logo

          ในยุคนี้ภัยที่คุกคามมนุษย์โลกนอกเหนือจากโรคติดต่อโควิด–19 แล้ว ยังมีภัยคุกคามจากสภาพอากาศที่เป็นพิษต่อมนุษย์โลกอีกด้วย อุปกรณ์ที่จะช่วยให้เรารู้ได้ว่าคุณภาพอากาศที่เราอยู่เป็นอย่างไร ก็คือ เครื่องวัดคุณภาพอากาศ ถ้าเราไม่มีเครื่องวัด เราก็จะเปรียบเสมือนคนตาบอด ไม่สามารถบอกได้ว่าอากาศบริเวณนั้นหรือภายในบ้านของเราว่าดีหรือไม่ดี วันนี้คอนโดนิวบ์ไลฟ์สไตล์จะมาทำความรู้จักกับอุปกรณ์เครื่องวัดคุณภาพอากาศกัน เพื่อให้เราหลีกเลี่ยงสภาพอากาศจากบริเวณที่ไม่ปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีกันได้ 

. . . . . . . . . .

เครื่องวัดคุณภาพอากาศ คือ อะไร

          Air Quality Monitor หรือ เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ คือ อุปกรณ์ที่ใช้วัดระดับมลพิษทางอากาศทั่วไป มีทั้งแบบใช้ในร่มและกลางแจ้ง โดยทั่วไปแล้วเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคารจะใช้ลักษณะของเซ็นเซอร์ในการวัด บางตัวสามารถวัดได้ถึงระดับ ppb (Part Per Billion 1 ใน 1000 ล้านส่วน) สามารถตรวจวัดก๊าซและมลพิษที่ผสมในอากาศและสามารถใช้พกพาไปไหนมาไหนได้ ในอุตสาหกรรมจะใช้อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อตรวจสอบและจัดการการปล่อยมลพิษในพื้นที่รอบนอกโรงงาน ซึ่งจะช่วยในการปรับปรุงแก้ไขคุณภาพอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐานของหน่วยงานที่กำกับดูแลและเพื่อความปลอดภัยของชุมชน เครื่องวัดคุณภาพอากาศจะใช้การวัดค่าฝุ่น PM2.5, PM 10, TVOC สารระเหยอินทรีย์ที่เกิดจากสีทาบ้าน น้ำมันเบนซิน และ ก๊าซ Co2 เป็นตัวเลขให้เราอ่านค่าได้ หรือบางครั้งก็เป็นสีแสดงสถานะเพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายขึ้น

เครื่องวัดคุณภาพอากาศ กับ เครื่องฟอกอากาศ

สำหรับเครื่องวัดคุณภาพอากาศ คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดค่าต่าง ๆ ของอากาศเพื่อบอกว่าสภาพอากาศที่เราอยู่ในเวลาขณะนี้เป็นเช่นไร ดีหรือแย่ ไม่สามารถหรือมีหน้าที่ทำการฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ขึ้นได้ ส่วนเครื่องฟอกอากาศจะเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ฟอกอากาศให้สะอาดขึ้น ซึ่งภายในตัวเครื่องฟอกอากาศในบางรุ่น จะมีเครื่องวัดคุณภาพอากาศอยู่ด้วยเพื่อจะได้ตอบสนองในการทำงานของเครื่องว่าจะเพิ่มหรือลดกำลังในการทำงาน โดยเครื่องฟอกอากาศจะทำงานให้มากขึ้นเมื่อสภาพอากาศแย่ลงและทำงานน้อยลงเมื่อสภาพอากาศดีขึ้น ดังนั้นเราจึงสามารถใช้เครื่องฟอกอากาศมาใช้แทนเครื่องวัดคุณภาพอากาศได้ด้วย 

สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้งานอุปกรณ์เครื่องวัดคุณภาพอากาศ

  • PM 2.5 คือ อนุภาคละเอียดหรืออนุภาค 2.5 หมายถึงอนุภาคเล็ก ๆ หรือละอองในอากาศที่มีความกว้าง 2.5 ไมครอนหรือน้อยกว่า ถ้านึกไม่ออกว่าเล็กขนาดไหนลองจินตนาการว่า ในความยาว 1 นิ้วถ้าเราเอาอนุภาคมาเรียงต่อกันจะต้องใช้อนุภาคถึง 25,000 ตัว หน่วยการวัดจะเป็น μg ต่อตารางเมตร
  • Part per million (ppm) 1 ใน ล้านส่วน หรือ เทียบได้กับน้ำ 1 ลิตรในสระว่ายน้ำ
  • Part per billion (ppb) 1 ใน พันล้านส่วน หรือ เทียบได้กับน้ำ 1 มิลลิลิตรในสระว่ายน้ำ
  • IFTTT คือบริการ ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อบริการของคุณเข้าด้วยกันในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Applets
  • Applet เป็นเหมือนแอปขนาดเล็กที่ใช้งานในสิ่งต่างๆที่แอปหรือบริการของคุณไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างเช่น Applet สามารถซิงค์สิ่งที่ต้องทำใน Amazon Alexa กับ Google ปฏิทินของคุณ หรือสร้างกิจกรรมในปฏิทิน iPhone ของคุณผ่าน Google Assistant เป็นต้น

. . . . . . . . . .

แนะนำเครื่องวัดคุณภาพอากาศน่าใช้

          ใครที่สงสัยว่าเครื่องวัดคุณภาพอากาศยี่ห้อไหนดี วันนี้เราจะมารู้จักกับเครื่องวัดคุณภาพอากาศ ว่าแต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติและการใช้งานเป็นอย่างไรกันบ้าง ราคาที่แสดงไว้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่ละช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของร้านค้า

1. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ IQAir AirVisual Pro

ข้อมูลทางเทคนิค

  • แบตเตอรี่ : Li-ion แบบชาร์จใหม่ได้ความจุ 1900 mAH
  • ไร้สาย : Wi-fi 802.11 b / g / n - 2.4 GHz
  • ขนาด : 82 x 184 x 100 มิลลิเมตร (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • น้าหนัก : 0.75 กิโลกรัม

จำนวนเซ็นเซอร์ 4 ได้แก่

  • PM2.5 (0.3 - 2.5 ไมครอน)
  • CO2 (คาร์บอนไดออกไซด์)
  • อุณหภูมิ -10 to 40 องศาเซลเซียส
  • ความชื้น 0 – 95%

          พูดถึงเครื่องวัดคุณภาพอากาศ IQAir Air visual Pro เป็นเครื่องวัดคุณภาพอากาศระดับคุณภาพที่มีหน้าจอ LED ขนาดใหญ่ 5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อ WIFI มีการติดตั้งที่ง่ายและสะดวก สามารถทำงานควบคู่ไปกับ AirVisual App แอปพลิเคชันยอดนิยม ตรวจวัดคุณภาพอากาศและมลพิษในอากาศอันดับ 1 ของโลก โดยเราสามารถดูคุณภาพของอากาศภายในอาคาร (IAQ) และคุณภาพอากาศภายนอกอาคาร(AQI) ควบคู่กันบนหน้าจอสว่างขนาดใหญ่ได้ในเวลาเดียวกัน Air visual Pro มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แจ้งให้เราทราบว่าเมื่อใดจะต้องปิดหน้าต่างหรือเมื่อใดจะต้องเปิดเครื่องฟอกอากาศตามคุณภาพอากาศภายในอาคารและ AQI ตามที่เราตั้งอยู่ Air visual Pro จัดเป็นสถานีตรวจอากาศด้วยในตัว มีการแสดงพยากรณ์อากาศบนหน้าจอที่มีประโยชน์ และด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามรวมถึงความสามารถในการตรวจจับคุณภาพอากาศที่จำเป็นทั้งหมด สามารถพยากรณ์สภาพอากาศล่วงหน้าได้ถึง 3 วัน เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ หากใครชอบการตรวจวัดคุณภาพอากาศและชื่นชอบ IoT (Internet Of Things) นี่คือเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศที่คุณต้องมี

IQAir AirVisual Pro

จุดเด่น

  • ตั้งค่าอุปกรณ์และจับคู่กับแอพได้อย่างง่ายดาย
  • เซ็นเซอร์ที่แม่นยำสูง
  • จอแสดงผล LED สว่างขนาดใหญ่
  • รองรับ IFTTT เพื่อให้สามารถตั้งค่าระบบอัตโนมัติได้อย่างง่ายดาย
  • มีการออกแบบที่ให้ความรู้สึกเป็นระดับพรีเมียม
  • ขนาดกะทัดรัดพกพาได้สะดวก
  • สามารถเก็บข้อมูลสภาพอากาศและกราฟแสดงผลเพื่อใช้ในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาคุณภาพอากาศภายในบ้านให้ดีขึ้น
  • สามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศได้ง่าย ๆ ผ่านมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทวอทช์ได้ตลอดเวลา

. . . . . . . . . .

2. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ uHoo Indoor Air Quality Sensor 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • วัสดุ : พลาสติก ABS และซิลิโคนยาง
  • พลังงาน : อะแดปเตอร์จ่ายไฟ Micro USB 5V /2 แอมป์ 1.5W
  • ไร้สาย : Wi-Fi 802.11 b / g / n - 2.4 GHz
  • รองรับ : iOS และ Android
  • ขนาด : 85 x 161 x 85 มิลลิเมตร (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • ราคา : 12,000 บาท

จำนวนเซ็นเซอร์ 9 ได้แก่

  • PM2.5
  • คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
  • คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)
  • ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)
  • สารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้ทั้งหมด (TVOCs)
  • โอโซน (O3)
  • ความดันอากาศ
  • อุณหภูมิ
  • ความชื้น

          สำหรับเครื่องวัดคุณภาพอากาศ uHoo Indoor Air Quality Sensor เป็นเครื่องวัดคุณภาพอากาศแบบ All In One ขนาดกะทัดรัดและชาญฉลาดในการตรวจสอบอากาศภายในอาคาร มาพร้อมกับเซ็นเซอร์คุณภาพสูงในตัวถึง 9 ตัวเพื่อสะท้อนคุณภาพอากาศโดยละเอียด และเนื่องจากอุปกรณ์ไม่มีจอแสดงผลบนเครื่อง จึงจำเป็นต้องพึ่งพาแอปพลิเคชัน UHOO บน Android / iOS เพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ข้อเสียของรุ่นนี้คือไม่มีแบตเตอรี่ในตัวดังนั้นจึงต้องเสียบปลั๊กไว้เสมอ ทำให้พกพาไปไหนไม่ค่อยสะดวก จึงเหมาะใช้ภายในบ้านเท่านั้น uHoo รองรับ IFTTT, Amazon Alexa, Google Assistant เพื่อให้สามารถตั้งค่าการทำงานระบบอัตโนมัติได้

uHoo Indoor Air Quality Sensor

จุดเด่น

  • มีการออกแบบที่หรูหราให้ความรู้สึกแบบพรีเมี่ยม
  • มีการใช้เซ็นเซอร์ที่ดีมีคุณภาพเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ
  • จับคู่กับสมาร์ทโฟนได้ง่าย
  • รองรับผู้ช่วยเสมือนอย่าง (Amazon Alexa, Google Assistant, Nest, Roomba, IFTTT)
  • มีสัญญาณเตือนในตัวแสดงดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)
  • เทคโนโลยี Virus Index ช่วยตรวจสอบสภาพอากาศว่าเหมาะสมต่อการเติบโตของไวรัสหรือไม่ เพื่อลดความความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในอากาศ

. . . . . . . . . .

3. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ Awair 2nd Edition  

ข้อมูลทางเทคนิค

  • พลังงาน : อะแดปเตอร์จ่ายไฟ 5V / 2A
  • ขนาด : 160 x 90 x 50 160 มิลลิเมตร (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • ไร้สาย : Wi-fi 802.11 b / g / n - 2.4 GHz, Bluetooth 4.1
  • แพลตฟอร์ม : ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android
  • สามารถวัดค่าต่าง ๆ คลอบคลุมพื้นที่ 1,000 ตารางฟุต
  • ราคา : 6,590 บาท

จำนวนเซ็นเซอร์ 7 ได้แก่

  • PM2.5
  • Carbon Dioxide (CO2)
  • ระดับสารเคมี Total Volatile Organic Compounds (TVOCs) 
  • อุณหภูมิ
  • ความชื้น
  • แสงโดยรอบ Ambient light
  • เสียงรบกวนรอบข้าง Ambient Noise

          Awair 2nd Edition เป็นเครื่องวัดคุณภาพอากาศที่เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีระหว่างการออกแบบสไตล์วินเทจและสมัยใหม่ วัสดุทำจากไม้วอลนัทจากอเมริกาเหนือ 100% ใช้เลเซอร์เซ็นเซอร์อนุภาคเพื่อให้ได้ผลลัพ์ที่มีความแม่นยำสูง อุปกรณ์นี้สามารถใช้งานผ่านทางแอปพลิเคชันมือถือ นอกจากนี้ยังมีจอแสดงผล LED เมทริกซ์ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแสดงดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) และตัวชี้วัดคุณภาพอากาศอื่นพร้อมกัน

ใน Awair 2nd Edition จะใช้ค่าทั้งหมดที่วัดได้ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความชื้น คาร์บอนไดออกไซด์ การวัดระดับสารเคมีเป็น ppb ค่าฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ PM 2.5 มาประเมินเป็นคะแนน (Awair Score) ที่บ่งบอกถึงสภาพของอากาศในบริเวณนั้นว่าดีหรือไม่ขนาดไหน สังเกตได้จากระดับของสีที่ถูกประเมินคะแนนออกมา 

สีเขียว > ดี

สีเหลือง > ปานกลาง

สีแดง > ต้องแก้ไขหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

Awair 2nd Edition

          จากไฟแสดงสถานะสีคุณทำให้รับรู้คุณภาพอากาศโดยรวมได้อย่างรวดเร็ว เป็นการวัดองค์ประกอบหลักที่สำคัญทั้งหมดเพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศ นอกจากนี้เรายังสามารถตั้งค่าระบบอัตโนมัติบางอย่างด้วยผู้ช่วยอย่าง Google Assistant, Amazon Alexa, IFTTT ได้ด้วย

จุดเด่น

  • รูปทรงสไตล์วินเทจ
  • เซ็นเซอร์ PM2.5 แบบเลเซอร์
  • ผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น
  • จอแสดงผล LED เมทริกซ์ที่สวยงาม
  • ขั้นตอนการติดตั้งง่าย
  • สั่งงานการทำงานอัตโนมัติด้วย Google Assistant, Amazon Alexa, IFTTT และอื่น ๆ

. . . . . . . . . .

4. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ Kaiterra Laser Egg + Chemical  

ข้อมูลทางเทคนิค

  • น้ำหนัก : 392 กรัม
  • พลังงาน : อะแดปเตอร์จ่ายไฟ 5V / 1A
  • ขนาด : 106 x 88 x 88 มิลลิเมตร (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • ไร้สาย : รองรับ Wi-fi 2.4 GHz ยังไม่รองรับ 5G 
  • ความจุแบตเตอรี่ : 200mAH Lithium
  • ระยะเวลาการใช้งาน : 8 ชั่วโมง
  • แพลตฟอร์ม : ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android
  • หน้าจอ : LCD 2.6” Full color
  • ราคา : 5,990 บาท

          สำหรับเครื่องวัดคุณภาพอากาศ Kaiterra Laser Egg + Chemical รุ่นนี้เป็นเครื่องวัดคุณภาพอากาศยอดนิยมและมีคุณภาพ ด้วยการออกแบบที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิ ภาพมีฟังก์ชันการทำงานที่ชาญฉลาดทำให้เครื่องวัดรุ่นนี้มีความหลากหลายและมากด้วยความสามารถ วัดได้ทั้ง PM 2.5 และ VOCs และสามารถดูรายงานคุณภาพอากาศภายนอกอาคาร จากสถานีตรวจอากาศในพื้นที่ได้อีกด้วย การใช้งานง่ายด้วยการทำงานเพียงปุ่มเดียวที่จะวนการอ่านค่าของอุปกรณ์ หน้าจอค่อนข้างสว่างทำให้อ่านข้อมูลได้ง่าย และตอนกลางคืนก็สามารถปิดหน้าจอเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ นอกจากนี้ Kaiterra Laser Egg + Chemical ยังทำงานร่วมกับ Apple HomeKit และ IFTTT เพื่อความปลอดภัยและสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณอื่นๆภายในบ้าน โดยสามารถตั้งค่าได้โดยการสแกนหรือพิมพ์รหัส HomeKit ในแอป Kaiterra ใน iOS และกำหนดเซ็นเซอร์ต่างๆให้กับห้อง และเรายังสามารถใช้คำสั่งเสียงบอก Siri เพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศของห้อง และสร้างระบบอัตโนมัติเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ เช่นการเปิดเครื่องเพิ่มความชื้นที่เปิดใช้งาน HomeKit เมื่ออากาศแห้งเกินไป หรือเปิดเครื่องฟอกอากาศเมื่อระดับมลพิษสูงขึ้น

Kaiterra Laser Egg + Chemical

จุดเด่น

  • ขนาดกระทัดรัดสามารถใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก
  • ตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในและภายนอกอาคาร
  • รองรับทั้ง iOS และ Android
  • มีความแม่นยำถูกต้องในการตรวจวัดมลพิษที่สำคัญและเป็นปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพอากาศภายในอาคารเช่น PM2.5 (ฝุ่นละเอียด) VOCs (สารเคมี) อุณหภูมิและความชื้น
  • สามารถบันทึกการเปลี่ยนแปลงคุณภาพอากาศอย่างรวดเร็ว
  • ดูประวัติการวัดค่าเป็นนาที ชั่วโมงหรือวัน เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการปรับปรุงบ้านให้ดียิ่งขึ้น

. . . . . . . . . .

5. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ Temtop M10i 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ขนาด : 82 x 82 x 31 มิลลิเมตร (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • น้ำหนัก : 200 กรัม
  • พลังงาน : อะแดปเตอร์ 5 V / 1 A
  • แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่อง : 6 ชั่วโมง
  • ความจุแบตเตอรี่ : 2200 mAh
  • รองรับ : Android/iOS
  • ช่วงการวัด Formaldehyde(HCHO) : 0-2mg/m³ ความแม่นยำ 0.01mg/m³
  • ช่วงการวัดฝุ่น (PM2.5) : 0 - 999 ug/m³ ความแม่นยำ 0.1ug/m³
  • ช่วงการวัด (TVOC) : 0-5mg/m³ ความแม่นยำ 0.01mg/m³
  • ราคา : 4,950 บาท

           พูดถึงเครื่องวัดคุณภาพอากาศ Temtop M10i เป็นหนึ่งในเครื่องวัดคุณภาพอากาศแบบ 5-IN-1 แบบไร้สาย (PM2.5, HCHO, TVOC, AQI, WIFI) มีการออกแบบที่ดูเรียบง่าย แต่ดูพรีเมี่ยมเลยทีเดียว โดยมีจอแสดงผล LED ที่สวยงามทางด้านหน้าที่สามารถแสดงการพยากรณ์อากาศได้ด้วย นอกจากนั้นยังตรวจวัดระดับ HCHO, TVOC, AQI และ PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเซ็นเซอร์ Temtop Particle Sensor Electrochemical Sensor รุ่นที่ 3 นอกจากนี้ยังมีขนาดกะทัดรัดคุณจึงสามารถพกพาติดตัวไปได้สะดวก และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟในตัว แบตเตอรี่ความจุมากถึง 2200mAh นอกจากนี้ตัว Temtop 10i ยังสามารถจับคู่กับ Temtop App ซึ่งรองรับทั้งอุปกรณ์ iOS และ Android ซึ่งแอพนี้จะมีอินเทอร์เฟซที่สวยงามและยังให้คุณสามารถบันทึกข้อมูลการติดตามได้อย่างถาวรเพื่อเก็บบันทึกอีกด้วย

Temtop M10i

จุดเด่น

  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่เหมาะสม
  • แอปพลิเคชั่นมือถือ Temtop มีการใช้งานง่าย
  • แสดงค่า AQI ที่คนส่วนใหญ่ค้นเคย
  • สามารถแบ่งปันข้อมูล
  • มีเซ็นเซอร์ 3 ตัว คือ PM 2.5, TVOCs, HCHO
  • มีอัลกอริธึมการเพิ่มประสิทธิภาพการจับกลุ่มอนุภาคที่ไม่เหมือนใครช่วยให้วัดอนุภาคได้แม่นยำและเสถียร
  • เซ็นเซอร์ไฟฟ้าเคมีชั้นนำจาก Dart UK พร้อมการปรับเทียบล่วงหน้าที่ให้การวัดโมเลกุลของฟอร์มาลดีไฮด์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น
  • ฟังก์ชั่นการตรวจจับ TVOC ครอบคลุมสารมลพิษอินทรีย์ของ VOC ที่หลากหลาย

. . . . . . . . . .

6. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ Temtop M10  

ข้อมูลทางเทคนิค

  • น้ำหนัก : 200 กรัม
  • ขนาด : 82 x 82 x 31 มิลลิเมตร (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • ความจุแบตเตอรี่ : 2200 mAh
  • ระยะเวลาการใช้งาน : 6 ชั่วโมง
  • ช่วงการวัดฝุ่น Measuring range(PM2.5) : 0 ถึง 999 ug/m³ 
  • Resolution (PM2.5) : 0.1ug/m³
  • ช่วงการวัด Measuring range (HCHO) : 0 ถึง 2mg/m³
  • ช่วงการวัด Measuring range(TVOC) : 0 ถึง 5mg/m³
  • ราคา : 4,550 บาท

          ใครที่ชื่นชอบความเรียบง่าย นั่นคือสิ่งที่มีในเครื่องวัดคุณภาพอากาศ Temtop M10 รุ่นนี้ เพราะเครื่องวัดคุณภาพอากาศในรุ่นนี้จะไม่มีการเชื่อมต่อใดๆ อย่าง WIFI หรือการเชื่อมต่อเพื่อใช้งานบนแอปพลิเคชั่นให้วุ่นวายใจ ไม่ต้องมาสนใจว่าคุณภาพอากาศที่ผ่านมาเป็นอย่างไร หรือสภาพอากาศภายนอกเป็นเช่นไร Temtop M10 จะบอกสภาพอากาศ ณ เวลาปัจจุบันได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ด้วยการใช้งานที่ง่ายเพียงปุ่มเดียวเพื่อเปิดอุปกรณ์และการคลิกเพิ่มเติมจะเป็นการวนอ่านค่าการวัดต่างๆ เช่น PM 2.5, VOC, ฟอร์มาลดีไฮด์และดัชนีคุณภาพอากาศ โดยหากคุณภาพอากาศไม่ดีค่าที่อ่านได้จะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำเงินสด และไฟ LED ขนาดเล็กบนตัวอุปกรณ์จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองและสีแดงในที่สุดหากคุณภาพอากาศแย่ลง

Temtop M10

จุดเด่น

  • ตรวจจับสารระเหยมลพิษอินทรีย์ TVOC เช่นเบนซีนโทลูอีน, Alkanes และอะโรเมติกส์
  • ใช้งานได้นาน 6 ชั่วโมง
  • Professional QSI เลเซอร์ไดโอดมีความเสถียรความสม่ำเสมอเพิ่มความแม่นยำในการตรวจวัดอนุภาค
  • PSO อัลกอริทึม เพิ่มความถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น
  • Electrochemical SENSOR เพื่อผลลัพธ์การตรวจจับที่ถูกต้องสำหรับฟอร์มาลดีไฮด์โมเลกุลในอากาศ
  • ดูภาพรวมของคุณภาพอากาศจากค่า PM2.5, HCHO, TVOC และ AQI ได้อย่างง่ายดาย

. . . . . . . . . .

7. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ NETATMO NHC-P2 Healthy Home Coach 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ขนาด : 45 x 155 x 45 มิลลิเมตร (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • น้ำหนัก : 170 กรัม
  • รองรับ : Wi-Fi 802.11 b/g/n compatible (2.4GHz)

มีเซ็นเซอร์ที่แม่นยำถึง 4 ตัว ได้แก่

  • อุณหภูมิ : 0°C to 50°C / 32°F to 122°F ความแม่นยำ ± 0.3°C / ± 0.54°F
  • ความชื้น : 0 to 100% ความแม่นยำ ± 3%
  • CO2 Meter : 0 to 5,000 ppm ความแม่นยำ ± 50 ppm (จาก 0 to 1,000 ppm) หรือ ± 5% (จาก 1,000 to 5,000 ppm)
  • Sound meter : 35 dB to 120 dB
  • ราคา : 4,290 บาท

          สำหรับเครื่องวัดคุณภาพอากาศ NETATMO รุ่น NHC-P2 ตัวนี้เป็นเครื่องวัดคุณภาพอากาศที่ออกแบบและผลิตตัวเครื่องด้วยอะลูมิเนียมชิ้นเดียวที่แข็งแรง มีความหรูหรา เพรียวบางและสวยงาม เข้ากับการตกแต่งภายในบ้านได้อย่างดี สามารถใช้งานได้ง่ายเพียงแค่แตะเพียงครั้งเดียวที่ด้านบน NETATMO Healthy Home Coach ก็จะสว่างขึ้นเพื่อให้คุณรู้และเข้าใจสุขภาพบ้านของคุณได้ทันที ไม่ว่าความชื้น ที่มีบทบาทอย่างมากในการจัดการโรคหอบหืดและโรคภูมิแพ้ ค้นหาความสมดุลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละห้องในบ้านของคุณ หรือจะเป็นเสียงรบกวน การนอนหลับถูกรบกวนอาจเกิดจากเสียงรบกวนในตอนกลางคืนที่คุณไม่รู้ตัวว่าได้ยิน จะช่วยให้เข้าใจว่าคุณสามารถปรับปรุงสภาพแวดล้อมการนอนของคุณได้อย่างไร หรืออุณหภูมิ เครื่องจะตรวจสอบอุณหภูมิโดยรอบในห้องของคุณ เพื่อให้คุณปรับอุณหภูมิของแอร์ให้พอเหมาะกับอุณหภูมิของร่างกาย เพื่อความสบายตัวไม่อึดอัด ในด้านคุณ ภาพอากาศ ห้องที่มีการระบายอากาศไม่ดีจะทำให้เกิดการสะสมมลพิษทางอากาศภายในอาคาร เครื่องก็จะแจ้งให้ทราบว่าเมื่อใดควรระบายอากาศในบ้าน เพื่อช่วยสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อ WIFI และ Apple Home Kit เพิ่มความอัจฉริยะให้กับบ้าน สมกับชื่อที่เป็นโค้ชให้กับบ้านของคุณ

NETATMO NHC-P2 Healthy Home Coach

จุดเด่น

  • ประกอบด้วย sensor ที่แม่นยำถึง 4 ตัว คือ ความชื้น เสียงรบกวน อุณหภูมิ คาร์บอนไดออกไซด์
  • รองรับ WIFI และ Apple Home Kit
  • สั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri/ Google Assistant
  • สามารถเชื่อมต่อ NETATMO Healthy Home Coach หลายตัวในแต่ละห้อง เพื่อมอนิเตอร์ได้จาก Smart phone
  • ใช้งานและติดตั้งได้ง่าย

. . . . . . . . . .

8. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ Eve Room 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • พลังงาน : อะแดปเตอร์ 5V/ 500 mAh ผ่าน Micro USB
  • เวลาใช้งานแบตเตอรี่ : ชาร์จ 2 ชั่วโมงอยู่ได้ประมาณ 6 อาทิตย์
  • อุณหภูมิในการทำงาน : 0°C - 50°C / 32°F - 122°F ความแม่นยำ ± 0.3°C / ± 0.54°F 
  • ความชื้น : 5% - 95% ความแม่นยำ ± 3%
  • หน้าจอ : E-ink 200 x 200 Pixel
  • ขนาด : 54 x 54 x 15 มิลลิเมตร (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • ไร้สาย : Bluetooth พลังงานต่ำ
  • ราคา : 3,490 บาท ลดเหลือ 2,490 บาท

          สำหรับเครื่องวัดคุณภาพอากาศ Eve Room ออกแบบให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด รูปทรงสวยงาม หน้าจอเป็น E-Ink ขนาด 1.54 นิ้ว ถึงจะมีขนาดที่เล็ก แต่ก็สามารถอ่านได้ง่ายจากทุกมุมห้อง หน้าจอจะแสดงอุณหภูมิความชื้นและคุณภาพอากาศในห้องในเวลาปัจจุบัน โดยจะแสดงด้วยคุณภาพอากาศเป็นชุดของดาวตั้งแต่ 1-5 โดย 5 เป็นคะแนนที่ดีที่สุด หากกดลูกศรที่อยู่ถัดจากจอแสดงผลจะสามารถเลื่อนไปตามตัวเลือกการแสดงผลต่างๆ เพื่อแสดงข้อมูลตามความต้องการ อุปกรณ์นี้วัดและแสดงสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) อุณหภูมิและความชื้นทั้งหมดในบ้านของคุณอย่างแม่นยำ ส่วนการใช้ Eve App ก็จะช่วยให้เข้าใจสภาพแวดล้อมได้มากขึ้น ซึ่งจะวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบกราฟโดยละเอียด ช่วยให้เห็นว่ากิจกรรมประจำวันและสภาพแวดล้อมภายในบ้านมีผลต่อคุณภาพอากาศในบ้านอย่างไรโดยสามารถดูรายละเอียดของอุณหภูมิความชื้นและคุณภาพอากาศ แยกเป็นชั่วโมง วัน สัปดาห์หรือเดือน และภายใน Eve App สามารถใช้เซ็นเซอร์ความชื้นและอุณหภูมิเพื่อเรียกใช้อุปกรณ์ HomeKit อื่น ๆให้ทำงานได้ ตัวอย่างเช่นสามารถตั้งค่าพัดลมให้เปิดได้หากอุณหภูมิสูงขึ้น หรือกิจกรรมหลายๆ อย่างภายในบ้านที่จะก่อให้เกิดสาร VOCs ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อสุขภาพได้ ซึ่งถ้ามีเครื่องวัดคุณภาพ Eve Room ก็จะช่วยให้คุณแก้ปัญหาได้ง่ายๆ เพียงแค่เดินไปเปิดหน้าต่าง เพื่อระบายมลพิษเหล่านี้ออกไป ซึ่งคุณก็จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงค่าของเครื่องวัดอย่างชัดเจน

Eve Room

จุดเด่น

  • ขนาดกะทัดรัด ติดตั้งง่าย
  • มีเซ็นเซอร์การวัดที่แม่นยำ
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมสวยงาม
  • สามารถปรับแต่งหน้าจอได้
  • ทำงานร่วมกับ Apple HomeKit และรองรับคำสั่งเสียงของ Siri

จุดด้อย

  • ไม่รองรับ WIFI
  • ไม่รองรับ Google Assistant หรือ Amazon Alexa 
  • ใช้ไม่ได้กับ IFTTT Applet

. . . . . . . . . .

9. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ PONPE 625 PM 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ขนาด : 94 x 141 x 55 มิลลิเมตร (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • น้ำหนัก : 168 กรัม
  • วัสดุ : พลาสติก ABS และซิลิโคนยาง
  • แบตเตอรี่ : ลิเธียม 1000 mAh
  • เวลาการใช้งาน : ชาร์จ 6 ชั่วโมง ใช้งานได้ประมาณ 10 ชั่วโมง
  • ความชื้น : 20% ถึง 90%RH
  • อุณหภูมิ : -9 ถึง +50 º C (15.8 ถึง +122 º F)
  • ช่วงค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 : 0 ถึง 999 μg/m3
  • ราคา : 2,250 บาท

          พูดถึงเครื่องวัดคุณภาพอากาศ PONPE 625 PM gxHo เครื่องวัดคุณภาพอากาศที่มีมีรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์และทันสมัยพร้อมหน้าจออ่านข้อมูลขนาดใหญ่ เครื่องวัดคุณภาพอากาศรุ่นนี้ได้รับการออกแบบด้วยมาตรฐานทางการแพทย์และใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ขั้นสูงเพื่อความแม่นยำของการวัด ช่วยดูแลและควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคาร เครื่องนี้จะทำการตรวจสอบความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยจะเตือนอัตโนมัติเมื่อระดับ PM2.5 มากกว่า 100μg และจะเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีแดง ซึ่งคุณก็จะทราบว่าถึงเวลาที่ควรเปิดเครื่องฟอกอากาศได้แล้ว การชาร์จก็เพียงแต่วางตัวเครื่องวัดลงบนแท่นชาร์จที่ต่อ อะแดปเตอร์ USB อยู่แล้ว

PONPE 625 PM

จุดเด่น

  • หน้าจอขนาดใหญ่ อ่านค่าได้ง่าย
  • หน้าจอบอกค่า PM2.5 เวลา อุณหภูมิ ความชื้น พร้อมกัน
  • บอกสถานการณ์ชาร์จบนแท่นชาร์จ
  • มีการแจ้งเตือนเมื่อ PM 2.5 เกินกว่า 100 μg
  • สามารถใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมง

. . . . . . . . . .

10. เครื่องวัดคุณภาพอากาศ XIAOMI MI PM 2.5 MONITOR 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ขนาด : 25 x 85 x 60 mm (กว้าง) x (สูง) x (ลึก)
  • น้ำหนัก : 0.280 กิโลกรัม
  • แบตเตอรี่ : Li-ion  
  • ขนาดความจุแบตเตอรี่ : 950 mAh 
  • เวลาใช้งานแบตเตอรี่ : 6 ชั่วโมง
  • พลังงาน : อะแดปเตอร์ 5V /1A
  • ไร้สาย : Wi-Fi IEEE 802.11b / g / n 2.4GHz
  • ราคา : 1,290 บาท

          สำหรับเครื่องวัดคุณภาพอากาศ SmartMI PM 2.5 Air Quality Monitor สามารถตรวจเช็คค่าฝุ่นขนาดเล็ก ทำการตรวจสอบวัดค่าอากาศแบบเรียลไทม์ มีตัวเซ็นเซอร์แบบเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงและอ่านค่าได้อย่างรวดเร็ว คุณจึงตรวจสอบคุณภาพอากาศได้อย่างถูกต้อง สามารถทำการวัดค่าฝุ่นและแสดงผลได้ทันที และด้วยหน้าจอทรง HD Digital Tube แสดงผลที่อ่านค่าได้ง่าย โดยจะแสดงรายงานค่าฝุ่นละอองในอากาศ สถานะแบตเตอรี่ รวมไปถึงไฟสีบอกสถานะตัวชี้วัดของค่าฝุ่น เป็นสีเขียว(ดี) สีส้ม(ปานกลาง) สีแดง (แย่) ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย ซึ่งจะมีปุ่มการทำงานเพียงหนึ่งปุ่ม และเมื่อกดเพิ่มจะปรับความสว่างหน้าจอ และถ้ากดค้างก็จะทำการปิดเครื่อง หรือตัวเครื่องจะปิดเองโดยอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งานในเวลา 30 นาที และด้วยขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา จึงพกพาไปได้ทุกสถานที่เพื่อเช็คหรือตรวจสอบคุณภาพอากาศ ตัวเครื่องกินไฟน้อยและประหยัดพลังงาน มีแบตเตอรี่ลิเธียมในตัว 950 มิลลิแอมป์ สามารถอยู่ได้นาน 6 ชั่วโมงเมื่อใช้งานต่อเนื่อง ใช้การชาร์จผ่านพอร์ตและสาย Micro USB

XIAOMI MI PM 2.5 MONITOR

จุดเด่น

  • ตรวจจับคุณภาพอากาศได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ
  • การเชื่อมต่ออัจฉริยะสามารถจับคู่กับเครื่องฟอกอากาศ Xiaomiได้
  • ผลิตจากวัสดุABS คุณภาพสูง ทนทานต่อการใช้งาน
  • หน้าจอ HD digital tube สามารถอ่านค่าได้ง่าย 
  • มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพา
  • ใช้เลเซอร์เซ็นเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง
  • ใช้ MIE theory algorithm สามารถวัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้รู้คุณภาพอากาศได้ทันที
  • นำไปใช้งานในที่ต่างๆ ไม่ว่าบ้าน ห้องเรียน หรือโรงพยาบาล
  • ตัวชี้วัดแบบดิจิตอลแยกเป็นสามสี
  • สีเขียว หมายถึงคุณภาพอากาศดี
  • สีส้ม หมายถึงคุณภาพอากาศปานกลางมีมลพิษบ้าง
  • สีแดง หมายถึง คุณภาพอากาศเป็นพิษ ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

. . . . . . . . . .

           สำหรับเครื่องวัดคุณภาพอากาศของใช้ในบ้านที่ได้แนะนำไป เพื่อน ๆ คงได้นำไปเลือกซื้อเลือกใช้กันเพื่อตรวจสอบสภาพอากาศ จะได้หลีกเลี่ยงอากาศที่เป็นพิษกับสุขภาพกัน ส่วนการจัดอันดับเครื่องวัดคุณภาพอากาศที่ดี 3 อันดับในที่นี้ อันดับแรกต้องยกให้กับเครื่องวัดคุณภาพอากาศ IQAir AirVisual Pro ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความน่าเชื่อถือและทำงานร่วมกับ AirVisual App ที่ทุกคนรู้จักและคุ้นเคยกันดี สามารถเชื่อมต่อกับมือถือได้ง่าย พร้อมด้วยหน้าจอที่ใหญ่สวยงามอ่านค่าได้ง่าย อันดับที่สอง ก็คือ Kaiterra Laser Egg + Chemical ที่ทำงานร่วมกับ Apple Homekit และ IFFT เพื่อสั่งการไปยังอุปกรณ์อื่นๆ เช่นเครื่องฟอกอากาศให้ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และมีการใช้งานที่ง่าย ส่วนอันดับที่สาม ต้องยกให้กับ TemTop M10 สูงสุดคืนสู่สามัญ เป็นเครื่องวัดที่ธรรมดาๆแต่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่จำเป็นต้องเชื่อมกับอุปกรณ์ใดๆให้วุ่นวาย แต่มีความแม่นยำและความถูกต้องสูง ใครที่ไม่ใช่สายไฮเทค ตัวนี้ต้องมี ไม่ผิดหวังแน่นอน