logo

          หากจะพูดถึงการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ สวยงาม และเป็นที่สะดุดตาแล้ว หลาย ๆ คนคงนึกถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เก๋ไก๋และมีสีสันแมตช์กับสไตล์การตกแต่งบ้านหรือคอนโดของเพื่อน ๆ ใช่ไหมล่ะ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันกับของตกแต่งบ้านเลยก็คือกลิ่นหอมภายในทีจะช่วยให้บ้านของเราน่าอยู่และมีบรรยากาศที่ดีมากขึ้น ลองจินตนาการภาพดูว่าถ้าบ้านของเพื่อน ๆ ตกแต่งอย่างสวยงาม ใช้เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดัง ทุกอย่างภายนอกดูเหมือนจะดีหมด แต่เมื่อเดินเข้าไปแล้วกลับได้กลิ่นเหม็นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์คละคลุ้งไปทั่วบ้านแบบนี้ ต่อให้ภายนอกบ้านหรือคอนโดจะสวยแค่ไหน ก็คงไม่มีใครอยากย่างกายเข้าไปเป็นแน่ CondoNewb ของแนะนำไอเทมเด็ดอย่าง ก้านไม้หอมที่จะมาช่วยเพิ่มบรรยากาศให้บ้านเราน่าอยู่มากขึ้น

. . . . . . . . . . .

          สำหรับไอเทมที่จะช่วยเพิ่มความหอมให้กับบ้านและห้องพักของเพื่อน ๆ ก็มีหลายประเภทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ปรับอากาศ น้ำหอม เทียนหอม หรือเจลดับกลิ่น ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ต่างก็ให้ความหอมที่สดชื่นผ่อนคลายแก่ที่พักอาศัย ได้เป็นอย่างดี แต่วันนี้เราจะมานำเสนออีกหนึ่งไอเท็มฮ็อตฮิตที่ให้ความหอมได้ยาวนาน และที่สำคัญใช้งานง่ายและสะดวก นั่นก็คือก้านไม้หอม ซึ่งบอกเลยว่าเจ้าก้านไม้หอมนี้จะเนรมิตให้บ้านและห้องพักของทุกคนมีกลิ่นหอมอบอวลที่แสนจะผ่อนคลาย โดยเฉพาะใครที่อยากได้บรรยากาศเหมือนไปนอนโรงแรมแล้วล่ะก็ ก้านไม้ตัวนี้ตอบโจทย์สุด ๆ นอกจากนี้ก้านไม้หอมปรับอากาศยังให้ความรู้สึกที่เสมือนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทั้งกลิ่นจากดอกไม้นานาพรรณ กลิ่นตะไคร้ และอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มอารมณ์สุนทรียะให้การพักผ่อนของเพื่อน ๆ มีชีวิตชีวาและสดชื่นมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว เนื่องจากกลิ่นหอมจะช่วยให้คลายกังวลและคลายความตึงเครียดจากการทำงานได้เป็นอย่างดีนั่นเอง หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหาซื้อก้านไม้หอม แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดีหรือว่าไม่รู้ว่าไอเท็มตัวนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างวันนี้เรานำมาฝากเพื่อน ๆ แล้ว

. . . . . . . . . . .

ประเภทของก้านไม้หอม

          โดยทั่วไปแล้วเราสามารถจัดประเภทของก้านไม้หอมได้ 2 แบบด้วยกัน โดยใช้เกณฑ์จากเบสและเกณฑ์จากชนิดของก้านไม้ เรามาดูกันที่เบสก่อนดีกว่า ก้านไม้หอมจะมีเบส 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ เบสที่เป็นน้ำและเบสที่เป็นน้ำมัน โดยแบบน้ำนั้นจะมีราคาถูกกว่าแต่ระเหยเร็ว ส่วนแบบน้ำมันนั้นจะมีข้อดีคือกระจายกลิ่นได้ดีแต่ก็จะแลกมากับราคาที่ค่อนข้างสูง 

หากเราใช้ก้านไม้ในการแบ่ง ก็จะจำแนกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

ก้านไม้งา

          จะมีลักษณะเป็นกิ่งก้านแตกออกมาเป็นอิสระดูเหมือนกับกิ่งไม้จากธรรมชาติจริง ๆ ข้อดีคือ ดูดซึมน้ำหอมไว กระจายกลิ่นได้ดีและต่อเนื่อง มีราคาถูก แต่ข้อเสียคืออาจจะดูรก ๆ ไม่สวยงามและด้วยความที่ดูดน้ำหอมได้เร็ว จึงทำให้ตัวน้ำหอมระเหยหมดไวด้วย ต่อมาเป็น

ก้านไม้หวาย

          ที่มีลักษณะเป็นแท่งเรียบ ดูสวยงามและเป็นระเบียบ น้ำหอมอยู่ได้นานไม่ระเหยไว ส่วนข้อเสียคือมีราคาสูง ดูดซึมน้ำหอมได้ช้าและเมื่อกลิ่นเริ่มจาง เพื่อน ๆ ต้องคอยกลับก้านเพื่อนำอีกด้านปักลงไปแทน ทำให้ต้องเสียเวลามาเช็คดูอยู่เรื่อย ๆ ส่วนแบบสุดท้ายคือ

ก้านหวายไฟเบอร์

          ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งสี เช่น สีขาว สีดำหรือสีอื่น ๆ ข้อดีของก้านไม้ประเภทนี้ก็คือสามารถกระจายกลิ่นได้ดีมากเนื่องจากดูดซึมน้ำหอมได้ไว สภาพเหมือนใหม่ตลอด และให้บรรยากาศที่ดูเรียบหรู ที่สำคัญไม่เป็นเชื้อราด้วย แต่ข้อเสียคือมีราคาที่แพงมาก และอาจทำให้น้ำหอมหมดไว 

. . . . . . . . . . .

ก้านไม้หอมดีกว่าน้ำหอมปรับอากาศอื่น ๆ ยังไงบ้าง?

          สำหรับก้านไม้หอมนั้นโดยมากจะใช้ตามโรงแรม สปาต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วการใช้เครื่องหอมประเภทนี้ในบ้านหรือคอนโดก็มีข้อดีไม่แพ้กันเลย เพราะจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เพื่อน ๆ ได้มากเลยทีเดียว เพราะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ เพียงแค่นำก้านไม้ปักลงไปแล้วรอให้ก้านดูดน้ำหอม เพียงแค่นี้ห้องของทุกคนก็จะมีความหอมยาวนานเป็นเดือน มากกว่าเครื่องหอมประเภทอื่น ๆ อย่างเจลปรับอากาศที่จะส่งกลิ่นหอมไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น อีกทั้งกลิ่นที่ออกมาจากเจลก็มีความเบาบางกว่าก้านไม้หอมด้วย นอกจากนี้ยังไม่ต้องคอยฉีดห้องอยู่บ่อย ๆ เหมือนกับสเปรย์ปรับอากาศที่ต้องคอยฉีดอยู่เรื่อย ๆ เมื่อกลิ่นจาง อีกทั้งยังมีหลายขนาดหลายราคาให้เลือกตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพันบาท แล้วแต่เพื่อน ๆ ว่าชอบแบบไหน ที่สำคัญกลิ่นหอมจากก้านไม้ปรับอากาศยังให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายและสดชื่นมากกว่า ราวกับได้ไปพักผ่อนในโรงแรมหรูหรือได้ทำสปาอย่างไงอย่างนั้น ทั้งยังช่วยลดความตึงเครียดจากการทำงาน เมื่อนำไปวางในห้องนอนก็จะช่วยให้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ที่สำคัญเพื่อน ๆ ยังได้รับประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยด้วย กลิ่นหอม ๆ เย็น ๆ จากสมุนไพร เช่น ตะไคร้ มะนาว ยูคาลิปตัสจะช่วยให้หายใจได้สะดวก โล่งจมูก และปลอดโปร่งมากขึ้น แต่กระนั้นข้อเสียของการใช้ก้านไม้หอมคงเป็นราคาเฉลี่ยที่ค่อยข้างสูงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ อย่างไรก็ตามหากเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสใช้ก้านไม้หอมปรับอากาศแล้ว รับรองเลยว่ากลิ่นอโรม่าอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์จะช่วยเนรมิตบรรยากาศที่น่าประทับใจให้กับที่อยู่อาศัยของทุกคนอย่างแน่นอน

. . . . . . . . . .

วิธีการใช้ก้านหอมที่ถูกต้อง

          การใช้ก้านไม้หอมก็ง่ายแสนง่ายเพียงแค่เพื่อน ๆ เปิดฝาออก จากนั้นนำก้านไม้ปักลงไป แล้วรอสักพักให้ก้านไม้ดูดน้ำหอมขึ้นมา เพียงแค้นี้กลิ่นหอม ๆ ก็จะกระจายไปทั่วพื้นที่แล้ว หากต้องการให้กลิ่นกระจายมากขึ้น ก็สามารถปักก้านไม้เพิ่มลงไปได้ หรือหากรู้สึกว่ากลิ่นแรงไป ก็ให้ลดจำนวนก้านไม้ที่ปักลง เพราะตัวก้านไม้จะเป็นตัวที่ช่วยกระจายกลิ่นนั่นเอง โดยปกติแล้วก้านไม้หอมจะสามารถใช้งานได้ประมาณ 30-45 วันแล้วแต่ขนาดที่เลือกใช้ แต่เมื่อใช้ไปสักพัก เพื่อน ๆ อาจเจอปัญหากลิ่นหอมจางลง นั่นก็เป็นเพราะก้านไม้ดูดน้ำหอมจนเกิดการอุดตัน สามารถแก้ได้โดยสลับหัวท้ายนำอีกด้านมาปักใหม่ หรือจะซื้อก้านใหม่มาปักก็ได้ เพียงแค่นี้กลิ่นก็จะกลับมาหอมฟุ้งอีกครั้ง และสามารถใช้ได้นานขึ้น

          แต่การใช้งานก็ต้องระมัดระวังไม่ให้น้ำหอมเข้าตา ปาก หรือสัมผัสผิวหนังโดยเฉพาะบริเวณที่เป็นแผล เนื่องจากส่วนประกอบบางอย่างในน้ำมันหอมระเหยอาจส่งผลให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองในบางคนได้ ดังนั้นเวลาใช้งานจึงควรสังเกตตัวเองอยู่เสมอว่าตัวเรามีอาการแพ้ใด ๆ หรือไม่ หากเกิดอาการแพ้ให้หยุดใช้ทันที และควรวางไว้ในที่ที่ปลอดภัย ห่างไกลจากมือเด็ก และต้องระวังการตกแตก ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในพื้นที่ที่ถูกแสงแดดและมีอุณหภูมิสูงด้วย

          อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เพื่อน ๆ คงอยากได้ก้านไม้หอมไว้ไปเพิ่มความน่าอยู่ในบ้านกันแล้วใช่ไหมล่ะ แต่หากใครยังไม่มีไอเดียว่าจะเลือกก้านไม้หอมยี่ห้อไหนดี วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ มาให้เพื่อน ๆ แล้วถ้าพร้อมแล้วก็ตามไปดูกันเลย

. . . . . . . . . .

ก้านไม้หอม Karmakamet

01

ขอบคุณภาพจาก : Karmakamet

          แบรนด์เครื่องหอมชื่อดังที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือไม้หอมนั่นเอง โดยก้านไม้หอมของแบรนด์นี้

          มีให้เลือกมากกว่า 20 กลิ่นด้วยกัน แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้ กลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นไม้ กลิ่นผสม และอื่น ๆ ซึ่งแต่ละกลิ่นก็มีคุณสมบัติและสรรพคุณที่แตกต่างกันไป ซึ่งในบทความนี้เราก็ได้คัดสรรกลิ่นเด็ด ๆ มาให้เพื่อน ๆ ด้วย

กลิ่น French Sweet Vanilla (วานิลลา)

          กลิ่นที่เรียกได้ว่าฮิตเป็นอันดับต้น ๆ ของเครื่องหอมเลยก็ว่าได้ เพราะวนิลลาจะให้กลิ่นที่หอมหวาน นุ่มละมุน ไม่ฉุนเกินไปใครที่เป็นสายหวาน ต้องลองกลิ่นนี้ โดยราคาอยู่ที่ 990 บาท สำหรับ 200 มิลลิลิตร หาซื้อได้ที่ร้าน

กลิ่น Joy

           สำหรับกลิ่น Joy เป็นกลิ่นที่มีส่วนผสมจากสะระแหน่ ดอกลาเวนเดอร์และดอกเจอราเนียม ช่วยให้เพื่อน ๆ รู้สึกมีชีวิตชีวา สมองปลอดโปร่ง ที่สำคัญสามารถบรรเทาอาการไข้หวัด ปวดหัวและอาการภูมิแพ้อากาศได้ด้วย หากต้องการสมาธิ กลิ่นนี้ก็ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้นเช่นกัน โดยราคาอยู่ที่ 1,550 บาท สำหรับขนาด 200 มิลลิลิตร

กลิ่น Moonlight

          สำหรับกลิ่น Moonlight เป็นกลิ่นที่ให ้ความโรแมนติกและเย้ายวนได้อย่างเต็มที่ เหมาะกับคู่รักที่ต้องการสร้างบรรยากาศดี ๆ ด้วยกลิ่นหอมในที่พัก โดยน้ำหอมมีส่วนผสมของดอกมะลิ ดอกกระดังงา ดอกโรสเจอราเนียม ดอกลาเวนเดอร์ และสนซีดาร์ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณมากมายทั้งช่วยให้รู้สึกสงบ ช่วยในเรื่องการจดจำ ลดความกังวลและคลายความเครียด รวมถึงช่วยให้นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้นด้วย เพื่อน ๆ คนไหนที่มีอาการเหล่านี้อยู่ ต้องรีบไปตำกันแล้วจ้า โดยราคาอยู่ที่ 1,550 บาท สำหรับ 200 มิลลิลิตร

. . . . . . . . . .

ก้านไม้หอม Daiso

01

ขอบคุณภาพจาก : Daiso

          สำหรับก้านไม้หอม Daiso เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีขายสินค้าแทบทุกชนิด เรียกได้ว่าต้องการอะไรก็เพียงแค่เดินเข้าไดโซเท่านั้น และแน่นอนว่าที่นี่เองก็มีขายก้านไม้หอมด้วยเช่นกัน แต่ที่พิเศษสุด ๆ ก็คือราคาถูกมากเมื่อเทียบเก่าแบรนด์อื่น ๆ เหมาะสำหรับคนขี้เบื่อที่ชอบเปลี่ยนกลิ่นบ่อย ๆ หรือใครที่อยากเริ่มต้นลองใช้ก้านไม้หอม แต่ยังไม่อยากซื้อแบรนด์แพง ๆ ก็มาลองผลิตภัณฑ์ของไดโซดูก่อนได้ ซึ่งก็มีหลายกลิ่นให้เลือกด้วย

กลิ่นซีตรัส 

          สำหรับกลิ่นซีตรัส กลิ่นนี้จะออก เปรี้ยว ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะกับการนำไปวางในพื้นที่ที่มีกลิ่นอับแรง ๆ หรือวางในห้องน้ำเพราะสามารถดับกลิ่นได้ดี หรือจะวางในห้องก็ให้บรรยากาศที่ปลอดโปร่งไม่แพ้กัน ตัวนี้มาในขนาด 50 มิลลิลิตร ราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น

กลิ่น Rose

          สำหรับกลิ่น Rose แค่ชื่อก็ เดาได้แล้วว่ากลิ่นนี้จะหวานขนาดไหน เพราะตัวน้ำหอมจะให้กลิ่นดอกกุหลาบ หอมหวานละมุน เหมาะกับคนที่ชอบกลิ่นดอกไม้เป็นที่สุด สามารถวางได้ทุกห้องไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขกเพื่อเพิ่มบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ราคาก็ย่อมเยาเพียง 60 บาท

กลิ่น Ocean

          สำหรับกลิ่น Ocean ใครเบื่อบ้ านอยากหนีไปพักผ่อนริมทะเลต้องกลิ่นนี้เลย เพราะน้ำหอมตัวนี้จะให้กลิ่นที่บริสุทธิ์เสมือนว่านั่งอยู่ริมทะเลเลย ที่สำคัญกลิ่นไม่ฉุนด้วย เหมาะกับการตั้งไว้ในทุก ๆ ห้อง ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศให้เหมือนไปพักผ่อนตากอากาศต้องกลิ่นนี้เลย ราคาก็เพียงแค่ 60 บาทเท่านั้น

. . . . . . . . . . .

ก้านไม้หอม Muji

01

ขอบคุณภาพจาก : Muji

สำหรับก้านไม้หอม Muji แบรนด์มูจิเป็น อีกหนึ่งแบรนด์ที่อยู่ในใจของใครหลาย ๆ คน เนื่องจากสไตล์การออกแบบที่เรียบง่ายมินิมอล และคุณภาพสินค้าที่ดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีสินค้าทุกประเภททั้งเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า สกินแคร์ กระเป๋า เครื่องหอม และอื่น ๆ อีกมากมาp จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงอยากครอบครองสินค้าของ Muji อย่างน้อยสักชิ้น และวันนี้เราก็นำก้านไม้หอมกลิ่นที่น่าสนใจมาฝากเพื่อน ๆ ด้วย

Muji fragrance oil กลิ่น Citrus

           กลิ่นที่รับรองว่าจะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับเพื่อน ๆ อย่างแน่นอน หลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงาน เพียงแค่ก้าวเข้ามาในห้องก็จะได้กลิ่นอมเปรี้ยวของซีตรัส กลิ่นอับหรือกลื่นเหม็นกวนใจก็จะหายไปทันที หากใครเป็นสาวกมูจิแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดไอเท็มชิ้นนี้ ราคาอยู่ที่ 1,899 บาทสำหรับ 250 มิลลิลิตร แต่ตอนนี้มีโปรเหลือเพียง 1,629 บาท

ก้านไม้หอมปรับอากาศ Miniso

01

ขอบคุณภาพจาก : Miniso

สำหรับก้านไม้หอมปรับอากาศ Miniso อีกหนึ่งแบรนด์ของใช้ที่มา แรงสุด ๆ ณ เวลานี้เพราะสินค้ามีมากมายหลายชนิด มาพร้อมกับราคาที่ไม่แพงมาก จึงทำให้ Miniso เป็นแบรนด์ของใช้จากญี่ปุ่นที่ใคร ๆ ต่างนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ส่วนเรื่องก้านหอมนั้น แบรนด์นี้เขาก็ไม่ธรรมดาเพราะมีคนที่ใช้จริงเขาแอบกระซิบมาว่ากลิ่นหอมมาก ดีงามสุด ๆ จะมีกลิ่นไหนน่าซื้อบ้าง ตามไปดูกัน

กลิ่น Moroccan Rose & Fig

          สำหรับใครที่ชอบกลิ่นกุหลาบอ่อน ๆ ที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู ลองกลิ่นนี้แล้วจะติดใจ แค่ตั้งไว้ทั้งห้องก็จะหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจากกุหลาบ ใช้งานได้นาน กระจายกลิ่นได้ดี นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ก็ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามเก๋ไก๋ จะนำไปใช้ตกแต่งห้องก็ดูโดดเด่นไม่แพ้กัน ที่สำคัญราคาถูกมากเพียง 259 บาท

กลิ่น Pink Beauty

          สำหรับกลิ่น Pink Beauty กลิ่นนี้จะให้ควา มหอมแบบน่ารักๆ คล้ายลูกอม เหมาะสำหรับสายหวาน หรือคนที่ชอบกลิ่นขนมหวาน กลิ่นไม่แรงเกินไปจนถึงขั้นฉุน นอกจากกลิ่นที่ดึงดูดแล้ว ขวดน้ำหอมก็น่ารักไม่แพ้กัน เพราะมีการไล่สีสันดูน่ารักสดใสมาก ๆ ใครที่ชอบแนวนี้ต้องจัดแล้ว ราคาก็เบา ๆ เพียง 259 บาท 

. . . . . . . . . . .

ก้านไม้หอม Panpuri

01

ขอบคุณภาพจาก :www.kingpower.com

          ปัญญ์ปุริ (Panpuri) แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องประทินผิวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์หรือครีมอาบน้ำ นอกจากนี้ยังมีบริการสปาอีกด้วย เพื่อน ๆ จึงมั่นใจได้เลยว่าหากซื้อเครื่องหอมจาก Panpuri จะได้บรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลายราวกับอยู่ในสปาหรูอย่างแน่นอน ไปดูกันดีกว่าว่ามีกลิ่นไหนน่าใช้บ้าง 

กลิ่น Siamese Water

          สำหรับกลิ่น Siamese Water ด้วยกลิ่นหอมที่สกัดจ ากดอกมะลิ กระดังงา และน้ำมันสะระแหน่ จะช่วยสร้างบรรยากาศและฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้อย่างดี อีกทั้งน้ำมันยังสกัดจากธรรมชาติ 100% จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อร่างกายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใครที่ชอบกลิ่นดอกไม้และต้องการให้จิตใจและร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นนี้ตอบโจทย์มาก ๆ ส่วนราคานั้นอยู่ที่ 2,500 บาทสำหรับขนาด 100 มิลลิลิตร หาซื้อได้ที่เว็บไซต์ของปัญญ์ปุริ

กลิ่น Slice Of Cake

         สำหรับกลิ่น Slice Of Cake กลิ่นหอมแห่งความลุ่มลึกจากเจอเรเนียม แบล็คเคอร์แรนท์ กุหลาบ ดอกโบตั๋นและไม้จันทร์หอม พร้อมมอบความรู้สึกอ่อนโยนและบอบบางให้กับห้องของเพื่อน ๆ ที่สำคัญไฮไลต์ของกลิ่นตัวนี้คือมีแรงบันดาลใจจากพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ราชินีผู้โด่งดังแห่งราชสำนักฝรั่งเศส หากใครที่ต้องการค้นหาความลับแห่งกลิ่นหอมของราชินีผู้นี้ ต้องไปหามาลองกันแล้ว โดยราคาอยู่ที่ 1,550 บาทสำหรับขนาด 100 มิลลิลิตร

กลิ่น Indochine

          สำหรับกลิ่น Indochine กลิ่นนี้สกัดมาจา กตะไคร้ เปลือกส้มจีน มะกรูด และสเปียร์มินต์ เป็นน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ 100% ให้กลิ่นแบบทรอปิคัล มีคุณสมบัติคือช่วยปรับสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจให้รู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา ที่สำคัญไม่มีสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวด้วย ดังนั้นจึงใช้ได้อย่างไร้กังวล โดยราคาอยู่ที่ 2,500 บาทสำหรับขนาด 100 มิลลิลิตร

. . . . . . . . . . .

          เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับก้านไม้หอมที่เรานำมาฝากกัน หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว หวังว่าเพื่อน ๆ จะมีไอเดียในการเลือกซื้อก้านไม้หอมมากขึ้น รวมถึงวิธีการใช้อย่างถูกวิธีนะครับ แต่ที่สำคัญ การเลือกซื้อเครื่องหอมใด ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะไปลองด้วยตนเองดีกว่าว่าตัวเรานั้นชอบกลิ่นนั้นจริง ๆ หรือเปล่า หากซื้อโดยที่ไม่ได้ลองดมดูก่อนแล้วซื้อมาเกิดไม่ถูกใจหรือเกิดอาการระคายเคือง แทนที่จะได้ผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมอันสดชื่น กลับต้องมารู้สึกรำคาญใจทีหลัง ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อทุกครั้ง ก็ตัดสินใจให้ดีก่อนซื้อกันนะครับ ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืม ติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ