logo

          การสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้าน มีกลิ่นหอม ย่อมสร้างความมั่นใจและเสริมบุคลิกภาพให้กับเราเป็นอย่างมาก แต่เบื้องหลังเสื้อผ้าที่สะอาดนั้นก็มาจากการใช้ผงซักฟอกที่ดีด้วยเช่นกัน เพราะการที่สวมใส่เสื้อผ้าตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นชุดอยู่บ้าน ชุดทำงาน ชุดไปเที่ยว หรือชุดออกกำลังกายนั้นย่อมต้องมีกลิ่นเหงื่อ และคราบเปรอะเปื้อนติดอยู่ ในปัจจุบันมีการผลิตออกมาจำหน่ายในท้องตลาดมากมายหลายแบบหลายยี่ห้อ ที่ต่างโฆษณาสรรพคุณขจัดคราบสกปรกที่แตกต่างกันไป ทั้งแบบผง แบบน้ำ แบบซักด้วยมือ หรือใช้กับเครื่องซักผ้า แถมยังมีแบบผสมหัวน้ำหอมต่าง ๆ ให้เราเลือกใช้อีกด้วย แต่เราจะเลือกใช้ยี่ห้อไหน หรือแบบไหนดี แต่ละยี่ห้อคุณภาพเป็นอย่างไร? วันนี้เราจะพาไปพูดคุยคำตอบกันกับแนะนำผงซักฟอกยี่ห้อไหนดี ปี 2021 ขจัดคราบสกปรกล้ำลึก ให้เสื้อผ้าสะอาด หอมสดชื่นเหมือนใหม่

. . . . . . . . . .

มารู้จักก่อนว่าผงซักฟอก แต่ละยี่ห้อต่างกันมากแค่ไหน

           หลายคนอาจจะสงสัยว่า ผงซักฟอกที่มีหลากหลายยี่ห้อนั้น ราคาแต่ละชนิดก็แตกต่างกัน มีทั้งถูก ทั้งแพง จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะในความเป็นจริงแล้ว ส่วนประกอบหลัก ๆ ที่ในแต่ละยี่ห้อนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ส่วนประกอบหลักจะเป็นเกลือกรดซัลโฟนิก สารซักฟอกชนิดต่าง ๆ และสารลดแรงตึงผิว ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติชำระสิ่งสกปรกต่าง ๆ

ผงซักฟอก

           และนอกจากนั้น ยังประกอบไปด้วยสารฟอกขาว (Bleach) ที่จะทำปฏิกิริยา Oxidize กับเนื้อผ้า เป็นตัวช่วยทำให้ผ้าสดใส สารประเภทฟลูออเรสเซนต์ที่ช่วยลดคราบเหลืองบนเนื้อผ้า ด้วยการดูดซับแสงอัลตราไวโอเลต และสะท้อนกลับไปเป็นแสงสีฟ้า ทำให้คราบเหลืองหมอง ๆ จางลง และผ้าขาวสะอาดขึ้น รวมถึงมีการเติมเอนไซม์ลงไปด้วย เพื่อช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีให้เกิดเร็วขึ้น เช่น โพรทีส (Protease) ช่วยย่อยสลายโปรตีนอะไมเลส (Amylase) ช่วยในการย่อยสลายแป้งไลเปส (Lipase) ช่วยในการย่อยสลายไขมัน และยังมีสารยับยั้งการสลายตัวของเอนไซม์ เพื่อทำให้เอนไซม์ใช้งานได้อย่างยาวนาน

          ส่วนประกอบอื่น ๆ บางยี่ห้ออาจผสมน้ำหอมและสี เพื่อช่วยให้มีความโดดเด่น ทั้งกลิ่นและรูปลักษณ์ นอกจากจะทำให้เราเห็นสีสันสวยงามขณะใช้งานแล้ว ยังช่วยให้เราได้รู้ว่าผงซักฟอกยังถูกล้างออกไม่หมดด้วยนั่นเอง

. . . . . . . . . .

ผงซักฟอก มีกี่ชนิดและมีชนิดใดบ้าง

          หลายคนอาจจะเข้าใจไปเองว่า จะใช้ยี่ห้อไหน ชนิดไหน ๆ ก็เหมือนกัน ใช้ทำความสะอาดเสื้อผ้าได้เหมือนกัน ความเข้าใจแบบนี้อาจจะไม่ถูกต้องเท่าใดนัก เพราะแม้จะมีสารประกอบคล้าย ๆ กันก็ตาม แต่หากเราเลือกใช้ให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน หรืออุปกรณ์การใช้งาน ก็จะช่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แบ่งตามคุณลักษณะตามนี้เลย

1. สำหรับซักมือ

          จะเป็นชนิดที่นิยมใช้กันมาก ให้ฟองในปริมาณมากกว่าแบบอื่น มีคุณสมบัติช่วยถนอมผิว

2. สำหรับใช้กับเครื่องซักผ้าฝาบน

          จะให้ปริมาณฟองน้อยกว่าแบบซักมือ ออกฤทธิ์ทำความสะอาดได้มากกว่า รุนแรงกว่า

3. สำหรับใช้กับเครื่องซักผ้าฝาหน้า

          จะให้ปริมาณฟองน้อยสุด ออกฤทธิ์ในการทำความสะอาดมากที่สุด

4. ชนิดน้ำ

          ใช้งานได้เหมือนแบบชนิดผง แต่จะสามารถแก้ปัญหาคราบผงติดตามเนื้อผ้าได้ดีกว่า เพราะไม่จับตัวเป็นก้อน

5. ชนิดก้อนหรือเม็ดบีท

          คุณสมบัติคล้าย ๆ กับแบบชนิดน้ำ แต่ราคาค่อนข้างสูง ใช้สะดวก กะปริมาณการใช้ได้ง่าย

. . . . . . . . . .

แนะนำ 6 วิธีเลือกผงซักฟอกอย่างไร ให้เหมาะกับการซักผ้า

          การเลือกใช้งานแต่ละชนิดนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากจะช่วยถนอมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของเราแล้ว ยังช่วยดูรักษาอุปกรณ์การซักผ้า เช่น เครื่องซักผ้าหรือช่วยดูแลถนอมผิวเราได้อีกด้วย มาดูกันว่าเราควรเลือกใช้แบบไหนดี

ซักผ้า

1. เลือกใช้ให้เหมาะกับเส้นใยผ้า

          โดยส่วนใหญ่แล้ว แต่ละชนิดจะมีข้อมูลต่าง ๆ ระบุไว้บนซอง เช่น ระบุว่าสำหรับใช้ทำอะไร สำหรับผงซักฟอกซักผ้าขาว ซักผ้าสี หรือสำหรับถนอมเส้นใยผ้า ฯลฯ

2. เลือกจากวิธีซัก

          เราใช้การซักผ้าแบบไหน ก็ควรเลือกให้ตรงกับการใช้งาน มีระบุไว้บนซองด้วยเช่นกันว่าใช้สำหรับซักมือ หรือสำหรับซักด้วยเครื่องซักผ้าแบบไหน บางยี่ห้อจะมีสัญลักษณ์รูปมือ หรือรูปเครื่องซักผ้า เพราะโดยปกติชนิดซักมือจะมีฟองมาก ไม่เหมาะกับการซักด้วยเครื่อง เพราะฟองอาจจะล้นออกมา ทำให้เครื่องซักผ้าพังหรือเสียหายได้

3. เลือกจากประเภทเครื่องซักผ้า

          เครื่องซักผ้ามีทั้งแบบฝาหน้าและฝาบน ซึ่งแต่ละยี่ห้อนั้นจะมีสัญลักษณ์ระบุแยกชนิดการใช้งานไว้บนซองด้วย หรือบางยี่ห้อจะมีทั้งรูปมือ + รูปเครื่องซักผ้าฝาบน สำหรับใช้งานได้ทั้ง 2 แบบ ส่วนแบบที่ใช้กับเครื่องซักผ้าฝาหน้า จะเป็นชนิดที่มีฟองน้อยกว่า

4. เลือกที่มีสีอ่อน

          เช่น สีขาว หรือสีฟ้าอ่อน ๆ เพราะจะไม่มีส่วนผสมของเม็ดสี หรือเม็ดบีทต่าง ๆ มากจนเกินไป เพราะเม็ดสีบางชนิดจะละลายน้ำได้ช้ามาก เมื่อใช้ซักกับเสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ๆ จะเกาะบนเนื้อผ้า ทำให้ผ้าเกิดรอยด่างได้

5. เลือกแบบน้ำ

          Liquid detergent ใช้งานได้ดีกว่า ในปัจจุบันการผลิตได้พัฒนาไปมาก แบบชนิดน้ำได้มีออกมาวางจำหน่ายมากมาย ทั้งชนิดธรรมดาและชนิดเข้มข้น ข้อดี คือ ใช้งานได้สะดวก ละลายน้ำได้ง่าย ไม่จับตัวเป็นก้อน ซึมเข้าสู่เส้นใยของผ้า และถนอมเนื้อผ้าได้ดีมากกว่า

6. เลือกแบบมีกลิ่น-ไม่มีกลิ่น

          บางยี่ห้อมีการผสมหัวน้ำหอมลงไปด้วย เพื่อให้เสื้อผ้าที่ซักหอมสดชื่น แต่ก็อาจจะเป็นการเพิ่มสารบางอย่างที่ทำลายเนื้อผ้าในระยะยาวได้เช่นกัน ควรอ่านคุณสมบัติตามที่ระบุไว้บนซองให้ชัดเจน ก่อนซื้อมาใช้งาน แต่ก็ยังมีชนิดแบบที่ไม่มีกลิ่นอยู่ในท้องตลาดอีกหลายยี่ห้อ ที่ส่วนใหญ่จะได้รับความนิยม ใช้งานในธุรกิจโรงแรม โรงพยาบาล ร้านซักรีด ส่วนชนิดแบบที่ไม่มีกลิ่นจะให้ความรู้สึกที่สะอาดได้มากกว่า

ซักผ้า

. . . . . . . . . .

ขั้นตอนการซักผ้าด้วยมือ อย่างถูกชนิดวิธี

1. ก่อนซักทุกครั้งควรแยกผ้าสีกับผ้าขาวออกจากกัน ไม่ควรนำมาซักรวมกัน เพราะสีจากผ้าสีบางชนิดอาจตกใส่ผ้าขาว จนทำให้เนื้อผ้าเป็นรอยด่างได้ นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ผ้าปูที่นอน หมอน มุง ก็เช่นเดียวกันนะ

2. ใส่น้ำลงในกะละมังซักผ้าที่เตรียมไว้ กะปริมาณน้ำให้พอดีกับปริมาณผ้า

3. ใส่ผงซักฟอกชนิดซักมือลงไป ให้ดูปริมาณการใช้งานที่ข้างซองของแต่ละยี่ห้อ หรือจำนวน 1 ช้อน ต่อผ้าไม่เกิน 15-20 ชิ้น เพราะบางชนิดอาจจะเป็นแบบเข้มข้น

4. ตีน้ำให้เกิดฟองฟูแตกกระจาย ให้ผงซักฟอกละลายน้ำให้หมด เพื่อประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเนื้อผ้า

5. ใส่ผ้าลงไปในกะละมัง แช่ผ้าทิ้งไว้สัก 15 - 20 นาที ก่อนซัก

6. ใช้มือขยี้ผ้าทีละชิ้นให้ทั่ว ๆ เน้นตรงส่วนรอยต่อ รอยพับ ปกเสื้อ คอเสื้อ แขนเสื้อ ข้อศอก กระเป๋าเสื้อ หรือจุดที่มีรอยเปื้อนเป็นพิเศษ

7. ขยี้เสร็จแล้วให้บิดผ้า เพื่อให้น้ำผงซักฟอกออกจากผ้าให้มากที่สุด แต่ระวังไม่ควรบิดผ้าแรงเกิน เพราะอาจทำผ้ายืดย้วยเสียรูปทรงได้ ใส่ผ้าที่บีบเสร็จแล้วในกะละมังที่ใส่น้ำสะอาด เพื่อล้างให้สะอาดอีกครั้ง

8. ล้างผ้าด้วยน้ำสะอาด 2-3 น้ำ จนกว่าฟองจะออกหมด สังเกตได้ว่าจับเนื้อผ้าจะไม่รู้สึกลื่นมือ

9. บิดผ้าให้พอแห้งหมาด ๆ แล้วเอาผ้าไปตากแดดได้เลย หลังจากก็เข้าสู้ขั้นตอนวิธีรีดผ้าต่อไป 

 

. . . . . . . . . .

ขั้นตอนการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า อย่างถูกวิธี

          เครื่องซักผ้าอาจจะมีหลายประเภท ทั้งแบบฝาหน้า แบบฝาบน และแบบ 2 ถัง แต่ขั้นตอนและวิธีการทำงานของเครื่องซักผ้าจะคล้าย ๆ กัน มีวิธีการซักดังนี้

การซักผ้า

1. ก่อนซักทุกครั้งควรแยกผ้าสีกับผ้าขาวออกจากกันเช่นเดียวกับการซักด้วยมือ ไม่ควรนำมาซักรวมกัน เพราะสีจากผ้าสีบางชนิดอาจตกใส่ผ้าขาว จนทำให้เนื้อผ้าเป็นรอยด่าง

2. ตรวจเช็กกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง เอาของที่ตกค้างออกให้หมดก่อนเอาเข้าเครื่อง เช่น เหรียญ เข็มกลัด หรือเศษวัสดุต่าง ๆ เพราะอาจทำให้เสื้อผ้าขาดหรือเสียหายได้ระหว่างซัก รวมถึงทำให้เครื่องซักผ้าเกิดการเสียหายได้เช่นกัน

3. ใส่ผ้าที่จะซักลงไปในถัง กะปริมาณให้พอดีกับขนาดเครื่องซักผ้า ระวังอย่าใส่ผ้ามากเกินไป หากผ้าในถังซักมากเกินไป จะทำให้เครื่องซักผ้ามีประสิทธิภาพการซักน้อยลง ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง การเหลือที่ว่างในตัวถังไว้ จะช่วยให้การซักและปั่นทำงานได้ดีขึ้น

4. เลือกโปรแกรมการซักผ้า เครื่องซักผ้าในปัจจุบันมีโปรแกรมอัตโนมัติมากมายให้เราเลือกใช้งานให้ตรงกับการซัก หรือเนื้อผ้า รวมไปถึงฟังก์ชั่นทั้งการซักแบบเร็ว ซักแบบถนอมผ้า ซักด้วยไอน้ำ การแช่ผ้า การตั้งเวลา ฯลฯ ให้เราดูให้เหมาะกับการใช้งานของเรา หรือตั้งค่าการซักแบบอัตโนมัติไปเลยก็ได้

5. ระวังการใช้โปรแกรมอุณหภูมิความร้อนซักผ้า เครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ ๆ จะมีการซักผ้าตามอุณหภูมิน้ำร้อน แม้ว่าการซักผ้าด้วยน้ำร้อนจะมีช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี แต่ก็อาจทำลายใยผ้าหรือสีของผ้าให้ซีดลงได้ ควรเลือกใช้โปรแกรมน้ำร้อนซักผ้าตามชนิดของเนื้อผ้าเท่าที่จำเป็น น้ำร้อนเหมาะสำหรับผ้าขนหนู เครื่องนอน ผ้าเนื้อหนาอยู่ทรง หรือผ้าที่สกปรกมาก การซักผ้าในน้ำอุณหภูมิ 30 องศา จะช่วยประหยัดพลังงาน และอ่อนโยนต่อเนื้อผ้าได้มากที่สุด

6. ใส่ผงซักฟอกให้ตรงกับชนิดเครื่องซักผ้า อย่าใช้ปริมาณมากเกินไป ควรดูคำแนะนำที่เครื่องซักผ้าประกอบด้วย เพราะปริมาณการใช้งานจะแตกต่างกันไปตามแต่ละยี่ห้อของผงซักฟอก และประเภทของเครื่องซักผ้า ส่วนใหญ่แล้วการซักผ้าด้วยเครื่องจะใช้ผงซักฟอกจำนวน 1 ช้อน ต่อผ้าไม่เกิน 10 - 15 ชิ้น และควรใช้ชนิดที่สามารถใช้กับเครื่องซักผ้าได้เท่านั้น

7. ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ในช่องที่เครื่องซักผ้ามีไว้สำหรับใส่โดยเฉพาะ ใครที่ใช้เครื่องซักผ้ากึ่งอัตโนมัติ ก็ให้ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มรอบสุดท้ายของการซัก ไม่ควรใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มพร้อมกับผงซักฟอก เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเนื้อผ้าลดลง

8. โปรแกรมปั่นผ้า ควรเลือกให้เหมาะกับเนื้อผ้า เพราะผ้าแต่ละชนิดมีระดับการปั่นที่แตกต่างกัน รวมไปถึงอุณหภูมิการปั่นและเวลา ส่วนใหญ่จะมีระบุไว้ที่เครื่องซักผ้า

9. พอเครื่องซักผ้าหยุดทำงาน ก็เปิดฝาเอาผ้าไปตากแดด หรือไปอบได้เลย อย่าปล่อยผ้าที่ซักเสร็จแล้วไว้ในเครื่องซักผ้านาน ๆ เพราะจะทำให้ผ้ามีกลิ่นอับ และอาจเป็นสาเหตุการเกิดเชื้อราบนเนื้อผ้า

. . . . . . . . . .

แนะนำเคล็ดลับดี ๆ ซักผ้ากลางคืนยังไง ไม่ให้เสื้อผ้าเหม็นอับ

          สำหรับมนุษย์ทำงานทั้งหลาย ที่แทบจะไม่มีเวลาเหลือเฟือในแต่ละวัน กว่าจะทำงานเสร็จ กว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำมืดดึกดื่น แล้วยังต้องมาซักผ้าอีก แม้ว่าซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าก็ตาม ก็อาจจะเจอกับปัญหากลิ่นอับมากวนใจได้เช่นกัน เราจึงนำวิธีแก้ปัญหาดี ๆ ในการซักผ้ากลางคืนอย่างไร ไม่ให้เสื้อผ้าเหม็นอับมาฝากกันด้วย

การซักผ้า

1. เลือกใช้ผงซักฟอกสูตรลดกลิ่นอับโดยเฉพาะ

          ปัจจุบันนี้มีสูตรลดกลิ่นอับ หรือสูตรกลางคืนออกมามากมาย ช่วยให้เราซักผ้ากลางคืน หรือต้องตากผ้าในเวลากลางคืนได้อย่างสบายใจ และการซักผ้าในเวลากลางคืนควรใช้ผงซักฟอกในปริมาณที่พอดี หรือลดปริมาณลงกว่าปกติ หากใช้มากเกินไปก็จะทำให้ผ้ามีกลิ่นได้

2. ตั้งโปรแกรมปั่นหมาดให้มากที่สุด

          การซักผ้าด้วยเครื่องนั้น หากถึงขั้นตอนการปั่น ให้เราตั้งค่าการปั่นหมาดให้มาก ๆ หรือให้ใส่ผ้าขนหนูลงไปซักและปั่นพร้อม ๆ เสื้อผ้าอื่น ๆ ด้วย เพราะผ้าขนหนูจะช่วยดูดซับน้ำจากเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆ ตอนปั่นได้เป็นอย่างดี หรือนอกจากนี้เครื่องอบผ้าก็มีส่วนช่วยให้ผ้าแห้งเร็ว ได้ใส่เสื้อผ้าเร็วขึ้นแบบวันต่อวันได้เลย

3. ใช้สารดูดความชื้น

          เวลาที่ต้องตากผ้าในที่ร่มในเวลากลางคืน หรือเวลาที่ไม่มีแสงแดด ให้เราเอาที่ดูดความชื้น มาแขวนไว้ที่ราวตากผ้า จะช่วยลดความชื้นและกลิ่นอับได้เช่นกัน

4. ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเป็นประจำ

          เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกตกค้าง และช่วยลดกลิ่นอับในเครื่องซักผ้า ไม่ให้มาติดเสื้อผ้าในขณะที่เราซัก ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยไม่ให้เสื้อผ้าเราเหม็นอับได้เช่นกัน

 

. . . . . . . . . .

แนะนำ 5 ผงซักฟอกยี่ห้อไหนดี ซักได้สะอาดหมดจด ถนอมผ้าให้สวยสดใส

1. บรีสเอกเซล โกลด์ 

          บรีสเป็นยี่ห้อผงซักฟอกที่ได้รับความเชื่อถือมาอย่างยาวนาน บรีสเอกเซล โกลด์ เป็นผลิตภัณฑ์สูตรเข้มข้น สำหรับใช้งานได้ทั้งเครื่องซักผ้าฝาบนและเครื่องซักผ้าฝาหน้า ขจัดคราบได้อย่างหมดจด ด้วยเทคโนโลยีใหม่ในการขจัดคราบฝังแน่นซอกซอนลึกถึงใยผ้า พร้อมด้วยเกร็ดคริสตัล เพิ่มพลังสลายคราบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วแม้ซักด้วยเครื่องซักผ้า สามารถสลายคราบได้รวดเร็ว เช่น คราบกาแฟ คราบช็อกโกแลต ฯลฯ รวมทั้งแบคทีเรีย ไรฝุ่น และลดกลิ่นอับ ให้กลิ่นหอมสดชื่น ล้างออกง่าย ไม่มีปัญหาเรื่องฟองเยอะ หรือเกิดผงตกค้างหลังการซัก

ราคา 265 บาท (ขนาด 2,700 กรัม )

บรีสเอกเซล โกลด์

. . . . . . . . . .

2. เปา เอ็ม วอช 

          สำหรับผงซักฟอกสูตรมาตรฐาน ขนาด 9 กิโลกรัม ที่ เปา เอ็ม วอช คิดค้นมาสำหรับซักเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ เหมาะจะใช้งานกับเครื่องซักผ้าทุกประเภท ด้วยคุณสมบัติของพลังความสะอาด ช่วยเพิ่มพลังซักขจัดคราบได้เป็นอย่างดี ผลิตจากสารที่เป็นธรรมชาติ ย่อยสลายง่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรม MES Green Technology ที่สกัดจากปาล์มธรรมชาติ ช่วยถนอมเครื่องซักผ้า ด้วยปริมาณฟองซักที่พอเหมาะและล้างออกได้ง่าย

ราคา 345 บาท (ขนาด 9,000 กรัม)

เปา เอ็ม วอช

. . . . . . . . . .

3. โอโมพลัส กลิ่นไวท์เฟรช 

          มาถึงผงซักฟอกสูตรเข้มข้น สำหรับซักมือและเครื่องซักผ้าฝาหน้า มาพร้อมประสิทธิภาพที่เหนือกว่าถึง 2 เท่า สูตรเข้มข้น 1 ช้อน ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าสูตรมาตรฐานถึง 2 ช้อน พร้อมพลังเทคโนโลยีไบรท์ล็อค ช่วยปกป้องสิ่งสกปรกกลับเข้าใยผ้าได้เป็นอย่างดี กำจัดแบคทีเรีย ขจัดเชื้อรา และไรฝุ่นได้ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ หมดกังวลเรื่องความหมองของเนื้อผ้า คืนความขาวสะอาดสดใสประกายเจิดจ้า ทั้งผ้าขาวและผ้าสี โอโมพลัส ไวท์เฟรช ช่วยลดกลิ่นอับ ให้กลิ่นหอมสดชื่นคงทนจากดอกไม้นานาชนิด

ราคา 179 บาท ( ขนาด 1,500 กรัม)

โอโมพลัส กลิ่นไวท์เฟรช

. . . . . . . . . .

4. เอสเซ้นซ์ ซูเปอร์พลัส 

          สำหรับผงซักฟอกซักมือ เอสเซ้นท์ ซูเปอร์พลัส สูตรนี้ มาพร้อม Encapsulated Perfume แคปซูลมหัศจรรย์ ที่จะช่วยกระจายความหอมสู่เส้นใยผ้าอย่างทั่วถึง ช่วยให้ผ้าของเราหอมนานทุกการเคลื่อนไหว กระจายความหอมไกล หอมลึกถึงเส้นใยผ้า พลัง Silver Nano ลดแบคทีเรีย ขจัดกลิ่นอับชื้น แม้ตากผ้าไว้ในที่ร่ม มีสาร Bentonite ช่วยให้เนื้อผ้าลื่นและทำให้รีดผ้าง่าย เอสเซ้นท์ ซูเปอร์พลัส สีม่วง ช่วยดูแลถนอมมือและเนื้อผ้า สามารถละลายน้ำง่าย ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจาก Essence ทำให้ไม่ทิ้งคราบตกค้างบนใยผ้า มีอานุภาพของสาร CMC ที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกไม่ให้ย้อนกลับมาติดเสื้อผ้า

ราคา 87 บาท (ขนาด 1,100 กรัม)

เอสเซ้นท์ ซูเปอร์พลัส

. . . . . . . . . .

5. แอทแทค 3D ซอฟท์ พลัส 

          หากพูดถึงผงซักฟอกสูตรเข้มข้น จาก แอทแทค รุ่น 3D ซอฟท์ พลัส กลิ่นโรแมนติกเลิฟ มาพร้อมส่วนผสมของน้ำยาปรับผ้านุ่ม ช่วยปรับเส้นใยผ้าให้นุ่มฟูน่าใส่มากยิ่งขึ้น สัมผัสนุ่มสบาย ให้อานุภาพความหอมที่ยาวนาน พลังไบโอแทค ขจัดคราบฝังแน่นได้อย่างรวดเร็ว สะอาดหมดจด อ่อนโยนต่อเนื้อผ้า ช่วยทำให้เสื้อผ้าของเราหอมนุ่มติดทนนาน ช่วยลดกลิ่นเหงื่อ และ Anti-Bac Technology ยับยั้งแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดกลิ่นอับชื้นในเนื้อผ้า แม้ตากผ้าในที่ร่มก็ไม่เกิดกลิ่นอับ แอทแทค 3 D ซอฟท์ พลัส มีคุณสมบัติช่วยให้ผ้ารีดง่าย ประหยัดพลังงาน ไม่เปลืองเวลา

ราคา 195 บาท (ขนาด 2,400 กรัม)

 

แอทแทค 3D ซอฟท์

. . . . . . . . . .

          เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องราวของผงซักฟอก การซักผ้า และเคล็ดลับดี ๆ ที่เรานำมาฝากกัน แม้ว่าในท้องตลาดจะมีออกมาให้เราเลือกใช้กันอย่างมากมายก็ตาม แต่การเลือกใช้งานก็ควรดูให้ดี ถึงคุณสมบัติต่าง ๆ รวมไปถึงปริมาณการใช้ที่เหมาะสม ควรศึกษาข้อมูลที่ระบุไว้ข้าง ๆ กล่องหรือซองของยี่ห้อต่าง ๆ ก่อนซื้อ เพื่อจะได้สินค้าที่มีคุณภาพ คุ้มค่า คุ้มราคา หากเลือกให้เหมาะกับการใช้งานจริง ๆ แล้วล่ะก็ ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียว นอกจากนั้น ก็จะช่วยถนอมเสื้อผ้าตัวโปรดของเราให้ใช้งานได้ยาวนานอีกด้วย ใครที่กำลังมองหาผงซักฟอกมาไว้ใช้งาน แล้วยังคิดไม่ตกว่าจะเลือกแบบไหนดี คงจะตัดสินใจได้จากแนะนำผงซักฟอก ยี่ห้อไหนดี ปี 2021 ขจัดคราบสกปรกล้ำลึก ให้เสื้อผ้าสะอาด หอมสดชื่นเหมือนใหม่ ของเราอย่างแน่นอน