logo

          เครื่องชงกาแฟ เป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำกาแฟให้ออกมามีรสชาติที่เข้มข้นและได้กลิ่นหอมกรุ่นจากเมล็ดกาแฟแท้ๆ สำหรับคอกาแฟพันธุ์แท้ นอกจากจะออกไปหาร้านดี ๆ นั่งดื่มแล้ว ด้วยเทคโนโลยีการผลิตเครื่องชงกาแฟ หลายคนก็เลือกที่จะซื้อไว้ดื่มเองที่บ้าน ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ ตั้งแต่เครื่องชงกาแฟแบบที่ควบคุมการชงด้วยตัวเองไปจนถึงแบบอัตโนมัติ

. . . . . . . . . .

ประเภทของเครื่องชงกาแฟ

เครื่องชงกาแฟแคปซูล (CAPSULE MACHINE)

          หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่าเครื่อง Nespresso เป็นเครื่องที่นำเมล็ดกาแฟคั่วอย่างดี ไปบดให้เป็นผงไว้ก่อนแล้วบรรจุไว้ในแคปซูล ก่อนจะซีลฝาปิดอย่างมิดชิด เพื่อถนอมความสดของกาแฟไว้ เมื่อได้แคปซูลแล้ว จึงนำมาใช้กับเครื่องชง ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทผู้ผลิตจะปรับแต่งกาแฟใส่แคปซูลมาเพื่อใช้กับเครื่องอยู่แล้ว 

         โดยเครื่องแบบแคปซูลจะมีโหมดการทำงานที่หลากหลาย สะดวก ใช้งานง่าย รวดเร็ว มีความสม่ำเสมอ และไม่ต้องยุ่งยากในการทำความสะอาดตัวเครื่อง ตัวกรองเหมือนเครื่องชนิดอื่น ราคาไม่แพง สามารถทำเมนูเครื่องดื่มได้สารพัดเมนู เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายแบบไม่ต้องการปรับแต่งอะไรมาก แต่ราคาแคปซูลค่อนข้างสูง ใช้วัตถุดิบทดแทนนมสำหรับแคปซูล และเครื่องแต่ละยี่ห้อก็จะต้องใช้แคปซูลของยี่ห้อนั้นเอง จะเอาแคปซูลยี่ห้ออื่นมาใส่แทนไม่ได้

         การใช้งานเริ่มต้นด้วยการใส่น้ำลงในภาชนะบรรจุของเครื่อง วางแก้วสำหรับรองรับกาแฟที่ทำเสร็จบริเวณหน้าเครื่อง ใส่แคปซูลรสชาติที่ต้องการลงไปในเครื่อง กดปุ่มให้เครื่องทำงาน ตัวเครื่องจะเจาะฝาแคปซูลและผลิตแรงดันน้ำร้อนผ่านแคปซูลออกมาเป็นกาแฟ ปล่อยลงมาในแก้วพร้อมดื่มได้ทันที

แนะนำเครื่องชงกาแฟแคปซูล (CAPSULE MACHINE)

KRUPS เครื่องชงกาแฟแคปซูล รุ่น Piccolo XS KP1A08 

เครื่องชงกาแฟ Piccolo XS KP1A08

ลักษณะเด่น : แรงดัน 15 บาร์ กำลังไฟ 1,340 – 1,600 วัตต์ ความจุ 0.8 ลิตร แท้งก์มาพร้อมฝาปิด รับประกันสินค้า 2 ปี 

ราคา : 2,490 บาท 

NESPRESSO เครื่องแบบแคปซูล รุ่น INISSIA 

NESPRESSO เครื่องแบบแคปซูล รุ่น INISSIA

ลักษณะเด่น : แรงดัน 19 บาร์ กำลังไฟ 1,260 วัตต์ ความจุ 0.7 ลิตร น้ำหนัก 2.4 กิโลกรัม รับประกันสินค้า 1 ปี 

ราคา : 5,500 บาท

เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ (ESPRESSO MACHINE)

          เป็นระบบการทำกาแฟที่มีราคาหลากหลายที่สุด เริ่มต้นตั้งแต่หลักพันบาทไปถึงหลักหมื่น จะแตกต่างในเรื่องของดีไซน์ความสวยงามรวมถึงความเสถียรของการชงกาแฟ และฟังก์ชั่นการใช้งาน สามารถเป็นผู้กำหนดรสชาติทุกอย่าง ทั้งปริมาณกาแฟ ปริมาณน้ำ ระดับการไหลของกาแฟ ระดับความละเอียดของการบดเมล็ดกาแฟ น้ำหนักในการอัดกาแฟ (Tamping) ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อรสชาติกาแฟทั้งสิ้น หากต้องการสร้างสรรค์เมนูที่เข้าถึงรสชาติของกาแฟอย่างเอสเพรสโซ่ Espresso หรือคาปูชิโน Cappuccino เครื่องแบบเอสเพรสโซ่จะตอบโจทย์และให้รสชาติของกาแฟได้ดีที่สุด 

          เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ สามารถทำกาแฟได้ตรงตามอย่างที่ต้องการมากที่สุด มีความนุ่มนวลของกาแฟและยังสามารถใช้เมล็ดกาแฟจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก เป็นกาแฟสดอย่างแท้จริง โดยที่สามารถเลือกวัตถุดิบตามใจเราได้ สามารถทำจำนวนได้หลายร้อยแก้วต่อวัน บางรุ่นจะมีอุปกรณ์พิเศษเป็นแขนหรือ Steam Arm ที่สามารถใช้ไอน้ำเพื่อทำฟองนมเพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้กับผู้ดื่มกาแฟคาปูชิโน่และลาเต้ได้ด้วย เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการลงลึกไปในรสชาติของกาแฟ ต้องการการปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของผู้ทำมากที่สุด ร้านกาแฟทุกร้านใช้เครื่องระบบนี้ 100% เพียงเพื่อต้องการรสชาติของเอสเพรสโซ่ที่ดีที่สุด แต่ใช้เวลาในการทำกาแฟค่อนข้างนาน อุปกรณ์เยอะ ขั้นตอนยุ่งยาก ต้องบดกาแฟด้วยตัวเอง คนทำต้องมีประสบการณ์ เพื่อที่จะทำกาแฟออกมาได้อร่อย อุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีมีราคาที่สูงมาก ตัวเครื่องสามารถทำได้แค่เอสเพรสโซ่และการตีฟองนม

          หลักการทำงานของเครื่องนี้ จะใช้น้ำร้อนที่มีแรงดันไอน้ำในหม้อต้ม กลั่นให้ออกเป็นน้ำกาแฟ โดยที่ใช้น้ำน้อยที่สุด ดังนั้นรสชาติจึงออกดีเข้มข้น โดยเริ่มจากบดเมล็ดกาแฟจากเครื่องบด นำผงกาแฟใส่ในด้ามจับและฟิลเตอร์กาแฟ (Portafilter) ต่อจากนั้นกดหน้ากาแฟใน Filter ให้เรียบ นำใส่เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่และเริ่มการใช้งาน เครื่องจะต้มน้ำให้เดือด ทำให้เกิดแรงดันและไอน้ำขึ้น เมื่อแรงดันได้ที่ไอน้ำก็จะถูกส่งไปยังตัวกรองที่บรรจุกาแฟบด ก็จะได้น้ำกาแฟแบบเข้มข้น ดูการไหลของกาแฟให้พอดี และหลังจากใช้เครื่องเรียบร้อยแล้ว ควรทำความสะอาดเครื่องบดกาแฟทุกครั้งที่เริ่มทำกาแฟถ้วยใหม่ด้วย

แนะนำเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ (ESPRESSO MACHINE)

DELONGHI เครื่องแบบเอสเพรสโซ่ รุ่น EC820.B  

DELONGHI เครื่องแบบเอสเพรสโซ่ รุ่น EC820.B

ลักษณะเด่น : แรงดัน 15 บาร์ กำลังไฟ 1,450 วัตต์ ความจุ 1 ลิตร ระบบป้องกันน้ำหยด สามารถปรับแรงดันไอน้ำได้ มีฟิวเตอร์ 3 แบบ ระบบทำความร้อน Thermoblock รับประกันสินค้า 1 ปี 

ราคา : 18,750 บาท 

ARIETE เครื่องแบบเอสเพลสโซ่ รุ่น 1389  

ARIETE เครื่องแบบเอสเพลสโซ่ รุ่น 1389

ลักษณะเด่น : แรงดัน 15 บาร์ กำลังไฟ 850 วัตต์ ความจุ 0.9 ลิตร น้ำหนัก 3.69 กิโลกรัม มีอุปกรณ์ทำคาปูชิโน่ มีเกจวัดแรงดัน ก้านชงกาแฟพร้อมที่กรองชงกาแฟแบบ 2 แก้ว ถาดรองน้ำหยด สามารถภอดออกได้ มีราวกั้นด้านบนเครื่อง สำหรับวางถ้วยกาแฟ รับประกันสินค้า 1 ปี 

ราคา : 8,990 บาท 

เครื่องแบบอัตโนมัติ (FULLY AUTOMATIC COFFEE MACHINE)

          เป็นเครื่องที่นิยมใช้ตาม องค์กร ออฟฟิศ หรือสำนักงานต่าง ๆ นับได้ว่ามาแรงมากในช่วงนี้ เนื่องจากเปรียบเสมือนการนำข้อดีของทั้งแบบเอสเพรสโซ่และแคปซูลมารวมกัน คือ สะดวก ได้รสชาติกาแฟสดตามที่เราต้องการและยังมีความเสถียรในรสชาติ

          ซึ่งเจ้าเครื่องอัตโนมัตินี้ จะใช้งานง่ายมาก เพียงเติมน้ำ เติมเมล็ดกาแฟให้เรียบร้อย และกดปุ่มเลือกเมนูที่ต้องการ ก็สามารถใช้งานได้ รวมถึงฟังก์ชั่นการทำความสะอาดอัตโนมัติ รวดเร็ว ราคาต่อแก้วถูกกว่าแคปซูล ได้ความเป็นกาแฟสดอย่างแท้จริง สามารถเลือกทำเอสเพรสโซ แล้วนำไปทำเป็นเมนูอื่นได้เช่นเดียวกับเครื่องชงเอสเพรสโซ่ แต่ราคาเครื่องสูงกว่าเครื่องแบบระบบแคปซูล รสชาติอาจด้อยกว่าเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ที่ทำโดยบาริสต้า เหมาะกับคนที่รักกาแฟสดรสชาติอร่อยแต่ไม่ชอบความยุ่งยาก

          หลักการทำงานของเครื่องอัตโนมัตินี้ คือการจำลองการทำงานของเครื่องแบบเอสเพรสโซ่ทั้งหมดมาเป็นระบบอัตโนมัติ เพียงเราตั้งค่าหรือเลือกเมนูที่เราต้องการ ตัวเครื่องจะเริ่มทำการบดกาแฟให้เป็นผง ไอน้ำร้อนจะถูกส่งผ่านกาแฟที่บดแล้วด้วยความดันที่เหมาะสม หลังจากนั้น น้ำกาแฟที่ได้จะผ่านตัวกรองและกลั่นกาแฟ ก่อนจะเติมส่วนผสมให้เสร็จเรียบร้อย แล้วปล่อยลงแก้วพร้อมดื่ม จากนั้นเครื่องก็จะแยกกากของกาแฟออก ส่วนกากกาแฟจะมีระบบทิ้งออกมายังถาดรอง ทำให้คุณทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น เครื่องบางรุ่นจะมีอุปกรณ์พิเศษเป็นแขนหรือ Steam Arm ที่สามารถใช้ไอน้ำเพื่อทำฟองนมสำหรับทำกาแฟคาปูชิโน่และลาเต้ได้ด้วย

แนะนำเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ (FULLY AUTOMATIC COFFEE MACHINE)

KRUPS Coffee Maker รุ่น EA894T 

KRUPS Coffee Maker รุ่น EA894T

ลักษณะเด่น : แรงดัน 19 บาร์ กำลังไฟ 1,450 วัตต์ ความจุ 1 ลิตร น้ำหนัก 11.58 กิโลกรัม รับประกันสินค้า 2 ปี 

ราคา : 55,990 บาท

DELONGHI Coffee Machine PrimaDonna Exclusive ESAM 6900.M 

DELONGHI Coffee Machine PrimaDonna Exclusive ESAM 6900.M

ลักษณะเด่น : แรงดัน 15 บาร์ กำลังไฟ 1,350 วัตต์ ความจุ 1 ลิตร น้ำหนัก 13.5 กิโลกรัม รับประกันสินค้า 1 ปี 

ราคา : 132,000 บาท 

เครื่องแบบหยดหรือแบบดริป (DRIP COFFEE MAKER) หรือแบบใช้ตัวกรอง (FILTER COFFEE MACHINE)

           เครื่องชงกาแฟสดแบบใช้ตัวกรอง หรือที่หลายๆ คน คุ้นหูกันในชื่อ เครื่องแบบดริป ได้รับความนิยมแพร่หลายโดยเฉพาะผู้ใช้ในบ้าน เพราะใช้งานง่าย มีราคาถูก ทำกาแฟได้รวดเร็ว และขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แต่รสชาติจะไม่เข้มข้นเท่าที่ควร เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการชงเพียงสั้นๆ เท่านั้น ทำให้ไอน้ำไม่สามารถกระจายตัวเพื่อดึงเอาความเข้มของกาแฟออกมาได้เท่าที่ควร เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เน้นรสชาติและกลิ่นของกาแฟ

          หลักการใช้งานของเครื่องนั้น เริ่มจากจะมีส่วนให้เติมน้ำกักเก็บเอาไว้ เครื่องจะต้มน้ำให้เดือด ใช้ความร้อนจากน้ำเดือดไปที่ด้านบน น้ำร้อนก็จะค่อยๆ หยดผ่านกระดาษหรือฟิลเตอร์กรองที่บรรจุผงกาแฟอยู่ ซึ่งก็จะได้น้ำกาแฟหยดลงไปยังภาชนะด้านล่าง พร้อมดื่มได้ทันที ซึ่งรสชาติอาจจะไม่ค่อยเข้มข้นมาก เพราะเป็นน้ำที่หยดผ่านกาแฟ

          สำหรับตัวกรองของเครื่องนั้นมีอยู่สองชนิดคือ แบบกระดาษถอดเปลี่ยนได้ ไม่ต้องทำความสะอาด ใช้แล้วทิ้งได้เลย แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และแบบตัวกรองถาวรที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แต่ต้องทำความสะอาดตัวกรองให้ดีอยู่ตลอดเวลา

แนะนำเครื่องชงกาแฟแบบหยดหรือแบบดริป (DRIP COFFEE MAKER)

ELECTROLUX เครื่องชงกาแฟ รุ่น ECM3505 

ELECTROLUX เครื่องชงกาแฟ รุ่น ECM3505

ลักษณะเด่น : กำลังไฟ 915 - 1,080 วัตต์ ความจุ 15 แก้ว น้ำหนัก 1.7 กิโลกรัม ตัวกรองสามารถทำความสะอาดได้ 

ราคา : 1.390 บาท 

DELONGHI เครื่องชงแบบแบบหยด รุ่น ICM15210

DELONGHI เครื่องชงแบบแบบหยด รุ่น ICM15210

ลักษณะเด่น : กำลังไฟ 900 วัตต์ ความจุ 1.25 ลิตร (10 ถ้วย) โถแก้ว สามารถมองเห็นระดับน้ำได้ ระบบการเติมกาแฟอยู่ด้านหน้า สะดวกการใช้งานและเปิดปิดเครื่อง มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ มีฐานกันลื่นพร้อมม้วนเก็บสายไฟ รับประกันสินค้า 1 ปี ตามเงื่อนไขบริษัท

ราคา : 2,250 บาท 

เครื่องชงแบบนีโอโพลิแทนดริปพอต (NEOPOLITAN DRIP POT)

เครื่องชงกาแฟประเภทกาหยด

Homemate รุ่น HOM-264082 

         หรือเครื่องชงกาแฟประเภทกาหยด เป็นเครื่องที่มีหลักการทำงานคล้ายกับเครื่องแบบดริป แต่จะแตกต่างกันตรงที่ตัวกาแฟที่ผ่านการบดแล้วจะถูกเทใส่ถ้วยกรองซึ่งมีลักษณะเป็นตะกร้าภายในหม้อ เป็นเครื่องที่ไม่ซับซ้อน กระบวนการชงง่าย หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง แต่ได้รสชาติกาแฟที่ไม่เข้มมากนัก จึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการเน้นรสชาติและกลิ่นของกาแฟ

เครื่องชงกาแฟแบบเพอร์โคเลเตอร์ (PERCOLATOR COFFEE MACHINE)

เครื่องชงกาแฟแบบเพอร์โคเลเตอร์

Presto 02811 12-Cup Stainless

          เป็นเครื่องชงแบบเหยือกหรือกาน้ำ ที่ทำด้วยแก้วหรือโลหะ นิยมใช้กันเฉพาะกลุ่ม เช่น โรงแรม ร้านอาหาร งานเลี้ยง มักพบเห็นได้ทั่วไปตามร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มหรือตามโรงแรมที่จะตั้งเอาไว้ให้ลูกค้าและแขกสามารถชงกาแฟใส่แก้วได้ด้วยตัวเอง แต่มีราคาแพงมากกว่าที่คิด เนื่องจากจะต้องมีระบบการควบคุมอุณหภูมิของน้ำอย่างแม่นยำด้วย

         หลักการชงคล้ายวิธีหม้อต้มกาน้ำร้อน ที่เน้นใช้งานง่าย แต่จะมีระบบควบคุมอุณหภูมิความร้อนของน้ำที่แม่นยำ โดยจะมีหลอดแกนกลางอยู่ภายในกา อาศัยการทำงาน น้ำจะถูกเติมลงในเหยือกด้านล่างตามปริมาณกาแฟที่ต้องการ เมื่อต้องการทำกาแฟ ก็จะนำกาไปวางบนเตาไฟให้ความร้อนด้านใต้ ต้มน้ำให้เดือดเต็มที่ แรงดันภายในกาจะเพิ่มขึ้น ทำให้หยดน้ำถูกดันไหลไปยังท่อปั้มแกนกลาง และสิ้นสุดที่ตะกร้าด้านบนซึ่งมีผงกาแฟคั่วบดใส่อยู่ พร้อมตัวกรอง จึงได้มาเป็นน้ำกาแฟปล่อยผ่านตัวกรอง บางชนิดมีเตาไฟฟ้าอยู่ติดกับกามาในตัวด้วยเลย มีส่วนเปิดปิดเป็นตัวกั้นขวางเพื่อให้ได้กาแฟรสเข้มข้นที่ไม่ถูกไอระเหยจากน้ำมาผสมผสานให้เจือจาง กระบวนการนี้วนไปเรื่อยๆ จะทำให้น้ำในกามีกาแฟเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งต้มนานก็จะได้กาแฟเข้มข้นขึ้นเท่านั้น

เครื่องชงกาแฟแบบเฟรนซ์เพรส

เครื่องชงกาแฟแบบเฟรนซ์เพรส

UPPHETTA อุปป์เฮตต้า 

          เป็นเครื่องชงแบบฝรั่งเศส หลักการทำงานจะมีส่วนของปากกาที่เอาไว้รินน้ำกาแฟ โดยมีส่วนประกอบด้านในคือกระบอกแก้ว และส่วนของก้านโลหะอยู่ตรงกลาง พร้อมด้ามจับสำหรับเอาไว้ชง การเติมกาแฟบดจะถูกเติมลงในกระบอกแก้ว จากนั้นให้รินน้ำร้อนให้ท่วมส่วนนี้ รอสักพักหนึ่ง จากนั้นให้กดที่ลูกสูบก็จะได้น้ำกาแฟที่ต้องการออกมา

เครื่องชงกาแฟแบบสุญญากาศ

เครื่องชงกาแฟแบบสุญญากาศ

          เป็นเครื่องชงกาแฟที่ง่ายต่อการใช้งาน มีลักษณะเป็นแก้วใสมองเห็นกระบวนการต่างๆ ได้อย่างชัดเจน คล้ายกับอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์

หลักในการทำงาน คือ จะถูกแรงดันน้ำเป็นตัวทำให้ได้น้ำกาแฟที่มีความเข้มข้น ด้านล่างจะเป็นกาสำหรับเติมน้ำทรงกลม ส่วนด้านบนคือฟิลเตอร์เอาไว้สำหรับเติมผงกาแฟคั่วบด ส่วนการต้มจะใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์ที่ติดตั้งเอาไว้ด้านนอกส่วนล่างสุด เมื่อน้ำเดือดได้ที่แล้ว ไอน้ำจะส่งตัวพุ่งขึ้นด้านบนไปกระทบกับกากกาแฟและขังอยู่ภายในนั้น เมื่อต้องการดื่มให้ดับตะเกียงและเทผ่านตัวกรองอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะให้รสชาติกาแฟที่เข้มข้นและกลมกล่อม แต่ปริมาณน้ำกาแฟที่ได้จะน้อยและใช้เวลาในการชงนาน

เครื่องชงแบบมอคคาพอต (MOKA POT)

เครื่องชงกาแฟแบบ MOKA POT

           เป็นเครื่องที่ใช้กระบวนการไอน้ำ มีหลักการทำงานคล้ายเครื่องแบบเอสเพรสโซ่ แยกออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนล่างนั้นสำหรับใส่น้ำและส่วนบนมีตัวกรองกาแฟเป็นฟิลเตอร์สำหรับผงกาแฟคั่วบด ตัวเครื่องจะทำการต้มให้น้ำเดือดเพื่อให้ได้ไอน้ำที่ลอยตัวขึ้นไปรวมกับส่วนของกากกาแฟ ซึ่งจะช่วยให้น้ำกาแฟที่ได้นั้นมีคุณภาพ มีความเข้มข้นใกล้เคียงเครื่องแบบเอสเพรสโซ่

           เครื่องชงกาแฟสดทุกประเภทที่เราได้แนะนำไปข้างต้นมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนว่าเหมาะกับแบบไหน เพื่อให้ได้เครื่องชงกาแฟสดที่ตอบโจทย์ความต้องการและคุ้มค่าในการลงทุนซื้อเป็นหลัก 

 

ประโยชน์ของการมีเครื่องชงกาแฟไว้ใช้เอง

ประโยชน์ของการมีเครื่องชงกาแฟไว้ใช้เอง

สะดวกและประหยัด

           ข้อดีของการมีเจ้าเครื่องนี้ไว้ใช้เอง ไม่ว่าจะเป็นภายในบ้าน หรือที่ทำงาน หลัก ๆ แล้วก็เป็นเรื่องของความสะดวกสบาย และการประหยัดค่าใช้จ่ายการซื้อกาแฟของตนเองหรือพนักงานภายในบริษัท เพราะเราสามารถใช้จัดการเครื่องดื่มได้เอง โดยไม่ต้องเสียเวลาและเงินทองไปตามหาร้านกาแฟ หรือคาเฟ่ให้ยุ่งยาก แถมยังสามารถเลือกประเภทกาแฟตามรสชาติ ตามไลฟ์สไตล์ ตามแบบที่เราชอบได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถทำได้เองตลอดเวลา เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะหนึ่งแก้ว หรือ 10 แก้ว ก็สามารถทำได้ แถมยังรวดเร็ว ทันใจอีกด้วย 

 

การดูแลและทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ

           เครื่องชงกาแฟ เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญคือการดูแลรักษา และรู้จักการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เพราะนอกจากจะทำให้คงรสชาติของกาแฟที่เลิศรสแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งาน คงคุณภาพรสชาติกาแฟให้คงเดิม และเพื่อให้เครื่องสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด วิธีการดูแลที่สามารถทำได้ทุกวันก็คือ การทำความสะอาดทุกครั้งหลังจาการใช้งานเสร็จสิ้น 

          เครื่องชงกาแฟ ควรได้รับการทำความสะอาดเพื่อล้างคราบตะกอนในเครื่อง รวมไปถึงคราบน้ำมันจากกาแฟ ที่ส่งกลิ่นเหม็นหืน และสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ภายในเครื่อง แต่การล้างเพียงด้านนอกมันคงไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องล้างส่วนประกอบด้านในด้วย

  • น้ำส้มสายชู และน้ำ เป็นเคล็ดลับคู่ครัวที่สามารถหาวัตถุได้ในบ้านตัวเอง โดยเฉพาะคนที่ล้างเครื่องชงกาแฟครั้งแรกในรอบหลายปี โดยผสมน้ำส้มสายูและน้ำครึ่งต่อครั้ง (น้ำส้มสายชู 3 ถ้วยต่อน้ำ 6 ถ้วย) หรือจะลองผสมส่วนผสมอื่นๆ ก็ได้
  • น้ำผสมกับยาเม็ดล้างฟันปลอม โดยผสมน้ำและยาเม็ดล้างฟันปลอม 2 เม็ด ใส่ลงไปในเครื่องชงกาแฟ แต่ข้อควรระวังคือ ควรผสมยากับน้ำดีๆ หากผสมไ่ม่ดีจะเสียเวลาในการล้างเครื่องได้ 
  • น้ำผสมกรดมะนาว โดยผสมกรดมะนาว 1 ออนซ์กับน้ำร้อน 4 ถ้วย และเติมน้ำเย็นตามไปทีหลังในน้ำส่วนที่ผสมไว้แล้ว
  • น้ำยาฟอกขาวช่วยลดคราบกาแฟได้ แต่ใช้ได้แค่กับเครื่องที่เป็นแก้วเท่านั้น ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำส้มสายชูหรือกรดชนิดใดก็ตามเป็นอันขาด เพราะควันที่ได้ออกมาจากการผสมเป็นอันตราย
  • ห้ามผสมโซดาไฟกับน้ำอุ่นเพื่อล้างเครื่องเด็ดขาด ส่วนผสมนี้จะทำให้เกิดตะกอนไปอุดตันเครื่องทำกาแฟของคุณ สามารถแก้ได้โดยการเทน้ำส้มสายชูขาวลงในเครื่องทำกาแฟ วิธีนี้ให้ผลสำเร็จ 75% 

วิธีการทำความสะอาดเครื่องทำกาแฟ

  • นำตัวกรองกลับลงไปในเครื่องเหมือนเดิม
  • นำส่วนผสมที่ผสมแล้ว ลงไปในเครื่องชงกาแฟบริเวณที่ปกติต้องเทน้ำลงไป
  • เปิดเครื่องชงกาแฟเพื่อให้ส่วนผสมที่เทลงไปล้างเครื่องด้านในให้ทั่ว
  • เทส่วนผสมออกจากเครื่อง และนำตัวกรองออกมาทิ้ง
  • ปิดเครื่องและพักเครื่องชงกาแฟทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 15 นาที
  • ล้างเครื่องชงกาแฟด้วยน้ำเปล่า
  • ทำขั้นตอนทั้งหมดอีก 1 รอบ. แต่ครั้งนี้ให้ใช้น้ำเปล่าเย็นเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำส้มสายชูและสารต่างๆถูกล้างออกจากเครื่องทำกาแฟจนหมด หลังจากนั้นลองดมตัวหม้อและเครื่องชงกาแฟหลังจากล้างน้ำแรก ถ้าไม่มีกลิ่นใดหลงเหลืออยู่แล้ว ก็ไม่ต้องล้างรอบที่ 2 

เคล็ดลับดูแลเครื่องชงกาแฟ

เคล็ดลับดูแลเครื่องชงกาแฟ

  •  อย่าใช้หม้อกาแฟเทน้ำเปล่าลงไปในเหยือก เพราะจะทำให้น้ำมันและตะกอนต่างๆ ลงตามไปและทำให้กาแฟมีรสชาติไม่ดี ให้ใช้เหยือกที่ไว้ใส่น้ำโดยเฉพาะแทน
  •  เพื่อรักษาความสะอาดของตัวกรองและฝาปิด ให้ใส่ตัวกรองชั้นที่สองทับชั้นที่หนึ่ง กดตัวกรองลงไปเพื่อกันไม่ให้คราบกระเด็นโดนฝา วิธีนี้จะทำให้เครื่องชงกาแฟคงสภาพเดิมเหมือนใหม่ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาล้างบ่อยๆ
  •  ใช้ก๊อกน้ำในการใส่น้ำลงไปในเครื่องชงกาแฟ แทนการใช้เหยือกช่วยทำให้ไม่หกกระเด็น
  •  ใช้ตะเกียบไม้ห่อทิชชู่เพื่อเช็คเครื่องชงกาแฟตรงที่มือเข้าไม่ถึง
  •  ใส่ลูกแก้วลงไปในส่วนที่ต้องใส่น้ำเปล่า เพื่อดูดน้ำกระด้างและล้างทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง
  •  ใช้ที่ล้างขวดนมถูบริเวณที่มีคราบติดแน่น
  •  ถ้าจะล้างแค่ตัวหม้อกาแฟ ให้ใส่น้ำแข็ง 2 ถ้วยกับหินหรือเกลือ ¼ ถ้วยและน้ำมะนาว ¼ ถ้วย คนส่วนผสมให้ทั่วในหม้อ ตอนคนส่วนผสมหม้อต้องเย็น ไม่งั้นหม้อที่เป็นแก้วอาจจะแตกได้
  •  ถ้ามีคราบติดแน่น สามารถใส่เกลือลงไปแล้วคนประมาณ 2-3 นาที แล้วล้างออก
  •  สำหรับคราบที่ติดแน่นมากๆ ให้ถูบริเวณคราบ โดยใช้ทิชชู่หรือผ้าเช็ดจานที่สะอาด แล้วล้างด้วยน้ำเปล่า หรือใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ จะเช็ดได้สะอาดกว่าทิชชู่
  •  ทำความสะอาดหม้อกาแฟอันใหม่ก่อนการใช้ครั้งแรก
  •  อุ่นปลายแปรงสีฟันให้ร้อนจนสามารถงอได้ 90 องศา จะสามารถใช้ทำความสะอาดตัวกรองได้

ข้อควรระวังในการใช้เครื่องชงกาแฟ

  • หม้อต้มกาแฟบางอันทำมาจากแก้วที่ผ่านอุณหภูมิสูง แก้วชนิดนี้มีความทนทานแข็งแรงกว่าแก้วทั่วไป แต่มันก็สามารถแตกได้ ดังนั้นอย่าเอาหม้อกาแฟแก้วที่ร้อนจัดไปเจอกับอุณหภูมิเย็นจัดเด็ดขาด
  • ห้ามล้างหม้อกาแฟกับสบู่เด็ดขาด สบู่จะไปผสมกับคราบน้ำมันกาแฟ และจะทำให้หลงเหลือรสชาติแปลกๆ ติดหม้อ และก็ห้ามเอาเครื่องชงกาแฟไปใส่ในเครื่องล้างจานด้วยเหตุผลเดียวกัน

          เครื่องชงกาแฟถือเป็นอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกให้กับคนภายในครอบครัว หรือภายในออฟฟิศในปัจจุบันที่ได้รับความนิยม การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับความชอบ ความสะดวกสบาย ไลฟ์สไตล์ ความชอบ และกำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ หากเรามีเจ้าเครื่องนี้แล้ว เราควรรักษาความสะอาดของเครื่องอย่างถูกวิธี เพื่อให้สะอาดหมดจด รสชาติกาแฟไม่เสียไป ทำให้เราได้ลิ้มรสกาแฟที่หอมกรุ่นตรงตามใจต้องการ และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องชงกาแฟอีกด้วย นอกจากนี้เรายังมีบทความแนะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าในคอนโดอีกมากมาย หรือถ้าอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศบทความรีวิวคาเฟ่ริมน้ำ และคาเฟ่ เด็ด ๆ ในแต่ละย่านด้วยเช่นกัน ถ้าไม่อยากพลาดอย่าลืมมาอัพเดทไลฟ์สไตล์ ดี ๆ ได้ที่นี่