logo

            การไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งของชาวจีน ว่าด้วยเรื่องการเสริมสิริมงคลด้านโชคลาภ เงินทอง ทรัพย์สินและธุรกิจ กิจการต่างๆ ในประเทศไทยก็มีความเชื่อเรื่องนี้อยู่เช่นกัน โดยเห็นส่วนใหญ่ได้จากคนไทยที่มีเชื้อสายจีน แม้จะมีพื้นฐานความเชื่อที่ไม่ได้มาจากประเทศไทยแต่โบราณ แต่ปัจจุบันเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อ หรือมีแค่ชาวไทยเชื้อสายจีนเท่านั้นที่นับถือ แต่ชาวไทยเอง ก็มีความนับถือ ความเชื่อในการไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยมากขึ้นด้วย

ประวัติความเป็นมาของเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

          เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย หรือ เทพเจ้าจ่ายสินเอี๊ย หรืออีกชื่อหนึ่ง คือ เทพเจ้าไฉ่เสินเย่ (Cái-shén-yé) เป็นเทพเจ้าของทางฝั่งจีน ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการให้ประโยชน์ทางด้านโชคลาภ เงินทอง หรือทรัพย์สิน (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) ซึ่งสำหรับชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนแล้ว เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญต่อการเริ่มต้นการเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ (นับเริ่มในวันตรุษจีน) และเป็นเทพเจ้าที่จะได้รับการกราบไหว้เป็นองค์แรก เมื่อเริ่มต้นปีใหม่ (ของชาวจีน) เลยทีเดียว

. . . . . . . . . .

ประวัติความเป็นมาของเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

          ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยของจีน มีความแตกต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัย และตามแต่ละถิ่นฐาน ที่มาจึงไม่ค่อยมีความชัดเจนนัก บ้างก็ว่ามาจากทางเหนือที่ชาวอิสลามได้มีการกราบไหว้บูชา บ้างก็ว่ามาจากคนจีนที่มีชื่อว่าเจ้าหลัง บ้างก็ว่ามาจากสมัยราชวงศ์หยวน บ้างก็ว่ามาจากลูกชาย 5 คนในยุคราชวงศ์เฉิน โดยที่มาและความเชื่อจะแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละพื้นที่

          มีหนังสือเล่มหนึ่งอธิบายไว้ว่า เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย มีที่มาจาก 1 ใน 5 เทพที่จีนโบราณที่สำคัญ คือเทพแห่งทางเดิน แต่เดิมจึงมีการกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ก็เพื่อความสวัสดิภาพในการเดินทาง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่เดินทางคือพวกพ่อค้า ดังนั้นคนเหล่านี้เมื่อมีการเดินทางก็จะมีรายได้เข้ามาด้วยเพราะการค้าขาย การกราบไหว้เทพแห่งทางเดิน จึงมีการขอพรเพิ่มในเรื่องของรายได้ด้วย เมื่อเวลาผ่านไปจึงกลายเป็นเทพแห่งทรัพย์สินแทน

         พ่อค้าในสมัยนั้นมักจะทำการค้าข้ามถิ่นฐาน โดยเส้นทางที่ได้รายได้ดีที่สุดคือเส้นทางสายไหม ซึ่งมีคู่ค้าเป็นรัฐของอิสลาม จึงมีบางความเชื่อกล่าวว่า เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยเป็นมุสลิม แต่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด ในตอนแรกเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย เป็นเทพของผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับเงินทอง แต่ต่อมาก็ได้มีการเผยแพร่ความเชื่อไปยังกลุ่มคนอื่นๆ เช่น เหล่าขุนนางที่ต้องการความก้าวหน้า เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย จึงเกิดการแยกออกเป็นฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ โดยเหล่าขุนนางจะนิยมกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายบุ๋น และพวกพ่อค้าจะนิยมกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายบู๊ ซึ่งการกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายบู๊นั้น ช่วยให้การประกอบกิจการรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา และยังช่วยปกป้องทรัพย์สินอีกด้วย จึงทำให้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายบู๊มีคนกราบไหว้มากว่าเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายบุ๋น

           เหตุผลที่คนจีนสร้างเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย อาจจะเป็นเพราะสาเหตุสองประการ คือ เกิดจากวัฒนธรรมจีนเก่า ซึ่งต้องการความร่ำรวย แต่ให้ความสำคัญแก่ศีลธรรมมากกว่าผลประโยชน์ จึงแสดงความต้องการผ่านทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยการกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย และอีกประการหนึ่ง คือ เพื่อเป็นแบบอย่างคุณธรรม และใช้ในการควบคุมศีลธรรม เพราะคนจีนมีลักษณะเด่น คือ ขยันหมั่นเพียร แม้จะมีความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็เพียงอาศัยเป็นกำลังใจเท่านั้น

          สังคมจีนโบราณนั้น กฎหมายยังบังคับใช้ได้ไม่ทั่วถึง คนส่วนใหญ่จึงมักพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์กัน โดยมีเทพประจำอาชีพต่างๆ เพื่อรวมกลุ่มและควบคุมจริยธรรมคนในอาชีพเดียวกัน นอกจากนี้การกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยยังหวังเพื่อให้ท่านช่วยรักษาความยุติธรรมด้วย

          ปัจจุบันความเชื่อเรื่องเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ถูกสร้างขึ้นจากบุคคลจริงที่เป็นแบบอย่างคุณธรรมด้านต่างๆ อย่างจ้าวกงหมิง มีเรื่องเล่าไว้ว่าตาบอด เป็นสัญลักษณ์ของการมองไม่เห็นทรัพย์ หรืออย่างกวนอู เป็นผู้ซื่อสัตย์ ยุติธรรม และกล้าหาญ หรือจะเป็นปี่กั้น กับฟ่านหลี่ ที่ยึดความถูกต้องจนถูกควักหัวใจ มีความสามารถและยังใช้เงินช่วยเหลือคนจน เป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญาในการสร้างทรัพย์

         ในยุคราชวงศ์ซ่งใต้ มีประเพณีตรุษจีนว่า มีผู้ซื้อรูปเทพทวารบาล เทพจงขุยและรูปประตูทรัพย์สิน แสดงถึง ความรู้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับเงินทอง ตั้งแต่นั้นมาการกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ก็แพร่หลายมากขึ้นและเกิดเทพแห่งทรัพย์สินด้านต่างๆ หลายองค์ 

         ต่อมาในยุคราชวงศ์หมิง การค้ามีการขยายตัว ความอยากมั่งมีก็ขยายตัวตามไปด้วย พ่อค้าต้องการให้การค้าขายสำเร็จ ได้กำไรงามๆ การกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ ต่อมาอาชีพอื่นก็นิยมตามไปด้วย และแพร่หลายไปในหมู่ผู้คนทุกกลุ่ม

          ในยุคราชวงศ์ชิง และยุคสาธารณรัฐ การกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย เป็นที่นิยมของคนทั่วไปในสังคม พวกพ่อค้ามักมีการกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยอย่างจ้าวกงหมิง เพื่อเรียกทรัพย์ ส่วนฟ่านหลี่ ก็เป็นเทพแห่งโชคลาภของหลายพื้นที่โดยเฉพาะทางใต้ แต่ยุคเดียวกันนี้เอง แต่ละถิ่นต่างเริ่มสร้างเทพแห่งโชคลาภองค์ใหม่ๆ ขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางจิตใจ จึงมีตำนาน ที่มา และคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป

         ถึงยุคสาธารณรัฐประชาชนจนปัจจุบัน ช่วงแรกความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีความซบเซา แต่หลังจากเปิดประเทศ ทุนนิยมก็ได้เข้าสู่ประเทศจีน ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงได้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

ความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

          ความหมายของชื่อเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย มาจาก “ไฉ่ซิ้ง” ที่แปลว่า ทรัพย์สิน เงินทอง หรือความเป็นสิริมงคล ส่วนคำว่า “เอี๊ย” แปลว่า เทพเจ้า เมื่อเอามารวมกัน “ไฉ่ซิ้งเอี๊ย” จึงหมายถึง เทพเจ้าแห่งโชคลาภนั่นเอง ความหมายดั้งเดิมของคำว่าไฉ่นั้น นิยามไว้ว่า “สิ่งที่เห็นว่ามีค่า” ซึ่งในสมัยนั้นหมายถึงข้าว ผ้า ทอง และหยก เพราะสมัยโบราณ ข้าวและผ้าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ทองและหยกเป็นธาตุสวยงามที่มีราคา โดยสิ่งใดที่มีความสำคัญต่อชีวิต คนเราก็ย่อมเชื่อว่ามีเทวดาประจำอยู่

           เทพเจ้าที่ได้รับการยอมรับนับถือให้เป็นถึง เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย มีด้วยกันหลายองค์ แต่องค์ที่ได้รับการนำมาบูชามากที่สุด มีชื่อว่า ฟ่านหลี่ ปี่กั้น จ้าวกงหมิงและกวนอู เพราะเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ โดยแบ่งออกเป็นสายบู๊และบุ๋น โดยฝ่ายบู๊จะเป็น จ้าวกงหมิงและกวนอู ส่วนฝ่ายบุ๋นจะเป็น ฟ่านหลี่และปี่กั้น

เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ฝ่ายบุ๋น

เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ฝ่ายบุ๋น

           ถือเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ที่มีหน้าตาและจิตใจที่ดูใจดี พระหัตถ์ข้างหนึ่งจะถือ คทาหยูอี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล โดยคำว่า “หยู” แปลว่า เหมือน ส่วนคำว่า “อี้” แปลว่า ความคิดหรือความต้องการ รวมแล้วคำว่า “หยูอี้” จึงมีความหมายที่เป็นมงคลว่า เหมือนดั่งที่คิด หรือเป็นดั่งที่ต้องการ จึงถือเป็นคทามงคล สามารถดลบันดาลสิ่งต่างๆ ให้สมหวังได้ดั่งใจปรารถนา และพระหัตถ์อีกข้างนั้นถือ ก้อนทอง เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งมีและร่ำรวย โดยคนส่วนใหญ่ มักนิยมอัญเชิญไปไว้ เมื่อทำธุรกิจ ร้านค้า หรือแม้แต่นำมาไว้ที่บ้านเอง ด้วยความเชื่อที่ว่าการไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย หรือบูชาขอพรจากท่าน จะทำให้กิจการเจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จ และก้าวหน้า ไม่มีความขัดสน สามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างราบรื่น และนำโชคลาภมาให้

เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ฝ่ายบู๊

เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ฝ่ายบู๊

          ส่วนเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายบู๊ จะมีหน้าตาที่ตรงข้ามกับเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายบุ๋น เพราะจะมีหน้าตาที่ดุดัน ส่วนใหญ่มักจะนั่งประทับอยู่บนหลังเสือ พระหัตถ์หนึ่งถือ กระบอง อีกพระหัตถ์หนึ่งถือ ก้อนทอง โดยมีความเชื่อว่า สามารถช่วยในเรื่องหนี้สินแก่ผู้บูชา ช่วยให้สามารถเก็บหนี้ที่มีคนค้างไว้ได้ง่ายขึ้น ลูกหนี้ไม่หนีหายหรือเบี้ยวจ่าย นอกจากนี้ยังเชื่อว่า หากไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายนี้ จะช่วยดูแลและสามารถควบคุมบริวารให้อยู่ในระเบียบวินัยดีต้องการได้ และขยันทำงาน

         ดังนั้นในบริษัทใหญ่ๆ จึงนิยมกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายบู๊ ด้วยมีความเชื่อว่า จะช่วยดูแลและควบคุมคนที่ทำงานอยู่ในบริษัท และคอยเป็นหูเป็นตาให้แก่เจ้าของกิจการด้วย นอกจากนี้ เหล่าข้าราชการ ตำรวจหรือทหารของจีน ก็นิยมกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยฝ่ายบู๊เช่นกัน เพราะจะช่วยดูแลผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา

          การกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย สามารถพบได้หลายๆ ประเทศในทวีปเอเชีย เช่น ไทย,จีน,ฮ่องกง,มาเก๊า,ญี่ปุ่น,เกาหลี,อินเดีย,สิงคโปร์, มาเลเซีย, ทิเบต, อินโดนีเซีย โดยเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ที่เก่าแก่มากที่สุด จะพบได้บนหน้าผาในทิเบต เรียกว่า เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยปางชัมภล สำหรับชาวไทย มีความเชื่อว่าเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย กับท้าวเวสสุวรรณ คือเทพองค์เดียวกัน เพราะถือว่าเป็นผู้ดูแลจตุโลกบาลทั้งสี่ และยังเป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยเหมือนกันนั่นเอง

การไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

          ปัจจุบันทรัพย์สิน ถือเป็นสิ่งสำคัญ 1 ใน 5 ประการตามความเชื่อของคนจีน คือ วาสนา ยศศักดิ์ อายุยืน ความสุขและความมั่งคั่ง ซึ่งเทพผู้ประทานความมั่งมี ในภาษาจีนแต้จิ๋ว เรียกไฉ่ซิ้ง เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย จึงถือเป็นเทพเจ้าชั้นสูงขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์และได้รับความนิยมในการกราบไหว้สูงสุดในเทศกาลตรุษจีน

ขั้นตอนการไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

          ตามความเชื่อแล้ว เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย เป็นเทพเจ้าด้านเงินทอง คนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่จึงนิยมกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยในวันสำคัญๆ โดยการขอพรจากท่าน จะทำให้กิจการเจริญก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ นำไปสู่โชคลาภและความโชคดีในเรื่องต่างๆ

          สำหรับชาวจีน เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ถือเป็นเทพเจ้าที่สำคัญมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนปีนักษัตร หรือช่วงขึ้นปีใหม่ (วันตรุษจีน) เพราะในแต่ละปีจะลงมาจากสวรรค์แค่วันเดียวเท่านั้น เมื่อเข้าสู่วันตรุษจีน ชาวจีนจึงตั้งโต๊ะบูชากราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไป โดยจะหันไปตามทิศที่เชื่อกันว่า เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยเสด็จมา ซึ่งจะเปลี่ยนไปในทุกๆ ปี

·

การตั้งโต๊ะบูชากราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

          ต้องตั้งให้องค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยหันหลังไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่หากไม่สามารถทำได้ก็ให้ตั้งตามความเหมาะสม แต่ห้ามวางในระดับต่ำกว่าพระพุทธรูป หากต้องการให้เงินไม่รั่วไหล และเรียกทรัพย์เพิ่ม ให้ตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน ที่เก็บเงิน หรือตู้เซฟ แต่หากต้องการให้ค้าขายดี ให้ตั้งไว้หน้าร้าน บนตู้สินค้า หรือที่ใส่เงิน และหากต้องการเสริมสิริมงคล ป้องกันสิ่งไม่ดี และเพื่อการเดินทางโดยสวัสดิภาพ ให้ตั้งไว้ที่หน้ารถ

วิธีกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยประจำวัน

          ให้ถวายด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำชา 3 ถ้วยทุกวันหรือเฉพาะวันพระ พร้อมผลไม้ 5 ผลหรือพวงมาลัยดอกไม้ หลังจากนั้นให้จุดธูป 8 ดอก และสวดคาถาขอพร

วิธีกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยในวันตรุษจีน

          ตั้งโต๊ะบูชาตามทิศที่เชื่อว่า เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย จะเสด็จลงมา แล้วอัญเชิญรูปองค์เทพจำลองหรืออักษรที่มีข้อความว่า ไฉ่ซิ้งเอี๊ย ฮี่ซิ้งเอี๊ย หรือ ฮัวฮี่ ไว้ที่โต๊ะบูชา พร้อมกระถางธูป และเทียนแดง

          โดยจะมีการเริ่มบูชากราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ในช่วงเวลา 23.00-01.00 น. ให้ทำการบูชาบนดาดฟ้า หรือระเบียงบ้าน หรือหน้าบ้านก็ได้ อย่าลืมเอาสิ่งที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ อย่างกระเป๋าสตางค์ สมุดบัญชีธนาคาร หรือเช็ค มาตั้งวางไว้ด้วย

          จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชาและไหว้ขอพร ผู้นำพิธีจะนำของไหว้ที่เป็นกระดาษไปเผารวมกับเทียบเชิญแดงและเขียว เมื่อธูปใกล้มอดให้รีบนำธูปเข้าบ้าน และปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้ควันลอยตลบอบอวลอยู่ในบ้าน เป็นความเชื่อว่าได้พาเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยเข้ามาประทับ ให้ทานสาคูและพูดจาดีกับคนในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคล ไม่ควรให้คนที่เกิดปีชงในปีนั้นๆ เป็นคนไหว้คนแรก และไม่ควรให้ควันของธูปมากจนเกินไป หรือเลือกธูปที่ไร้สารเคมี จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว

คาถากราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

          ให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวว่า โอม ซัมภาลา จาเลน ไน เยไซฮา (โดยจะท่อง 3,5,9,12,หรือ 13 จบ ก็ได้)

เครื่องสักการะในการกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

          ของที่ใช้ในการไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยนั้น มีดังนี้

  •  รูปภาพ หรือรูปปั้นจำลองของเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย
  •  แจกันดอกไม้สด 1 คู่
  •  เทียนแดง 1 คู่
  •  กระถางธูป
  •  ธูป 3 หรือ 5 ดอก
  •  กระดาษไหว้เจ้า (หงิ่งเตี๋ย) 12 ชุด
  •  ถังเงินถังทอง (กิมหงิ่งเต้า) 1 คู่
  •  กระดาษทองแผ่นยาวลายฉลุ (เทียงเถ่าจี๊) 1 ชุด
  •  ผลไม้ 5 อย่าง
  •  สาคูแดงต้มสุก 5 ถ้วย
  •  น้ำชา 5 ถ้วย
  •  ข้าวสวย 5 ถ้วย
  •  เทียบเชิญแดงและเทียบเชิญเขียวอย่างละ 1 แผ่น
  •  ขนมจันอับ 1 จาน
  •  เจไฉ่ (อาหารแห้งแต่ละธาตุ) 5 อย่าง          

          โดยชุดไหว้องค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย จะมีวางขายตามศาลเจ้าจีนทั่วไป หรือร้านขายของมงคลของจีน

          นอกจากนี้ ควรวางของที่เกี่ยวกับเงินทอง เช่น กระเป๋าสตางค์ อาจจะซื้อใหม่ แล้วใส่ธนบัตรเรียงให้เป็นระเบียบ ให้เลือกเลขที่มีเลขมงคลเยอะๆ อย่าง 8 หรือ 9 ด้วย หรืออาจจะนำสมุดบัญชีธนาคารมาวางก็ได้ การไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ถือเป็นการเสริมสิริมงคลและช่วยเสริมเรื่องโชคลาภ การบูชาจึงต้องทำให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามประเพณี เพื่อจะได้ช่วยเสริมสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ยิ่งสำหรับคนที่ประกอบธุรกิจหรือกิจการด้วยแล้ว การไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยก็ถือเป็นการสร้างเสริมมงคลได้อีกทางหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับสายมูเตลู เราจะมีบทความดี ๆ เรียกทรัพย์แบบนี้มาให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามกันอีก อย่าลืมมาอัพเดทไลฟ์สไตล์ดี ๆ กันที่นี่นะคะ