logo

          ในอดีตยุคที่ความรู้ทางด้านจิตวิทยายังไม่แพร่หลาย หลายคนคงเคยสงสัยว่าบุคลิกภาพแบบ Introvert คืออะไร บางคนถึงกับมองคนที่มีอุปนิสัยเก็บเนื้อเก็บตัว มีโลกส่วนตัวสูง มักขี้อาย ไม่ค่อยชอบอยู่ท่ามกลางผู้คน และไม่ค่อยกล้าแสดงออก ว่าเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ ไม่ค่อยมีมนุษยสัมพันธ์ จนทำให้เกิดปัญหาในการทำงานในองค์กรหลาย ๆ องค์กร บ้างถูกประเมินบุคลิกภาพและนิสัยที่เห็นจากภายนอกด้วยความเข้าใจเกี่ยวกับบุคลิกภาพแบบ Introvert คือการปฎิเสธสังคม ที่ไม่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงนัก

          จนเมื่อโลกแห่งข้อมูลข่าวสารเปิดกว้าง องค์ความรู้ที่เข้าถึงยากและไม่ค่อยมีใครพูดถึงอย่างศาสตร์ทางด้านจิตวิทยาได้ถูกนำมา ถ่ายทอดและเปิดเผย สังคมจึงเริ่มตื่นตัวและรับรู้ จนทำให้คำว่า Introvert คือสิ่งที่พอพูดขึ้นมาคนก็พอจะเข้าใจและเข้าถึงได้ แล้วจริงๆ คำว่า Introvert คืออะไรกันแน่ เรื่องราวในวันนี้ จึงเป็นการถ่ายทอดภาพรวมของการแบ่งกลุ่มตามประเภทของจิตวิทยา เพื่อทำให้เราเข้าใจ คนแต่ละกลุ่มได้ดีและลึกซึ้งยิ่งขึ้น อยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น ว่าแท้จริงแล้วเขาก็เป็นของเขาอย่างนี้นั่นเอง

เข้าใจก่อนว่า Introvert คืออะไร

          คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่จะพยายามอธิบายคำว่า Introvert คืออะไร ให้ใคร ๆ ฟังโดยที่ได้เกณฑ์การสรุป และคำจำกัดความที่ชัดเจน เพราะแท้จริงแล้ว บุคลิกภาพแบบ Introvert คือภาพรวมของการแสดงออกทั้งในด้าน ความคิด การพูด และการกระทำของคน ๆ หนึ่ง

          ซึ่งตามข้อมูลจากเว็บไซต์ www.pobpad.com ได้ให้ขอบเขตคำจำกัดความว่า Introvert คือคนที่มีบุคลิกภาพชอบเก็บตัว ไม่ค่อยชอบปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยเฉพาะทางการพูดคุยสนทนากับคนที่ไม่รู้จัก คนที่มีบุคลิกเช่นนี้มักชอบที่จะอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง และจะรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ตามลำพังมากกว่าการต้องอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน รวมถึงมักจะรู้สึกกดดัน เครียด จนส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ หากต้องตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผลักดันให้พวกเขาเหล่านั้นต้องแสดงบุคลิกภาพในอีกด้านตรงข้ามนั่นก็คือ การเป็น Extrovert หรือบุคลิกที่ชอบพบปะผู้คน กล้าแสดงออก และเป็นผู้นำนั่นเองค่ะ

          ซึ่งนอกจากการให้คำจำกัดความโดยรวมแล้ว ยังมีนักจิตวิทยาชื่อ Jonathan Cheek ได้เผยข้อมูลเชิงลึกอันน่าสนใจว่าแท้จริงแล้ว กลุ่มคนที่มีบุคลิกภาพแบบ Introvert คือยังจะสามารถแบ่งออกได้เป็นอีก 4 ประเภท ซึ่งตรงนี้ต้องเข้าใจให้ดีว่า ทั้ง 4 ประเภทย่อยนี้ไม่ได้แยกจากกันเสียทีเดียว ในคนคนเดียวก็สามารถที่จะมีส่วนผสมของทั้ง 4 ประเภทนี้ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมที่ตนเองเผชิญ และ Jonathan Cheek ได้ตั้งชื่อเรียกโมเดลของเขานี้ ว่า STAR ซึ่งย่อมาจาก Social, Thinking, Anxious และ Restrained ซึ่งไปดูกันต่อดีกว่าว่าแต่ละประเภท Introvert คืออะไร และหน้าตาเป็นอย่างไร

 

1. Social Introvert คือ กลุ่มย่อยที่พบได้บ่อยที่สุด คนกลุ่มนี้ชอบที่จะสังสรรค์กับเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ ในวงแคบ ๆ ของตนเองมากกว่าการไปร่วมเสวนากิจกรรมกับคนจำนวนมาก ไลฟ์สไตล์อีกอย่างที่จะพบได้บ่อยคือ การชอบอยู่บ้าน และอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อติดต่อและพูดคุยกับเพื่อนที่สนิทมาก ๆ สิ่งที่คนกลุ่มนี้มักถูกเข้าใจผิดโดยมากคือ คนจะชอบคิดว่าพวกเขาขี้อาย หรือกลัวการเข้าสังคม ซึ่งไม่ใช่ความจริงนัก เพราะจุดยืนของพวกเขาคือ การมีความสุขที่ได้อยู่กับตนเอง มากกว่าไปร่วมกิจกรรมกับผู้อื่นแล้วจะให้ฝืนไปทำไม จริงไหม

 

2. Thinking Introvert คือ กลุ่มคนช่างฝัน พวกเขาเสพติดและพึงพอใจในการได้ใช้ความคิดแบบเชิงสร้างสรรค์และมักจะปลีกตัวออกห่างจากสังคม ไม่ค่อยอยากให้ใครเข้ามารบกวนในช่วงเวลาที่เขากำลังเพลิดเพลินอยู่กับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกับการทำงานในหลากหลายอาชีพด้วยซ้ำ เช่น นักเขียน ศิลปินวาดภาพ อีกหลากหลายอาชีพสายครีเอทีฟ เพราะข้อได้เปรียบของการเป็น Introvert คือทำให้คนเหล่านี้มีความคิดที่ผิดแผกแตกต่าง และมักจะสร้างสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นได้เสมอ ตัวอย่างเช่น สตีฟ จอบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล นั่นเอง

 

3. Anxious Introvert คือ เป็นกลุ่มคนที่เรียกได้ว่ามีความเป็น Introvert อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจสูง เพราะคนกลุ่มนี้จะชอบอยู่คนเดียว และหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม โดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้จักกันเลย และถึงขั้นอาจเกิดอาการ วิตกกังวล ไม่มั่นใจ หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อต้องอยู่กับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่ได้คุ้นเคย จนบ่อยครั้ง ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ไม่มั่นใจ กับทักษะทางสังคมที่ตนเองมี ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเมื่อผ่านเหตุการณ์ที่คุณได้ไปเผชิญหน้ากับสังคมคนกลุ่มใหญ่มาแล้ว คุณก็ไม่อาจจะปล่อยผ่านและก้าวข้ามความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจจะได้แสดงออกไป จนบางครั้งทำให้เกิดความเครียดสะสม รู้สึกไม่สดชื่นและไม่เบิกบาน

 

4. และกลุ่มสุดท้ายเรียกว่า Restrained Introvert คือ เป็นคนที่เวลาจะทำอะไร จะมีการคิดทบทวน อย่างถี่ถ้วนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการแสดงออก พวกเขามักจะระมัดระวังตัวอย่างมากโดยเฉพาะในโอกาสที่ต้องอยู่ต่อหน้ากับกลุ่มคนจำนวนมากที่ไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคย ฟังดูเหมือนน่าจะดี แต่อาจไม่ดีในทุกกรณี

 

          อย่างไรก็ตาม บุคลิกภาพแบบ Introvert คือเรื่องปกติในทางการแพทย์ ไม่ใช่ความผิดปกติ และไม่ต้องรับการบำบัดหรือรักษาแต่อย่างใด เพียงแค่ยอมรับและเข้าใจ มีความยืดหยุ่นที่จะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เผชิญ ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

. . . . . . . . . .

 

Extrovert และ Ambivert คืออะไร

          นอกจากกลุ่มคนแบบ Introvert แล้วยังมีอีก 2 บุคลิกภาพที่แตกต่างซึ่งก็คือ Extrovert และ Ambivert ที่เราควรเรียนรู้และเข้าใจไปพร้อมกัน เพราะในความเป็นจริงแล้ว คนหนึ่งคนสามารถที่จะมีบุคลิกภาพทั้งสามแบบรวมอยู่ในตัวได้ทั้งหมด แต่จะแสดงออกมาในรูปแบบใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เผชิญ

 

          ซึ่งกลุ่มคนที่มีบุคลิกภาพแบบ Extrovert มักเป็นคนเปิดเผย สังเกตง่าย ไม่ชอบเก็บเร้นคำถาม เวลามีคำถามหรือข้อสงสัยอะไรก็มักจะพูดออกไปตรง ๆ โดยที่ไม่ต้องคิดมาก ซึ่งบ่อยครั้งการพูดจาออกไปตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม ก็อาจทำให้มีเรื่องผิดใจกับคนรอบข้างได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่มีบุคลิกแบบ Introvert

          ในด้านสังคม กลุ่มคน Extrovert ชอบเข้าหาคนอื่นก่อนเสมอ ไม่ชอบการอยู่คนเดียว ชอบพบปะผู้คนใหม่ ๆ อยู่เสมอ สังเกตง่าย ๆ คือคนที่เพื่อนเยอะ ชอบรวมตัว มีเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่ และจะอึดอัดขัดใจทุกครั้งเวลาต้องอยู่บ้านหรืออยู่คนเดียว โดยเฉพาะในช่วงวิถีชีวิตแบบนิวนอร์มอลนี้ คนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบทางใจมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

 

          และแน่นอนว่า มี Introvert และ Extrovert แล้วก็ย่อมต้องมีกลุ่มคนที่อยู่ตรงกลาง ในบุคลิกภาพที่ก้ำกึ่งระหว่าง Introvert และ Extrovert ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่นักจิตวิทยายุคใหม่ ๆ พยายามสื่อสารให้สังคมเข้าใจว่า คนหนึ่งคนสามารถเป็นลูกผสมของทั้งสองบุคลิกอยู่ในตัวเอง ตัวอย่างเช่น คนที่ชอบเข้าสังคมในด้านการทำงาน หรือการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น แต่เมื่อถึงเวลาพักผ่อน บ่อยครั้งก็มีความรู้สึกว่าอยากอยู่คนเดียว เราจึงเรียกคนที่มีความก้ำกึ่ง ไม่สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง สามารถปรับตัวเก่ง และเข้ากันได้ดีทั้งกับคน Introvert และ Extrovert ว่ากลุ่ม Ambivert ซึ่งบางงานวิจัยบอกว่า มีอยู่ประมาณ 68% ของประชากรบนโลกเลยทีเดียว

 

. . . . . . . . . .

          อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนพยายามเข้าข้างตัวเองอยู่ใช่ไหม ว่าฉันนี่ละคือ คนกลุ่ม Ambivert ซึ่งจะใช่จริงหรือไม่ ลองไปทำแบบสอบถามเบื้องต้นที่เรานำมาช่วยคุณไขปริศนากันต่อเลย

 

วิธีการเช็คตัวเองในเบื้องต้นว่าเราคือคนกลุ่มไหนกันแน่

          เราเชื่อว่าคนที่มีบุคลิกภาพความเป็น Introvert และ Extrovert สูงนั้น มักจะสังเกตได้ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องการอยู่ลำพัง กับการชอบอยู่ในสังคมคนหมู่มาก มักจะเป็นตัวชี้วัดแบ่งแยกบุคลิกภาพของสองขั้วแตกต่างนี้ได้เป็นอย่างดี เราจึงขอนำแนวทางในการประเมิน กลุ่ม Ambivert มาให้ได้รีเช็คกันอีกทีว่า หากไม่เชื่อว่าคุณคือ Introvert และ ก็ไม่แน่ใจว่าใช่ Extrovert จริงหรือไม่ ลองอ่านข้อความทั้ง 8 ข้อที่เราเสนอต่อจากนี้ไปแล้วตอบตัวเองอีกครั้งว่าคุณเห็นด้วยกับข้อความที่เขียนนี้หรือไม่ หากพบว่ามีส่วนใช่หลายส่วนหรือเกินครึ่ง เราขอยืนยันว่าคุณคิด Ambivert อย่างชัดเจน

          1. คุณสามารถทำงานแบบคนเดียวได้ดี แต่ก็ไม่ปฎิเสธโอกาสในการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยมากคุณสามารถทำงานในสองลักษณะนี้ได้ดีทั้งคู่

          2. คุณไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลหรือไม่สบายใจเวลาต้องเข้าสังคม แต่การต้องเจอคนเยอะ ๆ ก็สร้างความรู้สึกเหนื่อยล้าให้กับคุณได้เหมือนกัน

          3. คุณคิดว่าการเป็นจุดสนใจของคนอื่นเป็นเรื่องท้าทาย ที่บางครั้งก็สร้างความสนุก แต่ลึก ๆ แล้วก็ยังเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา

          4. เพื่อนของคุณบางคนคิดว่าคุณเป็นคนเงียบ ขรึม เดาใจยาก แต่ก็มีอีกหลายกลุ่มที่คิดว่าเป็นคนเข้าสังคมเก่งคนหนึ่ง

          5. คุณไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องหาสิ่งแปลกใหม่ทำอยู่ตลอด แต่คุณก็ไม่ได้ชอบที่จะปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไร้คุณค่า ที่สำคัญมันยังทำให้คุณรู้สึกเบื่อ

          6. สำหรับคุณ การเริ่มต้นพูดคุยทักทายคนอื่นก่อนไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดใจ แต่ทำบ่อย ๆ คุณก็รู้สึกเบื่ออยู่เหมือนกัน

          7. บางทีคุณก็เชื่อคนง่ายอย่างแปลกประหลาด แต่บางครั้งคุณก็มีจุดยืนที่หนักแน่นที่จะไม่หลงเชื่อใครง่าย ๆ ได้เหมือนกัน

          8. การอยู่คนเดียวมากเกินไปก็ทำให้คุณรู้สึกเบื่อได้ พอ ๆ กับการที่ต้องคลุกคลีอยู่กับคนอื่นมาก ๆ เช่นกัน

 

. . . . . . . . . .

ข้อดีในการทำงานกับคนที่เป็น Introvert และข้อควรปฏิบัติ

          อย่างที่อธิบายไปในตอนต้น บุคลิกแบบ Introvert คือมักจะมาควบคู่กับความรอบคอบ จดจ่อ มีใคร่ครวญและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รวมถึงการมีความคิดเชิงสร้างสรรค์มากกว่าคนกลุ่มอื่น ๆ เพราะพวกเขามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในโลกของความคิดของตนเอง คนกลุ่มนี้จึงสามารถสร้างสรรค์และผลิตผลงานออกมาได้อย่างมีความแปลก และความน่าสนใจกว่าคนทั่วไป

          และหากคุณมีเพื่อนร่วมงานที่เข้าข่ายว่าเป็น Introvert แล้วละก็อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะเรามีคำแนะนำดี ๆ ให้คุณสามารถทำงานร่วมกับคนกลุ่มนี้ได้อย่างลงตัว เริ่มต้นจากสร้างบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม อย่างที่ทราบกันว่า กลุ่มคน Introvert คือคนที่ไม่ชอบความสับสน อลหม่าน รวมถึงเสียงอึกทึกครึกโครมตลอดเวลา ซึ่งจะรบกวนสมาธิพวกเขาในการใช้ความคิดอย่างมาก เวลาทำงานร่วมกับพวกเขา คุณจึงควรเลือกสถานที่ปิด และมีความเงียบสักนึก รวมถึงในประชุม หรือ การคุยงานระหว่างกัน พยายามเลือกคนที่มีความจำเป็นที่ต้องเข้าร่วมประชุมให้เหลือน้อยที่สุด รวมถึงการแจ้ง Agenda ของการประชุม ให้พวกเขาได้รู้เพื่อเตรียมตัวก่อนไปประชุม อย่างคร่าว ๆ เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวล ในการออกความคิดเห็นเวลาต้องตกอยู่สถานการณ์เหมือนโดนจับจ้องโดยคนหมู่มาก รวมถึงในกรณีที่หากคุณมีลูกน้องเป็นกลุ่มคน Introvert ยิ่งไม่ควรคุยงานกับพวกเขาท่ามกลางคนจำนวนมากหรือคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

. . . . . . . . . .

แล้วถ้าคนที่เราชอบ หรือคนรัก เราเป็น Introvert มีข้อดีและข้อควรปฏิบัติอย่างไร

          คำถามนี้คงหาคำตอบได้ไม่ยาก หากคู่รักทั้งสอง เป็นคนบุคลิกภาพ Introvert เหมือนกัน เพราะข้อดีของการที่ทั้งคู่เป็น Introvert คือมักจะมาพร้อมบุคลิกแนวทางเดียวกัน จะทำให้เข้าใจ และยอมรับอีกฝ่ายได้ดีกว่าการที่เป็นคู่รักคนละขั้วอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงนั้น คงไม่ใช่ทุกคู่ที่เจอคนรักในบุคลิกภาพแบบที่ตนเองเป็น ดังนั้นข้อสำคัญที่อยากฝากไว้ตรงนี้ คือ ความเข้าอกเข้าใจ รวมถึงความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน โดยเลือกที่จะมองปัญหาจากมุมมองบุคลิกภาพที่อีกฝ่ายเป็น โดยอย่าเห็นเป็นสิ่งเล็กน้อย เพราะสำหรับฝ่ายตรงข้ามแล้ว เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้อาจกำลังทำให้เขารู้สึกแย่และกังวลใจเป็นที่สุด อีกข้อที่อยากฝากไว้คือ ความมีโลกส่วนตัวสูงของชาว Introvert คือจะทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถรับรู้ความในใจ ซึ่งในจุดนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจ แม้เป็นเรื่องยากสำหรับการก้าวข้ามกำแพงของคนโลกส่วนตัวสูง แต่เราเชื่อว่าคุณจะสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างจากความสัมพันธ์นี้ อย่างน้อย ๆ ก็ความอดทน ความพยายาม การให้เกียรติ และการเคารพพื้นที่ของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

. . . . . . . . . .

SKILL ที่ซ่อนอยู่ในบุคลิกภาพแบบ introvert

          แม้คนกลุ่ม Introvert คือกลุ่มคนที่มักถูกมองจากคนส่วนใหญ่ว่าเป็นผู้ที่เข้ากับคนและเข้าสังคมได้ยาก มีโลกส่วนตัวสูงไป และบ่อยครั้งมักพูดจากับคนทั่วไปไม่รู้เรื่อง แต่เชื่อไหมว่าจริง ๆ แล้ว ทักษะที่ซ่อนอยู่ในบุคลิกภาพ Introvert นั้นกลับมีข้อดีที่คุณอาจคาดไม่ถึง เช่น 

  • Introvert คือคนที่เลือกตั้งคำถาม มากกว่าหาคำตอบ และมักมีไอเดียบรรเจิดฝากไว้ผ่านการตั้งคำถามให้ที่ประชุมอยู่เสมอ ๆ 
  • Introvert คือคนที่ไม่สื่อสารอย่างไร้จุดหมาย ทุกคำพูดที่ออกมานั้นผ่านการคิดกลั่นกรองอย่างลึกซึ้ง และแม้จะพูดน้อยแต่ก็มักพูดตรงส่วนใจความสำคัญเสมอ ๆ 
  • Introvert คือผู้ฟังที่ดี แม้จะไม่ชื่นชอบการพบเจอผู้คน แต่ก็สามารถรับฟังและเข้าใจความเป็นไปของคนและสังคมโลกได้สูง จนทำให้คน Introvert คือคนที่เพื่อน ๆ มักนึกถึงเสมอ ๆ เวลามีปัญหาอยากหาคนช่วยคิด

          และนี่ก็เป็นบทความ Lifestyle ที่ CondoNewb เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด นำข้อมูลมาฝากกัน หากเพื่อน ๆ สงสัย หรือมีข้อซักถามก็สามารถไปพูดคุยได้ที่ช่องทาง Facebook ได้เลยนะคะ บทความหน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้นติดตามกันค่ะ