logo

          การตกแต่งบ้านนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะคำว่าบ้าน จริง ๆ แล้ว ไม่ได้หมายรวมถึงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งภายในบ้านเท่านั้น การออกแบบดีไซน์ส่วนต่าง ๆ ของบ้านในทุกส่วน เป็นส่วนประกอบที่มีความจำเป็นที่ทำให้บ้านของเราสวยงามน่าอยู่ แม้กระทั่งการเลือกใช้แสงสว่าง แสงไฟภายในบ้าน ก็นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ เพราะเราต้องใช้แสงไฟในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ในเวลากลางวัน ซึ่งการใช้แสงไฟที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้เช่นกัน และหากมีการจัดแสงไฟสวย ๆ ออกแบบทิศทางการให้แสงดี ๆ ก็จะยิ่งทำให้บ้านของเรานั้นโดดเด่น มีเสน่ห์สวยงามขึ้นเป็นอย่างมาก หลายคนกังวลเรื่องการจัดแสงไฟในบ้าน ว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก และต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรเลย วันนี้เราจะมาแนะนำ เทคนิคและวิธีการจัดไฟในบ้าน ช่วยทำให้บ้านมีมิติ กับการจัด Lighting ไฟหลืบ ในบ้าน ทำเองได้ไม่ยาก

. . . . . . . . . .

การจัดแสงคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

          แสงสว่างไม่ว่าจะเป็นแสงจากธรรมชาติ และแสงจากหลอดไฟ หากถูกออกแบบให้ใช้งานได้อย่างเหมาะสม รับรองได้เลยว่า บ้านหรือที่อยู่อาศัยของเรา จะมีความสวยงามเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน การออกแบบจัดแสง หรือควบคุมทิศทางส่องสว่างของแสงไฟภายในบ้านนั้น เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะจะช่วยในเรื่อง Mood & Tone ที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของเรา หลายคนจึงมักมองข้ามเรื่องการจัดไฟที่ดี เพราะเชื่อว่าแค่ให้มีแสงสว่างที่เพียงพอก็พอแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าความสว่างของแสงไฟ ระดับแสงสว่างที่เหมาะสม ทิศทางแสงนั้นมีผลต่อบ้านและผู้ที่อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก การเลือกใช้แสงไฟก็เช่นกัน ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเราจำเป็นต้องใช้แบบเดียวกันทั้งบ้าน

          เพราะแสงไฟแต่ละจุด แต่ละพื้นที่ภายในบ้านนั้น ทำงานและส่งผลที่แตกต่างกัน เช่น ห้องนอนส่วนใหญ่มักจะต้องการใช้แสงที่ไม่มาก เพราะเป็นห้องสำหรับพักผ่อน และมักจะอยู่ทางทิศตะวันออกของบ้าน ที่จะได้รับแสงจากธรรมชาติในช่วงเช้า การเลือกใช้แสงไฟ ควรเลือกที่ไม่สว่างจ้าแยงตา หรือใช้ไฟแบบแสงฝังในฝ้า รวมทั้งแสงไฟประเภท Cool White หากเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ ควรใช้ไฟที่สามารถให้แสงสว่างกับเราได้โดยตรง เพื่อช่วยเพิ่มแสงสว่างให้กับพื้นที่ที่เราใช้ทำงาน ช่วยให้การมองเห็นดีพอ ทิศทางของแสงต้องพุ่งตรงมาในจุดที่ต้องการความสว่าง หรือห้องพักผ่อน ดูหนังฟังเพลง เล่นเกม ที่ไม่ต้องใช้แสงสว่างโดยตรงมากนัก ก็ควรใช้การจัดแสง แบบใช้ไฟหลืบ หรือไฟฝังฝ้า ไฟซ่อนในเพดาน

. . . . . . . . . .

การจัดแสง จัดทิศทางของแสงไฟ แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

          การจัดแสงไฟในบ้าน หรือที่พักอาศัยนั้น แบ่งการจัดไฟเพื่อการใช้งานออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบที่ให้แสงสว่างเป็นหลัก กับแบบที่เพื่อการตกแต่งดีไซน์ สร้างความสวยงามโดดเด่นให้กับพื้นที่ ส่วนการจัดรูปแบบแสงไฟทั้ง 2 ประเภท มีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

การจัดแสงไฟแบบ Direct Light

          หมายถึงการจัดแสงไฟเพื่อให้แสงสว่างทางตรง เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่ที่เราใช้งาน ให้มีปริมาณแสงสำหรับการมองเห็นที่เพียงพอ การจัดไฟลักษณะนี้เรียกว่าแสงทางตรง จะเป็นแบบที่เห็นตามบ้านพักอาศัยทั่ว ๆ ไป คือ จะเป็นการกระจายของแสงจากหลอดไฟให้ส่องไปในบริเวณ หรือทิศทางที่ต้องการ เพื่อการใช้งานทั่วไป หรือเพื่อการใช้งานเฉพาะจุด หรือเพื่อใช้เป็นการตกแต่งด้วยก็ได้ การจัดไฟแบบ Direct Light แสงจะเดินทางจากแหล่งกำเนิดแสงไปยังจุดที่ต้องการใช้งาน โดยไม่กระทบกับพื้นผิวใด ๆ เช่น หลอดไฟเพดาน แสงจากโคมไฟ ที่มีลักษณะส่องแสงลงไปโดยตรง แสงไฟจะต้องไม่ส่องไปสะท้อนเข้ากระจก หรือวัตถุอื่น ๆ 

  • ข้อดี ให้ปริมาณแสงสว่างค่อนข้างสูง สามารถกระจายแสงสว่างในพื้นที่ได้เป็นบริเวณกว้าง ช่วยสร้างบรรยากาศให้รู้สึกปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโดยรอบให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน
  • ข้อเสีย การออกแบบจัดแสงไฟลักษณะนี้ ก็ต้องดูทิศทางและตำแหน่งการติดตั้งให้เหมาะสมด้วย เพราะหากออกแบบตำแหน่งของหลอดไฟไม่ดี ก็อาจจะทำให้สภาพแวดล้อมรอบ ๆ มืดเกินไป หรือทำให้ตำแหน่งที่ใช้งานสว่างจ้าแสบตามากเกินไป หรือต้องมีความสว่างมากพอเพื่อไม่หลอกตา

การจัดแสงไฟแบบ Indirect Light

          หมายถึง การจัดแสงไฟเพื่อให้แสงสว่างทางอ้อม เหมาะสำหรับใช้สร้างบรรยากาศ สร้างอารมณ์ตกแต่งดีไซน์พื้นที่ต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม ความสว่างของแสงเป็นเพียงปัจจัยรองลงไป ไฟ Indirect Light หรือที่เรียกกันว่าไฟหลืบ ไฟซ่อน โดยทิศทางของแสงจะส่องกระทบพื้นผิวอื่น ๆ เช่น เพดาน ฝาผนัง หรือเป็นลักษณะไฟในซอกในมุม ที่กระจายแสงสะท้อนออกมาจากภายใน แสงจะนุ่มสบายตา ส่องกระทบกับพื้นผิว และให้แสงสม่ำเสมอ เช่น โคมไฟติดตั้งฝังในฝ้าเพดาน ไฟที่ติดตั้งในซอกผนังห้อง หรือหลอดไฟซ่อนเอาไว้ในช่องเล็ก ๆ หรือติดแผ่นกรองแสงเพื่อสะท้อนความสว่าง ปริมาณการกระจายแสงมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับวัตถุ หรือพื้นผิวที่สะท้อนแสงออกมา

  • ข้อดี ช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึกของการอยู่อาศัยที่ดี ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องให้ผ่อนคลาย และแปลกไปจากการติดตั้งไฟแบบธรรมดา โดยแสงที่ได้จะให้ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน ไม่เกิดแสงจ้าแยงตา ที่จะทำให้เราปวดตาได้
  • ข้อเสีย ปริมาณของแสงน้อย การส่องสว่างจะทำได้ไม่ดีพอ และการจัดแสง หรือติดตั้งต้องดูทิศทางแสงให้ดี เพราะหากคำนวณปริมาณแสงหรือการสะท้อนที่ไม่ดี อาจทำให้เกิดแสงสะท้อนรบกวนบรรยากาศภายในที่พักอาศัยได้ เช่น แสงสะท้อนสว่างมากไป หรือมืดจนเกินไป ทำให้มีความคมชัดของแสงน้อย และใช้พื้นที่ในการติดตั้ง ต้องเผื่อพื้นที่สำหรับซ่อนโคมไฟ

. . . . . . . . . .

ประเภทการจัดแสง Types of Indirect Light ให้สวยงาม

          หัวใจสำคัญของการจัดแสงไฟแบบ Indirect Light ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นที่ความสวยงาม เหนือกว่าประโยชน์ใช้สอยในแง่ของแสงสว่าง เราได้รวบรวมการสร้างสรรค์ไอเดียสวย ๆ รูปแบบในการจัดไฟมาฝากกันสำหรับใช้เป็นแนวทาง ดังนี้

Cove Lighting

          เป็นรูปแบบการออกแบบติดตั้งไฟหลืบเพดาน ฝังไว้ตามฝ้า โดยเฉพาะฝ้า หรือเพดานแบบเข้ามุมเล่นระดับ หรือฝ้าเพดานแบบ Step เหมาะกับบ้านยุคใหม่ แสงสว่างจะส่องกระทบกับฝ้าเพดานที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไป จะให้แสงสวย นุ่มสบายตา ส่องกระทบสะท้อนจากบนฝ้า ทำให้การกระจายแสงพอเหมาะพอดี ไม่จ้ามากหรือน้อยเกินไป

Case Lighting

          เป็นการออกแบบจัดแสงแบบใช้แผ่นกรองแสงแบบโปร่ง คอยทำหน้าที่กรองแสง เช่น แผ่นอะคริลิคโพลีคาร์บอเนต กระจกฝ้า กระจกพิมพ์ลาย หรือกระจกสี ฯลฯ ลักษณะคล้ายกล่องไฟ หรือช่องไฟ ช่วยทำให้แสงกระจายออกมาอย่างนุ่มนวลมากขึ้น กันไม่ให้ปริมาณแสงผ่านออกมามากเกินไป ใช้งานได้ทั้งระนาบแนวตั้งและแนวนอน ส่วนใหญ่นิยมใช้กับการตกแต่งผนัง และงาน Display ร้านค้า ร้านอาหาร ผับบาร์ หรือออฟฟิศสำนักงาน

Toe Kicks

          เป็นการจัดไฟแบบส่องสว่างในทิศทางด้านล่าง ให้แสงส่องกระทบพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาให้ความสว่าง แสงจะเย็นสบาย ไม่กระทบแยงตา หรือติดตั้งหลอดไฟแนวระนาบด้านล่าง โดยอาจไม่จำที่จะต้องติดตั้งในช่องลึก และไม่จำเป็นต้องใส่แผ่นบังแสง เพราะระดับไฟจะอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา การออกแบบแสงไฟซ่อนตามแนวทางเดินนั้น ส่วนใหญ่นิยมใช้ติดตั้งตามแนวทางเดินทั้งภายนอกและในอาคาร ทางเดินในสวน เพื่อบรรยากาศที่สวยงาม และเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

Under Cabinet / Shelf

          เป็นการจัดไฟอีกรูปแบบที่เป็นที่นิยม โดยติดตั้งหลอดไฟไว้ใต้ตู้เก็บของเหนือเคาน์เตอร์ หรือ Shelf ชั้นวางของ หรือตามช่องที่ออกแบบไว้ เช่น ตามแนวขอบใต้ตู้แขวนผนัง หรือชั้นวาง เพื่อให้แสงสว่างส่องกระทบผิวท็อปเคาน์เตอร์ หรือกระทบวัตถุบนชั้นวาง การจัดไฟรูปแบบนี้เหมาะกับการจัดวางของตกแต่ง ใช้แสงส่องวัตถุหรือสินค้า เพื่อเน้นให้มีความโดดเด่นสวยงามสะดุดตา การออกแบบลักษณะนี้ มักพบได้ตามการจัดไฟในครัว ตามร้านค้าโชว์รูม หรือตามออฟฟิศ

Curtain / WallWashing

          เป็นการทำให้แสงสว่างลอดผ่านเข้ามาทางด้านบน เช่น ตามแนวผนังอาคาร โดยติดตั้งหลอดไฟไว้บริเวณช่องหลืบ หรือจุดที่ออกแบบไว้บนฝ้าเพดาน หรือบนพื้น เพื่อให้ทิศทางของแสงส่องลงมาจากฝ้าเพดาน หรือส่องขึ้นมาจากพื้น กระทบกับผนัง ทำให้แสงกระจายผ่านผนังอย่างนุ่มนวล การจัดแสงลักษณะนี้แสงสว่างจะส่องกระทบใส่แนวผนัง มีลักษณะคล้ายม่านแสงขนาดใหญ่ นิยมใช้งานเพื่อสร้างจุดเด่น หรือเพิ่มความสวยงามให้กับผนังเป็นหลัก

Staircase & Handrails

          เป็นการออกแบบจัดแสง Indirect Light แบบไฟซ่อนใต้บันได หรือราวจับ โดยออกแบบให้หลอดไฟซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของลูกนอน-ลูกตั้งของบันได และซ่อนอยู่ใต้ราวจับ แสงจากหลอดไฟจะส่องกระทบไปบนพื้นระนาบ และพื้นระนาบจะช่วยกระจายแสง ให้ความสว่างบริเวณบันได หรือราวจับได้อย่างสวยงาม และมีความนุ่มนวลสบายตา การออกแบบประเภทนี้ใช้เพื่อตกแต่ง และสร้างบรรยากาศ หรือเพื่อใช้งานเฉพาะพื้นที่ที่ไม่ต้องการแสงจ้ามากเกินไป และยังเป็นการช่วยเพิ่มความปลอดภัย จากการเดินขึ้นลงบันไดอีกด้วย

Backlit Glass / Signage

          ไอเดียการจัดไฟแบบนี้ เหมาะสำหรับการติดตั้งโดยเน้นบรรยากาศ โดยจะออกแบบไฟซ่อนไว้ที่บริเวณผนัง ป้าย หรือช่องเจาะเอาไว้ แสงจะส่องทั้งแบบลงและขึ้นมา เช่น ติดตั้งหลอดไฟ ไว้ในบริเวณช่องตรงสันแผ่นกระจกฝ้า เพื่อให้แสงส่องผ่านกระจก และกระจายออกไปทั่วทั้งแผ่นอย่างนุ่มนวล ช่วยให้บรรยากาศสวยงาม สร้างความโดดเด่นให้กับพื้นที่บริเวณนั้น ๆ หรือติดตั้งหลอดไฟด้านหลังแผ่นป้าย ให้แสงส่องสว่างกระทบกับผนังด้านหลังจะช่วยให้แผ่นป้ายดูมีมิติ นูน และลอยตัวขึ้นมา ดูโดดเด่นมากทีเดียว การจัดแสงลักษณะนี้ นิยมใช้กับงานออกแบบป้ายร้านอาหาร ป้ายโฆษณา ร้านค้า ผับบาร์ โรงแรม หรืออาคารสำนักงาน

Backlit Mirror

          การจัดแสงลักษณะนี้ เป็นการออกแบบหลอดไฟซ่อน สำหรับพื้นที่ที่ต้องการใช้งานเฉพาะ เช่น บริเวณพื้นที่สำหรับแต่งหน้าแต่งตัว โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะเสริมสวย ห้องน้ำ ห้องแต่งตัว เคาน์เตอร์แต่งหน้า ห้องซ้อมการแสดง หรือร้านตัดผม โดยติดตั้งหลอดไฟไว้ในบริเวณช่องด้านหลัง หรือตามแนวขอบกระจกเงาทุกด้าน เพื่อให้แสงส่องกระทบกับผนังที่อยู่ด้านหลัง สะท้อนกลับออกมาบริเวณหน้ากระจก แสงจะนุ่มนวล ไม่จัดหรือจ้าจนเกินไป ช่วยให้ความสว่างที่พอเหมาะ ช่วยให้รอบบริเวณสว่างมากขึ้น และนวลตาเสมือนจริง

Architectural Details

          การจัดแสงไฟแบบซ่อน สำหรับงาน Detail Design ที่เน้นรายละเอียดของงานสถาปัตยกรรม เพื่อเสริมให้พื้นที่นั้น ๆ มีความโดดเด่นสวยงามเป็นพิเศษ หรือมีเอกลักษณ์น่าจดจำ การติดตั้งหลอดไฟทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะงานออกแบบ หรือ Detail ในจุดนั้นเป็นหลัก การออกแบบจัดแสงในลักษณะนี้ อาจจะผสมผสานอยู่กับการออกแบบแสงในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย เช่น Facade Lighting, Wall Lighting หรือ Display Lighting แสงสว่างที่ออกมาจะใกล้เคียงกับการแบบ Under Cabinet

. . . . . . . . . .

การออกแบบ DIY ติดตั้ง ไฟหลืบ ง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

          ไอเดียการจัดแสงทางอ้อม ด้วยไฟหลืบนั้นช่วยเพิ่มเสน่ห์และสีสันให้กับบ้าน หรือห้องโปรดของเราได้เป็นอย่างมาก แสงที่สะท้อนผนัง เพดาน หรือกำแพง จะช่วยเพิ่มมิติและสร้างบรรยากาศที่สวยงาม แต่การจ้างช่างมาติดตั้ง อาจจะต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป และปัจจุบันอุปกรณ์เกี่ยวกับสายไฟ หลอดไฟแบบสำเร็จรูป มีขายกันอย่างมากมาย ทำให้การ DIY Indirect Light ด้วยตัวเองนั้น สามารถทำได้ไม่ยาก นอกจากสวยงามแล้ว ยังประหยัดงบประมาณได้มากอีกด้วย ที่สำคัญการจัดแสงแบบ Indirect Light นั้นไม่ควรให้มองเห็นหลอดไฟที่ติดตั้ง อุปกรณ์ที่ใช้ก็ราคาไม่แพง เช่น ไฟ LED แบบสายยาง แสงไฟแบบสีเดียว หรือรวมแสงทุกสี แถมมีรีโมทควบคุม ราคาม้วนละประมาณ 3,000 บาท ความยาวประมาณ 50 เมตร และอุปกรณ์เสริมในการยึดเกาะ เช่น เทปกาว 2 หน้า เทปกาวตีนตุ๊กแก หรือเมจิกเทปที่รัดสายไฟ (Cable Tie) เอาล่ะ ทีนี้เราจะมาแนะนำวิธีการออกแบบติดตั้ง ไฟ Indirect Light แบบง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง

DIY เพิ่มลูกเล่น TV ด้วย LED Backlight

          การออกแบบติดตั้งไฟ Indirect Light ไว้หลังโทรทัศน์เครื่องโปรดของเรานั้น จะช่วยเพิ่มมิติให้กับห้อง ช่วยให้ห้องดูลึกและกว้างมากขึ้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการติดไฟ LED แบบสายยาง ที่แสงไฟแบบสีเดียว หรือรวมแสงทุกสีไว้ที่ด้านหลังทีวี โดยติดกับขอบจอให้ครบทุกด้าน เมื่อเวลาที่เราปิดไฟในห้องแล้วดูหนังฟังเพลง ไฟ Indirect Light จะช่วยเพิ่มบรรยากาศความแปลกใหม่ ให้ห้องของเราดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราสามารถกำหนดสีไฟ LED ได้ด้วยตัวเอง หรือจะกำหนดให้เป็นสีวิ่งวนสลับกันไปเรื่อย ๆ หรือกำหนด Strip Motion Sensor ให้เปลี่ยนสีตามจังหวะของเสียงทีวีก็ได้เช่นกัน

DIY การจัดแสงไฟซ่อนหลังกระจกเงา

          ไฟซ่อนหลังกระจกเงา จะช่วยเพิ่มสีสันให้กับบ้านได้มากทีเดียว อย่างที่เราเคยเห็นจากไฟแต่งหน้าในสตูดิโอ หรือไฟเวลาจัดงานที่แสงส่องออกมาจากด้านหลัง ช่วยเพิ่มมิติความสวยงามได้มาก ๆ บอกเลยว่าสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ยากอะไรเลย โดยทำโครงยึดกับผนังตามขนาดที่ต้องการขึ้นมาก่อน เว้นเหลือพื้นที่ว่างไว้ประมาณ 10 - 20 เซนติเมตร สำหรับติดตั้งหลอดไฟ ควรเลือกใช้แบบหลอดเส้น LED หรือไฟ LED แบบสายยาง เพราะสามารถนำมาติดรอบขอบกระจกได้ง่าย และยังประหยัดค่าไฟกว่าหลอดชนิดอื่น กระจกเงาให้สั่งตัดมาขนาดเดียวกับโครงยึดผนัง เมื่อติดตั้งไฟตามขอบโครงเรียบร้อยแล้ว ให้ปิดทับกระจกกับโครงยึดได้เลย เพียงเท่านี้เมื่อเราเปิดใช้งาน กระจกของเราก็จะมีสีสันที่สะท้อนออกมาจากแสงด้านหลังอย่างสวยงาม

DIY ไฟส่องสว่างทั่วไป

          ส่วนใหญ่แล้วห้องทุกห้อง หรือห้องนอน มักจะมีโคมไฟตั้งอยู่ภายในห้อง เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ เราสามารถใช้เทคนิคพิเศษ เปลี่ยนไฟส่องสว่างธรรมดา ให้เป็นการจัดแสงไฟแบบ Indirect Light ได้ง่าย ๆ เช่น เปลี่ยนโคมไฟที่ส่องลงมาตรง ๆ ให้ส่องแสงสะท้อนไปที่ผนัง หรือเพดานแทน นอกจากแสงไฟจะไม่แยงตา หรือรบกวนเราแล้ว ยังช่วยเพิ่มมิติความสวยงาม ให้กับห้องของเราเพิ่มขึ้นอีกด้วย

DIY เพิ่มความสวยงามเฟอร์นิเจอร์ ด้วยไฟ Indirect Light

          เฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ ตู้ เตียง หรือโซฟา ในห้องของเรานั้น สามารถ DIY ติดตั้งจัดแสงไฟแบบ Indirect Light ได้ทั้งหมดเช่นกัน ขอเพียงเคลื่อนย้ายได้ง่าย ๆ ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน เช่น โซฟา เราก็สามารถติดไฟ LED แบบสายยาง หรือไฟ LED แบบริบบิ้น ไว้ตามขอบด้านหลัง เพื่อให้แสงไฟสะท้อนกับผนัง หรือติดไว้ด้านล่างเพื่อให้แสงไฟสะท้อนกับพื้น เวลาที่เรานั่งดูหนัง นอนเล่น หรือทำอะไรเพลิน ๆ ก็สามารถเปิดไฟ Indirect Light ขึ้นมา เพื่อเพิ่ม Mood & Tone ได้ หรืออาจจะติดเป็นไฟอัตโนมัติที่มีเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว ก็เท่ไม่หยอกเลยทีเดียว

DIY เพิ่มมิติความสวยงามให้กับเพดาน

          หากเพดานของเราเป็นแบบเล่นระดับ มีพื้นเพดานต่างระดับ เป็นหลุม เป็นราง หรือเป็นเพดานแบบ Step เราก็สามารถใช้ไฟ LED แบบสายยาง หรือแบบริบบิ้น ไปเดินตามแนวซอก หรือขอบของเพดาน ด้วยตัวเองได้เช่นกัน อาจจะใช้เทปกาวตีนตุ๊กแก เมจิกเทป หรือที่รัดสายไฟ ยึดเอาไว้ ที่สำคัญควรต้องซ่อนไฟ LED แบบสายยางไม่ให้มองเห็นได้โดยตรง เพื่อที่เวลาเปิดใช้งาน แสงจะได้ส่องกระทบกับเพดานด้านบน กระจายออกมาบริเวณรอบ ๆ ให้ความสวยงาม และสร้างสีสันให้กับห้องของเราได้เป็นอย่างดี

. . . . . . . . . .

แนะเทคนิคเลือก Mood & Tone แสงไฟให้สวยงาม

ห้องนั่งเล่น

          ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นห้องที่ใช้พักผ่อน ทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครอบครัว และใช้เป็นพื้นที่สำหรับรับแขก เรียกว่าเป็นพื้นที่ใช้สอยแบบอเนกประสงค์ แสงไฟในห้องนั่งเล่นอาจจะติดตั้งได้หลายแบบ เพื่อให้ปรับได้หลากหลายสไตล์ตามการใช้งาน เช่น เลือกใช้หลอดไฟที่เปลี่ยนโทนสีของแสงได้ หรือเลือกใช้หลอดไฟแบบ Dimmable หรือหลอดที่ใช้กับสวิตช์หรี่แสง Dimmer เพื่อปรับความเข้มของแสงได้ หรือใช้ไฟฝังฝ้าเพดาน หรือแบบไฟ Indirect Light ก็ได้เช่นกัน แต่ควรเลือกใช้แสง Warm White หรืออาจใช้แสงสว่างเฉพาะจุด ช่วยเพิ่มความโดดเด่น เช่น แสงไฟจากตู้โชว์ แสงไฟจากกรอบรูป

ห้องนอน

          พื้นที่สำหรับพักผ่อน ห้องที่มีไว้เพื่อผ่อนคลาย ห้องนอนเป็นห้องที่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่มากที่สุด โดยเฉพาะตอนกลางคืน การที่เป็นห้องพักผ่อนนั้น บรรยากาศและความสงบจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ห้องนอนจึงเป็นห้องที่ควรหลีกเลี่ยงการจัดแสงแบบ Indirect Light หรือไฟหลืบมากที่สุด เพราะแสงไฟแบบที่ส่องโดยตรง จะรบกวนและแยงตามาก เราสามารถจัดไฟทั้งแบบซ่อนในฝ้าเพดาน หรือซ่อนบริเวณหัวเตียง โดยควรเลือกใช้แสงไฟแบบ Warm White เพื่อความนุ่มนวลสบายตา เป็นแสงที่เหมาะกับการพักผ่อนนอนหลับ

ห้องน้ำ

          ห้องน้ำส่วนใหญ่ จะมีช่องแสงจากธรรมชาติ และช่องสำหรับระบายอากาศเพื่อลดความอับชื้น แต่หลาย ๆ คนก็นิยมใช้พื้นที่หน้ากระจกห้องน้ำเป็นที่แต่งหน้า ทาครีมบำรุง ดังนั้น โทนสีของแสงของห้องน้ำควรเลือกใช้แสงแบบ Cool White หรือ Daylight เพราะให้ความสว่างชัดเจน รวมทั้งการติดตั้ง Indirect Light หรือฝ้าหลืบซ่อนไฟแบบฝังเพดาน หรือจะตกแต่ง DIY ไฟซ่อนไว้หลังกระจก ใต้อ่างล้างหน้า หลังชั้นวางของ หรือใต้อ่างล้างหน้า ก็จะช่วยเพิ่มมิติให้กับห้องน้ำสวย ๆ ของเราได้มากยิ่งขึ้น

ห้องครัว หรือห้องอาหาร

          ไฟ Indirect Light เหนือเคาน์เตอร์ครัว ใต้โต๊ะอาหาร ก็เป็นไอเดียที่ทำให้ห้องครัวของเรามีเสน่ห์ชวนมองมากยิ่งขึ้น การจัดแสงไฟห้องครัวนั้น ควรเลือกใช้แสงแบบ Warm White เพื่อช่วยเสริมบรรยากาศให้สบายตา และแสงโทนอุ่นนั้นยังช่วยทำให้อาหารน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ส่วนโซนทำอาหารที่ต้องการแสงชัดเจน สามารถเลือกใช้แสง Cool White เฉพาะจุดได้

ห้องทำงาน

          อีกหนึ่งห้องที่เราใช้เวลาอยู่นานไม่แพ้ห้องนอน ห้องทำงานเป็นพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างที่มีความชัดเจน จึงควรเลือกใช้ไฟโทน Daylight เป็นหลัก จะติดตั้งแบบ Downlight ส่องลงมาจากฝ้าเพดานเพื่อให้แสงโดยตรง หรือแสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เพื่อเพิ่มปริมาณแสงสว่างก็ได้ เพราะห้องทำงานเป็นห้องที่ต้องใช้สมาธิและใช้สายตามาก หากแสงไม่เพียงพอจะทำให้ปวดตาและปวดหัวได้ แต่สามารถเพิ่มมิติให้ห้องทำงานด้วยการใช้ Indirect Light แสงโทน Warm White หรือไฟหลืบซ่อนบริเวณตู้โชว์ ตู้หนังสือ ชั้นวางของ ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศการทำงานได้ดีมากขึ้น

. . . . . . . . . .

          การจัดแสงไฟในบ้านพักอาศัยนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องให้มีความสว่างที่เพียงพอและเหมาะสม เพราะจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย และการออกแบบจัดแสงไฟที่ดีนั้น ก็เป็นการตกแต่งดีไซน์เพิ่มความสวยงามให้กับบ้านของเราด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการจัดแสงแบบ Indirect Light นั้นจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับบ้านเป็นอย่างมาก และสามารถดีไซน์ทิศทางของแสงได้หลากหลายมากมาย อีกทั้งแสงที่นุ่มนวลสบายตาของการใช้ไฟประเภทนี้ ยังช่วยสร้างอารมณ์และสุนทรียภาพในการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ใครกำลังคิดจะตกแต่งหรือปรับปรุงบ้านใหม่ หากคิดจะจัดแสงด้วยตัวเอง บอกได้เลยว่าการจัด Lighting ไฟหลืบ ในบ้าน ทำเองได้ไม่ยากเลยจริง ๆ หากชื่นชอบบทความแนะนำการออกแบบตกแต่งที่เรานำมาแบ่งปันกัน ก็สามารถติดตามเนื้อหาสาระอื่น ๆ อีก ได้ทางเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการอยู่อาศัยคอนโดทาง CondoNewb ได้เลย