logo

          ร้านอาหารทะเล หรือซีฟู้ด ร้านอาหารที่ใครหลายคนชื่นชอบนัก โดยเฉพาะเมืองไทยเป็นเมืองที่ชายทะเลขนาบทั้งสองด้าน จึงมีแหล่งวัตถุดิบอุดมสมบูรณ์ให้เลือกกินมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลยอดฮิต อย่าง กุ้ง และ ปู ที่บรรดาร้านอาหารต่างประกวดประขันทำให้แปลกพิสดาร ทั้งในด้านวัตถุดิบ เช่นใช้ กุ้งล็อบสเตอร์ กุ้งแชบ๊วย กุ้งลายเสือ กุ้งก้ามกราม หรือ ความสดชนิดที่จับปุ๊บลงกระทะทันที เพื่อเรียกเรตติ้งของทางร้าน หรือจะเป็นอาหารทะเลแนวสุขภาพ อย่าง ปลา ทะเลที่ให้โปรตีนดีๆ มากมาย เช่น ปลาจะละเม็ด ปลาสำลี ปลากะพง ปลาทู ปลาเก๋า ปลาแซมมอล แต่ที่กำลังฮิตเป็นกระแสขายดิบขายดีเป็น สตรีทฟู้ดส์ขึ้นชื่อ อย่าง ปลาหมึกย่าง และ หอยลวก หรือเผา หอยนางรม หอยหลอด หอยแครง หอยลาย หอยแมลงภู่ จึงทำให้เกิดธุรกิจร้านอาหารทะเลเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟูมาโดยตลอด มีร้านใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของคนหลากหลายกลุ่ม เช่น ร้านอาหารทะเลริมทะเล ร้านอาหารทะเลราคาถูก หรือแม้แต่ร้านระดับภัตตาคาร

. . . . . . . . . .

         อย่างที่รู้กันดี ว่า การกินอาหารทะเล มีประโยชน์อย่างยิ่ง ในการป้องกันโรคคอพอก เพราะในอาหารทะเล มีธาตุไอโอดีน ซึ่งจำเป็นในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ที่ช่วยควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย แต่นอกจากนี้ รู้หรือไม่ว่า อาหารทะเลที่เสิร์ฟกันมากมายตามร้านอาหารทะเล มีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย อาทิเช่น

คุณค่าของอาหารทะเล

  • ในกุ้ง มีโปรตีนสูง แต่ให้แคลอรี่ต่ำ และมีคาร์โบไฮเดรตน้อย จึงทำให้กินแล้วไม่อ้วน แต่ได้ประโยชน์
  • ในปลามีโอเมก้า 3 และ DHA มาก ซึ่งเป็นสารที่ช่วยพัฒนาสมอง ดังนั้น จึงเหมาะกับคนทุกวัยโดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ เพราะเด็กที่กินปลาจะช่วยในการพัฒนาสมองมาก ส่วนผู้สูงอายุก็จะลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ อีกทั้งปลามีไขมันต่ำ มีโปรตีนที่ย่อยง่าย และไม่มีคาร์โบไฮเดรต จึงทำให้กินแล้วไม่อ้วนเช่นกัน อีกทั้งยังมีแร่ธาตุแคลเซียมที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย บางครั้ง หากเป็นปลาตัวเล็กก็สามารถกินได้ทั้งก้างและกระดูกเลย ซึ่งจะยิ่งได้แคลเซียมสูงมากขึ้น
  • ในหอยและปู มีฟอสฟอรัสและแคลเซียมสูง เมนู พื้นฐานที่ขายดิบ ขายดีตามร้านอาหารทะเลทั่วไป ซึ่งช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกายและบำรุงกระดูก
  • ในปลาหมึก มีคลอลาเจนสูง ทำให้ผิวหนังเต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ 

         นอกจากคุณค่าทางสารอาหารของอาหารทะเลแล้ว รสชาติของสัตว์ทะเลแต่ละชนิดยังชวนให้นักชิมติดใจอีกด้วย ไม่ว่าจะกินแบบสด ๆ หรือแบบปรุงสุกแล้ว โดยการผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ เช่น เผา นึ่ง ทอด ปิ้ง ย่าง รมควัน และอื่น ๆ อีกมากมายที่แต่ละร้านอาหารทะเลจะสรรหาเทคนิคพิเศษมาจัดการกับอาหารทะเลเหล่านั้น

          แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะรู้สึกกังวล เวลาจะหาอาหารทะเลกินกัน คือเรื่องของราคา เพราะโดยมาก อาหารทะเลมักจะมีราคาที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารทะเลที่อาจจะไม่สามารถหาได้ในน่านน้ำของประเทศไทย ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

          แต่อย่างไร หากเมื่อเทียบกับรสชาติและประโยชน์ของมันต่อร่างกายเราแล้วแล้ว ก็อาจเรียกได้ว่า คุ้มค่า ก็เป็นได้ และปัจจุบันก็มีทางเลือกร้านอาหารทะเลราคาถูก สบายกระเป๋า แบบ ฉบับคนทำงานหาเช้ากินค่ำให้ได้เลือกใช้บริการมีเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ดี มีข้อสะกิดเตือนใจกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าเมื่อจะเลือกซื้ออาหารทะเลสดมาทำเอง คือเรื่องของความสะอาดและแหล่งที่ขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิดระบาดอย่างนี้ ขอแนะนำเทคนิคในการเลือกซื้ออาหารทะเลสดดังนี้

  • เลือกแหล่งที่ขายที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย ดูการจัดระเบียบและการดูแลบริเวณแวดล้อมของที่ขายว่ามีความสะอาดและมีมาตรการในการดูแลเรื่องโควิดดีเพียงพอ
  • เวลาซื้อควรดมกลิ่นอาหารทะเลดู หากมีกลิ่นฉุนเหมือนยาแทนที่จะเป็นกลิ่นของทะเล แสดงว่าอาหารทะเลเหล่านั้นอาจมีการแช่สารฟอร์มาลิน (สารป้องกันอาหารบูดเสีย) มา ไม่ควรซื้อเด็ดขาดเพราะหากกินเข้าไป อาจถึงชีวิตได้
  • เมื่อซื้อมาถึงบ้านแล้ว ควรล้างน้ำเปล่าทันที โดยล้างทำความสะอาดหลายครั้ง โดยเฉพาะพวกหอยและปูที่อาจมีคราบดินปนเปื้อนมา ล้างให้ทั่วถึงจากนั้นให้แช่น้ำไว้ซักพัก แล้วล้างซ้ำ หลังจากนั้นจึงนำมาผึ่งแห้ง ซึ่งจะช่วยลดการปนเปื้อนของสารพิษในอาหารทะเล และเชื้อโควิดหรือเชื้ออื่น ๆ ที่ติดอยู่บนอาหารทะเลนั้นออกไปได้
  • ควรสวมถุงมือทุกครั้งเวลาล้าง เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจติดมากับอาหารทะเลเหล่านั้นมาติดที่ร่างกายของเรา
  • หากยังไม่นำอาหารทะเลสดเหล่านั้นมาประกอบอาหารทันที ควรแช่ไว้ในช่องเย็น โดยให้มีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่อาจทำให้อาหารทะเลเหล่านั้นเน่าเสียได้
  • ในช่วงโควิดแบบนี้ ขอแนะนำให้นำอาหารทะเลมาปรุงให้สุกก่อนกินทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า เชื้อโรคต่าง ๆ จะถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว

        วันนี้อยากจะชวนทุกคนมาลองสำรวจดูว่า หากอยากจะหาอาหารทะเลกินในเมืองกรุงหรือรอบ ๆ ปริมณฑล แล้วหล่ะก็ มีร้านอาหารทะเลอร่อย ที่ไหนที่น่าสนใจ มาดูกันเลย

รวม 5 อาหารทะเลสุดเด็ดในกรุงเทพ และปริมณฑล

1. ร้านอาหารทะเล ร้านอบอร่อย

ร้านอาหารทะเล ร้านอบอร่อย

          แน่นอนว่า ถ้าพูดถึงร้านอาหารทะเลแล้วไม่นึกถึงร้านนี้ แสดงว่าพลาดอย่างแรง ที่มาของร้านนี้ไม่ธรรมดา เพราะเริ่มต้นจากร้านรถเข็นเล็ก ๆ เป็นสตรีทฟู้ดธรรมดา โดยมีแนวคิดว่า อยากจะทำร้านอาหารทะเลที่ทั้งอร่อยในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ โดยเริ่มต้นจาก กุ้ง เป็นอันดับแรก จุดเด่นของร้านอาหารทะเลร้านนี้คือ ปรุงทุกจานด้วยความตั้งใจและพิถีพิถัน จึงทำให้ได้รับความนิยมและติดใจของกลุ่มลูกค้า การโปรโมทร้านมาจากการที่ลูกค้าบอกปากต่อปาก จนกลายเป็นหนึ่งในร้านติดอันดับยอดฮิตของโพลหลายสำนัก แม้ว่าจะเปิดร้านในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง แต่ปรากฏว่า ขายดิบขายดี จนในปัจจุบัน ไม่มีใครไม่รู้จักร้านอาหารอร่อยร้านนี้

เมนูเด็ด

  • กุ้งอบวุ้นเส้น (ราคา 280 บาท) จุดเด่นของเมนูนี้ที่ทุกคนที่มาทานที่ร้านอาหารทะเลแล้วต้องสั่ง คือ ความสดของกุ้ง และเครื่องเทศที่เป็นเครื่องปรุงต่าง ๆ เช่น พริกไทย รากผักชี ซอสปรุงรส ที่ใส่อย่างไม่อั้น ถ้าได้ชิมแล้วต้องติดใจแน่นอน
  • กุ้งแม่น้ำเผา (450-900 บาท) เนื้อสดมาก ตัวใหญ่ พร้อมน้ำจิ้มแซ่บ ๆ
  • กุ้งผัดพริกเกลือ (450 บาท) เป็นเมนูใหม่ทานได้ 4-5 คน ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากตอนนี้ รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องเทศที่ใส่แบบไม่อั้น เผ็ดกำลังดี
  • ข้าวผัดปู (ราคา 90-360 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด) เป็นข้าวผัดที่มีกลิ่นหอม ใส่เนื้อปูชิ้นใหญ่ ๆ คำโต ให้เยอะมาก
  • หอยเชลล์อบ(ย่าง)เนย (200 บาท) เป็นอีกเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน ด้วยขนาดของหอยที่ใหญ่ ย่างเนยหอม ๆ กินแล้วฟินแน่นอน
  • ปลากระพง (ราคา 380 บาท) ที่นี่จะใช้ปลาเป็นแบบสดสด โดยสามารถนำมาปรุงเป็นเมนูได้หลากหลาย เช่น ปลากระพงนึ่งมะนาว ปลากระพงนึ่งซีอิ๊ว ปลากระพงทอดน้ำปลาเสิร์ฟคู่กับยำมะม่วง จะได้เนื้อปลาที่เด้ง ขาว หอม ไม่คาวเลย

พิกัด

ปัจจุบัน ร้านอบอร่อยที่เป็นเจ้าของผู้ก่อตั้งดั้งเดิมมีอยู่ 4 สาขาได้แก่

  • อบอร่อยสาขาราชพฤกษ์ (อยู่เส้นถนนพระเทพ) เป็นเส้นถนนตัดใหม่ระหว่างพรานนกกับพุทธมณฑลสาย 1 ที่อยู่ 314 314/1-5 ถนนพรานนก – พุทธมณฑลสาย 4 แขวง บางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170 
  • วันจันทร์-ศุกร์ เปิด 11.30-22.30
  • วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิด 11.00-22.30 น.
  • เบอร์โทร 089 015 5656 และ 063 364 6626
  • อบอร่อยสาขาบางนา 29 ซอย ศรีนครินทร์ 56 แขวง หนองบอน เขต ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
  • จันทร์-อาทิตย์ เปิด 10.00-22.00
  • โทร 095 442 2966, 098 997 8922
  • อบอร่อยสาขาสเปซ รามคำแหง 2 (ขณะนี้ปิดร้านชั่วคราว เนื่องจากกำลังหาทำเลร้านใหม่)
  • อบอร่อยสาขาเกษตร-นวมินทร์ เป็นสาขาน้องใหม่ ตั้งอยู่ที่หลักตอม่อที่ 115 ที่อยู่ 288 ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 เพิ่งเปิดให้บริการปลายเดือนมกราคม 2564 นี้เอง 
  • วันจันทร์-ศุกร์ เปิด 11.30-22.30
  • วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิด 11.00-22.30 น.
  • โทร 063 494 9556, 097 449 6569

Delivery: ช่วงโควิด ทางร้านมีบริการส่งตรงทุกเมนูถึงบ้าน สามารถโทรสั่งรายการอาหารได้ตามเบอร์ติดต่อทางร้านที่ใกล้บ้านโดยตรง หรือจะสั่งผ่าน LineMan ก็ได้

2. ร้านอาหารทะเล สมบูรณ์โภชนา

ร้านอาหารทะเล สมบูรณ์โภชนา

           ต้นตำรับปูผัดผงกะหรี่ ต้องที่นี่เท่านั้น ร้านอาหารทะเลชื่อดังกลางกรุง สมบูรณ์โภชนา หากมาถึงร้าน แต่ไม่ได้สั่งเมนูนี้ ถือได้ว่าไม่ได้มา เป็นร้านที่เปิดมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ได้รับการยอมรับและกล่าวขวัญถึงจากนักชิมทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจาก CNN ช่องข่าวสถานีของประเทศอเมริกาที่โด่งดังไปทั่วโลกว่า เป็น 1 ใน 50 เหตุผลที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก และยังได้ยกย่องอีกด้วยว่า ปูผัดผงกะหรี่ ของร้านอาหารทะเลร้านนี้ เป็นเมนูปูผัดผลกะหรี่ที่อร่อยที่สุดในเอเชีย ก็ว่าได้

          ทำไมร้านสมบูรณ์โภชนา จึงเป็นร้านในระดับตำนาน เรามาดูส่วนประกอบของแต่ละเมนูเด็ดของร้านกัน ว่ามีจุดเด่นอะไรบ้าง

เมนูเด็ด :

  • ปูผัดผงกะหรี่ (420/600/1,200 บาท) เมนูสำคัญที่วัดความเก๋าของร้านอาหารทะเล จุดเด่นของเมนูนี้คือ ปูทะเลสดที่ส่งตรงมาจากอ่ายไทย เป็นปูที่ได้รับการคัดสรรว่าคุณภาพดีที่สุด ตัวใหญ่ เนื้อหวานแน่น ก้ามโต ผัดกับซอสผงกะหรี่ที่เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น ร่วมด้วย ต้นหอมและพริกชี้ฟ้าสด เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ลูกค้าสั่งมากที่สุด ทุกโต๊ะและทุกสาขา
  • กุ้งอบวุ้นเส้น (340/600 บาท) เมนูนี้ได้รับการแนะนำให้ชิมโดยมิชลินสตาร์ ด้วยคุณภาพและความสดของกุ้ง รวมถึงการปรุงอย่างพิถีพิถัน จึงทำให้ถูกคัดเลือกอยู่ใน Michelin Guide Bangkok 2018 (สาขาสุรวงศ์) 
  • ต้มยำกุ้ง (320/520 บาท) เป็นต้มยำกุ้งที่ปรุงรสชาติได้อร่อย เข้มข้นและกลมกล่อม ครบเครื่องรสต้นตำรับต้มยำแบบไทยแท้ดั้งเดิม และเป็นเมนูที่ได้รับรางวัลอาหารถิ่นที่ห้ามพลาดอีกด้วย ภายใต้โครงการอาหารไทยยอดนิยม ของจังหวัดกรุงเทพฯ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • ปลากะพงทอดน้ำปลา (530 บาท) เป็นเมนูที่คัดสรรปลากะพงสด ที่เนื้อแน่นจากแห่งคุณภาพ ทอดในน้ำมันที่ร้อนจนท่วมตัวปลา ทอดจนกระทั่งกรอกนอกนุ่มใน แล้วราดด้วยซอสน้ำปลาที่ปรุงพิเศษ หอมอร่อย รสกลมกล่อม
  • กุ้งก้ามกรามผัดพริกเกลือ (500-1,000 บาท) คัดสรรกุ้งก้ามกรามตัวโต เนื้อสด แน่นจากแหล่งคุณภาพ ผัดคลุกเคล้ากับพริก กระเทียมและเกลือในสไตล์ต้นตำรับฮ่องกง ให้รสถึงเครื่องกลมกล่อม
  • กุ้งแม่น้ำเผา (500-1,000 บาท) เป็นเมนูกุ้งที่ถูกสั่งเป็นประจำทุกโต๊ะทุกสาขาอีกเมนูหนึ่ง หากไม่ได้สั่งเมนูนี้ ถือได้ว่ามาไม่ถึงร้านก็ว่าได้
  • นอกจากเมนูอาหารทะเลแล้ว ร้านอาหารทะเลนี้ยังมีเมนูที่น่าสั่งเพื่อเป็นเครื่องเคียงได้ เช่น ผัดผักบุ้งไฟแดง กระเพาะปลาน้ำแดง ผัดผักกระเฉดไฟแดง มะเขือปลาเค็ม รวมมิตรทอด (คือทอดมันกุ้งแฮกึ้นและทอดมันกุ้งนั่นเอง) และซี่โครงหมูอบยอดผัก

พิกัด มี 8 สาขาเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น (ไม่มีสาขาอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ)

สาขาบรรทัดทอง

  • ที่ตั้ง 895/6-21 ซ.จุฬาฯ 8 ถ.บรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
  • เวลาเปิดให้บริการ 11-22 น.
  • โทร 02-216-4203-5

สาขาสุรวงศ์

  • ที่ตั้ง 169,169/7-12 ถ.สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
  • เวลาเปิดให้บริการ 11-22 น.
  • โทร 02-233-3104, 02-234-4499

สาขารัชดา

  • ที่ตั้ง 167/9-12 สี่แยกห้วยขวาง ถ.รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
  • เวลาเปิดให้บริการ 11-22 น.
  • โทร 02-692-6850-2

สาขาอุดมสุข (บางนา)

  • ที่ตั้ง 26 ซ.อุดมสุข 60 ถ.สุขุมวิท 103 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
  • เวลาเปิดให้บริการ 11-22 น.
  • โทร 02-746-6850-2

สาขาสามย่าน

  • ที่ตั้ง 315 อาคารจามจุรีสแควร์ ชั้น G ถ.พญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
  • เวลาเปิดให้บริการ 11-21 น.
  • โทร 02-160-5100

สาขาเซ็นทรัลเอ็มบาสซี

  • ที่ตั้ง ช้ัน 5 เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ 1031 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน 10330
  • เวลาเปิดให้บริการ 11-21 น.
  • โทร 02-160-5965-6

สาขาสยามสแควร์วัน (SQ1)

  • ที่ตั้ง ชั้น 4 อาคารสยามสแควร์วัน 388 ถ.พระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
  • เวลาเปิดให้บริการ 11-21 น.
  • โทร 02-115-1401-2

สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

  • ที่ตั้ง C602 ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เลขที่ 4, 4/1-4/2, 4/4 ถ.ราชดําริห์ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
  • เวลาเปิดให้บริการ 11-21 น.
  • โทร 02-090-6602

Delivery : ในยุคโควิดแบบนี้ ทางร้านก็มีบริการแบบออนไลน์ โดยสามารถโทรสั่งตรงได้กับทางร้าน หรือผ่านไลน์ หรือ LineMan

3. ร้านอาหารทะเล เจ๊ไข่ซีฟู้ด

ร้านอาหารทะเล เจ๊ไข่ซีฟู้ด

          อีกหนึ่งตำนานของร้านอาหารทะเลยอดนิยมของคนกรุง จากร้านรถเข็น จนผ่านมากว่า 40 ปี มีร้านที่มีพื้นที่ติดกันกว่า 8 คูหาริมถนนที่เรียกว่าราคาทองคำเลยทีเดียวย่านประชาชื่น ผ่านไปทีไรไม่เคยไม่เห็นลูกค้าแน่นร้าน ร้านเจ๊ไข่มีชื่อเสียงมาจาก หอยหวาน และได้ขยายกิจการจนเป็นร้านอาหารทะเลอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

          จุดเด่นที่ทำให้ร้านอาหารทะเลแห่งนี้เป็นที่ชื่นชมของบรรดาเหล่าสาวกอาหารทะเลก็คือ ความสด ซึ่งทางร้านจะใช้ของที่สดมากจริง ๆ เรียกว่ายังเป็น ๆ มาจากทะเลก็ได้ อีกทั้งราคาก็สมราคา ลูกค้าที่แวะเวียนมากินกัน ไม่ต้องกังวลเลยว่า อาหารจะสดหรือไม่ เพราะสดทุกวัน ส่วนน้ำจิ้มก็ปรุงจนได้รสชาติที่พิเศษ ไม่เหมือนใคร เวลาที่กินกับอาหารทะเลเผาสด ๆ จะได้รสชาติที่ลงตัวพอดี ส่วนของวัตถุดิบอาหารทะเลที่จะนำมาปรุงให้ลูกค้ากินนั้น ก็มีอย่างหลากหลายและหลายเมนู เป็นร้านอาหารทะเลที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ไม่ซ้ำกันเลย

เมนูเด็ด

  • กุ้งแม่น้ำเผา (1,600 บาทต่อกิโลกรัม) เนื้อกุ้งจะแน่น อวบ และฟูมาก ๆ หลังจากเผาเรียบร้อยแล้ว มันกุ้งจะเยิ้มออกมา เมื่อราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเฉพาะของทางร้าน ก็จะทำให้ต้องสั่งเพิ่มอีกแน่นอน ถ้าไม่ห่วงว่ากระเป่าตังค์จะเบา
  • หมึกไข่นึ่งมะนาว (150 บาท) ใช้ปลาหมึกตัวโต ๆ ไข่แน่นไปทั้งตัว ปรุงรสให้แซ่บและเปรี้ยวถึงใจ กินแล้วรับรองว่า หน้าเด้ง ผิวตึงอย่างแน่นอน 
  • หอยหวานเผา (1,100 บาทต่อกิโลกรัม) เรียกได้ว่าเป็นเมนูยุคบุกเบิกของทางร้านเลยทีเดียว หอยตัวใหญ่ เผาจนสุก กรอบกำลังดี กัดลงไปจะกรุบ ๆ แถมด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด 

พิกัด : ถนน ประชาชื่น อยู่ระหว่าง ซ.ประชาชื่น 37-38 โทร 02-585-3641,081-889-3739 

Delivery : ทางร้านมีบริการส่งถึงบ้านโดยระยะทางไม่ไกลมาก หรือจะสั่งผ่าน Lineman ที่สำคัญตอนนี้มีเมนูเซ็ทราคาคุ้มค่า ที่สุดส่งตรงถึงบ้านคุณ

4. ร้านอาหารทะเล The Seafood Café & Restaurant

ร้านอาหารทะเล The Seafood Café & Restaurant

          เป็นร้านอาหารทะเลซีฟู้ดที่ตกแต่งในแนวร้านอาหารคาเฟ่ เนื่องจากเจ้าของเป็นทายาทรุ่นที่สองของตระกูล เหมาะกับกลุ่มคนทำงานหรือวัยรุ่นที่อยากกินอาหารทะเล พบปะเพื่อนฝูง แต่ไม่ใช่แนวดั้งเดิม อยากได้อะไรที่ใหม่ ๆ ขอเชิญร้านนี้เลย เพราะการตกแต่งร้านเป็นแบบแนวสมัยใหม่ผสมกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนเนื่องจากทำเลที่ตั้งของร้านอยู่บนถนนไชน่าทาวน์หรือเยาวราชนั่นเอง แต่แม้ว่าจะบริหารงานโดยคนรุ่นใหม่ หากแต่ยังคงคุณภาพของอาหารและรสชาติของอาหารทะเลไว้ไม่ผิดเพี้ยนสมัยรุ่นบรรพบุรุษ 

เมนูเด็ด

  • รวมทะเลเผา (850 บาท) เป็นชุดรวมอาหารทะเลเผา ได้แก่ กุ้ง ปู ปลาหมึก หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ หอยแครง เผาจนสุกและมีกลิ่นหอม กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บสูตรดั้งเดิมของทางร้าน รับรองจะติดใจ
  • ชุดทะเลกระทะร้อนซอสผงกะหรี่/ซอสพริกเผา (850 บาท) เป็นชุดอาหารทะเล ประกอบด้วย กุ้ง ปู ปลาหมึกและหอยแมลงภู่ ผัดให้เข้ากับผงกะหรี่ หรือน้ำพริกเผา ที่เข้มข้นจนหอม เสิร์ฟบนกระทะร้อน ทำให้รู้สึกถึงความสดของอาหารเมื่อกินเข้าปาก
  • ปลาหมึกผัดพริกเกลือ (200 บาท) ปรุงจากเนื้อปลาหมึกสดเด้ง ผัดกับพริกกระเทียมจนหอม มีรสของพริกนิด ๆ พอให้รู้สึกตัดรสชาติ กินหมดแบบไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว
  • กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ (600 บาท) โดยเป็นกุ้งแม่น้ำไซด์ขนาด 3-4 ตัวต่อกิโลกรัม เผาจนสุกได้ที่กำลังดี มันเยิ้ม ๆ เสิร์ฟด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด อร่อยมาก
  • นอกจากนี้ ยังมีชุดสั่งกลับบ้านพิเศษช่วงโควิด โดยมีทั้งปลาและอาหารทะเลอย่างอื่น เช่น ปูเนื้อผัดซอสไข่เค็ม (ไซด์ S ราคา 400 บาท) เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหอมมะลิหุงสุกร้อน ๆ และยังมีจัดโปรโมชั่นเพื่อต้อนรับเทศกาลต่าง ๆ เช่นตรุษจีนออกมาให้ลูกค้าได้เลือกสรรกันอีกด้วย

พิกัด : ถนนผดุงด้าว แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์

โทร : 093 423 2999

เปิดให้บริการ : ทุกวันเว้นวันพุธ ระหว่างเวลา 11-23 น.

Delivery : สามารถโทรสั่งตรงกับทางร้าน ที่ Line official @theseafoodcafe_bkk หรือสั่งผ่าน Lineman ก็ได้

5. ร้านอาหารทะเล ร้านกินลมชมสะพาน 

ร้านอาหารทะเล ร้านกินลมชมสะพาน

          หากใครต้องหาร้านอาหารทะเลพร้อมกับชมวิวธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปด้วยแล้วหล่ะก็ ขอแนะนำร้าน กินลมชมสะพาน แห่งนี้เลย เป็นร้านที่เปิดมาได้เกือบ 20 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เพิ่งเริ่มมีสะพานพระราม 8 แถวบางขุนพรหมใหม่ ๆ จากร้านนี้ เป็นจุดที่สามารถเห็นสะพานพระราม 8 ได้ในระยะที่ใกล้ชิดเลยทีเดียว จะได้สัมผัสกับสะพานอันยิ่งใหญ่อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสามารถชมวิวของแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นแม่น้ำที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศได้ในคราวเดียวกัน

          ด้วยความที่อยากให้เข้ากับบรรยากาศ ทางร้านจึงสรรหาเมนูพิเศษที่คิดขึ้นเอง โดยยังอนุรักษ์ความเป็นไทยดั้งเดิม ผสมผสานกับรสชาติที่ถูกปากคนไทย และได้รับการปรุงอย่างพิถีพิถันจากเชฟมือหนึ่ง อีกทั้งการรักษามาตรฐานของทางร้าน ในด้านของคุณภาพอาหารที่ต้องสดและรสชาติดี บวกกับบริการอันดีเยี่ยม ร้านกินลมชมสะพาน จึงเป็นร้านอาหารทะเลที่ยังเป็นที่นิยมของคนในกรุงอีกหลาย ๆ คนจนถึงปัจจุบัน

เมนูเด็ด

  • ปลากระพงเผาเกลือ (390 บาท) ปลากระพงตัวใหญ่ เผาจนเนื้อนุ่มแต่ไม่แห้งมาก มีความชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มสองแบบคือ น้ำจิ้มซีฟู้ด กับน้ำจิ้มแจ่ว รับรอง กินแล้วได้โปรตีนครบ แถมไม่อ้วนอีกด้วย
  • กุ้งแม่น้ำราดซอสมะขาม (550 บาท) เสิร์ฟด้วยกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่หัวมีมันเยิ้ม สดมาก ราดด้วยน้ำซอสมะขาม ออกเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ถูกใจคุณหนู ๆ หรือผู้สูงอายุที่ไม่ชอบทานเผ็ดได้ดีอีกจานหนึ่ง
  • ข้าวผัดปู (180/320 บาท) เป็นอาหารยอดนิยมอีกเมนูหนึ่ง คัดสรรปูม้าก้อนใหญ่เต็มคำ คลุกเคล้าด้วยข้าวหอมมะลิคุณภาพดี ใส่ไข่สดใหม่สีเหลืองนวล เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปให้กินแล้วคล่องคอทีเดียว
  • ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน (290 บาท) เป็นห่อหมกที่หอม อ่อน นุ่ม พริกแกงที่ตำเองด้วยส่วนผสมที่พอเหมาะ คงไว้ในความเป็นไทยแท้ เติมกะทิที่เข้มข้น วัตถุดิบอาหารทะเลที่สด ทั้งหมดเสิร์ฟอยู่ในมะพร้าวอ่อนลูกโต ที่อัดแน่นด้วยความเข้มข้นของเครื่องห่อหมก กินแล้วเจริญอาหารดีแท้
  • นอกจากอาหารทะเลไทยแล้ว ทางร้านยังมีเมนูอาหารญี่ปุ่น แนวซูชิ อาหารยุโรป พร้อมให้บริการ

พิกัด : 1/6 ถนนสามเสน ซอย 3 แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร

เวลาเปิดให้บริการ : 10-21 น.

โทร : 081 893 5552, 02 628 8382

Delivery : สามารถสั่งผ่านได้ทาง LineMan หรือ Grabfood 

          ร้านอาหารทะเล เป็นเหมือนแหล่งรวมความสุข เชื่อมความอบอุ่นความสัมพันธ์ ของเพื่อนฝูง ญาติมิตร ยิ่งในช่วงเวลาสำคัญ ๆ เช่นงานเลี้ยงฉลองต่าง ๆ ใคร ๆ ก็อยากมีอาหารมื้อพิเศษ เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนให้กับการทำงาน วันนี้เราจึงคัดสรรร้านอาหารทะเลที่เพียบพร้อมด้วยคุณภาพ บริการ และมาตรฐานที่ใครๆ ต่างยกให้เป็นร้านอาหารทะเลในดวงใจมาฝากกัน