logo

          สำหรับน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ที่ถือเป็นฮีโร่สำหรับคุณแม่บ้าน ในการแก้ปัญหาคราบฝังแน่นกับเสื้อผ้า ซึ่งเป็นปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่ สำหรับแม่บ้านทุกยุคทุกสมัย เพราะหากเป็นคราบแบบไม่ฝังลึกเกินไปนัก ก็ยังพอจะเอาออกจากเสื้อผ้าได้ง่ายหน่อย แต่หากเป็นคราบติดแน่นฝังลึก และฝังกระทั่งอยู่ทนและอยู่นานกับเนื้อผ้าล่ะ คงขจัดคราบฝังนั้นได้ยากพอสมควร น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าจึงเป็นอีกตัวช่วยที่ดีของคุณแม่บ้าน ในการขจัดคราบฝังลึกบนเสื้อผ้าให้หมดไปได้ แต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับการขจัดคราบให้ตรงตามประเภทของคราบบนเสื้อผ้า ไลฟ์สไตล์ในแบบ CondoNewb จะไปหาคำตอบกันว่าจะมีวิธีเลือกและใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าอย่างไร เพื่อขจัดคราบเปื้อนบนเสื้อผ้าให้ดีที่สุด

 

. . . . . . . . . .

สาเหตุของการเกิดคราบฝังลึกในเสื้อผ้า

          คราบฝังลึกในเสื้อผ้ามีสาเหตุจากหลายอย่าง หากเกิดคราบติดแน่นกับเสื้อผ้าของใคร ก็คงเป็นปัญหาหนักใจพอสมควร ซึ่งสาเหตุของการเกิดคราบฝังลึกในเสื้อผ้า และวิธีขจัดคราบบนเสื้อผ้าเหล่านั้น มีดังนี้

คราบเหงื่อไคล

          สาเหตุของคราบฝังลึกในเนื้อผ้าที่หลีกเลี่ยงมีไม่ได้ คือ คราบที่มาจากเหงื่อไคลในที่นี้อาจจะรวมไปถึงคราบปัสสาวะด้วย เนื่องจากสภาพอากาศของเมืองร้อนอย่างประเทศไทยนี้ ยิ่งมีส่วนทำให้เหงื่อไคลของแต่ละคน ออกมาเปื้อนกับเสื้อผ้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากใครเป็นคนที่มีเหงื่อไม่เยอะนัก คงสามารถขจัดคราบเหงื่อด้วยน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีฤทธิ์ในการขจัดคราบที่รุนแรงมากนัก แต่สำหรับผู้ที่มีเหงื่อค่อนข้างมาก และคราบเหงื่อนั้นติดฝังแน่นกระทั่งกลายเป็นสีเหลือง โดยเฉพาะบริเวณปกคอเสื้อและบริเวณรักแร้คงจะต้องใช้วิธีการขจัดคราบเหงื่อบนเสื้อผ้า อย่างหนักกว่าคราบเหงื่อทั่วไป ซึ่งวิธีการในการขจัดคราบเหงื่อไคลฝังลึกสามารถทำได้โดย

          สำหรับวิธีการซักและขจัดคราบเหงื่อไคล สามารถทำได้ง่ายขึ้น โดยก่อนการซักด้วยน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าให้ซักด้วยน้ำเย็นก่อน เพื่อให้เหงื่อไคลและคราบที่พอจะออกง่ายหลุดออกไปก่อน ต่อจากนั้นจึงนำไปแช่ก่อนเป็นเวลา 15 นาที หรือจะซักด้วยน้ำยาขจัดคราบทันทีก็ได้ แต่หากแช่ไว้ก่อนจะสามารถขจัดคราบได้ง่ายกว่าการซักทันที เมื่อแช่ผ้านั้นไว้ประมาณ 15 นาทีแล้ว จึงซักด้วยน้ำเย็นอีกรอบหนึ่ง จากนั้นจึงนำไปซักด้วยผลิตภัณฑ์ซักฟอกตามปกติ ก็จะสามารถขจัดคราบเหงื่อไคลบนเสื้อผ้า ทำให้เสื้อผ้ากลับมาขาวสดใสขึ้น

คราบจากน้ำชาและกาแฟ

          คราบน้ำชาและกาแฟเป็นอีกคราบหนึ่ง ที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าของใคร แล้วจะขจัดออกยากมาก จึงต้องมีขั้นตอนที่ต้องมีความอดทนสำหรับการขจัดคราบชาและกาแฟออกไป ซึ่งก่อนที่จะใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้านั้น จะต้องเริ่มต้นล้างคราบชากาแฟที่ติดบนเสื้อผ้านั้นด้วยน้ำเย็นก่อน จากนั้นให้ใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าซักโดยตรงกับบริเวณที่มีคราบนั้น และปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงนำเสื้อผ้านั้นไปซักด้วยผงซักฟอก และสารฟอกขาวตามปกติ จะทำให้เสื้อผ้ากลับมาขาวขึ้น แม้จะไม่ได้ช่วย 100% แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่ดี และทำให้ปลอดภัยกับเนื้อผ้า

น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า

คราบดินเหนียวหรือดินน้ำมัน

          ถือเป็นคราบที่สร้างปัญหา ให้กับแม่บ้านมากพอสมควร เพราะหากเกิดคราบเหล่านี้ กับเสื้อผ้าของใครแล้ว ก็อาจจะเอาคราบนั้นออกจากเสื้อผ้าได้ยาก โดยทั่วไปคราบดินเหนียวหรือดินน้ำมันจะเกิดกับเด็กๆ ที่ยังไม่มีการระวังมากพอทำให้เกิดคราบบนเสื้อผ้าได้ ส่วนวัยผู้ใหญ่จะไม่เจอคราบนี้สักเท่าไหร่ และเมื่อเกิดคราบแบบนี้กับเสื้อตัวเก่งของคนในบ้าน คุณแม่บ้านคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการขจัดคราบนี้ออกไป โดยเริ่มจากการแช่ในน้ำเย็นที่มีการผสมน้ำยาซักผ้าเป็นเวลาประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ต่อจากนั้นให้ล้างเสื้อผ้าในน้ำเย็น และใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าซักโดยตรง ซึ่งบางครั้งการซักครั้งเดียวคราบอาจจะไม่หลุดออกทั้งหมด ในขั้นตอนการซักด้วยน้ำยาขจัดคราบจึงต้องมีการซักซ้ำอีกรอบก่อนที่จะนำเสื้อผ้าไปซักฟอกด้วยวิธีการปกติ

คราบไขมันและน้ำมัน

          สำหรับวิธีการขจัดคราบบนเสื้อผ้าเกิดจากคราบไขมันหรือคราบน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นคราบของน้ำมันหมู น้ำมันพืช หรือจะเป็นคราบเนยที่ใช้ปรุงอาหาร หรือคราบจากน้ำมันเครื่อง เป็นต้น คราบไขมันและน้ำมันเหล่านี้ หากเกิดขึ้นกับเสื้อผ้าของใครแล้วคงต้องคิดมากเลยล่ะ เพราะค่อนข้างขจัดออกยากมาก จึงต้องมีการใช้ขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อให้ถนอมเนื้อผ้าไม่ให้ถูกทำลาย ในระหว่างขั้นตอนการขจัดคราบเหล่านั้น ซึ่งการขัดคราบนี้จะต้องมีการปรับสภาพเนื้อผ้า ให้เหมาะสมก่อนที่จะนำมาใช้ กับน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า โดยการแช่เสื้อผ้าที่ติดคราบน้ำมัน ในน้ำยาซักผ้าผสมกับน้ำอุ่น หากคราบน้ำมันหรือไขมัน ที่ติดบนเสื้อผ้าจำนวนมาก และคาดว่าน้ำยาซักผ้ากับน้ำอุ่นคงช่วยอะไรมากนัก ให้ใช้น้ำยาล้างจานผสมแทนเพื่อขจัดคราบไขมันก่อนเบื้องต้น จากนั้นนำไปซักโดยตรงกับน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า ก่อนที่จะนำไปซักด้วยวิธีการซักผ้าแบบปกติ

คราบไขมันและน้ำมัน

คราบฝังลึกจากเอนไซม์

           คราบเอนไซม์เป็นคราบฝังลึกบนเนื้อผ้า ที่ดูแลรักษาและขจัดคราบออกยาก ไม่ว่าจะเป็นคราบเลือด คราบน้ำเหลืองหรือหนองจากแผล เป็นต้น วิธีการขจัดคราบบนเสื้อผ้า ที่เกิดจากเอนไซม์ เริ่มต้นด้วยการเทน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าลงบนคราบนั้นทันที และทำการถูเบา ๆ ในลักษณะเป็นวงกลม ให้น้ำยาซึมลงไปในเนื้อผ้า ตรงบริเวณคราบนั้น หากเกินกว่าที่จะถูและขยี้ให้ออกด้วยมือเปล่า สามารถใช้แปรงซักผ้าเข้ามาช่วย แต่ต้องระมัดระวังไม่ถูแรงเกินไปกระทั่งทำให้เนื้อผ้าเสีย ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที และหลังจากนั้นนำไปซักด้วยผงซักฟอก หรือน้ำยาซักผ้าตามปกติ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำจัดคราบเอนไซม์ออกไปได้หมด

คราบจากหมึกปากกา

          คราบจากหมึกปากกาสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะมีโอกาสที่จะพลาดโดนปลายปากกาขีดเขียนบนเสื้อผ้าด้วยความเผลอเรอกันทุกคน แต่เมื่อเกิดคราบขึ้นแล้วจะมีวิธีขจัดคราบบนเสื้อผ้านั้นอย่างไร คงเป็นเรื่องยากพอสมควร แต่มีวิธีการที่คุณแม่บ้านสามารถนำมาใช้เพื่อการขจัดคราบหมึกปากกาได้ดีขึ้น โดยใช้น้ำยาล้างเล็บที่สามารถสลายคราบหมึกปากกาได้ ซึ่งจะใช้น้ำยาล้างเล็บชุบกับทิชชูหรือสำลีและนำไปวางบนรอยเปื้อนนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยด่างบนเสื้อผ้า แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำไปขยี้ซ้ำโดยตรงด้วยน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า โดยจะซักด้วยการถูและขยี้ กับน้ำยาขจัดคราบนั้น ก่อนที่จะนำไปซักด้วยผงซักฟอก หรือน้ำยาซักผ้า ด้วยวิธีการซักผ้าแบบปกติต่อไป

คราบจากหมึกปากกา

คราบจากซอสมะเขือเทศและเครื่องปรุง

          คราบซอสมะเขือเทศหรือเครื่องปรุงเป็นอีกคราบหนึ่งที่ทำให้คุณแม่บ้านกลุ้มใจไม่แพ้คราบอื่นๆ เพราะถึงแม้จะเป็นแค่ซอส แต่หากสีแดงของซอสได้ติดบนเนื้อผ้าแล้ว ก็ซักด้วยน้ำยาซักผ้าแบบปกติหลายรอบเพียงใด ยังทิ้งรอยสีแดงไว้บนเสื้อผ้าตัวโปรดอยู่เหมือนเดิม ซึ่งวิธีการขจัดคราบบนเสื้อผ้าจากรอยของซอสมะเขือเทศและเครื่องปรุงนี้ สามารถทำได้โดยการใช้สบู่หรือน้ำยาล้างจานล้างบริเวณที่เป็นรอย จะช่วยในการล้างไขมันออกจากคราบนั้น จากนั้นให้นำน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าป้ายลงบนคราบซอสมะเขือเทศ และทิ้งเวลาไว้ประมาณ 5 - 10 นาที หรือจะใช้เวลานานขึ้นหากคราบติดปริมาณมาก หรือจะใช้น้ำส้มสายชูป้ายลงบนรอยนั้น เพื่อให้คราบหลุดง่ายขึ้นด้วยก็ได้ แต่ต้องใช้กับเสื้อผ้าสีขาวเท่านั้น หากเป็นเสื้อสีอาจจะทำให้มีรอยด่างได้ จากนั้นขยี้หรือแปรงบริเวณนั้น กระทั่งคราบซอสหลุดออกไป แล้วนำไปซักด้วยผงซักผ้าหรือน้ำยาซักผ้าตามปกติ เพื่อช่วยให้เสื้อผ้าสะอาด และพร้อมนำไปใส่มากขึ้น

คราบเหลืองจากการใช้เป็นเวลานาน

          การใช้เสื้อผ้าโดยเฉพาะเสื้อผ้าสีขาว เมื่อใช้ผ่านไปสักระยะเวลาหนึ่งจะมีการเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ทำให้มองดูไม่สวยและไม่สดใสเหมือนซื้อมาแรกๆ วิธีขจัดคราบบนเสื้อผ้าแบบนี้ สามารถนำวัสดุที่มีในครัว มาใช้สำหรับการนำคราบออกจากเสื้อผ้า โดยใช้เปลือกไข่ป่นละเอียดใส่ลงไปในกะละมังซักผ้าที่มีน้ำ แช่ทิ้งไว้สักครู่หรือประมาณ 10 - 20 นาทีก็ได้ จากนั้นนำน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า มาป้ายลงบนบริเวณคราบโดยตรงและขยี้หรือแปรงบริเวณนั้น โดยเฉพาะบริเวณปกคอเสื้อ รักแร้ เป็นต้น หากเสื้อผ้านั้นมีรอยค่อนข้างเยอะ ก็ให้ใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าขยี้ในน้ำเปล่าเพื่อให้คราบและรอยเหลืองบนเสื้อผ้าหลุดออกไป ก่อนนำไปซักด้วยน้ำยาซักผ้าขาวด้วยวิธีการซักผ้าแบบปกติ เพื่อให้ผ้าสะอาดแลดูขาวเหมือนเพิงซื้อมาอีกครั้ง

คราบเหลืองจากการใช้เป็นเวลานาน

คราบเกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

          คราบแอลกอฮอล์มีโอกาสเกิดได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือคุณผู้หญิงเองก็ตาม อาจจะมีการเปื้อนจากแอลกอฮอล์ระหว่างการสังสรรค์กับเพื่อน ที่ทำงาน หรือครอบครัว เมื่อเกิดการเปื้อนขึ้นจะมีวิธีการขจัดคราบบนเสื้อผ้านั้นอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไป และถือเป็นพื้นฐานเมื่อมีคราบเปื้อนบนเสื้อผ้า จะนำไปล้างด้วยน้ำเปล่าบริเวณที่มีรอยนั้น หรือหากมีรอยมากให้แช่ในน้ำเย็นประมาณ 30 นาที และใช้น้ำยาล้างจานบนคราบเปื้อนนั้นขณะที่ยังเปียก หากไม่ทำลายเนื้อผ้าแล้วตามด้วยน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าโดยตรงกับรอยนั้น และขยี้เบาๆ กับเนื้อผ้า รวมทั้งสามารถใช้น้ำยาซักฟอกขาวกับน้ำร้อนเพื่อขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า หากน้ำยาฟอกขาวนั้นไม่ทำลายเนื้อผ้า แต่ถ้าไม่มั่นใจหลังจากซักด้วยน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าแล้ว ให้ใช้ผงซักฟอกซักและล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดก็ได้

คราบจากเครื่องสำอาง

          สำหรับคราบจากเครื่องสำอาง คุณผู้ชายคงไม่มีปัญหาเรื่องนี้มากนัก เพราะไม่ต้องใช้เครื่องสำอางหลายอย่างเหมือนคุณแม่บ้านทั้งหลายอยู่แล้ว จนทำให้เกิดการเลอะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าได้ วิธีขจัดคราบบนเสื้อผ้าอันเกิดจากเครื่องสำอาง สามารถทำได้โดยใช้น้ำยาล้างจาน หรือสบู่ก้อนถูบนคราบนั้น ก่อนที่จะใช้น้ำยาขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า ลงบนบริเวณที่เป็นรอยโดยตรง จากนั้นให้รอเวลาสักครู่ เพื่อรอให้รอยจางลงหรือรอยเครื่องสำอางค่อยๆ เลือนไป แล้วจึงนำเสื้อผ้านั้นไปซักด้วยผงซักฟอก หรือน้ำยาซักผ้าขาวก็ได้หากไม่เป็นการทำลายเนื้อผ้า แล้วซักล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด

 

คราบจากเครื่องสำอาง

. . . . . . . . . .

คราบที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า

          คราบบนเสื้อผ้าบางอย่างต้องเพิ่มน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า จึงจะสามารถขจัดรอยเหล่านั้นให้หมดไปได้ แต่คราบบางอย่าง ใช้การพึ่งพาวิธีการธรรมชาติและการขจัดคราบออกจากเสื้อผ้าง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้น้ำยาสำหรับขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้ามาช่วยก็ได้ ซึ่งรอยบนเสื้อผ้าเหล่านั้นมีดังนี้

คราบจากหยดน้ำตาเทียน

          หากเสื้อผ้าเปื้อนหยดน้ำตาเทียน ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าก็ได้ เนื่องจากรอยเปื้อนนั้น ไม่ได้ซึมเข้าไปในเนื้อผ้าระดับลึก ดังนั้นการนำวิธีการทางธรรมชาติมาใช้จึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่ไม่ต้องใช้น้ำยาขจัดคราบเปื้อนบนเสื้อผ้านั้น โดยใช้ก้อนน้ำแข็งมาถูบนรอยหยดน้ำตาเทียนนั้น เพราะความเย็นของน้ำแข็งจะทำให้หยดน้ำตาเทียนจับตัวเป็นก้อน แล้วจึงนำกระดาษหนามาวางทับบนรอยเปื้อน ต่อจากนั้นให้ใช้เตารีดค่อยๆ รีดตรงรอยนั้นกระทั่งน้ำตาเทียน ติดมากับกระดาษและทำให้เสื้อผ้าไม่มีรอยเปื้อนจากหยดน้ำตาเทียนอีกต่อไป

คราบจากหยดน้ำตาเทียน

คราบบนผ้าที่เกิดจากสนิม

          คราบบนเสื้อผ้าที่เปื้อนจากสนิม อาจจะเป็นคราบที่ต้องใช้วิธีการซักออกยากพอสมควร แต่ด้วยความที่สนิมจะติดบริเวณผิวผ้าด้านบน ไม่ได้ลงไปลึกเหมือนพวกคราบน้ำมัน หรือน้ำหมึก ทำให้สามารถขจัดคราบได้ง่าย โดยไม่ต้องพึงน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าก็ได้ ซึ่งวิธีการง่าย ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการกำจัดรอยสนิม โดยใช้สิ่งของที่มีในครัว เช่น เกลือและน้ำส้มสายชู นำมาผสมกันให้ข้นเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไปป้ายที่คราบเปื้อนสนิม แล้วให้นำผ้านั้นไปตากแดดจัด กระทั่งเสื้อผ้านั้นแห้ง แล้วจึงนำมาซักด้วยน้ำร้อนอีกรอบหนึ่ง วิธีการนี้เป็นวิธีการง่ายที่สุด สำหรับการกำจัดรอยสนิมจากเสื้อผ้า

คราบในเนื้อผ้าจากไวน์แดง

          เมื่อเกิดอุบัติเหตุการเปื้อนของไวน์แดง บนเสื้อผ้าระหว่างที่กำลังสังสรรค์กับเพื่อฝูงอยู่ คงทำให้อารมณ์กร่อยลงไปไม่มากก็น้อย แต่ไม่ต้องวิตกไปเพราะรอยของไวน์แดงบนเสื้อผ้า สามารถขจัดออกได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องพึ่งน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าให้ลำบาก แต่เมื่อแรกเกิดอุบัติเหตุไวน์หกบนเสื้อผ้า จะต้องรีบไปล้างด้วยน้ำเปล่าสะอาดทันที หลังจากนั้นให้ใช้น้ำร้อน ล้างบริเวณรอยนั้นหลาย ๆ รอบ จนกว่ารอยของไวน์แดงจะจางลง แล้วจึงนำไปซักด้วยวิธีการปกติ กรณีที่เสื้อผ้านั้นมีรอยเปื้อนจากไวน์แดงมาระยะหนึ่งแล้ว ให้ใช้เบกกิ้งโซดาโรยลงไปบนคราบเปื้อนนั้น พร้อมๆ กับเกลือป่น แล้วนำไปแช่น้ำร้อนกระทั่งคราบหลุดออกไป จึงนำไปซักและตากแดดให้แห้ง เพียงเท่านี้เสื้อผ้าตัวเก่งก็ใช้ได้ปกติแล้ว

คราบในเนื้อผ้าจากไวน์แดง

คราบเกิดจากเชื้อรา

          คราบเกิดจากเชื้อราบนเสื้อผ้า นอกจากจะทำให้แลดูสกปรกแล้ว ยังทำให้เสื้อผ้าเกิดกลิ่นอับ จากลักษณะทางเคมีของเชื้อรา ทำให้เสื้อผ้าชุดนั้นต้องทิ้งไปเลย แต่ทางเลือกที่จะไม่ต้องทิ้งเสื้อผ้าตัวเก่งไป สามารถนำของที่มีในธรรมชาติ มาใช้ฆ่าเชื้อราได้ โดยไม่ต้องใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า เช่น การนำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำเปล่า โดยผสมน้ำมะนาวหนึ่งส่วนต่อน้ำสองส่วน (ตามความเหมาะสมของขนาดชิ้นเสื้อผ้า ที่ต้องการทำความสะอาดคราบ) ผสมให้มีลักษณะเป็นเนื้อเหนียวข้น จากนั้นให้นำไปป้ายลงให้ทั่วบริเวณที่มีรอยเชื้อรา ต่อจากนั้นนำผ้าไปตากแดดให้แห้ง ก่อนที่จะนำไปซักด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอกตามวิธีการทั่วไป แล้วนำไปตากแดดให้แห้งอีกรอบ กรณีที่ไม่มั่นใจว่าส่วนผสม ระหว่างน้ำมะนาวกับน้ำเปล่า จะฆ่าเชื้อราบนเสื้อผ้าได้ทั้งหมด อาจจะต้องเปลี่ยนส่วนผสม จากน้ำมะนาวเป็นน้ำส้มสายชูแทน เพื่อให้มีความเป็นกรดสูงขึ้น กระทั่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้หมด

คราบเล็ก ๆ จากน้ำผลไม้

          เสื้อผ้าที่มีรอยเปื้อนเล็กน้อย หรือไม่ถึงกับเปื้อนทั้งตัวนั้น มีวิธีการขจัดคราบบนเสื้อผ้า โดยการใช้วัสดุและส่วนผสมง่ายๆ เพื่อนำมาใช้แทนน้ำยาขจัดคราบเปื้อนบนเสื้อผ้าได้จริง ซึ่งจะใช้น้ำส้มสายชูละลายในน้ำในอัตราส่วน น้ำส้มสายชู 1 ส่วนผสมกับน้ำ 2 ส่วน แล้วนำเสื้อผ้าที่เปื้อนน้ำผลไม้ มาแช่ทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง หากผ้ายังมีกลิ่นเหม็นจากน้ำผลไม้อยู่ ให้นำกลับไปซักอีกรอบหนึ่ง แต่จะมีการผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง ลงไปผสมกับน้ำยาซักผ้าด้วย เพื่อเป็นการดับกลิ่นเหม็นให้หมดไป และสามารถใช้เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจเหมือนเดิม

คราบเล็ก ๆ จากน้ำผลไม้

คราบจากโคลนและพื้นหญ้า

          คราบจากโคลนและพื้นหญ้า ถ้าไม่ใช่เสื้อผ้าสีขาว คงไม่มีผลกระทบมากนัก แต่สำหรับเสื้อผ้าสีขาวอาจจะต้องใช้วิธีการซักหลายๆ รอบหน่อย หากเป็นเสื้อผ้าสีอื่น ๆ นิยมนำมาแช่ด้วยน้ำส้มสายชูก่อน เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อให้กรดในน้ำส้มสายชู ไปสลายคราบเปื้อนในเนื้อผ้า ให้สามารถซักออกได้ง่ายขึ้น รวมทั้งเป็นการกำจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่มาจากพื้นหญ้า ให้หมดก่อนนำไปซักอีกครั้ง เมื่อแช่ไว้ครบตามกำหนดเวลาแล้ว ให้นำไปซักด้วยผงซักฟอก และน้ำยาปรับผ้านุ่มตามปกติ แล้วจึงนำไปตากแดดให้แห้ง เป็นวิธีการทางเลือกสำหรับการกำจัดคราบโดยไม่ต้องใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าเลย

คราบเกิดจากปัสสาวะ

          สำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกน้อย คงไม่ต้องการนำสารเคมีอะไรใส่ลงไป เพื่อทำการซักล้างเสื้อผ้าให้กับเจ้าตัวน้อยมากเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าสำหรับร่างกายของเด็กแล้วเลี่ยงได้จะดีที่สุด เพราะอาจจะมีผลต่อผิวและร่างกายของเด็กได้ ดังนั้นจึงมีวิธีการเพื่อซักเสื้อผ้าที่ติดคราบปัสสาวะโดยไม่ต้องใช้สารเคมี ซึ่งจะใช้วิธีการนำเสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเหลืองจากปัสสาวะ ไปแช่ในน้ำร้อนผสมกับน้ำสมสายชู อัตราส่วนเท่ากัน และแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ถ้าเนื้อผ้าที่จะแช่ค่อนข้างบาง ให้เปลี่ยนจากน้ำร้อนเป็นน้ำเย็นเพื่อถนอมเนื้อผ้าให้เหมือนเดิม หลังจากที่นำขึ้นจากน้ำที่แช่นั้นแล้ว ให้นำไปตากแดดจัด เพื่อเป็นการกำจัดเชื้อโรค และกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ไปในตัวด้วย เพื่อลูกน้อยจะได้ใส่สบายตัวที่สุด

คราบเกิดจากปัสสาวะ

คราบจาระบีที่เพิ่งเปื้อนไม่นาน

          คราบจาระบีเป็นอีกคราบหนึ่ง ที่ค่อนข้างขจัดออกได้ยากมาก โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ทิ้งคราบนั้นไว้นานๆ ยิ่งใช้วิธีขจัดคราบบนเสื้อผ้าออกยากมาก สิ่งที่ต้องทำคือเมื่อเสื้อผ้าเปื้อนจากคราบจาระบี หรือพวกน้ำมันเครื่องปริมาณไม่มากหรือเพิ่งจะเปื้อน ให้รีบใช้เกลือป่นโรย หนา ๆ ลงบริเวณที่มีคราบเปื้อนให้ทั่วเพื่อให้เกลือป่นไปดูดซับคราบไขมัน และจาระบีออกให้เหลือน้อยที่สุด ก่อนที่จะนำซักด้วยน้ำร้อนอีกครั้ง หรือหากมีรอยค่อนข้างมากอาจจะต้องซักหลายรอบ แล้วจึงนำไปแช่ด้วยนำส้มสายชู เวลาประมาณ 30 นาที แล้วนำไปซักด้วยผงซักฟอก ตามวิธีการซักปกติก่อนนำไปตากแดดจัดให้แห้ง

คราบจากน้ำยาทาเล็บบนเสื้อผ้า

          สาว ๆ ที่ชอบการทาเล็บ อาจจะเคยเจอปัญหาเรื่องการเปื้อนของน้ำยาทาเล็บที่เสื้อผ้า แต่ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร แต่รู้หรือไม่ว่ามีวิธีการขจัดคราบปนเปื้อนจากน้ำยาทาเล็บ โดยที่ไม่ต้องใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า ทำได้ง่ายจากวัสดุที่ใช้กันอยู่แล้วนั่นเอง นั่นคือ ใช้น้ำยาล้างเล็บเพื่อล้างคราบเปื้อนจากสีทาเล็บนั้น เหมือนกับการล้างสีทาเล็บบนเล็บ แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับ การเปลี่ยนสีของเสื้อผ้า เพราะน้ำยาล้างเล็บมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนเนื้อผ้าแรงพอสมควร รวมทั้งใช้น้ำยาล้างเล็บที่ไม่มีไขมัน เพราะไขมันจากน้ำยาล้างเล็บยิ่งจะทำให้เปื้อนมากขึ้น เมื่อใช้น้ำยาล้างเล็บล้างสีทาเล็บออกแล้วให้นำไปซักด้วยน้ำร้อน และตามด้วยการซักปกติ จากนั้นตากแดดจัดแห้ง เพียงเท่านี้ก็ได้ใส่เสื้อผ้าตัวเก่งเหมือนเดิมแล้ว

คราบจากน้ำยาทาเล็บบนเสื้อผ้า

คราบจากสีเทียนหรือแวกซ์

          การขจัดคราบสีเทียนหรือแวกซ์ ซึ่งมีส่วนผสมของไขมันอยู่ โดยไม่ต้องใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า สามารถทำได้ง่ายไม่ว่าลูกที่บ้านของคุณแม่บ้าน จะเล่นสีเทียนกระทั่งติดบนเสื้อผ้ามากเพียงใดก็ขจัดออกไปได้ ซึ่งหลักการขจัดคราบจากสีเทียนหรือแวกซ์ นำหลักการเรื่องความเย็นมาใช้ เพื่อให้สีเทียนหรือแว็กซ์แข็งตัว โดยใช้น้ำแข็งถูบริเวณที่มีรอยเปื้อน และขูดสีเทียนที่เป็นก้อนออกบางส่วน จากนั้นใช้กระดาษทิชชูวางทับสองด้านของรอยเปื้อนนั้น แล้วใช้เตารีดรีดด้วยความร้อนอ่อน ๆ เพื่อให้สีเทียนหรือแวกซ์ ละลายติดกับกระดาษทิชชู ต่อจากนั้นใช้แปรงหรือฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์ ค่อยเช็ดสีเทียนนั้นออกจากเสื้อผ้า สุดท้ายนำไปซักด้วยน้ำร้อน หากต้องการถนอมเนื้อผ้า สามารถซักด้วยน้ำเย็นก็ได้ ก่อนจะนำไปตากแดดให้แห้งต่อไป

 

. . . . . . . . . .

ผลิตภัณฑ์น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า

          ผลิตภัณฑ์น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าในท้องตลาด และตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป มีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ คุณภาพและระดับการขจัดคราบปนเปื้อนแตกต่างกันไป รวมทั้งราคาแพงและถูกต่างกันด้วย บางครั้งผู้ใช้ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้ายี่ห้อไหนดี ซึ่งผู้ใช้ต้องมีการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ชอบ และตอบโจทย์สำหรับการขจัดคราบบนเสื้อผ้ามากที่สุด ใช้แล้วปลอดภัยกับตนเอง และไม่ทำลายเนื้อผ้า โดยยี่ห้อของน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าที่น่าสนใจมีหลายยี่ห้อเลยไปดูกัน

Hygiene Pre Wash Stain Remover 

          ผลิตภัณฑ์น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าชนิดน้ำนี้ เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่ใช้สำหรับ การขจัดคราบบนเสื้อผ้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งยี่ห้อนี้อยู่คู่คนไทยมานานแล้ว และมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกใช้มากมาย คุณสมบัติของยี่ห้อไฮยีนนี้ จะมีหัวแปรงทำความสะอาด ซึ่งสามารถใช้แปรงทำความสะอาดนี้ สำหรับการขัดแปรงรอยเปื้อนเสื้อผ้า ให้หลุดออกง่ายขึ้น เป็นน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า ที่สามารถใช้ได้กับเสื้อผ้าทุกประเภท ที่สำคัญใช้ได้กับคราบทุกชนิด และทุกความลึกของคราบ สามารถซอกซอนเข้าไปดึงคราบ ออกจากเนื้อผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราคาก็ถูกคุ้มค่ากับคุณภาพ ขนาด 250 มิลลิลิตรราคาเพียง 29 บาทเท่านั้น 

Hygiene Pre Wash Stain Remover

Essence Phosphate Free Stain Remover 

          ผลิตภัณฑ์น้ำยาขจัดคราบเปื้อนบนเสื้อผ้าอีกหนึ่งยี่ห้อ ที่คุณภาพคุ้มกับราคา คือยี่ห้อ Essence สำหรับยี่ห้อนี้ผู้ใช้จะมั่นใจได้ว่าผ้าสะอาด รอยเปื้อนหมดแน่นอน เนื่องจากมีการผสมเอนไซม์คุณภาพ และปลอดภัยจากสารอันตราย อีกทั้งช่วยถนอมมือของผู้ใช้ด้วย นอกจากนั้นยังเป็นน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า สามารถใช้ได้ทั้งผ้าสีและผ้าขาว ขจัดคราบเปื้อนบนเสื้อผ้า โดยไม่ทำลายเนื้อผ้า ราคาคุ้มค่ากับคุณภาพ ขนาด 220 มิลลิลิตร ราคาเพียง 29 บาท จึงเป็นยี่ห้อหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก  

Essence Phosphate Free Stain Remover

Astonish Stain Remover Bar 

          สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าสูตรน้ำ สามารถเลือกแบบที่เป็นสบู่ก็มีให้เลือกใช้ เป็นผลิตภัณฑ์ออกแบบมาเหมือนสบู่ก้อน จับได้ถนัดมือเพื่อใช้ในการถูคราบเปื้อนบนเสื้อผ้า พรมและเบาะด้วย วิธีการใช้งานง่ายดีและใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสามารถขจัดคราบเปื้อนได้อย่างรวดเร็ว ใช้งานได้นาน และคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่าย เหมาะสำหรับการใช้กับคราบหลายอย่าง มีความปลอดภัยสูง ทั้งต่อผู้ใช้และต่อเนื้อผ้า อีกทั้งสามารถพกติดตัวไปได้ ในระหว่างการเดินทาง ขนาด 75 กรัมราคาเพียง 250 บาท ลองใช้ดูแล้วจะรู้ว่าราคานี้ คุ้มกับคุณภาพที่ได้รับมากเพียงใด 

Astonish Stain Remover Bar

มาดามแรด 

          ปากกาขจัดคราบ คนที่ต้องการหาน้ำยาขจัดคราบเปื้อนเสื้อผ้าที่ใช้ลบคราบเปื้อนแบบเร่งด่วน และชอบความสะดวกในการใช้งาน แนะนำให้เลือกใช้น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้ายี่ห้อมาดามแรด ปากกาขจัดคราบ เป็นน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าที่สามารถพกพาไว้ในกระเป๋าได้ เพื่อสะดวกนำมาใช้ตอนไหนก็ได้ ที่เกิดคราบเปื้อนขึ้น โดยเฉพาะหากต้องใช้ระหว่างการเดินทาง ยี่ห้อนี้ตอบโจทย์ได้ดี เพราะขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาไปในสถานที่ต่างๆ ได้ เช่น ในงานเลี้ยง ที่อาจจะมีอุบัติเหตุจากไวน์ น้ำผลไม้ หรือคราบอาหารที่อาจจะเปื้อนเสื้อผ้าได้ ปากกากำจัดคราบตัวนี้ เป็นตัวเลือกที่ดีและสะดวกมาก สำหรับการนำไปใช้ในทุกสถานที่ ราคาไม่แพงเพียง 99 บาทเท่านั้น

มาดามแรด

ไฮเตอร์ กลิ่นเฟรช 

          เป็นน้ำยาซักผ้าขาวที่อยู่คู่กับคุณแม่บ้านมานาน มีขายตามท้องตลาดทั่วไปและตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับซักผ้าขาว และกำจัดคราบฝังแน่นรวมทั้งคราบสกปรกบนเนื้อผ้าได้อย่างดี อีกทั้งสามารถขจัดกลิ่นอับและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.9% ใช้ได้ทั้งการซักมือและซักเครื่อง วิธีใช้ง่าย ๆ สำหรับการซักเครื่องโดยใช้ผลิตภัณฑ์ไฮเตอร์ ประมาณ 80 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 30 ลิตร ผสมกับผงซักฟอกจากนั้นเทลงในช่องสำหรับใส่ผลิตภัณฑ์ซักผ้า แล้วนำผ้าลงเครื่องซักโดยทำตามวิธีใช้เครื่องซักผ้าตามปกติ และการซักด้วยมือใช้ไฮเตอร์เพียง 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 10 ลิตร ผสมกับผงซักฟอกแล้วซักตามปกติ หากเสื้อผ้ามีคราบฝังแน่น จากคราบอาหาร ชา กาแฟ เลือด หมึกปากกา น้ำหวาน เป็นต้น ให้ใช้ไฮเตอร์ปริมาณ 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 2 ลิตร ผสมให้เข้ากันและนำผ้ามาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ก่อนที่จะนำไปซักและตากแดดให้แห้ง ขนาดผลิตภัณฑ์ 600 มิลลิลิตร ราคา 28 บาท

ไฮเตอร์ กลิ่นเฟรช

ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ FIGHT 

          ผลิตภัณฑ์น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า สูตรขจัดคราบลึก สามารถใช้ได้กับคราบลึกบนเสื้อผ้าทุกคราบ ทั้งผ้าสีและผ้าขาว ไม่ทำลายเนื้อผ้า และใช้งานง่ายปลอดภัยกับผู้ใช้ ซึ่งใช้หลักการนำออกซิเจนมาช่วย ในการขจัดคราบเปื้อนในเนื้อผ้าได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถขจัดคราบเปื้อนบนผ้า โดยไม่ต้องขยี้ให้เปลืองแรง จะคราบหนักคราบหนาเพียงใดก็สามารถใช้ได้ เช่น คราบเลือด คราบเอนไซม์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีหัวสำหรับ ควบคุมการไหลของผลิตภัณฑ์อย่างดี ราคาคุ้มค่ากับคุณภาพ ขนาด 425 มิลลิลิตรแค่ 39 บาท 

ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ FIGHT

ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ VANISH เอ็กซ์ตร้าไฮยีน 

          ผลิตภัณฑ์น้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้ายี่ห้อ VANISH เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อ ที่ได้รับความนิยมของคนไทย และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อ เรื่องประสิทธิภาพในการขจัดคราบเปื้อนบนเสื้อผ้า แวนิชชนิดน้ำสามารถใช้ขจัดคราบได้ทุกคราบ ใช้งานง่ายสะดวก และปลอดภัยต่อผู้ใช้ ไม่ทำลายเนื้อผ้า สามารถใช้ได้ทั้งผ้าสีและผ้าขาว อีกทั้งสามารถทำลายแบคทีเรียได้มากถึง 99.99% ใช้การขจัดคราบแบบออกซิไดซ์ หรือใช้ออกซิเจนเพื่อการขจัดคราบที่ดี รวมทั้งมีการเพิ่มสารลดแรงตึงผิว เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถเข้าไปขจัดคราบได้กว้างขึ้น ราคาขายในแม็คโครขนาด 1,000 มิลลิลิตรเพียง 109 บาท

ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ VANISH เอ็กซ์ตร้าไฮยีน

สเปรย์ขจัดคราบ Amway home SA8

          เป็นสเปรย์สำหรับขจัดคราบสกปรกก่อนการซัก เหมาะสำหรับการพกพาไประหว่างการเดินทาง เพราะมีขนาดเล็กสะดวกในการใช้ เพียงเขย่าและสเปย์ จากนั้นฉีดไปตรงจุดที่ต้องการลบคราบเปื้อนบนเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นคราบเครื่องสำอาง คราบหมึก คราบเหงื่อไคล คราบอาหารหรือคราบมัน เป็นต้น สามารถใช้ได้กับผ้าทุกเฉดสีและผ้าขาว และสามารถขจัดคราบเปื้อนบนเสื้อผ้า โดยไม่มีสารทำลายเนื้อผ้า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขนาด 350 กรัม ราคา 519 บาท

 

สเปรย์ขจัดคราบ Amway home SA8

. . . . . . . . . .

          การเลือกน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้า จะต้องเลือกให้ตรงกับจุดประสงค์ในการกำจัดคราบเสื้อผ้า เพราะผลิตภัณฑ์บางอย่าง มีความเหมาะสมกับเนื้อผ้าต่างกัน หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีและเหมาะสมกับรอยเปื้อนบนผ้าแล้ว จะสามารถแก้ไขปัญหาคราบเปื้อนนั้น ด้วยน้ำยาขจัดคราบเสื้อผ้าอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์การใช้ได้ดี