logo

          ราวระเบียง นอกจากมีไว้เพื่อป้องกันความปลอดภัยแล้ว ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้บ้านของเราดูสวยงามชวนมองมากขึ้น การออกแบบดีไซน์จึงควรเลือกให้เข้ากันกับไลฟ์สไตล์ของบ้านพักอาศัย หรืออาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม ปัจจุบันวัสดุที่ใช้ทำราวกั้นมีด้วยกันมากมายหลายชนิด มีการพัฒนา คิดค้นผลิตรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้เราได้เลือกใช้งานหลากหลายแบบด้วยกัน หรือแม้แต่การสั่งทำออกแบบดีไซน์เป็นรูปแบบเอกลักษณ์ของเราเอง เพื่อเพิ่มความหรูหรา หรือออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เสริมโชคลาภ เป็นรูปสัตว์มงคลต่าง ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อความปลอดภัย วันนี้เราจะมาแนะนำถึงชนิดของวัสดุ คุณสมบัติ และประโยชน์ใช้สอย เพื่อเป็นทางเลือกให้เข้ากับบ้านกับการเลือกราวระเบียงอย่างไร ให้บ้านของเราสวยงาม ดูดีมีสไตล์ แบบไหนคุ้มค่าน่าใช้งาน และมีความปลอดภัย

. . . . . . . . . .

ราวระเบียงที่ดีเป็นอย่างไร? ต้องมีคุณสมบัติแบบไหนจึงจะได้มาตรฐาน?

           ระเบียงบ้านเป็นพื้นที่ส่วนที่ขยายเพิ่ม หรือยื่นออกไปจากตัวบ้าน ราวระเบียงจึงมีหน้าที่เป็นฉากกั้น ช่วยกันไม่ให้เราตกออกไปจากระเบียง ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ด้านหน้าของบ้าน ดังนั้น การเลือกจึงต้องเลือกให้เหมาะกับประโยชน์ใช้งานและดีไซน์ของบ้าน เพื่อความกลมกลืน มาตรฐานความสูงของราวกั้นส่วนใหญ่แล้ว มีข้อกำหนดออกมาว่า มาตรฐานราวกั้นสำหรับที่พักอาศัยความสูงไม่เกิน 3 ชั้น ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 36 นิ้ว หรือ 92 เซนติเมตร สำหรับอาคารที่พักอาศัยที่มีความสูงมากกว่า 3 ชั้นขึ้นไป ราวกั้นต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 42 นิ้ว หรือ 106 เซนติเมตร และให้มีช่องว่างระหว่างซี่ลูกกรง (Picket) ความกว้างไม่เกิน 4 นิ้ว หรือ 10 เซนติเมตร เพื่อความปลอดภัยในการกันพื้นที่ เพื่อไม่ให้พลาดตกลงมา  

ราวระเบียงประเภทต่าง ๆ ที่นิยมใช้งานมีแบบไหนบ้าง


1. ราวระเบียงเหล็ก

ราวระเบียงเหล็ก

          เหล็กเป็นวัสดุที่ออกแบบได้หลากหลายสไตล์ ข้อดีของเหล็ก คือ มีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะสำหรับตกแต่งบ้านแนววินเทจ หรือโมเดิร์น ก็เข้ากันได้ดี การเลือกลูกกรงก็มีแบบให้เลือกได้ตามความชอบ เช่น เป็นซี่เหล็กตรง ๆ หรือเป็นเหล็กแบบโค้งมน หรือออกแบบลวดลายอื่น ๆ แต่วัสดุที่ทำจากเหล็ก ในระยะยาวอาจจะมีปัญหาเรื่องสนิม แม้ว่าจะมีการป้องกันอย่างดีแล้วก็ตาม ปัจจุบันนิยมสร้างบ้านแนว Loft กันมากขึ้น ราวกั้นจากเหล็กจึงเข้ากันได้อย่างดี

2. ราวระเบียงไม้

ราวระเบียงไม้

          บ้านไทยสมัยก่อน ๆ จะนิยมบ้านไม้เป็นหลัก จึงนิยมใช้ไม้มาทำราวกั้น เช่น ไม้สัก ไม้แดง ไม้มะค่า ไม้เต็ง ไม้ตะแบก ซึ่งเนื้อไม้แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและความสวยงามของลายไม้แตกต่างกันไป ในปัจจุบันการใช้ราวไม้ได้กลับมาเป็นเทรนด์ตามกระแสนิยม จึงมีการออกแบบและผลิตมาใช้งานมากมาย มีทั้งไม้จริงและไม้สังเคราะห์ ทั้งแบบเรียบ หรือแกะสลักลวดลาย หรือเป็นไม้กลึง ที่ให้ความนุ่มนวลสบายตา ข้อดีคือมีความอบอุ่น สวยงามเป็นธรรมชาติ แต่การดูแลรักษาก็ยากเช่นเดียวกัน ทั้งความชื้น การบิดตัวหดตัวของไม้ รวมถึงปัญหามอด-ปลวก งานไม้มีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ก็ต้องใช้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเริ่มหาได้ยากมากขึ้น หรือหาได้ก็มีราคาแพง ทั้งราคาวัสดุและราคาช่างฝีมือ

3. ราวระเบียงกระจก

ราวระเบียงกระจก

          จะเหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นทันสมัย ราวกระจกจะมีความเรียบหรู สวยงาม โปร่งแสง ให้ความรู้สึกกว้างสบายตา การเลือกใช้กระจกทำราวกั้นต้องเลือกวัสดุที่มีความหนาและแข็งแรงมากพอสมควร มีให้เลือกทั้งกระจกแบบทั่ว ๆ ไป หรือกระจกที่สามารถดัดโค้งไปตามราวกั้นได้ แต่การติดราวกั้นกระจกจะมีความร้อน เพราะแสงแดดส่องผ่านได้ง่าย และไม่มีความเป็นส่วนตัว เพราะสามารถมองเห็นได้

4. ราวระเบียงปูนซีเมนต์

ราวระเบียงปูนซีเมนต์

          เป็นราวกั้นที่เน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่าวัสดุชนิดอื่น แต่ก็สามารถดีไซน์รูปแบบการใช้ปูนได้ตามที่เราต้องการ การใช้ปูนจะมีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะกับบ้านสไตล์ Loft ที่เน้นปูนเปลือย สามารถดัดแปลงออกแบบเพื่อความหนาความบาง หรือใช้ประโยชน์อื่น ๆ ร่วมได้ เช่น เป็นช่องกระถางใส่ต้นไม้ หรือเป็นเก้าอี้นั่ง และเป็นราวกั้นที่ประหยัดงบประมาณ

5. ราวระเบียงสเตนเลส

ราวระเบียงสเตนเลส

          ราวกันตกแบบนี้ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน เพราะดูโมเดิร์นทันสมัย มีความมันวาว และไม่เป็นสนิมติดตั้งได้ทั้งในและนอกอาคาร แต่วัสดุสเตนเลสก็มีหลายเกรด หลายคุณภาพ ให้เลือกใช้ให้เหมาะกับงานและงบประมาณ การใช้ราวกั้นสเตนเลสต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง เพราะมีน้ำหนักมาก การออกแบบนั้นสามารถทำได้ตามต้องการ แต่ลวดลายบางจุดอาจมีรอยเชื่อมต่อ ทำให้ดูไม่สวยงาม 

6. ราวระเบียงอะลูมิเนียม

ราวระเบียงอะลูมิเนียม

          วัสดุอะลูมิเนียม มีคุณสมบัติทนความร้อนได้ดี ทนแดด ทนฝน ติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอก แข็งแรงทนทาน การติดตั้งทำได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว เพราะมีน้ำหนักเบาและการดูแลรักษาง่าย ปัจจุบันมีการพ่นสีที่ปลอดสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

7. ราวระเบียงลายกราฟิก

          ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุเหล็กฉลุลายต่าง ๆ ตามหลักฮวงจุ้ยบ้าน เช่น ลายปลาคราฟ (ว่ายวน) ซึ่งหมายถึง ความมั่งมีเงินทอง ความสำเร็จ ผลกำไร หรือประโยชน์จากธุรกิจ ลายแมลงปอ หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ลายนก หมายถึงพลังงานบวก ลายนกยูง หมายถึงบารมี มีคนนับถือรักใคร่ ข้อดีคือความสวยงามในแบบของเรา ช่วยให้เรามีความเชื่อมั่น แต่ก็ค่อนข้างมีราคาที่สูง ส่วนใหญ่มักจะใช้กับราวกั้นตามอาคารสำนักงาน

วิธีซ่อมราวระเบียงชำรุดด้วยตัวเองในเบื้องต้น

          ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดการชำรุดในส่วนที่เป็นปูนมากกว่าวัสดุอื่น ๆ ซึ่งหากเกิดรอยแตกร้าวของราวกั้น เราสามารถลงมือทำเองได้ดังนี้

  • หาสาเหตุของรอยร้าว ให้เจอว่าเริ่มต้นมาจากจุดไหน
  • ใช้สกัด สกัดตรงรอยแตก ให้มีขนาดกว้างประมาณ 1 นิ้ว เพื่อที่เราจะสามารถใส่ปูนซ่อมเข้าไปได้ลึกและกว้าง
  • ปัดทำความสะอาดเศษฝุ่นปูนออกให้หมด ล้างออกด้วยน้ำ 
  • ราดน้ำเข้าไปในรอยสกัด ให้เนื้อปูนดูดน้ำจนชุ่ม เพื่อจะได้ยึดเกาะกับปูนใหม่ได้ดี
  • ใช้ปูนซีเมนต์สำเร็จชนิดซ่อมแซมโครงสร้าง แบบไม่หดตัว หาซื้อได้ตามร้านวัสดุก่อสร้าง ปูนชนิดนี้มีคุณสมบัติในการแทรกเข้าไปในรอยแตกของโครงสร้าง มีความแข็งแรง ไม่หดตัว รับน้ำหนักได้ดี เหมาะสำหรับการใช้ซ่อมแซมรอยร้าว โดยผสมปูนกับน้ำให้มีความหนืด ไม่เหลวจนเกินไป 
  • ใช้เกรียงฉาบตักปูน แล้วปาดฉาบตรงรอยสกัด กดให้เนื้อปูนเข้าไปมากที่สุด พอเริ่มเกาะตัวรีบฉาบให้เรียบ
  • ทิ้งให้แห้งสนิท จะเป็นการช่วยสมานรอยร้าวในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี
  • หากเป็นรอยร้าวหรือรอยแยกขนาดใหญ่ ควรติดต่อช่างมืออาชีพมาซ่อมโดยเร็วที่สุด

          วัสดุที่ใช้ทำราวระเบียงแต่ละชนิด มีทั้งความสวยงาม ลวดลายการออกแบบ รวมถึงข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงงบประมาณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วย แต่การเลือกราวกั้นควรเลือกที่เข้ากันกับสไตล์ของบ้านให้ได้มากที่สุด เพราะจะทำให้บ้านเราดูสวยงาม รวมทั้งเลือกจากประโยชน์การใช้งานที่เหมาะสมกับสไตล์ของบ้าน หรือความชอบของเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก แต่ก็ควรดูที่ขนาดความสูงของราวกั้นที่ได้มาตรฐาน เพื่อความแข็งแรงและปลอดภัย ได้จากบทความ เลือกราวระเบียงอย่างไร ให้บ้านของเราสวยงาม ดูดีมีสไตล์ แบบไหนคุ้มค่าน่าใช้งาน และมีความปลอดภัย