันทร์และวัชรพล

2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาช่วงแรกมีรถไฟฟ้าทั้งหมด 4 สาย 4 สถานีเป็นสถานี Interchange ได้แก่

2.1 มีหน้าที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มที่สถานีทองหล่อ 

2.2 มีหน้าที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้มที่สถานีพระราม 9 

2.3 มีหน้าที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่สถานีวัชรพล 

2.4 มีหน้าที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่สถานีฉลองรัช

หมายเหตุ : โครงการช่วงแรก วัชรพล - ทองหล่อ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเปิดใช้บริการก่อนเส้นอื่นในแง่ของความพร้อมหากเทียบกับโครงการช่วงที่ 2 โครงการช่วงแรกมีความสะดวกในการก่อสร้างมากกว่าเพราะมีเส้นทางรถไฟฟ้าของเดิมอยู่แล้วนั่นก็คือรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อ โครงการเส้นนี้เน้นการนำผู้โดยสารจากชานเมืองเข้ามาสู่จุดศูนย์กลาง ผู้ใช้บริการจะเดินทางจากวงแหวนรอบนอกด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือโดยมีจุดเริ่มต้นตรงสถานีวัชรพลเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนตรงบริเวณจุดตัดถนนวัชรพลกับถนนรามอินทรามุ่งสู่ทางทิศใต้ผ่านสถานีนวลจันทร์ เกษตรนวมินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งบันเทิงรวมถึงย่านการค้าครบครัน คาดการณ์กันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เปิดใช้บริการ ปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปีอยู่ที่ 259,000 คนต่อเที่ยวต่อวันซึ่งนับว่าเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าที่น่าสนใจอีกหนึ่งเส้นทาง

ช่วงที่ 2 รถไฟฟ้าสายสีเทา พระโขนง - พระราม 3 , พระราม 3 - ท่าพระ

ระยะทางรวม 23.66 กิโลเมตร เป็นแหล่งรวมของสำนักงานการค้าต่าง ๆ รวมถึงอาคารชุด สถานศึกษา ย่านธุรกิจ มีความหนาแน่นของประชากรและที่อยู่อาศัย ในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีเทาสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าระบบ Heavy Rail และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีเขียว ส่วนเส้นทางแต่ละเส้นทางจะเชื่อมถึงกันอย่างไรนั้น ตามอ่านกันได้เลย

รถไฟฟ้าสายสีเทา

ขอบคุณภาพจาก : www.ananda.co.th

เส้นทางการเดินรถช่วงที่ 2 ให้เริ่มต้นจาก รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิท มุ่งหน้าสู่พระโขนงลงไปทางใต้ตามแนวถนนพระราม 4 โดยเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคลเข้าสู่สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์อันมีแหล่งบันเทิง บริษัทและศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์แบ่งเป็นสวนหย่อมกับอาคารกิจกรรม ให้เราได้เข้าไปพักผ่อนเดินเล่นรวมถึงออกกำลังกายเพราะเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองกรุงเทพ ฯ ขนาดใหญ่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานคอยอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย ศูนย์ประชุมแห่งนี้มักจัดกิจกรรมสำคัญ ๆ เกือบทุกเดือน ส่วนจะเป็นกิจกรรมใดนั้น ต้องรอติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ผ่านช่องทางโซเชียล ถัดจากนั้นถึงเป็นสถานีคลองเตย สถานีลุมพินี มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนสาทรที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีลม จุดเด่นที่น่าสนใจคือสำนักงาน อาคารสูงเสียดฟ้าที่ดูทันสมัยราวกับมหานครมีชื่อแห่งหนึ่ง แหล่งบันเทิงยามค่ำคืน ร้านอาหารรูปแบบเก๋ไก๋ เป็นต้นให้เราได้เปิดหูเปิดตา ถัดจากนั้นรถไฟฟ้าจะวิ่งผ่านสถานีช่องนนทรีแล้วเลี้ยวซ้ายวิ่งไปตามแนวรถโดยสารด่วนพิเศษสายสาทร-ราชพฤกษ์จนกระทั่งมาถึงสถานีราชพฤกษ์อันเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีลมแล้วให้มุ่งหน้าขึ้นไปทางเหนือตามแนวถนนรัชดาภิเษกจนไปสิ้นสุดที่สถานีท่าพระอันเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล

ความน่าสนใจของเส้นทางเดินรถไฟฟ้าช่วงที่ 2 นอกจากย่านชุมชน ธุรกิจ การค้าและแหล่งบันเทิงแล้ว รถไฟฟ้าสายนี้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำคนจากนอกเมืองเข้ามาสู่ใจกลางเมืองเพื่อประกอบอาชีพหรือศึกษาหาความรู้ และเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีปริมาณความหนาแน่นของรถค่อนข้างสูงทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพ ฯ ดังนั้นการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา วิ่งผ่านและเชื่อมช่วงเส้นทางดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผู้คนที่อาศัยและทำงานอยู่ในละแวกนี้โดยมีระยะทางการวิ่งทั้งหมด 24 สถานี ได้แก่ พระราม 3 คลองช่องนนทรี รัชดา-นราธิวาส นางลิ้นจี่ ช่องนนทรี สวนพลู ลุมพินี งามดูพลี คลองเตย พระราม 4 เฉลิมราษฎร์ ม.กรุงเทพ บ้านกล้วยใต้ พระโขนง คลองภูมิ คลองด่าน สาธุประดิษฐ์ สะพานพระราม 9 เจริญราษฎร์ เจริญกรุง มไหศวรรศ์ ตลาดพลูและท่าพระ คาดว่ารถไฟฟ้าสายสีเทาจะเปิดให้บริการปี พ.ศ 2573 โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 699,000 คนต่อวันต่อเที่ยว

สำหรับงบประมาณการก่อสร้างตั้งไว้ที่ 3,600 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ความคาดหวังต่อผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 29%

1.รถไฟฟ้าสายสีเทาขณะนี้ยังอยู่ในช่วงกำลังศึกษาโครงการโดยมีระยะทางทั้งหมด 24 สถานีดังกล่าวข้างต้น 

2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทามีรถไฟฟ้า 4 สาย 4 สถานีเป็นสถานี Interchange 

2.1 มีหน้าที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีพระราม

 

2.2 มีหน้าที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนที่สถานีช่องนนทรี

2.3 มีหน้าที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มที่สถานีตลาดพลู

2.4 มีหน้าที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีท่าพระ 

รถไฟฟ้าสายสีเทาทั้ง 2 ช่วงที่กล่าวมาข้างต้นจะเปิดให้มีการประมูลระหว่างปี พ.ศ 2563 - พ.ศ 2564 และจะเริ่มทำการก่อสร้างจริงในช่วงปี พ.ศ 2564 หรือ พ.ศ 2565 โดยมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 39.91 กิโลเมตร

รถไฟฟ้าสายสีเทา สร้างแล้วดีอย่างไร ผลกระทบทางด้านบวก ข่าว รถไฟฟ้าสายสีเทา

เป็นที่ทราบกันมานานว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย เป็นศูนย์กลางทางด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม เป็นเมืองโตเดี่ยวที่มีความเจริญอย่างยิ่งยวดในทุกด้านทำให้ผู้คนต่างแห่กันมาใช้ชีวิตในกรุงเทพ ฯ จนทำให้เกิดโครงการรถไฟฟ้าขึ้นตรงใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ ชุมชนหนาแน่นไปจนถึงเขตปริมณฑล สร้างแล้วดีอย่างไร ? มีกระทบทางด้านบวกแบบใด มีคำตอบดังต่อไปนี้

1. ดีในแง่ของความคล่องตัวสูง

จุดเด่นของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาเป็นโครงการที่คำนึงถึงประสิทธิภาพในการขนส่งผู้โดยสาร โดยออกแบบให้มีการเชื่อมต่อเส้นทางต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มช่องทางการเดินทางให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นโดยเน้นไปที่การบริการที่ดี มาถึงที่หมายอย่างรวดเร็วด้วยระบบโมโนเรลที่มีความคล่องตัวสูงเป็นการช่วยลดความเคร่งเครียดจากปัญหารถติดได้มากพอสมควร โดยลักษณะของระบบ Monorail มีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ ระบบโมโนเรลแบบแขวนกับระบบโมโนเรลแบบวิ่งคร่อม ระบบนี้จะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้ระบบไฟฟ้า DC 750 โวลต์ผ่านตัวนำไฟฟ้าที่มีอยู่ในรางสำหรับวิ่ง 

2. ดีในแง่ของความถี่ในการรองรับผู้โดยสาร จำนวนเที่ยวมีมากขึ้นอันเกิดจากความเร็วที่มากขึ้น ทันเวลา ทันใจสามารถรองรับผู้โดยสารตู้ละถึง 200 คนต่อรอบ

3. ดีในแง่ของระยะเวลาการก่อสร้างที่เสร็จเร็วขึ้น ลักษณะโครงสร้างเป็นรางเดี่ยว ทำให้มีขนาดเล็กและเบาทำให้ใช้เวลาเพียงไม่นานในการทำระบบรางรถไฟฟ้าสายสีเทาเมื่อเทียบกับระบบ Heavy Rail ที่เป็นเช่นนั้นนั่นเป็นเพราะมีการใช้พื้นที่น้อยกว่า นอกเหนือจากนั้น ราคาค่าก่อสร้างยังถูกกว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอสถึง 50 % โดยมีราคาค่าเฉลี่ยดังต่อไปนี้ รางหนัก ราคาค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500 ล้านบาทต่อกิโลเมตรในขณะที่ระบบโมโนเรลมีค่าเฉลี่ยในการสร้างเพียงแค่ 600-700 ล้านบาทต่อกิโลเมตร

4. ดีในแง่ของความสวยงาม แบบก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา ในส่วนของตัวโครงการเป็นสีทองได้รับแรงบันดาลใจจากรูปปั้นยักษ์ในวัดโดยที่ตัวอาคารมีรูปทรงคล้ายเพชรอีกทั้งระบบรางถูกออกแบบมาให้ดูดีและทันสมัย

5. ดีในแง่ของการใช้พื้นที่น้อยในการปลูกสร้าง แม้แต่พื้นที่แออัดก็ยังสามารถทำระบบรางโมโนเรลได้ ดังนั้น รถไฟฟ้าสายสีเทาถึงเป็นอีกหนึ่งโปรเจคที่สามารถเข้าถึงคนได้ในทุกพื้นที่ บุคคลเหล่านี้สามารถใช้รถไฟฟ้าสายสีเทาบริหารเวลาได้ง่ายขึ้นทั้งโดยสารไปทำงาน เรียนหนังสือหรือทำกิจกรรม 

ผลกระทบทางด้านบวกเมื่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาดีกับผู้ตนอย่างไร?

1. แก้ปัญหาจราจร ลดการกระทบกระทั่งกันบนท้องถนนอันเกิดจากความไม่มีวินัยในการขับรถระหว่างกัน

2. ส่งผลทางด้านบวกต่อสุขภาพจิตรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ที่อาศัยในกรุงเทพ ฯ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเดินทาง เมื่อมีเวลาเหลือเพิ่มมากขึ้นทำให้หลายคนหันมาใส่ใจตัวเอง ครอบครัวและคนรอบข้างซึ่งมาในรูปแบบของการชวนกันไปออกกำลังกาย นั่งสมาธิและใช้เวลาฝึกทักษะเรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุงตัวเองเพราะความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด

3. ในแง่ของการเดินทาง การสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาตอบโจทย์ผู้ที่ไม่มียวดยานพาหนะ ทำให้เดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น 

4. ในแง่ของเศรษฐกิจ การหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเทาแทนการขับรถยนต์ช่วยประหยัดค่าน้ำมันในกระเป๋า ทำให้มีเงินเหลือออมในบัญชีเอาไว้จับจ่ายใช้สอยด้านอื่น ๆ เป็นการทำให้เงินหมุนเวียนภายในประเทศอันเนื่องมาจากการใช้บริการรถไฟฟ้า

5. ในแง่ของอากาศ การมาของรถไฟฟ้าสายสีเทาช่วยบรรเทามลพิษทางอากาศอันเกิดจากผู้คนหันมาลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อมาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเทาแทนนั่นเท่ากับว่าปริมาณควันพิษที่มาจากท่อไอเสียจากรถยนต์จะลดปริมาณลง มวลอากาศจะสะอาดขึ้นทำให้ผู้ที่สัญจรทางเท้ารวมทั้งผู้ประกอบการร้านรวงต่าง ๆ ตามแนวรถไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากการสูดควันพิษน้อยลง

6. ผลกระทบทางด้านบวกต่อคุณภาพชีวิต อันสืบเนื่องมาจากการลดปริมาณการใช้รถส่วนตัว สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพ เมื่อร่างกายแข็งแรง จิตใจปลอดโปร่ง คุณภาพชีวิตดี ๆ ก็จะตามมาเองจากการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา และทุกครั้งที่มีการผุดโครงการรถไฟฟ้า จะมีการพัฒนาพื้นที่ในรัศมีอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นร้านรวงต่าง ๆ คอนโดขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ตลาดสด ร้านสะดวกซื้อโดยการปรับโครงสร้างและทัศนียภาพโดยรอบให้ดูสวยงามน่ามองเพื่อรองรับปริมาณคนที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของการจ้างงานและย้ายมาอาศัยเอง สิ่งที่ตามมานั่นก็คือพื้นที่ใกล้รัศมีเส้นรถไฟฟ้าวิ่งผ่านจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทำให้การใช้ชีวิตประจำวันสำหรับผู้ที่เข้ามาอยู่หรือเดินทางเพื่อการใดการหนึ่งมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นอีกทั้งมีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติรวมไปถึงอาหารการกิน การแต่งตัว ภาษาและวัฒนธรรมของคนต่างถิ่นที่เข้ามาใช้ชีวิตและทำงาน นอกเหนือจากนั้น การสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาส่งผลต่อราคาที่ดิน อย่างที่ทราบกันดี ตรงบริเวณไหนที่เป็นเส้นรถไฟฟ้าสัญจร ที่ดินผืนนั้นจะมีค่าดั่งทองคำขึ้นมาทันที ดังนั้น การสร้างรถไฟฟ้าย่อมทำให้ที่ดินบริเวณนั้นตลอดจนละแวกใกล้ ๆ มีราคาแพง ในสายนักเก็งกำไรและรู้เท่าทันเหตุการณ์ล่วงหน้าสามารถกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำกำไรหรือลงทุนทำอาคารพาณิชย์ปล่อยเช่าเพิ่มรายได้ ซึ่งร้านที่มาเปิดบริการตามแนวรถไฟฟ้าย่อมหนีไม่พ้นร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านเสริมสวย ร้านเสื้อผ้าและอื่น ๆ อีกจิปาถะถือว่าเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนย่านนั้นทำให้เงินสะพัดเกิดการซื้อมาขายไปรวมถึงการจ้างงานทำให้คนมีรายได้จากการเป็นพนักงานให้บรรดาเถ้าแก่ตัวจริงทั้งหลายจนสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องทั้งกับตัวเองและคนในครอบครัว ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เมื่อมีรายได้เลี้ยงตัวเอง ผลพลอยได้คืออาชญากรรมลดน้อยลง

รถไฟฟ้าสายสีเทา ผลกระทบมีจริงหรือไม่สำหรับความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีเทา 2563

ในดีย่อมมีร้าย การก่อสร้างรถไฟฟ้าย่อมมีผลกระทบทางด้านลบต่อผู้อาศัยดังต่อไปนี้

1. ปัญหาต่อสุขภาพกายจากฝุ่นละออง ฝุ่นที่มีอานุภาคขนาดเล็กย่อมเป็นอันตรายต่อปอดจนอาจส่งผลกระทบทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา และเมื่อสะสมนานไปย่อมก่อให้เกิดภาวะวิกฤติในร่างกายของผู้ที่อาศัยใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีเทาได้

2. การก่อสร้างส่งผลต่อความเป็นอยู่ของผู้อาศัยในเรื่องของสุขอนามัยภายในบ้าน ฝุ่นละอองจะปกคลุมอาคารบ้านช่อง ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านรวมถึงเฟอร์นิเจอร์

3. ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการก่อสร้าง เสียงเครื่องจักรจะดังรบกวนผู้อาศัยใกล้รัศมีแนวรถไฟฟ้าทำให้จิตใจไม่ผ่องใส ขาดสมาธิ 

4. ปัญหาการจราจรบนท้องถนน เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการก่อสร้าง ช่องทางสัญจรจะลดลงมา อาจจะเหลือ 2 ช่องทางรถวิ่งสวน ทำให้การจราจรแออัดมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน 

5. ส่งผลต่อที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา หากใกล้เขตที่อยู่อาศัยย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน อาจต้องถูกเวนคืนจนต้องย้ายที่ทำกินไปอยู่ที่อื่น

ทางแก้ : ทางภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้สร้างเว็บไซท์ : bangkokgreyline.com สามารถแสดงความคิดเห็นลงในเว็บไซท์เพื่อหาทางออกร่วม การสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา สร้างอย่างไรไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา รถไฟฟ้าสายสีเทา การเวนคืนที่ดินมีที่ไหนบ้าง ? ข่าว รถไฟฟ้าสายสีเทา

รถไฟฟ้าสายสีเทาเป็นอีกหนึ่งโครงการที่กำลังรอการสร้างอย่างใจจดใจจ่อเพื่อลดภาวะการจราจรอันแสนแออัด และแน่นอน เมื่อมีการสร้างย่อมส่งผลกับจำนวนผู้อยู่อาศัยที่มีอยู่ก่อนหน้า ผู้ที่กำลังมองหาบ้านและคอนโดใกล้สถานที่ทำงานหรือแหล่งเรียนรู้รวมถึงผู้ที่ต้องการหาช่องทางการลงทุนเพิ่มรายได้และสภาพคล่อง หัวข้อดังต่อไปนี้คงมีประโยชน์เอาไว้พิจารณาว่าควรจะตัดสินใจอย่างไร ?

จากลักษณะของระบบรางเดี่ยว การเวนคืนที่ดินสำหรับการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทามักไม่ค่อยส่งผลกระทบกับผู้อาศัยโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

เส้นทางรถไฟฟ้าช่วงที่ 1 วัชรพล - ทองหล่อรวมถึงช่วงที่ 2 บางส่วน อาทิเส้นลุมพินี - ท่าพระจะไม่มีการเวนคืนที่ดินแต่จะหันมาสร้างบนทางเท้าแทนซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางแก้ไขที่ไม่ส่งผลกระทบกับใครมากนัก

ส่วนเส้นทางรถไฟฟ้าเลียบด่วนรามอินทรา การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา สามารถขอใช้พื้นที่ริมทางเท้ากับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงได้

ช่วงเกษตรนวมินทร์ อยู่บริเวณเส้นทางเดียวกับทางด่วนศรีรัชและรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลในอนาคต ดังนั้นผู้มีส่วนร่วมในโครงการสร้างรถไฟฟ้ามีมติร่วมกันตกผลึกแนวคิดยกระดับการสร้างให้ขึ้นไปอยู่บนชั้น 4 แทน

พระโขนง - ลุมพินี แก้ปัญหาโดยการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ก่อนหน้า

เส้นทางอื่น ๆ การสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาในช่วงที่ 2 อาจมีการเวนคืนที่ดินในบางส่วนโดยเฉพาะพื้นที่อ่อนไหวซึ่งทางภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นจากผู้อาศัยรวมถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเสียก่อน ความคืบหน้าเป็นอย่างไรนั้น จะขออัพเดทข่าว รถไฟฟ้าสายสีเทา ให้ทราบในลำดับต่อไป

การสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา ความสะดวกสบายของผู้คนทุกระดับชั้น จากชานเมืองสู่มหานครนอกจากช่วยแก้ปัญหาเรื่องการจราจรอันแสนติดขัดตามจุดต่าง ๆ ที่มีความหนาแน่นของชุมชนตลอดจนสถานศึกษา สำนักงานต่าง ๆ แล้ว การสร้างรถไฟฟ้าในครั้งนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่นัก ดังนั้น รถไฟฟ้าสายสีเทาถึงตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการใช้บริการรถไฟฟ้าได้เป็นอย่างดีจริงๆ สามารถติดตามอ่านบทความจาก CondoNewb เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ได้เลย เพราะเราจะมีบทความดี ๆ มาเสิร์ฟให้เพื่อน ๆ แน่นอน