logo

          ใครที่อยู่ย่านรามอินทรา มีนบุรี นวมินทร์ ประดิษฐ์มนูธรรม คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ศูนย์การค้า Fashion Island เป็นแน่ เพราะที่ศูนย์การค้าแห่งนี้เป็นที่รวมความสุขไว้อย่างครบครัน เพื่อทุกคนในครอบครัวจริง ๆ บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 350,000 ตารางเมตร และมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 100 ไร่ เรียกว่ามีพื้นที่ร้านค้า แหล่งช้อปปิ้ง ศูนย์บริการต่าง ๆ รวมถึงร้านอาหาร และแหล่งบันเทิง ให้เดินกันจนเมื่อยไปเลยทีเดียว และด้วยการเป็นศูนย์การค้ายอดนิยม ไม่ได้มีเฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้นที่เดินทางมา คนจากที่อื่น ๆ ก็เดินทางมาเที่ยว ห้างแฟชั่น ไอส์แลนด์เช่นเดียวกัน วันนี้เราจะพาไปเที่ยวศูนย์การค้าอันดับหนึ่งในใจของชาวรามอินทรา ที่ตั้งอยู่โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก มาดูกันว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ในปี 2021 กับ Fashion Island ศูนย์การค้าสุดชิค ย่านรามอินทรา สวยงาม ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างครบครัน คอนโดนิวบ์ก็เลยจะพาไปกิน เที่ยว ช้อปที่นี่กัน

. . . . . . . . . .

Fashion island

รู้จักกับศูนย์การค้า Fashion Island กันก่อน

           ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ โดย บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาและบริหารงาน และเป็นเจ้าของเดียวกันกับ The Promenade และ Terminal 21 โดยศูนย์การค้า Fashion Island เปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2538 นับถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 25 ปีเข้าไปแล้ว มีแนวความคิดหลักที่ทำให้ประสบความสำเร็จมาก ๆ คือ ต้องตอบสนองผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญ และให้การบริหารงานศูนย์การค้ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งรวบรวมความสุขของทุก ๆ คนในครอบครัว ภายในศูนย์การค้าออกแบบทำให้เกิดความรู้สึกสดใสร่าเริง ในแบบ Tropical Style มีหลังคา Fabric Roof ทำให้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศสดชื่น มีทั้งหมด 4 ชั้น คือ ชั้น B ชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 โดยมีตั้งแต่ร้านเสื้อผ้า ร้านนวด ร้านเสริมสวย ร้านหนังสือ โซนเครื่องใช้ไฟฟ้า ศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร โซนเด็ก และลานสเก็ตน้ำแข็ง ฯลฯ มีแหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า Robinson Department Store, BIG C, HomePro, Sport World, B2S, Central, Power Center, Power Buy, Fitness First, ศูนย์อาหาร Food Island, Major Cineplex ที่มีโรงภาพยนตร์มากถึง 11 โรง รวมทั้ง Bowling ขนาด 16 เลน รวม ๆ แล้วมีร้านค้าชั้นนำมากมายกว่า 300 ร้านค้า และที่จอดรถมากถึง 5,500 คัน

แฟชั่น ไอส์แลนด์

. . . . . . . . . .

ตามมาเลย แนะนำโซนเด็ด ๆ น่าสนใจในศูนย์การค้า Fashion Island

          ศูนย์การค้า Fashion Island เป็นแหล่ง Hangout ที่ครบวงจรมาก ๆ เรียกได้ว่ามาที่นี่ครบจบในที่เดียว จะหาอะไรมีอยู่ในนี้ทั้งหมดเลย แม้จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ก็สะดวกสบาย ไม่มีหลงแน่นอน เพราะแต่ละจุด แต่ละโซน มีป้ายบอกอย่างชัดเจนมากว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน อยู่ตรงเสาต้นที่เท่าไร เดินตรงไปข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง เรียกว่าป้ายเยอะมากจริง ๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือ เราสามารถเดินไปเที่ยวห้าง The Promenade ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันได้อย่างสะดวกเลย เพราะจะมีทางเชื่อมอยู่บริเวณชั้น 2 ใกล้ ๆ กับบันไดเลื่อนพาเราไป The Promenade ห้างสรรพสินค้าสไตล์ยุโรป ที่มีทุกอย่างครบครันไม่ต่างจากห้างแฟชั่น ไอส์แลนด์เลยทีเดียวก่อนจะไปแนะนำโซนเด็ด เรามาดูกันว่า Fashion island มีอะไรบ้าง

fashion island รามอินทรา

Fashion Island แต่ละชั้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

ชั้น B

          Power Buy, OfficeMate, Tops Supermarket ร้านอาหาร ร้านทอง ร้านขายของทั่วไป ร้านขนม และโซนห้องศิลปะ

ชั้น 1

          Robinson Department Store, ห้าง Big C และแบรนด์เสื้อผ้าต่าง ๆ

ชั้น 2

          Eve And Boy, แบรนด์เครื่องสำอาง ร้านนวด ร้านทำผมทำเล็บ คลินิกทำฟัน Starbucks Vista Cafe

ชั้น 3

          New island, IT Island, Major Cineplex, ศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์, SB Furniture, Index Furniture 

. . . . . . . . . .

โซน New island

          อยู่บริเวณชั้น 3 ของ Fashion Island ที่ได้ทำการปรับปรุงขนานใหญ่ ให้เป็นโซนแห่งความสุข สนุกสนาน กับเครื่องเล่นที่เอาใจเด็ก ๆ อย่าง Harborland ที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ Harbor Land Laser Battle Roller Land และ Playground แต่ละโซนมีความสนุกที่แตกต่างไป เรียกว่าเป็นสนามเด็กเล่นในร่ม ที่รวบรวมเครื่องเล่นไว้เยอะมากจริง ๆ นอกจากนั้น ยังมีโรงภาพยนตร์ Major Cineplex The Rink Ice Arena ลานสเก็ตน้ำแข็งขนาดใหญ่ Fun Festa สวนสนุกแห่งการเรียนรู้ และ Active-Z เครื่องเล่นที่เน้นพัฒนาทักษะและสติปัญญา

โซน New island

โซน New island

โซน Island Academy

          โซนนี้อยู่บริเวณชั้น B ของ Fashion Island เอาใจเป็นพิเศษสำหรับคนรักการเรียนรู้โดยเฉพาะ เป็นโซนที่มีไว้หาความรู้เพิ่มเติมจากการเรียนพิเศษ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พื้นที่กว้างขวางมาก มีเรียนมีสอนแทบทุกวิชา ตลอดจนถึงการเรียนเสริมทักษะพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรียนดนตรี เรียนทำอาหาร เรียนศิลปะ ฯลฯ บริเวณส่วนกลางมีที่นั่งเล่น นั่งรอ สำหรับเป็นจุดนัดหมาย หรือสำหรับให้ผู้ปกครองนั่งรอแบบสบาย ๆ

โซน Grand Station

           โซนนี้อยู่บนพื้นที่ชั้น 1 และชั้น 2 ของ Fashion Island ออกแบบภายใต้แนวคิดสถานีความสุข สำหรับทุกครอบครัว ตกแต่งสไตล์ยุโรปแบบคลาสสิก บอกเลยว่าจุดถ่ายรูปสวย ๆ มากมาย ในโซนยังแบ่งเป็น Station ต่าง ๆ ตั้งแต่ A - E ครอบด้วยโดมขนาดใหญ่ แบ่งเป็นช่อง ๆ คล้าย ๆ สถานีกลางบางซื่อ สถานีหัวลำโพง บรรยากาศปลอดโปร่ง สบาย ๆ ผังร้านค้าเป็นรูปแบบ Free-Flow เดินเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกจริง ๆ โซนนี้จะมีร้านค้ารายย่อยมากมายกว่า 600 ร้านค้า สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ ของแต่งบ้านเท่ ๆ เก๋ ๆ และร้านกาแฟชื่อดัง Pacamara โซนนี้เหมาะกับทุกคนในครอบครัวเลย ใครจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน โซน Grand Station ตอบโจทย์ได้หมด พร้อมจะให้ทุกวันเป็นวันพิเศษของทุกคน

้horrorland

โซน Harbor Land

โซน Food Island

          พื้นที่ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารสวย ๆ และคาเฟ่เก๋ ๆ มากมาย ตั้งอยู่ภายในบริเวณชั้น 3 เช่นเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งโซนของ Fashion island ร้านอาหารชื่อดังต่าง ๆ มารวมกันอย่างมากมาย โซนนี้ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ให้ความรู้สึกแบบเอิร์ธโทน รักษ์โลก มาในโทนเขียว น้ำตาลขาว แวดล้อมด้วยบรรยากาศแบบ Tropical Wonderland โดยรอบ ๆ บริเวณทั้งหมดจะมีต้นเลมอนประดับไว้มากมาย เหมือนเราได้นั่งอยู่ท่ามกลางสวนเลมอนที่สดชื่น และยังได้อร่อยไปกับแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดังชั้นนำมากมายที่รวบรวมมาไว้ในที่เดียวกันกว่า 1,000 รายการ อิ่มหมีพีมันครบครันทั้งอาหารคาว อาหารหวาน ขนม เบเกอรี่ และเครื่องดื่มนานาชนิด แถมอยู่ในราคาที่สบายกระเป๋ามาก ๆ เลยจริง ๆ

โซน IT Island

           อยู่บริเวณชั้น 3 ของศูนย์การค้า Fashion Island เช่นเดียวกัน เรียกว่าเป็นโซนแห่งอนาคตเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่ตั้งของร้านไอทีมากมาย ที่ตกแต่งสีสันบรรยากาศเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน มีร้านค้าเยอะแยะมากมาย ทั้ง IT และ Gadget ต่าง ๆ มีตั้งแต่ร้านซ่อมมือถือ ร้านคอมพิวเตอร์ จำหน่ายเครื่องพริ้นเตอร์ ร้านกล้องและอุปกรณ์ ร้าน Gadget เครื่องเล่นล้ำ ๆ นอกจากนี้ ก็มี Shop ไอที ของผู้ให้บริการทั้ง True DTAC AIS TOT Jaymart HUAWEI Vivo และ Xiaomi

โซน Eve And Boy

          โซนนี้อยู่บริเวณชั้น 2 เอาใจคนรักความสวยความงามโดยเฉพาะ บอกเลยว่าจัดเต็ม มีครบทุกอย่างตั้งแต่ Exclusive Brand และแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำอย่าง Boots และ Watson หรือ Yves Rocher ร้านเสริมสวยเสริมหล่อCosmetics ทำเล็บทำผม ฉีดหน้า Fragrance ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม คลินิกทันตกรรม ร้านขายยาสไตล์ญี่ปุ่น อย่าง Tsuruha ไปจนถึงร้านแว่นตาชื่อดัง Owndays แถมยังมีร้านนวดเพื่อสุขภาพ รวมทั้งร้านค้ายอดนิยมให้เลือกซื้อเลือกหาอีกมากมาย

. . . . . . . . . .

แนะนำ ร้านอาหารน่าโดนใน Fashion Island ร้านไหนเด็ด

          ถ้าพูดถึงเรื่องกินแล้วล่ะก็ Fashion Island จัดเต็มจริงกับการนำเอาร้านอาหารชื่อดังหลากหลายสัญชาติมารวมไว้ในที่เดียวกันให้เราได้อิ่ม ทั้งของคาวของหวาน แต่ละร้านเด็ด ๆ โดน ๆ กันแทบทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะสายบุฟเฟ่ต์ชาบู สไตล์ไต้หวัน สายเกา สายอาหารญี่ปุ่นแบบพรีเมี่ยม สายราเมง สายสุขภาพ หรือคนที่ชื่นชอบสเต๊ก อาหารนานาชาติ อาหารไทยเลื่องชื่อ ฟาสต์ฟู้ดระดับโลก รวมทั้งเอาใจ Café Hopper ทั้งหลายด้วยร้านกาแฟชื่อดังอีกมากมาย เรียกว่ามีครบครันทุกร้านให้เราเลือกกันได้อย่างจุใจ เราจะพาไปแนะนำร้านโดน ๆ กันดีกว่าว่ามีร้านไหนถูกใจใครบ้าง ตามเรามาเลย

ร้านกับข้าวกับปลา 

          เริ่มกันที่ร้านอาหารไทยชื่อดัง อย่างร้านกับข้าวกับปลา เป็นร้านอาหารบรรยากาศสบาย ๆ ตกแต่งด้วยงานไม้ในโทนสีสบายตา เหมาะจะนั่งกับเพื่อน ๆ หรือครอบครัว มีเมนูอาหารให้เราเลือกเยอะมาก ๆ เลย เช่น ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลากะพงราดซอสมะขาม ปูหลน น้ำพริกสตรอว์เบอรี่ ต้มยำรวมมิตร หมึกผัดไข่เค็ม หรือจะเป็นเมนูอาหารจานเดียวก็มีให้เลือกแบบอิ่มจุใจเช่นกัน ที่สำคัญรสชาติอาหารไทยของร้านกับข้าวกับปลานั้นขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก ใครมา Fashion Island กระซิบบอกเลยว่าไม่ควรพลาด

>>> ราคาเริ่มต้นประมาณ 100 บาทต่อคน

กับข้าวกับปลา

ร้านโยชิโนยะ Yoshinoya 

          สุดยอดต้นตำรับข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ดั้งเดิมเลย ยกเมนูความอร่อยมาเสิร์ฟอย่างมากมาย ทั้งไข่ออนเซ็น เกี๊ยวซ่า ซาบะเทริยากิ เนื้อย่างคาลบิ ไก่คาราอาเกะ รวมทั้งต้นตำรับข้าวหน้าญี่ปุ่นต่าง ๆ ที่ทางร้าน Yoshinoya คัดสรรแต่เนื้อคุณภาพดี รสชาติเยี่ยม พรีเมี่ยมเกรด ได้ทั้งความอร่อยและอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากจริง ๆ ร้านตั้งอยู่บนชั้น 3 โซน New Island 

>>> ราคาเริ่มต้นประมาณ 120 บาทต่อคน

Yoshinoya

ร้าน Seven Sins 

          ร้านชาบูเก๋ ๆ ที่นำเอาบาปทั้ง 7 ประการ มาเป็นคอนเซ็ปต์ของร้านและชื่อเมนูน้ำซุป สมกับเป็น Hell of a Hot Pot จุดเด่นของร้านนี้คือมีน้ำซุปให้เลือกได้มากถึง 10 ชนิด และน้ำจิ้มถึง 7แบบ ครบรสทั้งเผ็ด เปรี้ยว หวาน มัน กันเลยทีเดียว เมนูที่ร้าน Seven Sins มีให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งอาหารทานเล่น อย่าง Monster fries มันฝรั่งทอดชิ้นหนา กรอบนอกนุ่มในคลุกเคล้าผงปรุงรสแบบอร่อยมาก ๆ เนื้อสัตว์แบบพรีเมี่ยม เนื้อวากิวนำเข้า และผักต่าง ๆ มี Chicken Rib ที่เป็นเนื้อไก่ส่วนหลังตัดแต่งพิเศษ Special Cut อร่อยแบบชุ่มฉ่ำ ร้านบรรยากาศดีงาม ตกแต่งสวยมาก ที่นั่งกว้าง นั่งสบายจริง ๆ ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของ Fashion Island โซน New Island

>>> ราคาเริ่มต้นประมาณ 299 บาทต่อคน

Seven Sins

ร้านมอส เบอร์เกอร์ Mos Burger

           ร้านเบอร์เกอร์คุณภาพระดับโลกอย่าง มอส เบอร์เกอร์ Mos Burger อารมณ์แบบอาหารฟิวชั่นสไตล์อเมริกันเจแปน แต่ละเมนูเรียกว่าเนื้อ ๆ เน้น ๆ คัดสรรกันมาอย่างดี ทั้ง MOS Burger วากิว ชีส เบอร์เกอร์ Wagyu Burger ชิกเก้น นัมบัน เบอร์เกอร์ Chicken Namban Burger ยังมีเมนูพิเศษ เทอริทามะ วาซาบิ & มาโย Teritama Wasabi & Mayo ที่เป็นเบอร์เกอร์เนื้อหรือหมู กับไข่ ผักกาดแก้ว เทอริยากิซอส และวาซาบิมาโย ซอสรสชาติเข้มข้นเผ็ดปลายลิ้น อร่อยมาก ๆ ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 โซน New Island

>>> ราคาเริ่มต้นประมาณ 130 บาทต่อคน

Mos Burger

ร้าน Fin Sushi ฟิน ซูชิ 

           ร้านซูชิชื่อดัง กับเมนูอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดี วัตถุดิบสดใหม่ ปริมาณคุ้มค่าในราคาที่ไม่แพง ร้าน Fin Sushi บรรยากาศปลอดโปร่ง สะอาดตา นั่งสบาย มีทั้งโซนด้านในร้านและโซนด้านนอกร้าน นั่งดูบรรยากาศสนุกของ Fashion Island หรือจะเลือกนั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ เพื่อที่จะนั่งกินพร้อมกับดูการปั้นซูชิของเชฟกันแบบสด ๆ ก็ได้อารมณ์ฟินไปอีกแบบ เมนูของร้านมีเด่น ๆ โดน ๆ มากมาย ทั้งซูชิ โอโทโร่ เนื้อหวานนุ่มลิ้น เนกิโทโรแบบฉ่ำ ๆ ฟัวกราส์ชิ้นเบิ้ม ๆ ราดด้วยซอสรสกลมกล่อม หรือซูชิเนื้อวากิวที่เบิร์นในระดับมีเดียมแรร์ ท้อปปิ้งด้วยหอมญี่ปุ่นหวานนุ่มละลาย และที่พลาดไม่ได้คือตัว Signature ของร้าน Fin Sushi อย่าง แซลมอล ฟัวกราส์ ชีสโรล อร่อยเต็มปากเต็มคำมาก ๆ เลย ร้านตั้งอยู่โซน New Island 

>>> ราคาเริ่มต้นประมาณ 250 บาทต่อคน

fin sushi

. . . . . . . . . .

การเดินทางไปศูนย์การค้า Fashion Island รามอินทรา

          ถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจจะมีคำถามว่า แล้ว Fashion island ไปยังไง เดินทางไปแบบไหนได้บ้าง เส้นทางไหนสะดวกที่สุด ตามเรามาดูกันเลย

  • รถยนต์ส่วนตัว ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย โดยใช้ถนนรามอินทรามุ่งหน้าไปทางมีนบุรี ถนนเกษตรนวมินทร์ ตัดถนนประดิษฐ์มนูธรรม มุ่งหน้าไปถนนรามอินทรา ถนนนวมินทร์ มุ่งหน้าถนนรามอินทรา หรือใช้ถนนสุวินทวงศ์ มุ่งหน้าถนนรามอินทรา รวมไปถึงถนนกาญจนาภิเษก ตัดเข้าถนนรามอินทรา หรือจะใช้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ มาลงที่รามอินทรา
  • รถโดยสารสาธารณะประจำทาง สาย 26, 36ก, 60, 71, 73ก, 96, 115, 168, 512, ปอ.520, ปอ.26
  • รถตู้โดยสารสาธารณะ จากหมอชิตจตุจักร นั่งรถตู้ป้ายมีนบุรี ค่าโดยสารประมาณ 30 บาท

. . . . . . . . . .

          ใครกำลังมองหาศูนย์การค้าแบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้แบบครบครันทั้งครอบครัวแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าต้องมีชื่อของ Fashion Island ยืนหนึ่งอยู่อย่างแน่นอน เพราะเป็นศูนย์การค้าที่การเดินทางสะดวกสบาย ที่จอดรถกว้างขวาง ระบบ Guidance บอกสถานะของลานจอดรถชัดเจน มีบริการที่จอดรถวีลแชร์เยอะมาก และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกอย่างเพียงพอ แถมแต่ละโซนสามารถเดินกันได้อย่างชิล ๆ ทั้งวัน บอกเลยว่าไม่มาไม่ได้แล้ว อ่านรีวิว Fashion Island ศูนย์การค้าสุดชิค ย่านรามอินทรา สวยงาม ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างครบครัน จบแล้ว ก็ตามเรามาฟินกันได้เลย

----------