logo

          สถานที่ท่องเที่ยวอย่างน้ำตกนั้น นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนที่ช่วยในเรื่องของความผ่อนคลายและสนุกสนานแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้ไปท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างเต็มที่อีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากจะได้ชมวิวธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังได้สัมผัสกับผืนดินและสายน้ำแบบที่หาที่ไหนมาแทนไม่ได้อีกด้วย วันนี้ Condonewb จึงอยากพาทุก ๆ คนไปเที่ยวไลฟ์สไตล์ทำความรู้จักกับน้ำตกในประเทศไทยว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจพอที่จะให้ทุกคนได้จัดแพลนไปเที่ยวกันบ้าง และที่สำคัญยังมาพร้อมกับที่พักสวย ๆ ใกล้ ๆ กันอีกด้วย

 

. . . . . . . . . .

9 น้ำตกในประเทศไทยที่ไม่ควรพลาด

          สำหรับ 9 น้ำตกที่ CondoNewb ได้หยิบยกกิน ช้อป เที่ยว ได้ใจสายไลฟ์สไตล์ชิล ๆ มาให้ได้อ่านกันในวันนี้ ขอแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อย่อย ๆ เพื่อให้หลาย ๆ คนสามารถตัดสินใจเลือกน้ำตกที่ตัวเองชอบได้ง่ายขึ้น โดยในหัวข้อแรกจะขอกล่าวถึงน้ำตกที่ส่วนที่สุดในประเทศไทย และสำหรับหัวข้อที่สองจะเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย ถ้าพร้อมแล้วเตรียมตัวไปเริ่มทำความรู้จักกับน้ำตกแห่งแรกได้เลย

 

น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย

1. น้ำตกเอราวัณ

          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกนี้เชื่อได้เลยว่าน่าจะเป็นที่คุ้นหูสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะนอกจากในเรื่องของความสวยงามแล้ว น้ำตกแห่งนี้ยังมีจำนวนชั้นถึง 7 ชั้น ไม่ว่าจะเป็น ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง, ชั้นที่ 2 วังมัจฉา, ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก, ชั้นที่ 4 อกนางผีเสื้อ, ชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง, ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา และชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ โดยแต่ละชั้นจะมีระยะทางที่ต้องเดินขึ้นไปแตกต่างกันออกไป โดยมีระยะห่างกันอยู่ที่ประมาณ 500 เมตร ถึง 2 กิโลเมตร ซึ่งแต่ละชั้นนั้นก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป แต่แน่นอนว่าในทุก ๆ ชั้นผู้ที่ขึ้นไปจะได้พบกับสายน้ำสีเขียวมรกตที่ใสจนสามารถมองเห็นกลุ่มปลาแหวกว่ายได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งถือเป็นสิ่งที่โดดเด่นอย่างมากสำหรับน้ำตกแห่งนี้ สำหรับในเรื่องของการเล่นน้ำ โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวมักนิยมเล่นน้ำในชั้นที่ 1 - 3 เพราะตั้งแต่ชั้นที่ 4 ขึ้นไป การเดินทางจะเริ่มลำบากขึ้นหรือต้องเดินบนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง ดังนั้นสำหรับใครที่ไม่ได้เตรียมตัวมาให้ดี หรือมีสมาชิกภายในครอบครัวเป็นเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรที่จะเล่นน้ำภายในชั้น 1-3 เท่านั้น ส่วนใครที่อยากจะเป็นผู้พิชิตทั้ง 7 ชั้น ก็อย่าลืมที่จะบริหารเวลาให้ดี เพราะที่นี่เปิดทำการตั้งแต่ 08.00 – 16.30 เท่านั้น

เอราวัณ

น้ำตกเอราวัณชั้นที่ 2

            สำหรับสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี สามารถเดินทางจากอำเภอเมืองประมาณ 62 กิโลเมตร หรือสำหรับใครที่เดินทางมาโดย บขส. สามารถนั่งรถประจำทางสายสีฟ้ามาลงยังหน้าที่ทำการอุทยานได้ โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนอัตราค่าบริการเข้าอุทยานจะอยู่ที่ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

 

ที่พักใกล้เคียง

  • ที่พักอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

          สำหรับใครที่อยากจะหาที่พักใกล้เคียงเพื่อที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติแบบใกล้ชิด ทางอุทยานแห่งชาติเอราวัณก็มีที่พักภายในอุทยาน ไม่ว่าจะเป็นที่พักบนเนินเขา หรือที่พักริมน้ำ ซึ่งทำให้ผู้ที่ไปท่องเที่ยวสามารถชิลกับบรรยากาศภายในอุทยานได้อย่างเต็มที่ โดยราคาที่พักสำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่านเริ่มต้นที่ 800 บาท / คืน ทั้งน้สามารถจองได้ต่อเนื่องสูงสุด 3 วันเท่านั้น

ที่พักน้ำตกเอราวัณ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : nps.dnp.go.th/parksdetail 

 

. . . . . . . . . .

2. น้ำตกกรุงชิง

          มาต่อกันที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่สอง ซึ่งก็เรียกได้สวยงามไม่แพ้แห่งแรกเลยทีเดียว เพราะน้ำตกกรุงชิงนี้มีขนาด 7 ชั้น โดยมีความสูงลดหลั่นกันลงมา ซึ่งแต่ละชั้นมีชื่อว่าหนานมัดแพ, หนานฝนแสนห่า, หนานปลิว, หนานโจน, หนานจน, ต้นตอ และวังเรือบิน ซึ่งแน่นอนว่าในแต่ละชั้นนอกจากจะได้พบกับบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามอย่างมากแล้ว ยังจะได้พบเจอกับน้ำที่ใสสะอาด และที่สำคัญจะได้พบกับพืชพรรณในป่าดิบชื้นนานาชนิดที่มีความน่าสนใจและสามารถพบเห็นได้ยาก เรียกได้ว่าถูกใจนักผจญภัยที่ชอบดื่มด่ำไปกับพันธุ์ไม้อย่างแน่นอน

น้ำตกกรุงชิง

น้ำตกกรุงชิง | ขอบคุณภาพจาก Thailandtourism.org

          นอกจากในเรื่องของความน่าสนใจทางธรรมชาติแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังเคยได้รับการพิมพ์ลงในธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ฉบับวันที่ 30 มิถุนายน 2535 อีกด้วย สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะมาหรือไม่มาดี บอกได้เลยว่าไม่ควรพลาดจริง ๆ

          สำหรับสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใน ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยห่างจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชเป็นระยะทางประมาณ 62 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้วจะพบกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขล. 3 (กรุงชิง) จากนั้นจึงเข้าไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จะมีพื้นที่สำหรับจอดรถและกางเต็นท์ สำหรับใครที่ต้องการเดินไปยังน้ำตกจะต้องเดินเท้าขึ้นไปอีกเป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร โดยจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ สำหรับสภาพทางเดินจะมีลักษณะเป็นพื้นที่ลาดชันและมีความขรุขระเล็กน้อย ดังนั้นจึงเหมาะกับการเที่ยวแบบกลุ่มเพื่อน คู่รัก หรือครอบครัวที่ไม่ได้มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะอาจได้รับอันตรายหากไม่ได้รับการดูแลที่เพียงพอ ในส่วนของเวลาทำการที่นี่เปิดทำการทุกวันตั้งแต่เวลา08.00 - 16.30 น. โดยค่าบริการจะอยู่ที่ผู้ใหญ่ 40 บาทและเด็ก 20 บาทเท่านั้น 

 

ที่พักใกล้เคียง

  • อุทยานแห่งชาติเขาหลวง (หน่วยพิทักษ์ป่ากรุงชิง)

          สำหรับใครที่ยังไม่ได้อยากออกไปไหนไกลหรืออยากจะสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดหลังจากได้ไปเที่ยวน้ำตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางอุทยานฯ หน่วยกรุงชิงก็มีบ้านพักและพื้นที่สำหรับการเต็นท์รองรับอยู่เช่นกัน โดยจะมีบ้านพักรับรองทั้งสิ้น 7 หลัง ดังนั้นใครที่อยากจะเข้าพักที่นี่ควรติดต่อสอบถามข้อมูลและทำการจองห้องก่อนล่วงหน้า เพราะหากมาลุ้นเอาข้างหน้ามีโอกาสได้นอนเต็นท์แทนแน่ ๆ 

หน่วยพิทักษ์ป่ากรุงชิง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : 075 300494, 075 391218, 075 391240

 

  • กิตติภูมิ ฮิลล์ Kittipoom Hill

           สำหรับใครที่จองห้องพักภายในอุทยานแห่งชาติหน่วยกรุงชิงไม่ทันก็ไม่ต้องเป็นกังวลใจไป เพราะบริเวณใกล้เคียงก็ยังมีอีกหนึ่งที่พักที่น่าสนใจอย่าง กิตติภูมิ ฮิลล์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติหน่วยกรุงชิงเป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น และนอกจากในเรื่องของห้องพักแบบครอบครัวแล้ว ที่พักแห่งนี้ยังมาพร้อมกับสวนน้ำขนาดย่อม ๆ ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเข้าพักทุกคนได้สัมผัสกับการเล่นส่วนน้ำกลางหุบเขา โดยมีค่าบริการเพียง 50 บาทเท่านั้น (ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) 

KittipoomHill

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.facebook.com/KittipoomHill 

 

. . . . . . . . . .

3. น้ำตกเขาสอยดาว

           ผ่านไปแล้วกับน้ำตกสองแห่งที่สวยระดับประเทศ แต่สำหรับใครที่ยังไม่ถูกใจก็ลองมาทำกับน้ำตกแห่งที่สาม อย่างน้ำตกเขาสอยดาวที่มีจำนวนชั้นถึง 16 ชั้น ซึ่งนอกจากความสวยงามที่เป็นที่ต้องตาต้องใจของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเหมาะสำหนับการดูผีเสื้อหรือศึกษาพันธ์ไม้และสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบ ๆ บริเวณอีกด้วย สำหรับการเล่นน้ำโดยปกติจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำในชั้นที่ 1 - 6 เท่านั้น ส่วนชั้นที่ 7 - 16 เป็นต้นไป จะเป็นส่วนที่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความอันตรายมากกว่าชั้นต้น ๆ นั่นเอง

น้ำตกเขาสอยดาว

น้ำตกเขาสอยดาว | ขอบคุณภาพจาก Thailandtourism.org

           ส่วนในเรื่องของที่ตั้งสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี โดยสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองเป็นระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร โดยเมื่อถึงที่ทำการเขตฯ น้ำตกเขาสอยดาวแล้ว สามารถนำรถยนต์เข้าไปได้อีกประมาณ 2.5 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจึงจะถึงน้ำตกชั้นแรก โดยราคาค่าเข้าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 100 - 150 บาท

 

ที่พักใกล้เคียง

  • ที่พักเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

          สำหรับใครที่ชื่นชอบที่พักใกล้ ๆ น้ำตก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวก็มีที่พักภายในเขตให้นักท่องเที่ยวได้มาพักเช่นเดียวกัน โดยเป็นที่พักแบบบ้านพักจำนวน 3 หลัง สามารถเข้าพักได้ประมาณ 10 - 30 คน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการวางเต็นท์โดยสามารถเช่าเต็นท์พักแรมจากทางเขตฯ ได้ราคาหลังละ 170 - 200 บาท / คืน ซึ่งจะสามารถเข้าพักได้ประมาณ 2 - 4 คน ส่วนใครที่นำเต็นท์มาเองก็สามารถเช่าพื้นที่กางเต็นท์ภายในเขตฯ ได้ โดยจะมีราคาอยู่ที่ 30 บาท / คน / คืนเท่านั้น

soidaoksd

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.facebook.com/soidaoksd 

 

  • The Natural Garden - Khao Soi Dao - รีสอร์ท เขาสอยดาว จันทบุรี

          มาต่อกันที่อีกหนึ่งที่พักที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากน้ำตกเขาสอยดาว อย่างรีสอร์ท เขาสอยดาว จันทบุรีกันบ้าง โดยที่พักแห่งนี้เหมาะสำหรับใครที่อยากพักอาศัยแบบสบาย ๆ ไม่ชอบกางเต็นท์บนป่าเขา ที่พักแห่งนี้ก็มีแห่งพักแบบสวยงามที่พร้อมรองรับเพื่อน ๆ และสมาชิกภายในครอบครัวทุก ๆ คน หรือสำหรับใครที่อยากนอนกางเต็นท์แบบสวย ๆ แต่ไม่อยากต้องลุยกางเต็นท์เอง ที่นี่ก็มีลานแคมป์ปิ้งพร้อมเต็นท์กระโจมที่สามารถเข้าพักได้ในทันทีโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของความสะดวกสบาย โดยราคาแคมป์ปิ้งพร้อมเต็นท์กระโจมอยู่ที่คืนละ 2,900 บาท / ผู้ใหญ่ 2 ท่าน

theNaturalGarden

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.facebook.com/TheNaturalGarden 

 

. . . . . . . . . .

4. น้ำตกกระทิง

          ยังคงต่อเนื่องกันที่จังหวัดจันทบุรีกับอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยอย่างน้ำตกกระทิง ที่มีต้นกำเนิดของสายน้ำมาจากเทือกเขาคิชกูฎ และมีจำนวนชั้นขนาดใหญ่ถึง 13 ชั้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวและเล่นน้ำตกตั้งแต่ชั้น 1 - 9 โดยชั้นที่ 8 และ 9 นั้นจะถือเป็นชั้นที่มีความสวยงามมากที่สุด เพราะนอกจากจะได้เห็นบรรยากาศธรรมชาติรอบ ๆ อย่างเต็มตาแล้ว ยังได้เห็นลำธารที่สวยงามโอบรอบไปด้วยโขดหินและสีเขียวของมอสและเฟิร์น เรียกได้ช่วยเยียวยาจิตใจในช่วงพักผ่อนได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของระยะห่างของแต่ละชั้นก็อยู่ที่ประมาณชั้นละ 20 เมตรเท่านั้น ใครที่อยากออกไปเดินเล่นรับบรรยากาศธรรมชาติแบบยาว ๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเหนื่อยกันเลยทีเดียว

น้ำตกกระทิง

น้ำตกกระทิง | ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          สำหรับสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฎ อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี โดยสามารถเดินทางจากตัวเมืองจันทบุรีเป็นระยะทางประมาณ 38 กิโลเมตร สำหรับชั้นแรกจะอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปอีก 100 เมตร โดยค่าเข้าบริการผู้ใหญ่อยู่ที่ 10 บาท เด็กอยู่ที่ 5 บาท พร้อมเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น. เรียกได้ว่าใครอยากมาเล่นน้ำยาว ๆ ก็สามารถเล่นได้จนถึงเย็นเลยทีเดียว

 

ที่พักใกล้เคียง

  • กระทิงคันทรีรีสอร์ท จันทบุรี

          สำหรับที่พักจะเป็นแบบรีสอร์ทที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศของภูเขาและต้นไม้ เรียกได้ว่าสำหรับใครที่เดินทางไปเล่นน้ำตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็กลับมาดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติต่อได้ที่รีสอร์ทแห่งนี้เลย ซึ่งนอกจากในเรื่องของบรรยากาศแล้ว ที่พักแห่งนี้ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่าง Wifi, สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก, สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และห้องคาราโอเกะ ให้ผู้เข้าพักสามารถสนุกสนานกับกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกด้วย ส่วนในเรื่องของการเดินทางที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฎเป็นระยะทางเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น สำหรับราคาห้องพักผู้ใหญ่ 2 ท่านจะเริ่มต้นที่ 1,100 บาท/คืน

kratingresort

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.facebook.com/kratingresort 

 

  • สอยดาวกู๊ดวิว รีสอร์ท ที่โป่งน้ำร้อน

           ในส่วนของที่พักที่ถัดมาก็ยังคงเป็นที่พักสไตล์รีสอร์ทที่มาพร้อมกับบรรยากาศธรรมชาติ อย่างวิวภูเขาและป่าสีเขียว โดยสำหรับที่พักแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการพักผ่อนในสไตล์โมเดิร์นและหรูหรา เพราะที่พักมีห้องแบบ Luxury ที่พร้อมรองรับการพักผ่อนทั้งแบบกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคู่รัก รวมถึงยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันอีกด้วย โดยสอยดาวกู๊ดวิว รีสอร์ท ที่โป่งน้ำร้อน สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง และตั้งอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฎเป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/soidaogoodviewresort/

 

. . . . . . . . . .

5. น้ำตกแม่ยะ

           หลังจากที่ได้ไปชมน้ำตกที่สวยงามของจังหวัดจันทบุรีไปถึง 2 แห่งแล้ว คราวนี้ลองขึ้นไปเหนือเพื่อไปทำความรู้จักกับน้ำตกแม่ยะ จังหวัดเชียงใหม่กันบ้าง สำหรับแห่งนี้เกิดจาดแม่น้ำหลายสายไหลมาบรรจบกัน ไม่ว่าจะเป็นลำน้ำแม่กลาง ลำน้ำปิง ลำห้วย ซึ่งทำให้กลายเป็นสายน้ำที่มีขนาดกว้างและใหญ่ โดยมีความสูงทั้งสิ้น 260 เมตร และแบ่งออกเป็นจำนวน 30 ชั้นเลยทีเดียว เรียกได้ว่าใครที่ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นจะต้องตะลึงในความสวยงามของสายน้ำที่ไหลตกกระทบจากแผ่นหินแต่ละแผ่นและก้อนหินแต่ละก้อนอย่างแน่นอน

แม่ยะ

            สำหรับการเดินทางเข้ามายังสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ใช้ทางหลวงสาย เชียงใหม่-จอมทอง เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 เป็นระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ส่วนเวลาทำการจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. โดยมีค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ 50 บาท และเด็ก 20 บาทเท่านั้น ใครที่วางแพลนจะไปเที่ยวเชียงใหม่อยู่แล้วก็อย่าลืมเพิ่มลิสต์น้ำตกที่ส่วนที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้เข้าไปอีกหนึ่งที่

 

ที่พักใกล้เคียง

  • Nornnuea – นอนเหนือ

           สำหรับที่พักใกล้เคียงที่แรกเป็นที่พักแบบโฮสเทลที่เหมาะกับการมาแบบคู่รัก หรือกลุ่มเพื่อน ที่ไม่ได้ต้องการความหรูหรามากนัก โดยที่พักนอนเหนือนั้นเป็นโฮสเทลสไตล์น่ารักที่มาพร้อมกับร้านคาเฟ่ชิค ๆ ที่อยู่ในส่วนด้านหน้าสุด เรียกได้ว่าเหนื่อยจากการเล่นน้ำแล้ว ก็มานั่งชิลที่คาเฟ่แห่งนี้ต่อได้อีก แถมพอง่วงนอนก็สามารถไปพักในโฮสเทลได้เลย ถือว่าสะดวกสบายเป็นอย่างมาก โดยราคาเริ่มต้นสำหรับห้องพักแบบรวมจะอยู่ที่ 596 บาท/คน/คืนเท่านั้น ส่วนในเรื่องของที่ตั้งก็ตั้งอยู่ใกล้กับน้ำตกแม่ยะเป็นระยะทางเพียง 8.7 กิโลเมตร และยังตั้งอยู่ใกล้กับวัดพระธาตุศรีจอมทองซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอจอมทองอีกด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.facebook.com/nornnueaatinthanon 

 

  • Phu Terrace View (ภู เทอร์เลส วิว)

          มาต่อกันที่ที่พักสวย ๆ อีกหนึ่งแห่งอย่าง ภู เทอร์เลส วิว ซึ่งจะมีสไตล์ของที่พักแตกต่างออกไปจากโฮสเทลแห่งแรก ด้วยบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและวิวภูเขา นอกจากนี้ยังห้องพักประเภทกระโจมให้ผู้ที่มาพักผ่อนสามารถสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย โดยกระโจมสำหรับผู้ใหญ่ 2 คน มีราคาค่าเข้าพักอยู่ที่คืนละ 500 บาท ส่วนใครที่ไม่ได้ชื่นชอบการนอนภายในกระโจมและต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นมาหน่อย ภู เทอร์เลส วิว ก็มีที่พักแบบบ้านไม้ราคาคืนละ 1,300 บาทให้เลือกใช้บริการเช่นกัน นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกแม่ยะเป็นระยะทางเพียง 7.5 กิโลเมตรเท่านั้น

Phu Terrace View

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.facebook.com/PhuTerraceView 

. . . . . . . . . .

น้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย

           หลังจากที่ได้ชื่นชมกับธรรมชาติและความสวยงามของน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทยกันไปแล้ว คราวนี้มาลองดูน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทยกันบ้างว่าจะมีที่ไหนกว้างใหญ่พร้อมให้เหล่านักท่องเที่ยวผู้ต้องการการพักผ่อนได้ไปสัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการกัน

 

1. น้ำตกปิตุ๊โกร

           มาเริ่มกันที่น้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทยอย่างน้ำตกปิตุ๊โกรกัน สถานที่แห่งนี้นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความใหญ่และสูง โดยวัดความสูงได้ถึง 500 เมตรเลยทีเดียว เรียกได้ว่าใครที่ได้ไปยืนถ่ายรูปบริเวณนั้นแม้จะยืนไกล ๆ ก็ยังจะโดนละอองน้ำที่กระเซ็นจากน้ำตกแบบชุ่มฉ่ำกันเลยทีเดียว และนอกจากในเรื่องของความยิ่งใหญ่แล้ว น้ำตกแห่งนี้ก็ยังสวยงามไม่แพ้ที่ไหน ๆ ด้วยรูปร่างของน้ำที่ไหลมาบรรจบกันจนมีลักษณะคล้ายกับรูปหัวใจ

น้ำตกปิตุ๊โกร

         สำหรับที่ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก โดยสามารถเดินทางโดยรถยนต์ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากตัวอำเภออุ้มผาง โดยเมื่อเข้าไปภายในเขตฯ แล้ว จะต้องเดินเท้าต่อไปเรื่อย ๆ เป็นระยะทางอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อพักในจุดตั้งแคมป์ที่ทางเขตจัดเตรียมไว้ และเดินต่อไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตรจึงจะได้ขึ้นไปพบกับน้ำตก เรียกได้ว่าจะต้องใช้พละกำลังและความพยายามอย่างมากเลยทีเดียว ดังนั้นสำหรับใครที่ครอบครัวมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาจจะต้องหยุดแพลนนี้ไปก่อน เพราะอาจเกิดอันตรายได้

 

ที่พักใกล้เคียง

          ในเรื่องของที่พักใกล้เคียงน้ำตกปิตุ๊โกรนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแคมป์ที่พักจากผู้ประกอบการภายในพื้นที่ที่มีความชำนาญพื้นที่ โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการให้บริการพื้นที่สำหรับตั้งเต็นท์พร้อมกับบริการทัวร์ ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะการเดินทางไปยังน้ำตกนั้นต้องใช้เวลาค่อนข้างมากและป่าในบริเวณดังกล่าวค่อนข้างรกทึบ ดังนั้นหากจะต้องจัดหาที่ตั้งเต็นท์เองก็อาจจะเกิดความไม่สะดวกสบายหรือเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้หากจองบริการทัวร์พร้อมกับจุดกางเต็นท์ ก็จะได้รับบริการอาหาร รวมถึงลูกหาบที่ช่วยในการขนสัมภาระต่าง ๆ อีกด้วย สำหรับอัตราค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 5,100 บาท/คน/2 คืน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : tukasu.com 

 

. . . . . . . . . .

2. น้ำตกทีลอซู

          สำหรับต่อไปที่สูงที่สุดในประเทศไทยแห่งต่อมา ยังคงอยู่ในอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็คือ น้ำตกทีลอซูนั่นเอง เชื่อได้เลยว่าที่ท่องเที่ยวแห่งนี้น่าจะเป็นที่คุ้นเคยสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะนอกจากในเรื่องของความยิ่งใหญ่ของลำดับชั้นที่ไหลลดหลั่นกันเป็นความสูงประมาณ 250 เมตรแล้ว ยังเป็นน้ำตกที่มีขนาดความกว้างถึง 500 เมตรอีกด้วย เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่อลังการและสวยงามอย่างมากเลยทีเดียว 

น้ำตกทีลอซู

          โดยทั่วไปแล้วน้ำตกแห่งนี้จะสวยงามมากที่สุดในช่วงฤดูฝน เพราะจะเป็นช่วงที่มีน้ำมากทำให้สายน้ำมีลักษณะกว้างมากกว่าฤดูไหน ๆ อย่างไรก็ตามในช่วงฤดูฝนจะไม่มีการเปิดให้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้าจากทางน้ำตก เนื่องจากป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งสำหรับใครที่อยากที่จะมาในช่วงฤดูฝนก็จะต้องซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวต่าง ๆ เพื่อเดินทางด้วยเรือยางและใช้วิธีเดินป่าต่อไปยังเส้นทางน้ำ แต่สำหรับในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะมีการเปิดให้เดินทางด้วยรถยนต์ได้ตามปกติ โดยการเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวอำเภออุ้มผางมายังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรจึงจะถึงตัวน้ำตก

 

ที่พักใกล้เคียง

  • ทีลอซู ริเวอร์ไซด์

           สำหรับที่พักแห่งแรกขอเริ่มที่ ทีลอซู ริเวอร์ไซด์ ซึ่งเป็นที่พักใกล้น้ำตกทีลอซูซึ่งโอบล้อมไปด้วยบรรยากาศของธรรมชาติ แต่ยังคงเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ เครื่องทำน้ำอุ่น Wifi หรือห้องน้ำส่วนตัว เรียกได้ว่ามาเที่ยวครั้งนี้แม้ว่าจะใกล้กับธรรมชาติแต่ก็ไม่ต้องกลัวความลำบากกันเลยทีเดียว และนอกจากในเรื่องของความสะดวกสบายแล้วที่นี่ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ล่องเรือยาง ชมถ้ำตะโค๊ะบิ๊ เที่ยวโบสถ์ไม้สัก หรือให้อาหารปลา ณ วังปลาบุง 

ทีลอซู ริเวอร์ไซด์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.theelorsuriverside.com 

 

  • ตูกะสู

          ส่วนที่พักที่ถัดมาก็ยังคงเป็นที่พักที่คงคอนเซ็ปต์ของการดื่มด่ำกับธรรมชาติ สายน้ำ แสงแดด และกลิ่นอายของทะเลหมอก ซึ่งคอยล้อมรอบที่พักและช่วยให้นักท่องเที่ยวรู้สึกผ่อนคลายได้มากกว่าที่เคย โดยที่พักตูกะสูนี้นอกจากจะให้บริการในเรื่องของห้องพักแล้ว ยังมีให้บริการในเรื่องของโปรแกรมทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะท่องเที่ยวน้ำตกอย่างเต็มอิ่มด้วยกิจกรรมล่องเรือยาง นอกจากนี้ยังมีมัคคุเทศก์ที่คอยนำทางและให้ความรู้ รวมถึงมีค่าประกันการเดินทางให้อีกด้วย โดยค่าบริการเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณท่านละ 2,200 บาท/คืน ในส่วนของห้องพักแบบธรรมดาจะมีอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 900 บาท / คืน โดยสามารถนอนได้ถึง 3 คน / หลัง

ตูกะสู

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : https://tukasu.com/category/room/

 

. . . . . . . . . .

3. น้ำตกแม่สุรินทร์

           หลังจากที่ได้แนะนำน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย 2 แห่งจากจังหวัดตากไปแล้ว คราวนี้มาลองทำความรู้จักกับอีกหนึ่งสถานที่ที่สูงที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอนกันบ้างกับน้ำตกแม่สุรินทร์ ซึ่งเป็นน้ำตกที่เกิดจาดลำห้วยแม่สุรินทร์ไหลลงมายังหนาผาสูงชันกว่า 180 เมตร ทำให้ได้เห็นถึงความสวยงามของสายน้ำที่ตัดผ่านธรรมชาติ หินและภูเขา เรียกได้ว่าเป็นบรรยากาศที่ยากจะหาได้จากที่ไหน ๆ ในประเทศไทย

น้ำตกแม่สุรินทร์

          โดยน้ำตกแม่สุรินทร์นี้ตั้งอยู่ในในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกสุรินทร์ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน และอยู่ห่างจากทุ่งบัวตองเพียงแค่ 9 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเมื่อเข้ามาถึงภายในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกสุรินทร์แล้วก็จะต้องขับรถเข้าไปยังลานจอดรถอีกประมาณ 600 เมตร ก่อนจะเดินต่อไปยังจุดชมวิวน้ำตกในอีก 200 เมตร เรียกได้ว่าระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกล สามารถเดินได้อย่างง่าย ไม่ต้องกังวลว่าจะเหนื่อยล้ามากเกินไป สำหรับค่าบริการ ผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 40 บาท เด็ก 30 บาท และมีค่ายานพาหนะอีก 30 บาท / คัน ส่วนเวลาทำการนั้นเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 16.30 น.

 

ที่พักใกล้เคียง

  • Gingtawan Camp Ground - กิ่งตะวัน แคมป์กราวด์ ณ ทุ่งบัวตอง

          สำหรับที่พักแห่งแรกขอเอาใจสำหรับใครที่ชอบสไตล์การมาท่องเที่ยวแบบแคมป์ปิ้ง ด้วยที่พักกิ่งตะวัน แคมป์กราวด์ ณ ทุ่งบัวตอง ซึ่งเป็นที่พักแบบเต็นท์กระโจมพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีตลาดขนาดเล็ก ๆ รวมถึงร้านอาหารอีกด้วย เรียกได้ว่ามาพักที่นี่แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องของกินเลยว่าจะมีให้พออิ่มท้องหรือไม่ และที่สำคัญยังตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับน้ำตกแม่สุรินทร์เป็นระยะทางเพียง 7.4 กิโลเมตรอีกด้วย

Gingtawan Camp Ground

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.facebook.com/gingtawancamping 

 

  • ริมธารเรสซิเด้นท์ (Rim Than Resident)

          ที่พักที่ต่อมายังคงเป็นที่พักที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ แต่เพิ่มในเรื่องของความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากที่พักแห่งแรก ซึ่งริมธารเรสซิเด้นท์ เป็นรีสอร์ทที่สามารถเห็นบรรยากาศความสวยงามของพระธาตุดอยกองมูได้อย่างสวยงาม และที่สำคัญยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น Wifi และที่จอดรถที่สามารถรองรับผู้ที่มาเข้าพักทุกคน เรียกได้ว่าสำหรับใครที่ยังไม่พร้อมไปออกแคมป์ ที่พักแห่งนี้ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว และที่สำคัญตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกแม่สุรินทร์เพียง 6.8 กิโลเมตรเท่านั้น

Rim Than Resident

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.rimtarnresort.com 

 

. . . . . . . . . .

4. น้ำตกหงาว

          สำหรับที่สูงที่สุดในประเทศไทยแห่งถัดมา ชื่อว่าน้ำตกหงาว ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว โดยลักษณะของสายน้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตกเป็นสายน้ำสีขาวไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน ดังนั้นจึงทำให้มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากเมื่อมองในมุมกว้าง เพราะจะเห็นเป็นสายน้ำสีขาวตัดผ่ากลางหน้าผาสีน้ำตาลและผืนป่าที่มีสีเขียวเข้ม เรียกได้ว่าเป็นบรรยากาศที่เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติแบบสุด ๆ 

น้ำตกหงาว

          โดยแห่งนี้ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคู่บ้านคู่เมืองของระนอง ซึ่งเริ่มมีการจัดตั้งอุทยานขึ้นตั้งแต่ในปี 2521 เดิมใช่ชื่อว่าอุทยานแห่งชาติคลองเพรา ส่วนในเรื่องของการเดินทางนั้น หากเดินทางมาจากตัวเมืองระนองจะต้องใช้ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร เพื่อเข้ามายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.30 น. โดยมีค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 20 บาท และเด็ก 10 บาทเท่านั้น

 

ที่พักใกล้เคียง

  • ฟาร์มเฮ้าส์ ระนอง FarmHouse Ranong

          สำหรับที่พักแห่งแรกเป็นที่พักสไตล์อบอุ่น น่ารัก และให้บรรยากาศที่เป็นกันเอง พร้อมทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสระว่ายน้ำ Wifi เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ เป็นต้น นอกจากนี้ตัวที่พักยังตั้งอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวเป็นระยะทางเพียง 12 กิโลเมตรเท่านั้น สำหรับใครที่อยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ แล้วค่อยแวะออกไปเที่ยวน้ำตกในตอนเช้า ๆ ก็สามารถเลือกที่จะพักที่พักแห่งนี้ได้เช่นกัน สำหรับราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1,600 บาท / คืน สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่านเท่านั้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.facebook.com/FarmHouseRestaurantRanong 

 

  • Ton Phet Greenery Garden โตนเพชร กรีนเนอรี การ์เด้น

           สำหรับที่พักแห่งนี้แม้ว่าจะเป็นที่พักที่ห่างออกมาจากอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวอีกเล็กน้อย แต่ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนได้อย่างดีทีเดียว ด้วยคอนเซ็ปต์ “ไม่ติดหรู... อยู่กับธรรมชาติ หลีกหนีความวุ่นวาย ทำตัวสบายๆ ชิล” ที่พร้อมจะพาทุกคนไปสัมผัสกับธรรมชาติของป่าสีเขียวและสายน้ำใสที่ไหลขนาบข้างที่พัก เรียกได้ว่านอกจากจะได้ออกไปเล่นน้ำแล้ว กลับที่พักก็ยังจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

          ส่วนในเรื่องรูปแบบของที่พักก็มีทั้งบ้านพักแบบครอบครัว แบบบ้านแฝด รวมไปถึงเต็นท์กระโจม ที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 850 บาท / คืน สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่านเท่านั้น ส่วนบ้านพักก็จะเริ่มอยู่ที่ประมาณ 1,700 บาท/คืน สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน 

tonphetgreenery

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : www.tonphetgreenery.com 

 

. . . . . . . . . .

ก่อนไปน้ำตกต้องเตรียมตัวอย่างไร

           แน่นอนว่าสำหรับการท่องเที่ยวแบบขึ้นเขาลงห้วยอย่างการไปท่องเที่ยวน้ำตกนั้น การเตรียมร่างกายให้พร้อมถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะในการไปเที่ยวน้ำตกทุก ๆ พื้นที่ จะไม่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปถึงตัวน้ำตกได้เลย แต่จะต้องเดินด้วยระยะทางที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะเริ่มต้นที่ประมาณ 200 เมตร ไปจนถึง 10 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว แต่สำหรับใครที่ไม่มีเวลาฟิตร่างกายมากนักแต่อยากที่จะออกไปท่องเที่ยวบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้จริง ๆ ก็อย่าลืมที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของระยะทางให้ดีก่อนว่า น้ำตกที่ตนเองสนใจนั้นจะต้องใช้ระยะในการเดินที่ไกลหรือไม่ หรือระยะทางเท่าไหร่ตนเองถึงจะสามารถเดินไหวและไม่เหนื่อยมากจนเกินไป

เมื่อเตรียมในส่วนของร่างกายแล้ว คราวนี้ลองมาดูสิ่งของที่ควรนำไปเที่ยวน้ำตกกันบ้าง

  • เงินสด สำหรับใช้จ่ายค่าเข้าหรือซื้ออาหารบริเวณที่ท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้บัตรหรือการโอนเงินได้
  • น้ำดื่ม สำคัญมาก ๆ เมื่อต้องเดินเป็นระยะทางไกล ๆ 
  • เสื้อผ้า แน่นอนว่ามาน้ำตกทั้งทีหากลงเล่นน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งทันที เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพตามมาในภายหลัง
  • ยาประจำตัว สำหรับใครที่มีโรคประจำตัวหรือมีอาการแพ้ง่าย ก็อย่าลืมที่จะพกยาไปด้วยเช่นกัน

          และนอกจากของใช้เหล่านี้แล้ว สิ่งสำคัญที่ควรเตรียมก่อนการออกเดินทางนั่นก็คือที่พักและสภาพรถยนต์ สำหรับใครที่ต้องการออกมากางเต็นท์นอนใกล้ ๆ กับแหล่งท่องเที่ยวก็อย่าลืมที่จะโทรไปสำรองพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ก่อนและทำการเช็คสภาพเต็นท์ของตนเองให้ดีก่อนออกเดินทาง ส่วนใครที่ต้องการพักในโรงแรมหรือโฮสเทลก็อย่าลืมที่จะต้องทำการจองห้องพักมาก่อนล่วงหน้าเช่นกัน ส่วนในด้านของพาหนะที่ใช้ในการเดินทางอย่างรถยนต์ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะพาทุกคนในครอบครัวให้ไปถึงที่หมายได้อย่างสวัสดิภาพ ดังนั้นอย่าลืมที่จะเช็ครถทุกครั้งก่อนการออกเดินทางไปท่องเที่ยวในทุก ๆ ที่

 

. . . . . . . . . .

ออกไปเที่ยวน้ำตกฤดูไหนดี

          จริง ๆ แล้วการท่องเที่ยวน้ำตกนั้นสามารถท่องเที่ยวได้ในทุก ๆ ฤดูของประเทศไทย แต่ก็จะมีความแตกต่างกันในแต่ฤดูบ้างเล็กน้อย เช่น หากไปเที่ยวในฤดูร้อนหรือฤดูหนาว น้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตกก็จะเป็นน้ำที่มีความใสสะอาดมากกว่าน้ำในช่วงฤดูฝน เพราะในฤดูฝนน้ำจะพัดพาเอาดินโคลนหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ลงมาด้วยนั่นเอง แต่สำหรับใครที่ไม่ได้อยากจะลงเล่นน้ำ แต่อยากจะเห็นภาพบรรยากาศน้ำตกที่ไหลเชี่ยวหรือมีมวลน้ำขนาดใหญ่ก็สามารถเลือกมาท่องเที่ยวได้ในฤดูฝนเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากมีแจ้งเตือนในเรื่องของพายุ โคลนถล่ม หรือน้ำป่าไหลหลากในบริเวณใกล้เคียง ควรออกจากพื้นที่ดังกล่าวในทันทีเพื่อความปลอดภัยสำหรับทุกคน

 

. . . . . . . . . .

          และทั้งหมดนี้ก็คือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ CondoNewb ได้นำมาฝากทุกคนกันในบทความนี้ เชื่อได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดหรือน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทยก็ล้วนแล้วแต่เป้นพื้นที่พักผ่อนชั้นดีให้เราทุกคนได้ไปผ่อนคลายในช่วงวันหยุดพักผ่อนกันบ้าง และที่สำคัญสำหรับใครที่มีสมาชิกครอบครัวเป็นน้อง ๆ หนู ๆ ก็อย่าลืมว่าน้ำตกถือเป็นสถานที่เรียนรู้ทางธรรมชาติชั้นดีที่จะทำให้เด็กที่เติบโตมามีความรู้และรักในสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นนั่นเอง