logo

           อุทยานแห่งชาติในประเทศไทยนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ ในแต่ละสถานที่ ในแต่ละปีจะมีผู้คนเดินทางไปท่องเที่ยวอุทยานต่าง ๆ มากมายตามฤดูกาล ทั้งฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว และช่วงเทศกาล และในแต่ละแห่งก็มีทัศนียภาพความสวยงามโดดเด่นที่แตกต่างกันไป ทั้งป่าเขา แม่น้ำลำธาร ท้องทุ่ง เกาะแก่ง ชายหาด ท้องทะเล ถ้ำ หน้าผา น้ำตก หุบเขาหินผา อุทยานแห่งชาติในประเทศไทยมีหลายแห่งที่เป็น Unseen Thailand ที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่งดงามแปลกตา ไม่เหมือนที่ใดในโลก รวมทั้งอุทยานต่าง ๆ ยังเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าและมีความหลากหลาย เช่น มีพืชนานาพันธุ์ สัตว์นานาชนิด และสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้อุทยานแห่งชาติได้กลายเป็นสถานที่ที่น่าศึกษาเรียนรู้ พักผ่อนหย่อนใจของหลาย ๆ คนที่ใฝ่ฝันจะมาเยือนให้ได้สักครั้ง วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับอุทยานที่มีชื่อเสียงในแต่ละภาคที่ได้รับความนิยมมาก ๆ รวมถึงแนะนำอุทยานในประเทศไทยให้ได้รู้จักกันว่าใน ภาคไหน จังหวัดไหน มีความสวยงามอย่างไร กับแนะนำอุทยานแห่งชาติในประเทศไทย ที่ไหนสวย ธรรมชาติงดงาม ที่ไหนเป็น Dream Destination ของนักท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือนให้ได้

. . . . . . . . . .

มารู้จักกับความสำคัญของอุทยานแห่งชาติ

          อุทยานแห่งชาติ เป็นพื้นที่ทางธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นแหล่งเรียนรู้ชีวิตทางธรรมชาติด้วย เพราะการมีอยู่ของธรรมชาติ สัตว์ และพืชพันธุ์ ที่อุดมสมบูรณ์นั้น ก็จะส่งผลในระบบนิเวศมาถึงมนุษย์เราด้วยเช่นเดียวกัน ประโยชน์ของการมีอุทยานแห่งชาติ มีดังนี้

1 ดูแลรักษาระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุล 

          การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญมาก สภาพพื้นที่ แม่น้ำ ป่าเขา รวมทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า เป็นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ดีให้กับโลก เป็นประโยชน์ต่อคนทุกคน

2 เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัย 

          การได้ศึกษาเรียนรู้สิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ จะช่วยให้เราได้เรียนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ บนโลก ได้เรียนรู้ธรรมชาติเพื่อนำมาปรับใช้ เป็นห้องทดลองทางธรรมชาติขนาดใหญ่ ให้ได้ค้นคว้าวิจัยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เราสามารถศึกษาธรรมชาติ เช่น เดินป่า ส่องสัตว์ ดูนก ดูผีเสื้อ ฯลฯ  

3 เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 

          สถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามมาก ๆ คงไม่มีที่ไหนเทียบกับอุทยานแห่งชาติได้อีกแล้ว เพราะการได้พักผ่อนสนุกสนานท่ามกลางธรรมชาติและอากาศที่บริสุทธิ์นั้น เป็นเรื่องดีงามต่อชีวิตเป็นอย่างมาก ปัจจุบันอุทยานหลาย ๆ แห่ง ก็มีกิจกรรมให้เราได้ร่วมผจญภัยกันมากมาย ทั้งการเดินป่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ปีนเขา แค้มปิ้ง หรือล่องแก่ง 

รายชื่ออุทยานแห่งชาติในประเทศไทย แยกเป็นรายภาคและรายจังหวัด

          อุทยานแห่งชาติในประเทศไทยนั้นมีมากมาย ที่มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ น่าไปศึกษาเรียนรู้ แถมยังสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เราได้รวบรวมรายชื่ออุทยานต่าง ๆ ในประเทศไทยมารวมกันไว้ที่นี่ แยกตามรายภาค รายจังหวัด พร้อมเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อเจ้าหน้าที่ หากต้องการเข้าพักแรม จองบ้านพัก หรือไปเที่ยวชม

อุทยานแห่งชาติในเขตภาคเหนือ

อุทยานคลองลาน

จังหวัดกำแพงเพชร

  • อุทยานคลองลาน ขนาดพื้นที่ 423.79 ตร.กม. 
  • อุทยานคลองวังเจ้า ขนาดพื้นที่ 740.69 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่วงก์ ขนาดพื้นที่ 898.14 ตร.กม. 

จังหวัดเชียงราย

  • อุทยานขุนแจ ขนาดพื้นที่ 283.48 ตร.กม. 
  • อุทยานภูชี้ฟ้า ขนาดพื้นที่ 192 ตร.กม. 
  • อุทยานดอยหลวง ขนาดพื้นที่ 1,208.00 ตร.กม. 
  • อุทยานลำน้ำกก ขนาดพื้นที่ 741.95 ตร.กม. 
  • อุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ขนาดพื้นที่ 8 ตร.กม. 

จังหวัดเชียงใหม่

  • อุทยานขุนขาน ขนาดพื้นที่ 208.93 ตร.กม. 
  • อุทยานดอยผ้าห่มปก ขนาดพื้นที่ 529.51 ตร.กม. 
  • อุทยานดอยเวียงผา ขนาดพื้นที่ 357.35 ตร.กม.
  • อุทยานดอยสุเทพ-ปุย ขนาดพื้นที่ 270.78 ตร.กม. 
  • อุทยานดอยอินทนนท์ ขนาดพื้นที่ 474.68 ตร.กม.
  • อุทยานผาแดง ขนาดพื้นที่ 1,144.94 ตร.กม. 
  • อุทยานน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี ขนาดพื้นที่ 15 ตร.กม
  • อุทยานแม่ตะไคร้ ขนาดพื้นที่ 354.94 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่โถ ขนาดพื้นที่ 491.05 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่วาง ขนาดพื้นที่ 119.68 ตร.กม. 
  • อุทยานศรีลานนา ขนาดพื้นที่ 1,472.59 ตร.กม. 
  • อุทยานห้วยน้ำดัง ขนาดพื้นที่ 1,231.61 ตร.กม. 
  • อุทยานออบขาน ขนาดพื้นที่ 236.17 ตร.กม. 
  • อุทยานออบหลวง ขนาดพื้นที่ 564.71 ตร.กม. 

จังหวัดตาก

  • อุทยานขุนพะวอ ขนาดพื้นที่ 396.92 ตร.กม. 
  • อุทยานตากสินมหาราช ขนาดพื้นที่ 265.93 ตร.กม. 
  • อุทยานน้ำตกพาเจริญ ขนาดพื้นที่ 699.66 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่เมย ขนาดพื้นที่ 195.73 ตร.กม. 
  • อุทยานลานสาง ขนาดพื้นที่ 105.16 ตร.กม.

จังหวัดน่าน

  • อุทยานขุนน่าน ขนาดพื้นที่ 245.91 ตร.กม. 
  • อุทยานขุนสถาน ขนาดพื้นที่ 364.67 ตร.กม. 
  • อุทยานดอยภูคา ขนาดพื้นที่ 1,700.87 ตร.กม.
  • อุทยานถ้ำสะเกิน ขนาดพื้นที่ 252.64 ตร.กม.
  • อุทยานนันทบุรี ขนาดพื้นที่ 452.96 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่จริม ขนาดพื้นที่ 425.07 ตร.กม. 
  • อุทยานศรีน่าน ขนาดพื้นที่ 1,025.26 ตร.กม.

จังหวัดพะเยา

  • อุทยานดอยภูนาง ขนาดพื้นที่ 863.35 ตร.กม.
  • อุทยานภูซาง ขนาดพื้นที่ 281.68 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่ปืม ขนาดพื้นที่ 351.28 ตร.กม. 

จังหวัดพิษณุโลก

  • อุทยานแควน้อย ขนาดพื้นที่ 223.86 ตร.กม. 
  • อุทยานทุ่งแสลงหลวง ขนาดพื้นที่ 1,244.83 ตร.กม. 
  • อุทยานน้ำตกชาติตระการ ขนาดพื้นที่ 537.21 ตร.กม. 
  • อุทยานภูหินร่องกล้า ขนาดพื้นที่ 304.96 ตร.กม.

จังหวัดเพชรบูรณ์

  • อุทยานเขาค้อ ขนาดพื้นที่ 483.78 ตร.กม. 
  • อุทยานตาดหมอก ขนาดพื้นที่ 286.56 ตร.กม. 
  • อุทยานน้ำหนาว ขนาดพื้นที่ 974.26 ตร.กม. 

จังหวัดแพร่

  • อุทยานดอยผากลอง ขนาดพื้นที่ 182.62 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่ยม ขนาดพื้นที่ 484.74 ตร.กม. 
  • อุทยานเวียงโกศัย ขนาดพื้นที่ 429.81 ตร.กม. 

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

  • อุทยานถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ขนาดพื้นที่ 637.06 ตร.กม. 
  • อุทยานน้ำตกแม่สุรินทร์ ขนาดพื้นที่ 429.69 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่เงา ขนาดพื้นที่ 447.72 ตร.กม. 
  • อุทยานสาละวิน ขนาดพื้นที่ 735.13 ตร.กม. 

จังหวัดลำพูน

  • อุทยานดอยขุนตาล ขนาดพื้นที่ 261.32 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่ปิง ขนาดพื้นที่ 1,018.65 ตร.กม.

จังหวัดลำปาง

  • อุทยานแจ้ซ้อน ขนาดพื้นที่ 791.92 ตร.กม. 
  • อุทยานดอยจง ขนาดพื้นที่ 346.19 ตร.กม. 
  • อุทยานถ้ำผาไท ขนาดพื้นที่ 1,240.50 ตร.กม. 
  • อุทยานแม่วะ ขนาดพื้นที่ 582.61 ตร.กม. 
  • อุทยานเขลางค์บรรพต ขนาดพื้นที่ 80.624 ตร.กม.

จังหวัดสุโขทัย

  • อุทยานรามคำแหง ขนาดพื้นที่ 341 ตร.กม. 
  • อุทยานศรีสัชนาลัย ขนาดพื้นที่ 216.99 ตร.กม. 

จังหวัดอุตรดิตถ์

อุทยานต้นสักใหญ่ ขนาดพื้นที่ 518.08 ตร.กม.

อุทยานภูสอยดาว ขนาดพื้นที่ 341.79 ตร.กม.

อุทยานลำน้ำน่าน ขนาดพื้นที่ 1,054.41 ตร.กม.

อุทยานแห่งชาติในเขตภาคตะวันตก

อุทยานเขาแหลม

จังหวัดกาญจนบุรี

  • อุทยานเขาแหลม ขนาดพื้นที่ 1,478.01 ตร.กม
  • อุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ ขนาดพื้นที่ 2,032.65 ตร.กม.
  • อุทยานเฉลิมรัตนโกสินทร์ ขนาดพื้นที่ 66.96 ตร.กม.
  • อุทยานทองผาภูมิ ขนาดพื้นที่ 1,234.26 ตร.กม. 
  • อุทยานไทรโยค ขนาดพื้นที่ 955.14 ตร.กม.
  • อุทยานลำคลองงู ขนาดพื้นที่ 672.77 ตร.กม. 
  • อุทยานเอราวัณ ขนาดพื้นที่ 522.67 ตร.กม. 

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

  • อุทยานกุยบุรี ขนาดพื้นที่ 991.46 ตร.กม. 
  • อุทยานเขาสามร้อยยอด ขนาดพื้นที่ 161.25 ตร.กม. 
  • อุทยานน้ำตกห้วยยาง ขนาดพื้นที่ 158.43 ตร.กม.
  • อุทยานหาดวนกร ขนาดพื้นที่ 38 ตร.กม.
  • อุทยานอ่าวสยาม ขนาดพื้นที่ 12.8 ตร.กม. 

จังหวัดเพชรบุรี

  • อุทยานแก่งกระจาน ขนาดพื้นที่ 3,034.42 ตร.กม. 

จังหวัดราชบุรี

  • อุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ขนาดพื้นที่ 328.05 ตร.กม. 

 

อุทยานแห่งชาติในเขตภาคตะวันออก

อุทยานเขาคิชฌกูฏ

จังหวัดจันทบุรี

  • อุทยานเขาคิชฌกูฏ ขนาดพื้นที่ 57.69 ตร.กม.
  • อุทยานเขาสิบห้าชั้น ขนาดพื้นที่ 120 ตร.กม. 
  • อุทยานน้ำตกพลิ้ว ขนาดพื้นที่ 119.42 ตร.กม. 
  • อุทยานแก่งหางแมว ขนาดพื้นที่ 118.14 ตร.กม. 

จังหวัดตราด

  • อุทยานน้ำตกคลองแก้ว ขนาดพื้นที่ 199.11 ตร.กม. 
  • อุทยานหมู่เกาะช้าง ขนาดพื้นที่ 616.50 ตร.กม.

จังหวัดปราจีนบุรี

  • อุทยานทับลาน ขนาดพื้นที่ 2,245.88 ตร.กม. 

จังหวัดระยอง

  • อุทยานเขาชะเมา-เขาวง ขนาดพื้นที่ 87.55 ตร.กม. 
  • อุทยานเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ขนาดพื้นที่ 131.62 ตร.กม. 

จังหวัดสระแก้ว

  • อุทยานปางสีดา ขนาดพื้นที่ 847.00 ตร.กม.
  • อุทยานตาพระยา ขนาดพื้นที่ 594 ตร.กม. 

 

อุทยานแห่งชาติในเขตภาคกลาง

จังหวัดสระบุรี

  • อุทยานน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ขนาดพื้นที่ 41.47 ตร.กม. 
  • อุทยานน้ำตกสามหลั่น ขนาดพื้นที่ 45.54 ตร.กม.

จังหวัดสุพรรณบุรี

  • อุทยานพุเตย ขนาดพื้นที่ 318.76 ตร.กม. 

 

อุทยานแห่งชาติในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อุทยานน้ำพอง

จังหวัดขอนแก่น

  • อุทยานน้ำพอง ขนาดพื้นที่ 226.42 ตร.กม. 
  • อุทยานภูเก้า-ภูพานคำ ขนาดพื้นที่ 307.38 ตร.กม. 
  • อุทยานภูผาม่าน ขนาดพื้นที่ 355.51 ตร.กม.
  • อุทยานภูเวียง ขนาดพื้นที่ 317.40 ตร.กม. 

จังหวัดชัยภูมิ

  • อุทยานตาดโตน ขนาดพื้นที่ 222.96 ตร.กม. 
  • อุทยานไทรทอง ขนาดพื้นที่ 333.35 ตร.กม. 
  • อุทยานป่าหินงาม ขนาดพื้นที่ 100.08 ตร.กม. 
  • อุทยานภูแลนคา ขนาดพื้นที่ 197.58 ตร.กม.

จังหวัดนครพนม

  • อุทยานภูลังกา ขนาดพื้นที่ 57.82 ตร.กม. 

จังหวัดนครราชสีมา

  • อุทยานเขาใหญ่ ขนาดพื้นที่ 2,168.75 ตร.กม. 

จังหวัดมุกดาหาร

  • อุทยานภูผาเทิบ ขนาดพื้นที่ 50.53 ตร.กม. 
  • อุทยานภูสระดอกบัว ขนาดพื้นที่ 224.99 ตร.กม. 

จังหวัดเลย

  • อุทยานภูกระดึง ขนาดพื้นที่ 265.38 ตร.กม. 
  • อุทยานภูเรือ ขนาดพื้นที่ 121.48 ตร.กม. 
  • อุทยานภูสวนทราย ขนาดพื้นที่ 104.33 ตร.กม. 

จังหวัดศรีสะเกษ

  • อุทยานเขาพระวิหาร ขนาดพื้นที่ 136.62 ตร.กม. 

จังหวัดสกลนคร

  • อุทยานภูผายล ขนาดพื้นที่ 780.26 ตร.กม. 
  • อุทยานภูผาเหล็ก ขนาดพื้นที่ 406.23 ตร.กม. 
  • อุทยานภูพาน ขนาดพื้นที่ 731.31 ตร.กม.

จังหวัดอุดรธานี

  • อุทยานนายูง-น้ำโสม ขนาดพื้นที่ 401.40 ตร.กม. 
  • อุทยานภูหินจอมธาตุ ขนาดพื้นที่ 40 ตร.กม. 

จังหวัดอุบลราชธานี

  • อุทยานแก่งตะนะ ขนาดพื้นที่ 85.26 ตร.กม.
  • อุทยานผาแต้ม ขนาดพื้นที่ 361.44 ตร.กม. 
  • อุทยานภูจองนายอย ขนาดพื้นที่ 704.91 ตร.กม.

อุทยานแห่งชาติในเขตภาคใต้

อุทยานหมู่เกาะลันตา

จังหวัดกระบี่

  • อุทยานเขาพนมเบญจา ขนาดพื้นที่ 52.62 ตร.กม. 
  • อุทยานธารโบกขรณี ขนาดพื้นที่ 103.45 ตร.กม. 
  • อุทยานหมู่เกาะลันตา ขนาดพื้นที่ 135.16 ตร.กม. 
  • อุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ขนาดพื้นที่ 392.69 ตร.กม. 

จังหวัดชุมพร

  • อุทยานหมู่เกาะชุมพร ขนาดพื้นที่ 324.42 ตร.กม.

จังหวัดตรัง

  • อุทยานหาดเจ้าไหม ขนาดพื้นที่ 226.79 ตร.กม.

จังหวัดนครศรีธรรมราช

  • อุทยานเขานัน ขนาดพื้นที่ 408.70 ตร.กม. 
  • อุทยานเขาหลวง ขนาดพื้นที่ 593.56 ตร.กม.
  • อุทยานน้ำตกโยง ขนาดพื้นที่ 210.29 ตร.กม. 
  • อุทยานน้ำตกสี่ขีด ขนาดพื้นที่ 142.13 ตร.กม. 
  • อุทยานหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ ขนาดพื้นที่ 111.43 ตร.กม. 

จังหวัดนราธิวาส

  • อุทยานน้ำตกชีโป ขนาดพื้นที่ 122.74 ตร.กม.
  • อุทยานบูโด-สุไหงปาดี ขนาดพื้นที่ 354.94 ตร.กม. 
  • อุทยานอ่าวมะนาว-เขาตันหยง ขนาดพื้นที่ 58.58 ตร.กม. 

จังหวัดปัตตานี

  • อุทยานน้ำตกทรายขาว ขนาดพื้นที่ 69.75 ตร.กม. 

จังหวัดพังงา

  • อุทยานเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ขนาดพื้นที่ 59.65 ตร.กม. 
  • อุทยานเขาหลัก-ลำรู่ ขนาดพื้นที่ 133.71 ตร.กม. 
  • อุทยานศรีพังงา ขนาดพื้นที่ 247.54 ตร.กม. 
  • อุทยานหมู่เกาะสิมิลัน ขนาดพื้นที่ 138.36 ตร.กม. 
  • อุทยานหมู่เกาะสุรินทร์ ขนาดพื้นที่ 143.70 ตร.กม.
  • อุทยานอ่าวพังงา ขนาดพื้นที่ 418.94 ตร.กม. 

จังหวัดพัทลุง

  • อุทยานเขาปู่-เขาย่า ขนาดพื้นที่ 90 ตร.กม. 

จังหวัดภูเก็ต

  • อุทยานสิรินาถ ขนาดพื้นที่ 91.93 ตร.กม. 

จังหวัดยะลา

  • อุทยานบางลาง ขนาดพื้นที่ 293.55 ตร.กม.

จังหวัดระนอง

  • อุทยานน้ำตกหงาว ขนาดพื้นที่ 706.03 ตร.กม. 
  • อุทยานลำน้ำกระบุรี ขนาดพื้นที่ 169.49 ตร.กม. 
  • อุทยานหมู่เกาะระนอง ขนาดพื้นที่ 356.66 ตร.กม. 
  • อุทยานแหลมสน ขนาดพื้นที่ 297.46 ตร.กม.

จังหวัดสงขลา

  • อุทยานเขาน้ำค้าง ขนาดพื้นที่ 220.42 ตร.กม. 
  • อุทยานสันกาลาคีรี ขนาดพื้นที่ 225.28 ตร.กม. 

จังหวัดสตูล

  • อุทยานตะรุเตา ขนาดพื้นที่ 1,713.97 ตร.กม. 
  • อุทยานทะเลบัน ขนาดพื้นที่ 200.29 ตร.กม. 
  • อุทยานหมู่เกาะเภตรา ขนาดพื้นที่ 520.66 ตร.กม. 

จังหวัดสุราษฏร์ธานี

  • อุทยานแก่งกรุง ขนาดพื้นที่ 545.81 ตร.กม.
  • อุทยานเขาสก ขนาดพื้นที่ 741.01 ตร.กม. 
  • อุทยานคลองพนม ขนาดพื้นที่ 412.67 ตร.กม. 
  • อุทยานใต้ร่มเย็น ขนาดพื้นที่ 387.96 ตร.กม. 
  • อุทยานหมู่เกาะอ่างทอง ขนาดพื้นที่ 103.14 ตร.กม. 
  • อุทยานธารเสด็จ-เกาะพะงัน ขนาดพื้นที่ 44.99 ตร.กม. 

แนะนำ 8 อันดับอุทยานแห่งชาติยอดนิยม

1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

           อุทยานเขาใหญ่ ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพ เพียงขับรถเดินทางชิล ๆ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แถมยังสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาลอีกด้วย เขาใหญ่เป็นอุทยานที่มีเนื้อที่ครอบคลุมถึง 4 จังหวัดด้วยกัน คือ นครราชสีมา นครนายก สระบุรี และปราจีนบุรี ปัจจุบันเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์การยูเนสโกในปี 2548 เขาใหญ่ยังคงความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นผืนป่าใหญ่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย ทั้งภูเขา น้ำตก จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และสัตว์ป่า เป็นแหล่งโอโซนชั้นดีที่เหมาะจะมาแค้มปิ้ง พักผ่อน นอนกางเต็นท์กันในวันหยุด

แหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ในอุทยาน ได้แก่

  • น้ำตกเหวสุวัติ 
  • น้ำตกเหวนรก 
  • หอดูสัตว์หนองผักชี 
  • จุดชมวิวทิวทัศน์ผาเดียวดาย
  • สถานที่ยอดนิยมอย่างลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้และลำตะคอง

2. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

       ในฤดูหนาวแต่ละปีเรามักจะได้ยินข่าวว่า รถติดกันอย่างมากมายมหาศาลที่ทางขึ้นดอยอินทนนท์ นั่นก็เพราะที่นี่เป็นอุทยานยอดนิยมอันดับ 1 ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ตั้งของดอยอินทนนท์ยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทยนั่นเอง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่าง อยากจะเดินทางมาสัมผัสความสวยงามจากธรรมชาติและความหนาวเย็น มีแหล่งท่องเที่ยวให้เราได้ชื่นชมมากมาย แต่จริง ๆ แล้วอุทยานดอยอินทนนท์นั้นสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

แหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ในอุทยาน ได้แก่

  • เส้นทางศึกษาธรรมชาติ จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน 
  • น้ำตกแม่ยะ 
  • น้ำตกแม่กลาง 
  • น้ำตกห้วยทรายเหลือง 
  • น้ำตกวชิรธาร 
  • น้ำตกแม่ปาน
  • จุดชมวิวอ่างกา ที่อยู่บนยอดดอยอินทนนท์ ที่มีชื่อเสียงเรื่องความหนาวเย็นเพราะมีความสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย

3. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย 

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

          อุทยานภูกระดึง อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของทุกคน แต่ภูกระดึงนั้นจะเปิดให้เที่ยวเป็นฤดูกาล โดยจะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี รวมเวลาเปิด 8 เดือน และปิดเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าไม้ และระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์ 4 เดือน เสน่ห์ของอุทยานภูกระดึงคือการเดินขึ้นไปสู่ยอด ที่เป็นเหมือนการผจญภัยตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งกว่าเราจะเดินขึ้นสู่ที่พักหรือลานกางเต็นท์ได้ ต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันกันเลยทีเดียว แต่ความสวยงามด้านบนที่รอเราอยู่นั้น รับรองได้ว่าคุ้มค่ามากมายกับธรรมชาติที่สวยสมบูรณ์ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก สวยแบบสุด ๆ และในช่วงฤดูหนาวจะได้สัมผัสกับความงามของขุนเขาและทะเลหมอก รวมทั้งอากาศหนาวเย็นไม่แพ้ที่ใดเลย อุทยานภูกระดึงเต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ เช่น ดอกกระดุมเงิน (มณีเทวา) ดอกหยาดน้ำค้าง ใบเฟิร์น ใบเมเปิ้ลแดง 

แหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ในอุทยาน ได้แก่

  • เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าปิดภูกระดึง 
  • น้ำตกถ้ำสอเหนือ 
  • น้ำตกโผนพบ 
  • สระอโนดาต 
  • ลานพระแก้ว 
  • ป่าสนผานกแอ่น 
  • ผาหมากดูก
  • ผาหล่มสัก

4. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา 

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

         เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะเป็น 1 ใน 10 แหล่งดำน้ำที่สวยที่สุดในโลก แถมยังมีหาดทรายขาวละเอียด ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศจากทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายเลน ป่าชายหาด และแหล่งดำน้ำดูปะการัง ที่นักดำน้ำทั่วโลกต้องมาดำให้ได้สักครั้งในชีวิต หมู่เกาะสุรินทร์ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ห่างจากชายฝั่งทะเลบริเวณท่าเรือคุระบุรีประมาณ 60 กิโลเมตร ท้องทะเลบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์จะมีทั้งปะการังอ่อน ปะการังพัด กัลปังหา ดอกไม้ทะเลหลากหลายชนิด เป็นแหล่งรวมพันธุ์ปลาหลากหลาย และเป็นแหล่งรวมสัตว์น้ำหายากบางชนิดอีกด้วย รวมถึงฉลามวาฬ

แหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ในอุทยาน ได้แก่

  • เกาะสุรินทร์เหนือ 
  • เกาะสุรินทร์ใต้ 
  • เกาะรี (เกาะสต๊อร์ค) 
  • เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) 
  • เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) 
  • กองหินริชิลิว 
  • อ่าวเต่ 
  • อ่าวช่องขาด (อ่าวนีโม) 
  • อ่าวจาก 
  • อ่าวไม้งาม 
  • อ่าวบอน
  • อ่าวสุเทพ ที่เป็นไฮไลต์จุดดำน้ำของหมู่เกาะสุรินทร์ที่มีแนวปะการังที่สมบูรณ์ยาวกว่า 1,200 เมตร

5. อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ 

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

          อุทยานที่ตั้งอยู่บนผืนป่าตะวันตกที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดกำแพงเพชร เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำสำคัญ แม่น้ำแม่วงก์เป็นต้นน้ำของแม่น้ำสะแกกรัง และพบเห็นสัตว์ป่าหายากมากมาย เช่น ช้างป่า กระทิง เสือ เก้ง กวาง หมี และนกมากมายกว่า 305 ชนิด เป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม สามารถพบพันธุ์ไม้หายาก เช่น เฟิร์น มหัสดำ (Treefern) ที่อุทยานแม่วงก์ยังเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญจากนักดูนกทั่วโลก แม้จะท่องเที่ยวได้ทุกฤดู แต่ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวอุทยานแม่วงก์มาก ๆ ก็คือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ เพราะจะมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น

แหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ภายในอุทยาน ได้แก่

  • น้ำตกแม่รีวา 
  • ลานนกยูง 
  • ช่องเย็น 
  • จุดชมวิวขุนน้ำเย็น 
  • จุดชมวิวกิ่วกระทิง
  • ไฮไลต์สำคัญอย่างยอดเขาโมโกจู ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และสูงที่สุดในผืนป่าตะวันตก ด้วยความสวยงามและความสูง 1,964 เมตร ทำให้นักเดินป่า นักปีนเขา ทุกคน ปรารถนาจะไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต

6. อุทยานแห่งชาติเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

          เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่บนผืนป่ากว้างใหญ่กว่า 300,000 ไร่ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูง ตั้งอยู่ในบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อ และป่าวังชมพู เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทั้งพันธุ์พืชมะค่าโมง เต็ง รัง ตะเคียนทอง กัลปพฤกษ์ สนเขา ต้นค้อ และพันธุ์สัตว์ เช่น ช้างป่า เสือไฟ หมูป่า กระจง เม่น กระต่ายป่า ค่าง อีเห็น และเป็นแหล่งกำเนิดของลำน้ำสำคัญมากมายที่แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์ที่งดงาม ทั้งน้ำตก ถ้ำ เกาะแก่ง หน้าผา ในอดีตอุทยานเขาค้อยังเคยเป็นที่ตั้งสำคัญของฐานที่มั่นพรรคคอมมิวนิสต์ไทย และมีอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงผู้เสียสละบนเขาค้อตั้งอยู่ เช่น อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ พิพิธภัณฑ์อาวุธ อุทยานเขาค้อมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามมาก ๆ ในฤดูหนาว

แหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ในอุทยาน ได้แก่

  • น้ำตกธารทิพย์ 
  • เขาตะเคียนโง๊ะ 
  • ผาซ่อนแก้ว
  • ภูทับเบิก

7. อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

อุทยานแห่งชาติเขาสก

          อุทยานแห่งชาติเขาสก ได้รับการขนานนามว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ครอบคลุมพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์หายากมากมายหลายชนิด เช่น ดอกบัวผุด ดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และกาฝากย่านไก่ต้ม รวมไปถึงพืชเฉพาะถิ่นอีกหลายชนิด ความสวยงามขออุทยานเขาสกนั้น ได้รับการยกย่องจาก Vogue นิตยสารชื่อดังของประเทศฝรั่งเศส ให้เป็น 1 ใน 8 อุทยานที่มีความงดงามระดับโลก อุทยานเขาสกมีน้ำตกที่สวยงาม และมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่สามารถเดินได้ง่าย เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย เป็นอุทยานที่มีกิจกรรมให้ร่วมมากมาย การล่องเรือ พายเรือคายัค เที่ยวชมถ้ำ การล่องแก่ง เดินป่า นั่งช้าง ดูนก ฯลฯ

แหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ในอุทยาน ได้แก่

  • เส้นทางศึกษาธรรมชาติบางหัวแรด 
  • น้ำตกโตนกลอย 
  • น้ำตกธารสวรรค์ 
  • บัวผุดบางหมาน 
  • ถ้ำน้ำทะลุ
  • เขื่อนเชี่ยวหลาน
  • เขื่อนรัชประภา

8. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

         อุทยานแก่งกระจาน เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานที่ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ๆ เป็นป่าต้นน้ำที่ให้กำเนิดแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี และยังมีทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ จุดชมวิวต่าง ๆ ที่สวยงาม เป็นอุทยานที่ได้รับความนิยม เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพ สามารถเดินทางได้ง่าย รวมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมมากมาย เป็นแหล่งดูนก ดูผีเสื้อ และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง หมี เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ แมวลายหินอ่อน และนกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ

แหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ในอุทยาน ได้แก่

  • ยอดเขางะงันนิกยวงตอง 
  • ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแก่งกระจาน ที่อยู่ในเขตรอยต่อของประเทศไทยและประเทศพม่า 
  • ยอดเขาพะเนินทุ่ง 
  • แค้มป์บ้านกร่าง โป่งดิน 
  • ถ้ำหัวช้าง 
  • น้ำตกทอทิพย์ 
  • น้ำตกปราณบุรี 
  • จุดชมวิวทะเลหมอกพะเนินทุ่งแคมป์ กม.36 สันเขื่อนแก่งกระจาน อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน น้ำตกป่าละอู

แนะนำขั้นตอนการจองที่พักอุทยานแห่งชาติ แบบออนไลน์

          ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติ สามารถเปิดให้เข้าพักและจองที่พักได้ในแบบ Online แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ที่จะจองห้องพักล่วงหน้า เพื่อที่จะได้วางแผนการเดินทาง โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและจองที่พัก ได้ที่

  • เว็บจองที่พักอุทยานแห่งชาติ http://nps.dnp.go.th//index.php 
  • หรือสอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 025610777 ต่อ 1743-44 1719 ในวัน-เวลาราชการ

ข้อควรระวังในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ

  1. ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งที่กำหนดไว้ รวมถึงเชื่อฟังคำสั่งเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
  2. ในฤดูฝนที่น้ำหลาก ควรอยู่ในจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนดให้เที่ยวได้ เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย
  3. ในฤดูหนาวที่หมอกลงจัด ควรระมัดระวังเรื่องการเดิน ที่จุดชมวิว ไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางโดยเด็ดขาด
  4. ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีความงดงามตามธรรมชาติ ไม่ทำการใด ๆ ที่เป็นการรบกวนสภาพแวดล้อม
  5. การเข้าไปใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติ ควรมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวด้วยกัน
  6. ไม่ควรส่งเสียงดังเกินกว่าที่กำหนด หรือส่งเสียงดังอันจะเป็นการรบกวนธรรมชาติความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้สัตว์เกิดความระแวง หงุดหงิด และดุร้ายได้
  7. การเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ควรเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้และเชื่อฟังผู้นำทางอย่างเคร่งครัด ไม่ควรเดินออกนอกเส้นทาง เพราะอาจไปเหยียบย่ำพืชพรรณหรือสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ได้
  8. ห้ามเก็บดอกไม้ ต้นไม้ ก้อนหิน หรือนำของป่าออกมาจากเขตอุทยาน เพราะจะเป็นการทำลายระบบนิเวศ

          การท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาตินั้น นอกจากจะได้ชมความสวยงามและได้รับอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติแล้ว ยังได้ศึกษาหาข้อมูลความรู้ ทำให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นด้วย ในอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งยังมีบ้านพักหรือลานกางเต็นท์ไว้คอยบริการ ให้เราได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ จะไป 2 คน หรือไปเป็นหมู่คณะก็สนุกสนานไม่แพ้กัน อุทยานแห่งชาติในประเทศไทย ในแต่ละภาค แต่ละจังหวัดนั้นมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ที่สำคัญยังไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเหมือนไปพักรีสอร์ตหรือโรงแรม ใครไม่เคยพักอุทยานก็ขอแนะนำให้ลอง เพราะจะได้พบกับความสุขที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน และที่สำคัญไม่ว่าจะพักที่ไหน ควรปฏิบัติตามกฎของสถานที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและของผู้อื่นด้วยเช่นกัน อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่กำลังมองหาอุทยานที่น่าสนใจ ก็ตามเรามาได้เลยกับบทความ แนะนำอุทยานแห่งชาติในประเทศไทย ที่ไหนสวย ธรรมชาติงดงาม ที่ไหนเป็น Dream Destination ของนักท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือนให้ได้