logo

          หากจะพูดถึงเครื่องใช้ในห้องครัวแล้ว "มีดทำครัว" คงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีความสำคัญไม่แพ้กับเครื่องครัวประเภทอื่น ๆ เพราะว่าก่อนที่เราจะนำวัตถุดิบไปปรุงต่อนั้น แน่นอนว่าต้องนำวัตถุดิบต่าง ๆ มาหั่นเสียก่อนเพื่อให้ได้ขนาดที่พอดีและได้รูปทรงตามที่ต้องการ นอกจากนี้มีดทำครัวยังเป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำให้เกิดอันตรายได้หากไม่ใช้อย่างระมัดระวังหรือใช้มีดที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากมีดที่บรรดาพ่อครัวแม่ครัวเคยประสบไม่ว่าจะเป็นหั่นเนื้อสัตว์ไม่ขาดบ้าง มีดทื่อบ้าง จับมีดไม่ถนัดบ้าง และอื่น ๆ อีกมากมาย จนทำให้การทำอาหารกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อและยุ่งยากไปโดยปริยาย 

          แต่แท้ที่จริงแล้ว มีดทำครัวนั้นมีประโยชน์มากมายทั้งเพิ่มความสะดวกสบายให้เราในขั้นตอนการเตรียมอาหาร ลดความเสี่ยงที่จะโดนมีดบาดหากเราเลือกใช้มีดถูกประเภทและเหมาะสมกับลักษณะงาน และประหยัดเวลาในการทำอาหารลงได้อีกเท่าตัว ซึ่งมีดทำครัวก็มีหลากหลายรูปแบบและหลากหลายราคาให้เลือกซื้อกันตามเกรดของวัสดุที่ใช้ทำ เช่น เหล็ก สเตนเลส หรือเซรามิก เป็นต้น อีกทั้งยังแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้อีก ไม่ว่าจะเป็นมีดแล่เนื้อ มีดแล่ปลา มีดปอกผลไม้ มีดสำหรับสับ ดังนั้นการเลือกมีดทำครัวสักชิ้นหนึ่งจึงควรเลือกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานของเพื่อน ๆ และเลือกขนาดให้เหมาะกับมือ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป เพื่อที่ว่าจะได้จับถนัดเวลาใช้งาน ที่สำคัญต้องเลือกใช้มีดที่ทำจากวัสดุที่มีความคงทนเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงควรคำนึงเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานด้วย ในวันนี้เราได้นำมีดทำครัวประเภทต่าง ๆ และวิธีการเลือกมีดให้เหมาะสมมาฝากเพื่อน ๆ ด้วย รับรองว่าถ้าอ่านบทความนี้จบแล้ว การทำอาหารของเพื่อน ๆ จะง่ายมากขึ้นและจะรู้สึกมีความสุขกับการทำอาหารอย่างแน่นอน

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับมีดทำครัวประเภทต่าง ๆ กันก่อนดีกว่าว่ามีดทำครัวที่เราเห็นกันทุกวันนี้มีกี่ประเภทกันนะ โดยทั่วไปเราสามารถจำแนกประเภทของมีดโดยใช้เกณฑ์การจำแนกได้ 2 อย่าง ได้แก่ จำแนกตามวัสดุที่ใช้ทำมีดและจำแนกตามการใช้งาน หากจำแนกโดยวัสดุที่ใช้ทำมีดเป็นเกณฑ์ ก็จะแบ่งย่อยออกได้เป็น 3 ประเภท คือ มีดสเตนเลส มีดเหล็ก และมีดเซรามิก หากจำแนกตามการใช้งานอาจแบ่งแยกย่อยออกได้เป็น 7 ประเภท คือ มีดเชฟ มีดปอก มีดอเนกประสงค์ มีดสับ มีดแล่เนื้อ มีดหั่นขนมปัง และมีดเลาะกระดูก

          แน่นอนว่าเวลาเพื่อน ๆ จะเลือกซื้อมีดทำครัวนั้น คงมีหลาย ๆ คนสับสนว่าจะซื้อมีดเนื้อแบบไหนดีนะที่มีความคงทน แข็งแรง และใช้งานง่ายสะดวก ซึ่งมีดทำครัวก็จะมีวัสดุหลัก ๆ 3 ประเภทด้วยกัน วันนี้เราได้นำข้อดีของมีดแบบต่าง ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันก่อนจะตัดสินใจซื้อมีดทำครัวสักเล่ม ไปดูกันดีกว่าว่ามีด 3 แบบนี้มีข้อดียังไงบ้าง 

06

ขอบคุณภาพจาก : www.tohome.com

. . . . . . . . . .

มีดทำครัวมีอะไรบ้าง

1. มีดสเตนเลส

          เริ่มกันที่มีดสเตนเลส มีดทำครัวประเภทนี้นับว่าเป็นมีดยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในหมู่พ่อบ้าน แม่บ้าน ไปจนถึงเชฟมืออาชีพเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีดแบบสเตนเลสจะมีคุณสมบัติแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อนได้ ไม่เป็นสนิม ที่สำคัญมีน้ำหนักกำลังพอดีทำให้เวลาใช้งานสามารถใช้ได้อย่างคล่องตัว นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการปนเปื้อนในอาหารได้ด้วย เพราะสเตนเลสมีความมันวาว จึงทำให้สิ่งสกปรกติดใบมีดได้ยาก ส่วนตัวใบมีดนั้นมีความคม เมื่อเวลานำไปลับก็จะคมได้ง่าย แต่ข้อจำกัดคืออาจเสียความคมได้รวดเร็วเช่นกัน

2. มีดเหล็ก High Carbon

          มีดเหล็กก็เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะหาซื้อได้ง่าย อีกทั้งมีความแข็งแรง ทนทานสามารถใช้ได้นาน ส่วนเรื่องของความคมก็ไม่ต้องห่วง เพราะมีดเหล็กมีความคมสูงมาก มีความหนาและหนักทำให้ไม่ต้องออกแรงเยอะในการหั่นวัตถุดิบต่าง ๆ สำหรับใบมีดก็สามารถลับมีดเพิ่มความคม เพื่อใช้งานต่อได้เรื่อย ๆ แต่กระนั้นข้อเสียของมีดเหล็กคือขึ้นสนิมง่าย การใช้มีดเหล็กจึงจำเป็นต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมอ และไม่ควรแช่น้ำทิ้งไว้อย่างเด็ดขาด และหมั่นเช็ดให้แห้งและลับคมป้องกันสนิมหลังใช้งานเสร็จ อีกทั้งมีดเหล็กบางเล่มอาจมีน้ำหนักเกินไปสำหรับผู้หญิง จึงอาจทำให้จับไม่ถนัดได้ ดังนั้นการการซื้อมีดเหล็กทุกครั้งจึงต้องลองจับดูให้แน่ใจก่อนว่า มีดเล่มนั้นมีขนาดและน้ำหนักที่พอดีกับมือของเรา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ

3. มีดเซรามิก

          มีดชนิดนี้ทำจาก Zirconium Dioxide (เซอร์โคเนียม ไดออกไซด์) ซึ่งมีความคมสูง สามารถใช้งานได้นานและเป็นสนิมยาก ทำให้ทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญมีน้ำหนักเบาช่วยให้จับถนัดมือมากขึ้น อีกทั้งมีดทำครัวประเภทนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษคือจะไม่มีกลิ่นของโลหะไปติดอยู่บนวัตถุดิบหลังจากหั่นด้วยมีดเซรามิก เพื่อน ๆ จึงหมดกังวลเรื่องอาหารเสียรสชาติจากกลิ่นของโลหะได้เลย แต่มีดเซรามิกก็มีข้อเสียอยู่บ้างเช่นกันคือใบมีดจะมีความเปราะบางกว่ามีดแบบเหล็ก ทำให้ไม่เหมาะกับการหั่นหรือสับวัตถุดิบที่มีความแข็งมาก ๆ เช่น กระดูก อาหารแช่แข็ง เป็นต้น ด้วยอาจทำให้ใบมีดเกิดความเสียหายได้ 

           หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้รู้ไปแล้วว่ามีดทำครัวผลิตมาจากวัสดุอะไรบ้าง คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีดทำครัวที่เราแบ่งตามการใช้งานได้ 7 ประเภทนั้นมีรายละเอียดอย่างไร

. . . . . . . . . .

หุ้นทำครัวมีกี่ประเภท

มีดเชฟ

          มีดเชฟนับว่าเป็นอุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 ของเชฟเลยก็ว่าได้ เพราะในระหว่างการทำงาน เชฟจะต้องหยิบจับมาใช้แทบจะตลอดเวลา และใช้มีดในฟังก์ชั่นที่หลากลาย ไม่ว่าจะเป็นการสับ หั่น ตัด ปอก แล่ หรือเลาะกระดูก เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์คู่ใจที่เชฟขาดไม่ได้เลยทีเดียว นอกจากจะใช้งานหลากหลายแบบแล้ว ยังต้องใช้กับวัตถุดิบหลากหลายประเภท ทำให้เวลาเหล่าเชฟจะเลือกมีดทำครัวสักเล่มมาเป็นอาวุธคู่กายจึงต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน โดยอาจเลือกจากน้ำหนักของมีดว่ามีความเหมาะสมกับมือเราหรือไม่ เวลาจับแล้วต้องรู้สึกไม่หนักเกินไป ใช้งานได้คล่องตัว และหยิบจับสะดวก เพราะมีดเล่มนี้จะอยู่ติดตัวเชฟไปอีกนาน ส่วนขนาดมาตรฐานของมีดทำครัวสำหรับเชฟอยู่ที่ประมาณ 6-12 นิ้ว

2. มีดปอก

          มีดปอกเป็นมีดทำครัวขนาดเล็กที่มีความคมอยู่มาก ใช้สำหรับปอก หั่น ตัดผักและผลไม้ หรือแม้กระทั่งเนื้อบางชนิดได้ และด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด รวมถึงน้ำหนักที่เบาช่วยให้ใช้งานได้อย่างสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น จึงทำให้สามารถใช้กับงานที่ต้องการความละเอียดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมวัตถุดิบด้วย แต่ข้อควรระวังสำหรับการใช้มีดปอกคือไม่ควรลงน้ำหนักมือเยอะและเร็วเกินไป เนื่องจากใบมีดมีความคมสูง หากใช้ไม่ระวังอาจโดนมีดบาดได้ ส่วนขนาดมาตรฐานของมีดปอกอยู่ที่ 2.5-4 นิ้ว

3. มีดอเนกประสงค์

          เพียงแค่ชื่อเพื่อน ๆ ก็คงพอจะเดาออกแล้วว่าเจ้ามีดเล่มนี้นั้นสามารถใช้งานได้หลากหลาย เรียกได้ว่าพ่อบ้านแม่บ้านทุกคน ไปจนถึงเชฟระดับโรงแรมหรูจะต้องมีติดครัวไว้อย่างแน่นอน เพราะว่ามีดชนิดนี้ใช้งานได้แทบทุกอย่างทั้งหั่น สับ ตัด ปอก แล่และซอย ที่สำคัญมีขนาดกำลังพอเหมาะ โดยจะมีความยาวน้อยกว่ามีดเชฟแต่ใหญ่กว่ามีดปอก ซึ่งขนาดมาตรฐานทั่วไปของมีอเนกประสงค์จะอยู่ที่ 4-7 นิ้ว รับรองว่าหากเพื่อน ๆ มีมีดทำครัวชนิดนี้ติดบ้านไว้ การทำอาหารก็จะง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหั่นผัก หั่นผลไม้ หั่นขนมปังหรือหั่นเนื้อบางประเภท ก็ครบจบในเล่มเดียว

4. มีดสับ

          มีดสับหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ามีดปังตอ เป็นมีดที่มีขนาดใหญ่ มีความหนาและน้ำหนักมาก ทั้งนี้เพื่อให้สามารถสับวัตถุดิบที่มีความแข็งได้อย่างสะดวก เช่น สับกระดูก เอ็น โครงไก่ หรือแม้กระทั่งสับเนื้อสัตว์ดิบให้ละเอียด การใช้มีดสับก็จะช่วยทุ่นแรงไปได้เยอะเช่นกัน ลักษณะใบมีดจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีขนาดความยาวประมาณ 6-7 นิ้ว ข้อควรระวังสำหรับการใช้มีดประเภทนี้ก็คือ ควรจับให้กระชับและมั่นคง หากจับไม่ดีแล้ว อาจทำให้มีดกระเด็นหลุดมือไปในระหว่างสับวัตถุดิบอยู่ก็เป็นได้  

5. มีดแล่เนื้อ

          หลายคนอาจมองว่ามีดประเภทไหนก็สามารถแล่เนื้อได้ด้วยกันทั้งสิ้น แต่มีดแล่เนื้อสามารถช่วยเพิ่มอรรถรสและความสวยงามในการรับประทานอาหารให้มากขึ้นได้อีกหลายเท่า เพราะมีดทำครัวชนิดนี้ได้รับการออกแบบให้หั่นเนื้อทั้งที่ปรุงสุกแล้วและยังไม่สุกให้ออกมาบางและสวยงามน่ารับประทาน หากเพื่อน ๆ คิดภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงเนื้อชาบูที่ถูกแล่ออกมาเป็นชิ้นบางพอดีคำ เมื่อเรานำลงไปแกว่งในน้ำซุปแล้ว ก็จะได้รสชาติที่อร่อยลงตัว หากว่าแล่ชิ้นหนาเกินไปหรือแล่ออกมาแล้วเนื้อขาดแหว่ง รูปร่างไม่สวย ความสุขในการทานชาบูของเพื่อน ๆ ก็อาจจะลดลงไปได้ หรือแม้แต่เนื้ออบและแฮมที่ต้องอาศัยมีดแล่เนื้อเพื่อหั่นออกมาให้สวยงามก่อนรับประทาน รวมถึงเมนูยอดฮิตของหลาย ๆ คนอย่างแซลมอลซาชิมิที่ต้องการมีดแล่เนื้อดี ๆ มาช่วยรังสรรค์ความอร่อยเช่นกัน โดยลักษณะของมีดแล่เนื้อนั้นจะมีขนาดใหญ่และใบมีดยาว จึงทำให้หั่นเนื้อออกมาได้บาง สวยกว่ามีดแบบอื่น ๆ ส่วนขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 8-15 นิ้ว

6. มีดหั่นขนมปัง

          แค่อ่านชื่อก็รู้ได้เลยว่ามีดชนิดนี้มีไว้สำหรับหั่นขนมปังเท่านั้น โดยปกติตามบ้านทั่วไปของคนไทยอาจจะไม่คุ้นชินกับมีดประเภทนี้มากนัก แต่หากเพื่อน ๆ ได้ลองมีโอกาสไปตามร้านอาหารฝรั่งหรือทานบุฟเฟต์ในโรงแรม แน่นอนว่าจะต้องเคยเห็นมีดหั่นขนมปังผ่านตากันมาบ้างอย่างแน่นอน มีดประเภทนี้มีลักษณะเด่นบริเวณใบมีดที่คมและเป็นหยัก ทั้งนี้เพื่อให้สามารถหั่นและตัดขอบขนมปังที่แข็งและหนาได้ อีกทั้งด้วยใบมีดแบบพิเศษจึงไม่ทำให้เนื้อขนมปังภายในที่มีความนุ่มแตกออกจากกัน และยังช่วยให้สามารถหั่นขนมปังออกมาได้หลากหลายแบบ สำหรับขนาดโดยทั่วไปของมีดหั่นขนมปังจะมีความยาวอยู่ที่ 6-10 นิ้ว แต่เนื่องจากบริเวณใบมีดมีรอยหยักเยอะ จึงทำให้ยากที่จะลับมีดให้คมอยู่ตลอด ส่วนใหญ่จึงนิยมเปลี่ยนมีดใหม่ทุก ๆ 2-3 ปีหรือจนกว่ามีดที่ใช้อยู่ไม่มีความคมแล้วนั่นเอง

7. มีดเลาะกระดูก

          มีดเลาะกระดูกจะมีด้ามจับขนาดเล็ก และมีใบมีดที่แหลมคมเรียวยาว มีขนาดอยู่ที่ประมาณ 5-6 นิ้ว โดยส่วนมากตามท้องตลาดทั่วไปอาจแบ่งมีดเลาะกระดูกออกได้เป็น 2 ประเภทคือมีดเลาะกระดูกทีมีใบมีดอ่อนตัว ซึ่งจะใช้กับการเลาะก้างปลาหรือหนังปลา อีกประเภทคือแบบใบมีดแข็งที่จะใช้ในการเลาะกระดูกสัตว์ เหมือนเวลาที่เพื่อน ๆ ไปร้านอาหารแล้วสั่งสเต็กทีโบนหรือซี่โครงหมูย่างมาทาน ทางร้านก็จะมีมีดเลาะกระดูกมาให้เพื่อความสะดวกในการรับประทานอาหาร

. . . . . . . . . . .

มีดมีหลายประเภทขนาดนี้ เราควรซื้อแบบไหนติดครัวไว้ดีนะ ? แล้วมือใหม่ควรใช้มีดแบบไหนดี ?

          เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้เพื่อน ๆ หลายคนคงมีคำถามคาใจว่ามีดเยอะแยะแบบนี้แล้วฉันจะซื้อแบบไหนดีล่ะที่คุ้มค่าที่สุด ส่วนนี้ทางเราได้คัดสรรมีดที่รับรองว่ามีติดครัวไว้ อุ่นใจแน่นอนมาให้แล้ว จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันดีกว่า 

          เพื่อน ๆ หลายคนคงทำอาหารทานเองอยู่เป็นประจำ และอาหารที่ทำนั้นก็อาจเป็นอาหารง่าย ๆ ที่ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์มากมาย และไม่จำเป็นต้องใช้มีดหลายแบบเหมือนเชฟมืออาชีพตามร้านอาหารใช้ เพราะนอกจากจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังต้องคอยหมั่นดูแลรักษาให้ใหม่อยู่เสมอ อีกทั้งยังต้องหาพื้นที่ในการจัดเก็บให้เหมาะสมด้วย ซึ่งมีดทำครัวที่เราแนะนำให้เพื่อน ๆ ซื้อติดบ้านไว้ ได้แก่ มีดอเนกประสงค์ ซึ่งชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่าสามารถใช้งานได้หลายแบบทั้งหั่น ซอย ตัด และสับ ที่สำคัญมีขนาดไม่ใหญ่มาก หยิบจับสะดวกสุด ๆ

          อันต่อมาคือมีดปอก สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบทานผลไม้ต้องมีมีดปอกติดครัวไว้ เพราะจะช่วยให้การหั่นและปอกผักผลไม้ของเพื่อน ๆ ง่ายดายมากขึ้นแน่นอน 

          อันดับสุดท้ายคือมีดสับ เพราะหากวันไหนที่เพื่อน ๆ ต้องการสับเนื้อสัตว์หรือวัตถุดิบที่มีความแข็งอย่างเช่น กระดูก เอ็น อาหารแช่แข็ง การใช้มีดประเภทอื่นอาจทำให้มีดชำรุดได้ การใช้มีดสับจึงช่วยประหยัดเวลาและลดการออกแรงไปได้พอสมควร ส่วนใครที่ชอบทานขนมปังก็อาจหาซื้อมีดตัดขนมปังมาติดครัวไว้ด้วยก็ได้ จึงสรุปได้ว่ามีด 3 ประเภทนี้สามารถตอบโจทย์ในการทำอาหารของเพื่อน ๆ ได้อย่างเต็มเปี่ยม เพราะใช้งานได้หลากหลายและครอบคลุมทุกกระบวนการรังสรรค์เมนูอาหาร ตั้งแต่อาหารง่าย ๆ ไปจนถึงอาหารที่มีความซับซ้อน 

          สำหรับมือใหม่หัดเข้าครัว อาจเริ่มใช้มีดอเนกประสงค์และมีดปอกก่อน เนื่องจากเป็นมีดทำครัวที่ใช้งานได้หลายแบบ อีกทั้งมีขนาดพอดีมือ น้ำหนักไม่เยอะมาก จึงสามารถควบคุมได้ง่าย สามารถเริ่มฝึกการใช้มีดโดยอาจเริ่มจากการหั่นผลไม้ ปอกผลไม้ หั่นผัก และหั่นเนื้อสัตว์ หมั่นฝึกฝนให้คล่องและชินมือ เมื่อใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วแล้วก็สามารถเปลี่ยนไปใช้มีดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างมีดเชฟและมีดสับได้

. . . . . . . . . . .

วิธีการจับมีดอย่างถูกต้องและข้อควรระวังในการใช้มีดทำครัว

          นอกจากการเลือกมีดทำครัวให้ตรงประเภทการใช้งานแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งที่ละเลยไม่ได้คือการจับมีดทำครัวให้ถูกวิธีนั่นเอง เพราะการจับมีดอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุระหว่างใช้งาน โดยการจับมีดที่ถูกต้องนั้น ให้เพื่อน ๆ วางนิ้วโป้ง นิ้วกลาง นิ้วนางและนิ้วก้อยไว้บนด้ามจับ และกำไว้ให้มั่น ส่วนนิ้วชี้วางไว้อีกด้านของใบมีดเพื่อเป็นการประครองตัวมีด ซึ่งวิธีนี้จะใช้สำหรับการหั่น การซอย ส่วนการสไลซ์ให้วางนิ้วชี้ไว้ที่สันมีดและใช้มืออีกข้างกดวัตถุดิบที่เราต้องการสไลซ์

          สำหรับข้อควรระวังของการใช้มีด แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของความปลอดภัย หากเพื่อน ๆ ใช้อย่างไม่ระมัดระวังอาจโดนมีดบาด หรือทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บได้ ก่อนการใช้งานควรพิจารณาเลือกมีดที่จับถนัดมือและเลือกให้ตรงกับประเภทการใช้งาน เวลาหั่น แล่ หรือตัดให้หันมีดออกจากตัว และเมื่อใช้งานเสร็จให้วางมีดลงโดยให้ด้านคมออกไปจากตัวเพื่อความปลอดภัย หากต้องการจะหยิบมีดมาใช้ ควรหยิบจากปลายด้ามและไม่ควรหยิบในขณะที่สายตากำลังมองไปที่อื่น เพราะอาจได้รับบาดเจ็บจากคมมีดได้ถ้าไม่ดูให้ดี นอกจากนี้ หากเห็นว่ามีดกำลังตกพื้น ห้ามใช้มือรับอย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาจโดนใบมีดแทงมือได้ ที่สำคัญไม่ควรใช้มีดทำอย่างอื่น เช่น เปิดกระป๋องหรือยกของ เพราะจะทำให้มีดเกิดความเสียหาย แค่เพื่อน ๆ ทำตามนี้ก็ลดความเสี่ยงที่จะโดนมีดบาดไปได้มากแล้ว

. . . . . . . . . . .

วิธีการดูแลและเก็บรักษามีดให้ใช้ได้นาน

          เมื่อซื้อสินค้ามาแล้ว ใคร ๆ ก็คงอยากเก็บไว้ใช้นาน ๆ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่บ่อย ๆ มีดก็เช่นกัน หากเราใช้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ดูแลรักษา ความคมของมีดก็จะค่อย ๆ หายไป และยังอาจทำให้เกิดสนิมขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรเก็บรักษาทำความสะอาดมีดทำครัวของเราให้ถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น โดยเพื่อน ๆ สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้

1. หลังการใช้งานมีด ให้ล้างทำความสะอาดด้วยฟองน้ำและน้ำยาล้างจานเพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรกที่ติดบนใบมีด

2. หลังจากล้างมีดสะอาดแล้ว ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดทันที ไม่ควรปล่อยให้มีดเปียก เพราะจะทำให้สนิมขึ้นบนใบมีดได้

3. หากมีดเล่มไหนไม่ค่อยได้ใช้ ควรนำออกมาทำความสะอาด ล้างฝุ่นออก และหมั่นเช็คเสมอว่ามีสนิมขึ้นหรือไม่

4. ลับมีดให้คมอยู่เสมอ เพราะมีดที่ทื่อจะทำให้การเกิดความล่าช้าในการประกอบอาหาร ทั้งยังสร้างความรำคาญใจให้กับเหล่าพ่อครัวแม่ครัวอีกด้วย โดยอาจลับมีดโดยใช้หินลับมีด เครื่องลับมีด หรือแท่งเหล็กลับมีด ซึ่งจะช่วยให้มีดมีความคมและใช้งานได้นาน

          เมื่อล้างมีดและเช็ดเสร็จสรรพแล้ว คราวนี้ก็ถึงขั้นตอนการจัดเก็บมีดทำครัว ซึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงอย่างแรกในการจัดเก็บมีดคือความปลอดภัย ยิ่งบ้านไหนที่มีเด็กเล็ก ๆ ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเก็บไม่มิดชิดพอ อาจทำให้บุตรหลานได้รับอันตรายได้ ดังนั้นจึงควรเลือกเก็บในที่ที่ห่างจากมือเด็ก แต่ก็สามารถหยิบใช้ได้สะดวก เช่น ในลิ้นชักเพราะเป็นสถานที่มิดชิดและง่ายต่อการหยิบใช้งาน แต่ข้อควรระวังคือควรแยกช่องเก็บมีดไว้ต่างหาก ไม่ใส่มีดรวมกับอุปกรณ์ทำครัวอื่น ๆ อย่างช้อน ส้อม ตะเกียบเด็ดขาด เพราะอาจโดนมีดบาดขณะหยิบอุปกรณ์อย่างอื่นได้  

หากใครไม่มีลิ้นชักสำหรับเก็บมีด ก็อาจหาซื้อกล่องเสียบมีดมาใช้ก็สะดวกไม่แพ้กัน เพราะเป็นวิธีที่มีความปลอดภัย และหยิบมาใช้งานได้คล่องตัว ไม้ต้องกลัวว่าจะโดนบาดตอนหยิบออกจากกล่อง แต่ก่อนเก็บมีดลงในกล่องเสียบ ควรเช็ดมีดให้แห้งเสียก่อน หากเสียบลงไปทั้งที่ยังเปียก ๆ จะทำให้เกิดน้ำขังและความชื้นภายใน อาจทำให้เกิดเชื้อราภายในกล่องได้ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขอนามัยของเพื่อน ๆ เอง อีกทั้งยังทำให้เกิดสนิมที่ใบมีดได้ด้วย

          หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้เรียนรู้ประเภทและวิธีการใช้ รวมถึงการดูแลรักษามีดทำครัวไปแล้ว อาจเกิดคำถามว่ามีดทำครัวยี่ห้อไหนดีคราวนี้เราได้คัดสรรมีดทำครัวคุณภาพเยี่ยมมาให้เพื่อน ๆ เลือกซื้อไปใช้กัน จะมีมีดแบบไหนติดอยู่ในลิสต์บ้าง ตามไปดูกันได้เลย

เลือกมีดให้เข้ากับวัตถุประสงค์การใช้งาน

1. มีดเชฟตรา Seagull หรือนกนางนวล

01

ขอบคุณภาพจาก : www.Lazada.com

          แบรนด์ Seagull หรือนกนางนวล เครื่องครัวที่ชาวไทย รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ดังนั้นเรื่องคุณภาพไม่ต้องกังวลเลย ใบมีดผลิตจากสเตนเลสคุณภาพสูง มีน้ำหนักเบาและมีความคมเป็นพิเศษ ที่โดดเด่นคือใบมีดเป็นแบบวีเชฟทำให้ไม่ว่าจะใช้กับวัตถุดิบอะไร ก็ใช้ได้อย่างง่ายดาย ส่วนด้ามจับก็ได้รับการดีไซน์ให้จับถนัดมือ ในราคาเพียง 179 บาท เรียกได้ว่าคุ้มสุด ๆ กับมีดทำครัวคุณภาพเยี่ยมแถมราคาไม่แพงเลย

2. Telecorsa ชุดมีด 7 ชิ้น Rhino รุ่น Rhino-Cutlery-Set-00c-June

02

ขอบคุณภาพจาก : www.Lazada.com

          ชุดมีดสเตนเลส Rhino Brand ผลิตจากวัสดุสเตนเลสเกรด A อย่างดี ไม่ทำให้เกิดสนิม ใบมีดมีความคมและแข็งแรงทนทาน ใน 1 ชุดประกอบด้วยมีด 5 เล่มได้แก่ มีดสับ 1 เล่ม, มีดเชฟ 1 เล่ม, มีดแล่เนื้อ 1 เล่ม, มีดปอกเปลือก 2 เล่ม, แท่งเหล็กกรีดมีด 1 เล่ม และเขียงพลาสติก 1 ชิ้น นอกจากฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันแล้ว เรื่องของดีไซน์ทางแบรนด์ก็จัดเต็มเช่นกัน เพราะทั้งชุดได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามลงตัวน่าใช้สุด ๆ เหมาะสำหรับเป็นมีดประจำห้องครัวที่ทุกบ้านควรมีติดเอาไว้ หากเพื่อน ๆ คนไหนชอบความคุ้มค่าคุ้มราคาต้องไม่พลาดชุดมีดทำครัวเซ็ทนี้ ในราคา 458 บาท

3. PRESTIGE ชุดมีดทำครัว พร้อมที่เก็บมีด รุ่น 56024-C (ชุด 14 ชิ้น) ด้ามดำ

04

ขอบคุณภาพจาก : www.Lazada.com

          ชุดมีดทำครัวจาก PRESTIGE นี้รับรองว ่าต้องตอบโจทย์เพื่อน ๆ ที่ชอบเข้าครัวอย่างแน่นอน เพราะในชุดมีอุปกรณ์ทั้งหมด 14 ชิ้นด้วยกัน แบ่งเป็นมีด 12 เล่ม กรรไกรสำหรับทำครัว 1 เล่ม และเหล็กลับมีด 1 เล่ม ไม่หมดเพียงแค่นั้น ภายในชุดยังมีแท่นเก็บมีดไม้ยางพารามาให้ด้วย เรียกได้ว่าครบทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็น หั่น แล่ สับ ตัด ปอกและอื่น ๆ ทั้งยังไม่ต้องไปหาซื้อที่เก็บมีดเพิ่มให้วุ่นวาย ส่วนตัวใบมีดผลิตมาจากสเตนเลสสตีลคุณภาพเยี่ยม ทำให้ใบมีดมีความคมสูง มีดมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ช่วยให้หยิบใช้ได้คล่องตัวมากขึ้น คุ้มขนาดนี้ใครที่ชอบทำอาหารต้องหามาไว้สักชุดแล้ว โดยสนนราคาทั้งชุดอยู่ที่ 890 บาทเท่านั้น 

. . . . . . . . . . .

          เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับบทความเกี่ยวมีดทำครัว หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้ความรู้เพื่อนำไปใช้เลือกมีดได้อย่างถูกต้องต่อไป แม้ว่ามีดทำครัวจะมีหลายประเภทและการเลือกนั้นอาจดูวุ่นวาย แต่เพื่อน ๆ ก็อย่ามองข้ามขั้นตอนนี้เชียวล่ะ ยิ่งใครที่ชอบทำอาหาร ยิ่งต้องพิถีพิถันในการเลือกมีดให้เหมาะสม หากเราเลือกมีดที่เหมาะสมกับตัวเองและตรงกับงานที่ใช้ได้แล้ว รับรองว่างานครัวของเพื่อน ๆ จะกลายเป็นเรื่องสนุกและไม่น่าเบื่ออีกต่อไป นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือควรระมัดระวังในการใช้และหมั่นรักษาความสะอาดอยู่เสมอ เพียงแค่นี้มีดคู่ครัวของเราก็จะอยู่ได้นานหลายปีเลยทีเดียว ครั้งหน้นาเราจะนำความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ