logo

          เข้าสู่ช่วงหน้าร้อนเมืองไทยเมื่อไหร่ สถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนที่พลาดไม่ได้ ก็คือ การเที่ยวเกาะ เพราะเต็มไปด้วยบรรยากาศสวย ได้สัมผัสสายลม และน้ำทะเลสดชื่น เหมาะกับการรีแล็กซ์สุด ๆ ยิ่งในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เป็นช่วงที่มีวันหยุดเยอะและเป็นช่วงที่อากาศในตัวเมืองกรุงเทพฯ ร้อนอบอ้าว ดังนั้นแล้วจึงเหมาะกับการหลบร้อนเตรียมแพ็คของไปเที่ยวทะเลมาก ๆ ซึ่งหากใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวช่วงหน้าร้อนสวย ๆ ให้เราพักผ่อนได้ชิล ๆ ลองมาดูกันเลยค่ะว่าที่เที่ยวเกาะของประเทศไทยที่ไหนบ้างที่น่าไปแบบสุด ๆ  

. . . . . . . . . . .

รวม 10 เกาะน่าสนใจ

1. เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

01

ขอบคุณภาพจาก : www.alivearound.com

          เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรีเป็นหนึ่งในที่เที่ยวเกาะยอดนิยมของใครหลายคน เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปเที่ยวได้สะดวก เพียงนั่งรถมาประมาณ 1.30 – 2 ชั่วโมง แล้วต่อเรือที่ท่าเรือเกาะลอยไม่นาน ก็เดินทางถึงเกาะแล้ว โดยเกาะสีชังเป็นเกาะที่อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร ที่นี่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและทะเลที่สวยงาม สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจของเกาะสีชังจะเป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ และสถาปัตยกรรม หากใครเดินทางมาถึงเกาะสีชัง เราแนะนำให้คุณเดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล เพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนและคนพื้นที่ให้ความเคารพอย่างมาก เป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่อเขาใหญ่ เจ้าพ่อเฮ่งเจีย เจ้าแม่กวนอิม และพระสังกจาย มีความเชื่อว่าหากใครได้มากราบไหวที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะช่วยให้กิจการเจริญรุ่งเรือง เป็นสิริมงคล

           นอกจากนี้จุดแลนด์มาร์คสำคัญที่มาเกาะสีชังแล้วพลาดไม่ได้ คือ การเยี่ยมชมพระจุฑาธุชราชฐาน และสะพานอัษฎางค์ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ซึ่งเราจะได้สัมผัสเสน่ห์ความงดงามของโบราณสถาน พร้อมได้ชมวิวอันแสนสงบของท้องทะเลและสัมผัสสายลมเย็นบนสะพานสีขาว แต่ถ้าใครอยากเล่นน้ำทะเลให้สดชื่นก็ต้องแวะเล่นน้ำที่หาดถ้ำพัง ซึ่งเป็นหาดทรายสีขาวสะอาดสวยงาม มีเม็ดทรายละเอียด เหมาะกับการเล่นน้ำให้ได้เลย โดยการเที่ยวเกาะบนเกาะสีชังนั้นใช้เวลานั่งรถสามล้อเที่ยววนรอบเกาะประมาณ 1 ชั่วโมงก็สามารถเที่ยวชมได้หมด จึงทำให้เกาสีชังกลายเป็นเกาะยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ ที่มาเที่ยวได้ง่าย ๆ แบบเช้าไปเย็นกลับ หรือใครจะค้างคืนก็มีที่พักราคาไม่แพงให้เลือกพักได้อย่างสะดวกสบายแบบสุด ๆ

การเดินทาง : ขับรถยนต์ส่วนตัวไปที่ศรีราชา บริเวณท่าเรือเกาะลอย หรือนั่งรถทัวร์จากสถานีขนส่งเอกมัย ลงที่หน้าห้างโรบินสันศรีราชา แล้วนั่งรถสามล้อมาที่ท่าเรือเกาะลอยเพื่อต่อไปยังเกาะสีชัง

ค่าที่พัก : ที่พักมีให้เลือกตั้งแต่ 100 – 1,000 บาท หรืออาจมากกว่านี้ตามลักษณะที่พัก

2. เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี

01

ขอบคุณภาพจาก : hellosummer

          เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเกาะใกล้กรุงเทพฯ ที่เดินทางสะดวกและมีกิจกรรมน่าสนใจเพียบ ตั้งอยู่ในเขตเมืองพัทยาบนพื้นที่ประมาณ 3,500 ไร่ สามารถเลือกได้อย่างสะดวกว่าจะเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือพักค้างคืนเล่นน้ำทะเลแบบสวย ๆ ด้วยระยะทางที่อยู่ห่างจากท่าเรือแหลมบาลีฮายเพียง 7 กิโลเมตร ทำให้ใช้เวลาเดินทางมายังเกาะล้านด้วยเรือโดยสารเพียง 45 นาที และสปีดโบ๊ทเพียง 15 นาที ซึ่งสถานที่ที่น่าสนใจแบบมาเที่ยวเกาะล้านแล้วต้องห้ามพลาด คือ หาดตาแหวนค่ะ เป็นชายหาดกว้างน้ำทะเลสีใส เม็ดทรายขาวละเอียด เหมาะกับการว่ายน้ำ ตัวหาดทอดยาวค่อย ๆ ไต่ระดับความลึกทีละน้อย มีความคึกคักและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก มีกิจกรรมทางน้ำสนุก ๆ ให้เลือกเล่นหลายประเภท อาทิ เจ๊ทสกี บานาน่าโบ๊ท หรือ สกูตเตอร์ แต้ถ้าใครชอบความเป็นส่วนตัวก็ต้องแนะนำให้เที่ยวหาดเทียน ที่อยู่ห่างจากหาดตาแหวนเพียง 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 – 15 นาที เป็นอีกหนึ่งชายหาดที่มีน้ำทะเลสีใสจนมองเห็นก้นทะเลและขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดเลยทีเดียว 

          นอกจากนี้ถ้าได้มาเที่ยวเกาะล้านแล้วอยากสัมผัสวิวสวย ลองแวะไปที่จุดชมวิวกังหันลม ซึ้งตั้งอยู่ใกล้หาดแสมก็จะสามารถมองเห็นวิวของชายทะเลสวย ๆ และชายหาดบนเกาะได้รอบเกาะ ไปจนถึงเห็นวิวของฝั่งพัทยาเลยล่ะค่ะ ถ้าใครอยากเพิ่มความน่าตื่นตาตื่นใจ ลองแวะไปดำน้ำตื่นแบบ Snorkeling ที่เกาะสากซึ่งมีราคาเพียง 200 บาทต่อท่าน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ก็จะทำให้เราสัมผัสเห็นจุดชมปะการังใต้น้ำได้อย่างใกล้ชิด แต่ถ้าใครอยากตกหมึกที่นี่ก็มีบริการนะคะ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 400 – 500 บาทต่อท่าน ขึ้นเรือหน้าด่านประมาณ 18.30 น. และกลับมาท่าเรือประมาณ 22.30 น ซึ่งหากตกหมึกได้ก็จะมีทีมงานคอยทำอาหารให้ทานค่ะ

การเดินทาง : เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ผ่านเส้นทางมอเตอร์เวย์เพื่อตรงไปยังพัทยาใต้ แล้วขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย หรือขึ้นรถตู้จากสถานีขนส่งเอกมัยประมาณ หรือขึ้นจากสถานีขนส่งหมอชิต เดินทางมาขึ้นเรือโดยสารต่อไปยังเกาะล้าน ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

ค่าที่พัก : ที่พักเริ่มต้นที่ 900 – 2,500 บาทเป็นต้นไป

3. เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

01

ขอบคุณภาพจาก : prasbkar

          เกาะเสม็ด เป็นที่เที่ยวเกาะที่ตั้งอยู่ในตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โด่งดังในเรื่องความสวยงามของชายหาดและธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั่วเกาะ เต็มไปด้วยชายหาดหลายแห่ง อากาศบริสุทธิ์ และอาหารอร่อยหลายร้าน ที่นี่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ได้สะดวก ไม่ไกล ใช้เวลาเพียง 2 – 3 ชั่วโมง โดยสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวตรงมาที่ตัวเมืองระยองได้เลย หรือจะเลือกนั่งรถมินิบัสหรือโดยสารรถทัวร์ไประยองด้วยการขึ้นจากสถานีขนส่งเอกมัย หรือสถานีขนส่งหมอชิตก็ไม่ยาก 

          ซึ่งสถานที่ยอดนิยมที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเที่ยวเกาะเสม็ดก็คือ หาดทรายแก้วค่ะ เป็นชายหาดที่มีกิจกรรมให้เราทำอย่างหลากหลายตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดดเด่นด้วยการเป็นชายหาดที่มีความสวยงามมากที่สุดของเกาะ มีน้ำทะเลสีฟ้าใส ทรายขาวเนียนละเอียดนุ่มเท้า และในตอนเย็นก็สามารถตื่นตาตื่นใจไปกับโชว์กระบองไฟสุดอลังการที่ร้านอาหารพลอยทะเล โดยที่เกาะเสม็ดเป็นเกาะที่มีชายหาดให้เราเที่ยวเยอะมากค่ะ ถ้าใครชื่นชอบความเป็นส่วนตัว ต้องแวะไปที่อ่าวนวล อ่าวลุง หรืออ่าวพร้าว ซึ่งหากชอบกิจกรรมทางน้ำเบา ๆ อย่างการแล่นเรือใบ หรือพายเรือคายัค ก็ต้องมาที่อ่าวพร้าวแห่งนี้เลยค่ะ เป็นที่เที่ยวเกาะที่มีพิกัดน่าสนใจให้เราเช็คอินเพียบ

การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์ หรือรถมินิบัส รถทัวร์ จากสถานีขนส่งเอกมัย หรือสถานีขนส่งหมอชิตมาลงที่ท่าเรือนวลทิพย์ เพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่ หรือเรือเร็วข้ามไปยังเกาะ ใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที

ค่าที่พัก : ที่พักเริ่มต้นที่ 1,000 – 3,000 บาทขึ้นไป

4. เกาะช้าง จังหวัดตราด

01

ขอบคุณภาพจาก : changtour

          เกาะช้าง จังหวัดตราด เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของประเทศไทย สามารถเดินทางมาเที่ยวเกาะได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง และเครื่องบิน โดยถ้าเดินทางมาจากรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง แต่ถ้ามาโดยเครื่องบินจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นจึงค่อยต่อเรือเฟอร์รี่ไปลงเกาะช้าง ใช้เวลาเดินทางไม่นาน แถมยังมาสะดวกง่ายแบบสุด ๆ ค่ะ

เกาะช้างมีภูมิศาสตร์โดดเด่นด้วยการเป็นภูเขาสูงและผาสลับซ้อนกันอยู่ทั่วเกาะ มีชายหาดและอ่าวหลากหลายรอบเกาะ มีที่เที่ยวให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก หรือทะเลสีฟ้าใส ซึ่งชายหาดที่ต้องมาเช็คอินให้ได้เลยก็คือ หาดทรายขาวค่ะ เป็นชายหาดกว้างขวางที่มีทรายสีขาวเนียนละเอียด มีน้ำทะเลสีฟ้าใสให้เล่นได้แบบเพลิน ๆ แถมยังมีจุดชมวิวหาดทรายขาวที่เป็นจุดที่สวยที่สุดของเกาะช้างให้เราชมวิวได้แบบชิล ๆ

 

          นอกจากนี้ถ้าใครอยากเที่ยวน้ำตกก็ห้ามพลาดไปเช็คอินที่น้ำตกคลองพลู ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม อีกทั้งที่เที่ยวเกาะแห่งนี้ก็ยังมีกิจกรรมน่าสนใจอย่างการล่องเรือมาด หรือ ล่องเรือกอนโดล่าเมืองไทย ชมวิวพันธุ์ไม้ ป่าชายเลน พร้อมทานอาหารทะเลบนเรือเพื่อสัมผัสธรมชาติได้อย่างใกล้ชิด และที่สำคัญหากคุณต้องการชมปะการังสวย ๆ เราแนะนำให้ซื้อทริปดำน้ำ 1 วัน เพราะจะได้นั่งเรือไปดำน้ำถึงกลางทะเล ได้ทักทายกับฝูงปลา ชมโลกใต้ท้องทะเลอย่างตื่นตาตื่นใจ สามารถเลือกได้ว่าจะดำน้ำแบบตื้นหรือดำน้ำลึก

การเดินทาง : เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ ซึ่งรถตู้ และรถทัวร์ สามารถขึ้นจากสถานีขนส่งเอกมัย และสถานีขนส่งหมอชิต หรือเดินทางมาอย่างสะดวกมากขึ้นด้วยเครื่องบิน หลังจากนั้นให้ต่อเรือจากท่าเรืออ่าวธรรมชาติ เพราะใช้เวลาเดินทางไปยังเกาะเร็วที่สุดเพียง 30 นาทีเท่านั้น

ค่าที่พัก : เริ่มต้นที่ 500 – 3,500 บาท

5. เกาะหมาก จังหวัดตราด

01

ขอบคุณภาพจาก : UnseenThailand

          เกาะหมาก เป็นเกาะในจังหวัดตราดที่ตั้งอยู่ในทะเลฝั่งอ่าวไทย เป็นที่เที่ยวเกาะที่โดดเด่นในเรื่องของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และมีบรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปได้สะดวกใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงกว่าด้วยรถยนต์ หรือ รถโดยสาร และเดินทางด้วยเครื่องบินประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงค่อยต่อเรือจากท่าเรือประมงแหลมงอบไปยังเกาะ ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเราแนะนำว่าให้เช็คอินเล่นน้ำที่อ่าวแหลมสวนใหญ่ เพราะเป็นหากที่ยาวมากและมีความสวยงามที่สุดของเกาะ เม็ดทรายสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าสดใส เป็นหาดที่มีความปลอดภัยเหมาะแก่การเล่นน้ำ แถมยังสามารถนั่งชมวิวพระอาทิตย์ได้บรรยากาศสวยมากค่ะ และอีกหาดหนึ่งที่มีความสงบน่าไปเหมือนกัน ก็คือ อ่าวขาว เป็นชายหาดที่มีรีสอร์ทพักอยู่ตลอดแนว สามารถนั่งเล่นพักผ่อน เล่นน้ำได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ถ้าใครอยากทำกิจกรรมเพลิน ๆ ที่เกาะหมาก ก็มีกิจกรรมน่าสนใจให้เราเลือกหลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ชมวิวรอบเกาะ ดำน้ำดูปะการัง และการพายเรือคายัค เรียกว่าใครอยากมาเที่ยวเกาะที่ต้องการความสงบร่มรื่น แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ได้พักผ่อนอย่างเพลิน ๆ ต้องมาที่แห่งนี้เลย 

การเดินทาง : เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ รถทัวร์ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง หรือจะเลือกนั่งเครื่องบินใช้เวลา 1 ชั่วโมง ก่อนไปต่อเรือที่ท่าเรือประมงแหลมงอบ ค่าโดยสาร 450 บาทต่อเที่ยว

ค่าที่พัก : เริ่มต้นที่ 1,200 – 5,900 บาท

6. หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา

01

ขอบคุณภาพจาก : www.loveandaman.com

          หมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา เป็นที่เที่ยวเกาะ 1 ใน 5 หมู่เกาะในฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย มีความโดดเด่นในเรื่องความงดงามของโลกใต้ท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นแนวปะการัง ปลาทะเลสวยงามเป็นอย่างมาก เต็มไปด้วยสัตว์น้ำทะเลหายาก และถือเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่ดีที่สุดของประเทศไทย เป็นเกาะทางใต้ที่มีรีสอร์ทให้เราเลือกพัก พร้อมอาหารอร่อย ๆ รวมทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ทำอีกเพียบ ที่เที่ยวเกาะแห่งนี้มีน้ำทะเลสีเขียวมรกตสวยงาม น้ำใส น่าว่ายน้ำแบบสุด ๆ ซึ่งหากใครชื่นชอบการนอนพักแรมแบบ Outdoor ที่หมู่เกาะสุรินทร์แห่งนี้ก็มีให้เราเลือกนอนแบบกางเต็นท์ สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิดในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์อีกด้วย โดยถ้าใครอยากดำน้ำตื้น เราขอแนะนำให้มาที่อ่าวไม้งาม เป็นอ่าวขนาดใหญ่รูปตัวยู เพราะจะสามารถดำน้ำตื้นตามแนวหินไปจรดปลายแหลมทั้งสองได้เลยค่ะ มีทั้งปะการัง ฝูงปลาน้อยใหญ่ให้เราเชยชม การมาเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์สามารถมาได้แบบเช้าไปเย็นกลับ หรือใครจะพักค้างคืน ดำน้ำชมปะการัง ดูวิวทะเลสวย ๆ พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดินก็เลิศทั้งนั้น 

การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ให้มาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 มุ่งสู่ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นระยะทาง 720 กิโลเมตร หรือรถทัวร์จากสถานีขนส่งสายใต้ ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง หรือจะเดินทางให้สะดวกมากขึ้นด้วยเครื่องบินมาลงที่สนามบินนานาชาติ จังหวัดภูเก็ต ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วต่อรถประจำทางไปลงอำเภอคุระบุรี จากนั้นจึงต่อเรือจากท่าเรือที่อำเภอคุระบุรีประมาณ 50 นาทีก็ถึงหมู่เกาะสุรินทร์ค่ะ

ค่าที่พัก : ที่พักรีสอร์ทเริ่มต้นที่ 600 บาท

7. หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา

01

ขอบคุณภาพจาก : www.trippollo.com

          หมู่เกาะสิมิลัน เป็นสวรรค์ทะเลทางใต้ที่เที่ยวเกาะยอดนิยมของชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตั้งอยู่ในอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นหมู่เกาะที่มีความโด่งดังในเรื่องแหล่งดำน้ำที่สวยงามของประเทศไทย ความงดงามของท้องทะเลนั้นต้องบอกเลยว่าเลิศมาก ๆ เพราะน้ำทะเลสีฟ้าใสสวยตราตรึงใจ มาพร้อมกับหาดทรายสีขาวเนียนละเอียด เหมาะกับการว่ายน้ำแบบสุด ๆ โดยแลนด์มาร์คที่มาถึงหมู่เกาะสิมิลันเมื่อไหร่ต้องมาเช็คอินให้ได้เลยก็คือ จุดชมวิวหินเรือใบ ที่เมื่อเดินขึ้นไปบนจุดชมวิวแล้วจะทำให้เรามองเห็นท้องฟ้าสีครามทั้งผืน ทะเลกว้างขวางสดใสเลยค่ะ นอกจากนี้ถ้าใครอยากชื่นชมความงามของโลกใต้ทะเล มาเที่ยวเกาะนี้รับรองไม่ผิดหวัง เราสามารถเลือกได้เลยค่ะว่าต้องการดำน้ำตื้นหรือดำน้ำลึก ซึ่งถ้าต้องการดำน้ำตื้นก็เลือกได้รอบ ๆ เกาะทุกเกาะ เช่น บริเวณอ่าวหิน อ่าวกวางเอน เป็นต้น ส่วนถ้าต้องการดำน้ำลึก เราแนะนำให้เลือกที่เกาะบอน ที่มีปลาชุกชุม สามารถทักทายกับเจ้ากระเบนราหูได้โดยง่าย หรือจะเลือกเป็นเกาะปูซาร์ที่มีความสวยงาม และมีการไต่ระดับความลึกของน้ำจนเปรียบเสมือนหุบเขาใต้ท้องทะเล สามารถมองเห็นปะการัง หุบเหลวลึก และโลมาได้ในบางครั้ง เรียกว่าเป็นที่เที่ยวเกาะเก๋ ๆ สวรรค์ของคนรักการดังน้ำเลยล่ะค่ะ

การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ หรือรถทัวร์จากสถานีขนส่งสายใต้ มาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ทางตะกั่วป่า เพื่อมาต่อเรือที่ท่าเรือทับละมุไปยังหมู่เกาะสิมิลัน ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง และถ้าหากมาเครื่องบินให้มาลงที่ท่าอากาศยานภูเก็ต แล้วต่อรถยนต์มาจังหวัดพังงา เพื่อขึ้นเรือสปีดโบ๊ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ

ค่าที่พัก : เริ่มต้นที่ 1,000 บาทขึ้นไป

8. เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

01

ขอบคุณภาพจาก : www.real-phukettour.com

          เกาะนางยวน อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่เที่ยวเกาะของคนรักท้องทะเลที่ต้องห้ามพลาด แม้จะเป็นเกาะขนาดเล็ก แต่ความงดงามของเกาะนั้นไม่เล็กเลยค่ะ ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก ๆ 3 เกาะเชื่อมกันด้วยสันทรายที่สามารถเดินทางระหว่างกันได้ ทำให้จุดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์คของเกาะ เพราะมีลักษณะคล้ายทะแลแหวกของจังหวัดกระบี่ ในบริเวณนี้จึงมีนักท่องเที่ยวนิยมมาอาบแดดพร้อมเล่นน้ำทะเล สำหรับความโดดเด่นของเกาะนางยวน คือ การเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่มีชื่อเสียง สามารถดำน้ำดูปะการัง ฝูงปลาที่แสนน่ารักได้แบบเพลิน ๆ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเกาะอันงดงามที่ให้เราสร้างความโรแมนติก ด้วยการชมวิวของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดิน ได้ในบริเวณชายหาดเดียวกัน

การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ มาทางถนนพระราม 2 ขับผ่านไปยังชุมพรตามทางหลวงหมายเลข 41 เพื่อเข้าสู่อำเภอไชยา จังหัดสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 685 กิโลเมตร หรือเดินทางขึ้นรถทัวร์จากสถานีขนส่งสายใต้ และหากเดินทางด้วยเครื่องบินใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงกว่า ๆ จากนั้นจึงต่อเรือที่ท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่ไปยังเกาะเต่า แล้วต่อเรือหางยาวจากเกาะเต่อ ไปเกาะนางยวน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

ค่าที่พัก : เริ่มต้นที่ 500 – 7,200 บาท

 

9. เกาะราชา จังหวัดภูเก็ต

01

ขอบคุณภาพจาก : theguidethailand

          เกาะราชา ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต เป็นที่เที่ยวเกาะระดับท็อปสวรรค์ของคนรักทะเลหลายคน ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตเพียง 15 กิโลเมตร เดินทางสะดวกมาง่าย ใช้เวลาไม่นาน โดยเกาะราชาแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะราชาน้อย และเกาะราชาใหญ่ พร้อมมี 5 อ่าวอยู่บนเกาะ ทำให้มีกิจกรรมน่าสนใจหลายอย่างให้เราได้เลือกสรร ที่นี่มีความโด่งดังในเรื่องหาดทรายสีขาวสวย น้ำทะเลสีฟ้าใส เป็นจุดดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงของฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งถ้าใครต้องการดำน้ำตื้นแนะนำว่าให้เช็คอินที่อ่าวสยามได้เลยค่ะ เพราะที่นี่มีแนวปะการังที่สวยงามให้เราได้เชยชมกันแบบเพลินตา แต่ถ้าใครอยากดำน้ำลึกแนะนำว่าให้ไปที่เกาะราชาน้อยค่ะ เพราะจะมีโขดหินมากกว่าชายหาด มีความเงียบสงบ น้ำทะเลสีฟ้าสวยใส ใต้ท้องทะเลเต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ จุดเด่นของการดำน้ำลึกของการเที่ยวเกาะแห่งนี้ก็คือ ถึงแม้เราไม่มีใบประกาศนียบัตรก็สามารถดำน้ำได้ เพราะมีบริการ Try Scuba Diving ที่มีครูสอนเทคนิคการดำน้ำและการใช้อุปกรณ์เตรียมให้เราได้เรียนรู้แบบครบถ้วน

การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ หรือรถทัวร์จากสถานีขนส่งสายใต้ มาทางถนนทางหลวงหมายเลข 35 แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปยังภูเก็ต ระยะทางประมาณ 862 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง ก่อนขึ้นเรือจากท่าเรืออ่าวฉลอง และท่าเรือหาดราไวย์ไปยังเกาะราชา ใช้เวลาอีกประมาณ 30 – 45 นาที หากมาด้วยเครื่องบินให้บินมาลงที่สนามบินนานาชาติ จังหวัดภูเก็ต ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 20 นาที

ค่าที่พัก : เริ่มต้นที่ 2,000 – หลักหมื่นบาท

 

10. เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

01

ขอบคุณภาพจาก : www.thaitoptour.com

          เกาะหลีเป๊ะ ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล เป็นที่เที่ยวเกาะฝั่งทะเลอันดามันยอดนิยมของนักท่องเที่ยวหลายคน อยู่ห่างจากตัวเมืองของจังหวัดสตูลประมาณ 85 กิโลเมตร มีความโดดเด่นในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีปะการังรายล้อมรอบเกาะ น้ำทะเลสีใส ออกโทนสีฟ้าอมเขียวสวยงาม แวดล้อมไปด้วยหาดทรายสีขาวละเอียดนวลตา ซึ่งด้วยความสวยงามของท้องทะเลและหาดทรายนี่เอง เกาะหลีเป๊ะจึงได้รับการขนามนามว่าเป็นมัลดีฟส์ของประเทศไทยเลยค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียง ทั้งในเรื่องการดำน้ำแบบตื้นและการดำน้ำลึก สามารถมองเห็นแนวปะการัง และฝูงปลาทะเลที่แสนน่ารักได้อย่างชัดเจน และถ้าใครอยากเที่ยวบนชายหาดที่มีความสงบแต่สวยงาม เราแนะนำว่าห้ามพลาดการไปเล่นน้ำชมวิวที่หาดซันไรส์ หรือ หาดชาวเลเลยค่ะ เพราะ เป็นอีกหนึ่งจุดเที่ยวเกาะที่มีชายหาดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สามารถดำน้ำตื้นดูปะการังได้ แถมยังมีรีสอร์ทและร้านอาหารอร่อย ๆ หลายแห่งให้เราเลือกสรร

การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ และรถทัวร์ที่สถานีขนส่งสายใต้ มายังเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ก่อนเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 41 และ 406 เพื่อไปยังจังหวัดสตูล มีระยะทาง 973 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 13 ขั่วโมง จากนั้นขึ้นเรือเฟอร์รี่ หรือสปีดโบ๊ทจากท่าเรือปากบาราไปเกาหลีเป๊ะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แต่ถ้าต้องการความสะดวกแนะนำให้นั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินหาดใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นจึงต่อรถตู้จากสนามบินมาลงที่ท่าเรือปากบารา

ค่าที่พัก : เริ่มต้นที่ 1,500 – 4,500 บาท

. . . . . . . . . . .

 

          เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 10 ที่เที่ยวเกาะสวย ๆ น่าไปเที่ยวช่วงหน้าร้อนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเกาะฝั่งทะเลอ่าวไทยหรือฝั่งทะเลอันดามัน ต่างก็มีความโดดเด่นและความน่าสนใจแตกต่างกัน แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ชายหาดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส ให้เราได้พักผ่อนคลายร้อนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งช่วงซัมเมอร์นี้หากใครยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ลองเช็คลิสต์ราชื่อเกาะที่เราแนะนำไปวางแพลนกันเลยค่ะ โดยแต่ละที่ก็เดินทางไปได้สะดวกทั้งนั้น แต่บางที่ก็อาจต้องเดินทางหลายต่อกันบ้าง แต่หลัก ๆ แล้วก็สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถทัวร์ และเครื่องบินตามสะดวก ซึ่งช่วงวันหยุดนี้ถ้าอยากพักผ่อนคลายร้อน บอกเลยว่าการไปเที่ยวเกาะ เที่ยวทะเลในประเทศไทยคือสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยค่ะ ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ