logo

          Clubhouse จะทำให้คอมมูนิตี้ในโลกโซเชียลมีเดียของคุณจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อได้รู้จักกับแอปฯ Clubhouse คุณจะลืมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ดาวน์โหลดแอปฯมาเล่น ปัดหน้าฟีดไถ ๆ ดูโพสต์ของคนอื่นหรือกดไลค์กดแชร์แบบเดิม ๆ ไปได้เลย แม้จะเป็นแอปฯ ที่เพิ่งเปิดตัวให้ผู้ใช้งานบางส่วนได้ทดลองเล่นไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 2020 แต่ตอนนี้กระแสความนิยมของแอปพลิเคชันนี้กลับพุ่งแรงแบบสุด ๆ หลังจากที่ผู้ใช้งานจำนวนมากเริ่มเข้าสู่แพลตฟอร์มกันมากขึ้น บวกกับที่มีเหล่าบรรดาคนดังจากหลาย ๆ วงการเองก็เข้ามาสร้างห้องสนทนา เปิดไมค์พูดคุยในประเด็นต่าง ๆ ยิ่งทำให้แอปพลิเคชั่นนี้ฮอตแบบบ้านไหมกันเลยทีเดียว ก็การที่คุณจะได้เข้าถึงการใช้งานของ Clubhouse อาจจะต้องผ่านกระบวนการและขั้นตอนบางอย่างเสียก่อน ไปดูกันว่าต้องทำอย่างไรกันบ้าง

. . . . . . . . . .

Clubhouse คืออะไร?

Clubhouse คืออะไร

          อยากเข้าแอปฯ นี้ แต่ถ้าไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ดูจะยังไง ๆ อยู่เนาะ เจ้าแอปฯ Clubhouse ที่ว่านี้คือ แพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียใหม่ในรูปแบบเสียง ไม่มีภาพ ไม่มีข้อความ และเป็นเสียงที่มาจากการจัดรายการสดเท่านั้น!! ไม่มีให้ฟังย้อนหลังนะจ๊ะ จะเรียกแอปฯ นี้ว่าเป็นเหมือนศูนย์รวมของห้องสนทนาที่มีหัวข้อที่หลากหลายจากทั่วโลก หลายภาษา มีคนตั้งห้องพูดคุยอยู่ตลอดเวลาก็ได้เช่นกัน

          โดยทีมผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง โรฮาน เซธ (Rohan Seth) และพอล เดวิสัน (Paul Davison) ตั้งใจที่จะสร้างแอปฯ นี้ขึ้นมาเป็นพื้นที่ที่ให้ผู้คนได้พบปะกับเพื่อนใหม่ ผู้คนจากรอบโลกพร้อมแบ่งปันเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ หรือเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจของคนจำนวนมาก เป็นประเด็นที่ Niche มาก ๆ สามารถตั้งคำถาม เปิดประเด็นถกเถียงและพูดคุยได้ ผู้ใช้งานสามารถเข้า-ออกห้องสนทนาได้อย่างอิสระ จริงก็แอบเหมือนว่ากำลังเข้างานสัมมนาเวทีใหญ่ ที่มีเวทีย่อย ๆ ที่มีประเด็นน่าสนใจหมุนเวียนกันไปตามแต่ละช่วงเวลาให้เราเลือกเข้าไปฟังได้ตามต้องการ

จุดเด่น-จุดด้อยของ Clubhouse มีมั้ย?

          ทุกอย่างในโลกนี้อย่างไรก็ต้องมีทั้งจุดเด่นจุดด้อยด้วยกันทั้งนั้น รวมถึงเจ้าแอปฯ นี้ด้วย สำหรับจุดเด่นหลัก ๆ แอปฯ นี้จะทำให้เราได้รับรู้หัวข้อใหม่ ๆ และการพูดสดของคนดัง ที่เราอาจจะไม่เคยมีโอกาสได้ฟังมาก่อน เพียงแค่เราติดตามเพื่อนที่เข้าห้องนั้น หรือเรากดปุ่ม follow คนดังคนนั้น และบางทีถ้าเรายกมือ คนที่เป็น Moderator ก็อาจเปิดโอกาสให้เราแสดงความคิดเห็นด้วย ซึ่งมันจะทำให้คนตัวเล็ก ๆ ได้ใกล้ชิดคนดังมากขึ้น

          แอปนี้ยังเป็นเวทีสำหรับคนที่มีทักษะในเรื่องการพูด เนื่องจากแอปใช้พูดและฟังเป็นหลัก เมื่อก่อนนี้มันไม่มีเวทีให้คนที่พูดเก่งเหล่านี้แสดงสู่สาธารณะ ถึงแม้ว่าการไลฟ์ยูทูบ ไลฟ์เฟซบุ๊ก หรือพอดแคสต์ จะมีอยู่แล้ว แต่สำหรับการไลฟ์เสียงอย่างเดียว นี่เป็นแพลตฟอร์มแรกที่ทำมาเพื่อคนที่มีทักษะนี้

          ส่วนข้อด้อยของแอปฯ นี้ มองว่าเรื่องความเป็นส่วนตัวอาจเป็นศูนย์ เพราะไม่ว่าเราจะเข้าไปฟังในห้องไหน มันก็จะไปแจ้งเตือนในเครื่องเพื่อนของเราทันทีว่า “เราเข้าไปฟัง” ในห้องนี้ บางทีเราไม่ได้อยากให้เพื่อนของเราทุกคนรู้ว่า เราจะเข้าไปฟังอะไร เพราะบางหัวข้อเป็นเรื่อง Sensitive ที่เราอาจไม่ทันได้ระวัง นอกจากนี้ แอปนี้อาจทำให้เราติดจนเกินไป ด้วยความที่แอปฯไม่สามารถบันทึกไว้ฟังคราวหลังได้ บางทีก็จะอยากฟังต่อไปเรื่อย ๆ เพราะกลัวว่าจะพลาดอะไรไปจนกลายเป็นการเสพติดและหมดเวลาไปกับแอปฯนี้มากจนเกินไป

สำหรับการใช้งานของแอปฯ สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

  • เป็นผู้พูด คือ เป็นผู้ควบคุมห้องทั้งหมด ทั้งกำหนดหัวข้อห้อง กำหนดให้ผู้ฟังบางส่วนได้ร่วมพูด
  • เป็นผู้ฟัง คือ หาหัวข้อห้องที่มีผู้พูดซึ่งเราติดตามหรือหัวข้อห้องที่ตรงกับความสนใจ หรือ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราอยากจะพูดโต้ตอบ ให้กดปุ่มยกมือเพื่อขอให้เจ้าของห้องอนุญาต

อยากเล่น Clubhouse ดาวน์โหลดยังไง?

ดาวน์โหลด Clubhouse

          อันดับแรกคือ คุณต้องมี iPhone หรือ iPad ก่อนที่จะเข้าไปดาวน์โหลดแอปฯ Clubhouse ใน App Store ณ ปัจจุบันยังมีให้โหลดแค่บน iOS เท่านั้น (Play Store ยังต้องรอก่อนน๊า) เมื่อโหลดแอปฯมาแล้วยังไม่สามารถใช้งานได้ทันที ต้องรอเพื่อน Invite ก่อนเด้อ

 

Clubhouse เข้ายังไง?

          การจะเข้าใช้งานแอปฯ ได้ก็ต้องรอในห้อง Waitlist เพื่อให้ผู้ใช้งาน Clubhouse คนก่อน ๆ ที่เป็นเพื่อนของเรา (เชื่อมโยงจาก Contact เบอร์โทรศัพท์) ตอบตกลงที่จะให้เราเข้าร่วมแพลตฟอร์มนี้นั่นเอง เมื่อเราได้รับคำเชิญหรือการตอบรับจากเพื่อนผู้ใช้งานที่อยู่บนแพลตฟอร์มก่อนหน้าแล้ว ทำการลงทะเบียนด้วย ชื่อ-นามสกุลจริง เบอร์โทรศัพท์เบอร์หลัก ลงชื่อ @ ของเรา ระบบจะบอกเราว่า จะให้เราต่อคิวเพื่อรอที่จะได้สิทธิ์ในการใช้งานต่อไป (อันนี้ในกรณีที่ยังไม่มีเพื่อนเชิญ ก็ต้องรอนะจ๊ะ) แต่ถ้าเพื่อนที่มีเบอร์โทรศัพท์ของเราใน Contact List ของเขาอยู่แล้ว เนื่องจากการลงทะเบียนจะต้องใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ ทำให้ระบบสามารถตรวจพบเพื่อนที่อยู่ใน Contact List ของเราได้ อันนี้ระบบฉลาดล้ำเลิศมาก เพื่อนก็จะได้รับแจ้งเตือนและถามให้ดึงเราเข้าไปในแอปฯ ณ ตอนนั้น และเพื่อนเราก็สามารถช่วยกด “ลัดคิว” ซึ่งไม่เกี่ยวกับสิทธิ์ Invite นะ อันนี้จะทำให้เราได้รับสิทธิ์เข้าใช้งานในแอปฯ เลยทันทีไม่ต้องรอ!

          เมื่อเราสมัครเข้าใช้แอปฯ ได้แล้ว เราก็สามารถเลือกติดตามประเด็นความสนใจที่อยากรู้ได้ตามความสนใจหรือความชื่นชอบของตัวเองอีกด้วย ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ประเด็นเทคโนโลยี, การลงทุน, ศิลปะ, สังคม วัฒนธรรม, การดูแลตัวเองและการรักษาสุขภาพ, กีฬา ฯลฯ ตามแต่ที่เราจะไขว่คว้า แล้วก็ยังสามารถกดเลือกติดตามผู้คนที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ บนแพลตฟอร์มได้อีกด้วย

          แล้วเราก็ยังสามารถเลือกเข้า Session การสนทนาในประเด็นต่างๆ ที่ต้องการได้ตามความถนัด ความสนใจ ซึ่งแต่ละห้องจะมีผู้สนทนาสูงสุดมากกว่าหลักพันราย แถมยังเลือกเข้าออก Session สนทนาแต่ละห้องได้ด้วยตัวเอง ซึ่งในแต่ละ Moderator หรือผู้เปิดห้องสนทนานั้น ก็จำเป็นจะต้องกดปุ่มยกมือขึ้น (Raise your hand)

หลังจากนั้น ถ้าเราได้รับอนุญาตเพื่อเปิดไมค์ เราถึงจะมีโอกาสได้ยิงคำถาม ซักถาม หรือร่วมถกเถียงกับผู้เปิดประเด็นนั้นได้

Android ใช้แอปฯนี้ได้มั้ย?

Android เล่น Clubhouse ได้มั้ย

          ปัจจุบัน Clubhouse เปิดให้เฉพาะคนที่ใช้ iOS (iPhone, iPad) เท่านั้นเข้าร่วมได้ ยังไม่สามารถเปิดให้ Android เข้าได้ หลายคนถามว่าแล้ว Clubhouse Android จะใช้งานได้เมื่อไร? จากการทาวน์ฮอล์ของ 2 ผู้ก่อตั้งแอปฯ ดังกล่าว ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้บอกว่า ตอนนี้ทีมงานกำลังเร่งพัฒนาแอปฯ ให้ผู้ใช้งาน Android สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ และกำลังจะมีวิศวกร Android คนแรกเข้ามาทำงานร่วมกับทีม ทั้งยังได้ประกาศรับสมัครวิศวกร Android เพิ่มเติมผ่านทาวน์ฮอลล์ในครั้งนั้นอีกด้วย ยังไงก็อดใจรอกันอีกนิด

          รวมถึงการพัฒนาให้แอปฯ สามารถซ่อนสถานะจากผู้ใช้งานคนอื่น ซึ่งเวลาที่เราเข้าไปฟังบทสนทนาการเสวนาในห้องใดก็ตาม ตอนนี้หน้า UI ของแอปฯ ยังคงโชว์ให้เห็นชัดเจนเลยว่า ‘เราอยู่ในห้องนั้น’ ซึ่งผู้ใช้งานหลายคนเริ่มมี Feedback มาแล้วว่าพวกเขารู้สึกถึงความไม่เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะที่ผู้ใช้งานคนอื่นๆ หรือเพื่อนสามารถรับรู้ได้ว่าตัวเขาเองอยู่ในห้องไหน

          ส่วนฟีเจอร์การเข้า-ออกจากห้องแบบเงียบกริบนั้น (Quietly) ในกรณีที่เราไม่ต้องการให้คนอื่นทราบว่าเราเข้ามาฟังในห้อง หรือให้เราขึ้นไปเป็น Speaker (ตอนนี้ยังปฏิเสธไม่ได้) ทางผู้ร่วมก่อตั้งแอปฯ บอกว่าเขาจะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ขึ้นมาให้ผู้ใช้งานสามารถตอบปฏิเสธการขึ้นเป็น Speaker ได้ในอนาคต (Decline Politely) หากเรารู้สึกไม่สะดวกใจ

          อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่กำลังรอพัฒนาคือการแปลภาษานั่นเอง ผู้ก่อตั้งเองก็ได้คุยกับทีมงานถึงวิธีการที่จะเพิ่มฟีเจอร์การแปลภาษาในห้องขึ้นมาให้กับผู้ใช้งานเพื่อความสะดวกเช่นกัน ซึ่งน่าจะเป็นไปในรูปแบบการทำให้เราสามารถแปลชื่อหรือหัวข้อสนทนาในห้องนั้น ๆ ได้ อาจจะยังไม่ถึงขั้นการแปลเสียงแบบเรียลไทม์ ยังไงก็ต้องจับตาดูการพัฒนาฟีเจอร์ของแอปฯนี้กันต่อไปยาวๆ

          การมาของ Clubhouse ถือเป็นการขยายกรอบความคิดในเรื่องการสื่อสารในยุค Social Media ในหลายด้าน ทั้งการตลาด การสื่อสาร การจัดงาน Podcast ต่าง ๆ ซึ่งทุกการเปลี่ยนแปลง ล้วนก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ และทำให้สิ่งเดิมๆ ได้ปรับตัวไปด้วย จริงๆหากเราใช้โอกาสนี้เข้าไปศึกษาให้เข้าใจ ลองหยอดความสร้างสรรค์ของเราลงไป และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับเป้าหมายของเรา Clubhouse ก็อาจเป็นโอกาสใหม่ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว