logo

                ปี 2021 นี้บอกเลยเทรนด์ต้นไม้มาแรงมาก โดยเฉพาะ ต้น พลูด่าง ไม้เลื้อยที่ใครหลาย ๆ คนต้องรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อกันอย่างแน่นอน เพราะเป็นพืชปลูกง่ายที่พบเห็นได้มากในการปลูกอยู่ภายในบ้านหรืออาคาร นอกจากเป็นไม้ประดับเพื่อตกแต่งแล้วยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง พลูด่าง มีกี่ชนิด ปลูกอย่างไร จะปลูกไว้ตรงไหนดี และหาซื้อได้ที่ไหน สำหรับใครที่สนใจต้นไม้ชนิดนี้ วันนี้ CondeNewb ขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักต้นพลูด่างกันค่ะ

. . . . . . . . . . .

เรื่องน่ารู้ ของต้นพลูด่าง คุณ/โทษ และประโยชน์ในการปลูกไว้ในบ้าน

 

ต้น พลูด่าง จัดเป็นไม้ดอกชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Epipremnum aureum พลูด่าง มีชื่อภาษาไทยที่เรียบง่าย แต่มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษจำนวนมาก เช่น Devils Ivy, Golden Pothos, Ivy Arum, Hunter’s robe, Money Plant และ Silver Vine เป็นต้น โดยชื่อสามัญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Pothos นั่นเอง

ต้น พลูด่าง ถือกำเนิดมาจากเกาะโมโอเรอา ในหมู่เกาะโซไซตี ปัจจุบันมีอยู่ทั่วไปในประเทศเขตร้อน เช่น ประเทศในเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย เป็นต้น สำหรับในประเทศไทยน้องพลูด่างก็เข้ามานานมาก นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย ในด้านความเชื่อ กล่าวว่า พลูด่าง เป็นไม้มงคลที่ช่วยส่งเสริมสิริมงคลให้บ้าน อยู่ร่มเย็นเป็นสุขค่ะ เป็นพืชมงคลประจำราศีตุลย์ และคนที่เกิดวันจันทร์,พุธ อีกด้วย

. . . . . . . . . .

ลักษณะทั่วไป

ต้น พลูด่าง มีลักษณะเด่นที่ตัวใบ โดยใบมีลักษณะกลมป้อมคล้ายรูปหัวใจ ตรงปลายใบแหลม โคนใบโค้งมน แผ่นใบและขอบใบเรียบ ใบมีสีเดียวหรือหลายสี และอาจมีรอยด่างสีเหลือง ขาว หรือเงิน ลำต้นกลม ลำต้นอ่อนมีสีเขียว ส่วนต้นแก่มีสีเขียวออกน้ำตาล ลำต้นเป็นข้อ มีรากอากาศยึดเกาะออกตามข้อลำต้น ขนาดใบและลำต้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ จะออกดอกตอนช่วงต้นแก่ ที่มีความสูงของต้นประมาณ 1-1.5 เมตร ซึ่งมักจะต้องปลูกบนดินภายนอกอาคาร แต่คนส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงในช่วงต้นอ่อนและปลูกไว้ภายในอาคาร จึงมักไม่ได้เห็นดอกของ พลูด่าง และมักใช้เป็นไม้ประดับใบ

. . . . . . . . . . .

ชนิดของพลูด่าง

 

 พลูด่าง มีหลายสายพันธุ์มาก มีทั้งที่มีลายและไม่มีลาย แต่ละพันธุ์ที่มีลวดลายก็มีทั้งความคล้ายและแตกต่างกันไป มีเอกลักษณ์และความสวยงามในตัวของมันเอง เช่น พลูด่าง เป็นพลูที่ใบสีเขียวกลางและมีลายสีเหลืองกระจายอยู่ พลูราชินีหินอ่อนจะมีลวดลายสีเขียวและขาวตัดกันชัดเจน พลูราชินีสีทองมีใบสีเขียวแกมเหลืองและไม่มีลายอะไรเลย ส่วนพลูงาช้างจะมีลายสีขาวเป็นแถบอยู่บนใบคล้ายกับมีพู่กันวาด เป็นต้น

. . . . . . . . . .

การปลูกพลูด่าง

สามารถปลูกได้ด้วยการเพาะเมล็ด และการปักชำ แต่นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่งหรือลำต้นมากกว่าการเพาะเมล็ด เนื่องจากต้องใช้เวลานานกว่าจะออกดอกและติดเมล็ด การปักชำนั้นจะติดได้เร็ว กิ่งมีโอกาสตายน้อย และสามารถชำได้ทั้งในวัสดุเพราะหรือชำในน้ำก็ได้ การปักชำในน้ำจะใช้เฉพาะกับพันธุ์ราชินีหินอ่อนและราชินีสีทอง เพราะมีลำต้นขนาดเล็ก สามารถแตกรากใหม่ได้เร็ว และลำต้นไม่เน่าง่าย ส่วนการปักชำในดินสามารถทำได้ทุกสายพันธุ์

ต้น พลูด่าง เป็นไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงเพียงพอ แต่ต้องไม่โดนแดดโดยตรง ไม่ชอบแสงแดดจัด สามารถทนต่อสภาวะแสงน้อยได้ ไม่ทนต่อความร้อนมาก เติบโตได้ดีในอุณหภูมิ 17-30 องศาเซลเซียส เป็นพืชที่ชอบน้ำ แต่จะต้องไม่ชุ่มน้ำจนเกินไป ไม่ต้องการการดูแลมาก และไม่ต้องการแร่ธาตุสูงมากนัก สามารถปลูกได้ทั้งโดยการใช้ดินและไม่ใช้ดิน โดยปลูกโดยใช้น้ำเพียงอย่างเดียวหรือน้ำละลายปุ๋ย

  • การปลูกโดยใช้ดิน

สามารถปลูกได้แบบปลูกลงดินในแปลงจัดสวน หรือปลูกในกระถางต้นไม้ หากปลูกในสวนควรปลูกไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ได้เลื้อยไปบนลำต้น และเพื่อให้ได้ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ด้วย เมื่อปลูกแล้วควรจัดปลายลำต้นให้พาดอิงกับต้นไม้และใช้เชือกรัดหลวม ๆ เพื่อช่วยจัดให้ พลูด่าง ได้เลื้อยขึ้นไปบนลำต้นของต้นไม้ใหญ่ได้อย่างรวดเร็วขึ้น อาจใส่ปุ๋ยเป็นครั้งคราว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก็เพียงพอ และรดน้ำเป็นประจำ อย่างน้อย 5-7 วัน/ครั้ง

การปลูกในกระถาง สามารถปลูกได้ทั้งแบบกระถางแขวน และกระถางตั้งพื้น โดยใช้ดินผสมกับวัสดุอินทรีย์ เช่น แกลบ ขุยมะพร้าว เศษใบไม้ หรือมูลสัตว์ อัตราส่วนดินต่อวัสดุอินทรีย์อยู่ที่ 1:1 หรือ 2:1 หากปลูกแบบกระถางตั้งพื้น ต้องใช้หลักปักในกระถางให้สำหรับรากยึดเกาะ และรดน้ำจากปลายหลักด้านบนให้ไหลลงกระถางด้านล่าง ส่วนการปลูกแบบกระถางแขวน ต้น พลูด่าง จะสามารถเลื้อยไปตามลวดที่ใช้แขวนกระถางได้ เมื่อต้นโตมากขึ้นอาจเกิดการพันกันไปมา ควรคอยสางออกให้ไม่ยุ่งเหยิงมาก หรืออาจต้องคอยตัดแต่งให้ต้นไม่โตมากเกินไป หรืออาจปล่อยให้เลื้อยจนห้อยลงมาด้านล่างก็ได้ ควรรดน้ำเป็นประจำ อย่างน้อย 3 วัน/ครั้ง หรือรดเมื่อรู้สึกว่าดินแห้ง และระวังอย่ารดน้ำปริมาณมากเกินไป ควรให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอแต่ไม่ควรชุ่มน้ำ

  • การปลูกโดยใช้น้ำ

สามารถปลูกได้ในแจกัน แก้วน้ำ หรือขวดน้ำ หากปลูกโดยใช้น้ำเพียงอย่างเดียว น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำสะอาด ไม่สกปรก อาจใช้น้ำบ่อหรือน้ำบาดาลที่มีความใส เนื่องจากเป็นน้ำที่มีแร่ธาตุมากกว่าน้ำประปาหรือน้ำฝน หากปลูกโดยใช้น้ำและปุ๋ยเคมี ปุ๋ยที่ใช้ คือ สูตร 16-8-8 ปริมาณ 10-20 เม็ด/น้ำ 1 ลิตร ใส่ปุ๋ยทุก ๆ 2-3 เดือน และควรเปลี่ยนน้ำทุกครั้ง หรือทุก 2 ครั้งที่ใช้ปุ๋ย เนื่องจากปุ๋ยจะเพิ่มความเป็นกรดของน้ำ การใส่ปุ๋ยมากเกินไปอาจทำให้เหี่ยวตายได้

. . . . . . . . . .

คุณประโยชน์ของพลูด่าง

  • ปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคาร เพื่อใช้เป็นการประดับตกแต่งพื้นที่ของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด หรืออาคารสำนักงาน ช่วยเพิ่มความสวยงามด้วยสีเขียวของต้นไม้ สร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่ เพิ่มความน่าอยู่ให้กับบ้าน และสีเขียวของต้นไม้ยังสามารถเป็นที่พักสายตาหลังจากการจ้องคอมพิวเตอร์นาน ๆ ได้ด้วย
  • ปลูกเพื่อให้ช่วยพรางสิ่งที่ไม่สวยงาม ให้ต้นเลื้อยเพื่อปกปิดสิ่งที่ไม่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของผนังที่มีรอยผุผัง คราบเลอะ หรือปกปิดจากความเก่าที่ไม่สวยงาม ต้นไม้ที่เลื้อยไปปกคลุมจะช่วยสร้างความแปลกใหม่และเพิ่มความสดชื่นมากขึ้น
  • ปลูกเพื่อช่วยฟอกอากาศ ดูดซับสารพิษในอากาศได้ เช่น สารฟอร์มัลดีไฮด์ หรือฟอร์มาลีน เป็นสารที่มีอยู่ในปุ๋ย กระดาษ ไม้อัด ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์หลายชนิด เรซินที่ใช้ทำพลาสติก รวมทั้งมีอยู่ในสีทาบ้าน ยาฆ่าเชื้อ เครื่องสำอาง เครื่องเรือนต่าง ๆ และพรม เป็นต้น สารไตรคลอโรเอทีลีน เป็นสารที่มีผสมอยู่ในสี กาว น้ำยาลบคำผิดและหมึก สารโทลูอีน เป็นสารที่อยู่ในกาว เรซิน ทินเนอร์ ปากกามาร์กเกอร์ สารทำความสะอาด และสารเบนซิน เป็นสารที่มีอยู่ในยาฆ่าแมลง สี และหมึกพิมพ์ เป็นต้น

โทษของพลูด่าง

นอกจากประโยชน์แล้ว พลูด่าง จัดเป็นพืชที่มีพิษชนิดหนึ่ง ที่สามารถทำอันตรายได้ต่อทั้งคนและต่อสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมวได้ เนื่องจากมีสารแคลเซียมออกซาเลตในรูปของผลึกที่มีรูปร่างคล้ายเข็ม เรียกว่า ราไพด์ (Raphide) สำหรับอันตรายต่อสัตว์ หากสัตว์กินเข้าไปสามารถทำให้เกิดการระคายเคือง อาเจียน หรืออาการกลืนลำบากได้ ส่วนอันตรายต่อคนนั้น หากสัมผัสใบในปริมาณมากสามารถทำให้คนที่สัมผัสเกิดการระคายเคืองและคันที่ผิวหนัง หรือผิวหนังเกิดการอักเสบได้

. . . . . . . . . .

การตกแต่งบ้านด้วยพลูด่าง

ต้น พลูด่าง เป็นพืชที่เหมาะกับการปลูกภายในอาคารเป็นอย่างมาก เนื่องจากดูแลง่าย ไม่ต้องการแสงมาก และช่วยดูดซับสารพิษในอากาศได้อย่างที่กล่าวไปข้างต้น อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ที่เสริมความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของไทยอีกด้วย ควรหามาปลูกประดับบ้านหรือคอนโดเป็นอย่างยิ่ง

สามารถปลูกเพื่อตกแต่งภายในบ้านหรือคอนโดได้หลายที่หลายรูปแบบ แต่ก็มีข้อควรระวังในการจัดวาง เนื่องจากการที่เป็นพืชที่มีสารพิษ เพราะฉะนั้นหากปลูกภายในบ้านจึงควรต้องระวังไม่วางไว้ในที่ที่สัตว์เลี้ยงสามารถมากินได้ และคนไม่ได้สัมผัสบ่อย

ตัวอย่างการจัดวางพลูด่างเพื่อตกแต่งบ้านและคอนโด

  • ปลูกในกระถางแล้วแขวนไว้ริมระเบียง บริเวณที่มีหลังคาคลุม และควรเลือกบริเวณที่ไม่โดนแดดโดยตรง ปลูกในกระถางแขวนแล้วปล่อยให้ต้นห้อยย้อยลงมาด้านล่างช่วงให้บ้านหรือคอนโดรู้สึกมีชีวิตชีวา เพิ่มความสวยงาม และน่ามองให้กับพื้นที่
  • ปลูกในห้องน้ำ โดยใส่แจกัน หรือภาชนะเล็ก ๆ ใส่น้ำและปลูกโดยไม่ใช้ดิน เนื่องจาก พลูด่าง เป็นพืชที่ชอบน้ำ และไม่ต้องการแสงมาก จึงเหมาะกับการปลูกไว้ในห้องน้ำซึ่งเป็นที่ที่มีความชื้นสูง โดยวางไว้บริเวณมุมห้องในส่วนแห้งของห้องน้ำ เช่น เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า หรือบริเวณใกล้หน้าต่าง หรือจะแขวนไว้ที่มุมห้องก็ได้ สามารถช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ดีในห้องน้ำได้
  • ปลูกในห้องนอน เนื่องจาก พลูด่าง สามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้ การปลูกในห้องนอนก็ช่วยฟอกอากาศให้อากาศบริสุทธิ์มากขึ้น อาจแขวนกระถางไว้บริเวณเหนือโต๊ะหัวเตียง อย่าวางใกล้เตียงมากเพื่อเลี่ยงการสัมผัสโดนขณะนอนหลับ
  • ปลูกในห้องทำงาน โดยเฉพาะห้องที่มีเครื่องถ่ายเอกสารหรือเครื่องพิมพ์ซึ่งจะมีสารพิษจากหมึกพิมพ์ หากสูดดมเข้าไปมาก ๆ จะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย พลูด่าง ช่วยดูดซับสารพิษเหล่านี้ได้ ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ยังช่วยเป็นที่พักสายตา ช่วยบรรเทาการล้าของตาจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ได้อีกด้วย อาจแขวนไว้ริมผนัง หรือวางกระถางไว้บนชั้นวางของ หรือวางไว้ตรงมุมโต๊ะทำงาน แต่อย่าวางไว้บริเวณที่มือสัมผัสได้ง่ายเกินไป
  • ปลูกในห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่และช่วยฟอกอากาศด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อย และเป็นห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์จำนวนมากที่อาจมีสารพิษที่เป็นสารระเหยได้ เช่น ตู้ โต๊ะ หรือเก้าอี้ที่ทำจากไม้อัด พรมปูพื้น ทินเนอร์เคลือบไม้ รวมทั้งสารจากน้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น

. . . . . . . . . . .

หาซื้อได้ที่ไหน??

ต้น พลูด่าง เป็นต้นไม้ที่ราคาไม่แพง ราคาเริ่มต้นประมาณ 30 บาทต่อกระถางขนาด 4 นิ้ว หรือราคา 15 บาทต่อ 1 กิ่ง ในปัจจุบันสามารถสั่งซื้อได้ตามร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Shopee หรือ Lazada แต่ถ้าใครอยากไปเดินเลือกซื้อด้วยตัวเองก็มีสถานที่ขายหลายที่ เช่น

1. ตลาดนัดต้นไม้สวนจตุจักร

 

เป็นตลาดนัดขายต้นไม้แห่งใหญ่ชื่อดัง ที่มีต้นไม้มากมายมาขายให้เลือกซื้อกันทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้เลื้อย ไม้คลุมดิน นอกจากต้นไม้แล้วก็ยังมีอุปกรณ์ทำสวนและตกแต่งสวนมาขายมากมาย เช่น กระถาง จานรอง หินตกแต่ง ดิน ปุ๋ย และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่ามาที่ตลาดแห่งนี้ที่เดียวได้ครบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้

ที่อยู่ ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เดินทางมาได้โดยรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต และ MRT สถานีสวนจตุจักร หรือสถานีกำแพงเพชร รถประจำทางสาย 3, 26, 27, 29, 34, 59, 77, 96, 112, 134, 136, 138, 145, 502, 503, 510, 512, 513 หรือขับรถส่วนตัวมาเอง ที่สวนมีที่จอดรถ

เปิดวันอังคาร – วันพฤหัสบดี โดยวันอังคาร เปิด 11.00 – 20.00 น. วันพุธและพฤหัสบดี เปิด 5.00 – 18.00 น.

ตำแหน่งบนแผนที่ Google Map คลิ๊กที่นี่ 

2. ตลาดต้นไม้เทเวศร์

ตลาดต้นไม้ มีต้นไม้หลายชนิด ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ รวมทั้งอุปกรณ์จัดแต่งสวน และเมล็ดพันธุ์

ที่อยู่ เลียบคลองผดุงกรุงเกษม เดินทางโดยเรือด่วนเจ้าพระยา ลงที่ท่าเรือเทเวศร์ หรือ รถประจำทางสาย 30, 32, 53, 64, 110, 524

เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00 – 18.00 น.

ตำแหน่งบนแผนที่ Google Map คลิ๊กที่นี่  

3. สวนพลูด่างเลียบวารี

มีหลายสายพันธุ์ให้เลือกซื้อรวมทั้งยังมีไม้ประดับอื่น ๆ อีกหลายชนิด โดยต้นไม้จะมีแบบขายส่ง หรือขายเป็นกระถาง และขายแยกเป็นกิ่ง นอกจากต้นไม้ก็ยังมีอุปกรณ์จัดสวนและตกแต่งสวนจำหน่ายอีกด้วย เช่น กระถาง ดิน หิน ปุ๋ย เป็นต้น

ที่อยู่ ถนนเรียบวารี ซอย 1 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เปิดทำการเวลา 8.00 – 17.00 น.

ตำแหน่งบนแผนที่ Google Map คลิ๊กที่นี่ 

. . . . . . . . . .

 พลูด่าง พืชที่ปลูกง่ายและดูแลง่ายมาก มีประโยชน์มากมาย รวมทั้งยังเป็นพืชที่มีความสวยงาม มีหลายพันธุ์ให้เลือก ราคาไม่ย่อมเยาอีกด้วย สามารถสนุกกับการปลูกได้หลากหลายสไตล์ ทั้งในกระถางตั้งพื้น วางบนโต๊ะ หรือตู้ และแบบกระถางแขวน ที่ไม่ว่าแบบไหนก็สร้างความสวยงามให้กับพื้นที่ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังฟอกอากาศได้อีก ใครที่กำลังหาพืชมาปลูกประดับภายในบ้านหรือคอนโดอยู่ลองพิจารณาพืชชนิดนี้ดูเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่รับรองได้ว่า เมื่อลองเลี้ยงดูแล้วจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน หากใครมีข้อสงสัย หรืออยากพูดคุยคอมเมนต์กับเรา สามารถติดตามกันได้ที่ FB Page :: CondoNewb ครั้งหน้าจะหยิบยกน้องต้นไม้อะไรมาฝาก อย่าลืมติดตามกันค่ะ