logo

          รู้ไหมว่า ว่านหางจระเข้ ต้นไม้ที่มีสรรพคุณมากมายที่คนคงคุ้นเคยกันดีอย่างเช่นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวด้วยสารจาก ว่านหางจระเข้ ต้นไม้ชนิดนี้นอกจากจะมีประโยชน์ทางการแพทย์แล้วยังสามารถปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งบ้านได้ด้วย สำหรับคนที่สนใจมองหาไม้ประดับที่มีประโยชน์ในตัว ลองมาทำความรู้จักกันก่อนว่า ว่านหางจระเข้มีลักษณะอย่างไร มีกี่ชนิด ว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณอะไรบ้าง และการปลูกต้องทำอย่างไร

 

. . . . . . . . .

ว่านหางจระเข้ ต้นไม้สารพัดประโยชน์ที่ควรปลูกไว้ที่บ้าน

          ต้น ว่านหางจระเข้ หรือ Aloe vera เป็น พืชอวบน้ำ ชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Aloe vera (L.) Burm.f. ชื่อสามัญมีหลายชื่อ ได้แก่ Chinese Aloe, Indian Aloe, true Aloe, Barbados Aloe, burn Aloe และ first aid plant เป็นต้น ชื่อภาษาไทยเองก็มีชื่อเรียกอื่นอีกแตกต่างกันตามภูมิภาค เช่น ภาคเหนือ เรียกว่า ว่านไฟไหม้ ภาคกลาง เรียกว่า หางตะเข้ เป็นต้น

          ต้น ว่านหางจระเข้ มีต้นกำเนิดมาจากการเป็นพืชที่ขึ้นในเขตร้อน ปัจจุบันได้ถูกนำมาปลูกในยุโรปและเอเชีย และใช้ในการเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ก็ยังมีการใช้ปลูกเป็นไม้ประดับในกระถางด้วย

. . . . . . . . . .

 

ลักษณะทั่วไป

          ต้น ว่านหางจระเข้ เป็นพืชอวบน้ำชนิดหนึ่ง มีลำต้นสั้นหรือไม่มีลำต้น ลักษณะเด่นจะอยู่ที่ใบ คือ ใบเป็นใบเดี่ยว สูงประมาณ 10-100 เซนติเมตร ใบจะเรียงซ้อนเป็นกอ ออกเรียงเวียนรอบต้น ใบมีลักษณะโคนใบกว้างส่วนปลายใบแหลมคล้ายกับเข็ม ด้านบนของใบจะแบน ด้านหลังใบ โค้งนูน ขอบใบเป็นหนามแหลมขึ้นห่างกัน เนื้อใบหนามีสีเขียว อาจมีจุดลายสีเขียวอ่อน เนื้อในของใบมีน้ำเมือกเหนียวเป็นวุ้นใสสีเขียวอ่อน เมื่อกรีดลงบนโคนใบจะมีน้ำยางสีเหลืองใสไหลออกมา

          ดอกจะมีลักษณะเป็นช่อตั้งยาวขึ้นมา ความยาว 60-90 เซนติเมตร ออกจะแทงขึ้นมาจากกลางต้น ก้านดอกจะยาว ตัวดอกจะมีลักษณะเรียวยาวรูปแตรห้อยลงมา โคนกลีบเชื่อมกัน กลีบดอกจะมีสีแตกต่างกัน เช่น มีสีแดง เหลือง และขาว เป็นต้น โดยจะผลิดอกในช่วงฤดูหนาว ส่วนผลจะเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกระสวย

. . . . . . . . .

 

ชนิดของว่านหางจระเข้

          ต้น ว่านหางจระเข้ มีหลายสายพันธุ์มาก เนื่องจากเป็นต้นไม้เก่าแก่ที่คนปลูกกันมาอย่างยาวนานหลายพันปี ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนถึงกว่า 500 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกันไปไม่มากก็น้อยในลักษณะของใบ การเรียงตัวของใบ และสีของดอก ตัวอย่างเช่น ขนาดของต้นที่บางพันธุ์มีขนาดใหญ่มากยาวถึง 3 เมตร ไปจนถึงพันธุ์ที่มีขนาดเล็กมากแค่ 20 เซนติเมตร ความแตกต่างทางด้านสีของใบ เช่น บางพันธุ์มีใบสีเขียว บางพันธุ์ใบเปลี่ยนสีเป็นสีแดงหากโดนแดดจัด บางพันธุ์มีลวดลายบนตัวใบ บางพันธุ์มีหนามบริเวณขอบใบ บางพันธุ์มีหนามขึ้นทั่วทั้งใบ และบางพันธุ์ก็ไม่มีหนาม เป็นต้น ตัวอย่างพันธุ์ว่านหางจระเข้ที่เด่น ๆ 5 สายพันธุ์ ได้แก่

  1. Aloe Barbadensis Miller เป็นพันธุ์ที่พบได้มากและยอดนิยมที่สุด เนื่องจากมีสารที่มีสรรพคุณในการรักษาในอัตราที่สูงกว่าพันธุ์อื่น เป็นพันธุ์ที่มีใบขนาดใหญ่ มีจุดสีขาวอยู่บนใบในต้นอ่อน เมื่อแก่แล้วจุดสีขาวจะหายไป ดอกจะมีสีเหลือง
  2. Aloe Crosby’s Prolific หรือ ว่านหางจระเข้แคระ เป็นพันธุ์ที่มีขนาดเล็ก หนามมีสีใส ดอกมีสีส้มแดง ใบจะกลายเป็นสีแดงถ้าโดนแดด เหมาะกับการปลูกในกระถางเพื่อความสวยงาม
  3. Aloe Cameronii หรือ Red Aloe มีเอกลักษณ์ตรงที่สีของใบที่โดดเด่น ใบมีสีเขียวไปถึงสีแดงเลือดหมูขึ้นอยู่กับการโดนแดด หากโดนแดดน้อยใบก็จะเป็นสีเขียว ตัวใบมีความเรียวยาว ดอกมีสีส้มแดง
  4. Aloe Arborescens หรือ Candelabra Aloe เป็นพันธุ์ที่มีต้นสูงใหญ่จนถึงขนาดเดียวกับต้นไม้ใหญ่ได้ มีความสูง 2-3 เมตร ใบมีสีเขียวแกมน้ำเงินเล็กน้อย หนามมีสีซีด ดอกมีสีแดงอมส้ม ในสมัยก่อนใช้ปลูกเป็นรั้ว ปัจจุบันเป็นหนึ่งในพันธุ์ที่ปลูกเพื่อใช้ประโยชน์จากสรรพคุณในทางการรักษา
  5. Aloe Aristata หรือ Lace Aloe หรือ Torch Plant เป็นพันธุ์ขนาดเล็ก ใบมีสีเขียวอ่อนแต่ถ้าโดนแดดจะเป็นสีเขียวเข้ม มีหนามสีขาวขึ้นถี่ที่ขอบใบ และมีปุ่มขาวขึ้นทั่วไป ปลายใบแหลมเป็นหนามอ่อนนิ่ม ทรงต้นเป็นก้อน โตได้ 20 เซนติเมตร ดอกมีสีส้มแดง

 

. . . . . . . . .

การปลูกต้นว่านหางจระเข้

          ต้น ว่านหางจระเข้ นั้นเป็นพืชอวบน้ำ มีความต้องการแสงมาก แต่ต้องไม่โดนแสงแดดโดยตรง เนื่องจากจะทำให้ต้นแห้งและใบเปลี่ยนสีได้ การปลูกทำได้ง่ายมาก ปลูกได้ดีในดินทรายหรือมีปุ๋ยอุดมสมบูรณ์ ในการปลูกมีสิ่งที่ต้องเตรียม ดังนี้

  • การเตรียมดิน

ควรเตรียมดินปลูกที่มีความโปร่งโล่ง ควรเป็นดินปนทราย หรือดินสำหรับปลูกตะบองเพชร หรือดินที่ผสมเพอร์ไลต์ มีการระบายน้ำได้ดี สามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและปลูกลงบนแปลงปลูก

  • การเลือกกระถางปลูก

หากปลูกในกระถาง ควรเลือกใช้ภาชนะปลูกที่เหมาะกับขนาดต้น และควรเลือกเป็นกระถางดิน เนื่องจากสามารถระบายน้ำและทำให้ดินแห้งได้ดีกว่ากระถางพลาสติกหรือกระถางกระเบื้อง และต้องเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำด้านล่างด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากหากมีการระบายน้ำในดินที่ไม่ดี สามารถทำให้รากเน่าได้ง่าย

  • การเลือกพื้นที่ปลูก

เลือกพื้นที่ปลูก หรือพื้นที่วางากระถาง ควรเลือกเป็นบริเวณที่โดนแสงอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นพืชที่ต้องการแสงมาก แต่ต้องระวังไม่ให้โดนแดดจัดโดยตรง อาจเป็นด้านทิศเหนือหรือใต้

  • การปลูกลงในแปลงปลูก

หากปลูกในแปลงปลูก ควรปลูกให้ห่างกัน 50-70 เซนติเมตร เพื่อให้ได้มีพื้นที่ในการโต

  • การปลูกจากต้นที่เพาะจากร้านขายต้นไม้

         หากเป็นต้นที่ซื้อมาจากร้าน ให้นำต้นออกมาจากกระถางเก่า แล้วปัดเอาเศษดินออกจากราก ระวังไม่ให้รากเสียหาย หากต้นมีหน่อก็ให้เอาหน่อออกก่อน หากใช้มีดตัดให้ทิ้งต้นไว้ให้สมานแผลจากรอยตัดก่อนอย่างน้อย 2-3 วัน เมื่อทิ้งไว้ให้สมานรอยตัดดีแล้วก็ทำการปลูกลงในกระถาง โดยใส่ดินลงในกระถางประมาณ 3 ส่วนของกระถาง ใส่ต้นไม้ลงไปแล้วแล้วเอาดินกลบรากให้ดี อย่าใส่ดินจนเต็มถึงขอบกระถาง ให้ใบล่างสุดของต้นอยู่เหนือดิน

          เมื่อนำต้นลงในดินแล้ว ควรทิ้งไว้เฉย ๆ โดยไม่รดน้ำอย่างน้อย 1 อาทิตย์ เพื่อลดโอกาสการเกิดรากเน่า และให้รากใหม่งอกมา เมื่อต้นฝังรากดีแล้วก็ค่อยย้ายไปในตำแหน่งที่ต้องการ

  • การปลูกจากหน่อ

หน่อ คือ ต้นเล็ก ๆ ที่เกิดจากการสร้างขึ้นของต้นแม่ สำหรับการปลูกจากหน่อ ให้ดึงหน่อออกจากต้นแม่ หรือใช้มีดตัดหน่อออก ให้ได้เป็นต้นเล็ก ๆ ที่มีรากสมบูรณ์ดี ปัดดินออกจากราก แล้วทิ้งไว้นอกดิน 2-3 วันเพื่อให้หน่อให้สร้างผิวมาปิดส่วนที่ถูกตัด ซึ่งจะช่วยไม่ให้เน่าได้ เก็บหน่อที่ตัดแล้วไว้ในที่อุ่นไม่โดนแดดโดยตรง เมื่อหน่อสร้างเปลือกหุ้มสมานรอยตัดเรียบร้อยแล้วให้นำลงกระถางได้ โดยใช้ดินสำหรับพืชอวบน้ำทั่วไป อย่าลืมว่าดินต้องระบายน้ำได้ดี วางกระถางไว้ในบริเวณที่ได้รับแสงเพียงพอ รออย่างน้อย 1 อาทิตย์ก่อนค่อยรดน้ำ

. . . . . . . . .

 

การดูแลว่านหางจระเข้

          ต้น ว่านหางจระเข้ ต้องการการดูแลที่น้อยมาก มีเพียงแค่ไม่กี่สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่

  • การรดน้ำ

            สิ่งสำคัญที่สุดของการดูแลต้นไม้ชนิดนี้คือการ รดน้ำให้เหมาะสม ดินควรจะแห้งสนิทก่อนแล้วค่อยรดน้ำครั้งต่อไป การรดน้ำควรรดให้ดินเปียกชุ่มทั้งหมดแล้วปล่อยให้น้ำไหลออกจากดิน การรดน้ำมากเกินไป หรือถี่เกินไป จะทำให้ดินชุ่มชื้นอยู่นาน จะทำให้รากเน่าได้ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้น ว่านหางจระเข้ ตาย ควรรดน้ำทุก 2 สัปดาห์ หรือปล่อยให้ดินด้านบนประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของดินทั้งหมดให้แห้งก่อนแล้วค่อยรดน้ำ เช่น กระถางใส่ดินลึก 6 นิ้ว ควรปล่อยให้ดิน 2 นิ้วที่อยู่ด้านบนแห้งก่อน เช็คโดยการใช้นิ้วจิ้มลงไปในดิน 

  • การใส่ปุ๋ย

          ต้นไม้ชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย แต่ถ้าอยากใส่ก็สามารถใส่ปุ๋ยได้บ้าง ไม่ถี่เกินกว่า 1 ครั้งต่อเดือน

. . . . . . . . . .

 

สรรพคุณของว่านหางจระเข้

          ต้น ว่านหางจระเข้ นอกจากจะใช้ประโยชน์เป็นไม้ประดับช่วยตกแต่งบ้านได้แล้ว ยังมีสรรพคุณในทางการรักษาอีกมากมายด้วย โดยในส่วนใบและวุ้นในใบมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ชรา ลดโรคเสื่อมถอยของการทำงานหรือโครงสร้างของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ มีสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ช่วยสมานแผล ยับยั้งการเจริญของเนื้องอก และช่วยการเติบโตของแบคทีเรียดีในร่างกาย ทำให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ โดยใช้เป็นยารักษาบาดแผลภายนอก และใช้รับประทานรักษาโรคบางโรคได้ด้วย

1. ยาทาภายนอก

          ส่วนที่ใช้เป็นยาทาภายนอกคือ ส่วนวุ้นจากใบ โดยต้องเก็บตอนต้นมีอายุ 1 ปี วุ้นจะให้ความรู้สึกเย็น ก่อนใช้ต้องล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อเอายางสีเหลืองออกให้หมดก่อน

  • รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้วุ้นสดทา หรือแปะลงไปที่แผลอยู่ตลอดใน 2 วันแรก ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน และช่วยทำให้แผลหายอย่างรวดเร็ว และอาจช่วยลดรอยแผลเป็นที่จะเกิดได้
  • ผิวไหม้จากแดด ใช้ทาก่อนออกแดดเพื่อป้องกันการถูกแดดเผา โดยใช้ใบสดทา แต่อาจทำให้ผิวแห้งได้ อาจทาผสมกับน้ำมันพืช หรือโลชั่น ทาเพื่อรักษาผิวหนังไหม้จากแดด โดยทาจากใบสด ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนังลงได้
  • แผลจากของมีคม แผลถลอก ใช้วุ้นจากใบแปะแผลให้มิดแล้วใช้ผ้าปิด หยอดน้ำเมือกลงบนแผลให้เปียกอยู่เสมอ ช่วยลดอาการเจ็บได้ และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • รักษาริดสีดวงทวาร ใช้ ว่านหางจระเข้ ปอกเปลือกส่วนนอกของใบแล้วเหลาให้เป็นปลายแหลมเล็กน้อย แล้วใช้เหน็บที่ช่องทวารหนัก เมื่อบรรเทาอาการปวดและอาการคันได้ อาจนำไปแช่ตู้เย็นหรือแช่น้ำแข็งให้แข็งจะทำให้สอดได้ง่ายขึ้น
  • แก้ปวดศีรษะ ตัดใบว่านสด แล้วทาปูนแดง นำมาปิดที่ขมับช่วยแก้ปวดศีรษะได้
  • รักษาช่องปากอักเสบ โดยใช้วุ้นปิดที่แผลในปาก และสามารถบ้วนปากด้วยน้ำ ว่านหางจระเข้ ได้ โดยการตัดใบขนาด 3-4 เซนติเมตร เอาหนามออก ลวกด้วยน้ำร้อน แล้วบดให้ละเอียด นำมาผสมน้ำให้เจือจาง 4-5 เท่า แล้วใช้บ้วนปาก ควรอมไว้ในปากสักพักก่อนบ้วน 
  • รักษาโรคฮ่องกงฟุต ผิวหนังที่มือและเท้าติดเชื้อรา ทาวุ้นจากใบในบริเวณที่เป็น โดยทาหลังอาบน้ำ ช่วยลดอาการคันและช่วยฆ่าเชื้อได้
  • ใช้บำรุงเส้นผม ช่วยให้ผมดก เป็นเงางาม เส้นผมสลวย และลดการเกิดรังแค โดยการชโลมวุ้นผสมน้ำลงบนศีรษะ หรืออาจผสมกับน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ด้วยก็ได้
  • รักษาผิวเป็นจุดด่างดำ ใช้วุ้นทาวันละ 2 ครั้งหลังจากทำความสะอาดผิว อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจุดด่างดำจะจาง
  • รักษาสิว ลดรอยฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้า ยับยั้งการติดเชื้อ และลดความมันบนใบหน้า โดยใช้วุ้นทาที่ใบหน้า หรือใช้เนื้อวุ้น ผสมไข่ขาว และน้ำผึ้ง แล้วทาทิ้งไว้บนใบหน้า 15 นาทีแล้วล้างออก
  • บำรุงริมฝีปาก ลดอาการเจ็บปวดจากการปากแตก และใช้ทาเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากที่แห้ง

2. ยารับประทาน

  • ยาถ่าย โดยใช้น้ำยางสีเหลืองของ ว่านหางจระเข้ ที่จะไหลออกมาระหว่างผิวนอกของใบกับตัววุ้นภายใน นำมาทำยาที่มีชื่อเรียกว่า ยาดำ ซึ่งน้ำยางนี้จะมีสารที่มีฤทธิ์ในการขับถ่าย โดยเลือก ว่านหางจระเข้ ที่มีอายุ 9 เดือนขึ้นไปจะให้น้ำยางมาก ตัดตรงโคนใบให้เป็นรูปสามเหลี่ยมและปล่อยให้น้ำยางไหลลงในภาชนะ นำน้ำยางที่ได้ไปเคี่ยวให้ข้น แล้วเทลงในพิมพ์ ตั้งทิ้งไว้ให้แข็งเป็นก้อน ตัวยาที่ได้จะมีลักษณะสีแดงน้ำตาลจนถึงดำ แข็ง เปราะ ผิวมัน มีรสขม ขนาดยาที่ใช้รับประทานเป็นยาถ่าย คือ 250 มิลลิกรัม หรือขนาดประมาณ 1-2 เม็ดถั่วเขียว
  • แก้โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ โดยการรับประทานวุ้นในใบ ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง
  • แก้อาการปวดตามข้อ ดื่มน้ำ ว่านหางจระเข้ หรือรับประทานวุ้น ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 2-3 ครั้ง อาการปวดตามข้อจะดีขึ้น อาจต้องกินติดต่อกัน 2 เดือนขึ้นไป
  • รักษาโรคตับ ดื่มน้ำ ว่านหางจระเข้ หรือรับประทานสด ๆ เลย ควบคู่กับการรักษาจะช่วยให้ตับฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

          การเก็บใบ ว่านหางจระเข้ มาใช้นั้น ควรเก็บใบที่โตเต็มที่แล้ว โดยเลือกใบหนา ๆ ที่อยู่ด้านนอกก่อน เลือกใบที่ดูดี แข็งแรง ไม่เป็นโรค โดยตัดใบให้ใกล้กับราก เนื่องจากสารที่มีประโยชน์ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณโคนของใบ อย่าตัดโดนราก นำใบมาล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ใช้มีดเล็มหนามออกก่อน แล้วค่อยตัดใบและตัดเอาวุ้นออกมา ปล่อยน้ำยางสีเหลืองให้ไหลทิ้งไป หากต้องการใช้น้ำยางก็หาภาชนะมารองเก็บไว้ได้

. . . . . . . . . .

 

การจัดวางต้นว่านหางจระเข้เพื่อตกแต่งในบ้านหรือคอนโด

          ต้น ว่านหางจระเข้ เหมาะกับการปลูกที่บ้านหรือคอนโดเป็นอย่างยิ่ง สามารถปลูกได้ทั้งภายนอกในแปลงปลูกและปลูกภายในบ้าน หากจะปลูกภายในบ้านควรวางกระถางต้นว่านหางจระเข้ไว้ในบริเวณที่มีแสงสว่าง แต่ไม่โดนแดดโดยตรง ตัวอย่างการจัดวางภายในบ้าน เช่น

  • ปลูกไว้ในห้องครัว เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่มีสรรพคุณด้านการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้ อาจวางกระถาง ว่านหางจระเข้ ไว้ในห้องครัว บนเคาน์เตอร์ครัวบริเวณริมหน้าต่าง เพื่อให้สามารถหยิบมาใช้ได้โดยสะดวกรวดเร็วหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น
  • ปลูกไว้ในห้องนอน เนื่องจาก ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่มีลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนพืชอื่นทั่วไปที่จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืน ว่านหางจระเข้ จะคายออกซิเจนตลอดทั้งวัน ทั้งในตอนกลางวันและตอนกลางคืน จึงเหมาะกับการปลูกไว้ในห้องนอน ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศ เพิ่มปริมาณออกซิเจน ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น
  • ปลูกไว้ในห้องนั่งเล่น อาจวางไว้บนโต๊ะกลาง หรือบนชั้น ช่วยเพิ่มความสวยงามและเกิดบรรยากาศที่ดีให้กับบ้าน 
  • วางไว้บนโต๊ะทำงานที่บ้านหรือที่ทำงาน เพื่อช่วยเพิ่มความสวยงามและใช้เป็นจุดพักสายตาระหว่างทำงานได้ด้วย
  • ปลูกไว้ริมระเบียงที่มีหลังคาคลุม เพื่อให้โดนแสงเต็มที่ ควรเลือกด้านระเบียงที่ไม่โดดแดดจัดมาก เช่น ระเบียงด้านทิศเหนือและใต้ เป็นต้น

. . . . . . . . . .

 

หาซื้อได้ที่ไหน

          ต้น ว่านหางจระเข้ มีการขายเป็นกระถาง โดยราคากระถางขนาด 4 นิ้วอยู่ที่ประมาณ 50 บาท ปัจจุบันสามารถสั่งซื้อต้นไม้ได้จากร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ซื้อผ่านแอป Shopee, Lazada, Facebook หรือสั่งผ่าน Line ของร้านค้า แต่หากต้องไปเลือกซื้อด้วยตนเองก็มีแหล่งขายต้นไม้มากมาย ยกตัวเอย่างเช่น

1. ตลาดต้นไม้เจ้าจอม

          ตลาดต้นไม้ที่ขายหลายอย่างมาก ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล ไม้มงคล หลากหลายสายพันธุ์ นอกจากต้นไม้ก็ยังมีอุปกรณ์จัดแต่งสวน กระถางต้นไม้ ดินปลูกต้นไม้ ปุ๋ย และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีศูนย์อาหารและที่จอดรถบริการอีกด้วย

ตั้งอยู่ริมถนนร่มเกล้า อยู่ฝั่งขาเข้าลาดกระบัง แขวงแสบแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เดินทางมาได้โดยนั่งรถไฟฟ้า Airport Rail Link ลงสถานีลาดกระบัง แล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถเมล์ หรือจะนั่งรถประจำทางสาย 143ม และ 151ร ลงป้ายหน้าตลาดได้เลย

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00 – 18.00 น.

พิกัดบนแผนที่ https://goo.gl/maps/rv9DKKRpWXZvNMVTA 

2. ตลาดธนบุรี สนามหลวง 2

          เป็นตลาดต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งธนบุรี เป็นศูนย์รวมต้นไม้นานาพันธุ์ ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล สมุนไพร พืชผักสวนครัวต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งอุปกรณ์ปลูกต้นไม้จัด อุปกรณ์จัดแต่งสวน และของประดับตกแต่งบ้าน นอกจากต้นไม้และอุปกรณ์เกี่ยวกับสวนแล้วก็ยังมีร้านขายสัตว์เลี้ยง เสื้อผ้า และร้านอาหาร รวมทั้งของอื่น ๆ อีกมากมายด้วย

ตั้งอยู่ที่ ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร เดินทางได้โดยรถไฟฟ้า MRT สถานีหลักสอง แล้วต่อรถประจำทางสาย 91ก หรือขับรถยนต์ส่วนตัวมาได้ มีที่จอดรถมากมาย

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น.

พิกัดบนแผนที่ https://goo.gl/maps/y1cs73Xat3aFvHTK7 

3. หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15

          เป็นแหล่งรวบรวมไม้ดอก ไม้ประดับขนาดใหญ่มาก ๆ มีร้านขายต้นไม้เรียงรายอยู่เต็มทั้งถนนยาวหลายกิโลเมตร มีต้นไม้ให้เลือกมากมายทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผักสวนครัว สมุนไพร ไม้มงคล ไปจนถึงไม้ต้นใหญ่ ๆ นับได้ว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากต้นไม้ก็มีอุปกรณ์ปลูกต้นไม้และตกแต่งสวน รวมไปถึงร้านอาหารให้บริการด้วย

ตั้งอยู่ที่ ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลคลองใหญ่ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัววิ่งไปตามถนนรังสิ-นครนายกจนถึงคลอง 15

เปิดบริการทุกวัน เวลา 6.00 – 18.00 น.

พิกัดบนแผนที่ https://goo.gl/maps/Xt2E1sVaRDTffiPW9 

 

. . . . . . . . .

          ต้น ว่านหางจระเข้ เป็นพืชมหัศจรรย์ที่ปลูกง่ายมาก ไม่ต้องรดน้ำเยอะ และไม่ต้องการดูแลมาก แถมยังมีคุณประโยชน์มากมาย นอกจากใช้เป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามให้กับบ้านแล้ว ยังมีประโยชน์ทางด้านการรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก บำรุงผิวหนัง และรักษาโรคอื่น ๆ ได้ด้วย รวมทั้งช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับบ้าน เห็นอย่างนี้ก็ควรรีบไปหา ว่านหางจระเข้ มาปลูกไว้ที่บ้านหรือคอนโดกันสักต้นสองต้นเถอะ