logo

          ช่วงหลังมานี่เราได้ยินคำว่า ล้างจมูก หรือที่เรียกว่า Nasal Irrigation กันบ่อยมากขึ้น หลายคนอาจยังสงสัยกันอยู่ว่า คืออะไรกันแน่? ซึ่งจริง ๆ แล้วการล้างจมูกก็คือ การดูแลทำความสะอาดโพรงจมูก ผนังเยื่อบุจมูก ของเรานั่นเอง โดยการใส่หรือหยอดน้ำเกลือเข้าไปในจมูก การล้างจมูกจะช่วยชะล้างน้ำมูก คราบสิ่งสกปรก หนอง ที่เกาะอยู่บริเวณผนังจมูก ช่วยทำความสะอาดโพรงจมูก ลดความเหนียวข้นของน้ำมูก คราบที่เป็นสะเก็ดแข็งของเยื่อบุจมูก หรือไซนัส เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก ทำให้เชื้อโรคไม่เจริญเติบโต หรือหากเราต้องพ่นยาจมูก การล้างจมูกก็จะช่วยให้ตัวยาสัมผัสกับเยื่อบุจมูกได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ยาออกฤทธิ์ดีขึ้น ยิ่งในช่วงนี้ในประเทศไทยของเรา ต้องรับมือกับสถานการณ์มลภาวะฝุ่น PM 2.5 ในแต่ละวันด้วยแล้ว กลับจากนอกบ้านทีไร หลายคนคงจะรู้สึกอึดอัด เหมือนจะมีปัญหากับระบบทางเดินหายใจ รู้สึกหายใจติด ๆ ขัด ๆ เหมือนกับเราอย่างแน่นอน เรื่องแบบนี้บอกเลยว่าอย่าได้นิ่งนอนใจไป แต่หากใครที่ยังไม่รู้ว่าการล้างจมูกนั้นต้องทำอย่างไร ล้างเองได้หรือเปล่า? หรือต้องไปหาหมอช่วยล้างเท่านั้น รีบตามเรามาเลย วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันกับการล้างจมูก วิธีทำความสะอาดจมูกง่าย ๆ มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ

. . . . . . . . . . . .

8 ประโยชน์ดี ๆ ของการล้างจมูก

          ก่อนที่จะไปรู้จักกับวิธีล้างจมูกว่าทำอย่างไรนั้น เรามาดูประโยชน์ของการล้างจมูกกันก่อนดีกว่า จะได้ช่วยไขข้อข้องใจว่าเราควรล้างจมูกดีไหม และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง 

1. ช่วยลดมลพิษ เชื้อโรค หรือสารก่อภูมิแพ้ สิ่งระคายเคืองต่าง ๆ ในอากาศ ที่เราสูดหายใจเอาสิ่งเหล่านี้เข้าไป และไปติดอยู่ที่โพรงจมูก ซึ่งนาน ๆ เข้าจะเกาะแน่นเป็นคราบมูก เหนียวข้น จนเป็นปัญหากับระบบทางเดินหายใจ 

2. ช่วยทำให้เยื่อบุจมูกมีความชุ่มชื้นมากขึ้น 

3. ช่วยลดอาการแน่น คัดจมูก และทำให้โพรงจมูกโล่ง อาการหวัดเรื้อรังดีขึ้น หายใจได้อย่างปลอดโปร่งมากขึ้น

4. ช่วยลดอาการระคายเคืองของเยื่อบุจมูก และลดอาการอักเสบในโพรงจมูก อันเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ โรคไซนัส หรือโรคที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ

5. ในกรณีที่เราต้องใช้ยาหยอดจมูก หรือยาพ่นจมูก การล้างจมูกเป็นประจำ หรือก่อนพ่นยา จะช่วยให้ตัวยาได้สัมผัสกับเยื่อบุจมูกได้ดีและทั่วถึง ช่วยทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีและมีประสิทธิภาพเต็มที่

6. ในกรณีที่มีการฉายแสง หรือหลังการผ่าตัดโพรงจมูก หรือไซนัส อาจจะมีสะเก็ดแข็งของเยื่อบุจมูก หรือไซนัส ทำให้เกิดแผลภายในโพรงจมูก การล้างจมูกจะช่วยให้แผลเหล่านั้นหายไวยิ่งขึ้น และยังช่วยป้องกันการเกิดพังผืดที่อาจทำให้รูจมูก หรือไซนัสตีบอีกด้วย

7. ในโพรงจมูกจะมีขนกวัด (Cilia) ที่มีหน้าที่พัดไล่ กรอง กำจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ การล้างจมูกจะช่วยทำความสะอาด ช่วยให้ขนกวัดทำงานได้ดีมากขึ้น

8. กรณีที่มีอาการเป็นไซนัส การล้างจมูกจะช่วยลดการเกิดน้ำมูกเขียว หรือหนอง ที่อยู่บริเวณรูเปิดของโพรงไซนัส ภายในจมูก และยังช่วยให้อาการอักเสบของไซนัสดีขึ้น

. . . . . . . . . . .

ใครบ้างควรล้างจมูก และควรล้างเมื่อไหร่

01

ขอบคุณภาพจาก www.paolohospital.com

          คนที่ควรล้างจมูก คือ กลุ่มผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ คนที่เป็นโรคไซนัสอักเสบ คนที่เป็นหวัดบ่อย ๆ หรือเป็นโรคจมูกอักเสบที่เกิดจากภูมิแพ้ แพ้อากาศ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงจมูก และหากใครที่เคยผ่าตัดจมูก ฉายแสง ก็ควรต้องล้างจมูกด้วยเช่นกัน แต่จริง ๆ แล้ว คนทั่วไปอย่างเรา ๆ ก็สามารถล้างจมูกได้ หากต้องการทำความสะอาดโพรงจมูกของตัวเอง ยิ่งจะช่วยให้การหายใจโล่งขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เราควรจะล้างจมูกเมื่อเรารู้สึกได้ว่า มีน้ำมูกเหนียวข้น ๆ อยู่ในจมูก มีเสมหะ หรือมีอาการแน่นจมูกที่เกิดจากการสูดหายใจเอาฝุ่นควันต่าง ๆ เข้าไปในร่างกาย รวมไปถึงสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ และหากสามารถทำได้ก็ควรล้างจมูกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ ทั้งตอนตื่นนอนและก่อนเข้านอน หรือตอนที่รู้สึกว่ามีน้ำมูก แน่นจมูก หรือก่อนที่เราจะใช้ยาพ่นจมูก  

. . . . . . . . . .

วิธีการผสมน้ำเกลือสำหรับล้างจมูก อย่างถูกหลักสุขอนามัย

          การล้างจมูกให้ได้ผลดี มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยนั้น เราควรล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ที่เป็นนอร์มาลซาไลน์ มีความเข้มข้น 0.9% (0.9% NaCl หรือเรียกว่า 0.9% NSS) โดยน้ำเกลือนั้นสามารถใช้ได้ทั้งน้ำเกลือที่ซื้อจากใบสั่งแพทย์ และน้ำเกลือที่เราทำขึ้นเอง โดยน้ำเกลือที่จะใช้ล้างจมูกจะต้องให้มีอุณหภูมิที่พอเหมาะ เพราะการใช้น้ำเกลืออุ่นในอุณหภูมิที่พอเหมาะนั้น จะช่วยให้เราไม่เกิดอาการคัดจมูกหลังการล้างจมูก ช่วยทำความสะอาดโพรงจมูก ช่วยลดความเหนียวข้นของน้ำมูกได้เป็นอย่างดี เรามาดูกันดีกว่าว่า น้ำเกลือทั้ง 2 แบบนั้น มีวิธีเตรียมและการใช้งานแตกต่างกันอย่างไร

. . . . . . . . . . .

น้ำเกลือจากใบสั่งแพทย์ 

1. เริ่มต้นด้วยการการใช้หม้อต้มน้ำที่มีขนาดใหญ่พอที่จะใส่ขวดน้ำเกลือลงไปได้ ต้มน้ำให้เดือด 

2. เมื่อน้ำเดือดแล้วนำขวดน้ำเกลือแช่ลงไปในหม้อต้มน้ำ แล้วค่อยปิดไฟ 

3. แช่ขวดน้ำเกลือไว้สักพัก ประมาณ 5-7 นาที ต้องเป็นขวดน้ำเกลือที่แพทย์จ่ายให้เท่านั้น เพราะจะทนความร้อน 

4. นำขวดน้ำเกลือมาเทใส่ภาชนะที่มีลักษณะปากกว้างพอประมาณ เช่น ชาม หรือใช้ภาชนะที่สามารถอุ่นในไมโครเวฟ

. . . . . . . . . . . .

น้ำเกลือที่ทำไว้ล้างเอง

1. วิธีการคือใช้น้ำขนาด 750 ซีซี หรือประมาณขวดกลม 

2. ต้มน้ำให้เดือด แล้วใส่เกลือแกงหรือเกลือป่นลงไปประมาณ 1 ช้อนชา 

3. คอยคนให้เข้ากัน พอเกลือทำละลายดีแล้ว ค่อยปิดไฟ ตั้งรอให้อุ่น 

4. ก่อนใช้งานควรทดสอบหยดน้ำลงบนหลังมือก่อน เพื่อไม่ให้อุณหภูมิร้อนเกินไปจนเกิดเป็นอันตรายได้ และน้ำเกลือที่เราทำเองนั้น ควรใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ ควรใช้วันต่อวัน ห้ามต้มทิ้งไว้ค้างคืน

. . . . . . . . . . .

วิธีล้างจมูก ง่าย ๆ ทำได้เองที่บ้าน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

02

ขอบคุณภาพจาก www.pobpad.com

1. จัดเตรียมโต๊ะสำหรับล้างจมูก วางชามที่ใส่น้ำเกลือที่ได้อุ่นเตรียมไว้ พร้อมกับเตรียมภาชนะไว้รองรับน้ำด้วย เช่น ชาม หรือกะละมังใบใหญ่ ๆ เพราะน้ำเกลือที่ใช้ล้างจมูกนั้น น้ำจะไหลออกมาทางจมูก ทางปาก

2. ใช้กระบอกฉีดยา (Syringe) ที่แพทย์จ่ายให้ หรืออุปกรณ์ที่เรียกว่าลูกยางแดง (rubber suction bulb) ดูดน้ำเกลือที่เตรียมไว้และอุ่นได้ที่แล้วในปริมาณที่ไม่มากเกินไป ถ้าเป็นผู้ใหญ่ให้ใช้ประมาณ 10-15 ซีซี ถ้าเป็นเด็ก ให้ใช้ประมาณ 5 ซีซี โดยควรเลือกล้างจมูก ข้างที่มีอาการคัดจมูกน้อยกว่าก่อน

3. นำปลายกระบอกฉีดยา หรือลูกยางแดง ใส่เข้าไปในจมูกข้างที่ต้องการล้างเพียงเล็กน้อย ก้มหน้าเล็กน้อย หรืออยู่ในท่าศีรษะตั้งตรง จากนั้นอ้าปากค้างไว้ แล้วหายใจเข้าพร้อมกับกลั้นหายใจไว้

4. บีบลูกยางแดงเบา ๆ อย่าให้แรงมาก เพื่อให้น้ำเกลือไหลเข้าไปในอย่างจมูกช้า ๆ สม่ำเสมอ ระหว่างที่น้ำเกลือเข้าไปล้างจมูกให้กลั้นหายใจ ควรระมัดระวังเพราะน้ำเกลืออาจจะเข้าไปในกล่องเสียงหรือหลอดลม จะทำให้เกิดการสำลักได้ หลังจากนั้นปล่อยให้น้ำเกลือไหลออกมาทางจมูกหรือปาก แล้วค่อยสูดลมหายใจตามปกติ ไม่ควรกลั้นหายใจ เพื่อกักน้ำเกลือให้ค้างในจมูกนานเกินไป

5. ในระหว่างการล้างจมูก เราควรจัดท่านั่งแบบโน้ม หรือเอนตัวไปข้างหน้า พร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อย นำภาชนะที่รองรับน้ำเกลือไหลออกมา มารองไว้ โดยให้หน้าเราอยู่เหนือภาชนะนั้น

6. เมื่อทำไปสักพัก จนเราคุ้นเคยกับการล้างจมูก รวมทั้งจังหวะการหายใจแล้ว ให้เพิ่มปริมาณน้ำเกลือให้มากขึ้น การจะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น เราต้องดันน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูกของเราให้รอบด้าน เพื่อให้น้ำเกลือล้างคราบมูก หรือสิ่งสกปรกในโพรงจมูกของเราได้อย่างทั่วถึง เพื่อสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกมาให้ได้มากที่สุด ข้อสังเกต เมื่อฉีดล้างจมูกข้างใดข้างหนึ่งแล้ว จะมีน้ำเกลือไหลออกจากจมูกอีกข้างจึงจะเป็นการล้างที่ถูกต้อง และควรล้างจมูกสลับไปมาระหว่างข้างซ้ายกับข้างขวา

7. การล้างจมูกจะได้ผลและมีประสิทธิภาพดีนั้น เราต้องล้างไปจนกว่าจะรู้สึกว่าจมูกโล่ง ไม่มีน้ำมูก หรือรู้สึกว่ามีสิ่งตกค้างใด ๆ และล้างจนกว่าน้ำเกลือที่ไหลออกมา มีความใสเท่ากับตอนฉีดที่เข้าไป จึงจะถือว่าสมบูรณ์แบบ แล้วจึงหยุดล้างจมูกได้

8. เมื่อเราล้างจมูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เราสั่งน้ำมูกพร้อม ๆ กันทั้งสองข้าง โดยไม่ต้องอุดจมูกอีกข้าง เพื่อให้น้ำเกลือที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกออกมาจนหมด รวมทั้งบ้วนน้ำเกลือและน้ำมูกที่ไหลลงคอออกมาด้วย ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยขับเสมหะให้ไหลออกมาได้ด้วย

9. หลังการล้างจมูก ให้ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างจานให้สะอาด สำหรับกระบอกฉีดยา หรือลูกยางแดง ให้นำมาต้มน้ำให้เดือดประมาณ 5 นาที แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง

. . . . . . . . . . .

ข้อควรระวังในการล้างจมูก

03

ขอบคุณภาพจาก www.lerluxy.com

          การล้างจมูกอย่างถูกต้องบ่อย ๆ นั้น จะเป็นผลดีกับร่างกายของเราเป็นอย่างมาก มีประโยชน์โดยช่วยล้างน้ำมูก สิ่งสกปรกที่คั่งค้างอยู่ในโพรงจมูกออก ไม่เกิดโทษหรืออันตรายใด ๆ ต่อโพรงจมูก เยื่อบุจมูก หรือระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น นอกจากการล้างจมูกเป็นประจำแล้ว ในช่วงวันหยุดเราอาจล้างจมูกเพิ่มก็ได้ เราอาจจะเห็นผลได้ใน 1-2 ครั้ง หลังจากเริ่มทำ และหากทำบ่อย ๆ ก็จะยิ่งเห็นผลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เราอาจจะล้างจมูกทุกวันเพื่อไม่ให้มีอาการระคายเคือง แต่หากอาการที่เป็นอยู่ดีขึ้น ก็อาจลดลงเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

1. ควรล้างจมูกก่อนเวลารับประทานอาหาร ตอนท้องว่าง หรือล้างหลังจากกินอาหารแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อป้องกันการอาเจียน หรือสำลักอาหาร

2. น้ำเกลือและอุปกรณ์ที่ใช้งานต้องสะอาดอยู่เสมอ เพราะภาชนะหรืออุปกรณ์ที่ใส่น้ำเกลือหากเปิดทิ้งไว้นาน ๆ อาจจะมีสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคสะสมเข้าไปอยู่ได้  

3. หลังฉีดน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูกแล้ว ให้สั่งน้ำมูกออกทันที เพราะน้ำเกลืออาจจะไหลย้อนกลับไปในไซนัส และการสั่งน้ำมูกนั้นให้สั่งเบา ๆ เพราะอาจกระทบกระเทือนแก้วหูได้

. . . . . . . . . . . .

การล้างจมูก เกิดผลข้างเคียงได้หรือไม่

          การล้างจมูกนั้นนับว่าเป็นการดูแลสุขภาพที่มีความปลอดภัยค่อนข้างมากเลยทีเดียว โดยไม่เกิดโทษต่อจมูกหรือร่างกาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง อาจจะมีตามมาได้บ้างเช่นกัน เช่น เราอาจจะรู้สึกระคายเคืองโพรงจมูก หรือมีอาการแสบจมูก หูอื้อ หลังการล้างน้ำเกลือ หากเกิดอาการเหล่านี้ สิ่งที่ต้องทำคือควรลดปริมาณเกลือที่ใช้ผสมให้น้อยลง ลดจำนวนความถี่ในการล้างจมูก ปรับอุณหภูมิน้ำเกลือให้เหมาะสม ไม่ควรให้ร้อนหรือเย็นมากเกินไป หรือลองเปลี่ยนมุมในการฉีดน้ำเกลือใหม่ ก็จะช่วยให้ผลข้างเคียงลดลงไปเอง ที่สำคัญอาการข้างเคียงที่ว่ามานี้จะเกิดเพียงชั่วคราว และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด

. . . . . . . . . . .

          แม้ว่าการล้างจมูกจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็อย่าลืมว่าเป็นเพียงวิธีทำความสะอาด เพื่อช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ เท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดของเราก็คือ ต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำ หากมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ ให้รีบรักษาให้หายเร็วที่สุด เพื่อที่จะไม่เกิดการเจ็บป่วยขึ้นมา ยิ่งในภาวะปัจจุบันในแต่ละวันที่เราต้องออกไปเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 และสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษด้วยแล้ว อาการแสบจมูก คัดจมูก หายใจติดขัด ก็ยิ่งเกิดขึ้นกับเราทุกคนได้ง่ายมาก ๆ และการล้างจมูกนั้นก็เป็นทางออกที่ดีในการดูแลร่างกาย เพื่อเป็นการบรรเทาและป้องกัน อ่านบทความรีวิวการล้างจมูก วิธีทำความสะอาดจมูกง่าย ๆ มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพจบแล้ว ก็อย่ารอช้า รีบไปเตรียมอุปกรณ์กันให้พร้อมเลย ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับสุขภาพและที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ