logo

          สำหรับผู้ที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ หรืออยากปลูกสวนไม้ประดับหรืออยากปลูกพืชผักสวนครัว แต่ไม่มีพื้นที่มากพอให้จัดสวนแบบปกติ การจัดสวนแนวตั้งเป็นทางออกที่ดีในการแก้ปัญหานี้ ผู้ที่กำลังต้องการแต่งบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดให้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น การจัดสวนแบบแนวตั้งก็เป็นแนวทางหนึ่งในการออกแบบเพื่อการตกแต่งอาคาร สวนแนวตั้งคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร สิ่งที่ต้องควรคำนึงในการจัดสวนแนวตั้งมีอะไรบ้างไปดูกัน

. . . . . . . . . .

จัดสวนแนวตั้งมีอะไรบ้าง และต้องดูแลรักษาสวนแนวตั้งอย่างไร

          พื้นที่สีเขียวเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะในเมืองหรือการออกแบบอาคาร ทั้งอาคารทั่วไปและอาคารอยู่อาศัย บ้านและคอนโด มีงานวิจัยพบว่าการอยู่ใกล้ชิดต้นไม้หรือการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวสามารถช่วยทำให้ผู้ใช้อาคารรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และช่วยทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้ นอกจากนี้การมีพื้นที่สีเขียวในบริเวณบ้านยังช่วยทำให้บ้านเย็นขึ้น และสามารถช่วยดูดซับสารพิษและช่วยกรองฝุ่นละอองได้อีกด้วย แล้วจะทำอย่างไรหากไม่มีพื้นที่เพียงพอในการทำพื้นที่สีเขียว เช่น เมืองที่ไม่มีพื้นที่เหลือในการสร้างเป็นสวน หรือคอนโดมิเนียมที่ไม่มีแม้แต่พื้นดินให้ปลูกต้นไม้ จึงเกิดแนวคิดในการจัดสวนในแนวตั้งขึ้น

vertical garden

  • การจัดสวนแนวตั้ง คือ การจัดสวนลักษณะหนึ่งโดยใช้โครงสร้างในแนวตั้งเพื่อปลูกพืช โดยให้พืชพรรณเกิดและเติบโตไปตามแนวดิ่งของโครงสร้างที่มารองรับ แทนที่จะปลูกพืชบนพื้นดินหรือตามแนวราบแบบการทำสวนโดยทั่วไป โดยการจัดสวนแนวตั้งนั้นมีการใช้วัสดุปลูกทั้งแบบที่ใช้ดินและไม่ใช้ดิน และอาจมีการติดตั้งควบคู่กับระบบรดน้ำ การจัดสวนแบบแนวตั้งในลักษณะนี้จะมีหลายชื่อเรียก ไม่ว่าจะเป็น Green wall, Living wall หรือ Bio wall การจัดสวนแบบแนวตั้งสามารถจัดเป็นสวนเพื่อการประดับตกแต่งทั้งภายนอกและภายในอาคาร หรือใช้สำหรับปลูกเป็นสวนพืชผักไม้ผลก็ได้เช่นกัน

          การจัดสวนแนวตั้งใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อย สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอในแนวราบ เพียงแค่มีพื้นที่บนกำแพง หรือพื้นที่บนพื้นเล็กน้อยในการวางผนังต้นไม้ก็สามารถปลูกสวนแนวตั้งได้ เนื่องจากการจัดสวนแนวตั้งใช้พื้นที่น้อยในการปลูกนี้เอง จึงทำให้การดูแลรักษาไม่เหนื่อยเท่ากับการปลูกสวนแบบแนวนอนบนดิน โดยเฉพาะกับการปลูกสวนสำหรับไม้ผล พื้นที่ยิ่งกว้างก็ยิ่งเหนื่อยในการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยวพืชผล การปลูกแบบแนวตั้งทำให้ง่ายต่อการเก็บผลหรือดอก ไม่ต้องก้มลงไปที่พื้นให้ปวดหลังหรือปวดขา และสะดวกต่อผู้พิการและทุพพลภาพอีกด้วย อีกทั้งการปลูกพืชบนพื้นดินก็จะทำให้มีวัชพืชและสัตว์จากดินต่าง ๆ มาทำลายต้นไม้ได้ง่ายกว่าการปลูกเป็นแบบแนวตั้ง

 

garden

. . . . . . . . . .

ข้อดี - ข้อเสียของการจัดสวนแนวตั้ง

ข้อดีของการจัดสวนแนวตั้ง ได้แก่

  • การจัดสวนแบบแนวตั้งจะใช้พื้นที่น้อยกว่า ประหยัดพื้นที่ในการปลูก แต่ได้ผลผลิต เช่น ดอกหรือผลเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ใช้ในการปลูก
  • สำหรับการปลูกไม้ผล ทำให้ง่ายต่อการดูแล ไม่เหนื่อยในการรดน้ำเหมือนสวนในแนวราบที่มีพื้นที่กว้าง สะดวกต่อการเก็บเกี่ยวพืชผล และสามารถลดศัตรูพืชและแมลงรบกวนที่มาจากพื้นดินลงได้
  • บ้านหรือคอนโดที่ไม่มีพื้นที่ดินสำหรับปลูกต้นไม้สามารถใช้การจัดสวนแบบแนวตั้งในการนำเอาต้นไม้พืชพรรณเข้ามาในพื้นที่ที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยนั้น สามารถสร้างพื้นที่สีเขียวในพื้นที่จำกัดได้ ทำให้ผู้ใช้อาคารได้มีความใกล้ชิดธรรมชาติ สร้างความผ่อนคลาย และเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดี
  • การจัดสวนแนวตั้งบนผนังอาคารสามารถช่วยเป็นฉนวนกันความร้อนให้กับตัวอาคารได้ ช่วยไม่ให้ความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร และช่วยเก็บกักความร้อนให้อยู่ในอาคารในฤดูหนาว ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานของอาคารได้
  • สวนแนวตั้งสามารถสร้างร่มเงา สร้างความร่มรื่น ช่วยบังแสงแดดที่ไม่ต้องการ
  • สามารถใช้การจัดสวนเป็นผนังสำหรับแบ่งพื้นที่การใช้งาน ช่วยลดเสียงรบกวน และสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่
  • สวนแนวตั้งสามารถช่วยกรองฝุ่นและมลพิษ และช่วยดูดซับสารพิษในอากาศจากตัวอาคาร เช่น สารเคมีจากสีทาอาคาร กาว หรือน้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น รวมทั้งช่วยกำจัดเชื้อราในอาคาร การจัดสวนแนวตั้งในบริเวณอาคารจะสามารถช่วยทำให้อากาศมีความบริสุทธิ์มากขึ้นได้
  • สามารถใช้เพื่อเป็นการประดับตกแต่งผนังอาคารให้มีความสวยงาม สร้างบรรยากาศที่ดี สร้างมุมมองที่ดี และสร้างเอกลักษณ์ให้กับอาคาร
  • ในสเกลที่ใหญ่ขึ้นมาอย่างสเกลเมือง การจัดสวนช่วยลดความร้อนให้กับเมืองได้ โดยสามารถช่วยรับความร้อนโดยตรงจากดวงอาทิตย์ทำให้ผนังอาคารรับความร้อนน้อยลงและแผ่ความร้อนออกมาได้น้อยลง และช่วยดูดซับรังสีความร้อนที่อยู่บนพื้นผิวถนนและผิวอาคาร รวมกับความสามารถในการคายน้ำของต้นไม้ ทำให้อุณหภูมิบริเวณนั้นเย็นลงได้ นอกจากนี้ยังช่วยกักฝุ่น PM 2.5 และมลพิษในอากาศ ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กรองอากาศให้บริสุทธิ์ขึ้น และสามารถใช้เป็นตัวช่วยดูดซับเสียงได้อีกด้วย

vertical garden 01

ข้อเสียของการจัดสวนแนวตั้ง ได้แก่

  • การจัดสวนแนวตั้งทำให้การถ่ายละอองเรณูของต้นไม้ลดลงได้
  • สวนแนวตั้งสามารถสร้างความเสียหายแก่ผนังอาคารได้ถ้าหากผนังอาคารมีรอยร้าวอยู่ รากของต้นไม้สามารถชอนไชเข้าไปสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้ ดังนั้นก่อนการจัดสวนแบบแนวตั้งลงบนผนังใดก็ตาม ควรต้องดูความพร้อมของผนังและซ่อมแซมรอยแตกร้าวให้เรียบร้อยก่อน

 

. . . . . . . . . .

รูปแบบการจัดสวนแนวตั้ง

          การจัดสวนแนวตั้งสามารถทำได้หลายรูปแบบ มีตั้งแต่การทำด้วยตนเองเป็นการจัดสวนแบบ DIY โดยใช้อุปกรณ์ที่หาได้ทั่วไปตามร้านค้าหรือแม้กระทั่งสามารถใช้วัสดุเหลือใช้ในการทำ ไปจนถึงการจัดสวนแบบใช้ระบบผนังปลูกแบบครบชุดเต็มรูปแบบมาติดตั้งบนผนังอาคาร การจัดสวนแนวตั้งสามารถทำได้ทั้งการปลูกด้วยระบบไฮโดรโปนิก ซึ่งคือการปลูกพืชโดยใช้สารละลายแทนการใช้ดิน และระบบการใช้ดินหรือวัสดุปลูกทดแทนดิน โดยรูปแบบจะแตกต่างกันไปตามลักษณะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปลูกพืช ซึ่งการจัดสวนแบบแนวตั้งมีรูปแบบดังนี้

vertical garden

รูปแบบผนังลอยตัว Freestanding media

          เป็นการจัดสวนแบบแนวตั้งแบบผนังลอยตัวที่ไม่ยึดติดกับผนังอาคารหรือกำแพง สามารถเคลื่อนย้ายได้ เหมาะสำหรับการปลูกภายในอาคาร ใช้เป็นแผงกั้นเพื่อแบ่งพื้นที่ภายในอาคาร หรือใช้เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ โดยเป็นระบบไฮโดรโปนิก

รูปแบบการปลูกโดยใช้ดิน Loose media

          เป็นการจัดสวนแนวตั้งโดยใช้ดินเป็นวัสดุในการปลูก โดยจะมีการแบ่งเป็นช่องสำหรับใส่ดิน หรือนำดินใส่เรียงในชั้น หรือทำเป็นถุงผ้าแล้วติดตั้งลงบนแผ่นผนัง เป็นรูปแบบที่ทำง่ายที่สุดและได้รับความนิยม รูปแบบนี้ต้องมีการเปลี่ยนดินเป็นประจำ โดยต้องเปลี่ยนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งสำหรับผนังภายนอก และสองปีครั้งสำหรับผนังภายในอาคาร

          รูปแบบการปลูกโดยใช้ดินนี้อาจมีการเกิดการเสียหายของอุปกรณ์ได้ง่ายหากโดนลมพายุรุนแรงหรือแผ่นดินไหวจึงไม่ควรปลูกสูงเกิน 2.5 เมตร อย่างไรก็ตามได้มีการคิดค้นระบบป้องกันการเสียหายจากแผ่นดินไหวสำหรับติดตั้งเพิ่มเติมแล้ว แต่ถ้าหากต้องการจัดสวนแนวตั้งเพียงแค่ที่บ้านหรือมีแผนจะเปลี่ยนต้นไม้บ่อย ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบป้องกันก็ได้

รูปแบบการใช้ผ้า Mat media

          เป็นการจัดสวนแนวตั้งโดยการใช้ผ้าใยสังเคราะห์หรือผ้าใยมะพร้าวในการเป็นวัสดุปลูกแทนการใช้ดิน โดยพืชจะฝังรากลงบนผ้านี้โดยตรง ระบบผนังผ้านี้จะมีความบางกว่าระบบอื่น และด้วยความที่เป็นผ้าก็จะสามารถรับน้ำได้ไม่มาก และไม่สามารถปลูกต้นไม้ต้นใหญ่ที่มีรากยาวและแข็งได้โดยเนื่องจากรากจะสามารถเจาะจนผ้าขาดเสียหาย หรือต้นไม้ที่โตมากจนน้ำในผ้าเลี้ยงไม่เพียงพอ การซ่อมแซมผ้าที่ขาดต้องทำการเปลี่ยนผ้าใหม่ทั้งผืน ทำให้สร้างความเสียหายต่อต้นไม้โดยรอบ รูปแบบนี้จึงเหมาะกับการปลูกต้นไม้ชนิดเล็ก และทำเป็นสวนแนวตั้งภายในอาคาร และด้วยความที่เป็นผ้าที่ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้มาก รูปแบบนี้จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการรดน้ำเป็นอย่างมาก ควรติดตั้งระบบรดน้ำที่เป็นระบบน้ำหมุนเวียนเข้าไปด้วยเพื่อให้ปลูกพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รูปแบบการใช้แผ่นพลาสติก Sheet media

          เป็นการจัดสวนแนวตั้งที่มีลักษณะคล้ายแบบการใช้ผ้า Mat media แต่เป็นการใช้แผ่นพลาสติกโพลียูรีเธนที่มีลักษณะเหมือนแผงไข่ มีความหนามากขึ้น ทำให้สามารถอุ้มน้ำได้ดีขึ้นและสามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ขึ้นกว่าแบบ Mat media และรูปแบบนี้มีความคงทนมากกว่า เนื่องจากเป็นการใช้แผ่นพลาสติจึงไม่ย่อยสลาย ทำให้อยู่ได้นาน โดยใช้งานครั้งหนึ่งได้ถึงกว่า 20 ปี รูปแบบนี้จะมีการติดตั้งระบบรดน้ำไว้ตรงกลางระหว่างชั้นแผ่นโพลียูรีเธน 2 แผ่น และใส่ต้นไม้เข้าไปในแผ่นด้านหน้า ด้านหลังจะแปะทับด้วยแผ่นกันน้ำ และโครงสำหรับติดตั้งบนกำแพง

รูปแบบบล็อก Structural media

          เป็นการจัดสวนแนวตั้งโดยการใช้บล็อกปลูกต้นไม้ซึ่งบรรจุดินหรือวัสดุปลูกอื่นไว้ภายใน เป็นรูปแบบที่ผสมข้อดีของทั้งแบบ Loose media และแบบ Mat media เข้าด้วยกัน บล็อกปลูกต้นไม้มีให้เลือกหลายขนาด หลายรูปร่าง มีทั้งแบบที่อุ้มน้ำได้มากและน้อย สามารถเลือกรูปแบบบล็อกให้เหมาะสมตามชนิดของต้นไม้ที่ต้องการจะปลูกได้ ดูแลรักษาง่าย การจัดสวนแบบแนวตั้งโดยใช้บล็อกแบบนี้เหมาะกับทั้งการจัดสวนภายในอาคารและภายนอกอาคาร อีกทั้งยังมีความคงทนมาก รองรับสภาพอากาศแบบลมแรงหรือแผ่นดินไหวก็ได้ โครงสร้างนี้สามารถอยู่ได้นาน 10 - 15 ปี

 

. . . . . . . . . .

สิ่งที่ต้องคำนึงในการจัดสวนแนวตั้ง

          ในการจัดสวนแนวตั้งไม่ใช่ว่าแค่ซื้อต้นไม้มาแล้วจะลงมือทำได้เลย มีสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก่อนที่จะทำ นั่นคือ

plant

การเลือกผนัง

          สำหรับการจัดสวนแบบแนวตั้งต้องเลือกผนังที่ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอต่อการปลูกพืช โดยให้มีความเหมาะสมกับพืชที่ต้องการจะปลูก หากเป็นการจัดสวนแบบแนวตั้งภายในอาคารหากพื้นที่ผนังที่จะปลูกนั้นได้รับแสงแดดไม่เพียงพออาจจะต้องมีการติดตั้งหลอดไฟเพื่อช่วยให้แสงแก่ต้นไม้เพิ่มเติม นอกจากนี้การเลือกผนังยังสามารถเลือกผนังที่เก่าหรือมีรอยตำหนิมาจัดสวนแนวตั้งเพื่อปกปิดความไม่สวยของผนังเหล่านั้นได้

การเลือกพรรณไม้

          พรรณไม้ที่สามารถปลูกสำหรับสวนแนวตั้งนั้นปลูกได้หลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ที่ต้องการจัดสวนและตำแหน่งของสวนซึ่งสามารถจัดได้ทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร สำหรับสวนภายนอกอาคารควรเลือกต้นไม้โดยคำนึงถึงสภาพอากาศด้วย อาจใช้เป็นพรรณไม้ในพื้นถิ่นเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในอากาศ ความชื้นและอุณหภูมิของพื้นที่ สำหรับการจัดสวนภายในอาคารสามารถเลือกปลูกได้หลากหลายกว่า เนื่องจากสามารถกำหนดสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิในอาคารได้

          การจัดสวนแนวตั้งสามารถปลูกได้ทั้งพืชคลุมดิน พืชอวบน้ำ มอส เฟิร์น พลูด่าง พืชที่ปลูกในกระถาง ไม่ว่าจะเป็นพืชไม้ดอก ไม้ผล ไม้ประดับ รวมทั้งผักและสมุนไพร การเลือกพรรณพืชต้องคำนึงถึงความสูงของพืชด้วย ไม่ควรปลูกพืชที่โตเต็มที่แล้วสูงออกมาจากผนังมากเกินไป และการเลือกต้นไม้ที่ปลูกก็ต้องให้เหมาะสมกับรูปแบบของผนังที่จะทำ เช่น เลือกพรรณไม้ที่มีรากสั้นสำหรับการปลูกโดยใช้ผนังผ้า เป็นต้น

          การออกแบบสวนและเลือกตำแหน่งการจัดวางพรรณไม้ในสวนแนวตั้งนั้นต้องคำนึงถึงร่มเงาที่เกิดจากการจัดวางต้นไม้ด้วย เนื่องจากเป็นการจัดสวนที่เรียงซ้อนกันในแนวตั้งหากเลือกต้นที่โตยื่นมาออกมามากและจัดวางไว้ด้านบนจะทำให้เกิดร่มเงาแก่ต้นไม้ด้านล่าง จึงต้องเลือกต้นไม้ที่อยู่ได้ในแดดรำไร เช่น ต้นไม้ตระกูลเฟิร์น มาวางไว้ข้างใต้ร่มเงาของต้นที่สูงกว่า และเลือกต้นที่ชอบแดดจัดไว้ด้านบน เป็นต้น

การเลือกรูปแบบการปลูกสวนแนวตั้ง

          การจัดสวนแนวตั้งมีหลายรูปแบบอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ต้องเลือกรูปแบบให้เหมาะกับพรรณไม้ที่จะปลูก พื้นที่ที่จะติดตั้ง และวัตถุประสงค์ของการจัดสวน หากเลือกรูปแบบไม่เหมาะสมกับต้นไม้ จะทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่อผนังที่ปลูก ต้นไม้ที่ใช้ เสียทั้งเงินและเวลาในการซ่อมแซม

การเลือกวิธีให้น้ำแก่ต้นไม้

          พิจารณาว่าต้องการรดน้ำต้นไม้แบบไหน รดด้วยมือเอง หรืออยากติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติ เนื่องจากการวางระบบรดน้ำต้องมีการต่อท่อน้ำ อาจมีการวางปั๊มน้ำ หรือเครื่องกรองน้ำด้วย จึงต้องมีการวางแผนเพื่อการออกแบบและคำนวณราคา

 

. . . . . . . . . .

garden equipment

อุปกรณ์จัดสวนแนวตั้ง

  • อุปกรณ์ในการทำกรอบและโครงสร้างผนัง สามารถใช้ได้หลากหลายวัสดุ เช่น แผ่นไม้ แผ่นพลาสติก โครงเหล็ก ท่อ PVC ผ้าใยสังเคราะห์ แผ่นกันซึม เป็นต้น
  • อุปกรณ์สำหรับทำระบบรดน้ำ เช่น ท่อน้ำ วาล์วน้ำ หัวน้ำหยด เทปน้ำหยด เครื่องตั้งเวลารดน้ำ เครื่องกรองน้ำ เครื่องปั๊มน้ำ เป็นต้น
  • วัสดุปลูก ได้แก่ ดิน หรือวัสดุทดแทนดิน เช่น ขุยมะพร้าว ใยมะพร้าว ใยปาล์ม แกลบดิน เวอร์มิคูไลท์ เพอร์ไลท์ ฟองน้ำ เป็นต้น สารอาหารพืช และปุ๋ย
  • อุปกรณ์ในการติดและยึด เช่น ตะปูเกลียว ลวดเย็บกระดาษ กาว ตะขอ ตะแกรง คานสำหรับแขวน เป็นต้น

. . . . . . . . . .

ขั้นตอนการจัดสวนแนวตั้ง

          ขั้นตอนในการจัดสวนแบบแนวตั้งนั้นมีความแตกต่างกันไปในส่วนของรายละเอียดในการสร้างโครงผนังสำหรับปลูกตามแต่ละรูปแบบที่ใช้ โดยการจัดสวนแนวตั้งแบบที่เป็นที่นิยมและสามารถทำเองได้นั่นคือสวนแนวตั้งรูปแบบที่ใช้ดินในการปลูกโดยการใช้ถุงผ้า ซึ่งมีขั้นตอนในการทำคร่าว ๆ ดังนี้

1. เลือกผนังที่ต้องการ

          อย่าลืมพิจารณาเรื่องทิศทางและปริมาณของแดดที่ผนังได้รับด้วย

2. ออกแบบสวน

          โดยกำหนดวัตถุประสงค์ เลือกพรรณไม้ เลือกรูปแบบของผนัง และวัสดุปลูก

3. สร้างกรอบและผนังสำหรับปลูกสวนแนวตั้ง

          โดยอาจใช้เป็นโครงเหล็ก โครงไม้ หรือพลาสติก PVC ในการทำกรอบ ยึดเข้าด้วยกันด้วยตะปูเกลียว ส่วนผนังจะมีทั้งหมด 3 เลเยอร์ คือ ผนังด้านหลังสุดที่เป็นกรอบ ทับด้วยแผ่นพลาสติกเพื่อกันน้ำหรือวัสดุกันซึม และด้านบนสุดเป็นผ้าสำหรับปลูกพืช ต้องใช้ผ้าอย่างน้อย 2 ชั้น สามารถยึดแผ่นพลาสติกและแผ่นผ้าเข้ากับกรอบโดยใช้ลวดเย็บเข้าด้วยกัน โดยขึงให้ตึงกับกรอบ

4. ทำพื้นที่ปลูกต้นไม้

          โดยการกรีดแผ่นผ้าผืนบนสุดในแนวนอนให้เป็นปากถุง แล้วใช้ลวดเย็บลงมาด้านล่างให้โค้งเป็นก้นถุง ทำให้เป็นถุงเล็ก ๆ หลายถุงเรียงต่อกันและซ้อนกันจนเต็มผืน หรือสามารถใช้แผ่นผ้าปลูกต้นไม้สำเร็จรูปที่มีการทำเป็นถุงไว้ให้แล้ว

5. ติดตั้งระบบรดน้ำ

          โดยติดตั้งเข้ากับกรอบและระบบน้ำของอาคาร

6. จัดแจงทุกอย่างลงปลูก

          ใส่ดินหรือวัสดุปลูกเข้าไปในถุงที่ทำไว้ และวางต้นไม้ที่คัดเลือกมาลงในถุง

7. นำผนังสวนแนวตั้งที่จัดเรียบร้อยไปติดตั้งหรือแขวนไว้บนผนังอาคารที่ต้องการ

          ขั้นตอนสามารถเปลี่ยนลำดับได้ เช่น หากพื้นที่สวนแนวตั้งมีขนาดใหญ่ สามารถติดตั้งกรอบโครงของสวนและระบบน้ำเข้ากับผนังอาคารก่อนแล้วค่อยใส่ต้นไม้เข้าไปทีหลังเพื่อความสะดวกในการทำ

 

planting

. . . . . . . . . .

อุปกรณ์จัดสวนแนวตั้งสำเร็จรูป

          การจัดสวนแนวตั้งมีหลายรูปแบบ สามารถทำได้ด้วยตนเอง แต่อาจมีความยุ่งยากในการก่อสร้างโครงผนังอยู่บ้าง หากคนไม่ถนัดงานช่างอาจต้องใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้งให้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีการทำแผงสำหรับจัดสวนแบบแนวตั้งสำเร็จรูปออกมาขายมากมาย สามารถไปเลือกซื้อมาติดตั้งได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องประดิษฐ์เองในทุกขั้นตอน ซึ่งมีความสะดวกสบายและทำได้ง่ายมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์สวนแนวตั้ง SCG

          ชุดสวนแนวตั้ง SCG Modular Green Hive เป็นแผงสำหรับจัดสวนแบบแนวตั้งที่มีลักษณะเป็นระบบ modular คือ สามารถเอาแผงหลายแผงมาวางต่อกันให้ได้พื้นที่ตามที่ต้องการได้ โดยอุปกรณ์จัดสวนแบบแนวตั้ง SCG นี้มีลักษณะเป็นแผงสำหรับแขวนรูปร่างเหมือนรวงผึ้ง พร้อมกระถางปลูกต้นไม้รูปหกเหลี่ยม และอุปกรณ์สำหรับติดตั้ง ซึ่งทำได้ง่ายด้วยตนเอง ตัวแผงมีระบบน้ำไหลแบบ overflow และสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ด้วย วัสดุเป็นพลาสติก virgin HDPE ทนรังสี UV มีความแข็งแรง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย มีน้ำหนักเบา โดย 1 โมดูลมีน้ำหนักแผงและกระถางรวม 2.5 กิโลกรัม ขนาดพื้นที่ 1 ตร.ม.ต้องใช้ 4 โมดูล

          อุปกรณ์สวนแนวตั้ง SCG Modular Green Hive สามารถนำไปติดตั้งบนผนังได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผนังอิฐมอญ ผนังอิฐมวลเบา ผนังอิฐบล็อก รวมถึงผนังโครงเบา วิธีติดตั้ง คือ นำโครงสำหรับแขวนไปติดตั้งบนผนังและนำโมดูลไปแขวน นำดินและต้นไม้ใส่ในกระถาง จากนั้นนำกระถางไปจัดเรียงบนแผงตามที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็ได้สวนแนวตั้งบนผนังเรียบร้อย

 

. . . . . . . . . .

จัดสวนแนวตั้งบริเวณไหนดี

          การจัดสวนแนวตั้งสามารถจัดไว้ได้ทั้งภายนอกอาคารและภายในอาคาร สำหรับภายนอกอาคารควรเลือกตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดเพียงพอต่อการปลูกต้นไม้ หากต้องการปลูกพืชผักไม้ผลก็ควรปลูกในตำแหน่งที่เก็บเกี่ยวผลได้สะดวกและดูแลรักษาง่าย หรือพืชคลุมดินก็ยังได้ หากต้องการจัดสวนแบบแนวตั้งไว้บนผนังอาคารเพื่อลดความร้อนของอาคารก็ควรเลือกตำแหน่งผนังมีปัญหาด้านความร้อนแต่อย่าลืมเลือกปลูกต้นไม้ที่ทนความร้อนด้วย และสามารถใช้สวนแนวตั้งแบบลอยตัวในการแบ่งพื้นที่ภายนอกบริเวณอาคารให้เป็นสัดส่วนได้ นอกจากนี้ยังมีบริเวณในการจัดสวนแบบแนวตั้งภายนอกอาคารที่สามารถเพิ่มความน่าสนใจให้อาคาร เช่น บริเวณริมรั้ว ริมทางเดิน ริมระเบียงเป็น Pocket Garden เป็นต้นไม้ริมรั้ว หรือบนผนังด้านหน้าทางเข้าอาคารเพื่อสร้างเอกลักษณ์และความประทับใจแรกให้แก่ผู้ใช้งานอาคาร เป็นต้น

gardening

          สำหรับการจัดสวนแนวตั้งภายในอาคารก็ควรเลือกบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงเพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ บริเวณสวนแนวตั้งภายในอาคารที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งานอาคาร เช่น ในบริเวณล็อบบี้อาคารหรือโถงทางเข้าอาคารที่ซึ่งผู้ใช้อาคารหรือผู้มาติดต่องานจะเห็นเป็นที่แรกเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นที่ ในออฟฟิศหรือห้องประชุมที่พื้นที่สีเขียวสามารถช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับคนทำงานได้ หรือในห้องน้ำก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ดี เป็นต้น

 

. . . . . . . . . .

การดูแลสวนแนวตั้ง

          การจัดสวนใด ๆ ก็ตามก็ต้องมีการดูแลรักษา โดยการจัดสวนแนวตั้งนั้นจะดูแลได้ง่ายกว่าสวนแนวนอนแบบปกติทั่วไป และเนื่องจากการที่ไม่ได้ปลูกติดพื้นดินก็จะทำให้มีปัญหาน้อยกว่าสวนแบบปกติ แต่การดูแลสวนแนวตั้งก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงเช่นเดียวกันกับสวนแนวนอนทั่วไป

 

การรดน้ำ

          สำหรับการดูแลสวนแนวตั้งนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องดูแลให้ต้นไม้ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ควรรดน้ำต้นไม้อย่างสม่ำเสมอและปริมาณพอเหมาะ การจะรดน้ำมากน้อยหรือบ่อยถี่แค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับพรรณไม้ที่ปลูกและปริมาณแดดที่ผนังได้รับด้วย ซึ่งการรดน้ำก็ต้องมาพร้อมกับการระบายน้ำที่พอเหมาะเช่นกัน ต้องมีช่องทางให้น้ำที่มากเกินไปสามารถระบายออกด้วย เพราะหากน้ำขังอยู่จำนวนมากก็จะทำให้ต้นไม้ตายได้

หากสวนแนวตั้งที่ปลูกอยู่ในบริเวณที่รดน้ำได้ยากหรือไม่สะดวกในการรดน้ำด้วยมือ เช่น สวนแนวตั้งในอาคารที่มีพื้นที่มากและมีความสูงมาก ควรติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติไว้ด้วยเพื่อให้ต้นไม้ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ โดยปั๊มน้ำต้องมีกำลังแรงพอในการสูบน้ำเพื่อจ่ายบนผนังที่มีความสูง และอย่าลืมหมั่นตรวจสภาพระบบน้ำและอุปกรณ์จ่ายน้ำให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานอยู่เสมอด้วย

 

การให้ปุ๋ย

          นอกจากการรดน้ำแล้ว ยังต้องมีการให้ปุ๋ยด้วย ควรใช้ปุ๋ยออร์แกนิก หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี เนื่องจากปุ๋ยเคมีจะทำให้ดินและรากพืชเสียได้ง่าย ควรให้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารครบถ้วน โดยปุ๋ยที่นิยมใช้กับการจัดสวนแบบแนวตั้งนั้นจะนิยมให้ปุ๋ยชนิดที่เป็นสารละลายโดยให้ผ่านทางการรดน้ำ หรือปุ๋ยละลายช้าโดยให้ทุก 2-3 เดือน

 

การควบคุมโรคและแมลง

          สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องมีการดูแลสังเกตต้นไม้ที่มีโรคอยู่เสมอ เช่น ใบเป็นจุด ใบด่าง ใบไหม้ เป็นต้น ต้องคอยหมั่นดึงใบหรือต้นที่ตายทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคและแมลงรบกวนไปยังต้นอื่น ๆ เนื่องจากการจัดสวนแนวตั้งจะมีการปลูกต้นไม้ชิดติดกันมากทำให้สามารถเกิดการลุกลามของโรคได้ง่าย โดยใบหรือต้นติดโรคที่ดึงทิ้งไปนั้นห้ามนำไปทำเป็นปุ๋ย ต้องแยกทิ้งหรือเผาทำลายไปเลยเพื่อป้องกันการกลับมาระบาดของโรค และอาจฉีดพ่นยากันเชื้อราทุก 2 เดือน และสำหรับแมลงรบกวนสามารถใช้มือหยิบแมลงออกไป หรือใช้น้ำฉีดไล่ หรืออาจใช้ยากำจัดแมลงเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น และต้องเลือกใช้แบบออร์แกนิกเพื่อไม่ให้เป็นอันตราย

 

การตัดแต่งต้นไม้

          ต้นไม้ที่ได้รับสารอาหารเพียงพอจะมีการเจริญเติบโตได้ดี ต้องหมั่นตัดแต่งต้นไม้เพื่อควบคุมรูปทรงพุ่มไม้และขนาดต้นไม้ไม่ให้มีขนาดใหญ่หรือทึบเกินไปด้วย เพื่อให้ต้นไม้คงรูปสวยงาม และที่สำคัญคือเพื่อให้แสงสามารถส่องไปยังพรรณไม้ได้ทั่วถึงทั้งผนัง การตัดแต่งต้นไม้ยังช่วยให้เกิดการระบายอากาศได้ดี ช่วยลดโรคและเชื้อราได้

 

gardening

. . . . . . . . . .

ค่าใช้จ่ายในการจัดสวนแนวตั้ง

          ในการจัดสวนแบบแนวตั้งจะมีค่าใช้จ่ายรวมหลากหลายแตกต่างกันไป สามารถจัดสวนแบบตั้งได้โดยใช้เงินตั้งแต่ประมาณหลักพันบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อตารางเมตร โดยค่าใช้จ่ายในการจัดสวนแนวตั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายสิ่ง ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบผนัง วัสดุปลูก ขนาดพื้นที่ในการปลูก พรรณพืชที่ใช้ และวิธีการรดน้ำ โดยรูปแบบผนังที่ต้องการปลูกนั้นจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าใช้จ่าย

          สวนแนวตั้งที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดก็คือรูปแบบการจัดสวนแบบแนวตั้งโดยใช้ดิน ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้อุปกรณ์ในการปลูกได้หลากหลาย เช่น อุปกรณ์สวนแนวตั้งสำเร็จรูป SCG มีราคาอยู่ที่ตารางเมตรละประมาณ 3,000 บาท กระถางต้นไม้แบบแขวนที่เป็นถุงผ้าราคาประมาณ 500 บาท เป็นต้น หากต้องการประดิษฐ์อุปกรณ์เอง การใช้ขยะรีไซเคิล เช่น ขวดน้ำพลาสติกในการปลูกก็สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ แถมยังเป็นการช่วยลดโลกร้อนได้อีกด้วย

 

gardening

. . . . . . . . . .

          เห็นได้ว่าการจัดสวนแนวตั้งมีความน่าสนใจ แถมมีข้อดีและประโยชน์อีกมากมาย หากใครที่กำลังต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านหรืออาคาร การเลือกจัดสวนแบบแนวตั้งนั้นเป็นทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่มีพื้นที่ในการปลูกต้นไม้ เพราะสวนแนวตั้งสามารถจัดได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร และตอบโจทย์ทั้งการปลูกเป็นจัดสวนดอกไม้ประดับและการปลูกพืชผักสวนครัว และจัดสวนน้ำตกเล็ก ๆ วางข้างกัน เห็นอย่างนี้แล้วลองจัดสวนแนวตั้งที่บ้านกันดูไหม ก็เป็นไอเดียดี ๆ ที่ CondoNewb มาพูดคุยไลฟ์สไตล์มาแนะนำกัน!