logo

 ทางหนีไฟเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานอาคารและผู้ออกแบบอาคารควรต้องศึกษาให้ดี โดยเฉพาะในอาคารที่ต้องมีการใช้งานเป็นเวลานานและเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่พักอาศัย เช่น หอพัก อพาร์ตเม้นต์ และคอนโดมิเนียม หรืออาคารสำนักงานที่เราใช้ทำงานวันละหลายชั่วโมง หรืออาคารที่มีผู้ใช้อาคารพร้อมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงหนัง โรงละคร หรือสถานบันเทิง เป็นต้น การศึกษาเส้นทางหนีไฟให้เข้าใจ หรือสามารถจดจำเส้นทางหนีไฟได้ หรืออย่างน้อยก็รู้ว่าควรมองหาสัญลักษณ์ใดที่เป็นป้ายทางหนีไฟเพื่อนำไปสู่เส้นทางหนีไฟออกนอกอาคาร เหล่านี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ใช้อาคารเอง เนื่องจากเราไม่มีทางทราบได้เลยว่าเมื่อไรเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างอัคคีภัยจะเกิดขึ้น การศึกษาเส้นทางหนีไฟย่อมทำให้ผู้ใช้อาคารสามารถนำตัวเองออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัยหากเกิดเหตุอัคคีภัยขึ้น และสำหรับผู้ออกแบบอาคารก็ย่อมเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องออกแบบอาคารให้มีความปลอดภัยและออกแบบให้ตรงตามกฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายทางหนีไฟเป็นหนึ่งในสิ่งที่มองข้ามไม่ได้

. . . . . . . . . .

ทางหนีไฟคืออะไร และสำคัญอย่างไร

          ในการออกแบบอาคารนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกนอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอยภายในอาคารแล้ว ไม่ใช่ความสวยงามของตัวอาคาร แต่เป็นความปลอดภัยของผู้ใช้งานอาคาร การออกแบบอาคารให้มีความปลอดภัยเป็นสิ่งหลักที่สำคัญที่สุดที่ผู้ออกแบบอาคารต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยด้านโครงสร้างอาคาร หรือความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร

          อันตรายที่เกิดจากการใช้งานอาคารมีหลายอย่าง อัคคีภัยเป็นภัยร้ายแรงอย่างหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นกับอาคารได้เป็นอันดับต้นๆ มีหลายเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดอัคคีภัยในอาคารได้ ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่ใช้เป็นสถานประกอบกิจการ หรืออาคารที่พักอาศัย เช่น การเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดเหตุขัดข้องของเครื่องใช้ไฟฟ้า การดัดแปลงพื้นที่และเปลี่ยนแปลงการใช้งานของพื้นที่ภายในอาคาร ทำให้เกิดการใช้งานอาคารผิดประเภท การใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น วัสดุที่ติดไฟง่ายหรือไม่ใช้วัสดุทนไฟในห้องครัว การไม่มีระบบป้องกันอัคคีภัยที่เหมาะสม หรือละเลยการดูแลและทดสอบระบบป้องกันอัคคีภัย เป็นต้น

          ด้วยเหตุผลที่อัคคีภัยเป็นภัยที่อาจเกิดได้ง่ายในอาคาร ทางหนีไฟภายในอาคารจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยการคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานอาคาร จึงมีการออกกฎหมายเพื่อบังคับให้มีการออกแบบทางหนีไฟภายในอาคารเพื่อควบคุมให้อาคารมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานที่เหมาะสม ระบบทางหนีไฟจะประกอบไปด้วยเส้นทางหนีไฟ ตัวทางหนีไฟ และป้ายทางหนีไฟ โดยทั้งหมดนี้ต้องออกแบบอย่างถูกต้องเพื่อทำหน้าที่ได้ดีที่สุด โดยเส้นทางหนีไฟเป็นเส้นทางให้สามารถนำคนออกจากภายในอาคารไปสู่ภายนอกอาคารเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้โดยสะดวกรวดเร็ว โดยตามกฎหมายให้คำนิยามเส้นทางหนีไฟไว้ดังนี้

 "เส้นทางหนีไฟ" หมายความว่า ทางออกและแนวทางออกเพื่อให้คนออกจากอาคารเมื่อเกิด อัคคีภัย โดยจะต้องเป็นเส้นทางซึ่งต่อเนื่องกันเพื่อออกจากภายในอาคารไปสู่บันไดหนีไฟ หรือที่เปิดโล่ง ภายนอกอาคารที่ระดับพื้นดินหรือออกสู่ทางสาธารณะ

จากเส้นทางหนีไฟที่ผู้ออกแบบวางไว้ มีสิ่งที่เรียกว่าทางหนีไฟอยู่ โดยทางหนีไฟ คือ ทางที่สามารถนำคนออกจากอาคารได้โดยที่ตัวมันทำหน้าที่เป็นฉนวนกันไฟด้วย สามารถป้องกันไฟและควันไฟไม่ให้เข้ามาภายในทางนี้ได้ โดยตามกฎหมายให้คำนิยามทางหนีไฟไว้ดังนี้

 "ทางหนีไฟ" หมายความว่า ส่วนหนึ่งของเส้นทางหนีไฟที่ถูกแยกออกจากส่วนอื่นๆ ของอาคารเพื่อความปลอดภัยตลอดทางจนถึงทางปล่อยออก โดยทางหนีไฟจะต้องมีส่วนปิดล้อมที่ไม่มีช่องให้ไฟหรือควันจากภายนอกผ่านเข้ามาได้ และส่วนปิดล้อมนี้ต้องมีอัตราการทนไฟเป็นไปตามที่กำหนด

 "ป้ายทางหนีไฟ" คือ ป้ายทางออกฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ใช้สื่อสารกับผู้ใช้อาคารให้ไปตามทิศทางที่ไปสู่ทางหนีไฟและออกสู่ภายนอกอาคารได้

ทางหนีไฟโดยปกติเมื่อเกิดอัคคีภัยจะมีทางหนีไฟออกจากอาคารอยู่ 2 ทาง คือ ทางหนีไฟออกทางด้านล่าง และทางหนีไฟทางอากาศ ทางหนีไฟออกทางด้านล่างอาคารที่เราคุ้นเคยกันดีในอาคารที่มีหลายชั้นนั่นก็คือ บันไดหนีไฟ นั่นเอง ส่วนทางหนีไฟทางอากาศจะจัดเป็นพื้นที่โล่งไว้ที่ชั้นดาดฟ้า ใช้เป็นเส้นทางหนีไฟสำหรับกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ด้านล่างแล้วคนชั้นบนไม่สามารถหนีออกทางด้านล่างอาคารได้

จะเห็นว่าทางหนีไฟ คือ สิ่งที่สำคัญมากในอาคาร การที่มีทางที่สามารถพาเราออกจากอาคารได้โดยที่ตัวมันเองสามารถป้องกันไฟและควันได้ด้วยนั้นเป็นสิ่งที่สามารถช่วยชีวิตคนได้เป็นอย่างมากหากเกิดเหตุอัคคีภัยขึ้นในอาคาร

. . . . . . . . . .

ลักษณะทางหนีไฟตามกฎหมาย

          ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการออกแบบอาคาร มีการบังคับให้ต้องมีทางหนีไฟอยู่ในอาคารหลายประเภทอาคาร และเป็นสิ่งสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของนักออกแบบที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้ รวมทั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้อาคารควรต้องศึกษาเส้นทางหนีไฟให้ดีก่อนการใช้อาคาร ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ใช้อาคารเอง

          บันไดหนีไฟ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหนีไฟของอาคาร เป็นทางหนีไฟที่ผู้ใช้อาคารคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในอาคารสูงรวมถึงคอนโด High-Rise จะสังเกตเห็นได้ว่ามีบันไดหนีไฟอยู่ในอาคารสูงทุกอาคารเนื่องจากกฎหมายกำหนดให้อาคารสูงต้องมีบันไดหนีไฟนั่นเอง แต่ไม่ใช้แค่อาคารสูงเท่านั้นที่ต้องมีบันไดหนีไฟ กฎหมายกำหนดให้อาคารอีกหลายประเภทต้องมีเช่นกัน ซึ่งกฎหมายอาคารที่เกี่ยวกับทางหนีไฟส่วนใหญ่จะเน้นที่ลักษณะของบันไดหนีไฟ โดยจะมีการกำหนดรายละเอียดหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นความชันของบันไดหนีไฟ ความกว้างของตัวบันได ระยะของลูกตั้งและลูกนอนของบันได วัสดุที่ใช้ทำบันได รวมทั้งระยะห่างของแต่ละบันไดหนีไฟ และจำนวนบันไดหนีไฟที่ต้องมีในอาคาร และรายละเอียดอื่น ๆ ซึ่งบันไดหนีไฟสามารถอยู่ได้ทั้งภายนอกอาคารและภายในอาคาร ขึ้นอยู่กับประเภทอาคาร และลักษณะการวางผังอาคาร บันไดหนีไฟภายนอกอาคารและบันไดหนีไฟภายในอาคารจะมีการกำหนดลักษณะบังคับที่แตกต่างกัน

          กฎหมายที่กำหนดลักษณะทางหนีไฟมีหลายกฎหมาย แต่ละกฎหมายมีรายละเอียดที่กำหนดไม่เหมือนกันเสียทีเดียวแต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ออกแบบต้องศึกษากฎหมายเหล่านี้ให้ละเอียดโดยต้องดูหลายกฎหมายควบคู่กันไป โดยคำนึงถึงประเภทของอาคารให้ถูกต้อง เนื่องจากอาคารแต่ละประเภทก็มีการกำหนดกฎหมายทางหนีไฟแตกต่างกัน นอกจากเป็นเรื่องความปลอดภัยที่ควรใส่ใจแล้ว การออกแบบอาคารที่ผิดกฎหมายย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น

 

1. ทางหนีไฟสำหรับอาคารที่สูงไม่เกิน 23 เมตร

          ตามกฎหมายเกี่ยวกับการออกแบบอาคารที่ชื่อว่ากฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543) กำหนดไว้ว่าอาคารที่สูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไปและสูงไม่เกิน 23 เมตร รวมถึงคอนโด Low-Rise ได้แก่ อาคารที่สูง 3 ชั้นและมีดาดฟ้าเหนือชั้นที่ 3 ที่มีพื้นที่ดาดฟ้าเกิน 16 ตารางเมตร ต้องมีบันไดหนีไฟอย่างน้อย 1 แห่ง นอกเหนือจากบันไดหลักของอาคาร

          ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 ได้กำหนดให้อาคารต่างๆ ดังต่อไปนี้ ที่มีการก่อสร้างหรือดัดแปลงเกิน 1 ชั้น ต้องมีทางหนีไฟโดยเฉพาะอย่างน้อย 1 ทางด้วย นอกเหนือจากบันไดปกติ อาคารที่กำหนด ได้แก่ โรงมหรสพ หอประชุม โรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล หอสมุด ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ท่าอากาศยาน และสถานีขนส่งมวลชน รวมทั้งอาคารสาธารณะที่มีชั้นใต้ดินตั้งแต่ 1 ชั้นขึ้นไป และอาคารใดก็ตามที่มีชั้นใต้ดินตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป

ลักษณะของทางหนีไฟตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543)

  • บันไดหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ มีความลาดชันน้อยกว่า 60 องศา และต้องมีชานพักบันไดทุกชั้น ยกเว้นตึกแถวและบ้านแถวที่สูงไม่เกิน 4 ชั้น สามารถให้บันไดหนีไฟมีความลาดชันเกิน 60 องศาได้
  • บันไดหนีไฟภายนอกอาคาร ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร และมีผนังส่วนที่บันไดหนีไฟพาดผ่านเป็นผนังทึบที่สร้างด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟ ถ้าบันไดหนีไฟภายนอกอาคารนี้ทอดไปไม่ถึงพื้นชั้นล่าง ต้องมีบันไดโลหะที่สามารถเลื่อนลงมาจนถึงพื้นชั้นล่างได้
  • บันไดหนีไฟภายในอาคาร ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร มีผนังกั้นโดยรอบตัวบันไดที่เป็นผนังทึบสร้างด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟ เว้นเฉพาะช่องระบายอากาศและช่องประตูหนีไฟ ต้องมีอากาศถ่ายเทได้จากภายนอกอาคาร โดยแต่ละชั้นต้องมีช่องระบายอากาศที่เปิดสู่ภายนอกอาคารได้โดยมีพื้นที่ของช่องระบายอากาศนี้รวมกันไม่น้อยกว่า 1.4 ตารางเมตร และต้องมีแสงสว่างให้เพียงพอ
  • ประตูหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ มีความกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า 1.90 เมตร และต้องเป็นบานเปิดแบบผลักออกสู่ภายนอกเท่านั้น ต้องมีอุปกรณ์ที่บังคับให้ประตูปิดได้เอง และสามารถเปิดประตูออกได้สะดวกตลอดเวลา และต้องไม่มีธรณีประตู
  • พื้นหน้าบันไดหนีไฟต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได และอีกด้านหนึ่งไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร

ลักษณะของทางหนีไฟตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ.2544

  • บันไดหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟและเป็นวัสดุถาวร มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร และไม่เกิน 150 เซนติเมตร ลูกตั้งบันไดสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร และลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า 22 เซนติเมตร ชานพักกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได มีราวบันไดสูง 90 เซนติเมตร และห้ามสร้างบันไดหนีไฟเป็นแบบบันไดเวียน
  • พื้นหน้าบันไดหนีไฟต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได และอีกด้านหนึ่งไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร
  • กรณีที่ใช้ทางลาดหนีไฟแทนบันไดหนีไฟ ความลาดชันของทางหนีไฟนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 12
  • บันไดหนีไฟภายในอาคาร ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร มีผนังทึบที่สร้างด้วยวัสดุทนไฟและถาวรกั้นโดยรอบ เว้นส่วนที่เป็นช่องระบายอากาศและช่องประตูหนีไฟ แต่ละชั้นต้องมีช่องระบายอากาศที่เปิดสู่ภายนอกอาคารได้โดยมีพื้นที่รวมกันไม่น้อยกว่า 1.4 ตารางเมตร และต้องมีแสงสว่างให้เพียงพอ
  • อาคารขนาดใหญ่พิเศษ ที่บันไดหนีไฟภายในอาคารที่ไม่สามารถเปิดช่องระบายอากาศได้ ต้องมีระบบอัดลมภายในช่องบันไดหนีไฟที่มีความดันลมขณะใช้งานไม่น้อยกว่า 38.6 ปาสกาลมาตร และทำงานได้โดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ และตำแหน่งบันไดหนีไฟต้องออกสู่ภายนอกได้โดยสะดวก
  • ตึกแถวหรือบ้านแถวที่ไม่เกิน 4 ชั้น หรือสูงไม่เกิน 15 เมตรจากระดับถนน บันไดหนีไฟจะอยู่ในแนวดิ่งก็ได้แต่ต้องมีชานพักบันไดทุกชั้น มีความกว้างไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร ระยะห่างของขั้นบันไดแต่ละขั้นไม่มากกว่า 40 เซนติเมตร บันไดขั้นสุดท้ายอยู่สูงกว่าระดับพื้นดินได้ไม่เกิน 3.50 เมตร สามารถติดตั้งบันไดในส่วนที่ว่างด้านหลังอาคารได้
  • ตำแหน่งบันไดหนีไฟ ที่ไม่ใช่สำหรับตึกแถวหรือบ้านแถว บันไดหนีไฟต้องอยู่ห่างจากประตูห้องสุดท้ายด้านทางเดินที่เป็นทางตันไม่เกิน 10 เมตร ระยะห่างระหว่างบันไดหนีไฟตามทางเดินต้องไม่เกิน 60 เมตร
  • ต้องมีบันไดหนีไฟจากชั้นสูงสุดสู่พื้นดินถ้าเป็นบันไดหนีไฟภายในอาคาร และมีบันไดหนีไฟจากชั้นสูงสุดถึงพื้นชั้น 2 ถ้าเป็นบันไดหนีไฟภายนอกอาคาร
  • ประตูบันไดหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ มีความกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า 1.90 เมตร สามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง และต้องเป็นบานเปิดแบบผลักเข้าสู่บันได ส่วนชั้นดาดฟ้า ชั้นล่าง และชั้นที่ออกสู่ภายนอกอาคารให้เปิดออกจากห้องบันไดหนีไฟ และมีอุปกรณ์ที่บังคับให้บานประตูปิดได้เอง และต้องไม่มีธรณีประตู
  • ต้องมีป้ายทางหนีไฟ เป็นป้ายเรืองแสงหรือเครื่องหมายไฟ มีการส่องสว่างด้วยไฟสำรองฉุกเฉินสำหรับบอกทางออกสู่บันไดหนีไฟ ติดตั้งเป็นระยะตามทางเดินบริเวณหน้าทางออกสู่บันไดหนีไฟ และทางออกจากบันไดหนีไฟสู่ภายนอกอาคารหรือชั้นที่มีทางหนีไฟได้อย่างต่อเนื่อง โดยป้ายทางหนีไฟดังกล่าวต้องแสดงข้อความทางหนีไฟเป็นอักษรมีขนาดสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร หรือเครื่องหมายที่มีแสงสว่างและแสดงว่าเป็นทางหนีไฟให้ชัดเจน

 

2. ทางหนีไฟสำหรับอาคารสูง

 อาคารสูง หมายถึง อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป โดยวัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า หรือวัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุดในกรณีที่เป็นอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยา โดยสำหรับอาคารสูงรวมถึงคอนโด High-Rise จะมีข้อกำหนดในรายละเอียดสำหรับทางหนีไฟเพิ่มขึ้น เนื่องจากอาคารสูงมีความซับซ้อนในการออกแบบระบบอาคารที่มากขึ้น และความยากลำบากในการอพยพคนออกจากอาคารที่มากกว่าเดิม

ลักษณะของทางหนีไฟตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ.2535)

  • อาคารสูงที่มีพื้นของอาคารต่ำกว่าระดับถนนหน้าอาคารตั้งแต่ 3 ชั้นลงไป หรือต่ำกว่าระดับถนนหน้าอาคารตั้งแต่ 7 เมตรลงไป ต้องมีบันไดหนีไฟจากชั้นล่างสุดสู่พื้นของอาคารที่มีทางออกสู่ภายนอกได้โดยสะดวก และบันไดหนีไฟนี้ต้องมีระบบอัดลมที่มีความดันไม่น้อยกว่า 3.86 ปาสกาลเมตรทำงานอยู่ตลอดเวลา ผนังทุกด้านของบันไดหนีไฟต้องเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหนาไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร บันไดหนีไฟต้องอยู่ห่างกันไม่น้อยกว่า 60 เมตร ตามแนวทางเดิน
  • อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีการปิดกั้นบันไดที่ไม่ใช่บันไดหนีไฟของอาคาร ไม่ให้เปลวไฟหรือควันไฟเข้าไปได้ โดยจัดให้เป็นผนังหรือประตูที่ทำด้วยวัสดุทนไฟ และต้องทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
  • ต้องมีการติดตั้งแผนผังของอาคารไว้ในบริเวณห้องโถงหน้าลิฟต์ทุกแห่งของแต่ละชั้นในตำแหน่งที่เห็นชัดเจน และชั้นล่างของอาคารต้องมีแผนผังของอาคารทุกชั้นเก็บไว้เพื่อตรวจสอบ และในแผนผังอาคารแต่ละชั้นต้องมีการแสดงตำแหน่งห้องทุกห้อง ตำแหน่งที่ติดตั้งสายฉีดน้ำดับเพลิง หรืออุปกรณ์ดับเพลิงอื่นๆ ตำแหน่งประตูหรือทางหนีไฟ และตำแหน่งลิฟต์ดับเพลิงของชั้นนั้นด้วย
  • ต้องมีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ทุกชั้น
  • ต้องมีบันไดหนีไฟจากชั้นสูงสุดหรือชั้นดาดฟ้าสู่พื้นดินอย่างน้อย 2 บันได แต่ละบันไดต้องอยู่ห่างกันไม่เกิน 60 เมตร ตามแนวทางเดิน และต้องแสดงการคำนวณให้เห็นว่าสามารถลำเลียงบุคคลทั้งหมดในอาคารออกนอกอาคารได้ภายใน 1 ชั่วโมง
  • บันไดหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟและไม่ผุกร่อน เช่น คอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นต้น บันไดต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ลูกนอนกว้างไปน้อยกว่า 22 เซนติเมตร ลูกตั้งสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร มีชานพักบันไดกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร มีราวบันไดอย่างน้อย 1 ด้าน และห้ามสร้างบันไฟหนีไฟเป็นบันไดเวียน
  • บันไดหนีไฟภายนอกอาคาร ผนังด้านที่บันไดพาดผ่านต้องเป็นผนังกันไฟ
  • บันไดหนีไฟภายในอาคาร ต้องมีอากาศถ่ายเทจากนอกอาคารได้ แต่ละชั้นต้องมีช่องระบายอากาศที่เปิดสู่ภายนอกอาคารได้และมีพื้นที่รวมกันไม่น้อยกว่า 1.4 ตารางเมตร หรือมีระบบอัดลมภายในช่องบันไดที่มีความดันลมขณะใช้งานไม่น้อยกว่า 3.86 ปาสกาลเมตรและทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเกินเพลิงไหม้ และทางหนีไฟที่ลงสู่พื้นอาคารต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถออกสู่ภายนอกได้สะดวก
  • บันไดหนีไฟภายในอาคารต้องมีผนังกันไฟกั้นโดยรอบ ยกเว้นช่องระบายอากาศ และต้องมีการใช้ไฟฟ้าฉุกเฉินเพื่อเป็นแสงสว่างให้มองเห็นขณะเกิดเพลิงไหม้ได้ และมีป้ายบอกชั้น และป้ายทางหนีไฟที่ด้านในและด้านนอกของประตูหนีไฟทุกชั้นด้วยตัวอักษรที่สามารถมองเห็นได้ชัด ตัวอักษรต้องมีขนาดไม่เล็กว่า 10 เซนติเมตร
  • ประตูหนีไฟทำด้วยวัสดุทนไฟ เป็นบานเปิดแบบผลักออกสู่ภายนอก มีอุปกรณ์ที่บังคับให้บานประตูปิดเองได้ มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า 1.90 เมตร และไม่มีธรณีประตู
  • ต้องมีช่องทางเฉพาะให้บุคคลภายนอกเข้าไปบรรเทาสาธารณภัยได้ทุกชั้น จะเป็นลิฟต์ดับเพลิงหรือช่องบันไดหนีไฟก็ได้ และทุกชั้นต้องมีห้องว่างที่มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 6 ตารางเมตรติดต่อกับช่องทางนี้ และต้องเป็นบริเวณที่ปลอดจากเปลวไฟและควันเช่นเดียวกับช่องบันไดหนีไฟ และใช้เป็นที่ตั้งตู้หัวฉีดน้ำดับเพลิงประจำชั้นของอาคาร
  • ต้องมีทางหนีไฟทางอากาศ โดยต้องมีดาดฟ้า และมีพื้นที่บนดาดฟ้าด้านละไม่น้อยกว่า 10 เมตร เป็นที่โล่งว่าง และมีทางหนีไฟบนชั้นดาดฟ้าที่จะนำไปสู่บันไดหนีไฟได้สะดวกทุกบันได และมีอุปกรณ์สำหรับหนีไฟจากอาคารลงสู่พื้นดินได้โดยปลอดภัยด้วย

 

3. ทางหนีไฟสำหรับอาคารประเภทต่างๆ

          ลักษณะของทางหนีไฟตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ข้อกำหนดลักษณะแบบของบันไดหนีไฟ และทางหนีไฟทางอากาศของอาคาร

ตึกแถวหรือที่พักอาศัยที่มีความสูง 4 ชั้น

  • ต้องมีบันไดหนีไฟเพิ่มเติมจากบันไดหลักในอาคาร โดยสามารถเป็นบันไดแนวดิ่งหรือบันไดลิงได้ ต้องสร้างด้วยวัสดุไม่ติดไฟ และติดตั้งในส่วนที่ว่างหลังอาคารได้ โดยบันไดหนีไฟต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ระยะห่างของบันไดแต่ละขั้น 50-60 เซนติเมตร บันไดขั้นล่างสุดอยู่ห่างจากระดับพื้นดินไม่เกิน 3.50 เมตร ตำแหน่งของบันไดหนีไฟต้องอยู่ในทิศตรงข้ามกับบันไดหลัก และอยู่ใกล้กับช่องเปิดของประตูหรือหน้าต่าง หากเป็นตึกแถวที่มีความสูงเกิน 4 ชั้น บันไดหนีไฟต้องมีชานพักบันไดทุกชั้น

อาคารที่ไม่ใช่ตึกแถว ที่มีความสูง 4-7 ชั้น

  • ต้องมีบันไดหนีไฟภายในหรือภายนอกอาคารเพิ่มเติมจากบันไดหลักในอาคาร โดยบันไดหนีไฟต้องสร้างด้วยวัสดุไม่ติดไฟ บันไดแต่ละช่วงสูงไม่เกินความสูงระหว่างชั้นของอาคาร มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า 22 เซนติเมตร ลูกตั้งสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร ตำแหน่งบันไดหนีไฟห่างจากประตูห้องสุดท้ายด้านทางเดินที่เป็นทางตันไม่เกิน 10 เมตร หากจำเป็นต้องมีบันไดหนีไฟ 2 ตำแหน่ง ให้สามารถใช้บันไดหลักเป็นบันไดหนีไฟได้ ระยะห่างระหว่างบันไดไม่เกิน 60 เมตร ช่องประตูหนีไฟต้องกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร
  • ต้องมีป้ายทางหนีไฟ เป็นป้ายเรืองแสงหรือเครื่องหมายไฟที่มีการส่องสว่างด้วยไฟสำรองฉุกเฉิน บอกทางออกสู่บันไดหนีไฟ ติดตั้งป้ายทางหนีไฟเป็นระยะตามทางเดินและหน้าทางออกสู่บันไดหนีไฟ และทางออกจากบันไดหนีไฟสู่ภายนอกอาคาร ป้ายทางหนีไฟมีแสงสว่างแสดงข้อความ “ทางออก” หรือเครื่องหมายที่มีแสงสว่างแสดงว่าเป็นทางออกอย่างชัดเจน

โรงมหรสพ หอประชุม ที่สร้างสูงเกิน 1 ชั้น หรืออาคารที่ไม่ใช่ตึกแถว ที่มีความสูง 8-12 ชั้น

  • ต้องมีบันไดหนีไฟภายในหรือภายนอกเพิ่มเติมจากบันไดหลักในอาคาร บันไดหนีไฟต้องสร้างด้วยวัสดุทนไฟ หากเป็นบันไดหนีไฟภายในอาคารต้องมีผนังทนไฟโดยรอบ ส่วนบันไดหนีไฟภายนอกอาคารต้องมีผนังทนไฟระหว่างบันไดกับตัวอาคาร บันไดแต่ละช่วงสูงไม่เกินความสูงระหว่างชั้นของอาคาร มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า 22 เซนติเมตร และลูกตั้งสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร ตำแหน่งบันไดหนีไฟห่างจากประตูห้องสุดท้ายด้านทางเดินที่เป็นทางตันไม่เกิน 10 เมตร หากจำเป็นต้องมีบันไดหนีไฟ 2 ตำแหน่ง ให้สามารถใช้บันไดหลักเป็นบันไดหนีไฟได้ ระยะห่างระหว่างบันไดไม่เกิน 60 เมตร
  • ช่องประตูสู่บันไดหนีไฟต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร และสูงไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร บานประตูและวงกบทำด้วยวัสดุทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง มีอุปกรณ์ที่ทำให้ประตูปิดสนิท และควบคุมให้บานประตูปิดอยู่ตลอดเวลา และสามารถเปิดได้ตลอดเวลาแม้ในขณะที่ประตูได้รับความร้อน บานประตูเป็นบานเปิดเข้าสู่บันไดเท่านั้น นอกจากเป็นชั้นดาดฟ้าและชั้นล่างที่ออกสู่ภายนอกอาคารให้เป็นบานประตูเปิดออกจากห้องบันไดหนีไฟ และห้ามมีธรณีประตู ต้องมีชานพักระหว่างประตูกับบันไดกว้างไม่น้อยกว่า 1.2 เท่าของความกว้างบันได ห้ามมีสายคล้อง หรือสิ่งอื่นใดที่ขัดขวางไม่ให้เปิดประตูจากภายในอาคาร หากมีการติดตั้งกุญแจ ให้ติดตั้งแบบที่เปิดออกจากภายในได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ ส่วนภายนอกเปิดได้โดยใช้กุญแจเท่านั้น
  • ต้องมีป้ายทางหนีไฟ เป็นป้ายเรืองแสงหรือเครื่องหมายไฟที่มีการส่องสว่างด้วยไฟสำรองฉุกเฉิน บอกทางออกสู่บันไดหนีไฟ ติดตั้งป้ายทางหนีไฟเป็นระยะตามทางเดินและหน้าทางออกสู่บันไดหนีไฟ ทางออกจากบันไดหนีไฟสู่ภายนอกอาคาร ป้ายทางหนีไฟมีแสงสว่างแสดงข้อความ “ทางออก” หรือเครื่องหมายที่มีแสงสว่างแสดงว่าเป็นทางออกอย่างชัดเจน
  • บันไดหนีไฟภายในอาคารต้องทำเป็นห้องบันไดหนีไฟที่มีระบบอัดลมภายใน ความดัน 0.25-0.38 มิลลิเมตรของน้ำ และทำงานแบบอัตโนมัติโดยไฟสำรองฉุกเฉินเมื่อเกินเพลิงไหม้ บันไดหนีไฟที่มีผนังเปิดระบายอากาศได้ต้องมีช่องเปิดทุกชั้น
  • ภายในบันไดหนีไฟต้องไม่มีสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ ต้องสามารถหนีไฟทางบันไดได้อย่างต่อเนื่องถึงระดับดินได้โดยสะดวก มีประตูเฉพาะทางเข้าและทางออกฉุกเฉินเท่านั้น ห้ามทำประตูเชื่อมกับห้องอื่น และต้องมีหมายเลขบอกชั้นของอาคารภายในบันไดหนีไฟ
  • ต้องมีระบบการให้แสงสว่างฉุกเฉินภายในบันไดหนีไฟและหน้าบันไดหนีไฟ โดยต้องสว่างได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง และจะต้องเปิดอัตโนมัติทันทีที่ไฟฟ้าในอาคารขัดข้อง

อาคารที่ไม่ใช่ตึกแถว ที่มีความสูงเกิน 12 ชั้น

  • มีบันไดหนีไฟเหมือนอาคารที่สูง 7-12 ชั้น แต่ต้องมีระบบอัดลมในทางหนีไฟที่เชื่อมบันไดหนีไฟ 2 บันไดที่ไม่ต่อเนื่องกันด้วย ส่วนบันไดหลักหรือบันไดอื่นตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไปให้ออกแบบให้ใช้เป็นบันไดหนีไฟด้วย

อาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยอยู่ต่ำกว่าระดับดินมากกว่า 2 ชั้น

  • ต้องมีบันไดหนีไฟสู่ระดับพื้นดิน รายละเดียดเช่นเดียวกับอาคารที่มีความสูงเกิน 12 ชั้น

อาคารที่สูงเกิน 7 ชั้น

  • ต้องมีทางหนีไฟทางอากาศ โดยให้มีพื้นที่ส่วนหนึ่งบนชั้นดาดฟ้าเป็นที่ว่างเพื่อใช้เป็นทางหนีไฟทางอากาศ และต้องมีทางหนีไฟบนชั้นดาดฟ้าที่นำไปสู่บันไดหนีไฟได้ หรือมีอุปกรณ์ช่วยในการหนีไฟจากอาคารลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัย

 

4. ทางหนีไฟสำหรับอาคารเก่าที่เป็นอาคารสูง 4 ชั้นขึ้นไปและอาคารสาธารณะ

          อาคารเก่าที่ก่อสร้างมานานแล้ว ไม่มีทางหนีไฟ ทำให้มีความเสี่ยงเป็นอันตรายต่อผู้ใช้อาคาร จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอาคารเหล่านี้ให้มีระบบความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัยด้วย ซึ่งตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ.2540) กำหนดว่า อาคารเก่าที่ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้าย ที่เป็นอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารขนาดใหญ่ อาคารสาธารณะ อาคารอยู่อาศัยรวม โรงงาน ภัตตาคาร และสำนักงาน ที่มีสภาพที่อาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย ต้องมีการแก้ไขอาคารให้มีระบบความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัย โดยกำหนดรายละเอียดที่ตัดมาเฉพาะทางหนีไฟไว้ดังนี้

  • อาคารที่มีความสูง 4 ชั้นขึ้นไป ให้ติดตั้งบันไดหนีไฟที่ไม่ใช่บันไดในแนวดิ่งเพิ่มจากบันไดหลักให้เหมาะสมกับพื้นที่ของอาคาร และสามารถลำเลียงบุคคลทั้งหมดในอาคารออกนอกอาคารได้ภายในหนึ่งชั่วโมง โดยบันไดหนีไฟภายในอาคารต้องมีผนังโดยรอบทุกด้านทำด้วยวัสดุที่ไม่ติดไฟ ช่องประตูบันไดหนีไฟต้องเป็นบานเปิดทำด้วยวัสดุที่ไม่ติดไฟ มีอุปกรณ์ที่บังคับให้ประตูปิดเองได้ และมีความกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร
  • ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างสำรอง มีป้ายบอกชั้นและป้ายทางหนีไฟที่ด้านในและด้านนอกของประตูหนีไฟทุกชั้น ตัวอักษรมีขนาดไม่เล็กกว่า 10 เซนติเมตร

          จากกฎหมายทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้น สิ่งที่ต้องสังเกตในการออกแบบทางหนีไฟ คือ ต้องดูกฎหมายให้ตรงกับประเภทอาคารที่จะออกแบบ รวมทั้งจำนวนชั้นความสูงของอาคาร และนอกจากลักษณะบันไดหนีไฟที่ต้องทำให้ถูกต้องแล้ว จำนวนทางหนีไฟในอาคารก็ต้องมีให้เพียงพอกับพื้นที่ของอาคารด้วย ซึ่งจำนวนทางหนีไฟที่ต้องมีจะขึ้นอยู่กับพื้นที่อาคารแต่ละชั้น โดยดูจากระยะห่างของบันไดหนีไฟที่กฎหมายกำหนด นั่นคือทุกๆ ระยะห่างไม่เกิน 60 เมตรจะต้องมีบันไดหนีไฟ 1 บันได และอยู่ห่างจากประตูห้องสุดท้ายที่เป็นทางตันไม่เกิน 10 เมตร

. . . . . . . . . .

ลักษณะของผนังสำหรับทางหนีไฟ

          ผนังที่กล่าวถึงตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทางหนีไฟมี 2 ประเภท คือ ผนังกันไฟ และผนังทนไฟ ผนังทั้ง 2 ชนิดมีความแตกต่างกันในรายละเอียดตามกฎหมาย ดังนี้

ผนังกันไฟ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 มีลักษณะดังนี้

  • ผนังทึบที่ก่อด้วยอิฐธรรมดาหนาไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร และไม่มีช่องที่ให้ไฟหรือควันผ่านได้
  • ผนังทึบที่ทำด้วยวัสดุทนไฟอย่างอื่นที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไฟได้ดีไม่น้อยกว่าผนังที่ก่อด้วยอิฐธรรมดาหนา 18 เซนติเมตร
  • ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก หนาไม่น้อยกว่า 12 เซนติเมตร

ผนังทนไฟ ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ข้อกำหนดลักษณะแบบของบันไดหนีไฟ และทางหนีไฟทางอากาศของอาคาร มีลักษณะดังนี้

  • ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก หนาไม่น้อยกว่า 12 เซนติเมตร
  • ผนังอิฐ หนาไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร
  • ผนังคอนกรีตบล็อก หนาไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร
  • ผนังวัสดุอย่างอื่น ต้องมีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง

          วัสดุทนไฟตามกฎหมายจะหมายถึง วัสดุก่อสร้างที่ไม่เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงวัสดุที่มีคุณสมบัติทนต่อการใช้งานที่อุณหภูมิสูง โดยไม่เกิดการการหลอมเหลวเสียรูปร่างขณะใช้งาน ปัจจุบันมีวัสดุทนไฟหลายประเภทที่สามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างอาคารได้ เช่น อิฐทนไฟ อิฐฉนวนกันความร้อน ปูนทนไฟ คอนกรีตทนไฟ พลาสติกทนไฟ เป็นต้น

. . . . . . . . . .

ลักษณะป้ายทางหนีไฟตามกฎหมาย

          ป้ายทางหนีไฟ หรือป้ายทางออกฉุกเฉิน เป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่ง เนื่องจากเป็นสิ่งแรกที่ใช้สื่อสารกับผู้ใช้อาคารขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ป้ายทางหนีไฟที่ชัดเจนและเพียงพอจะช่วยให้ผู้ใช้อาคารสามารถนำตนเองไปในทิศทางที่ถูกต้องตามป้ายทางหนีไฟเหล่านั้น และช่วยทำให้การเคลื่อนย้ายคนออกจากอาคารเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ตามกฎหมายเกี่ยวกับทางหนีไฟที่เขียนถึงข้างต้นจะสามารถสังเกตได้ว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับกฎหมายป้ายทางหนีไฟจะแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย โดยเฉพาะในเรื่องของขนาดตัวอักษรที่กำหนดบนป้ายทางหนีไฟ ตามหลักพิจารณาการใช้กฎหมาย หากกฎหมายมีข้อขัดแย้งกันให้ยึดตามกฎหมายที่ใหม่กว่า โดยกฎหมายที่เกี่ยวกับป้ายทางหนีไฟล่าสุด คือกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555 โดยกำหนดลักษณะป้ายทางหนีไฟ ดังนี้

  • ขนาดของตัวหนังสือต้องสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร
  • ป้ายทางหนีไฟต้องมีแสงสว่างในตัวเอง หรือใช้ไฟส่องให้เห็นอย่างชัดเจนตลอดเวลา และต้องไม่ใช้สีหรือรูปร่างที่กลมกลืนกับการตกแต่งหรือป้ายอื่นๆ ใกล้เคียง หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เห็นป้ายไม่ชัดเจน
  • ใช้รูปภาพบอกทางหนีไฟตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้

          สัญลักษณ์ป้ายทางหนีไฟตามมาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินและโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งครอบคลุมเฉพาะโคมไฟป้ายทางออกฉุกเฉินชนิดส่องสว่างจากภายใน โดยมีลักษณะดังนี้

  • โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินต้องมีรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือจัตุรัส ประกอบด้วยสัญลักษณ์รูปคนวิ่งผ่านประตูไปทางซ้ายหรือทางขวา และ/หรือสัญลักษณ์ลูกศรชี้ไปทางซ้าย ทางขวา หรือตรงไป โดยสัญลักษณ์ลูกศรและประตูขององค์ประกอบภาพต้องเป็นสีขาว ฉากหลังและพื้นที่เพิ่มเติมของป้ายต้องเป็นสีเขียว โดยต้องมีขนาดและรูปร่าง เป็นสัดส่วนโดยตรงกับตัวอย่างที่ระบุไว้
  • ขนาดภาพที่ปรากฏบนโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินต้องมีขนาด 10, 15, 20 เซนติเมตร หรือใหญ่กว่า
  • ติดตั้งป้ายทางออกด้านบนเพื่อสังเกตได้ง่าย ขอบล่างของป้ายสูงจากพื้นประมาณ 2-2.7 เมตร อาจเพิ่มป้ายทางออกด้านล่างหรือแบบฝังพื้นได้
  • ระยะห่างระหว่างป้ายทางออกด้านบนขึ้นอยู่กับขนาดความสูงของสัญลักษณ์บนป้าย สัญลักษณ์ที่มีขนาดความสูง 10 เซนติเมตร ต้องห่างไม่เกิน 24 เมตร, ขนาด 15 เซนติเมตร ห่างไม่เกิน 36 เมตร, ขนาด 20 เซนติเมตร ห่างไม่เกิน 48 เมตร ระยะห่างมากขึ้นสามารถคำนวณได้โดยใช้ 2.4 คูณความสูงของสัญลักษณ์ (เซนติเมตร)

          ยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากที่กำหนดลักษณะป้ายทางหนีไฟตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการส่องสว่าง การติดตั้ง การตรวจสอบ และอื่นๆ เป็นหน้าที่ของนักออกแบบที่ต้องศึกษาและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้สามารถออกแบบได้อย่างถูกต้อง

          จากข้อกำหนดต่างๆ มากมายเหล่านี้ ทำให้เห็นได้ว่าทางหนีไฟเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้ความสนใจอย่างละเอียดรอบคอบสำหรับนักออกแบบ และสำหรับผู้ใช้อาคารหากทราบข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ต้องมีในเรื่องการหนีไฟในอาคาร จะทำให้ผู้ใช้อาคารสามารถสังเกตได้ว่าอาคารที่ใช้งานอยู่มีการออกแบบระบบทางหนีไฟได้มาตรฐานหรือไม่ และทำให้สามารถประเมินสถานการณ์เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินได้อีกด้วย

. . . . . . . . . .

          เป็นอย่างไรกันบ้างกับสาระเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับคอนโดในประเด็นของ ทางหนีไฟ สิ่งสำคัญตามกฎหมายที่ในอาคารต้องมี ที่คอนโดนิวบ์ในนำมาฝากเพื่อน ๆ ผู้อ่านกันในบทความฉบับนี้ หากชื่นชอบเนื้อหาสาระดี ๆ เพิ่มเติมก็สามารถติดตามบทความอื่น ๆ ของพวกเราได้ทางเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และความรู้คอนโดทาง CondoNewb ไว้ได้เลย