logo

          ในปัจจุบันสถานการณ์ Covid-19 ส่งผลกระทบมากมายแทบทั่วทุกประเทศ ต่างก็กำลังต้องปรับตัวกับเหตุการณ์นี้และเพื่อให้ชีวิตประจำวัน การทำงาน ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ในขณะนี้ หลายๆ บริษัทก็มีนโยบายให้พนักงานเริ่มทำงานจากที่บ้าน Work From Home เพื่อความปลอดภัยแก่พนักงานและช่วยไม่ให้ยอดผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้น พวกเราในฐานะพนักงานก็ต้องปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวัน จัดเตรียมสิ่งของที่ต้องมีติดบ้านในช่วง Work from Home กันหน่อย วันนี้เราเลยขอแนะนำสิ่งที่ควรมีไว้ในบ้านระหว่าง Work from Home

. . . . . . . . . .

9 Must have item ที่ต้องมีติดบ้านในช่วง Work from Home

1. คอมพิวเตอร์ หรือ โน้ตบุ๊ค

คอมพิวเตอร์ หรือ โน้ตบุ๊ค

ขอบคุณภาพประกอบจาก Banana 

          สำหรับการทำงาน สิ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้แน่ๆ ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์แน่นอนอยู่แล้ว ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แบบ PC ตั้งโต๊ะ หรือ โน้ตบุ๊ค laptop ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกและสไตล์การทำงานของแต่ละบุคคล หากคุณชอบทำงานที่บ้านในห้องทำงานเงียบๆ แบบใช้สมาธิจดจ่อก็ลองเลือกดู PC สักเครื่องไว้ใช้ที่บ้าน แต่สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานบ่อยๆ เพื่อให้ได้สมาธิ ได้ไอเดียใหม่ๆ สำหรับงานแล้วล่ะก็ลองดูโน้ตบุ๊คที่สะดวก พกพาไปนั่งในสวนหย่อมข้างบ้าน สวนสาธารณะ หรือร้านกาแฟก็ได้ 

          หากยังไม่รู้จะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คแบบไหนดี ก็ลองเข้าไปเปรียบเทียบคอมพิวเตอร์แต่ละรุ่น สเปคและราคาของ Dell ได้ เพราะ Dell มีผลิตภัณฑ์หลากหลายรองรับผู้ใช้งานทุกประเภทเลย

2. หูฟังพร้อมไมโครโฟน Headset

หูฟังพร้อมไมโครโฟน  Headset

ขอบคุณภาพประกอบจาก JIB 

          หูฟังพร้อมไมโครโฟน จะสำคัญก็ต่อเมื่อบริษัทมีการประชุมออนไลน์ การโทรเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดงานที่สำคัญ เพราะฉะนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมและเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ฉุกละหุก เวลาที่บริษัทหรือหัวหน้าโทรมา ยิ่งหากบ้านไหนมีสมาชิกในบ้านเยอะหรือมีเด็กเล็กอยู่ การใส่หูฟัง Headset ก็ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้าง Noise-cancelling ได้ดีอีกด้วย 

3. กล้องเว็บแคม Webcam

กล้องเว็บแคม Webcam

ขอบคุณภาพประกอบจาก JIB 

          สำหรับการทำงานที่บ้าน Work from Home บางครั้งการมีกล้องเว็บแคมก็จะเป็นสำหรับการประชุมออนไลน์ วิดีโอคอลกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน เพราะการเห็นสีหน้าท่าทางกันก็จะช่วยให้คุยรายละเอียดงานได้ง่ายและเข้าใจมากกว่า โดยกล้องเว็บแคมในท้องตลาดก็มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท สำหรับคนที่เลือกไม่ถูกว่าจะเลือกซื้ออย่างไรดี ก็ให้พิจารณาจากการใช้งานของแต่ละบุคคล โดยดูจากสเปคดังต่อไปนี้

  • เฟรมเรต (Frame rate) ความเร็วในการแสดงผลภาพ (FPS) ดูว่างานและความต้องการของเราต้องการให้ภาพลื่นไหลมากน้อยแค่ไหน แต่โดยทั่วไปนิยมใช้กันอยู่ที่ 30 เฟรมต่อวินาที Frame per second 
  • เซ็นเซอร์ (Censor) ที่มีอยู่ 2 แบบ ได้แก่ เซ็นเซอร์ CCD สำหรับคนที่ต้องการความละเอียดสูงมีสัญญาณรบกวนน้อย และ CMOS สำหรับคนที่ต้องการการทำงานแบบรวดเร็วมากกว่า
  • การเชื่อมต่อ อีกสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะคอมพิวเตอร์แต่ละรุ่นจะมีเวอร์ชั่น USB Port ที่ต่างกัน ควรเช็คให้ดีก่อนซื้อ 
  • ฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่น โหมดกลางคืน ไมโครโฟน โหมดโฟกัสอัตโนมัติ และอื่นๆ แล้วแต่รุ่น
  • งบประมาณ 

4. เครื่องปริ้น

เครื่องปริ้น

ขอบคุณภาพประกอบจาก Th.canon

         เครื่องปริ้นเตอร์ อีกสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็นเพราะบางทีเราอาจจะมีเหตุจำเป็นต้องพิมพ์เอกสาร ถ่ายเอกสาร หรือสแกนเอกสารเพื่อส่งอีเมล์ จึงควรมีเครื่องปริ้นติดบ้านไว้เวลาที่ต้องใช้งานจะได้ไม่ต้องวิ่งหาร้านให้เสียเวลา ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปริ้น ควรต้องคำนึงถึงการใช้งาน งบประมาณและฟังก์ชั่นการทำงานที่เราต้องการ เพราะเครื่องปริ้นมีอยู่หลายประเภท ได้แก่ เครื่องปริ้นเตอร์ InkJet Printer, All-in-one Printer (Multifunctional), Laser Printer และ Photo Printer เมื่อเลือกประเภทของเครื่องปริ้นได้แล้วก็มาดูในเรื่องของสเปค ดังนี้

  • ยี่ห้อ ควรเลือกยี่ห้อที่มีศูนย์รับประกัน บริการหลังการขาย Callcenter ที่ติดต่อได้ง่าย อย่างเช่น เครื่องปริ้น Canon หรือยี่ห้ออื่นๆ ที่มีให้เลือกเปรียบเทียบในตลาดมากมาย
  • ความเร็วของเครื่องปริ้น ค่า ppm (pages per minute) คือจำนวนหน้ากระดาษที่สามารถปริ้นได้ใน 1 นาที
  • ความละเอียด resolution ค่า dpi (dots per inch) ซึ่งเครื่องปริ้นทั่วไปจะมีค่า dpi เริ่มต้นที่ 600x600 โดยยิ่งค่าสูงมากความละเอียดก็ยิ่งมากด้วย
  • ขนาดกระดาษ เลือกเครื่องปริ้นที่สามารถรองรับกระดาษขนาดที่เราต้องการใช้งาน ในกรณีที่งานของเราต้องใช้กระดาษที่ใหญ่กว่าขนาด A4 
  • ฟังก์ชั่นการใช้งาน เช่น การสแกนเอกสาร และ ถ่ายเอกสาร เป็นต้น

5. อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล External Hard Disk

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล External Hard Disk

ขอบคุณภาพประกอบจาก Shopee 

          อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล อย่างเช่น External Hard Disk หรือ Flash Drive เป็นสิ่งที่มีเก็บไว้ที่บ้านสักอันก็ไม่เสียหายอะไร เพราะในกรณีที่ต้องทำงานที่บ้าน Work from Home และไปทำงานที่ออฟฟิศในบางวัน อาจจะจำเป็นต้องโยกย้ายข้อมูลไปมาอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งในกรณีที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะจะทำให้โยกย้ายข้อมูลยากกว่าโน้ตบุ๊ค โดยหลักการในการเลือกซื้ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่าง External Hard Disk ก็ควรคำนึงถึง การใช้งานของเราว่าต้องการใช้งานความจุมากน้อยเพียงใด ขนาดของเครื่องและน้ำหนักพกพาง่ายสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายหรือไม่ ระบบปฎิบัติการใช้งานที่รองรับ วัสดุของตัวเครื่องว่ามีความทนทานแข็งแรงแค่ไหน ความรวดเร็วให้การคัดลอกข้อมูล และฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ Backup File เป็นต้น

6. เครื่องคิดเลข

เครื่องคิดเลข

ขอบคุณภาพประกอบจาก Officemate

          มีเครื่องคิดเลขสักเครื่องไว้ที่โต๊ะสำหรับทำงาน เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบใช้งานและสะดวกถนัดมือกว่าการใช้เครื่องคิดเลขในโทรศัพท์มือถือ หากต้องการหาเลือกซื้อเครื่องคิดเลขสักเครื่องมาติดไว้ที่บ้านสำหรับการ Work from Home สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนการตัดสินใจซื้อ ได้แก่

  • ขนาด ไม่ว่าจะเป็นขนาดของปุ่มกด หรือขนาดของตัวเลข ให้เหมาะสมกับเรา เพราะหากเล็กเกินไปก็อาจทำให้การคำนวนผิดพลาดได้
  • การใช้งาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงานของเราว่าต้องใช้งานมากน้อยเพียงใด ต้องคำนวนตัวเลขกี่หลักสูงสุด เพราะเครื่องคิดเลขแต่ละรุ่นก็มีจำนวนหลักที่ไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ 8 หลัก ไปจนถึง 16 หลัก 
  • หลีกเลี่ยงเครื่องคิดเลขที่มีน้ำหนักเบา และควรต้องมียางรองที่ฐานด้านล่างเพื่อป้องกันการลื่นเมื่อวางบนโต๊ะทำงาน โต๊ะที่มีพื้นผิวเรียบ
  • ฟังก์ชั่นการใช้งาน ฟังก์ชั่นที่ใช้บ่อยๆ อย่างเช่น “โรลโอเวอร์” “GT” “M” เป็นต้น
  • จอแสดงผลสามารถปรับระดับได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

สามารถเปรียบเทียบราคาของแต่ละรุ่นและฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ที่ เครื่องคิดเลข Casio 

7. โต๊ะและเก้าอี้ทำงาน

โต๊ะและเก้าอี้ทำงาน

ขอบคุณภาพประกอบจาก Dealswiz 

          โต๊ะและเก้าอี้ทำงานที่สบายเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานที่บ้าน เพราะการแบ่งแยกพื้นที่การทำงานและพื้นที่สำหรับพักผ่อนออกจากกันช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้เราสามารถแบ่งเวลาพักผ่อนและเวลาทำงานออกจากกันได้ดีกว่าการทำงานบนที่นอน อีกทั้งโต๊ะและเก้าอี้ทำงานที่ดียังส่งผลต่อสรีระท่าทางการนั่งทำงานได้ดี ช่วยความตึงเครียด อาการปวดหลังปวดคอ หรืออาการออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง เราจึงควรจัดมุมหรือจัดห้องทำงานไว้สักมุมหนึ่งในบ้าน

8. เครื่องเขียน ของใช้ในการทำงาน

เครื่องเขียน ของใช้ในการทำงาน

ขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash 

          ควรเตรียมเครื่องเขียนที่อาจจะจำเป็นต้องใช้และอำนวยความสะดวกในการทำงานให้แก่ตนเอง อย่างเช่น ปากกา ดินสอ กระดาษโน้ต กรรไกร ที่เย็บกระดาษ น้ำยาลบคำผิด สมุดจด เป็นต้น จัดวางไว้ที่โต๊ะทำงานและจัดเป็นสัดส่วนเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานนั่นเอง

9. อินเทอร์เน็ต Wifi

 อินเทอร์เน็ต Wifi

          สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ในการทำงานที่บ้าน Work from Home แน่ๆ ก็คืออินเตอร์เน็ต สำหรับการติดต่อสื่อสารกับทางบริษัท การแลกเปลี่ยนให้และรับข้อมูลในการทำงาน หรืออินเตอร์เน็ตที่มีสัญญาณที่ดีต่อเนื่องสำหรับการประชุม Video Conference ได้อย่างไม่มีติดขัดและไม่ก่อให้เกิดปัญหาความเข้าใจผิดหรือความสับสนในระหว่างการประชุมได้

         เหล่านี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ สิ่งที่ต้องมีติดบ้านในช่วง Work from Home เพราะแต่ละสายงานอาชีพอาจจะต้องมีอุปกรณ์สิ่งของในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเราเตรียมของสำหรับทำงานที่บ้านพร้อมแล้วก็สามารถลุยงานกันได้โดยไม่ต้องกลัวงานจะสะดุด ล่าช้าอีกต่อไป 

          Shopee 3.3 Big Brands Sale ขนสินค้าแบรนด์แท้มาลดราคากว่า 50% ทุกวัน! นอกจากนั้นยังมาพร้อมโปรโมชั่น Coins Cashback ให้คุณได้ช้อปรับเงินคืน 50% Coins อีกด้วย ที่ Shopee 3.3 ยังมีโปรโมชั่นสินค้าแบรนด์แท้ซื้อ 1 แถม 1, ซื้อคู่ลดสูงสุดถึง 30% และดีลอื่น ๆ อีกมากมาย เริ่มช้อปพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคมนี้เท่านั้น!