logo

          พูดถึงอาการเจ็บคอ เป็นการเจ็บป่วยที่ทุกคนน่าจะเคยประสบกันมาแล้ว เจ็บคอเกิดได้จากหลายสาเหตุ เมื่อเกิดอาการเจ็บคอแล้วก็ต้องหาวิธีแก้เจ็บคอ แต่ทราบกันไหมว่าเจ็บคอแบบไหนที่สามารถบรรเทาได้เอง เจ็บคอแบบไหนควรต้องไปพบแพทย์ และวิธีแก้เจ็บคอมีอะไรบ้าง รับประทานอะไรถึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้  

 

          อาการเจ็บคอ คือ อาการที่ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บ แสบ หรือระคายเคืองในลำคอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลืนหรือพูด จะทำให้รู้สึกกลืนน้ำหรือกลืนอาหารได้ลำบาก รู้สึกคอแห้ง มีอาการเสียงเปลี่ยนหรือไม่มีเสียงในการพูด

. . . . . . . . . . . .

อาการเจ็บคอ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

01

ขอบคุณภาพจาก : HESD Clinic

1. อาการเจ็บคอแบบเฉียบพลัน คือ มีอาการแบบเฉียบพลันเป็นวัน ๆ ไป ไม่ได้เป็นติดต่อกันเวลานาน มักเป็นร่วมกับอาการอื่น ๆ อีก เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยร่างกาย ไอ จาม มีน้ำมูก เป็นต้น

2. อาการเจ็บคอแบบเรื้อรัง คือ มีอาการเจ็บคอติดต่อกันทุกวันเป็นระยะเวลานาน อาจนานเป็นสัปดาห์ หรืออาจเป็นเดือน มักมีเพียงแค่อาการเจ็บคออย่างเดียว ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย

 

. . . . . . . . . . . .

สาเหตุของอาการเจ็บคอ

          การเจ็บคอเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ การทราบสาเหตุที่ถูกต้องของอาการเจ็บคอจะทำให้หาวิธีการแก้เจ็บคอได้อย่างถูกต้อง สาเหตุของอาการเจ็บคอสามารถแบ่งได้เป็น 3 สาเหตุ คือ

1. เกิดจากเชื้อไวรัส

          หากเกิดจากเชื้อไวรัสมักมีอาการเจ็บคอไม่มากนัก และร่วมกับการมีไข้ หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว คัดจมูก มีน้ำมูกใส ไอ จาม ปวดศีรษะ ปวดตามร่างกาย และอ่อนเพลีย โรคจากเชื้อไวรัสที่อาจทำให้เกิดการเจ็บคอ เช่น โรคหวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอซิส โรคหัด โรคอตีบเทียม โรคคางทูม เป็นต้น

2. เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

          หากอาการเจ็บคอเกิดจากเชื้อแบคทีเรียมักมีอาการเจ็บคอที่รุนแรง หรือเจ็บคอต่อเนื่องหลายวัน อาจรู้สึกถึงการมีก้อนที่คอ เป็นไข้ เหนื่อยล้า มีเสมหะหรือน้ำมูกสีเขียว อาจมีการกลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก บางโรคอาจทำให้มีอาการเจ็บที่หลังคอเนื่องจากการสะสมของหนอง คอแดงจัด มีจุดขาวที่ทอนซิล หรือคอมีอาการบวม การเจ็บคอจากเชื้อแบคทีเรียอาจเป็นอาการของโรคต่าง ๆ เช่น โรคคออักเสบ โรคต่อมทอนซิลอักเสบ โรคคอตีบ โรคไอกรน เป็นต้น

3. เกิดจากสาเหตุอื่นที่นอกเหนือจากการติดเชื้อ

          การเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อนั้นมีได้หลายสาเหตุ เช่น การเผชิญสารก่อภูมิแพ้ เชื้อรา หรือสิ่งระคายเคืองต่าง ๆ เช่น เกสรดอกไม้ มลพิษในอากาศ ควันบุหรี่ หรือสารเคมีต่าง ๆ จนทำให้มีการระคายเคืองคอ อากาศที่แห้ง การไม่มีความชุ่มชื้นที่มากพอทำให้คอแห้งและเจ็บคอได้ พฤติกรรมบางอย่างก็ทำให้เจ็บคอได้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารเผ็ด การใช้เสียงที่มากเกินไป การตะโกนหรือพูดติดต่อกันเป็นเวลานาน และการเป็นโรคกรดไหลย้อน ที่กรดในกระเพาะจะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก และอาการเจ็บคอได้

. . . . . . . . . . .

เจ็บคอแบบไหนควรไปหาหมอ

12

ขอบคุณภาพจาก : www.pobpad.com

          อาการเจ็บคอส่วนใหญ่จะเป็นแล้วสามารถหายได้เอง เช่น เจ็บคอจากพฤติกรรมบางอย่าง หรือเจ็บคอจากไข้หวัดธรรมดา ที่จะมีอาการปวดหัวตัวร้อนร่วมด้วย ซึ่งสามารถดูแลตัวเองและรักษาให้หายด้วยตัวเองที่บ้านได้ และไม่ต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อ แต่ก็มีอาการเจ็บคอที่ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาด้วย นั่นคือ หากมีอาการเจ็บคอติดกันมากกว่า 7 วัน หรือเจ็บคอในช่วงเวลาที่ไม่ได้เป็นหวัด ซึ่งอาการเจ็บคอนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคอันตรายอื่น ๆ ได้ เช่น โรคคออักเสบ หรือต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นต้น

           นอกจากนี้อาการเจ็บคอบางอย่างที่เป็นอันตราย ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษา คือ มีอาการเจ็บคอร่วมกับอาการดังต่อไปนี้ มีการเจ็บคอหนักมาก มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาและไข้ไม่ยอมลดแม้จะรับประทานยาลดไข้แล้ว ไม่มีอาการไอ กลืนน้ำลายไม่ได้ กลืนลำบาก ทานอาหารไม่ได้ หายใจไม่ออก หายใจลำบาก หรือหายใจแล้วมีเสียงดังผิดปกติ มีอาการคอแข็ง ก้มคอไม่ได้ อ่อนเพลียมาก มีผื่นขึ้น ปวดศีรษะมาก ปวดท้องมาก อาเจียน มีฝ้าขาวที่คอหอย หรือคลำได้ก้อนแข็งที่ข้างคอ

. . . . . . . . . . .

 

การรักษาอาการเจ็บคอ

          เมื่อมีอาการเจ็บคอก็ต้องหาวิธีรักษา โดยต้องมุ่งเน้นไปที่สาเหตุของการเจ็บคอก่อนเพื่อที่จะหาวิธีรักษาได้อย่างตรงจุด อาการเจ็บคอบางสาเหตุสามารถหายได้เอง บางสาเหตุต้องพึ่งยาในการรักษา บางครั้งต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด วิธีรักษาอาการเจ็บคอตามสาเหตุ มีดังนี้

1. การเจ็บคอจากเชื้อไวรัส

          โดยส่วนใหญ่อาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อไวรัสมักจะเกิดจากการเป็นโรคหวัด สามารถหายไปเองได้ภายใน 5-7 วันเมื่ออาการไข้หวัดหายไป อาการเจ็บคอจากสาเหตุนี้ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ สามารถใช้วิธีแก้เจ็บคอได้ด้วยการกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ หรือดื่มน้ำอุ่น อาจมีการกินยาลดไข้หรือยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ตามร้ายขายยาทั่วไป เช่น ยาพาราเซตามอล รวมทั้งต้องดื่มน้ำให้มาก และพักผ่อนให้เพียงพอ

2. การเจ็บคอจากเชื้อแบคทีเรีย

          หากมีอาการเจ็บคอติดต่อกันเกิน 7 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรับการรักษา หากสาเหตุของอาการเจ็บคอเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จะต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียในการรักษาเพื่อลดการติดเชื้อ เช่น ยาเพนิซิลิน (Penicillins) หรืออะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้อาการดีขึ้นได้ภายใน 1-2 วัน และให้แพทย์เป็นผู้สั่งยาให้ ควรรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด แม้ว่าอาการเจ็บคอจะหายแล้วเพื่อกำจัดเชื้อให้หมด ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ไม่หายขาดและกลับมาเป็นอีกได้

3. การเจ็บคอจากสาเหตุอื่น ๆ

          การรักษาอาการเจ็บคอจากสาเหตุอื่น ๆ นั้นจะมีการรักษาแตกต่างกันไปตามสาเหตุ เช่น ถ้าเจ็บคอจากภูมิแพ้ควรเลี่ยงสารที่ทำให้แพ้หรือสารก่อความระคาย และใช้ยาแก้แพ้เพื่อบรรเทาอาการแพ้ การเจ็บคอจากโรคกรดไหลย้อนก็ต้องรักษาที่โรคต้นเหตุ โดยการรับประทานยาลดกรด หรือยาเคลือบกระเพาะอาหาร เป็นต้น

. . . . . . . . . . . .

การแก้เจ็บคอโดยการใช้ยา

          มียาหลายชนิดที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บคอได้ ซึ่งยาแต่ละชนิดก็มีการใช้ที่แตกต่างกัน บางชนิดก็หาซื้อมาใช้เองได้ บางชนิดควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้จ่ายยาให้

1. สารช่วยลดการระคายเคือง (Demulcents)

          เป็นสารที่ผสมอยู่ในรูปแบบของยาอมแก้เจ็บคอ เมื่อมีอาการเจ็บคอทั้งชนิดที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ การระคายเคืองภายในคออาจสร้างความรำคาญในการใช้ชีวิตได้ ในเบื้องต้นสามารถบรรเทาอาการเจ็บคอได้ด้วยการใช้ยาอมแก้เจ็บคอเพื่อช่วยลดการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้นภายในลำคอ ซึ่งยาอมแก้เจ็บคอนอกจากจะหาซื้อได้ง่ายแล้วยังเป็นยาที่ไม่อันตรายไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ อีกด้วย การเลือกซื้อยาอมนี้ไม่ควรซื้อชนิดที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อ เนื่องจากจะส่งผลให้เชื้อดื้อยาได้

2. ยาชาเฉพาะที่ (Local anaesthetics)

          เป็นยาอีกชนิดหนึ่งที่อาจผสมอยู่ในยาอมแก้เจ็บคอ ช่วยให้มีอาการชา ลดอาการเจ็บคอได้

3. แอนตี้เซพติก (Antiseptics)

          ยาฆ่าเชื้อ อาจเป็นยาสำหรับฉีดพ่นคอ หรือใช้กลั้วคอ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ

4. Non-steroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs)

          เป็นยาที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบแบบไม่ใช่สเตอรอยด์ ใช้แก้เจ็บคอที่มาจากการอักเสบ ยากลุ่มนี้อาจทำให้มีผลข้างเคียงได้ ดังนั้นการใช้ยากลุ่มนี้ต้องปรึกษาแพทย์หรือซื้อภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

5. ยาปฏิชีวนะ หรือ แอนตี้ไบโอติก (Antibiotics)

          เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ใช้รักษาอาการเจ็บคอเนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การใช้ยาปฏิชีวนะนั้นต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และต้องรับประทานให้ครบตามที่แพทย์สั่ง ถ้าหากมีการหยุดยาก่อนกำหนดหรือรับยาได้ไม่ครบตามปริมาณและระยะเวลาที่แพทย์กำหนด หรือมีการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อโดยไม่ได้มีการติดเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้เชื้อเกิดการดื้อยาได้ ซึ่งทำให้ครั้งต่อไปถ้าติดเชื้ออีกอาจใช้ยาชนิดเดิมหรือยาขนาดเดิมไม่ได้ผล ทำให้ต้องเพิ่มขนาดยา เพิ่มระยะเวลาในการรักษา หรือเปลี่ยนชนิดยาเป็นชนิดที่รุนแรงขึ้น และทำให้เพิ่มโอกาสที่เชื้อจะดื้อยาตัวใหม่มากขึ้นอีกด้วย

          อย่างไรก็ตาม การใช้ยาไม่ว่าจะเป็นยาแบบไหน ต้องระวังสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ยา หากใช้ยาตัวใดแล้วมีการเกิดผื่นแดง จุดแดง หรือตุ่มน้ำใส ๆ ขึ้น หรือมีอาการตาบวม ริมฝีปากบวม ใจสั่น แน่นหน้าอก คลื่นไส้ หายใจติดขัด ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

. . . . . . . . . . .

การแก้เจ็บคอโดยวิธีธรรมชาติ

02

ขอบคุณภาพจาก : www.pobpad.com

          นอกจากวิธีรักษาอาการเจ็บคอโดยการใช้ยาแล้ว หากใครที่ไม่สะดวกใช้ยาหรือมีเหตุจำเป็นอื่น ๆ สามารถใช้วิธีแก้เจ็บคอโดยใช้วิธีธรรมชาติได้ด้วย โดยทำได้หลากหลายวิธี แต่ละวิธีสามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้านโดยใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่หาได้ทั่วไป เช่น

1. น้ำเกลือ

          การกลั้วปากด้วยน้ำเกลือช่วยทำความสะอาดคอ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำคอ ลดอาการบวม กำจัดเสมหะ และลดการระคายเคืองได้ เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก เนื่องจากทำง่ายและราคาถูก ใช้เกลือครึ่งช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอุ่นเต็มแก้ว กลั้วคอบ่อย ๆ วันละ 3-4 ครั้ง ไม่ควรกลืนน้ำเกลือลงคอ และไม่ควรใช้เกลือมากเกินไป

2. เบคกิ้งโซดา

           ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และยับยั้งเชื้อราได้ การบ้วนปากด้วยเบคกิ้งโซดาผสมน้ำเกลือช่วยลดการเจ็บคอได้ โดยใช้น้ำ 1 แก้ว เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนโต๊ะ และเกลือ 1/8 ช้อนโต๊ะ

3. น้ำผึ้ง

          มีคุณสมบัติช่วยต้านแบคทีเรีย สามารถนำน้ำผึ้งผสมกับน้ำอุ่น ชา หรือน้ำมะนาว แล้วดื่ม น้ำผึ้งผสมมะนาวเป็นวิธีแก้เจ็บคอวิธีหนึ่งที่เป็นที่นิยม เพราะรสชาติอร่อย ทำง่ายทานง่ายด้วย แต่ควรรับประทานน้ำผึ้งวันละไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ

4. แอปเปิ้ลไซเดอร์

          เป็นน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล มีกรดที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำคอได้ และช่วยละลายเสมหะ ลดการระคายเคือง นำแอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมกับน้ำเปล่า หรือผสมน้ำเกลือ หรือผสมน้ำผึ้ง แล้วใช้กลั้วคอ

5. ดอกคาโมมายล์

มีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบ ดื่มชาดอกคาโมมายล์ หรือสูดดมสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ ช่วยลดอาการไข้หวัดและเจ็บคอได้

6. เปปเปอร์มินต์

          มีสารเมนทอลที่ช่วยลดอาการคัดจมูก บรรเทาอาการเจ็บคอ และลดอาการไอแห้งได้ สามารถดื่มชาเปปเปอร์มินต์ หรือสูดดมกลิ่นจากน้ำมันเปปเปอร์มินต์ก็ได้

7. รากชะเอมเทศ

          ใช้ผสมน้ำเปล่าแล้วบ้วนปากสามารถช่วยลดอาการเจ็บคอได้ ช่วยขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอ นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการคัดจมูก และลดการอักเสบได้ด้วย

8. กระเทียม

          มีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา การบริโภคกระเทียมเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคหวัดได้ การเคี้ยวกระเทียมสด หรืออมกระเทียมหั่นแว่นไว้เป็นเวลา 15 นาที หรือทำเป็นชากระเทียม โดยหั่นกระเทียมเป็นแว่นใส่ในน้ำร้อนและผสมน้ำผึ้งแล้วดื่ม จะช่วยลดอาการเจ็บคอได้ อาจนำกระเทียมสดสับเป็นชิ้นเล็กผสมลงในอาหารเพื่อให้กินได้ง่ายขึ้นก็ได้

9. หัวไชเท้า

          มีวิตามินและเกลือแร่หลายชนิด มีสรรพคุณตามตำรับยาทั้งไทยและจีนในการช่วยละลายเสมหะ แก้เจ็บคอ แก้ไข้หวัด ขจัดสารพิษในร่างกาย นำหัวไชเท้าสดมาคั้นน้ำเติมน้ำตาลเล็กน้อย หรือหัวไชเท้าแช่น้ำผึ้งทิ้งไว้ 3 วันและนำมาผสมน้ำเปล่า ใช้ดื่มแก้เจ็บคอได้ หรือใช้หัวไชเท้าเป็นวัตถุดิบในเมนูอาหาร

10. ขิง

          มีสรรพคุณช่วยรักษาหวัด ฆ่าเชื้อ แก้เจ็บคอ โดยนำขิง 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่นครึ่งแก้วแล้วดื่ม หรือจะต้มขิงที่หั่นและทุบให้แตกในน้ำเดือด 5 นาที แล้วกรองเอาขิงออก ผสมน้ำผึ้งแล้วดื่มก็ได้

11. น้ำเย็นหรือน้ำแข็ง

การดื่มน้ำเย็นหรือการอมน้ำแข็งช่วยลดอาการเจ็บคอได้ โดยเฉพาะการเจ็บคอจากต่อมทอนซิลอักเสบ การกินไอศกรีมก็ช่วยได้เช่นกัน สามารถช่วยลดอาการบวมและอาการอักเสบ แต่สำหรับผู้ที่เจ็บคอจากโรคหวัดควรดื่มน้ำอุ่นจะดีกว่าน้ำเย็น

. . . . . . . . . . . .

ผลไม้แก้เจ็บคอ

          ผลไม้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หากเลือกรับประทานที่ถูกชนิดก็จะสามารถบรรเทาการเจ็บคอได้ อีกทั้งก็ยังช่วยแก้ไอ และขับเสมหะได้ด้วย ตัวอย่างผลไม้ที่มีสรรพคุณแก้เจ็บคอ เช่น มะนาว มะขามป้อม มะขาม ส้ม เสาวรส มะดัน สัปปะรด ลูกสำรอง ตะลิงปลิง โทงเทงฝรั่ง

 

เมนูอาหารแก้เจ็บคอ

          เมื่อมีอาการเจ็บคออาจทำให้รับประทานอาหารได้ยากขึ้น เนื่องจากกลืนลำบาก อาหารที่รับประทานตอนเจ็บคอควรเป็นอาหารที่กลืนง่าย ไม่ระคายเคืองคอ และถ้าหากยังสามารถมีสรรพคุณช่วยแก้เจ็บคอได้ด้วยก็จะยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นไปอีก ตัวอย่างเมนูอาหารที่ช่วยแก้เจ็บคอ เช่น

1. แกงจืดหัวไชเท้า

          หัวไชเท้ามีประโยชน์ช่วยแก้หวัด ละลายเสมหะ แก้เจ็บคอได้ แก้พิษ ช่วยลดความดันโลหิต แถมยังอุดไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เมนูนี้จึงเหมาะกับการรับประทานตอนไม่สบาย เพราะนอกจากจะเป็นซุปร้อน ๆ ให้กินได้ง่ายแล้ว ยังช่วยแก้หวัดได้ด้วย รสชาติอร่อยไม่รสจัดเกินไป มีความเค็มและหวานจากผัก ยิ่งใส่พริกไทยด้วยจะยิ่งช่วยแก้หวัดได้มากขึ้นอีก

2. ซุปไก่มันฝรั่ง

          เมนูสมุนไพรแก้หวัดที่มีส่วนประกอบหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและช่วยแก้หวัดได้ เช่น หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ กระเทียม พริกไทย ช่วยทำให้จมูกและคอโล่ง หายคัดจมูก แก้เจ็บคอ และวิตามินซีจากมะเขือเทศก็ช่วยต้านเชื้อหวัดได้ด้วย เป็นเมนูที่กินง่าย รสชาติดี แถมทำให้อิ่มท้อง

3. ต้มแซ่บกระดูกอ่อน

          เมนูนี้มีสมุนไพรแก้ไข้หวัดหลายชนิด ทั้งพริกขี้หนูสด พริกป่น ข่า ตะไคร้ และน้ำมะนาว ช่วยแก้หวัด ขับเสมหะ ลดน้ำมูก และแก้เจ็บคอได้ อีกทั้งการกินอาหารรสเผ็ดก็เป็นการช่วยแก้หวัด ทำให้จมูกและคอโล่ง และช่วยขับเหงื่อได้ดี รสชาติเปรี้ยวจะช่วยกระตุ้นการอยากอาหารให้กับผู้ป่วยได้ด้วย

 

. . . . . . . . . . . .

          อาการเจ็บคอเกิดได้หลายสาเหตุ และมีหลายวิธีในการแก้เจ็บคอ ในเบื้องต้นอาจดื่มน้ำอุ่น อมยาอมแก้เจ็บคอ หรือใช้วิธีแก้เจ็บคอด้วยวิธีธรรมชาติไปก่อน แต่ต้องระวังถ้าเจ็บคอติดต่อกับเกิน 7 วันควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาและรับยาที่ถูกต้อง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้ดี ดื่มน้ำให้มาก รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรคต่าง ๆ ได้ ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและของใช้ภายในบ้าน อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ