logo

 สัญญาเช่าที่ดินมีส่วนเกี่ยวพันกับข้อกฎหมาย หากไม่รู้เลยเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ๆ เพราะนั่นหมายถึงผลประโยชน์ที่เราควรจะได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากการเช่าที่ดินทั้งในส่วนของการประกอบกิจการหรือใช้เป็นที่อาศัย โดยมีแง่มุมที่ต้องเรียนรู้ร่วมกันตั้งแต่รายละเอียดไปจนถึงตัวบทกฎหมายที่เพิ่งจะมีการปรับเปลี่ยนล่าสุดให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นเรื่องที่เคยรู้เกี่ยวกับกฎหมายเมื่อหลายปีก่อนอาจจะยังไม่สามารถนำมาใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบันได้ ดังนั้นเราต้องตามติดให้ทันสัญญาเช่าที่ดินนั้นว่าสถานการณ์ปัจจุบันนั้นเป็นเช่นไร ?

. . . . . . . . . .

1. องค์ประกอบสัญญาเช่าที่ดินมีอะไรบ้าง?

 สัญญาเช่ามีหลายประเภทนับตั้งแต่สัญญาเช่ารถ สัญญาเช่าเครื่องจักร สัญญาเช่าแผงลอย รวมไปถึงสัญญาทางกฎหมายอีกประเภทหนึ่งอันหมายรวมถึงสัญญาเช่าที่ดินที่กำลังจะเอ่ยถึงในบทความต่อไปนี้ซึ่งก็คือสัญญาเช่าที่ดินนั่นเอง เป็นสัญญาที่ผู้เช่าสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินได้โดยมีการเซ็นสัญญาเช่าที่ดินระหว่าง “ผู้ให้เช่า“ กับ “ผู้เช่า“ ถึงจะสัมฤทธิ์ผล ส่วนเหตุผลที่มีการทำสัญญาเช่าที่ดินนั่นเป็นเพราะปัจจุบันราคาที่ดินมีแต่จะสูงขึ้นไม่ทีท่าว่าราคาจะลดลง แต่ความต้องการใช้ที่ดินเพื่อทำประโยชน์กลับสวนทาง ยังมีผู้คนอีกมากที่ต้องการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเช่าที่ดิน ดังนั้นถึงเกิดสัญญาเช่าที่ดินขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการเก็บเงินสดไว้กับตัว ในส่วนของรายละเอียดกว่าจะมาเป็นสัญญาเช่าที่ดินขึ้นมา 1 ฉบับนั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยที่จะขอนำมาเรียบเรียงไว้ในบทความดังต่อไปนี้

 1.1 รายละเอียดทั่วไปของทรัพย์และคู่สัญญา

 สัญญาเช่าที่ดินระยะยาวหรือสั้น ต้องมีชื่อของผู้ทำสัญญาทั้ง 2 ฝ่ายนั่นก็คือ “ผู้เช่า” กับ “ผู้ให้เช่า” ต้องมีการลงนามชัดเจน มีที่อยู่อาศัยรวมถึงเบอร์ติดต่อที่สามารถติดต่อได้หากต้องการจะทำสัญญาเช่าที่ดินระหว่างกันขึ้นมาจริง ๆ ในส่วนของรายละเอียดของสัญญาเช่าที่ดินนั่นก็คือสินทรัพย์ที่ปล่อยเช่า อันประกอบไปด้วย ทำเลที่ตั้ง บ้านเลขที่โฉนด ขนาดที่ดิน ถ้าเป็นการเช่าทั้งโฉนดมักไม่พบปัญหาแต่ถ้าเช่าเพียงบางส่วน ต้องแสดงเขตพื้นที่สำหรับการเช่าที่ดินให้ชัดเจนมีการกำหนดขอบเขตรายละเอียดที่ดินเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่าเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด

 1.2 ขอบเขตการให้เช่า

 วันที่เริ่มต้นและระยะเวลาของสัญญาเช่าที่ดิน ก็มีความสำคัญเพราะเกี่ยวพันกับข้อกฎหมาย เช่น หากเป็นการเช่าที่ดินระยะเวลาเกิน 3 ปีขึ้นไป ต้องดำเนินเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ณ ที่อยู่อาศัยที่ตัวเองสังกัดและให้ระบุวัตถุประสงค์ที่ต้องการลงในสัญญาเช่าที่ดินว่า มีไว้เพื่อการใดบ้างรวมถึงรายการสินทรัพย์ให้เช่าอันหมายถึงทรัพย์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในที่ดินที่จะให้เช่า เช่น ต้นไม้ สิ่งปลูกสร้างจำพวกบ้าน โกดังเก็บของตลอดจนทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราจัดหามาใช้เอง เป็นต้น

          โดยในสัญญาต้องระบุถึงประโยชน์จากสินทรัพย์รวมถึงผู้เช่าต้องช่วยกันคงสภาพของสินทรัพย์เดิมไว้ให้มากที่สุด หากเสียหายอันเกิดจากตัวผู้เช่าเองก็เป็นเรื่องสมควรที่ต้องกำหนดไว้ในสัญญาเช่าที่ดิน พร้อมกันนั้นต้องไม่ลืมกำหนดเงื่อนไขสัญญาเช่าที่ดินที่ใช้ในกรณีการต่ออายุหรือจะไม่ต้องการต่ออายุ เพื่อประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่ายทั้งตัวผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่า เช่น หากผู้เช่าเสียชีวิตก่อนสัญญาเช่าจะหมดอายุ ทายาทยังมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากที่ดินได้หรือไม่และถ้าหากยังได้รับสิทธิ์นั้น ในข้อสัญญาได้กำหนดรายละเอียดเอาไว้อย่างไรบ้างนั่นเอง

 1.3 รูปแบบการชำระเงิน

          การกำหนดรูปแบบการชำระเงินในสัญญาเช่าที่ดิน โดยผู้ให้เช่าสามารถแบ่งการชำระออกเป็นเงินก้อนหรือชำระเป็นงวด ๆ ไปหรืออาจเป็นรายเดือน ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจถามความสมัครใจของผู้ที่ต้องการจะเช่าว่าสะดวกชำระรูปแบบไหน อีกทั้งในการทำสัญญาเช่าที่ดินสำหรับผู้เช่าที่สามารถใช้ประโยชน์จากสัญญาเช่าที่ดินได้ตามที่ตกลงร่วมกัน แต่หากใช้ไปนาน ๆ อาจเสื่อมสภาพหรือเสียหาย เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่ายควรมีการทำเรื่องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนเข้ามาใช้พื้นที่ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นควรมีมูลค่าเท่าไหร่ที่ผู้เช่าจำต้องจ่าย โดยสัญญาเช่าที่ดินในส่วนนี้ถึงต้องทำอย่างรัดกุมเพื่อประโยชน์ของทั้งตัวผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่าจะละเลยไม่ได้เป็นอันขาดเพราะถ้าหากความเสียหายนั้นดำเนินมาถึงตัวผู้เช่าและผู้ให้เช่า ความยุ่งยากจะตามมาทันที

. . . . . . . . . .

2. ประเภทสัญญาเช่าที่ดิน รายละเอียดสัญญาเช่าที่ดินรัดกุม

          ประเภทสัญญาเช่าที่ดินหรือ Land Lease Agreement โดยหลักการแล้วมี 2 ประเภทนั่นก็คือสัญญาเช่าที่ดินระยะสั้นกับสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวอีกทั้งยังมีการจำแนกแยกย่อยสัญญาเช่าที่ดินรัดกุมออกไปอีกในแต่ละประเภท ข้อมูลเป็นอย่างไรนั้น ติดตามจากบทความกันได้เลย

 2.1 สัญญาเช่าที่ดินระยะสั้น

 สัญญาเช่าที่ดินประเภทนี้มีระยะเวลาการเช่าทั้งหมดไม่เกิน 3 ปี สัญญาเช่าที่ดินระยะสั้นเป็นสัญญาการเช่าที่ดินที่กินเวลาไม่นานเลยไม่มีความจำเป็นต้องนัดผู้เช่าเข้าไปทำสัญญาเช่าที่ดินที่สำนักงานที่ดินโดยมีลักษณะรายละเอียดร่วมกันนั่นก็คือ

  • ระบุรายละเอียดของ “ผู้เช่า” และ “ผู้ให้เช่า” ต้องมีความชัดเจน
  • ระบุ “ค่าเช่า” ที่ต้องจ่าย จ่ายรูปแบบไหน อย่างไรบ้าง
  • ระบุระยะเวลาการเช่าให้ชัดเจนว่าเริ่มต้นและสิ้นสุดวันไหน เมื่อไหร่
  • ระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตกลงกันไว้
  • ต้องมีลายเซ็นของทั้ง 2 ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าตามที่ระบุไว้ในสัญญา

 2.2 สัญญาเช่าที่ดินระยะยาว

          เป็นสัญญาอีกประเภทหนึ่งที่มีอายุการเช่าที่ดินมีระยะเวลายาวนานเกิน 3 ปีขึ้นไปและต้องไปจดทะเบียนเช่า ณ สำนักงานที่ดินในเขตที่ดินนั้น ๆ ซึ่งถูกจำแนกแยกย่อยออกไปอีก 3 รูปแบบดังต่อไปนี้

 สัญญาเช่าที่ดินธรรมดา

          รูปแบบสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวประเภทนี้มีลักษณะเหมือนสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปที่ผู้เช่าต้องเสียค่าตอบแทนแก่ผู้ให้เช่าตามที่ระบุไว้ในสัญญาและมีการเซ็นรับรู้ร่วมกัน นอกเหนือจากนั้น สัญญาเช่าที่ดินระยะยาวประเภทนี้ผู้เช่าไม่สามารถถ่ายโอนสิทธิ์ในการจ่ายค่าตอบแทน เช่น หากเสียชีวิตในช่วงที่ยังอยู่ในสัญญาเช่าที่ สัญญานั้นถือว่าเป็นโมฆะไม่สามารถส่งต่อถึงทายาทได้อีกทั้งในกรณีมีปัญหากระทบกระทั่งกันจนนำไปสู่การฟ้องร้องต้องมีเอกสารเช่าสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวที่แสดงต่อกรมที่ดิน ณ เขตที่ตัวเองอาศัยถึงจะดำเนินการฟ้องร้องได้ซึ่งต้องดำเนินการภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าที่ดิน เช่น ระยะเวลากำหนดไว้ 5 ปี ต้องทำการฟ้องร้องภายใน 5 ปี เป็นต้น

 สัญญาเช่าต่างตอบแทน

          เป็นอีกหนึ่งลักษณะของสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวนอกเหนือจากค่าเช่า ผู้เช่าต้องเสียค่าตอบแทนอย่างอื่นตามที่เคยตกลงกันไว้แก่ผู้ให้เช่า ในเคสนี้มีความแตกต่างจากสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวแบบธรรมดาตรงที่ทายาทสามารถรับช่วงการถ่ายโอนสัญญาเช่าจากผู้เช่าที่เสียชีวิต หากอยู่ในสัญญา ทายาทสามารถรับผิดชอบต่อการเช่าในช่วงเวลาที่เหลือได้ อีกทั้งผู้เช่าจะต้องเสียค่าก่อสร้างในกรณีที่มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างบนที่พื้นที่เช่าและจะตกอยู่ในกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าทันทีที่ก่อสร้างอาคารจนสำเร็จในทางกลับกันหากอาคารมีการชำรุดจนนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข กรรมสิทธิ์นั้นจะตกเป็นของผู้ให้เช่า

 การเช่าช่วง

          ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวที่มีลักษณะการเช่าสัญญาเช่าที่ดินที่ผู้เช่านำอสังหาริมทรัพย์ที่ตนเองเช่าอยู่ให้บุคคลที่ 3 เช่าต่ออีกทอดหนึ่งโดยมีการร่างสัญญาข้อตกลงระหว่างผู้เช่าที่นำเอาอสังหาริมทรัพย์นั้นมาเช่าต่อกับบุคคลที่ 3 ซึ่งต้องได้รับอนุญาติจากผู้ให้เช่าว่าสามารถเช่าช่วงได้หรือไม่ ? และถ้าได้ ควรมีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันการเช่าช่วงโดยมิชอบ

          จะเห็นได้ว่า ประเภทของสัญญาเช่าที่ดินนั้นมีทั้งสัญญาเช่าที่ดินระยะสั้นและสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว ส่วนการจะเช่าแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมตลอดจนวัตถุประสงค์ของผู้เช่าว่าต้องการเช่าเพื่อการใด ดังนั้น ควรตัดสินใจจากความต้องการเพื่อนำไปสู่การทำสัญญาเช่าที่ดินอันแสนจะรัดกุมกันดีกว่า

. . . . . . . . . .

3 . กฎหมายสัญญาเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรและสิ่งปลูกสร้างปี 2563

 สัญญาเช่าที่ดินที่รัดกุมในบทความนี้ว่าด้วยพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2563 ตามหลักการแล้วจะเริ่มมีการเก็บอัตราภาษีและที่ดินเพื่อสิ่งปลูกสร้างอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป แต่เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ดังนั้นวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ถึงมีมติให้ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับปีภาษี พ.ศ. 2563 โดยผู้ครอบครองเสียภาษีเพียง 10% ได้แก่ เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของที่ดิน เจ้าของห้องชุด ส่วนการเก็บอัตราภาษีที่ดินใหม่ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงสัญญาเช่าที่ดินรัดกุมเพื่อการเกษตร ใครที่ยังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองต้องการจะเช่าหรืออาจจะทำสัญญาเช่าไปแล้ว บทความนี้มีประโยชน์เต็มไปด้วยสาระมากมายเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะทำเกษตรไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

 สัญญาเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมสำหรับผู้ให้เช่า เพดานสูงสุด 0.15% ที่ดินผืนดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อมีไว้เพื่อทำปศุสัตว์ ทำนา ทำสวนหรือตามที่ระบุไว้โดยต้องมีการปลูกต้นไม้ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด เช่น ปลูกไม้ผลจำพวกกล้วย มะละกอ ทุเรียน ไม่ต่ำกว่า 200 ต้น / ไร่หรือหากจะเลี้ยงสัตว์สามารถเลี้ยงวัวโดยใช้พื้นที่ 7 ตรม. / ตัว หรือใช้ที่ดิน 1 ตัว / 5 ไร่ เป็นต้น โดยมีอัตราภาษีปี 2563 - 2564 รายละเอียดมีดังต่อไปนี้

  • มูลค่า 0-75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01% นั่นหมายความว่าต้องเสียภาษีเพียงล้านละ 100 บาท
  • มูลค่าเกิน 75-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03% เท่ากับต้องเสียภาษีล้านละ 300 บาท
  • มูลค่าเกิน 100-500 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05% ความหมายคือต้องเสียภาษีล้านละ 500 บาท
  • มูลค่าเกิน 500-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.07% เท่ากับต้องเสียภาษี ล้านละ 700 บาทและมูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.10% เท่ากับต้องเสียภาษี ล้านละ 1,000 บาท

          กรณียกเว้นและลดภาษีเป็นเรื่องที่ต้องรับรู้เพื่อผลประโยชน์ของผู้ครอบครองหรือผู้ให้เช่า รายละเอียดมีอะไรบ้างสามารถติดตามได้เลยโดยจะขอแบ่งตามหัวข้อดังต่อไปนี้

  1. กรณีเป็นบุคคลธรรมดาที่มีที่ดินเพื่อทำเกษตร ใน 3 ปีแรกไม่จำเป็นต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายได้บังคับใช้ในปี 2563 - 2565 ส่วนปีที่ 4 เป็นต้นไปนั่นก็คือปี 2566 เป็นต้นไปได้รับการยกเว้นที่ 50 ล้านบาทแรก / เขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทว่ามีเงื่อนไขที่ว่าหากสถานภาพเป็นนิติบุคคลจะไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ
  2. ในสถานการณ์โรคไวรัทโควิด 19 กำลังระบาดดังที่กล่าวมานั้น เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เฉพาะปี 2563 ได้ลดภาษีถึง 90% ของจำนวนภาษีที่ต้องเสียทั้งในบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพราะฉะนั้นเมื่อหักค่ายกเว้นแล้วจะได้อัตราภาษีที่ดินเพื่อการเกษตรสำหรับบุคคลธรรมดาดังต่อไปนี้
  • ในปี 2563 บุคคลธรรมดาที่ทำการเกษตร ไม่ต้องเสียภาษีที่ดินในขณะที่นิติบุคคลที่เป็นเจ้าของพื้นที่ทำการเกษตร คิดภาษีที่ดินตามอัตราปกติโดยได้ลดจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย 90% เหลือจ่ายเพียง 10% ของเงินที่คำนวณได้
  • ปี 2564-2565 บุคคลธรรมดาที่ทำการเกษตรไม่ต้องเสียภาษีที่ดินในขณะที่นิติบุคคลที่เป็นเจ้าของพื้นที่ทำการเกษตรมีหน้าที่ต้องเสียภาษีที่ดินตามอัตราปกติ
  • ปี 2566 เป็นต้นไป บุคคลธรรมดาที่ทำการเกษตร มีที่ดินมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี กรณีที่ดินมีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท เก็บภาษีส่วนเกินสูงสุดไม่เกิน 0.15% ส่วนนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของพื้นที่ทำการเกษตรเสียภาษีที่ดินตามอัตราปกติ

 สัญญาเช่าที่ดินเพื่อทำเป็นที่พักอาศัย คำจำกัดความลักษณะเป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของอาศัยเองหรือให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย โดยปกติให้เสียภาษีในรูปแบบของอัตราที่อยู่อาศัยโดยอาจมาในรูปแบบของบ้าน อพาร์ตเมนต์ สำหรับปล่อยเช่ารายเดือนนั้นให้เก็บตามอัตราภาษีที่อยู่อาศัย ไม่ใช่การพาณิชย์ แต่หากเช่าเป็นรายวัน จะถูกจัดอยู่ในหมวดใช้ประโยชน์เพื่อการอื่น ส่วนกรณีที่ไม่ถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยนั้น ตามประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ระบุไว้ดังนี้

  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาหรือสร้างเสร็จทว่ายังไม่ได้ขาย
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาหรือสร้างเสร็จแต่ยังไม่ได้ขาย ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ให้บริการเป็นที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใด โดยคิดค่าตอบแทน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีที่คิดค่าตอบแทนเป็นรายเดือนขึ้นไปหรือโฮมสเตย์

 ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอสังหาริมทรัพย์รอการขายของหน่วยงาน เช่น สถาบันการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น สถาบันการเงินประชาชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการเงินประชาชน บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์โดยการจัดเก็บภาษีที่อยู่อาศัยนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 3 กรณีดังต่อไปนี้

  • กรณีบ้านหลังหลัก โดยมีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
  • กรณีบ้านหลังหลัก โดยบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
  • กรณีบ้านหลังอื่น ๆ เช่น บ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป

ทั้งหมดที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้นได้กำหนดให้มีการจัดเก็บตามอัตราภาษีใหม่ดังต่อไปนี้

อัตราภาษีปี 2563-2564

  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่าไม่ถึง 50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.02% หรือล้านละ 200 บาท
  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 50-75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03% หรือล้านละ 300 บาท
  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 75-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05% หรือล้านละ 500 บาท
  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.10% หรือล้านละ 1,000 บาท

. . . . . . . . . .

 สัญญาเช่าที่ดิน จะเช่าที่อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในส่วนผู้เช่าและผู้ให้เช่า รายละเอียดทั้งหมดในบทความคงสร้างความกระจ่างให้กับผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อยจนนำไปสู่การเจรจาเช่าที่ดินสักแปลงหรือสิ่งปลูกสร้างสักแห่งผ่านสัญญาเช่าที่ดินที่เป็นเรื่องต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา หากชื่นชอบบทความดี ๆ และสนใจบทความสัญญาซื้อ ขาย เช่า อสังหาฯ ในด้านอื่น ๆ ของพวกเรา ก็สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดทาง CondoNewb ไว้ได้เลย