logo

          สำหรับชีวิตคนเมืองที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก คอนโดมิเนียมห้องแบบสตูดิโอคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะวัยเริ่มต้นทำงานที่อาศัยอยู่คนเดียว ด้วยขนาดพื้นที่อยู่อาศัยที่กะทัดรัด สามารถอยู่คนเดียวได้อย่างสบาย ๆ และที่สำคัญคือมีราคาที่ต่ำกว่าห้องแบบอื่น ๆ นั่นเอง แต่ปัญหาส่วนใหญ่ของห้องแบบสตูดิโอที่หลายคนยังติดอยู่ในใจก็คือ จะแต่งห้องสตูดิโออย่างไรให้สามารถใช้งานได้อย่างครบครันทุกฟังก์ชันในพื้นที่ขนาดกะทัดรัดแบบนี้ ดังนั้นเพื่อไขปัญหาที่ติดอยู่ในใจใครหลายคนให้กระจ่าง ในบทความนี้เราจึงขอแนะนำเคล็ดไม่ลับในการแต่งห้องสตูดิโอให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มพื้นที่ใช้สอย ครบครันทุกฟังก์ชันไม่แพ้ห้องแบบอื่น ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า

. . . . . . . . . .

ก่อนไปแต่งห้องสตูดิโอ ลองมาทำความรู้จักลักษณะทั่วไปของห้องสตูดิโอกัน

          ห้องสตูดิโอ (Studio) เป็นห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการคอนโดมิเนียม โดยเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุดของโครงการ ดังนั้นราคาจึงอยู่ในระดับที่เอื้อมถึงได้ง่ายที่สุด โดยฟังก์ชันการใช้งานของห้องสตูดิโอ คือ เป็นการรวมฟังก์ชันการใช้งานภายในห้องให้อยู่ในพื้นที่เดียวกันโดยไม่มีการแบ่งกั้นห้อง เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, และห้องครัว (กั้นเฉพาะห้องน้ำ) ซึ่งมักจะมีขนาดเริ่มต้นประมาณ 22 – 30 ตารางเมตร

ลักษณะการแต่งห้องสตูดิโอจากที่โครงการจัดมาให้

          สำหรับการแต่งห้องสตูดิโอโดยทั่วไป บางโครงการที่มีการแต่งห้องสตูดิโอแบบ Fully Fitted มักจะจัดพื้นที่สำหรับเป็นส่วนครัวและห้องน้ำมาให้ โดยส่วนครัวมักจะมีการติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า (Hob และ hood ดูดควัน) มาให้เสร็จสรรพ ทำให้สามารถจัดแบ่งพื้นที่การใช้สอยได้สะดวก โดยปรับแต่งส่วนอื่นๆ ที่ทางโครงการยังไม่ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์มาให้ตามความต้องการของเราเอง

          แต่ในบางโครงการที่มีการตกแต่งแบบ Fully Furnished คือมีการติดตั้งเคาน์เตอร์ครัว รวมไปถึงส่วน Built-in บางส่วน เช่น ชั้นวางทีวี, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเครื่องแป้ง มาให้ภายในห้องเรียบร้อย ซึ่งการแต่งห้องสตูดิโอแบบ Fully Furnished ถึงแม้จะดีข้อดีที่เป็นการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยมาให้ และไม่ต้องแต่งเพิ่ม แต่ก็ทำให้เราไม่สามารถปรับพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่

ข้อดีของห้องสตูดิโอ

  • ราคาเอื้อมถึงได้ เนื่องจากเป็นห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการ ดังนั้นจึงเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุด ทำให้มีราคาขายที่ต่ำกว่าห้องแบบอื่น รวมไปถึงเป็นขนาดห้องที่เหมาะกับการลงทุนปล่อยเช่า ทำให้มักจะมีราคาที่ดีและข้อเสนอที่น่าสนใจอยู่เสมอ
  • สามารถปรับแต่งได้สะดวกกว่าห้องแบบอื่น ๆ เนื่องจากห้องสตูอิโอเป็นห้องขนาดเล็ก ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ที่ติดมากับห้องจึงมีน้อยชิ้นมากกว่าห้องแบบอื่น ๆ และจะไม่มีการกั้นห้องมาให้ ดังนั้นจึงสามารถแต่งห้องสตูดิโอได้อย่างยืดหยุ่นมากกว่าห้องแบบอื่นนั่นเอง
  • ทำความสะอาดได้ง่ายไม่เปลืองแรง การเป็นห้องที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ทำให้การทำความสะอาดมีความสะดวกสบายและง่ายมากกว่าห้องอื่น ๆ

ข้อจำกัดของห้องสตูดิโอ

  • ขนาดห้องเล็ก ด้วยขนาดพื้นที่ของห้องสตูดิโอที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะเมื่อมีการเพิ่มเติมเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งเข้าไป ทำให้พื้นที่สำหรับทำกิจกรรมที่เหลืออยู่จึงค่อนข้างน้อย
  • ไม่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยมากกว่า 1 – 2 คน การเป็นห้องที่ฟังก์ชันทุกอย่างถูกผนวกรวมกันและไม่มีการกั้นห้อง ดังนั้นการอยู่อาศัยภายในห้องสตูดิโอเกินกว่า 1 – 2 คน จึงทำให้ขาดความเป็นส่วนตัว
  • มักไม่ค่อยเป็นสัดส่วน เนื่องจากไม่มีการกั้นห้องมาให้ ทำให้ฟังก์ชันการใช้สอยทุกอย่างภายในห้องเป็นการใช้พื้นที่ร่วมกัน ดังนั้นความเป็นสัดส่วนของพื้นที่ใช้สอยภายในห้องนั้นลดลงนั่นเอง

. . . . . . . . . .

ห้องสตูดิโอ กับมูลค่าที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

          ถึงแม้ห้องสตูดิโอจะถูกมองว่าเป็นห้องขนาดที่เล็กที่สุดและมีราคาต่ำที่สุดในโครงการ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในสายตาของของประกอบการ ห้องสตูดิโอเป็นรูปแบบห้องที่มีอิทธิพลที่กำหนดกระแสความนิยมของโครงการ รวมไปถึงยังเป็นห้องที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าได้มากที่สุดของโครงการเลยทีเดียว เหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เนื่องมาจากว่า เมื่อราคาของคอนโดมิเนียมถูกปรับไปตามกลไกของตลาด ทำให้เมื่อถึงเวลาตึกเสร็จหรือช่วงเวลาโอน ด้วย Gap ของราคาที่ห่างกันของห้องสตูดิโอและ 1 ห้องนอนต่างกันในระดับหลายแสนไปจนถึงหลักล้านบาท ทำให้ผู้ซื้อต้องปรับราคาของห้องมาให้สอดรับกับกำลังซื้อของตัวเอง ทำให้ราคาของห้องสตูดิโอมีแนวโน้มของราคาต่อตารางเมตรที่ถูกปรับตัวสูงกว่าห้องขนาดใหญ่นั่นเอง

          อีกทั้งห้องสตูดิโอมักเป็นห้องที่ถูกวางสัดส่วนให้มีจำนวนยูนิตมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโครงการ เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ซื้อในระดับ Entry Level รวมไปถึงตอบโจทย์กับนักลงทุนที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่า เพราะผู้เช่าส่วนใหญ่ในตลาดมักเป็นผู้เช่าที่อาศัยอยู่คนเดียว ห้องแบบสตูดิโอจึงเป็นรูปแบบห้องที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้เช่าคอนโดมิเนียม นอกจากนั้นห้องแบบสตูดิโอยังสามารถตกแต่งได้ง่าย โดยที่ยังคงไว้ซึ่งประโยชน์ของการใช้สายได้อย่างครบครัน สามารถเหลือพื้นที่ที่ไม่ได้มีการกั้นห้องไว้สำหรับการตกแต่งที่ยืดหยุ่น ทำให้ถูกใจทั้งผู้อยู่อาศัยจริงที่ต้องการปรับแต่งห้องตามความต้องการของตัวเอง และนักลงทุนที่ต้องการตกแต่งเพื่อดึงดูดผู้เช่านั่นเอง

. . . . . . . . . .

แต่งห้องสตูดิโอแบบไหนให้อยู่สบาย พื้นที่ใช้สอยยังครบครัน

          แม้ห้องสตูดิโอจะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กประมาณ 22 – 30 ตารางเมตร แต่ก็ไม่ใช่ข้อจำกัดของการตกแต่ง โดยการแต่งห้องสตูดิโอสามารถทำให้อยู่สบาย และยังมีประโยชน์การใช้สอยได้อย่างครบครันไม่ต่างจากห้องแบบอื่น ๆ เพียงแต่อาจจะต้องมาทำความเข้าใจความจำเป็นและส่วนสำคัญของฟังก์ชันในแต่ละส่วนของห้องก่อนที่จะทำการแต่งห้องสตูดิโอนั่นเอง

          ก่อนอื่นในเรื่องของข้อจำกัดของการแต่งห้องสตูดิโอ หากลองตัดส่วนที่ไม่สามารถปรับแต่งเองได้ เพราะเป็นส่วนที่ทางโครงการติดตั้งมาให้อยู่แล้ว อย่างเช่น พื้นที่ระเบียง, พื้นที่เคาน์เตอร์ครัว และพื้นที่ห้องน้ำ จะทำให้เหลือส่วนที่ยังสามารถปรับแต่งได้อยู่ 2 ส่วน ซึ่งก็คือ ส่วนห้องนั่งเล่น และ ส่วนห้องนอน ซึ่งโดยทั่วไปคอนโดมิเนียมที่มีการตกแต่งแบบ Fully Furnished ก็มักจะติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ในส่วนนี้มาให้แล้ว เช่น เตียง, ตู้เสื้อผ้า, โซฟา, โต๊ะข้างโซฟา, ชั้นวางทีวี และ โต๊ะเครื่องแป้ง มาให้แล้ว ซึ่งก็เรียกได้ว่าสามารถให้ประโยชน์ใช้สอยได้อย่างครบครันในเบื้องต้น แต่ในปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนเมืองเริ่มมีการทำงานที่บ้าน (Work from home) เข้ามา ซึ่งการแต่งห้องสตูดิโอแบบ Fully Furnished ในห้องสตูดิโอจากทางโครงการ ยังขาดในส่วนนี้ ซึ่งผู้อยู่อาศัยอาจจำเป็นต้องหาเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมเพื่อเติมเต็มการใช้งาน

หลักการแต่งห้องสตูดิโอเบื้องต้น

หากต้องการกั้นห้องให้เป็นสัดส่วน ควรเลือกการกั้นห้องที่ไม่ทึบ

          เนื่องจากห้องแบบสตูดิโอจะไม่มีการกั้นห้องมาให้ ซึ่งในกรณีที่ผู้อยู่อาศัยต้องการเพิ่มความเป็นสัดส่วนภายในห้องด้วยการกั้นห้อง ควรเลือกการกั้นห้องที่จะไม่ทำให้ห้องทึบ โดยควรเลือกใช้ผนังหรือฉากกั้นห้องแบบโปร่ง เพื่อให้สามารถรับแสงธรรมชาติจากทางระเบียงเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเป็น การกั้นห้องด้วยฉากกั้นห้อง, กั้นห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบชั้นวางของ, กั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เป็นต้น หากต้องการสร้างความเป็นส่วนตัว สามารถใช้ผ้าม่านแบบโปร่งควบคู่กับผ้าม่านทึบเพื่อปิดกั้นในส่วนนี้ได้

แต่งห้องสตูดิโอให้ดูกว้างต้องเน้นโทนสีสว่าง

          โทนสีภายในห้องมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะสร้างบรรยากาศให้ภายในห้องดูกว้างหรือดูแคบ โดยสีโทนเข้มจะทำให้ห้องมีบรรยากาศสงบ เป็นส่วนตัว แต่ก็จะดูแคบ ดังนั้นในการแต่งห้องสตูดิโอที่มีพื้นที่ใช้สอยอย่างจำกัดอยู่แล้ว ไม่ควรเลือกโทนสีห้องที่มีโทนสีเข้ม แต่ควรเน้นสีโทนสว่าง เพื่อเพิ่มความโปร่งสว่างภายในห้อง เช่น สีขาว, สีครีม, สีฟ้า และสีเทาอ่อน เป็นต้น เพราะจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น

เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้หลากหลาย

          เมื่อห้องมีขนาดพื้นที่ใช้สอยอย่างจำกัด ดังนั้นการแต่งห้องสตูดิโอส่วนที่ต้องเพิ่มเติมมาคือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้สามารถปรับการใช้งานได้หลากหลาย และเลือกใช้งานได้หลายฟังก์ชัน เพื่อมาทดแทนพื้นที่ใช้สอยที่ขาดหายไป โดยเฉพาะการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นที่จัดเก็บสิ่งของมาให้เยอะๆ หรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และใช้งานได้หลากหลาย เช่น โต๊ะกินข้าวที่สามารถปรับให้เป็นโต๊ะทำงานได้ เป็นต้น

. . . . . . . . . .

Tips ในการแต่งห้อง Studio Minimal สำหรับห้องสตูดิโอที่กั้นครัวและห้องน้ำไว้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างผังห้องสตูดิโอขนาด 22-23 ตร.ม.

          แปลนห้องสตูดิโอส่วนใหญ่มักเป็นห้องแบบหน้าแคบ บางห้องที่มีการตกแต่งบริเวณส่วนครัวมาให้ในบริเวณส่วนหน้าประตูห้อง และมีการแบ่งโซนห้องน้ำไว้ให้สามารถเข้าได้จากบริเวณส่วนครัว โดยมีการติดตั้งฟังก์ชันในส่วนครัวและห้องน้ำมาไว้ให้แล้วอย่างครบครัน โดยส่วนที่เหลือคือส่วนของห้องนอนและห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่รวมกัน การจัดสรรฟังก์ชันการใช้งานมาแบบนี้ มีข้อดีคือการแบ่งแยกโซน Service และโซน Private ไว้ให้อย่างชัดเจน

          ทริคในการแต่งห้อง Studio Minimal แบบห้องนี้ สามารถตกแต่งให้ได้ประโยชน์ใช้สอยอย่างครบครันด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นสัดส่วน โดยอาจเป็นการผนวกฟังก์ชันในส่วนของห้องนอนและห้องนั่งเล่นรวมกัน ตกแต่งโดยการวางชั้นวางทีวีชิดริมผนัง โดยในผนังด้านเดียวกันในบริเวณส่วนที่เชื่อมต่อกับส่วนครัว ก็สามารถจัดวางพื้นที่สำหรับโต๊ะกินข้าวได้ ซึ่งโต๊ะกินข้าวนี้ก็สามารถปรับให้เป็นโต๊ะทำงานได้ด้วย ส่วนผนังอีกฝั่งจัดวางเป็นเตียงขนาด 5 ฟุต เพื่อให้เหลือพื้นที่ใช้สอยได้เยอะขึ้น จัดวางตู้เสื้อผ้าชิดริมผนังฝั่งห้องน้ำ เพื่อให้เกิด Connecting Area กับส่วนห้องน้ำ และในบริเวณข้างเตียงฝั่งที่ติดกับระเบียงและหน้าต่าง ยังสามารถจัดวางเป็นเก้าอี้โซฟาแบบนั่งได้ 1 คน พร้อมกับโต๊ะหน้าโซฟา และโต๊ะเก็บของข้างเตียงได้อีกด้วย การจัดสรรพื้นที่แบบนี้จะช่วยให้ภายในห้องไม่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่จำเป็น และสามารถใช้งานได้อย่างครบทุกฟังก์ชัน

. . . . . . . . . .

Tips ในการแต่งห้อง Studio Minimal สำหรับห้องสตูดิโอที่กั้นครัวให้อย่างเดียว

ตัวอย่างผังห้องสตูดิโอขนาด 24-25 ตร.ม.

          รูปแบบการแต่งห้องสตูดิโอ 24 ตร.ม. อีกหนึ่ง Layout ที่มักจะพบเห็นได้บ่อย ๆ คือการแบ่งกั้นพื้นที่ครัวมาไว้อย่างชัดเจนในส่วนประตูทางเข้า ซึ่งมีการติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวมาให้แล้วชิดริมผนังด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งข้อดีการจัด Layout มาแบบนี้ คือทำให้สามารถปรับพื้นที่ใช้สอยในส่วนครัวได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากยังเหลือพื้นที่ชิดริมผนังอีกด้านหนึ่งให้สามารถปรับแต่งได้ โดยสามารถจัดวางเป็นโต๊ะกินข้าวชิดริมผนัง ซึ่งควรเลือกโต๊ะกินข้าวที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว หรือโต๊ะกินข้าวแบบพับได้ เพราะจะทำให้ประหยัดพื้นที่ใช้สอย ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และอาจมีการติดตั้งตู้เก็บรองเท้าไว้ในส่วนนี้ได้

          สำหรับส่วน Private ซึ่งประกอบไปด้วย ห้องน้ำ, ห้องนอน และห้องนั่งเล่น ซึ่งถูกจัดวางให้เชื่อมต่อกัน สามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าไว้ในส่วนที่ใกล้กับประตูห้องน้ำ เพื่อความสะดวกในการใช้งานและเพิ่มความเป็นสัดส่วนของห้องให้ได้มากที่สุด ในส่วนของผนังอีกด้าน ติดตั้งชั้นวางทีวีและชั้นเก็บของชิดริมผนัง สำหรับคนที่ชื่นชอบการนั่งบนโซฟา สามารถเลือกโซฟาขนาดที่ไม่ใหญ่มากมาจัดวางบริเวณปลายเตียงใต้ โดยควรเลือกโซฟาที่จัดวางและ ระยะไม่ประชิดกับทีวีจนเกินไป เพราะจะทำให้ระยะการมองเห็นทีวีนั้นใกล้เกินและดูไม่สบายตา สำหรับในส่วนของพื้นที่ทำงาน สามารถจัดวางโต๊ะทำงานในบริเวณที่ติดกับหน้าต่างข้างระเบียง หรือจะจัดวางเป็น Bay Window สำหรับนั่งทำงาน โดยควรเลือกโต๊ะทำงานที่เป็นเฟอร์นิเจอร์แบบพับเก็บได้มาใช้ เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างครบครันแล้ว

. . . . . . . . . .

Tips ในการแต่งห้องสตูดิโอ 30 ตร.ม. ให้ดูกว้างยิ่งกว่าห้องแบบ 1 Bedroom

ตัวอย่างผังห้องสตูดิโอขนาด 30 ตร.ม.

          สำหรับการแต่งห้องสตูดิโอ 30 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดห้องที่ปัจจุบันเริ่มปรับไปทำเป็นห้องแบบ 1 Bedroom มากกว่า เพราะมีพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายคนมองว่าก็เลือกห้องแบบ 1 Bedroom ไปเลยจะดีกว่าหรือไม่ ซึ่งต้องบอกว่าการแต่งห้องสตูดิโอ 30 ตร.ม. นั้นมีข้อดีคือห้องจะมีความโปร่งมากกว่าห้องแบบ 1 Bedroom เนื่องจากยังไม่มีการกั้นห้องมาให้นั่นเอง

          การแต่งห้องสตูดิโอ 30 ตร.ม. ในส่วนของห้องนอนและห้องนั่งเล่น ที่เป็นการผนวกฟังก์ชันมาไว้ในห้องเดียวกัน สามารถตกแต่งให้ห้องดูกว้างด้วยวิธีง่าย ๆ คือการเลือกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ชิดริมผนังทั้ง 2 ด้าน โดยด้านที่มีการวางชั้นวางทีวี ควรเลือกวางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าไปไว้ด้วยกันเลย เพื่อแยกให้เป็นส่วนของการทำงานและการกิจกรรม ส่วนอีกด้านหนึ่งควรเลือกวางโซฟาและเตียงไว้ในด้านเดียวกัน เนื่องจากในการใช้งานจริง มักจะใช้ส่วนนี้ในการพักผ่อนและดูทีวี ซึ่งทำให้สามารถเลือกได้ว่าจะดูทีวีหรือดูโซฟา ส่วนอีกด้านของผนังห้องซึ่งเป็นส่วนกระจกในบริเวณที่ติดกับระเบียง สามารถจัดวางเป็นมุมโต๊ะทำงานติดริมหน้าต่าง หรือเลือกวางเป็นมุมนั่งเล่นเล็ก ๆ ด้วย Bay window เพราะเป็นส่วนที่แสงธรรมชาติสามารถเข้าถึงได้ ทำให้มีความผ่อนคลายในการทำงานและทำกิจกรรม

. . . . . . . . . .

          ห้องสตูดิโอเรียกได้ว่าเป็นห้องที่มีความยืดหยุ่นสูง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อคอนโดมิเนียมในหลาย ๆ กลุ่ม ดังนั้นจึงเป็นห้องที่เป็นเหมือน Key Value ของโครงการคอนโดมิเนียมเลยก็ว่าได้ และถึงแม้พื้นที่ใช้สอยจะมีขนาดที่เล็กกว่าห้องอื่น ๆ แต่เชื่อเถอะว่าหากมีการแต่งห้องสตูดิโอจัดสรรเฟอร์นิเจอร์และพื้นที่ใช้สอยให้เป็นสัดส่วนแล้ว ห้องสตูดิโอก็สามารถอยู่สบาย ใช้สอยได้ครบไม่ต่างจากห้องขนาดอื่น ๆ เลยทีเดียว หากชื่นชอบบทความแนะนำการออกแบบตกแต่งที่เรานำมาแบ่งปันกัน ก็สามารถติดตามเนื้อหาสาระอื่น ๆ อีก ได้ทางเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการอยู่อาศัยคอนโดทาง CondoNewb ได้เลย